แชร์

บทที่6 -เสื้อช็อปของใครคนนั้น

ผู้เขียน: 25 เมษา
last update วันที่เผยแพร่: 2026-06-21 21:22:53

แสงแดดอ่อน ๆ ยามเช้าทอแสงรำไรผ่านยอดไม้ตึกเรียนรวมคณะแพทยศาสตร์ บรรยากาศที่ควรจะเงียบสงบและเต็มไปด้วยความเคร่งเครียดของการทบทวนตำราแพทย์ก่อนเข้าคลาสเรียน กลับกลายเป็นความตื่นตัวอย่างผิดปกติ ทันทีที่ร่างบางระหงของ ‘นุ่มนิ่ม’ ก้าวเท้าลงจากรถแท็กซี่ สายตานับสิบคู่จากเพื่อนนักศึกษาแพทย์และคณะข้างเคียงต่างพากันตวัดมองมาที่เธอเป็นตาเดียว

ไม่ใช่เพราะใบหน้าหวานละมุนที่น่ารักโดดเด่นเหมือนทุกวัน แต่เป็นเพราะสิ่งที่พาดอยู่บนแขนเรียวข้างหนึ่งของเธอต่างหาก...

เสื้อช็อปเนื้อหนาสีน้ำเงินเข้ม สภาพตัวโคร่งที่ดูยังไงก็เป็นของไซซ์ผู้ชายร่างยักษ์ ตรงอกเสื้อปักตราสัญลักษณ์คณะวิศวกรรมศาสตร์เด่นหรา และที่สำคัญ... บนปกคอเสื้อด้านหลังปักตัวอักษรไหมสีทองดุดันคำว่า ‘SAIFHA’ อย่างชัดเจน อันเป็นเอกลักณษ์ของ 'สายฟ้า เฮดว้ากแห่งวิศวะเครื่องกลปี3'

“ว้ายแก! ดูนั่นสิ ข่าวลือในเพจมหาวิทยาลัยเมื่อคืนเรื่องดาวคณะแพทย์ซุ่มคบเฮดว้ากวิศวะท่าจะเป็นเรื่องจริงว่ะ” เสียงซุบซิบกระซิบกระซาบดังแว่วมาตามสายลม ทำให้นิ่มชะงักฝีเท้า ใบหน้าหวานเริ่มขึ้นสีระเรื่อด้วยความอับอายแกมขัดใจ

“กรี๊ด! ยายนิ่ม!” เสียงแหลมเล็กอันคุ้นเคยของมินตราดังขึ้นพร้อมกับร่างปราดเปรียวที่วิ่งหน้าตั้งเข้ามาหา มินตราเบิกตากว้าง จ้องมองเสื้อช็อปในมือนิ่มสลับกับหน้าเพื่อนรักอย่างตื่นเต้น

“แกบ้าไปแล้วเหรอ! ยอมหิ้วเสื้อช็อปพี่สายฟ้าเดินโทง ๆ เข้าคณะแบบนี้ รู้ไหมว่าตอนนี้ไลน์กลุ่มคณะแพทย์ระเบิดไปสามรอบแล้ว!”

“ฉันไม่ได้ตั้งใจนะมิน...” นิ่มบอกเสียงอ่อย นึกไปถึงเหตุการณ์เมื่อเย็นวานที่อู่ซ่อมรถ หลังจากที่สายฟ้าช่วยติวเรื่องโมดูลเฟืองให้จนเสร็จ เขาก็ยัดเยียดเสื้อตัวนี้คลุมไหล่เธอไว้ อ้างว่าลมแรงกลัวเธอไม่สบาย แต่จริง ๆ แล้วแฝงเจตนา ‘พ่นพิษ’ ประกาศสิทธิ์ความเป็นเจ้าของชัด ๆ

“เมื่อคืนฉันรีบกลับเลยลืมถอดคืนเขา แล้วนี่... กลิ่นน้ำมันเครื่องผสมน้ำหอมของเขายังติดอยู่เลยเนี่ย ส่งกลิ่นคลุ้งจนเวียนหัวไปหมดแล้ว”

“เวียนหัวหรือฟินจ๊ะยายคุณหมอ ป้อมปราการหนาแน่นทลายแล้วล่ะสิ” มินตราแกล้งเอาศอกสะกิด พลางหัวเราะคิกคัก ยิ่งเห็นเพื่อน ๆ ร่วมชั้นเรียนที่เดินผ่านไปมาพากันส่งยิ้มล้อเลียน นิ่มก็ยิ่งอยากจะมุดดินหนี

ตลอดการเรียนช่วงเช้า นิ่มไม่มีสมาธิเลยสักนิด สรรพนาม ‘เมียเฮดว้าก’ หรือ ‘สะใภ้วิศวะ’ ลอยเข้าหูเธอไม่หยุดหย่อน แม้แต่รุ่นพี่4ที่เดินสวนกันยังแกล้งทำท่าตะเบ๊ะเคารพเธอประหนึ่งสะใภ้หลวงของคณะ ความอึดอัดใจและอาการหน้าร้อนผ่าวขัดเขินทำให้นิ่มตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวหลังจบคลาสบ่าย

เธอจะต้องเอาเสื้อช็อปบ้า ๆ ตัวนี้ไปคืนเจ้าของให้เร็วที่สุด!

เวลาสี่โมงเย็น บรรยากาศใต้ตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์เต็มไปด้วยความดิบเถื่อนและเสียงโวยวายตามสไตล์หนุ่มวิศวะสายโหด นิ่มเดินกอดเสื้อช็อปสีน้ำเงินเข้มแนบอก ก้าวเข้ามาในถิ่นเสือด้วยจิตใจที่เต้นรัวราวมือกลองเพลงร็อค ชุดนักศึกษาถูกระเบียบคณะแพทย์ที่ดูเรียบร้อยสะอาดสะอ้าน ช่างตัดกับภาพลักษณ์ลานเกียร์อันเต็มไปด้วยคราบน้ำมันและละอองฝุ่นอย่างสิ้นเชิง

“เฮ้ย ๆ พวกมึง ดูนู่น... แขกวีไอพีของเฮดว้ากมาว่ะ!” เสียงพวกรุ่นพี่ปี3คณะวิศวะที่นั่งจับกลุ่มกันอยู่บนโต๊ะหินอ่อนตะโกนลั่นลานเกียร์ สายตานับร้อยคู่ตวัดขวับมามองร่างบางทันที นิ่มพยายามสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ คุมสีหน้าให้นิ่งสงบประหนึ่งหมอสาวผู้ไร้ความรู้สึก

“พี่สายฟ้าอยู่ไหนคะ?” นิ่มเดินเข้าไปถามรุ่นพี่คนหนึ่งด้วยน้ำเสียงเรียบกระชับ

“นั่นไง... เดินหล่อมานู่นแล้วครับหมอ” รุ่นพี่คนเดิมขำ พยักหน้าไปทางบันไดตึก

ร่างสูงใหญ่เกือบร้อยเก้าสิบเซนติเมตรของสายฟ้าก้าวลงบันไดมาพร้อมกลุ่มเพื่อนในคณะ วันนี้เขาอยู่ในชุดเสื้อช็อปวิศวะสีน้ำเงินเข้มตัวใหม่ ใบหน้าคมคายหล่อร้ายนิ่งสนิทดุดัน ทรงอำนาจจนรุ่นน้องปี1ที่เดินผ่านต้องรีบก้มหัวให้ ทว่าทันทีที่นัยน์ตาพญาเหยี่ยวคู่คมกริบสบเข้ากับร่างเล็กของนิ่มที่ยืนถือเสื้อช็อปตัวเก่าของเขาอยู่ แววตาดุดันคู่นั้นพลันแปรเปลี่ยนเป็นประกายพราวระยับ มุมปากหยักสวยกระตุกยิ้มร้ายเจ้าเล่ห์ทันที

“ไง... เอาเสื้อช็อปมาคืน หรือเอาใจมาคืนพี่กันแน่ครับหมอ? ก็บอกแล้วว่าให้เลย” สายฟ้าเดินแยกออกจากกลุ่มเพื่อน ย่างสามขุมเข้ามาหาเธอด้วยท่าทางคุกคามปนหยอกเย้า เสียงแซววี้ดวิ้วจากพวกเด็กวิศวะรอบข้างดังกระหึ่มขึ้นทันที

“พี่สายฟ้า! กรุณาพูดจาให้เกียรตินิ่มด้วยค่ะ นิ่มเอาเสื้อมาคืน เลิกทำตัวเป็นเด็ก ๆ ประกาศสิทธิ์บ้าบอแบบนี้สักที คนเข้าใจผิดกันทั้งมหาวิทยาลัยแล้ว!” นิ่มแหวใส่เสียงขุ่น พลางยื่นเสื้อช็อปคืนให้อีกฝ่ายอย่างกระแทกกระทั้น

สายฟ้าไม่รับเสื้อตัวนั้นซ้ำยังกอดอก แววตาอสูรจ้องลึกเข้าไปในดวงตาหวานอย่างกวนประสาท “เข้าใจผิดตรงไหน? พี่บอกแล้วไง... เกียร์อยู่ที่ใจ ใจอยู่ที่เกียร์ ฝากเสื้อช็อปไว้กับหมอ แปลว่าหมอคือผู้หญิงของสายฟ้า ใครหน้าไหนกล้าเข้าใจผิด พี่จะไปลากคอแม่งมาคุยในลานเกียร์นี่เลย”

“โรคจิต! ป่าเถื่อนไม่มีใครเกิน เอาเสื้อของพี่คืนไปเลยนะ!” นิ่มยัดเสื้อช็อปใส่มือหนา ก่อนจะหมุนตัวตั้งท่าจะเดินหนีออกไปจากดินแดนอันตรายแห่งนี้

ทว่าอสูรแห่งวิศวะมีหรือจะปล่อยให้เหยื่อตัวน้อยหลุดมือไปง่าย ๆ ...

หมับ! มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเล็กอย่างรวดเร็วแต่ทว่านุ่มนวล แรงดึงเพียงนิดเดียวก็ฉุดร่างบางให้ถอยหลังกลับมา สายฟ้าอาศัยจังหวะที่นุ่มนิ่มกำลังตกใจ ขยับตัวเข้ามาประชิดกักร่างเล็กของนิ่มไว้กับเสาปูนต้นใหญ่ใต้ตึกคณะ แขนแกร่งทั้งสองข้างยกขึ้นยันเสาไว้ ล้อมกรอบร่างระหงจนเธอหมดทางหนี กลิ่นอายบุรุษเพศและรังสีความดุดันอันเป็นเอกลักษณ์ของเขาแผ่ซ่านจนนิ่มหัวใจกระตุกรัว

“พี่สายฟ้า! ปล่อยนะ คนมองกันใหญ่แล้ว!” นิ่มเอ่ยเสียงสั่น พยายามใช้มือเรียวดันแผงอกแกร่งที่อุดมไปด้วยกล้ามเนื้อแน่นตึงใต้เสื้อช็อป ทว่าเขากลับขยับหน้าผากคมสันลงมาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มเนียนที่บัดนี้แดงก่ำลามไปถึงใบหู

“มองก็มองดิ... ใครกล้าสบตาพี่ก็ลองดู” สายฟ้าตวัดสายตาดุ ๆ กวาดมองไปรอบ ๆ จนพวกเด็กวิศวะที่แอบดูอยู่รีบหันหน้าหนีกันจลาจล ชายหนุ่มหันกลับมาส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ให้นางเอก

“อยากให้พี่ปล่อย... มันต้องมีข้อแลกเปลี่ยน แฟร์ ๆ หน่อยดิหมอ”

“ข้อแลกเปลี่ยนอะไรของพี่อีก? นิ่มไม่มีอะไรจะแลกทั้งนั้น!”

“เย็นนี้... ไปกินข้าวเย็นกับพี่” สายฟ้าออกคำสั่งเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจ แววตาฉายความเอาแต่ใจขั้นสุด “ห้ามปฏิเสธ ห้ามอ้างเรื่องเรียน เพราะรายงานวิจัยนวัตกรรมแพทย์-วิศวะของหมอ พี่เป็นคนติวให้จนได้ข้อมูลครบ ถ้าไม่มีพี่ช่วย... ป่านนี้หมอนิ่มยังนั่งร้องไห้อยู่ในห้องสมุดอยู่เลยมั้ง”

“พี่สายฟ้า! อย่ามาทวงบุญคุณนะ” นิ่มมุ่ยหน้าค้อนขวับ ขัดใจเป็นที่สุดที่โดนอสูรเจ้าเล่ห์ตนนี้จับจุดอ่อนได้หมด ป้อมปราการความเย็นชาที่เธออุตส่าห์สร้างขึ้นมาปกป้องตัวเอง คล้ายจะสั่นคลอนและทลายลงทีละชั้นเมื่ออยู่ต่อหน้าความตื้อระดับมหากาฬของเขา

“ไม่ได้ทวง... แค่อยากชวนแฟนไปกินข้าวแค่นั้นเอง”

“ใครแฟนพี่! นิ่มยังไม่ได้ตกลงสักคำ!” นิ่มแว๊ดขึ้นทันควัน หน้าหวานแดงแป๊ดจนแทบจะระเบิด

“หึ... ปากแข็งจริง ๆ นะ ตอนนี้ยังไม่ใช่ แต่อนาคตไม่แน่ ใครจะไปรู้” สายฟ้าหลุดขำในลำคอด้วยความเอ็นดู มือหนาข้างหนึ่งละออกจากเสาปูน เลื่อนขึ้นไปบีบแก้มเนียนใสของนิ่มเบา ๆ ด้วยความหมั่นเขี้ยว สัมผัสอบอุ่นจากฝ่ามือสากที่เคยจับเครื่องมือช่างและผ่านการชกต่อย ทว่ายามที่แตะต้องตัวเธอมันกลับนุ่มนวลและถนอมเธอที่สุด จนความกลัวในใจของนิ่มลดฮวบลงเหลือเพียงความรู้สึกแปลกใหม่ที่ชวนให้หัวใจเต้นโครมคราม

“จะยอมไปกินข้าวดี ๆ หรือจะให้พี่อุ้มหมอเดินตัดลานเกียร์ไปที่รถ เลือกเอา... พี่ให้เวลาสามวินาที” สายฟ้าเลิกคิ้วหนาท้าทาย ขยับหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกโด่งแทบจะชนกับแก้มใส

นิ่มเม้มริมฝีปากแน่น รู้ดีว่าคนป่าเถื่อนและเอาแต่ใจอย่างสายฟ้า ‘พูดจริงทำจริง’ เสมอ ถ้าเธอไม่ยอม มีหวังเขาได้อุ้มเธอโชว์คนทั้งมหาวิทยาลัยแน่ ๆ สุดท้ายเพื่อรักษาภาพลักษณ์อันน้อยนิดของว่าที่คุณหมอเอาไว้ เธอก็ตอบตกลงอย่างจำนน

“ก็ได้ค่ะ! ไปกินก็ไป... แต่พี่ต้องปล่อยนิ่มก่อน!”

สายฟ้ากระตุกยิ้มกว้างอย่างผู้ชนะ ยอมผละตัวถอยห่างออกไปแต่ทว่ามือหนากลับเลื่อนลงมาคว้ากุมข้อมือเล็กเอาไว้หลวม ๆ ดึงให้เธอเดินตามร่างสูงใหญ่ของเขาไปที่ลานจอดรถหน้าตึกคณะ ทันทีที่ก้าวพ้นใต้ถุนอาคาร นิ่มก็ต้องสะดุดตากับ รถซูเปอร์คาร์สีดำด้าน (Matte Black) คันหรู ราคาหลายสิบล้านที่จอดเด่นหราอยู่ตรงที่จอดรถ ซึ่งปกติเธอจะเห็นเขาขี่แต่บิ๊กไบค์คันยักษ์

“อ้าว... วันนี้พี่ไม่ได้ขี่บิ๊กไบค์มาหรอกเหรอคะ?” นิ่มถามพลางช้อนสายตามองด้วยความแปลกใจ

สายฟ้าเดินไปเปิดประตูรถฝั่งข้างคนขับให้เธออย่างสุภาพอย่างที่น้อยคนนักจะได้เห็น มุมปากหยักสวยยกยิ้มจาง ๆ แววตาคมกริบกวาดมองเรียวขาคู่สวยภายใต้กระโปรงนักศึกษาแพทย์ถูกระเบียบของเธอแวบหนึ่ง ก่อนจะตอบเสียงทุ้ม

“ก็เห็นว่าวันนี้หมอใส่กระโปรงมา... ขืนให้ซ้อนท้ายบิ๊กไบค์ พี่ก็หวงตายห่าสิ ใครกล้ามองขาแฟนพี่ พี่คงต้องไล่ตบกบาลมันทั้งมหาวิทยาลัยพอดี” คำพูดตรงไปตรงมาแฝงความหึงหวงดุดันทำเอาคนฟังหน้าร้อนผ่าวอึกอัก ยอมก้าวขาขึ้นไปนั่งบนเบาะหนังแท้ฝั่งตุ๊กตาหน้ารถอย่างจำนน

สายฟ้าปิดประตูตามหลังเบา ๆ ก่อนจะเดินอ้อมมาฝั่งคนขับและพาพาหนะคันหรูทะยานออกจากคณะวิศวกรรมศาสตร์มุ่งหน้าสู่ร้านอาหารทันที จริงๆ แล้วเพราะบิ๊กไบค์คันโปรดของเค้าเสียวันนี้จึงต้องเอารถคันโปรดอีกคันมา แต่ก็ถือเป็นเรื่องที่ดีเพราะเขาไม่มีทางให้ใครได้เห็นขาอ่อนของว่าที่แฟนเขาเด็ดขาด

ภายในห้องโดยสารที่เงียบสงบและอบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำหอมปรับอากาศราคาแพงผสมกลิ่นกายอ่อน ๆ ของสารถีหนุ่ม นิ่มลอบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของชายหนุ่มพลางถอนหายใจออกมาเบา ๆ สัมผัสอุ่นวาบที่ข้อมือเมื่อครู่ยังคงหลงเหลืออยู่ลึก ๆ ในความรู้สึก อสูรร้ายที่ใคร ๆ ต่างหวาดกลัวคนนี้ เวลาอยู่กับเธอ เขากลับมีเสน่ห์ล้นเหลือ มีความใส่ใจในรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างเรื่องเครื่องแต่งกายของเธอ และมีความอ่อนโยนที่ซ่อนอยู่หลังภาพลักษณ์ดิบเถื่อนพวกนั้น...

และเสน่ห์เหล่านั้น มันกำลังค่อย ๆ คืบคลานเข้ามายึดครองพื้นที่ในหัวใจของเธอทีละน้อยอย่างไม่อาจต้านทานได้อีกต่อไป

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ช็อปเปื้อนฝุ่นกับกาวน์เปื้อนเกียร์   บทที่30 -เจ้าหญิงของอสูรร้าย (Happy Ending) -NC-

    แสงแดดจ้าสะท้อนผืนน้ำทะเลสีครามระยิบระยับราวกับเกล็ดเพชร ลมทะเลพัดโชยหอบเอาความสดชื่นและกลิ่นไอทะเลเข้ามาปะทะใบหน้าหวานของ ‘นิ่ม’ ที่ตอนนี้ขยับฐานะมาเป็นภรรยาตีตราจองของสายฟ้าอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว หลังจากเข้าพิธีวิวาห์เรียบง่ายทว่าอบอวลไปด้วยความสุข ประจวบเหมาะกับเป็นช่วงปิดภาคเรียนพอดี สายฟ้าจึงตั้งใจจะพายัยตัวเล็กของเขาบินลัดฟ้าไปฮันนีมูนไกลถึงต่างประเทศแต่นิ่มกลับปฏิเสธ... เพราะเธอรู้ดีว่าชายหนุ่มเพิ่งเรียนจบและต้องเข้ามาบริหารดูแลอู่สายฟ้าโอเวอร์ไดรฟ์รวมถึงสนามแข่งไซโคลน สปีดเวย์แบบเต็มตัว งานเอกสารและดีลธุรกิจต่าง ๆ กำลังรัดตัวจนเขาแทบไม่ได้พัก นิ่มไม่อยากให้คนรักต้องทิ้งงานและหอบความกังวลไปไกลถึงต่างแดน เธอจึงเลือกที่จะชวนเขาลงใต้มาติดเกาะที่ภูเก็ตแทน“พี่สายฟ้าดูสิคะ ทะเลไทยสวยไม่แพ้ที่ไหนในโลกเลยนะ นิ่มบอกแล้วว่ามาที่นี่ก็พอ ไม่ต้องทิ้งงานไปไกล ๆ หรอกค่ะ” ร่างบางในชุดเดรสสายเดี่ยวผ้าพลิ้วสีขาวหันมาส่งยิ้มตาหยีให้สามีป้ายแดงขณะเดินทอดน่องอยู่บนหาดทรายขาวละเอียดสายฟ้าที่เดินตามหลังมาสวมกอดเอวคอดกิ่วของภรรยาจากทางด้านหลังทันที ซุกหน้าลงกับไหล่มนสูดความหอมกรุ่นเข้าปอดฟอดใหญ่ “ก็

  • ช็อปเปื้อนฝุ่นกับกาวน์เปื้อนเกียร์   บทที่29 -อยากเป็นเจ้าของเธอตลอดไป -NC-

    หลังจากผ่านพ้นมรสุมความวุ่นวายและบทพิสูจน์ความรักอันหนักหน่วงมามากมาย ท้องฟ้าหลังพายุใหญ่ก็กลับมาสดใสและสงบเงียบอีกครั้ง แต่ความสงบสุขนั้นมักจะมาพร้อมกับบททดสอบใหม่เสมอ... โดยเฉพาะเมื่อ 'คุณหมอนิ่ม' ของสายฟ้าที่่ยิ่งโตก็ยิ่งเปล่งประกายความสวย ละมุนตาจนกลายเป็นดาวเด่นของคณะแพทยศาสตร์ แม้ว่านิ่มจะเรียนหนักจนแทบไม่มีเวลาหายใจ แต่ความน่ารักเป็นธรรมชาติของเธอกลับดึงดูดให้หนุ่ม ๆ ทั้งในและนอกคณะแวะเวียนมาขายขนมจีบไม่เว้นแต่ละวัน บางรายถึงขั้นแสร้งทำเป็นป่วยเพื่อมาขอคำปรึกษาจากนักศึกษาแพทย์สาวเลยทีเดียวและคนที่ไม่เป็นอันทำอะไรเลยก็คือ 'สายฟ้า'ชายหนุ่มในชุดช็อปวิศวะปี 4 ที่ตอนนี้เหลือเวลาอีกไม่กี่เดือนก็จะเรียนจบอย่างเป็นทางการ ต้องคอยแวะเวียนมาทำหน้าตึง แผ่รังสีอำมหิตเป็นหมาหวงก้างอยู่ใต้ตึกคณะแพทย์แทบทุกวัน จนหนุ่ม ๆ พากันเข็ดขยาด แต่พอมานั่งคิดดูแล้ว... หลังจากเขาเรียนจบไป ต้องเข้าบริหารงานที่สนามแข่งและอู่สายฟ้าโอเวอร์ไดรฟ์เต็มตัว เขาคงไม่มีเวลาตามมาเฝ้าตามมาคุมยัยตัวเล็กของเขาได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงแบบนี้แน่‘ถ้าอย่างนั้น... ก็ตีตราจองให้จบ ๆ ไปเลยดีกว่า’ความคิดนั้นทำให้สายฟ้ารีบแจ

  • ช็อปเปื้อนฝุ่นกับกาวน์เปื้อนเกียร์   บทที่28 -แมตช์เดิมพัน

    ร่างบางของนิ่มกึ่งเดินกึ่งวิ่งกลับเข้ามาภายในห้องรับรอง VIP ด้วยหัวใจที่ยังคงเต้นระทึกไม่หาย มือเรียวยกขึ้นลูบหน้าอกเบา ๆ เพื่อปลอบประโลมความตื่นตระหนกจากเหตุการณ์เมื่อครู่ ทันทีที่เปิดประตูเข้าไป เสียงกระหึ่มจากภายนอกก็ถูกตัดออกด้วยกระจกเก็บเสียงบานหนา สายฟ้าที่เพิ่งเคลียร์งานกับพายุและแบงก์เสร็จหันมาเห็นเธอเข้าพอดี ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยนิ่งขรึมพลันเปลี่ยนเป็นอบอุ่นขึ้นมาทันตา"ไปห้องน้ำนานจังครับ นิ่มเป็นอะไรหรือเปล่า หน้าตาดูตื่น ๆ" สายฟ้าสาวเท้าเข้ามาหาพลางใช้หลังมือแตะแก้มเนียนเบา ๆ ด้วยความห่วงใยนิ่มลอบกลืนน้ำลาย เธอตัดสินใจส่งยิ้มบาง ๆ พลางส่ายหน้า "เปล่าค่ะ พอดีคนเยอะน่ะค่ะ นิ่มเลยต้องเดินวนหาห้องน้ำที่ว่างอยู่ ไม่มีอะไรหรอกค่ะพี่สายฟ้า"เธอเลือกที่จะเงียบและไม่บอกเรื่องของหมื่นฟ้าให้คนรักฟัง เพราะรู้ดีว่าสายฟ้าเป็นคนใจร้อนและขี้หวงขนาดไหน หากรู้ว่ามีผู้ชายมาพูดจาแทะโลมใส่เธอที่หลังสนาม มีหวังอาณาจักรไซโคลน สปีดเวย์แห่งนี้คงได้นองเลือดก่อนที่การแข่งขันรอบถัดไปจะเริ่มขึ้นแน่ ๆ อีกอย่างเธอคิดว่ามันเป็นแค่การเจอกันโดยบังเอิญ และหลังจากวันนี้เธอกับผู้ชายเพลย์บอยคนนั้นก็คงไม่มีทา

  • ช็อปเปื้อนฝุ่นกับกาวน์เปื้อนเกียร์   บทที่27 -"หมื่นฟ้า"

    กลิ่นน้ำมันเครื่องจาง ๆ เสียงยางบดเบียดกับผิวถนนดังเอี๊ยดอ๊าด และเสียงคำรามของเครื่องยนต์ที่ดัดแปลงมาอย่างเต็มสูบดังก้องไปทั่วอาณาจักรความเร็วอันกว้างใหญ่ 'ไซโคลน สปีดเวย์' (Cyclone Speedway) สนามแข่งขันรถยนต์ทางเรียบมาตรฐานสากลแห่งใหม่ที่เป็นการร่วมทุนครั้งสำคัญของสามหนุ่มฮอตแห่งแก๊งวิศวะ—สายฟ้า พายุ และแบงก์วันนี้เป็นวันแข่งขันแมตช์สำคัญระดับประเทศ บรรยากาศรอบสนามจึงคึกคักเป็นพิเศษด้วยเหล่าบรรดาบายเออร์ สปอนเซอร์ และผู้ชมที่ตีตั๋วเข้ามาจนเต็มความจุของสเตนด์"พี่สายฟ้า... เสียงรถมันดังขนาดนี้เลยเหรอคะ นิ่มตื่นเต้นจัง"นิ่มที่อยู่ในชุดเสื้อยืดสีขาวกางเกงยีนส์เรียบง่ายแต่กลับดูน่ารักสดใสจนตาพร่า เอ่ยถามชายหนุ่มข้างกายเสียงสั่น มือเรียวเล็กกุมกระชับมือหนาของสายฟ้าไว้แน่น สายตาของเธอกวาดมองรถแข่งสีสันฉูดฉาดที่กำลังวอร์มอัปอยู่บนแทร็กด้วยความตื่นตาตื่นใจ เพราะนี่คือครั้งแรกในชีวิตที่คุณหมอฝึกหัดอย่างเธอได้ก้าวเข้ามาในสถานที่ที่เต็มไปด้วยอะดรีนาลีนแห่งนี้สายฟ้าในลุคเจ้าของสนามสุดเท่ สวมเสื้อแจ็กเก็ตทีมสีดำปักลายสายฟ้า ลอบยิ้มมุมปากด้วยความเอ็นดู ชายหนุ่มกระชับมือเล็กให้แน่นขึ้นพลางก้มลงก

  • ช็อปเปื้อนฝุ่นกับกาวน์เปื้อนเกียร์   บทที่26 -ดอยสูงและสายลมหนาว

    สายลมหนาวพัดโบกสะบัดจนยอดหญ้าบนดอยสูงของจังหวัดเชียงรายเอนลู่ นักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 3 ของมหาวิทยาลัยชื่อดังในกรุงเทพฯ ต่างอยู่ในชุดกราวน์สั้นทับด้วยเสื้อกันหนาวหนา ๆ กำลังสาละวนกับการจัดเตรียมสถานที่ภายในอาคารอเนกประสงค์ของหมู่บ้านชาวเขา นิ่มก้มหน้าก้มตาจัดเตรียมแผงยา และอุปกรณ์ตรวจวัดสัญญาณชีพอย่างคล่องแคล่วเพื่อเตรียมต้อนรับชาวบ้านที่มารอรับการตรวจรักษาใน 'ค่ายอาสาแพทย์แผนชุมชนบนดอยสูง'ปีนี้เธอขึ้นปี3 ส่วนสายฟ้าก็เป็นพี่วิศวะเครื่องกลปี4 ใกล้เรียนจบแล้วการมาออกค่ายต่างจังหวัดยาวนานถึงหนึ่งสัปดาห์เต็มในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของวิชาการแพทย์ชุมชนและการส่งเสริมสุขภาพอนามัยในพื้นที่ห่างไกล นิ่มตั้งใจกับค่ายนี้มาก แต่ในใจลึก ๆ กลับมีความรู้สึกโหวงเหวงอย่างบอกไม่ถูกเพราะนี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่เธอต้องห่างจาก 'คนขี้หวง' นานขนาดนี้"นิ่ม... เหม่ออะไรอยู่จ๊ะ อิพี่สายฟ้าวิดวะสุดหล่อฉุดกระชากวิญญาณเธอไปอีกแล้วเหรอ" 'มินตรา' เพื่อนสนิทเอ่ยแซวพลางยื่นขวดแอลกอฮอล์ล้างมือให้ นิ่มสะดุ้งเล็กน้อยก่อนแก้มจะสุกปลั่งเป็นลูกตำลึงสุก"บ้าเหรอมิน... นิ่มแค่กำลังคิดย้อนทบทวนโดสยาแก้ไอของเด็กน่ะ"

  • ช็อปเปื้อนฝุ่นกับกาวน์เปื้อนเกียร์   บทที่25 -มื้ออาหารลองใจและคำสัญญาของลูกผู้ชาย

    หลังจากเหตุการณ์เผชิญหน้าระหว่างศัลยแพทย์รุ่นใหญ่กับอดีตเฮดว้ากหนุ่มที่หน้าตึกคณะแพทย์ผ่านพ้นไป รถยนต์ส่วนตัวของหมอเกริกพลก็เคลื่อนตัวกลับมาถึงบ้านหลังโตในเย็นวันนั้น อาจารย์หมอวัยกลางคนเดินเข้าบ้านด้วยท่าทีครุ่นคิด สายตาที่เคยเฉียบขาดบัดนี้ฉายแววสับสนกึ่งประทับใจจนผู้เป็นภรรยาอย่าง 'หมอพิมพ์พา' ซึ่งนั่งรอฟังข่าวอยู่ที่ห้องรับแขกต้องรีบวางมือจากหนังสือการแพทย์ในมือแล้วลุกเดินเข้ามาหา"เป็นยังไงบ้างคะคุณ ลูกชายบ้านนั้นป่าเถื่อนดุดันอย่างที่คนเขาบอกมาไหม แล้วนิ่มเป็นยังไงบ้าง" หมอพิมพ์พาเอ่ยถามด้วยความร้อนใจตามประสาแม่ที่หวงลูกสาวสุดหัวใจหมอเกริกพลถอนหายใจยาวพลางทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาหนังตัวหรู "ดุดันน่ะจริง... รอยสักเต็มแขน ท่าทางนักเลงโตจนน่าโมโห แต่ผิดคาดตรงที่เด็กนั่นมีสมองและมีวุฒิภาวะเกินตัวมากพิมพ์พา เขายอมก้มหัวให้ผมอย่างนอบน้อม แถมวิสัยทัศน์การทำธุรกิจของเขายังอธิบายออกมาเป็นระบบระเบียบอย่างกับโครงสร้างโรงพยาบาลชั้นนำ ไม่มีท่าทีก้าวร้าวใส่ผมเลยสักนิด"หมอพิมพ์พาเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ "ขนาดนั้นเลยเหรอคะ? อาจารย์หมอเกริกพลผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเฮี้ยบชมเด็กวัยรุ่นเนี่ยนะ""แค่บอกว

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status