Share

บทที่ 2

ในขณะเดียวกันนั่นเอง...หูของจื่อเหยาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าตึงตังของบ่าวรับใช้สองคนนั้นวิ่งหนีหายไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงความเงียบและเสียงลมหายใจที่ยังคงสั่นระริกของตนเพียงเท่านั้น

ซึ่งนางในตอนนี้ก็ยังคงใช้แขนยันพื้นเอาไว้ พยายามควบคุมร่างกายที่อ่อนแรงจนแทบจะล้มพับลงไปอีกครั้ง โดยในหัวก็กำลังประเมินสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเองอย่างรวดเร็ว

(ศัตรูหนีไปแล้ว แต่ความปลอดภัยยังไม่แน่นอน พลังงานในร่างกายใกล้จะหมด สิ่งที่ร่างกายของร่างนี้ต้องการมากที่สุดคือน้ำและอาหาร)

ในระหว่างที่จื่อเหยากำลังคิดหาหนทางให้ตัวเองอยู่ หูของนางก็ได้ยินเสียงฝีเท้าที่รีบร้อนอีกคู่กำลังดังใกล้เข้ามา แต่เสียงนี้ต่างออกไป...มันมีความกังวลและลนลานเจือปนอยู่

ปัง! ประตูที่แง้มอยู่ถูกผลักเข้ามาเต็มแรง ร่างของเด็กสาวผู้หนึ่งในชุดบ่าวชั้นผู้น้อยที่ซอมซ่อถลาเข้ามาในห้องด้วยใบหน้าที่ซีดเผือดและเปียกชื้นไปด้วยเหงื่อ

"คุณหนู! คุณหนูเจ้าคะ!"

เสียงเรียกนั้นสั่นเครือและเต็มไปด้วยความห่วงใยอย่างแท้จริง เด็กสาวคนนั้นรีบวิ่งเข้ามาคุกเข่าลงใกล้เธอและพยายามจะช่วยพยุงร่างของจื่อเหยาเอาไว้ น้ำตาของนางคลอหน่วย

"คุณหนู...เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ บ่าวได้ยินเสียงดังโครม...บ่าวเป็นห่วงแทบแย่!"

ในเสี้ยววินาทีที่เด็กสาวคนนี้สัมผัสตัวเธอ ความทรงจำของหรงจื่อเหยาคนเดิมก็ฉายชัดขึ้นมาอีกครั้ง (หญิงผู้นี้คือ เสี่ยวชุน...สาวใช้คนสนิทที่เติบโตมาด้วยกัน เป็นคนของมารดาแท้ ๆ ของร่างนี้...และเป็นหนึ่งในคนที่ภักดี...แม้จะถูกส่งมาลำบากด้วยกันที่นี่แต่นางก็ยังไม่ทอดทิ้งเจ้าของร่างเดิม)

ความเย็นชาและความแข็งกร้าวที่จื่อเหยาสร้างขึ้นเมื่อครู่พลันอ่อนลงเล็กน้อย เมื่อได้เห็นแววตาที่ห่วงใยอย่างจริงใจคู่นั้น ความรู้สึกอุ่นวาบที่ไม่คุ้นเคยแล่นผ่านเข้ามาในอกของเธอ

"ข้า...ยังไม่ตาย" จื่อเหยาตอบด้วยเสียงที่ยังคงแหบพร่า แต่น้ำเสียงนั้นอ่อนลงมากกว่าตอนที่สั่งบ่าวสองคนนั้นมากนัก

เสี่ยวชุนได้ยินดังนั้นก็ปล่อยโฮออกมาทันที "ขอบคุณสวรรค์! ขอบคุณสวรรค์! บ่าวกลัว...บ่าวกลัวจริง ๆ ว่าคุณหนูจะเป็นอะไรไป คนใจร้ายพวกนั้นไม่ยอมให้บ่าวเอาข้าวเอาน้ำมาให้คุณหนูเลย!"

จื่อเหยามองเด็กสาวที่ร้องไห้สะอึกสะอื้นตรงหน้า ในหัวของนางทั้งกำลังวิเคราะห์และเกิดความรู้สึกซาบซึ้งอย่างประหลาด นี่คือพันธมิตรคนแรกและอาจจะเป็นคนเดียวของเธอในยามนี้...ก่อนจะรวบรวมแรงยกมือที่สั่นเทาของตัวเองขึ้นไปแตะบนหลังมือของเสี่ยวชุนเบา ๆ

"เสี่ยวชุน..."

"เจ้าคะ คุณหนู?" เสี่ยวชุนรีบเงยหน้าขึ้นมองทั้งน้ำตา

"ลุกขึ้นก่อน...แล้วไปหาน้ำอุ่นผสมน้ำผึ้งหรือน้ำตาลมาให้ข้า...เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้" ดวงตาของจื่อเหยากลับมามีความมุ่งมั่นอีกครั้ง "จากนั้น...เล่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นในจวนให้ข้าฟังอย่างละเอียด"

(การเอาคืน...ต้องเริ่มจากการรวบรวมข้อมูลก่อนเป็นอันดับแรก!) นี่คือความคิดของเธอ

"เจ้าค่ะ คุณหนู!"

เสี่ยวชุนรับคำ...ก่อนจะรีบเช็ดน้ำตาที่เหลืออยู่บนใบหน้าอย่างลวก ๆ แล้วผุดลุกขึ้นวิ่งออกไปจากห้องด้วยความเร็วที่สุดเท่าที่เด็กสาวร่างผอมบางจะทำได้ ทิ้งให้หรงจื่อเหยาอยู่ในความเงียบตามลำพังอีกคราหนึ่ง

เมื่อไร้คนอื่นอยู่ด้วย ความเป็นแพทย์นิติเวชก็เข้าครอบงำความคิดของเธอทันที...เธอหลับตาลง พยายามสัมผัสและวิเคราะห์ทุกส่วนของร่างกายที่อ่อนแอนี้ ชีพจรเต้นเร็วแต่ แผ่วเบา

การหายใจตื้น สภาพร่างกายขาดน้ำและสารอาหารรุนแรงกว่าที่ประเมินไว้ตอนแรก กล้ามเนื้อลีบฝ่อเล็กน้อยจากการไม่ได้ใช้งานและขาดโปรตีน หากเป็นในโลกเดิมเธอคงสั่งให้ฉีดสารน้ำทางหลอดเลือดดำพร้อมวิตามินรวมทันที แต่ในยุคนี้...

(ระบบ..ใช่แล้วเมื่อครู่มีเสียงพูดว่า ระบบไขความจริง....หรือว่าจะเป็นเหมือนตามนิยายหรือซีรีส์กัน ไม่ลองไม่รู้สินะ) จื่อเหยาคิดก่อนจะตั้งสมาธิในใจ ลองนึกเรียกเสียงที่ได้ยินก่อนหน้า

{ระบบ...แสดงสถานะ}

คำขอนี้ดูเหมือนจะได้ผล เมื่อมีหน้าต่างโปร่งแสงสีฟ้าปรากฏขึ้นตรงหน้าของเธอ และมีเพียงเธอเท่านั้นที่มองเห็น

[กำลังแสดงสถานะโฮสต์ ชื่อ :หรง จื่อเหยา อายุ:13 ปี สภาพร่างกาย : อ่อนแอขั้นวิกฤต (Vital Signs Unstable) สถานะผิดปกติ : มีภาวะขาดสารอาหารรุนแรง ระดับ 3 ภาวะขาดน้ำ ระดับ 2 และมีพิษเรื้อรัง: ออกฤทธิ์กดการทำงานของระบบประสาทส่วนกลาง]

ดวงตาของจื่อเหยาเบิกกว้างเมื่อเห็นบรรทัดสุดท้าย (พิษเรื้อรัง! มิน่าเล่าความทรงจำของหรงจื่อเหยาคนเดิมถึงมีแต่ภาพความเกรี้ยวกราดและควบคุมอารมณ์ไม่ได้ มันไม่ใช่แค่นิสัย แต่เป็นผลมาจากยาพิษ!...แม่เลี้ยงเหมยลี่คนนั้น...ไม่ได้แค่ต้องการให้เจ้าของร่างถูกตราหน้าว่าเป็นตัวร้าย แต่ต้องการฆ่าเธออย่างช้า ๆ มาโดยตลอดอีกด้วย)

ในระหว่างที่จื่อเหยากำลังจมอยู่กับความคิดของตน...ทันใดนั้น หน้าต่างระบบก็มีข้อความใหม่ปรากฏขึ้น

[ติ๊ง! ตรวจพบเจตจำนงในการเอาชีวิตรอดของโฮสต์พร้อมกับภารกิจสำหรับมือใหม่: หยดน้ำแห่งชีวิต รายละเอียด : ร่างกายของโฮสต์กำลังต้องการพลังงานอย่างเร่งด่วน จงบริโภคของเหลวที่มีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบเพื่อรักษาเสถียรภาพของร่างกายขั้นพื้นฐาน รางวัล: 5 แต้มไขความจริง กล่องสุ่มสำหรับผู้เริ่มต้น 1 กล่อง บทลงโทษหากล้มเหลว: สภาพร่างกายเสื่อมถอยถาวร]

(แต้มไขความจริง? กล่องสุ่ม? นี่มันเหมือนกับในเกมไม่มีผิด แต่รางวัลและบทลงโทษกลับเป็นของจริงที่ส่งผลต่อชีวิตเธอโดยตรง) วิญญาณของนักนิติเวชสาวจากยุคอนาคตเบิกกว้าง ก่อนจะค่อย ๆ ทำใจให้สงบลง

อีกทางด้านหนึ่ง เสี่ยวชุนที่กำลังวิ่งตรงไปยังโรงครัวของเรือนพัก แต่ยังไม่ทันที่นางจะถึงตัวอาคาร เจ้าตัวก็ถูกสกัดไว้ด้วยร่างอ้วนท้วมของป้าจาง หัวหน้าแม่ครัวและคนสนิทอีกคนของเหมยลี่ฮูหยิน

"จะรีบไปไหนนังหนูเสี่ยวชุน" นางวางมือเท้าสะเอวเอ่ยถามเสียงเย็น "ข้าได้ยินว่าคุณหนูของเจ้ายังไม่สิ้นลมอีกอย่างนั้นรึ ช่างหนังเหนียวเหมือนแม่ของมันไม่มีผิด"

เสี่ยวชุนกำหมัดแน่น พยายามข่มความโกรธเอาไว้ "ข้า...ข้าจะมาขอน้ำร้อนไปให้คุณหนูเจ้าค่ะ"

"น้ำร้อน?" นางจางหัวเราะเสียงแหลม "คุณหนูใหญ่ของเจ้ากำลังถูกลงโทษให้สำนึกผิด จะกินข้าวกินน้ำได้อย่างไร? ฮูหยินสั่งไว้ชัดเจน! ไสหัวกลับไปซะ!"

"แต่คุณหนูไม่สบายมากนะเจ้าคะ! ขอแค่...แค่น้ำร้อนสักถ้วยก็ยังดี!" เสี่ยวชุนอ้อนวอน

"ไม่ได้ก็คือไม่ได้!" นางจางยังตวาดลั่น "อยากได้ก็ไปตักเอาจากบ่อน้ำเย็น ๆ โน่นไป!"

เสี่ยวชุนยืนตัวสั่นด้วยความจนปัญญา แต่เมื่อนึกถึงใบหน้าซีดขาวของคุณหนู ความกล้าก็พลันบังเกิด นางเหลือบไปเห็นกาต้มน้ำที่เพิ่งยกออกจากเตาใหม่ ๆ วางอยู่ไม่ไกล

ในขณะที่ร่างท้วมของนางจางกำลังหันไปสั่งงานบ่าวคนอื่น เสี่ยวชุนก็ตัดสินใจ...นางวิ่งพรวดเข้าไปหยิบชามใบหนึ่ง เทน้ำร้อนจากกาแล้วรีบวิ่งหนีออกมาในทันที!

"นังเด็กสารเลว! กล้าขโมยของรึ! กลับมานะ!" เสียงของนางจางดังไล่หลังมา แต่เสี่ยวชุนไม่สนใจอีกต่อไป เพราะในมือของนางตอนนี้มีน้ำร้อนหนึ่งถ้วยตามที่คุณหนูต้องการแล้ว...

และระหว่างทางนางยังแอบหยิบน้ำตาลกรวดสองก้อนที่ซ่อนไว้ในผ้าเช็ดหน้าของตัวเองออกมาใส่ลงไปด้วย...ซึ่งนี่คือของล้ำค่าที่นางเก็บไว้กินเวลาหิวจนทนไม่ไหว อีกทั้งยังแอบหยิบมาเผื่อคุณหนูของตนด้วย

ไม่นานนัก เสี่ยวชุนก็กลับมาถึงห้องพักพร้อมกับถ้วยน้ำตาลอุ่น ๆ ในมือที่สั่นเทา

"คุณหนูเจ้าคะ...บ่าว...บ่าวได้มาแล้ว"

จื่อเหยารับถ้วยน้ำอุ่นมาอย่างเชื่องช้า กลิ่นหวานจาง ๆ และไออุ่นจากถ้วยดินเผาทำให้ร่างกายที่หนาวเหน็บของเธอรู้สึกดีขึ้นอย่างประหลาด นางค่อย ๆ จิบน้ำตาลอุ่น ๆ เข้าไปอย่างอ้อยอิ่งปล่อยให้ความหวานซึมซาบเข้าไปในร่างกายที่หิวโหย

[ติ๊ง! ภารกิจหยดน้ำแห่งชีวิตสำเร็จ! ท่านได้รับ: 5 แต้มไขความจริง ท่านได้รับ: กล่องสุ่มสำหรับผู้เริ่มต้นระดับ 1 ไม่ทราบว่าต้องการเปิดกล่องสุ่มหรือไม่?]

จื่อเหยามองเสี่ยวชุนที่มองมาด้วยสายตาเปี่ยมความหวัง ก่อนจะหันกลับมาจ้องหน้าต่างระบบในอากาศ

{เปิด} เธอตัดสินใจในใจทันที

[กำลังเปิดกล่องสุ่ม...ท่านได้รับ: สารละลายอิเล็กโทรไลต์ชนิดผง 1 ซอง คำอธิบาย : ผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์จากศตวรรษที่ 21 ใช้สำหรับชดเชยการสูญเสียน้ำและเกลือแร่ในผู้ที่มีภาวะขาดน้ำหรือท้องร่วง]

ดวงตาของจื่อเหยาเป็นประกาย...นี่แหละ! นี่คือสิ่งที่เธอต้องการที่สุดในตอนนี้! หลังจากนางดื่มน้ำตาลจนหมดถ้วย ร่างกายพลันรู้สึกมีเรี่ยวมีแรงกลับคืนมาเล็กน้อย ก่อนจะส่งถ้วยคืนให้เสี่ยวชุน พร้อมกับแววตาของนางที่เปลี่ยนไป

"เสี่ยวชุนเจ้าทำดีมาก" นางเอ่ยชม "ตอนนี้ร่างกายข้าพอจะมีแรงพูดคุยแล้ว"

จื่อเหยาพิงตัวเองกับผนังห้องด้วยท่าทางที่มั่นคงขึ้น พลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของสาวใช้ผู้ภักดี

"เอาละ...เล่ามาได้เลย...เรื่องราวทั้งหมดในจวนหรงโหว...ตั้งแต่ที่แม่ของข้าเสียไปจนถึงวันที่ข้าถูกส่งมาที่นี่...เล่ามาให้หมด...ห้ามมีอะไรตกหล่นแม้แต่เรื่องเดียว"
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 241

    เสียงเครื่องวัดสัญญาณชีพดังขึ้นข้างหูของหรงจื่อเหยาเป็นจังหวะสม่ำเสมอ โดยที่เธอยังคงอยู่ในอาการโคม่ามานานแสนนาน หลังจากที่แพทย์ทำการช่วยเหลือเธออย่างสุดความสามารถ ในที่สุดหญิงสาวก็สามารถลืมตาขึ้นมาบนโลกใบเดิมของตนได้อีกครั้งจื่อเหยาตกใจเป็นอย่างมากกับสิ่งที่เห็น เนื่องจากครั้งสุดท้ายเธอจำได้ว่าระบบ

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 240

    กาลเวลาผันเปลี่ยนจากหยาดฝนโปรยปรายสู่แสงแดดอันอบอุ่น เซี่ยหลงและเซี่ยเฟิ่งต่างเติบโตเป็นหนุ่มสาวที่สง่างามและเปี่ยมด้วยความสามารถ พวกเขาได้พิสูจน์ตนเองว่าคู่ควรที่จะก้าวเข้ามาสานต่อภารกิจของมารดาในหน่วยสืบสวนพิเศษเซี่ยหลงในวัยยี่สิบปีได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้บัญชาการหน่วยสืบสวนพิเศษคนใหม่ เขามีค

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 239

    “แต่ท่านแม่ พวกเราอยากช่วยท่านนี่ขอรับ” เซี่ยหลงกล่าวเสริม ดวงตาที่ฉายแววความคิดลึกซึ้งมองมารดาอย่างจริงจัง “เราอยากช่วยท่านไขคดี และปกป้องความยุติธรรมเช่นเดียวกับท่าน”เซี่ยเฟิ่งพยักหน้าหงึกหงัก “ใช่เจ้าค่ะ ท่านแม่ พวกเราแข็งแรงและฉลาดพอแล้วนะเจ้าคะ”หรงจื่อเหยายิ้มอย่างอบอุ่น นางเข้าใจความรู้สึกขอ

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 238

    “ขอคารวะใต้เท้าหรงขอรับ/เจ้าค่ะ” เสียงทักทายดังขึ้นพร้อมกันเมื่อหรงจื่อเหยาปรากฏตัวหรงจื่อเหยาพยักหน้ารับเล็กน้อย “ข้าขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความสนใจในการเข้าร่วมหน่วยสืบสวนพิเศษแห่งนี้” เสียงของนางกังวานและชัดเจน “หน่วยสืบสวนของเราจะเปิดโอกาสให้ผู้มีความรู้ความสามารถทุกคน ไม่ว่าจะบุรุษหรือสตรี... แล

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 237

    วันเวลาผันผ่านหรงจื่อเหยายังคงไม่ยอมแพ้ในการจัดตั้งหน่วยสืบสวนพิเศษ นับตั้งแต่ที่นางได้เริ่มเสนอแนวคิดนี้ในราชสำนัก นางต้องเผชิญกับการต่อต้านอย่างหนักหน่วงจากขุนนางฝ่ายอนุรักษนิยมที่ยังคงยึดมั่นในขนบธรรมเนียมโบราณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่สตรีอย่างนางจะเข้ามามีบทบาทในกิจการบ้านเมืองถึงเพียงนี้“กราบทู

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 236

    “ท่านพี่...” นางเอ่ยเรียกเขาเสียงเบา รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้า“จริงนะเหยาเอ๋อ ข้าไม่ได้แกล้งกล่าวชมเขา” เซี่ยเว่ยหลง กล่าวพลางดึงภรรยาเข้ามาใกล้ “หลงเอ๋อฉลาดเกินวัย และมีความคิดที่ซับซ้อน เขามักจะเก็บงำความรู้สึกบางอย่างเอาไว้ในใจ เช่นเดียวกับเจ้าในบางครั้ง”หรงจื่อเหยาหัวเราะออกมาอย่างสดใส “

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 228

    ในที่สุดการเดินทางที่ยาวนานกว่าสามเดือนก็ได้สิ้นสุดลง เมื่อขบวนของหรงเจี้ยนอวี่และซูเหมยหลิงได้มาถึงเหมืองแร่ ท่ามกลางแสงแดดยามบ่ายที่เริ่มคล้อยต่ำลงพวกเขาก็พบเข้ากับเวรยามที่กำลังเฝ้าหน้าประตูเหมืองซึ่งรอบด้านนั้นได้ล้อมรอบด้วยกำแพงไม้สูงใหญ่ที่สร้างขึ้นอย่างแข็งแรงและมั่นคง แสดงให้เห็นถึงการจัดกา

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 227

    ซูเหมยหลิงรีบส่ายหน้าปฏิเสธ “ไม่... ไม่ใช่เช่นนั้นเจ้าค่ะ ข้าเพียงแค่...”“เช่นนั้นก็ดีแล้ว” หรงเจี้ยนอวี่กล่าวตัดบท ก่อนจะยื่นมือมาประคองนางให้ลุกขึ้นยืน “ข้าเป็นผู้รับผิดชอบความปลอดภัยของเจ้า หากมีสิ่งใดทำให้เจ้ารู้สึกไม่สบายใจ เจ้าควรจะบอกข้ามาตามตรงมิใช่หลีกเลี่ยงกันเช่นนี้”ซูเหมยหลิงรู้สึกร้อน

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 226

    ยามสายมาเยือนหลังจากทุกคนได้รับข้าวเช้ากันเรียบร้อย ขบวนเดินทางของหรงเจี้ยนอวี่และซูเหมยหลิงก็เริ่มเคลื่อนตัวอีกครั้ง แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องลงมาระหว่างกิ่งไม้สร้างเป็นลำแสงอ่อน ๆ สวยงาม ทำให้บรรยากาศยามนี้ดูสงบไม่น้อย ทว่าภายในรถม้าของซูเหมยหลิงกลับไม่สงบตามไปด้วยนางยังคงรู้สึกปวดเมื่อยจากการเดิน

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 225

    พอรุ่งเช้า... ยังไม่ทันที่ฟ้าจะสว่างเท่าใดนัก ซูเหมยหลิง ที่อยู่ในรถม้ามาแทบตลอดทั้งคืนพลันรู้สึกตัวอย่างรวดเร็ว เนื่องจากนางนอนไม่ค่อยหลับ ทั้งนี้เป็นเพราะความปวดเมื่อยจากการเดินทางไกลที่ไม่คุ้นชินและนางยังเกิดฝันร้ายต่อเรื่องราวจากที่ถูกโจรปล้น นางจึงลุกขึ้นนั่งอย่างเงียบเชียบ พยายามขยับร่างกายที

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status