เข้าสู่ระบบเวสเปอร์ มอนต์ทีร่า ผู้อเวคแรงค์ F ผู้ครอบครองพลังควบคุมเวลา แต่กลับถูกมองว่าไร้ค่าในโลกที่เต็มไปด้วยมอนสเตอร์และดันเจี้ยนอันตราย เธอเลือกใช้ชีวิตธรรมดาเป็นพนักงานร้านสะดวกซื้อจนกระทั่งวันหนึ่ง ดันเจี้ยนเล็กๆ ปรากฏใกล้ร้านของเธอ เหตุการณ์นั้นเปลี่ยนเส้นทางชีวิตของเธอไปตลอดกาล เมื่อเอซ แมวพูดได้ผู้ลึกลับที่สามารถแปลงร่างเป็นมนุษย์ได้ เข้ามาเป็นทั้งครูและผู้ชี้แนะ เวสเปอร์เริ่มต้นเส้นทางแห่งการเป็นผู้อเวคที่แท้จริง แม้จะต้องเผชิญหน้ากับความเสี่ยง ความท้าทาย และมอนสเตอร์สุดโหด แต่ไม่ใช่แค่มอนสเตอร์ที่เวสเปอร์ต้องต่อกร เมื่อเธอพบกับแคลร์ คาเซลิน ประธานสมาพันธ์อเวค ผู้ทรงอำนาจและลึกลับ ความสนใจของแคลร์ในตัวเวสเปอร์อาจกลายเป็นทั้งโอกาสและอุปสรรค ในโลกที่ผู้อเวคต้องดิ้นรนเพื่อพิสูจน์คุณค่า เวสเปอร์จะสามารถใช้พลังที่ถูกมองว่าไร้ประโยชน์นี้ก้าวข้ามความเป็นไปไม่ได้ และเปิดเผยความลับของโลกที่เธออาศัยอยู่ได้หรือไม่? การต่อสู้ เติบโต และความลึกลับครั้งใหม่กำลังรอเธออยู่!
ดูเพิ่มเติมหญิงสาวตัวเล็กกะทัดรัดแต่ค่อนข้างคล่องแคล่วกระฉับกระเฉงกำลังวิ่งสับขารัวๆ บนรองเท้าส้นสูงสองนิ้วที่เธอไม่ค่อยคุ้นชินมากนัก
"เธอมาสาย!" ทันทีที่ขาเรียวหยุดชะงักที่หน้าห้องทำงานชั้นผู้บริหาร เสียงเข้มของผู้เป็นเจ้านายก็ได้เอ่ยพร้อมกับสีหน้าไม่สบอารมณ์ "ขอโทษค่ะ วันนี้รถติดมากๆ ฉันพยายามรีบที่สุดแล้วค่ะ" หญิงสาวพูดไปหอบหายใจไปด้วยความเหนื่อยที่ต้องรีบวิ่งมาให้ทันเจ้านายแสนเอาแต่ใจ "นั่นไม่ใช่ข้ออ้างที่ฉันยอมรับได้นะวารี" น้ำเสียงเยือกเย็นของเจ้าของร่างสูงกำลังขู่ให้เธอกลัว และมันได้ผลเพราะเธอกำลังกลัวเขาอยู่ แววตาดุดันที่จ้องเธอราวกับจะฆ่าให้ตาย ถ้าเผลอสบตาเขาเข้าชะตาของเธอได้ขาดวันนี้แน่นอน "ขอโทษค่ะ ครั้งหน้าจะไม่มีแบบนี้แล้วค่ะ" วัลวารีก้มหน้าขอโทษด้วยความเกรงกลัว เธอประหม่าทุกครั้งที่ต้องเผชิญหน้ากับเขา เวลาหนี่งปีที่ผ่านมากับการเป็นเลขาให้คาลอส เคแอมบาส นักธุรกิจหนุ่มวัยเพียงสามสิบปีที่ได้ขึ้นเป็นประธานบริหารต่อจากผู้เป็นพ่อที่ขอวางมือจากทุกอย่างและส่งมอบกิจการโรงแรมในเครือเคแอมบาสให้ลูกชายคนโตของตระกูลได้สานต่อ ตั้งแต่ได้ก้าวเท้าเข้ามาเป็นเลขาของเขา วัลวารีได้เรียนรู้เรื่องต่างๆ มากมายที่ไม่เคยรู้มาก่อนในชีวิต นักธุรกิจที่ใครๆ ก็ต่างพากันชื่นชมในความสามารถแต่น้อยคนนักที่จะรู้จักตัวตนอีกด้านของเขา "รีบไปทำงานได้แล้ว ยืนทำหน้าโง่ๆ อยู่ได้" คาลอสเอ่ยไล่เลขาสาวที่ยังมัวแต่ยืนนิ่งไม่ยอมไปทำงานเสียที เขาเห็นวัลวารีทีไรก็รู้สึกหงุดหงิดทุกครั้ง แต่เขาไม่สามารถไล่คนที่รู้ใจเขาอย่างเธอออกไปได้ หญิงสาวเดินคอตกกลับมาที่โต๊ะทำงานหน้าห้อง ใบหน้าสวยไร้รอยยิ้ม นัยน์ตามีแต่ความเศร้าหมอง ไม่เคยมีความสุขกับงานที่ได้ทำ เธออยากหลุดพ้นจากหน้าที่เลขาที่ไม่ใช่เลขาเสียที สิ่งเดียวที่วัลวารีต้องการในตอนนี้คืออิสระ เธอเป็นเพียงลูกไก่ในกำมือที่เขาจะบีบก็ตาย หากคายเธอก็รอด ครืด~ เสียงอินเตอร์โฟนต่อสายตรงจากห้องประธานดังขึ้น เลขาสาวจึงรีบกดรับทันควัน [ฉันอยากได้กาแฟ] คำสั่งเพียงสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ทำให้วัลวารีถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน "ไม่อยากเจอหน้าเขาเลย" เธอพยายามที่จะหลบหน้าเขาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะทุกครั้งที่เจอหน้ากันก็มักจะได้รับคำพูดเสียดแทง หรือไม่ก็ต้องถูกเขาเอาแต่ใจ "สู้ๆ วารีแค่วางกาแฟแล้วรีบออกมา" ปลอบใจตัวเองให้เข้มแข็งก่อนจะเปิดประตูบานใหญ่ที่เปรียบเสมือนขุมนรกสำหรับเธอ ส่วนเขาก็เป็นยมบาลที่คอยจ้องจะเอาชีวิตเธอเสียให้ได้ ความเข้มแข็งและความมั่นใจของเธอได้หายไปหมดแล้วตั้งแต่วันที่เขายัดเยียดสิ่งที่เธอไม่เคยต้องการมาให้ งานในฝันที่เคยปรารถนากลับกลายเป็นงานที่เธอจำใจทำให้เพื่อผ่านไปในแต่ละวัน "กาแฟค่ะคุณคาลอส" เสียงหวานเอ่ยพลางวางกาแฟบนโต๊ะ ขาเรียวกำลังก้าวถอยหลังในใจได้แต่ภาวนาให้เขาสนใจเอกสารที่อยู่ตรงหน้าต่อไป "เดี๋ยวก่อน!" น้ำเสียงที่เป็นเหมือนเสียงแห่งความตายได้เอ่ยขึ้นทำให้ขาที่ก้าวถอยหลังเป็นอันต้องหยุดชะงัก "อยากได้อะไรเพิ่มไหมคะ" พยายามทำใจดีสู้เสือ แม้ในใจจะหวาดหวั่นไม่น้อย "ถอดกางเกงในออก" เสียงทุ้มเอ่ยด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไม่แสดงท่าทีแต่อย่างใด แต่ทว่าคำสั่งของเขากลับทำให้เธอเริ่มตัวสั่นเทา "บอกให้ถอดไง ฟังไม่รู้เรื่องหรือไงวารี" คาลอสเน้นคำสั่งอีกครั้ง สีหน้าและแววตาของเขาแสดงถึงความจริงจังที่ไม่มีการล้อเล่นปนอยู่ "แต่นี่มันเวลางานนะคะ" "ฉันเคยสนใจด้วยหรือไง ถอดเร็วๆ" ชายหนุ่มเอนกายพิงผนักเก้าอี้พลางยกกาแฟขึ้นดื่มอย่างสบายใจ ผิดกับคนตรงหน้าที่กำลังตัวสั่นเป็นลูกนกตัวน้อยๆ "คุณคาลอส.." วัลวารีส่งสายตาอ้อนวอนไปทางเขา แต่มีหรือที่คนอย่างคาลอสจะใส่ใจแววตาของสัตว์เลี้ยงแสนเชื่องที่ต้องทำตามคำสั่งของเขา "จะถอดเองหรือให้ฉันกระชากออก" ร่างสูงลุกขึ้นยืนค่อยๆ ย่างสามขุมเข้าหาเธอช้าๆ ทำให้วัลวารีถอยหลังกู่ด้วยความกลัว หมับ! มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อแขนเล็กก่อนจะออกแรงบีบไม่แรงนัก แต่เพราะขนาดมือของเขากับข้อแขนของเธอทำเอาคนตัวเล็กนิ่วหน้าเจ็บได้เช่นกัน "เจ็บค่ะ" "เธอมาสายก็ต้องถูกลงโทษ" "แต่ฉันเข้างานตรงเวลาเหมือนกับคนอื่นๆ นะคะ" เธอพยายามหาทางรอดให้ตัวเองหลุดพ้นจากความน่ากลัวของคนตรงหน้าไปให้ได้ "สำหรับคนอื่นฉันไม่สน แต่สำหรับเธอห้ามมาช้ากว่าฉัน จำไม่ได้หรือไง" คนเอาแต่ใจไม่ปล่อยให้เธอหนีรอด อย่างไรเหยื่อก็ต้องเข้าปากราชสีห์ที่คอยจ้องจะตะปบอยู่แล้ว "ไม่ทำได้ไหมคะ เมื่อวานคุณก็เพิ่ง..." "อย่ามาต่อกรกับฉัน เธอก็รู้ว่าฉันไม่สนใจข้ออ้างอะไรทั้งนั้น" คาลอสเอ่ยเสียงเข้มจดจ้องมองแววตาสวยที่สั่นระริกจวนจะร้องไห้ วัลวารีไร้ทางรอดจึงตัดสินใจก้มถอดชั้นในตัวจิ๋วที่อยู่ใต้กระโปรงออกมาอย่างปฏิเสธไม่ได้ มือเล็กสั่นเทาจนคนใจร้อนเริ่มหงุดหงิดในความเงอะงะของเธอ "อย่าคิดจะถ่วงเวลา มันไม่ได้ผลรีบๆ ถอดซะ" สายตาคมจดจ่ออยู่กับเบื้องล่างของชั้นในตัวจิ๋วที่ถูกร่นลงมาจนถึงบริเวณกลางขาเรียว "ค่อยๆ เดินไปชิดกำแพง" เสียงทุ้มกระเส่ากระซิบข้างหูอย่างแผ่วเบา หญิงจึงสาวค่อยๆ ขยับตัวมาจึงถึงกำแพงห้องที่ปกปิดเสียงจากทั้งด้านในและด้านนอก "รู้ใช่ไหมว่าถ้าไม่ใช่ฟังฉันจะเป็นยังไง.." คาลอสไม่ใช่แค่พูดขู่ แต่เขาหยิบโทรศัพท์เครื่องหรูขึ้นมากระทบเบาๆ ที่แก้มขาวของเธอราวกับเป็นสัญญาณบางอย่าง หญิงสาวก้มหน้ารับชะตากรรมที่หนีไม่พ้น เธอต้องทนอยู่เป็นสัตว์เลี้ยงใต้อาณัติของเขาจนกว่าเขาจะเบื่อและปล่อยเธอไป ตอนนี้ชีวิตของเธออยู่ในกำมือของผู้ชายที่ชื่อคาลอส เคแอบบาส เขาเป็นคนร้ายกาจเกินกว่าที่เธอจะรับไหว ภายใต้รอยยิ้มของเขานั่นแฝงไปด้วยความน่ากลัวและความเจ้าเล่ห์ที่เธอตามเขาไม่ทัน วัลวารีอยากหลุดพ้นจากการเป็นเลขาของเขาเต็มทน หากวันนั้นเมื่อหนึ่งปีก่อนเธอไม่เสียรู้ให้คนอย่างคาลอสเธอก็คงไม่ต้องทนทุกข์ทรมานจนถึงวันนี้หลังจากกลับมาถึงห้องพัก เวสเปอร์และเอซต่างปล่อยตัวเองลงบนโซฟา ร่างกายของเธอยังคงเหนื่อยล้าจากการฝึกที่หนักหน่วงในวันนั้น ขณะที่เอซนั่งอยู่บนพนักโซฟา เขายังคงใช้ดวงตาสีทองอันแหลมคมจับจ้องเธอเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างเวสเปอร์หันไปมองเขาด้วยความสงสัย “นายมีอะไรอยากพูดหรือเปล่า”“ฉันกำลังคิดว่า…การฝึกในลานฝึกอย่างเดียวมันไม่พอ” เอซตอบ“นายคิดว่าไม่พอเหรอ แต่ฉันรู้สึกเหมือนจะตายอยู่แล้วนะ” เวสเปอร์พูดพลางหัวเราะเบาๆ“เธออยากจะเป็นแค่ผู้อเวคแรงค์ F ไปตลอดชีวิตไหมล่ะ” เอซถามเสียงเย็นคำพูดของเขาทำให้เธอนิ่งไปครู่หนึ่ง ความจริงที่เจ็บปวดทำให้เธอไม่มีคำตอบ“ถ้าเธออยากพัฒนา เธอต้องก้าวออกจากเขตปลอดภัย และเผชิญหน้ากับความเป็นจริง” เอซพูดต่อ “ดันเจี้ยนคือสถานที่เดียวที่จะทำให้เธอเข้าใจถึงศักยภาพที่แท้จริงของตัวเอง”เวสเปอร์ถอนหายใจ เธอรู้ว่าเอซพูดถูก แม้ความคิดที่จะกลับไปเผชิญหน้ากับดันเจี้ยนอีกครั้งจะทำให้เธอหวั่นใจ แต่ลึกๆแล้วเธอรู้ว่านี่คือสิ่งที่เธอต้องทำ“ก็ได้…งั้นเราจะไปดันเจี้ยนกัน” เวสเปอร์ตอบในช่วงบ่ายของวันถัดมา เวสเปอร์และเอซใช้เวลาจัดเตรียมสิ่งที่จำเป็นสำหรับการเดินทาง พวกเขาเ
แสงอ่อนๆจากดวงอาทิตย์ในยามเช้าส่องผ่านหน้าต่างห้องพัก เสียงนกร้องคลอเคล้าสายลมเย็นๆที่พัดผ่านม่าน เวสเปอร์ลืมตาขึ้นพร้อมความรู้สึกที่เต็มไปด้วยพลังใหม่ ร่างกายของเธอยังคงรู้สึกตึงเล็กน้อยจากการฝึกหนักและการต่อสู้ในดันเจี้ยนเมื่อวันก่อน แต่ในใจของเธอกลับเปี่ยมด้วยความมุ่งมั่นเอซที่เปลี่ยนไปเป็นร่างแมวนั่งขดตัวอยู่บนเก้าอี้ข้างเตียง ดวงตาสีทองของมันจ้องมองเธอพร้อมรอยยิ้มเล็กๆ“ตื่นแล้วสินะ” เอซพูดด้วยน้ำเสียงกวนๆ “ฉันคิดว่าเธอคงจะนอนยาวไปทั้งวัน”เวสเปอร์หัวเราะเบาๆ “นายก็รู้ว่าฉันนอนไม่ได้นานขนาดนั้น ยังมีอะไรอีกเยอะที่ต้องทำ”“งั้นก่อนจะเริ่มวันใหม่ ลองเปิดระบบดูสิ” เอซพูดขึ้น “ฉันอยากเห็นว่าพลังของเธอเปลี่ยนไปมากแค่ไหน”เวสเปอร์พยักหน้าและยกมือขึ้นเรียกหน้าต่างระบบ ข้อมูลที่ปรากฏบนหน้าจอทำให้เธอรู้สึกได้ถึงความก้าวหน้าที่เห็นได้ชัด[ข้อมูลผู้อเวค]ชื่อ: เวสเปอร์ มอนต์ทีร่าแรงค์: Fพลังหลัก: การควบคุมเวลา (Chronokinesis) ค่าประสบการณ์ (EXP) : 0/500พลังชีวิต (HP) : 160/160 (+20 จาก Crystal of Timeflow) พลังเวท (MP) : 400/400 (+40 จาก Crystal of Timeflow) พลังโจมตี (ATK) : 22 (+4
หลังจากที่เวสเปอร์และเอซเดินออกมาจากสนามต่อสู้อันโหดร้าย ร่างกายของเธอยังคงเหนื่อยล้าจากการเผชิญหน้ากับมอนสเตอร์และบอสในดันเจี้ยน แม้พวกเขาจะออกจากพื้นที่ได้อย่างปลอดภัย แต่ความตึงเครียดยังคงลอยอยู่ในอากาศเสียงฝีเท้าหนักๆดังขึ้นจากระยะไกล เงาของกลุ่มคนที่กำลังเดินเข้ามาใกล้ปรากฏขึ้นภายใต้แสงจันทร์ โลโก้สีทองของ กิลด์เซเลสเทียร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในกิลด์ใหญ่ที่สุดในโลกแห่งผู้อเวคสะท้อนกับแสงจางๆ“ให้ตายเถอะ ดันมาเจอจนได้” เอซพูดพร้อมรอยยิ้มเยาะเวสเปอร์หันไปมองกลุ่มคนที่กำลังใกล้เข้ามา ท่าทางของพวกเขาดูจริงจังและเต็มไปด้วยความเป็นมืออาชีพท่ามกลางกลุ่มผู้อเวคที่มากับกิลด์เซเลสเทียร์ หญิงสาวคนหนึ่งดึงดูดสายตาของทุกคน เธอก้าวเดินอย่างมั่นคงด้วยท่าทางที่เต็มไปด้วยอำนาจและเสน่ห์ที่ไม่อาจละสายตาได้เธอคือ แคลร์ คาเซลิน ประธานของ สมาพันธ์อเวคสมาพันธ์ที่คอยควบคุมดูแลกิลด์ต่างๆทั่วโลก ความสง่างามของเธอทำให้ทุกคนที่อยู่รอบข้างต้องหลบสายตาด้วยความเกรงขามแคลร์มีเรือนผมสีแดงสดที่ยาวสยายถึงกลางหลัง มันเปล่งประกายเหมือนเปลวไฟที่ไม่อาจดับได้ ดวงตาสีฟ้าสดใสของเธอเย็นชาราวกับน้ำแข็ง ทำให้ผู้ที่จ้องมองรู้ส
ยามเย็นที่เงียบสงบพัดผ่านร่างของเวสเปอร์และเอซขณะที่พวกเขาเดินทางกลับห้องพัก แสงสีส้มอ่อนของดวงอาทิตย์ที่กำลังลับขอบฟ้าให้ความรู้สึกอบอุ่น แต่ก็ซ่อนเร้นความลึกลับบางอย่างในเงามืด“วันนี้ฉันทำได้ดีไหม” เวสเปอร์เอ่ยถาม ขณะที่ขยับแขนที่รู้สึกเมื่อยล้าจากการฝึกหนัก“ก็ดี…ในแบบของมือใหม่” เอซตอบด้วยน้ำเสียงกึ่งล้อเลียนกึ่งจริงจัง“ขอบคุณสำหรับคำชมที่เหมือนกำลังเหน็บแนม” เวสเปอร์พูดพร้อมกลอกตาทั้งสองเดินผ่านพื้นที่เปิดโล่งที่เป็นทางลัดกลับห้องพัก บรรยากาศดูเงียบสงบจนผิดปกติ ทันใดนั้น ลมแรงกว่าปกติพัดผ่าน ทำให้ต้นไม้รอบๆโยกไหว เสียงแหลมแปลกประหลาดดังขึ้นจากท้องฟ้ารอยแยกสีดำสนิทปรากฏขึ้นกลางอากาศ ท้องฟ้าที่เคยอบอุ่นกลับกลายเป็นมืดมน เงามืดที่แผ่ออกมาจากรอยแยกนั้นดูเหมือนจะกลืนกินทุกสิ่ง เวสเปอร์หยุดเดิน หัวใจของเธอเต้นรัวด้วยความตื่นตระหนก“เอซ…นั่นมัน…”“ดันเจี้ยน” เอซตอบ ดวงตาสีทองของมันจับจ้องไปยังรอยแยกโดยไม่แสดงอารมณ์ใดๆจากรอยแยกนั้น มอนสเตอร์ตัวแรกปรากฏออกมา มันมีรูปร่างคล้ายหมาป่า ผิวหนังเป็นเงามืดที่เหมือนกับควัน ดวงตาสีแดงสดของมันจับจ้องไปที่เวสเปอร์“ครั้งแรกของฉันกับมอนสเตอร์…ดู