Masukหลังจาก ฉันพายัยอัยย์ไปเปิดห้องพักที่โรงแรม เพื่อหลบหน้าแฟนหนุ่มของเธอชั่วคราว ส่วนฉันที่ถูกเพื่อ
ฉันเป็นคนแรกที่ได้ออกมาจากห้องสอบสวน เพราะเป็นคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีน้อยที่สุด ตำรวจถามเพียงไม่กี่คำถามก็ปล่อยให้ฉันออกมารอด้านนอก หลังจากนั้น หมอวัตจึงเข้าไปด้านในห้องเดียวกับที่ฉันเพิ่งออกมานั่งรออยู่คนเดียวที่ด้านนอกนั้นไม่นานนัก อัยย์เดินออกมาจากอีกห้อง และตามมาด้วยหมอภีม ยังคงเหลือหมอวัตที่เพิ่งดเข้าไปในห้องได้ไม่นาน แต่เนื่องจากเริ่มดึกแล้ว อัยย์ก็ดูอ่อนเพลียมาก พวกเราจึงตกลงกันว่าจะออกไปหาที่พักที่อยู่ไม่ไกลนักเพื่อค้างคืน ก่อนที่จะเดินทางกลับพรุ่งนี้เช้า“ถ้าอย่างนั้น อัยย์ไปกับหมอภีมก่อนนะ จะได้รีบพักผ่อน เดี๋ยวเรารอหมอวัตเอง พักที่ไหนก็ส่งโลเคชั่นมาบอกแล้วกันค่ะ” ฉันกอดปลอบเพื่อนก่อนจะหันไปบอกกับหมอภีมให้พาเธอไปก่อนเมื่อหมอภีมขับรถออกไปแล้ว ฉันจึงเลือกที่จะยืนรออยู่ที่รถหมอวัตแทนที่จะเข้าไปด้านใน ดีที่หน้าสถานีตำรวจนั้นเปิดไฟส่องสว่างไปทั่ว จึงไม่ได้น่ากลัวมากนัก ดีกว่าจะนั่งอยู่ในสถานีแล้วเป็นเป้าสายตาของคนอื่นที่อยู่ด้านในนั้นเพียงไม่นาน หมอวัตเดินออกมามองฉันด้วยสีหน้าสงสัย ‘ชั้นจะตอบยังไงเนี่ย ที่เค้าถามว่าทำไมยังอยู
(ไอ้วัต มึงอยู่กับนิต้าหรือเปล่า อัยย์ติดต่อไปบ้างมั้ย) เสียงหมอภีมดังออกมาจากมือถือหมอวัต ที่เขาเปิดลำโพงเอาไว้ให้ฉันฟังไปพร้อมกันด้วย“ไม่นะ อะไรอีกวะ ยังไม่ดีกันหรอกเหรอ” หมอวัต ตอบกลับไปด้วยอาการหัวเสียนิดหน่อย เพราะสายจากหมอภีมสายนี้โทรเข้ามาในช่วงที่เขากำลังจะเริ่มลวนลามฉันอีกครั้งหลังจากที่เมื่อเช้า เขาชวนฉันอาบน้ำร่วมกันไปรอบหนึ่งแล้ว และเมื่อฉันตามเขามาที่โรงพยาบาลด้วย เพื่อจะรอรับยัยอัยย์กลับบ้านไปพร้อมกัน ระหว่างที่รออยู่ในห้องทำงานหมอวัตก็เข้ามาใกล้ชิดคลอเคลียฉันอยู่ตลอด(ดีแล้ว แต่อัยย์หายไป ตอนกูไปรอรับยา เธอส่งข้อความบอกกูว่าจะไปรอที่รถ แต่กูไปที่รถแล้วก็ไม่เจอ นี่ผ่านไป 20 นาทีแล้ว มือถือก็ถูกปิดไปแล้วเนี่ย) ฉันเริ่มนั่งไม่ติดที่ เมื่อได้ยินที่หมอภีมพูดเข้ามาในสาย“เอ้า เกิดเรื่องขึ้นได้ยังไงวะ มึงไปลองดูกล้องวางจรปิดหรือยัง” หมอวัตปิดลำโพงไปแล้ว ทำให้ฉันไม่ได้ยินว่าหมอภีมตอบกลับมาว่าอะไร“ห้องวงจรปิดอยู่ที่ไหน พาชั้นไปเดี๋ยวนี้เลย” ฉันถามหมอวัตทัน
“คุณไปส่งผมหน่อยสิ ผมไม่ได้เอารถมา” หลังจากส่งข้อความไปให้เธอ ผมก็ยืนรอเธออยู่ที่หน้าห้องพักผู้ป่วยไม่ได้ไปไหน เมื่อเห็นเธอเดินออกมาก็รีบเข้าไปเดินประกบด้านข้างทันที“เรียกรถเอาสิคุณ ทำไมต้องให้ไปส่งด้วย คนละทางชัดๆ” นิต้า หันมาตอบอย่างไม่มีเยื่อใย แถมยังเร่งฝีเท้าเดินเร็วขึ้น จนผมต้องเร่งเดินตาม แล้วยื่นมือไปคว้าแขนเธอเอาไว้ก่อนเธอจะเดินหนีไปได้“งั้น ไปกินข้าวกันก่อนก็ได้ คุณไม่หิวเหรอ เฝ้าเพื่อนมาตั้งค่อนวันไม่ได้กินอะไรเลย”“ไม่ หิว” นิต้าหลบตาผม เมื่อคำตอบของเธอไม่ตรงกับสภาพร่างกายที่เป็นจริง เพราะเธอท้องร้องจนเราทั้งคู่ได้ยินชัดเจน“ไปเถอะ ผมหิวจนท้องร้องแล้วเนี่ย ผมมีร้านอร่อยอยากพาคุณไปชิม คิดว่าคุณต้องชอบแน่ ๆ” ผมเลือกพานิต้าไปร้านอาหารเพื่อสุขภาพร้านหนึ่งที่ไม่ไกลจากโรงพยาบาล แต่เป็นร้านอาหารเพื่อสุขภาพที่อร่อยมากร้านหนึ่งที่ผมเคยลองกินมา“คุณคิดว่าสองคนนั้น จะปรับความเข้าใจกันได้เรียบร้อยมั้ย” นิต้านั่งเขี่ยผักสลัดในจานของเธออยู่ซักพักแล้ว เธอคงทนความสงสัยไม่ไหวจึงถา
“คุณหมอวัตค่ะ ช่วยไปห้องฉุกเฉินด่วนเลยค่ะ” เสียงแหลมสูงดังมาจากที่ไกล ๆ แต่ได้ยินอย่างชัดเจนหลังจาก คุณอัยย์ได้พบกับไอ้ภีมแล้ว ผมก็พานิต้ามารอทั้งคู่ในห้องทำงานส่วนตัวของผม เพราะคิดว่าน่าจะสะดวกกว่าให้นั่งรอที่โถงโรงพยาบาลที่มีผู้คนเดินไปมาพลุพล่านแต่เหมือนจะคิดผิด เพราะผมถูกนิต้าถามจี้ จนต้องเล่าเรื่องราวความสัมพันธ์ที่ผ่านมาของไอ้ภีมกับมินท์ แต่ไม่เพียงเท่านั้น เธอยังถามไปถึงช่วงปีหนึ่งที่ผมตามจีบมินท์ ก่อนที่เธอจะเป็นแฟนกับไอ้ภีมโชคยังคงเข้าข้างผมบ้าง เมื่อจู่ ๆ ก็มีพยาบาลจากห้องฉุกเฉิน เคาะประตูและพยายามตะโกนเข้ามาให้ผมได้ยิน ว่ามีคนตามให้ผมไปที่ห้องฉุกเฉินโดยด่วน“ใครเป็นอะไรครับ ทำไมต้องตามผม หมอเวรล่ะ” เมื่อประตูห้องทำงานเปิดออก ผมถามพยาบาลสาวคนนั้นกลับไปทันที แต่ก็ไม่ได้รีรอที่จะยืนนิ่งรอฟังคำตอบ ยังคงเดินนำเธอออกไปเพื่อตรงไปที่ห้องฉุกเฉิน“หมอภีมค่ะ อุ้มผู้หญิงคนนึงมา แล้วให้รีบมาตามหมอวัตน่ะค่ะ” พยาบาลห้องฉุกเฉินพยายามตอบเสียงดังฟังชัด ถึงแม้ว่าเธอจะรู้สึกเหนื่อยจากการวิ่งมาจากห้องฉุกเฉิน และกำลังต้อ
หลังจาก ฉันพายัยอัยย์ไปเปิดห้องพักที่โรงแรม เพื่อหลบหน้าแฟนหนุ่มของเธอชั่วคราว ส่วนฉันที่ถูกเพื่อนบังคับให้กลับคอนโดของตัวเอง ก็ต้องยอมตามใจเธอเพียงแต่หลังจากที่กลับถึงหน้าคอนโด ฉันจอดรถและโทรบอกยัยอัยย์ด้วยความเป็นห่วง เพื่อเช็คให้แน่ใจอีกครั้งว่าเธอพักอยู่ที่โรงแรมอย่างปลอดภัยดีหลังจากนั้นฉันไม่ได้เข้าไปพักผ่อนตามที่บอกเธอไว้ แต่เลือกที่จะโทรหาหมอวัต เพราะเขาเป็นเพื่อนสนิทของตัวต้นเรื่อง การจะไปเค้นเอาคำตอบโดยตรงจากหมอภีม ฉันคิดว่าคงไม่ได้ความจริงอะไร และอย่างน้อยความสัมพันธ์ของฉันกับหมอวัตในช่วงนี้ก็น่าจะสามารถจูงใจให้เขาช่วยเหลือฉันได้บ้างแล้วก็เป็นไปอย่างที่ฉันคิดไว้ หลังจากหมอวัตรับสาย เขาเป็นคนจัดการมารับฉันไปหาหมอภีมที่คอนโดของเขา และหลังจากคุยกันเรียบร้อย ก็เป็นหมอวัตที่มาส่งฉันที่คอนโด แต่กลับไม่ใช่เพียงแค่มาส่ง‘ของฟรีไม่มีในโลก’ และการช่วยอะไรใครซักอย่างก็ต้องมีสิ่งตอบแทนเช่นกัน ฉันไม่ได้ขัดขืนเมื่อเขามาส่งฉันที่คอนโดและขอตามขึ้นมาที่ห้องเพื่อจิบกาแฟซักแก้วก่อนจะกลับทั้งที
หากเป็นเมื่อก่อนการตื่นขึ้นมาแล้วยังคงมีผู้หญิงคนหนึ่งนอนอยู่ข้างกาย ความคิดแรกที่แว๊บเข้ามาในหัวของผม คงจะเป็นแค่ว่าเธอคนนี้สมควรจะได้กระเป๋า รองเท้า เสื้อผ้า หรือแค่พาไปกินอาหารสักมื้อแล้วค่อยแยกทางกันต่างกันมากกับตอนนี้ ตอนที่ผู้หญิงที่นอนกลับอยู่ข้างกายผมตอนนี้เป็น นิต้า ความคิดในหัวมันช่างต่างจากเดิมโดยสิ้นเชิง ผมไม่ได้คิดถึงของมีค่ามีราคาพวกนั้นเลย ผมรู้สึกได้เพียงแต่ อยากจะตื่นลืมตาขึ้นมาในสภาพแบบนี้ทุกวันแต่จะทำยังไงให้เธอยอมกลับกับผมทุกวันแบบนี้ล่ะ เพราะถือว่าคืนนี้โชคดีที่ไอ้เพื่อนสนิทของผมสร้างเรื่องกับเพื่อนของเธอ ทำให้ผมต้องรับหน้าที่พานิต้าไปเคลียร์กับไอ้ภีมที่คอนโดของมัน ก่อนที่จะกลับมาส่งเธอที่คอนโดและได้ลงเอยกันอยู่บนเตียงตอนนี้ผมยังนึกไม่ออกเลยว่าวันต่อไป จะมีเหตุการณ์อะไรที่จะช่วยให้ผมได้มีโอกาสอยู่กับนิต้าแบบนี้อีก การจะให้ไอ้ภีมช่วยก็ยิ่งไม่มีหวัง เพราะนิต้าก็ยังคงให้เก็บเรื่องของเราสองคนเป็นความลับ ห้ามให้ใครรู้เด็ดขาด“นี่คุณ ถ้าตื่นแล้วก็กลับไปได้แล้วมั้ย” คำแรกที่ตื่นมาเห็นผมมองหน้าเธออยู่ เธอก็ไล่ผมกลับแล้ว ทั้ง ๆ







