مشاركة

บทที่ 3

เสี่ยวชุนสูดน้ำมูก นั่งตัวตรงขึ้นเล็กน้อย พยายามเรียบเรียงความทรงจำที่เจ็บปวดอย่างสุดความสามารถ ดวงตาของนางมองพื้นไม่กล้าสบสายตาที่เฉียบคมเกินวัยของคุณหนูที่ดูคล้ายไม่เหมือนคนเดิม

"เรื่องมันเริ่มขึ้น...หลังจากที่เหมยลี่ฮูหยินได้รับแต่งตั้งเป็นฮูหยินเอกเจ้าค่ะ" นางเริ่มเล่าเสียงสั่น "ทุกอย่างในจวนก็ค่อย ๆ เปลี่ยนไป คนเก่าแก่ของฮูหยินใหญ่ทุกคนได้ถูกย้ายไปทำงานส่วนนอก ไม่ก็ถูกหาเรื่องจับผิดจนต้องลาออกไปเอง..."

"แล้วเรื่องที่ข้าถูกส่งมาที่นี่ล่ะ? เหตุผลที่แท้จริงคืออะไร?"จื่อเหยาถามแทรกขึ้น แม้น้ำเสียงของนางจะเรียบเฉยแต่ก็แฝงความกดดันอยู่ในที

เสี่ยวชุนสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะตอบตะกุกตะกักด้วยความสับสนว่าเหตุใดคุณหนูของตนจึงจำไม่ได้...กระนั้นด้วยความที่เคยถูกอบรมมาว่านายถามอะไรก็ต้องตอบ...นางจึงได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้

"คะ...คือว่า...เมื่อครึ่งเดือนก่อน เป็นวันเกิดของคุณหนูรองเจี้ยนซู่ ในงานเลี้ยง...คุณหนู...เอ่อ...คุณหนูมีปากเสียงกับคุณหนูรองเรื่องปิ่นหยกที่ฮูหยินใหญ่เคยให้ท่านไว้ ละ...แล้วคุณหนูรองก็พลัดตกสระบัวเจ้าค่ะ!"

(พลัดตกสระบัว? คลาสสิกเกินไปหน่อยมั้ง) จื่อเหยาคิดในใจ

"บ่าวรับใช้ทุกคนของฮูหยินเหมยลี่ต่างชี้ตัวว่าเห็นคุณหนูผลักคุณหนูรองตกน้ำ" เสี่ยวชุนรีบแก้ตัวแทน "แต่บ่าวเห็นกับตา! คุณหนูไม่ได้ผลัก! คุณหนูแค่ปัดมือที่คุณหนูรองจะมาแย่งปิ่นไปเท่านั้น แต่นางกลับเซถลาล้มลงไปเองเจ้าค่ะ! เหมือนจงใจ!"

"แล้วน้องรองเป็นอะไรมากหรือไม่?" จื่อเหยาถามต่อ จุดนี้สำคัญที่สุดในการวิเคราะห์

"นางแค่สำลักน้ำเล็กน้อยกับมีรอยถลอกที่แขนเจ้าค่ะ แต่ฮูหยินเหมยลี่กลับร้องห่มร้องไห้ราวกับลูกสาวจะสิ้นใจ กล่าวหาว่าคุณหนูมีจิตใจโหดเหี้ยม คิดจะฆ่าน้องสาวต่างมารดา"

(บาดแผลไม่สมเหตุสมผลกับข้อกล่าวหา...เป็นการจัดฉากอย่างชัดเจน) จื่อเหยาคิดอย่างสรุป

"แล้วหลังจากนั้นล่ะ?" วิญญาณของนิติเวชสาวในร่างของเด็กหญิงยังคงถามต่อไป

"หลังจากนั้น...คุณหนูก็เอาแต่กรีดร้องโวยวายอยู่ในห้องเจ้าค่ะ" น้ำเสียงของเสี่ยวชุนอ่อยลง "ท่านเอาแต่ปฏิเสธอย่างเดียว...แต่ไม่มีใครฟังท่านเลย ยิ่งท่านโกรธเกรี้ยวมากเท่าไร...ท่านโหวก็ยิ่งมีสีหน้าผิดหวังและรำคาญใจมากขึ้นเท่านั้น...สุดท้าย ท่านโหวจึงมีคำสั่งให้ส่งตัวคุณหนูมาดัดนิสัยที่เรือนเมฆาคล้อยแห่งนี้ โดยอ้างว่าทนพฤติกรรมก้าวร้าวของท่านไม่ไหวอีกต่อไป..."

คำพูดของเสี่ยวชุนยืนยันข้อสันนิษฐานของจื่อเหยาทั้งหมด พิษเรื้อรังที่เธอได้รับไม่ได้ฆ่าเธอทันที แต่มันทำลายสติสัมปชัญญะ ทำให้ควบคุมอารมณ์ไม่ได้ และเปลี่ยนเธอให้กลายเป็นตัวร้ายในสายตาของทุกคนได้อย่างสมบูรณ์...ช่างเป็นแผนการที่เลือดเย็นและแยบยลนัก

"แล้วพี่ใหญ่เล่า? เขาไม่คิดช่วยข้าเลยหรือ?"

เสี่ยวชุนส่ายหน้าอย่างน่าสงสาร "คุณชายใหญ่พยายามแล้วเจ้าค่ะ! ท่านคุกเข่าขอร้องท่านโหวอยู่ครึ่งวัน บอกว่าเรื่องนี้ต้องมีอะไรเข้าใจผิด แต่ท่านโหวกลับโกรธจัด ตวาดว่าคุณชายใหญ่เข้าข้างน้องสาวจนไม่ลืมหูลืมตา พอรุ่งขึ้นอีกวัน...ก็มีคำสั่งให้คุณชายใหญ่ไปถือศีลอยู่ที่วัดทันที อีกทั้งยังจะต้องกินนอนอยู่ที่นั่นเป็นเวลาหนึ่งปีเต็มเจ้าค่ะ...เหมือน...เหมือนจงใจแยกคุณชายใหญ่ออกไปจากคุณหนู"

(ตัดกำลังสนับสนุน... หมากตัวต่อไปคือคนใกล้ชิด) จื่อเหยายังคงวิเคราะห์ต่อ

"แล้วแม่นมลู่ล่ะ?" นางถามถึงคนสุดท้ายที่พอจะนึกออก

"แม่นมลู่...หลังจากที่คุณชายใหญ่ไปแล้ว แม่นมก็พยายามเข้าไปขอความเมตตาจากท่านโหว แต่กลับถูกฮูหยินเหมยลี่กล่าวหาว่าอบรมสั่งสอนคุณหนูได้ไม่ดี เป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด ท่านโหวจึงสั่งลงโทษให้ย้ายแม่นมไปทำงานอยู่ที่โรงซักล้างเจ้าค่ะ"

สิ้นคำพูดของเสี่ยวชุน จื่อเหยาก็นิ่งเงียบไป นางหลับตาลง ภาพของกระดานหมากล้อมปรากฏขึ้นในหัว หมากสีขาวที่เคยเป็นของนางและแม่แท้ ๆ ถูกหมากสีดำของเหมยลี่ไล่ต้อนและจับกินไปทีละตัว...จนหมดสิ้น ทั้งพี่ชาย แม่นม และตัวนางเอง...ไม่มีใครรอดพ้น

นี่ไม่ใช่แค่เรื่องชิงดีชิงเด่นในเรือนหลังธรรมดา แต่มันคือการวางแผนโค่นล้มอย่างเป็นระบบ ก่อนที่นางจะลืมตาขึ้นอีกครั้ง ความเวทนาต่อชะตากรรมของหรงจื่อเหยาคนเดิมแปรเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่นอันเย็นเยียบ

"เสี่ยวชุน"

"เจ้าคะ?"

จื่อเหยาหยิบซองผงสีขาวที่ได้จากระบบออกมาจากแขนเสื้ออย่างระมัดระวัง "นี่คือ ยาบำรุงที่ท่านแม่เคยให้ข้าเก็บไว้ก่อนสิ้นใจ..." นางโกหกหน้าตายแม้จะรู้ดีว่ามันดูไม่สมเหตุสมผลนักก็ตาม

"ต่อไปนี้ ไม่ว่าเจ้าจะเอาน้ำหรืออาหารอะไรมาให้ข้า...ให้แอบผสมผงนี่ลงไปครั้งละหนึ่งช้อน อย่าให้ใครเห็นเด็ดขาด เข้าใจหรือไม่?"

เสี่ยวชุนมองซองยาในมือคุณหนูด้วยความประหลาดใจ แต่เมื่อได้ยินว่าเป็นของฮูหยินใหญ่ผู้ล่วงลับ นางก็พยักหน้ารับคำด้วยสีหน้าจริงจัง

"เจ้าค่ะคุณหนู บ่าวจะทำตามที่ท่านสั่งทุกอย่าง!"

"ดี" จื่อเหยาพยักหน้าอย่างพอใจ "ตอนนี้...เป้าหมายแรกของเราคือต้องรอดชีวิตและแข็งแรงขึ้นในที่แห่งนี้ให้ได้ก่อน ส่วนเรื่องการเอาคืน..." นางเว้นจังหวะ ดวงตาฉายแววฉลาดล้ำลึก

"เราจะไม่รอโอกาส แต่จะสร้างโอกาสขึ้นมาเอง"

เสี่ยวชุนมองใบหน้าของคุณหนูที่ดูเปลี่ยนไปเป็นคนละคน นางกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ความหวาดกลัวก่อนหน้านี้ถูกแทนที่ด้วยความสงสัยใคร่รู้

"สร้างโอกาส...หรือเจ้าคะ?" นางเอ่ยถามเสียงเบา "แต่...แต่เราจะทำเช่นไรได้ ในเมื่อเราถูกขังอยู่ในเรือนแห่งนี้ คนของ ฮูหยินเหมยลี่ก็จับตาดูเราทุกฝีก้าว..."

จื่อเหยามองความกังวลในแววตาของสาวใช้แล้วคลี่ยิ้มบางออกมาเป็นครั้งแรก รอยยิ้มนั้นไม่ได้สดใสเหมือนเด็กสาววัยเดียวกัน แต่กลับแฝงความนิ่งอย่างลึกซึ้งและความมั่นใจอย่างประหลาด

"เจ้าพูดถูก เราทำอะไรผลีผลามไม่ได้" จื่อเหยาตอบรับ "การกรีดร้องโวยวายหรือพยายามหนี มีแต่จะทำให้ข้อกล่าวหาของเหมยลี่ฮูหยินดูเป็นจริง และทำให้ท่านพ่อรังเกียจข้ามากขึ้นไปอีก...ซึ่งนั่นคือสิ่งที่นางต้องการ"

จื่อเหยาเว้นจังหวะเล็กน้อยเพื่อสังเกตเสี่ยวชุน และเมื่อเห็นว่าบ่าวตัวน้อยกำลังตั้งใจฟังอย่างจดจ่อนางจึงได้พูดต่อ

"เจ้าลองคิดดูนะเสี่ยวชุน สิ่งที่ทำให้ท่านพ่อตัดสินใจส่งข้ามาที่นี่คืออะไร?"

"ก็...ก็เพราะคุณหนู...เอ่อ...อาละวาด แล้วก็ถูกกล่าวหาว่าทำร้ายคุณหนูรองเจ้าค่ะ"

"ถูกต้อง" จื่อเหยาพยักหน้า "ท่านพ่อมองว่าข้าคือปัญหาคือภาระที่สร้างความวุ่นวาย ดังนั้น...หนทางเดียวที่จะทำให้ท่านพ่อเปลี่ยนใจ ไม่ใช่การอ้อนวอน แต่คือการพิสูจน์ให้ท่านเห็นว่าข้าไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป...แต่เป็นทางแก้ปัญหาต่างหาก"

เสี่ยวชุนขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ "ทางแก้ปัญหา...หรือเจ้าคะ?"

"ใช่" จื่อเหยากล่าวเสียงหนัก "เราต้องทำให้ท่านพ่อเห็นว่าข้ามีประโยชน์ เกินกว่าจะถูกทิ้งให้เน่าตายอยู่ที่นี่"

(ในเมื่อข้ากลับไปในฐานะลูกสาวที่น่ารักไม่ได้...ข้าก็จะกลับไปในฐานะอาวุธที่ทรงคุณค่าก็แล้วกัน) นั่นคือสิ่งที่นางคิด ในใจ

"แล้ว...แล้วเราจะทำอย่างไรเจ้าคะ?" ความสับสนในใจเสี่ยวชุนยิ่งเพิ่มทวีคูณ

"ง่ายมาก" จื่อเหยาตอบ ดวงตาเป็นประกาย "ต่อจากนี้ไป เจ้าต้องเป็นหูเป็นตาให้ข้า"

จื่อเหยาขยับตัวพิงผนังให้ถนัดขึ้น ก่อนจะอธิบายแผนการขั้นแรก "หน้าที่ของเจ้าคือ ไปฟัง...ฟังทุกเรื่องที่เกิดขึ้นในเรือนเมฆาคล้อยแห่งนี้ และถ้าเป็นไปได้ ให้หาทางคุยกับบ่าวไพร่คนอื่น ๆ หรือแม้กระทั่งชาวบ้านในหมู่บ้านเมฆาคล้อยด้วย"

"ให้บ่าวไปฟังเรื่องอะไรหรือเจ้าคะ?"

"ทุกเรื่อง" จื่อเหยาเน้น "เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ใครทะเลาะกับใคร ของใครหาย วัวใครป่วย สัตว์เลี้ยงใครตาย...ไปจนถึงเรื่องใหญ่ ๆ อย่างการทะเลาะวิวาททุกอย่าง รวมถึงการตายที่น่าสงสัย หรือเรื่องทุกข์ร้อนใด ๆ ก็ตามที่ทางการหรือผู้ใหญ่บ้านยังจัดการไม่ได้"

เสี่ยวชุนเบิกตากว้าง "คุณหนูจะสนใจเรื่องพวกนั้นไปทำไมกันเจ้าคะ?"

"เพราะในทุก ๆ ปัญหา...มักมีความจริงที่ถูกซ่อนอยู่เสมอ" จื่อเหยาตอบด้วยน้ำเสียงมีความหมาย "และไม่มีอะไรจะมีค่าไปกว่าการเปิดโปงความจริงนั้น...จงจำไว้เสี่ยวชุน คนที่กุมความลับและไขปริศนาได้ คือคนที่มีอำนาจต่อรอง"

แม้เสี่ยวชุนจะไม่เข้าใจแผนการทั้งหมดอย่างถ่องแท้ แต่นางสัมผัสได้ถึงความเฉียบแหลมและความมุ่งมั่นที่ไม่เคยเห็นมาก่อนจากคุณหนูของตน

ซึ่งนี่ไม่ใช่คุณหนูหรงจื่อเหยาคนเดิมที่เอาแต่อารมณ์ร้อนคนนั้นอีกต่อไปแล้ว แต่นี่คือผู้นำที่เยือกเย็นและมีแผนการอยู่ ในใจ ความหวังริบหรี่เริ่มฉายชัดขึ้นมาในใจของนาง

"บ่าว...บ่าวเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ! บ่าวจะทำตามที่คุณหนูสั่งทุกอย่าง!"

"ดีมาก" จื่อเหยาพยักหน้าอย่างอ่อนแรง ทั้งนี้เนื่องจากการพูดคุยที่ยาวนานเริ่มส่งผลต่อร่างกายที่อ่อนแอของนางแล้ว "ตอนนี้ข้าต้องพักผ่อนเพื่อฟื้นฟูร่างกาย เจ้าเองก็ไปหาอะไรกินเสียเถอะ แล้วหาทางเอายาบำรุงนี่ผสมน้ำอุ่นมาให้ข้าอีกครั้งตอนมื้อเย็น...จำไว้ว่าต้องแนบเนียนอย่างที่สุด"

"เจ้าค่ะคุณหนู!"

เสี่ยวชุนรับคำสั่งอย่างกระตือรือร้น นางค่อย ๆ ถอยออกจากห้องไป ปล่อยให้จื่อเหยาได้พักผ่อนตามลำพัง

จื่อเหยาหลับตาลง เสียงของระบบยังคงเงียบอยู่ แต่ในหัวของเธอนั้น แผนการขั้นต่อไปได้เริ่มก่อตัวขึ้นแล้ว...

(หาคดี...ไขคดี...สร้างชื่อเสียง...และรอ...รอวันที่ชื่อเสียงของคุณหนูนักสืบแห่งเรือนเมฆาคล้อยจะดังไปถึงหูของเสนาบดีกรมคลัง...หรงจิ้นเหวิน...ผู้เป็นบิดาของเจ้าของร่างเดิม)
استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 241

    เสียงเครื่องวัดสัญญาณชีพดังขึ้นข้างหูของหรงจื่อเหยาเป็นจังหวะสม่ำเสมอ โดยที่เธอยังคงอยู่ในอาการโคม่ามานานแสนนาน หลังจากที่แพทย์ทำการช่วยเหลือเธออย่างสุดความสามารถ ในที่สุดหญิงสาวก็สามารถลืมตาขึ้นมาบนโลกใบเดิมของตนได้อีกครั้งจื่อเหยาตกใจเป็นอย่างมากกับสิ่งที่เห็น เนื่องจากครั้งสุดท้ายเธอจำได้ว่าระบบ

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 240

    กาลเวลาผันเปลี่ยนจากหยาดฝนโปรยปรายสู่แสงแดดอันอบอุ่น เซี่ยหลงและเซี่ยเฟิ่งต่างเติบโตเป็นหนุ่มสาวที่สง่างามและเปี่ยมด้วยความสามารถ พวกเขาได้พิสูจน์ตนเองว่าคู่ควรที่จะก้าวเข้ามาสานต่อภารกิจของมารดาในหน่วยสืบสวนพิเศษเซี่ยหลงในวัยยี่สิบปีได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้บัญชาการหน่วยสืบสวนพิเศษคนใหม่ เขามีค

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 239

    “แต่ท่านแม่ พวกเราอยากช่วยท่านนี่ขอรับ” เซี่ยหลงกล่าวเสริม ดวงตาที่ฉายแววความคิดลึกซึ้งมองมารดาอย่างจริงจัง “เราอยากช่วยท่านไขคดี และปกป้องความยุติธรรมเช่นเดียวกับท่าน”เซี่ยเฟิ่งพยักหน้าหงึกหงัก “ใช่เจ้าค่ะ ท่านแม่ พวกเราแข็งแรงและฉลาดพอแล้วนะเจ้าคะ”หรงจื่อเหยายิ้มอย่างอบอุ่น นางเข้าใจความรู้สึกขอ

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 238

    “ขอคารวะใต้เท้าหรงขอรับ/เจ้าค่ะ” เสียงทักทายดังขึ้นพร้อมกันเมื่อหรงจื่อเหยาปรากฏตัวหรงจื่อเหยาพยักหน้ารับเล็กน้อย “ข้าขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความสนใจในการเข้าร่วมหน่วยสืบสวนพิเศษแห่งนี้” เสียงของนางกังวานและชัดเจน “หน่วยสืบสวนของเราจะเปิดโอกาสให้ผู้มีความรู้ความสามารถทุกคน ไม่ว่าจะบุรุษหรือสตรี... แล

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 237

    วันเวลาผันผ่านหรงจื่อเหยายังคงไม่ยอมแพ้ในการจัดตั้งหน่วยสืบสวนพิเศษ นับตั้งแต่ที่นางได้เริ่มเสนอแนวคิดนี้ในราชสำนัก นางต้องเผชิญกับการต่อต้านอย่างหนักหน่วงจากขุนนางฝ่ายอนุรักษนิยมที่ยังคงยึดมั่นในขนบธรรมเนียมโบราณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่สตรีอย่างนางจะเข้ามามีบทบาทในกิจการบ้านเมืองถึงเพียงนี้“กราบทู

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 236

    “ท่านพี่...” นางเอ่ยเรียกเขาเสียงเบา รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้า“จริงนะเหยาเอ๋อ ข้าไม่ได้แกล้งกล่าวชมเขา” เซี่ยเว่ยหลง กล่าวพลางดึงภรรยาเข้ามาใกล้ “หลงเอ๋อฉลาดเกินวัย และมีความคิดที่ซับซ้อน เขามักจะเก็บงำความรู้สึกบางอย่างเอาไว้ในใจ เช่นเดียวกับเจ้าในบางครั้ง”หรงจื่อเหยาหัวเราะออกมาอย่างสดใส “

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 153

    “พี่ใหญ่! ระวัง!” หรงจื่อเหยาตะโกนสุดเสียง แม้รู้ว่าในเกมเสียงของเธอคงจะถูกลดทอนความสำคัญลงไป แต่สัญชาตญาณกลับสั่งให้เธอทำเช่นนั้น ร่างของเธอในเกมพุ่งทะยานราวสายฟ้า กระบี่ในมือส่องประกายเย็นเยียบนักรบชุดดำผู้ถือธนูง้างสายสุดแรง ลูกธนูปลายสีดำสนิท ที่บ่งบอกว่าได้ถูกเคลือบด้วยพิษร้ายถูกปล่อยออกจากคัน

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 152

    ท่ามกลางความมุ่งมั่นของหรงจื่อเหยา คราวนี้ก็มาถึงความกังวลบางอย่างเมื่อรู้อย่างแน่ชัดแล้วว่าสิ่งที่เธอเคยประสบมามันไม่ใช่ความฝัน? แต่ว่ามันจะเป็นแค่เกมจริงหรือ?หรือว่านี่คือการแทรกแซงจากภายนอกที่ระบบเคยบอก? แล้วจะกู้คืนมิติได้อย่างไร? คำถามมากมายผุดขึ้นในสมองของเธอ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดตอนนี้นั่นก็

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 151

    ในใจของหรงจื่อเหยา... เธอพยายามเรียกหาระบบ แต่ทว่า... ทุกอย่างมีเพียงความเงียบที่ตอบกลับมา[ระบบ ได้ยินเสียงของฉันไหม] เธอยังคงไม่สิ้นความพยายามไม่มีเสียงตอบรับใด ๆ มีเพียงเสียงเครื่องมือทางการแพทย์ที่ดังเป็นจังหวะเหมือนเดิม รวมถึงเสียงกระซิบกระซาบของพยาบาลที่กำลังแจ้งข่าวไปยังคุณหมอหรงจื่อเหยาลอง

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 150

    หรงจื่อเหยาควบม้าออกจากจวนไปอย่างรวดเร็วมุ่งหน้าสู่พระราชวังท่ามกลางเสียงหวีดหวิวของสายลมที่พัดผ่านใบหน้า ก่อนที่นางจะสั่งให้อาเฉียงนำทางไปก่อนเพื่อสอดแนมสถานการณ์... ดั่งตำราพิชัยยุทธ์ที่ว่ารู้เขารู้เรารบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง‘อาเฉียง! เจ้าไปดูลาดเลาที่กำแพงวังให้ข้าก่อน และรีบรายงานกลับมาทันทีที่พ

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status