LOGIN"คนหื่น!ในสมองคงมีแต่เรื่องเซ็กซ์สินะ" "คิดเรื่องเซ็กส์กับเมียตัวเองมันผิดตรงไหน" สวนทันควันพร้อมกับมองด้วยสายตาแพรวพราว "ทำไม? หรือจะเถียงอีกว่าไม่ใช่เมีย เอากันไปตั้งหลายยกแล้ว"
View Moreเสียงรองเท้าส้นสูง5นิ้วดังกระทบพื้นเป็นจังหวะ เรียกสายตาให้เหล่าผู้พบเห็นต่างพากันหันมามองเป็นตาเดียว โดยเฉพาะบรรดาผู้ชายที่พากันจ้องมาแทบจะเหลียวหลัง ด้วยเหตุผลเพราะหญิงสาวนามว่า ‘ญานิศา’ นั้นช่างสวยสะดุดตานัก เธออยู่ในชุดกางเกงยีนส์รัดรูปเข้าทรงขายาวแบบสมัยนิยม เสื้อยืดสีขาวพอดีตัว มีเสื้อแจ็คเก็ตมัดเป็นปมอยู่ตรงช่วงเอว และถึงแม้ดวงตาคู่สวยของหล่อนจะถูกปกปิดไว้ด้วยแว่นกันแดดสีดำแบรนด์หรู แต่โดยรวมแล้วไม่ได้ทำให้ลดเสน่ห์ต่อผู้ที่พบเห็นลงได้เลย
ญานิศาซึ่งตกเป็นเป้าสายตาของใครต่อใครใช้นิ้วเรียวยาวผลักแว่นกันแดดแบรนด์ดังราคาแพงขึ้นไปวางไว้บนศีรษะ เปิดเปลือยให้เห็นถึงดวงตากลมโตที่ซุกซ่อนอยู่ภายใน เจ้าหล่อนถอนหายใจพลางอมยิ้มมุมปากเล็กน้อย ในสายตาดูเย็นชาว่างเปล่าอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะลากกระเป๋าสัมภาระของตนมาตามทางเดินพร้อมกับกวาดสายตามองหาใครบางคนที่เจ้าตัวคิดว่าน่าจะมารออยู่ก่อนแล้ว
“มิ้งค์! ทางนี้!” เสียงตะโกนเรียกคุ้นหูดังมาแต่ไกล เมื่อหันไปมองก็พบกับเพื่อนสาวคนสนิทที่ไม่ได้เจอกันตลอดหลายปีที่ผ่านมา ฝ่ายนั้นอยู่ในชุดกระโปรงเดรสลายลูกไม้สีครีม ยืนโบกไม้โบกมือส่งรอยยิ้มหวานมาให้
หญิงสาวกระชับมือที่ลากกระเป๋าเดินทางของตนให้แน่นขึ้นกว่าเดิม พร้อมกับก้าวเดินอย่างมั่นคงไปหาผู้ที่ยืนรออยู่ก่อนแล้ว
“คิดถึงมากเลยขอกอดที” ไม่พูดเปล่าแต่ร่างบางในชุดเดรสสีครีมยังกระโดดเข้าสวมกอดอย่างคิดถึง
“เบา ๆ หน่อย ฉันจะล้มแล้วเนี่ย” ญานิศาเอ่ยปรามเพื่อน ทว่ามือที่ลากกระเป๋าเดินทางอยู่เปลี่ยนมาสวมกอดบุคคลตรงหน้าเช่นกัน
“ก็คนมันคิดถึงนี่นา เจอหน้าก็อยากกอดให้ชื่นใจ หรือว่าแกไม่คิดถึงฉัน” ผละตัวออกจากอ้อมกอดของอีกฝ่ายพร้อมกับเลิกคิ้วมองอย่างต้องการคำตอบ และนั่นก็ทำให้ญานิศาอดรู้สึกอยากแกล้งเพื่อนไม่ได้
“ไม่คิดถึงหรอก ถ้ารู้ว่ากลับมาแล้วจะโดนแกกอดปลุกปล้ำแบบนี้ไม่กลับมาดีกว่า เปลืองตัว” เอ่ยเรียบ ๆ ทว่าดวงตาเป็นประกายระยิบระยับเรียกให้อีกคนเบะปากใส่อย่างรู้สึกหมั่นไส้
“ใช่สิ! ไปอยู่เมืองนอกเมืองนาเสียเนิ่นนานหลายปี ไอ้คนทางนี้มันก็ไม่มีความหมายหรอก ไปอยู่ทางโน้นคงชินกับกอดผู้ชายฝรั่งตัวโต ๆ กลับมาถึงได้ทำเมินเราแบบนี้” คนพูดกอดอกเชิดหน้าขึ้นอย่างต้องการบอกอีกฝ่ายว่าเธอกำลังงอนอยู่
“ก็ฝรั่งผู้ชายตัวโต ๆ น่ากอดออก เเข็งแรงบึกบึนกอดตรงไหนก็แน่นมือไปหมด ไม่ได้นุ่มนิ่มเหมือนแกนี่นา”
“น้อย ๆ หน่อยยัยมิ้งค์ นี่ใคร? นี่ ‘ดารินทร์ ปัทมาศ’ สาวสวยน่าทะนุถนอมดีกรีลูกสาวนายตำรวจใหญ่เชียวนะ ไปไหนมาไหนมีแต่คนมองเหลียวหลัง ไม่อยากจะบอกว่าทุกวันนี้หัวบันไดบ้านไม่เคยจะแห้งนะจ๊ะ ปกติมีแต่คนอยากกอดสาวสวยอย่างฉัน นี่ฉันอุตส่าห์ให้แกกอดง่าย ๆ เลยนะ ใครกันแน่ที่เปลืองตัว” เจ้าตัวชี้นิ้วที่หน้าอกตัวเองประกอบ
“โอ๊ย! มันจะหวานกันเกินไปแล้วครับไอ้คุณเติม แก่จนลูกจะบวชได้อยู่แล้วเพลา ๆ ลงบ้าง ความหวานน่ะ” รณภพที่เดินเข้าประตูมาเอ่ยทักขึ้น ในวงแขนยังมียายหนูชิดจันทร์วัยสี่ขวบผู้เป็นบุตรสาวเกาะอยู่“มึงลูกสองแล้วความหวานก็อาจจะลดลง แต่กูเพิ่งลูกคนเดียวยังหวานได้อยู่ นี่ก็ว่าจะทำน้องให้เจ้าต่อมันสักคนเหมือนกัน”“ลุงเติมขา อุ้มหนูหน่อยค่า” เด็กหญิงชิดจันทร์หันไปอ้อน กางแขนออกกว้างรอให้อีกฝ่ายรับไป“เด็กคนนี้นี่ขี้อ้อนดีแท้ จะให้ลุงหลงไปถึงไหนฮึ?” ว่าพลางรับมาอุ้มต่อ ไม่ลืมหอมแก้มยุ้ย ๆ สองข้างนั่น“พี่ต่อไปไหนแล้วคะ ทำไมหนูจันทร์ไม่เห็นพี่ต่อ”“พี่เขาอาบน้ำอยู่ข้างบน เดี๋ยวก็ลงมาค่ะ” ญานิศาเอ่ยตอบ“พี่มิ้งค์ทำกับข้าวเสร็จหรือยังคะ มีอะไรให้ฟ้าช่วยหรือเปล่า”“ทำเสร็จแล้วจ้ะ เหลือแค่ตั้งโต๊ะ ฟ้ามาช่วยพี่ยกพวกของว่างมาให้เด็ก ๆ กับเหล่าคุณพ่อทานเล่นกันก่อนดีกว่า” ญานิศาเดินนำนภาทิพย์เข้าไปทางห้องครัว“แล้วนั่นตะกร้าอะไรล่ะ” เติมตระกูลหันไปถามเด็กชายก้องภพ บุตรชายคนโตของรณภพที่ถือตะกร้าพะรุงพะรังในมือ“ตะกร้าของเล่นของหนูจันทร์ครับลุงเติม” เด็กชายตอบด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย“จะไม่ให้เอามาก็ไม่ยอมว่ะ ร้อง
“ขอบคุณนะครับที่มีลูกน่ารัก ๆ ให้พี่ พี่สัญญาว่าจะดูแลมิ้งค์และลูกให้ดีที่สุด” ร่างสูงจรดจมูกลงบนขมับหญิงสาวเบา ๆ แล้วก้มลงไปหอมแก้มยุ้ยของบุตรชายอย่างทนุถนอมภาพที่ปรากฏตรงหน้าต่างเรียกรอยยิ้มและความสุขให้แก่ผู้ที่อยู่ในห้องไปตาม ๆ กัน โดยเฉพาะนิลยาที่ดีใจกับความสุขของลูกชายจนกลั้นน้ำตาเอาไว้แทบไม่อยู่“น่ารักน่าชังจริง ๆ เหลนทวด” คุณย่านงนุชที่ยืนยิ้มกับภาพตรงหน้าเอ่ยขึ้น พร้อมกับเดินเข้าไปดูทารกตัวน้อยผู้เป็นสายเลือดสืบสกุลชัชวาลเดชด้วยความเอ็นดู“รับขวัญเหลนเท่าไหร่ดีครับคุณทวด” เติมตระกูลเอ่ยเย้าผู้เป็นย่า“ให้ทั้งหมดที่ย่ามี ย่าจะเขียนพินัยกรรมยกทรัพย์สินทั้งหมดที่มีให้กับต่อตระการ”“ได้ไงครับคุณย่า แล้วผมล่ะ ผมไม่ได้อะไรเลยหรือไงผมเป็นหลานคุณย่านะ” ร่างสูงโวยวายขึ้น“ไม่ให้หรอก ฉันจะยกให้เหลนฉัน เผื่อวันหนึ่งโดนแกตัดหางปล่อยวัด เหลนฉันจะได้มีสมบัติติดตัว”“ไม่ทันไรก็ได้กลิ่นหัวเน่าซะแล้ว” รณภพเอ่ยเสริมต่างเรียกเสียงหัวเราะให้ดังลั่นห้อง บรรยากาศในห้องคลอดอบอวลไปด้วยความรักและความเข้าใจ เติมตระกูลนึกขอบคุณตัวเองเหลือเกินที่อดทนจนผ่านอุปสรรคทุกอย่างมาได้ จนถึงวันที่เฝ้ารอคอย วันท
“ตาเติม! เหลนทวดเป็นยังไงบ้าง แข็งแรงดีไหม” คุณย่านงค์นุชที่รอลุ้นอยู่หน้าห้องคลอดเอ่ยถามขึ้นทันทีที่เห็นหลานชายเดินออกมา“ตาหนูแข็งแรงดีครับคุณย่า ร้องลั่นห้องคลอดเลย ที่สำคัญหน้าเหมือนมิ้งค์มาก” ตอบด้วยรอยยิ้มแววตาเต็มไปด้วยความสุข เมื่อคิดไปถึงเด็กชายตัวขาวอมชมพูที่ตนเพิ่งจะได้พบหน้าไปเมื่อไม่กี่นาทีก่อน“โบราณท่านว่าเด็กผู้ชายหน้าเหมือนแม่จะวาสนาดี” คุณย่าทวดที่เห่อเหลนเอ่ยอย่างชอบใจ“ค่อยโล่งใจหน่อยที่หน้าเหมือนน้องมิ้งค์ ถ้าหน้าเหมือนมึงนี่คิดหนักเลย” รณภพที่ยืนรอลุ้นอยู่เหมือนกันแซว“เออ คอยลุ้นของมึงเหอะว่าหน้าจะเหมือนฟ้าหรือเปล่า แต่ถ้าเหมือนฟ้าแล้วปากน่าล่อบาทาเหมือนมึงก็ไม่ไหวนะ” หันไปตอบกลับเพื่อนสนิทซึ่งกำลังโอบไหล่นภาทิพย์ที่กำลังตั้งท้องลูกชายอยู่เช่นกัน“แค่กูเป็นเพื่อนกับมึงก็น่าปวดหัวพอละ นี่ลูกเรายังจะต้องมาเป็นเพื่อนกันอีกเหรอ” เติมตระกูลส่ายหัวอย่างระอา“เสียดายเป็นผู้ชายทั้งคู่ ถ้าเป็นผู้หญิงย่าจะหมั้นหมายไว้ตั้งแต่เด็กเลย” คุณย่านงนุชเอ่ยขึ้นเสียงจริงจัง“งั้นคนต่อไปก็ได้ครับคุณย่า ผมว่าจะเอาผู้หญิงอีกสักคน” รณภพเออออตาม“ดี! รับปากย่าแล้วนะ ย่าอาจจะอยู่ไม่ทันเห
“ใครจะแต่งฟ้าผ่าแบบมึงล่ะ เจอกันปุ๊บหาฤกษ์แต่งงานปั๊บ”“ความต้องการของคุณย่ากู มีย่าดีก็มีชัยไปกว่าครึ่ง”“แต่ก็เอาเถอะ ถึงกูจะแต่งหลังมึงแต่กูต้องได้อุ้มลูกก่อนมึง” รณภพยักคิ้วหรี่ตาอย่างมาดมั่น“ฝันไปเถอะไอ้ภพ กว่ามึงจะแต่งก็หลังกู แถมตอนนี้มึงยังโดนน้านีคุมความประพฤติอยู่อีก ยังไงมึงก็ตามกูไม่ทันหรอก” ยกเอาปรานีมาอ้าง เพราะตอนนี้มารดาของนภาทิพย์ขอร้องไม่ให้ทั้งคู่ทำอะไรเกินเลยจนกว่าจะแต่งงาน เพื่อเป็นการลงโทษที่รณภพเอาเปรียบหญิงสาวตอนก่อนหน้านี้“ไอ้ขี้โม้!”“กูไม่ได้โม้ เผลอ ๆ ตอนนี้ลูกกูอาจจะกำลังดิ้นดุ๊กดิกอยู่ในท้องของมิ้งค์แล้วก็ได้ มึงยังไม่รู้สินะว่ากูเร่งมือทุกคืน”“พี่เติม!” ญานิศาตีเผี้ยะลงบนแขนของคนข้าง ๆ ด้วยความเขินอาย“นี่มึงล่วงเกินน้องมิ้งค์ก่อนแต่งงานเหรอ”“ไม่ได้ล่วงเกิน แต่เป็นความต้องการคุณย่า คุณย่าอยากอุ้มเหลนจนใจจะขาดแล้ว ไม่งั้นจะทุ่มสินสอดไม่อั้น หาฤกษ์แต่งที่เร็วที่สุด แถมจัดเตรียมสถานที่เองทั้งหมดแบบนี้เหรอ”“เออ... กูยอมใจย่ามึงแล้วว่ะ ใจร้อนยิ่งกว่าวัยรุ่นอย่างกูอีก”“พี่ภพไม่วัยรุ่นแล้วนะคะ อายุจะ40แล้ว” นภาทิพย์ที่นั่งฟังอยู่ข้าง ๆ มานานเอ่ยแซวขึ้น“โ