FAZER LOGINปีศาจเช่นข้าเลือกบุรุษมีเกณฑ์สามข้อ... หล่อเหลา ลีลาดี ไม่มีเมีย
Ver maisThe night was calming and quiet as the full moon shined down on us. Mother was listening to music on the radio while I was looking out the window with my headphones on. Mom wanted to have a girl's day out. So we went to the movies, a spa, and then we ate out.
We were on our way back home when it happened...
A car suddenly slammed against my side. Causing the car to swerve brutally out of control. Mother tried to take back control. But the car eventually flips off of the ground, rolling twice before stopping upside down.
Glass was shattering everywhere. The car had flipped over once before I passed out due to a concussion. The next thing I knew, I was waking up to an intense ringing in my ears while hanging upside down.
My head was throbbing with pain. I tried to unbuckle myself but it was stuck. I turn my head towards mother. But she was already gone.
"Mom. Mom!"
The driver door was wide open. But I didn't see or hear mother outside. After struggling, I finally broke free from my seat belt and fell to the ground. My body ached with every movement. Then I used the rest of my strength to pull myself out of the car. Crawling my way towards the opened door.
And that's when I saw her. Mother's body was just laying in the middle of the road. I sat by her side, desperately trying to wake her up. But she wasn't responding. This can't be happening.
Soon, the ambulance came. The last thing I remember was staying by her side until the ambulance came, thinking about how everything changed from the moment our cars connected. But I feel like there was something else. Something I couldn't remember.
๔๖ตำนานตลอดไป งานแต่งงานของเฟิ่งเฟยและตานติ่งเฮ่อถูกเนรมิตให้เป็นดั่งดินแดนบุปผาจากฝีมือของปีศาจบุปผา ดอกไม้นานาชนิดเป็นสีดำ แดง ม่วงและน้ำเงินถูกจัดไว้อย่างลงตัวในห้องโถง แขกที่มาร่วมงานต่างเพลิดเพลินไปกับการชมดอกไม้ขณะรอพิธีการเริ่ม พิธีการแต่งงานของแดนปีศาจไม่มากขั้นตอน บ่าวสาวเพียงใส่ชุดแต่งงานแล้วร่วมกรีดเลือดสาบานตนต่อหน้าแขกเหรื่อทั้งงาน เลือดที่กรีดจากกริชเงินจะถูกหยดลงศิลานิรันดร์กาล เครื่องหมายอันแสดงว่าชายหญิงได้ร่วมพิธีสาบานตนกันแล้ว หากใครผิดคำสาบานจะโดนศิลานิรันดร์กาลสำเร็จโทษเอง “บ่าวสาวมาถึงแล้ว” เมื่อฤกษ์ยามมาถึง ผู้ดำเนินการในพิธีก็เบิกตัวบ่าวสาวเข้าสู่ห้องโถง แขกในงานอยู่ในความเงียบสงบ หันไปทางเข้าประตูห้องโถงใหญ่ เมื่อสองเท้าต่างขนาดก้าวเข้ามาด้านใน ทุกคนก็ปรบมือต้อนรับเป็นการให้เกียรติตัวเอกของงาน เฟิ่งเฟยใส่ชุดสีแดงบ่อยแล้ว นางจึงขอเจ้าบ่าวใส่ชุดแต่งงานสีขาวทั้งตัวแทน ดอกไม้และชุดของแขกเป็นโทนทึบ เมื่อเห็นบ่าวสาวอยู่ในชุดสีขาวกันทั้งคู่ทำให้ดูสว่างไสวโดดเด่นราวกับมีแสงตกกระทบ “ท่านพ่อ”
๔๕มือเย็นใจอุ่น เฟิ่งเฟยกำลังอึ้งกับสารที่เพิ่งได้รับมาเมื่อครู่นี้ เดินใจลอยในหัวคิดโน้นนี่นั่น รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ตานติ่งเฮ่อพานางมาหยุดอยู่ที่รังไหมด้านหลังตำหนักประมุขปีศาจ “เฮ่อเกอพาข้ามาที่นี่ทำไมเจ้าคะ” นางหลุดออกจากภวังค์ได้เพราะมือหนากระตุกมือนางเบา ๆ เพราะความจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเป็นผลให้สมองของนางประมวลผลได้ช้า ลืมไปแล้วว่ารังไหมที่อยู่ตรงนี้มีไว้สำหรับทำอะไร “มนุษย์สองคนนั้นอย่างไรเล่า ตอนนี้พวกเขากำลังอยู่ในช่วงฟักตัว เจ้ารู้หรือไม่ว่าพวกเขาต้องใช้เวลาเท่าไรกว่าจะสามารถเป็นภูตได้” หู่ชิงกับชิงป๋ายเช่นนั้นหรือ “พวกเขา อยู่ในนี้หรือเจ้าคะ” ตานติ่งเฮ่อไม่ตอบเป็นคำพูด มือหนาข้างหนึ่งสะบัดหนึ่งครั้ง ก็เห็นว่ามีร่างมนุษย์ชายสองคนกำลังหมุนวนอยู่ในรังไหมใหญ่เท่าต้นไม้สามคนโอบ “อยู่รังไหมเท่ากับเป็นภูตพฤกษา หากตั้งใจบำเพ็ญเพียรก็มีสิทธิ์เป็นปีศาจโอสถได้ ซึ่งที่กล่าวมานี้ต้องใช้เวลา เจ้ารอพวกเขาได้หรือไม่” เฟิ่งเฟยมองตานติ่งเฮ่อว่าเขากล่าวคำพูดนี้ด้วยความรู้สึกใด จนแล้วจนรอดนางก็อ่านสายตาของเขาไ
๔๔พูดแล้วไม่คืนคำ ตานติ่งเฮ่อนิ่งไปกับคำพูดของเฟิ่งเฟย ตอนแรกเขาคิดไว้แล้วว่านางอาจจะรู้สึกดีกับเขามากขึ้น แต่ไม่คิดว่านางจะลั่นวาจานี้ออกมา ไม่สิ! มิใช่ไม่คิด แต่ไม่ ‘กล้า’ คิดต่างหาก “เจ้าเอ่ยคำพูดนี้ออกมา จริงจังเพียงกี่ส่วน เชื่อถือได้แค่ไหน” “ข้าจริงจัง ที่ข้าเคยบอกว่ายังไม่อยากแต่งงาน ความจริงแล้วอาจเพราะว่ายังไม่เจอใครให้สามารถฝากชีวิตได้เท่าเฮ่อเกอ วันที่รู้ว่าเฮ่อเกอคือเจ้าบ่าวที่รอมานาน มุมมองการแต่งงานของข้าก็เปลี่ยนไป ท่านดีต่อข้าเพียงนี้ หากข้าไม่ขอท่านแต่งงานแล้วจะไปขอใคร” ท่าทางจริงจังของนางทำให้ตานติ่งเฮ่อพูดไม่ออก เริ่มสับสนว่านางใช้ใจหรือใช้สมองนำทางถึงได้กล้าเอ่ยขอเขาแต่งงาน “ข้าจะเชื่อเพราะข้าอยากเชื่อเช่นนี้ พูดแล้วห้ามคืนคำนะ” แม้จะคิดเช่นนั้นเขาก็เลือกจะเชื่อว่านางใช้หัวใจนำทาง “ไม่คืนคำแน่นอนเจ้าค่ะ” เฟิ่งเฟยให้คำมั่น “เช่นนั้น...เราสองคนแต่งงานกันเถิด!” ตานติ่งเฮ่อเอ่ยขอเฟิ่งเฟยอีกหนซึ่งนางก็พยักหน้ารับ เอื้อมมือไปจับมือใหญ่ไว้แล้วใช้เวทเคลื่อนกายกลับมาที่ตำหนักประมุขปีศ
๔๓ยินดีหรือไม่ เฟิ่งเฟยกลับแดนปีศาจด้วยจังหวะหัวใจที่เต้นไม่สม่ำเสมอ ในหัวสับสนไปหมด ทั้งยังคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ ตั้งแต่แรกเริ่มที่นางได้ไปเยือนแดนมนุษย์โดยง่ายทั้ง ๆ ที่ผ่านมาประมุขปีศาจไม่เคยปล่อยให้นางออกนอกเขตปีศาจเลย เรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นหลังจากนางกลับจากแดนปีศาจก็ด้วย “เฮ่อเกออยู่หรือไม่เ” เฟิ่งเฟยมาหาตานติ่งเฮ่อถึงตำหนัก ที่นี่มีเพียงพ่อบ้านปีศาจดูแลอยู่เท่านั้น ไม่มีบ่าวรับใช้ปีศาจเพราะเจ้าของตำหนักเชี่ยวชาญอาคมศาสตร์มืด ค่ายกลและเวทย์ทั่วไป ทำให้ไม่จำเป็นต้องมีสมุนรับใช้ “อยู่ขอรับท่านหญิง ในห้องหนังสือ” “ไปเรียนให้หน่อยได้หรือไม่ว่าข้าขอพบ” พ่อบ้านปีศาจยิ้มพร้อมผายมือเข้าไปยังด้านใน “นายท่านกล่าวว่าหากท่านหญิงมาให้เชิญด้านในได้เลยขอรับ” ขนาดข้าจะมาวันนี้ เขาก็คาดคะเนไว้แล้ว “อือ” เฟิ่งเฟยพยักหน้ารับแล้วเดินไปทางห้องหนังสือของตานติ่งเฮ่อ นางเคยมาที่นี่หลายครั้ง แต่ทุกครั้งที่มาจะมีพ่อบ้านปีศาจเข้ามาขออนุญาตก่อน หากได้รับอนุญาตแล้วนางจึงสามารถเข้ามาที่นี่ได้
๓๘ในวันที่หมู่บ้านมีสมาชิก ณ หมู่บ้านกลางน้ำ เฟิ่งเฟยนั่งอยู่ในโถงรับแขกของเรือนหลักท่ามกลางสายตาหู่ชิง ชิงป๋าย เทพปราการและเหลียนฮวาเยา พวกเขาล้วนเป็นบุรุษที่นางเคยสานสัมพันธ์ทางกายด้วย แม้คนหนึ่งอาจจะไม่ได้สอดใส่ ส่วนอีกคนก็เปลี่ยนฐานะจากมนุษย์มาเป็นเทพแล้วก็ตาม อยู
๓๗ใครจะหลับลง สองร่างแนบชิดเปลือยเปล่ากอดก่ายกันอยู่บนตั่งไม้ขนาดหนึ่งคนนอน แต่ไม่เป็นปัญหาเมื่อร่างหนานอนอยู่ด้านล่างไม่ต่างจากที่นอนให้ร่างเย้ายวนผิวนวลลออทาบทับอยู่ด้านบน ริมฝีปากของทั้งสองจุมพิตกันในจังหวะนุ่มนวล คล้ายอยากระเลียดชิมรสหวานจากฝ่ายตรงข้าม ดวงตาของทั้งคู่หลับพริ
๓๖อยากได้มิใช่หรือ..จัดให้ ชินอ๋องสาบานว่านี่เป็นครั้งแรกที่เขารีบที่สุดในชีวิต เขาเดินรุดมายังอุทยานหลวงเพราะอยากมาเจอสตรีที่เขาปรารถนาจะได้มาครอบครองตั้งแต่แรกเห็น “เฟิ่งเฟย!” นางกำนัลโดยรอบทำความเคารพชินอ๋อง ผู้ที่ใครต่างก็ทราบดีว่าคือฮ่องเต้องค์ต่อไป เมื่อมอ
๓๓บอกข่าว จากท่าทีไม่เป็นมิตรของตานติ่งเฮ่อทำให้เทพปราการรู้ว่าไม่อาจขอพบเฟิ่งเฟยได้โดยตรงจึงคิดหาตัวแทนเข้าไปสื่อสาร ในหัวพยายามนึกหาบทเวทที่เคยศึกษามา เค้นสมองอยู่นานจึงนึกออก เป็นบทเวทตามตัวที่ต้องอาศัยพลังวิญญาณด้วย ดีที่พลังวิญญาณของเฟิ่งเฟยยังคงติดอยู่บนกาย เขาจึงนำมาใช้กับ





