Share

บทที่ 4

หลายชั่วยามผ่านไป...ราตรีอันเงียบสงัดโรยตัวลงมาปกคลุมทั่วทั้งเรือนเมฆาคล้อย แสงจันทร์สีเงินนวลสาดส่องลงมาอาบไล้หลังคาเรือนไม้เก่า...ชวนให้ดูวังเวงมากกว่าเดิม ยังดีที่มีเสียงแมลงกลางคืนกรีดร้องระงมทำให้มันไม่ดูเงียบเหงามากนัก

ภายในห้องพักซอมซ่อ หรงจื่อเหยามิได้หลับใหลอย่างแท้จริง นางเพียงนั่งขัดสมาธิบนแคร่ไม้ หลับตาลงเพื่อสงวนพลังงานและโคจรลมปราณเท่าที่ความรู้จากโลกเก่าจะเอื้ออำนวย ในใจก็กำลังทบทวนแผนการไปพลาง ๆ ร่างกายนี้อ่อนแอมากเกินไป หากปราศจากสารอาหารที่เพียงพอ แผนการต่าง ๆ ที่นางคิดไว้ก็ไม่อาจสำเร็จ

เสี่ยวชุนเองก็นอนแทบไม่หลับ นางกระสับกระส่ายอยู่บนที่นอนฟางบาง ๆ ของตนที่มุมห้อง ด้วยความเป็นห่วงคุณหนูจับใจ

"คุณหนู...ยังไม่หลับหรือเจ้าคะ" เสี่ยวชุนกระซิบถาม

จื่อเหยาลืมตาขึ้นในความมืด ดวงตาของนางกลับดูสุกสว่างเป็นพิเศษ "ข้ากำลังคิดว่ามื้อเย็นของเรามีเพียงน้ำเปล่าผสมยาบำรุงมันคงไม่พอที่จะทำให้เรามีแรงไปทำอะไรในวันรุ่งขึ้น"

"แต่ป้าจางเฝ้าโรงครัวไม่ห่างเลยเจ้าค่ะ" เสี่ยวชุนตอบเสียงแผ่ว "บ่าวพยายามจะขอเศษอาหารแล้ว แต่นางกลับไล่ตะเพิดออกมา"

"ข้ารู้" จื่อเหยาตอบเสียงเรียบ "คนอย่างนางจาง การขอร้องตรง ๆ ไม่มีประโยชน์...เราต้องหยิบมาเอง"

"จะ...จะให้บ่าวไปขโมยหรือเจ้าคะ!" เสี่ยวชุนตกใจจนเผลอทำเสียงดังขึ้นเล็กน้อย

"ชู่ว์..." จื่อเหยาปราม "ไม่ใช่การขโมย แต่เป็นการหยิบยืมสิ่งที่ควรจะเป็นของเราอยู่แล้วต่างหาก" นางมองตรงไปยังสาวใช้ "เสี่ยวชุน ข้ารู้ว่ามันเสี่ยง แต่เจ้ากล้าพอหรือไม่?"

เสี่ยวชุนมองลึกเข้าไปในดวงตาของคุณหนู นางเห็นความแน่วแน่และเชื่อมั่นที่ทำให้นางรู้สึกมีความหวังอย่างประหลาด ความกลัวถูกความภักดีกดทับจนมิด นางพยักหน้ารับอย่างช้า ๆ

"เพื่อคุณหนู...บ่าวกล้าเจ้าค่ะ"

"ดี" จื่อเหยาให้คำแนะนำสั้น ๆ "ตอนนี้เป็นยามกุน (ประมาณ 21:00-22:59 น.) พวกบ่าวรับใช้ส่วนใหญ่คงหลับกันหมดแล้ว เจ้าจงเคลื่อนไหวในเงามืด ฟังเสียงรอบตัวให้ดี อย่ารีบร้อน และเป้าหมายของเราคืออาหารแห้งที่เก็บไว้ได้นานกับน้ำสะอาดเพียงเท่านั้น"

เสี่ยวชุนพยักหน้ารับคำอย่างจริงจัง นางถอดรองเท้าฟางออกเพื่อไม่ให้เกิดเสียง พลางสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วค่อย ๆ แง้มประตูไม้ออกไปอย่างเงียบเชียบเท่าที่จะทำได้

ความเย็นยามค่ำคืนปะทะผิวกายทำให้เสี่ยวชุนขนลุกซู่ นางหลบอยู่หลังเสาเรือน มองซ้ายมองขวาจนแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่แถวนั้น ก่อนจะย่องเบาออกไปตามแนวเงาของชายคา มุ่งหน้าไปยังโรงครัวที่อยู่ท้ายเรือน

หัวใจของนางเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก ทุกเสียงที่ได้ยินไม่ว่าจะเป็นเสียงลมพัดใบไม้ไหว หรือเสียงสัตว์ตัวเล็ก ๆ วิ่งผ่าน ก็ทำให้นางสะดุ้งจนตัวเกร็ง

เมื่อมาถึงหน้าโรงครัว นางพบว่าประตูไม้ถูกลงดาลจากด้านในอย่างแน่นหนา เสี่ยวชุนใจแป้วไปวูบหนึ่ง แต่นางนึกถึงคำของคุณหนูที่ให้สังเกต...บ่าวรับใช้ตัวน้อยจึงเดินอ้อมไปด้านหลัง และพบกับสิ่งที่คาดหวัง...หน้าต่างบานเล็กที่ใช้ระบายควันนั้นปิดไม่สนิทนัก!

เด็กหญิงจึงค่อย ๆ ใช้ปลายนิ้วดันหน้าต่างที่ฝืดนั้นออกอย่างช้า ๆ จนเกิดเป็นช่องพอให้ร่างผอมบางของตนลอดเข้าไปได้ และเมื่อเข้ามาด้านใน กลิ่นอาหารที่ยังหลงเหลืออยู่ก็ปะทะจมูกจนท้องของนางร้องประท้วง

เสี่ยวชุนไม่รอช้า นางคลำทางในความมืดตรงไปยังตู้เก็บอาหารที่ตนเคยเห็นพวกแม่ครัวเก็บของเหลือไว้ เป้าหมายแรกคือหมั่นโถวที่เย็นชืด

นางหยิบมาได้สามลูกยัดใส่ในอกเสื้ออย่างรวดเร็ว จากนั้นก็คว้าผักดองที่อยู่ในไหเล็กมาหนึ่งกำ ห่อด้วยใบบัวแห้งที่วางอยู่ใกล้กัน และสุดท้ายคือการเติมน้ำสะอาดใส่ในกระบอกไม้ไผ่เก่า ๆ ที่พกติดตัวมา

แต่ในขณะที่นางกำลังจะปีนกลับออกไปด้านนอก ฉับพลันร่างของนางก็ตัวแข็งทื่อเมื่อได้ยินเสียงดัง

แอ๊ด...เสียงครวญครางของใครบางคนดังขึ้นจากห้องพักของนางจางที่อยู่ติดกับโรงครัว ตามมาด้วยเสียงพลิกตัวบนเตียงไม้!

เสี่ยวชุนรีบหลบเข้าใต้โต๊ะทันที หัวใจของเด็กหญิงแทบจะหยุดเต้น มือทั้งสองข้างกอดห่อหมั่นโถวเอาไว้แน่น รอคอยอย่างทรมานอยู่ครู่หนึ่ง...เมื่อไม่ได้ยินเสียงใด ๆ อีก นางจึงค่อย ๆ คลานออกมาแล้วปีนกลับออกจากหน้าต่างบานเดิมอย่างรวดเร็วและระมัดระวัง

เมื่อกลับมาถึงห้องพักอย่างปลอดภัย นางก็ทรุดตัวลงกับพื้นหอบหายใจอย่างหนัก เหงื่อกาฬแตกพลั่กเต็มแผ่นหลัง

"คุณหนู...บ่าว...บ่าวทำได้แล้วเจ้าค่ะ" นางยื่นห่อผ้าที่มีหมั่นโถวและผักดองให้คุณหนูอย่างภาคภูมิใจ

จื่อเหยารับมา...นางมองอาหารในมือด้วยแววตาสงบนิ่ง ก่อนจะหักหมั่นโถวออกเป็นสองส่วนเท่า ๆ กัน ยื่นครึ่งหนึ่งส่งคืนให้เสี่ยวชุน

"เจ้าก็ยังไม่ได้กินอะไรเหมือนกัน กินเสียสิ"

เสี่ยวชุนน้ำตาคลอเบ้า นางไม่คิดว่าคุณหนูจะแบ่งให้นาง "แต่ว่านี่..."

"ไม่มีแต่" จื่อเหยาพูดเสียงเรียบ "จากนี้ไป เราคือคนที่อยู่เรือลำเดียวกัน ต้องช่วยเหลือกัน"

นางมองเสี่ยวชุนที่รับหมั่นโถวไปกินทั้งน้ำตา ก่อนจะกัดอาหารในมือของตัวเองเข้าไปคำหนึ่ง มันทั้งแข็งและเย็นชืด แต่สำหรับเธอในตอนนี้...มันคือรสชาติของความหวัง

"กินให้อิ่มเสี่ยวชุน" จื่อเหยากล่าวหลังจากกลืนอาหารลงคอไปแล้ว "เพราะรุ่งเช้า...งานของเจ้าจะเริ่มขึ้นแล้ว"

เมื่อท้องได้สัมผัสกับอาหารเป็นครั้งแรกในรอบหลายวัน แม้จะเป็นเพียงหมั่นโถวแข็ง ๆ ก็ตาม ร่างกายที่อ่อนล้าถึงขีดสุดของเสี่ยวชุนก็ไม่อาจทนทานต่อไปได้

นางจึงผล็อยหลับไปข้างแคร่ไม้ของคุณหนูของตนอย่างรวดเร็ว เสียงลมหายใจที่สม่ำเสมอของนางเป็นสิ่งเดียวที่บ่งบอกว่าในห้องนี้ยังมีสิ่งมีชีวิตอื่นอยู่

จื่อเหยาค่อย ๆ วางหมั่นโถวคำสุดท้ายลง นางไม่ได้กินจนหมดแต่เก็บส่วนหนึ่งไว้สำหรับมื้อต่อไป การบริหารทรัพยากรคือสิ่งสำคัญที่สุดในสถานการณ์เช่นนี้และอดที่จะทำให้นางรู้สึกอดสูไม่ได้ไปพร้อมกัน

ก่อนที่นางจะพิงร่างกับผนังที่เย็นชืด หลับตาลงรู้สึกถึงพลังงานอันน้อยนิดที่เริ่มแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย ความรู้สึกอุ่นสบายจากการได้กินอาหารทำให้จิตใจของนิติเวชสาวพอจะสงบลงได้บ้าง...ก่อนที่

[ติ๊ง!]

เสียงสังเคราะห์ที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นในหัว พร้อมกับหน้าต่างระบบสีฟ้าที่ปรากฏขึ้นตรงหน้า...

[ตรวจพบโฮสต์ได้รับสารอาหารพื้นฐาน กำลังประเมินสภาพร่างกาย...ประเมินเสร็จสิ้น สภาพร่างกายปัจจุบัน: อ่อนแอมีเสถียรภาพ ค่าพลังชีวิตฟื้นฟู 5%]

(มีเปอร์เซ็นต์บอกด้วยแฮะ...แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน) จื่อเหยาคิดอย่างพึงพอใจเล็กน้อย แต่ข้อความต่อมากลับทำให้นางต้องขมวดคิ้ว

[คำเตือน! ตรวจพบภัยคุกคามระดับสูงต่อโฮสต์! พิษเรื้อรัง เงามรณาไร้ลักษณ์กำลังกัดกินระบบประสาทของโฮสต์ในอัตรา 0.1% ต่อวัน หากไม่ทำการรักษาภายใน 30 วัน พิษจะสร้างความเสียหายถาวรต่อสมอง]

"เงามรณาไร้ลักษณ์..." จื่อเหยาพึมพำชื่อที่ดูน่าเกรงขามออกมาเบา ๆ (แค่ชื่อก็รู้แล้วว่าไม่ธรรมดา...เป็นพิษที่ออกฤทธิ์อย่างช้า ๆ ไม่ทิ้งร่องรอย และทำลายจากภายใน เป็นฝีมือของคนใจคออำมหิตโดยแท้)

ยังไม่ทันที่นางจะได้วิเคราะห์ต่อ หน้าต่างภารกิจก็เด้งขึ้นมา

[ระบบได้ทำการสร้างภารกิจหลักบทที่ 1 ภารกิจ: ก้าวแรกสู่การถอนพิษ รายละเอียด:ในการจะต่อต้านพิษ เงามรณาไร้ลักษณ์โฮสต์จำเป็นต้องรวบรวมสมุนไพร 3 ชนิด เพื่อสร้างยาหักล้างพิษขั้นต้น...ซึ่งจะช่วยชะลอการทำงานของพิษและฟื้นฟูระบบประสาทที่เสียหายเล็กน้อย

รายการที่ต้องรวบรวม: ใบหญ้าลิ้นงู 1 ตำลึง (ประมาณ 37.5 กรัม) ดอกสายน้ำผึ้ง 1 ตำลึง และรากชะเอมเทศ 5 เฟิน (ประมาณ 18.75 กรัม)

รางวัลเมื่อสำเร็จภารกิจ: 15 แต้มไขความจริง สูตรยาถอนพิษขั้นต้น บันทึกในระบบถาวร ชุดทดสอบสารพิษเบื้องต้นแบใช้แล้วหมดไป 3 ชุด เวลาที่กำหนด: 7 วัน

บทลงโทษหากล้มเหลว : พิษจะเริ่มดื้อยา ทำให้การรักษาในอนาคตยากขึ้น 20%]

จื่อเหยาไล่อ่านรายละเอียดทั้งหมดอย่างถี่ถ้วน ในฐานะแพทย์ เธอพอจะรู้จักชื่อสมุนไพรเหล่านี้อยู่บ้างจากตำราแพทย์แผนจีนโบราณ

ทั้งหมดล้วนมีสรรพคุณในการขจัดสารพิษและลดการอักเสบ ระบบนี้ไม่ได้ให้ภารกิจมาอย่างสุ่มสี่สุ่มห้า แต่มันมีหลักการทางยาที่ชัดเจน

(ปัญหาคือ...เธอจะไปหาสมุนไพรพวกนี้มาจากไหน?)

นางมองไปรอบ ๆ ห้องที่ว่างเปล่า ก่อนจะเหลือบมองไปยังร่างของเสี่ยวชุนที่กำลังหลับอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราว แผนการเดิมของนางคือให้เสี่ยวชุนเป็นหูเป็นตาเพื่อสร้างคดีคงต้องถูกพับเอาไว้ก่อน...เพราะตอนนี้นางมีเป้าหมายที่ชัดเจนและเร่งด่วนมากกว่านั้นเพิ่มเข้ามา

"หญ้าลิ้นงูมักจะขึ้นตามที่ชื้นแฉะริมรั้วหรือชายป่า...ดอกสายน้ำผึ้งก็เป็นไม้เลื้อยที่พบได้ทั่วไป...ส่วนชะเอมเทศอาจจะหายากหน่อย แต่อาจจะมีขายตามร้านยาเล็ก ๆ ในหมู่บ้าน หรืออาจจะมีชาวบ้านปลูกไว้"

จื่อเหยาพึมพำพลางถอนหายใจออกมาเพื่อหวังระบายความอึดอัด "ดูเหมือนว่าพรุ่งนี้...งานของเสี่ยวชุนจะหนักมากกว่าที่คิดไว้เสียแล้ว"

นางปิดหน้าต่างระบบลง เอนกายพิงผนังแล้วหลับตาลงอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่เพื่อพักผ่อนแต่เพื่อวางแผนการสำหรับวันพรุ่งนี้อย่างละเอียดที่สุด การเอาชีวิตรอด การสืบสวน และการรักษา...ทั้งหมดได้เริ่มต้นขึ้นพร้อมกันแล้วบนกระดานหมากที่เรียกว่าเรือนเมฆาคล้อย...แห่งนี้
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 241

    เสียงเครื่องวัดสัญญาณชีพดังขึ้นข้างหูของหรงจื่อเหยาเป็นจังหวะสม่ำเสมอ โดยที่เธอยังคงอยู่ในอาการโคม่ามานานแสนนาน หลังจากที่แพทย์ทำการช่วยเหลือเธออย่างสุดความสามารถ ในที่สุดหญิงสาวก็สามารถลืมตาขึ้นมาบนโลกใบเดิมของตนได้อีกครั้งจื่อเหยาตกใจเป็นอย่างมากกับสิ่งที่เห็น เนื่องจากครั้งสุดท้ายเธอจำได้ว่าระบบ

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 240

    กาลเวลาผันเปลี่ยนจากหยาดฝนโปรยปรายสู่แสงแดดอันอบอุ่น เซี่ยหลงและเซี่ยเฟิ่งต่างเติบโตเป็นหนุ่มสาวที่สง่างามและเปี่ยมด้วยความสามารถ พวกเขาได้พิสูจน์ตนเองว่าคู่ควรที่จะก้าวเข้ามาสานต่อภารกิจของมารดาในหน่วยสืบสวนพิเศษเซี่ยหลงในวัยยี่สิบปีได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้บัญชาการหน่วยสืบสวนพิเศษคนใหม่ เขามีค

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 239

    “แต่ท่านแม่ พวกเราอยากช่วยท่านนี่ขอรับ” เซี่ยหลงกล่าวเสริม ดวงตาที่ฉายแววความคิดลึกซึ้งมองมารดาอย่างจริงจัง “เราอยากช่วยท่านไขคดี และปกป้องความยุติธรรมเช่นเดียวกับท่าน”เซี่ยเฟิ่งพยักหน้าหงึกหงัก “ใช่เจ้าค่ะ ท่านแม่ พวกเราแข็งแรงและฉลาดพอแล้วนะเจ้าคะ”หรงจื่อเหยายิ้มอย่างอบอุ่น นางเข้าใจความรู้สึกขอ

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 238

    “ขอคารวะใต้เท้าหรงขอรับ/เจ้าค่ะ” เสียงทักทายดังขึ้นพร้อมกันเมื่อหรงจื่อเหยาปรากฏตัวหรงจื่อเหยาพยักหน้ารับเล็กน้อย “ข้าขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความสนใจในการเข้าร่วมหน่วยสืบสวนพิเศษแห่งนี้” เสียงของนางกังวานและชัดเจน “หน่วยสืบสวนของเราจะเปิดโอกาสให้ผู้มีความรู้ความสามารถทุกคน ไม่ว่าจะบุรุษหรือสตรี... แล

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 237

    วันเวลาผันผ่านหรงจื่อเหยายังคงไม่ยอมแพ้ในการจัดตั้งหน่วยสืบสวนพิเศษ นับตั้งแต่ที่นางได้เริ่มเสนอแนวคิดนี้ในราชสำนัก นางต้องเผชิญกับการต่อต้านอย่างหนักหน่วงจากขุนนางฝ่ายอนุรักษนิยมที่ยังคงยึดมั่นในขนบธรรมเนียมโบราณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่สตรีอย่างนางจะเข้ามามีบทบาทในกิจการบ้านเมืองถึงเพียงนี้“กราบทู

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 236

    “ท่านพี่...” นางเอ่ยเรียกเขาเสียงเบา รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้า“จริงนะเหยาเอ๋อ ข้าไม่ได้แกล้งกล่าวชมเขา” เซี่ยเว่ยหลง กล่าวพลางดึงภรรยาเข้ามาใกล้ “หลงเอ๋อฉลาดเกินวัย และมีความคิดที่ซับซ้อน เขามักจะเก็บงำความรู้สึกบางอย่างเอาไว้ในใจ เช่นเดียวกับเจ้าในบางครั้ง”หรงจื่อเหยาหัวเราะออกมาอย่างสดใส “

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 228

    ในที่สุดการเดินทางที่ยาวนานกว่าสามเดือนก็ได้สิ้นสุดลง เมื่อขบวนของหรงเจี้ยนอวี่และซูเหมยหลิงได้มาถึงเหมืองแร่ ท่ามกลางแสงแดดยามบ่ายที่เริ่มคล้อยต่ำลงพวกเขาก็พบเข้ากับเวรยามที่กำลังเฝ้าหน้าประตูเหมืองซึ่งรอบด้านนั้นได้ล้อมรอบด้วยกำแพงไม้สูงใหญ่ที่สร้างขึ้นอย่างแข็งแรงและมั่นคง แสดงให้เห็นถึงการจัดกา

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 227

    ซูเหมยหลิงรีบส่ายหน้าปฏิเสธ “ไม่... ไม่ใช่เช่นนั้นเจ้าค่ะ ข้าเพียงแค่...”“เช่นนั้นก็ดีแล้ว” หรงเจี้ยนอวี่กล่าวตัดบท ก่อนจะยื่นมือมาประคองนางให้ลุกขึ้นยืน “ข้าเป็นผู้รับผิดชอบความปลอดภัยของเจ้า หากมีสิ่งใดทำให้เจ้ารู้สึกไม่สบายใจ เจ้าควรจะบอกข้ามาตามตรงมิใช่หลีกเลี่ยงกันเช่นนี้”ซูเหมยหลิงรู้สึกร้อน

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 226

    ยามสายมาเยือนหลังจากทุกคนได้รับข้าวเช้ากันเรียบร้อย ขบวนเดินทางของหรงเจี้ยนอวี่และซูเหมยหลิงก็เริ่มเคลื่อนตัวอีกครั้ง แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องลงมาระหว่างกิ่งไม้สร้างเป็นลำแสงอ่อน ๆ สวยงาม ทำให้บรรยากาศยามนี้ดูสงบไม่น้อย ทว่าภายในรถม้าของซูเหมยหลิงกลับไม่สงบตามไปด้วยนางยังคงรู้สึกปวดเมื่อยจากการเดิน

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 225

    พอรุ่งเช้า... ยังไม่ทันที่ฟ้าจะสว่างเท่าใดนัก ซูเหมยหลิง ที่อยู่ในรถม้ามาแทบตลอดทั้งคืนพลันรู้สึกตัวอย่างรวดเร็ว เนื่องจากนางนอนไม่ค่อยหลับ ทั้งนี้เป็นเพราะความปวดเมื่อยจากการเดินทางไกลที่ไม่คุ้นชินและนางยังเกิดฝันร้ายต่อเรื่องราวจากที่ถูกโจรปล้น นางจึงลุกขึ้นนั่งอย่างเงียบเชียบ พยายามขยับร่างกายที

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status