Share

บทที่ 7

เมื่อประตูห้องพักถูกปิดลงและเงาของนายอำเภอหวังหายลับไป ความเข้มแข็งที่จื่อเหยาแสดงออกมาเมื่อครู่ก็ดูเหมือนจะจางหายไปเล็กน้อย นางทรุดตัวลงนั่งบนแคร่ไม้ สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอาการสั่นเทาของร่างกายที่ยังคงอ่อนแอ

เสี่ยวชุนรีบถลาเข้ามาคุกเข่าลงเคียงข้าง น้ำตาไหลพรากด้วยความกลัวและความอัดอั้นตันใจ

"คุณหนู! ทำอย่างไรดีเจ้าคะ! ปิ่นนั่น...ปิ่นนั่นเป็นของคุณหนูจริง ๆ ตอนนี้พวกเขาปรักปรำเราซึ่งหน้าแล้ว เราจะทำอย่างไรดี!"

จื่อเหยามองสาวใช้ที่กำลังตื่นตระหนกด้วยแววตาที่สงบนิ่งแต่แฝงไว้ด้วยประกายบางอย่าง นางยื่นมือที่เย็นเฉียบของตนเองออกไปจับมือของเสี่ยวชุนเอาไว้เบา ๆ ซึ่งสัมผัสนั้นทำให้บ่าวตัวน้อยชะงักและเงยหน้าขึ้นมอง

"เสี่ยวชุน" นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแฝงความหนักแน่น "มองข้า...แล้วฟังให้ดี"

"ยิ่งเราตื่นตระหนก เรายิ่งเข้าทางศัตรู ยิ่งเราแสดงความอ่อนแอ พวกเขาก็ยิ่งได้ใจ" จื่อเหยากล่าว "พ่อบ้านสวี เสี่ยวชิวและนายอำเภอหวัง...พวกเขาล้วนเป็นคนของเหมยลี่ฮูหยิน พวกเขาวางกับดักนี้ขึ้นมาก็เพื่อรอให้เราตื่นกลัวจนทำอะไรผิดพลาด...ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาหวาดกลัวแต่เป็นเวลาที่ต้องสู้ และข้าต้องการความช่วยเหลือจากเจ้า เสี่ยวชุนตอนนี้เจ้าคือตา คือหู คือมือ และเท้าของข้า...ทุกอย่างขึ้นอยู่กับเจ้าแล้ว เจ้าทำได้หรือไม่?"

แววตาที่แน่วแน่และน้ำเสียงที่เปี่ยมด้วยความเชื่อมั่นของคุณหนู ส่งผลราวกับน้ำเย็นที่สาดซัดเข้ามาในใจที่ร้อนรุ่มของเสี่ยวชุน ความกลัวของนางค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่น เจ้าตัวรีบพยักหน้ารับอย่างหนักแน่น "บ่าว...บ่าวทำได้เจ้าค่ะ! ขอเพียงคุณหนูสั่งมา!"

"ดีมาก" จื่อเหยาคลี่ยิ้มบาง "ถ้าเช่นนั้นจงฟังแผนของข้า...ข้าต้องการให้เจ้าไปทำสามอย่าง"

นางเริ่มอธิบายแผนการสืบสวนขั้นแรก "หนึ่ง...ศพของนางจางตอนนี้คงถูกนำไปเก็บไว้ที่ห้องเก็บของท้ายเรือนเพื่อรอการฝัง ให้เจ้าแอบไปหาบ่าวชายชื่ออาหมิงที่ช่วยนำศพขึ้นมาจากบ่อ แสร้งทำเป็นอยากรู้อยากเห็นแล้วชวนคุย ถามเขาว่าตอนที่สัมผัสร่างของป้าจาง เขาสังเกตเห็นอะไรผิดปกติหรือไม่...อย่างรอยช้ำ รอยขีดข่วนหรือเสื้อผ้าที่ฉีกขาด...ทุกรายละเอียดล้วนสำคัญ" เมื่อนางเห็นว่าบ่าวตัวน้อยตั้งใจฟังจึงได้พูดต่อ

"สอง...ตอนนี้ทุกคนคงจะกลัวจนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้บ่อน้ำนั่นอีกแล้วและนั่นคือโอกาสของเจ้า...เจ้าจงกลับไปที่นั่นอีกครั้ง คราวนี้ไม่ต้องรีบร้อน ค่อย ๆ มองให้ละเอียด...หาทุกสิ่งที่ไม่ควรจะอยู่ที่นั่น ไม่ว่าจะเป็นเศษผ้าเครื่องประดับหรืออะไรก็ตามที่ดูผิดที่ผิดทาง"

"และสาม...เริ่มสืบเรื่องส่วนตัวของนางจางให้เงียบอย่างที่สุด" จื่อเหยาเน้นเสียง "ยกตัวอย่างว่านางทะเลาะกับใครบ้าง ขูดรีดใครบ้าง มีความลับอะไรที่คนอื่นไม่รู้...และที่สำคัญ...จงคอยสังเกตท่าทีของเสี่ยวชิวกับคนที่นางสนิทสนมด้วยเป็นพิเศษ"

หลังนางกล่าวจบก็ได้สังเกตุท่าทางของเสี่ยวชุนไปด้วยและดูเหมือนเด็กหญิงคนนี้จะฉลาดไม่น้อยทีเดียว

"บ่าวเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ" หลังเจ้าตัวรับคำสั่งจากผู้เป็นนายเรีบบร้อยทั้งหมดแล้ว นางก็รีบออกไปปฏิบัติการทันที

คล้อยหลังบ่าวตัวน้อยเดินจากไป ภายในห้อง...จื่อเหยาก็กลับเข้าสู่โหมดสมาธิของตนเพื่อทำจิตใจให้สงบ

ในยามนี้บรรยากาศในเรือนเมฆาคล้อยได้เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ความโกลาหลในตอนเช้าถูกแทนที่ด้วยความเงียบอันน่าขนลุก บ่าวไพร่ต่างทำงานของตนไปอย่างซังกะตาย แต่สายตากลับคอยชำเลืองมองกันและกันด้วยความหวาดระแวง

ทุกคนต่างกระซิบกระซาบกันถึงเรื่องคุณหนูใหญ่ที่อาจจะเป็นคนฆ่านางจาง และหวาดกลัวว่าเคราะห์ร้ายครั้งต่อไปจะตกมาถึงตัว...ความหวั่นเกรงในอันตรายที่มองไม่เห็นได้คืบคลานเข้าปกคลุมทั่วทุกพื้นที่

เสี่ยวชุนเริ่มภารกิจแรกด้วยการเข้าไปตีสนิทกับบ่าวชายอาหมิง เขายังคงมีสีหน้าตื่นกลัวไม่หาย แต่เมื่อเสี่ยวชุนทำทีเป็นหวาดกลัวเช่นกันและชวนคุยถึงเรื่องที่เกิดขึ้น เด็กหนุ่มก็ยอมเล่าให้ฟังแต่โดยดี

"สภาพน่ากลัวมากเลยเสี่ยวชุน...ข้าสังเกตเห็นว่าที่ข้อมือของป้าจางมีรอยช้ำ เหมือนถูกใครจับไว้แน่นเลยนะ แล้วที่คอก็มีรอยข่วนเป็นทางยาวด้วย...อ้อ! ตอนที่ข้าจับมือแกขึ้นมานะ เหมือนจะเห็นว่าใต้เล็บแกมีเศษด้ายสีน้ำเงินเข้ม ๆ ติดอยู่ด้วยละ แต่ข้ากลัวเลยไม่ได้บอกใคร"

เสี่ยวชุนจดจำข้อมูลนั้นไว้ในใจอย่างเงียบงัน ก่อนจะปลีกตัวไปยังบ่อน้ำร้างตามลำพัง ที่นั่นตอนนี้ช่างดูวังเวงน่ากลัวกว่าเดิมหลายเท่าตัว

เด็กสาวตัวน้อยจึงพยายามรวบรวมความกล้าพร้อมกับคิดว่าไม่มีอะไรหรอกไม่ต้องกลัว เมื่อจิตใจของนางเริ่มมั่นคงดี นางจึงได้ก้าวเท้าเข้าไปสำรวจรอบ ๆ บ่ออย่างละเอียดตามที่คุณหนูสั่ง สายตาของเด็กหญิงกวาดไปตามพื้นดินชื้นแฉะ...

และแล้วตอนนี้ดูเหมือนว่านางจะเจอเข้ากับอะไรบางอย่างข้างพุ่มไม้เตี้ย ๆ ที่อยู่ห่างจากขอบบ่อไปเล็กน้อย ตรงนั้นมีวัตถุชิ้นเล็กชิ้นหนึ่งตกอยู่...มันคือกระดุมไม้ที่ถูกขัดจนขึ้นเงา ซึ่งนางคิดว่ามันช่างไม่น่ามาอยู่ตรงนี้

ทั้งนี้เป็นเพราะมันไม่ใช่กระดุมหยาบ ๆ ที่ใช้กับเสื้อผ้าของบ่าวไพร่ทั่วไปนั่นเอง "สิ่งนี้ผิดที่ผิดทางตามที่คุณหนูพูด" นางพึมพำ ก่อนจะรีบห่อกระดุมเม็ดนั้นด้วยผ้าเช็ดหน้าแล้วเก็บไว้ในอกเสื้อเป็นอย่างดี

หลังจากนางได้ตรวจสอบดูอีกรอบและไม่พบสิ่งใดเพิ่มเติม เสี่ยวชุนจึงได้ตัดสินใจว่าจะไปทำภารกิจสุดท้ายที่ค่อนข้างอันตรายไม่น้อย นั่นก็คือการสังเกตการณ์เสี่ยวชิว

วิธีการของเด็กหญิงก็คือ นางแสร้งทำเป็นทำงานอยู่ใกล้กับโรงครัว และก็เป็นดังคาด...นางเห็นเสี่ยวชิวมีท่าทีร้อนรนผิดปกติ เด็กสาวมักทำงานผิด ๆ ถูก ๆ และคอยมองไปรอบตัวคล้ายหวาดระแวงอยู่ตลอดเวลา และที่สำคัญที่สุด...เสี่ยวชุนเห็นเสี่ยวชิวกำลังมีปากเสียงอย่างลับ ๆ ล่อ ๆ กับบ่าวชายคนหนึ่งที่ชื่ออาเฉียงอยู่ที่หลังเรือนฟืน

คนทั้งสองมีสีหน้าเคร่งเครียดและหวาดกลัว เมื่ออาเฉียงเห็นว่าเสี่ยวชุนกำลังเดินผ่านมา ชายหนุ่มก็รีบหันหลังเดินหนีไปทันที ทิ้งให้เสี่ยวชิวยืนหน้าซีดอยู่ตามลำพัง

เย็นวันนั้นเสี่ยวชุนรีบกลับมารายงานทุกสิ่งที่ตนได้พบเห็นและได้ยินมาให้จื่อเหยาฟังอย่างละเอียด พร้อมทั้งยื่นกระดุมไม้ชิ้นสำคัญที่พบออกมาด้วย

จื่อเหยารับกระดุมไม้นั้นมาพิจารณาในมืออย่างใจเย็น ขณะที่ในสมองกำลังประมวลผลข้อมูลทั้งหมดด้วยความเร็วสูง

(รอยช้ำที่ข้อมือ รอยขีดข่วนที่คอ...ยืนยันว่าเป็นการต่อสู้ ไม่ใช่อุบัติเหตุ...เศษด้ายสีน้ำเงินเข้มและกระดุมของผู้ชาย...แสดงว่าคนร้ายเป็นบุรุษที่สวมเสื้อผ้าดีกว่าบ่าวทั่วไป...เสี่ยวชิวมีท่าทีร้อนตัวและมีความสัมพันธ์ลับกับอาเฉียง...ป้าจางอาจจะล่วงรู้ความลับของพวกเขาสองคนเข้า จึงถูกฆ่าปิดปาก!) นางลองคิดในสิ่งที่น่าจะพอเป็นไปได้

{ระบบ...ช่วยวิเคราะห์วัตถุนี้ให้ที} นางสั่งในใจ

[ติ๊ง! กำลังสแกนวัตถุ...วิเคราะห์เสร็จสิ้น] [วัตถุ: กระดุมไม้เนื้อแข็งขัดเงา...มาจากเสื้อผ้าบุรุษคุณภาพปานกลาง ไม่ใช่ของบ่าวรับใช้ทั่วไป แต่เป็นระดับหัวหน้าคนงานหรือองครักษ์ส่วนตัว]

ในตอนนี้ในหัวของจื่อเหยาก็ได้มีภาพทั้งหมดทักถออยู่ด้วยกันแล้วอย่างสมบูรณ์ ก่อนนางจะเงยหน้าขึ้นสบตากับเสี่ยวชุนที่รอคอยอย่างมีความหวัง

"ข้าได้ตัวผู้ต้องสงสัยที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุดแล้ว...เสี่ยวชุน"

"จริงหรือเจ้าคะคุณหนู! ใคร...ใครคือผู้ต้องสงสัยเจ้าคะ?"

"อาเฉียง...และเสี่ยวชิวคือผู้สมรู้ร่วมคิดที่เป็นไปได้มากที่สุด" จื่อเหยาตอบเสียงเรียบ "ตามความคิดของข้าคือนางจางอาจจะล่วงรู้ความลับเรื่องความสัมพันธ์ของพวกเขาสองคน และใช้มันเพื่อข่มขู่บางอย่าง จนนำไปสู่การเผชิญหน้ากันที่บ่อน้ำในคืนนั้น และจบลงด้วยการฆ่า"

"ถ้าเช่นนั้น...พวกเขาก็คือคนร้ายจริง ๆ น่ะสิเจ้าคะ!" น้ำเสียงของเสี่ยวชุนเต็มไปด้วยความตื่นกลัวและตื่นเต้น

"นั่นเป็นแค่การคาดเดา" จื่อเหยาพูดต่อ "เพราะพวกเรายังขาดหลักฐานชิ้นสุดท้ายที่จะมัดตัวพวกเขาโดยตรง...เรายังไม่รู้ว่าพวกเขาโต้เถียงกันเรื่องอะไร หรืออะไรคือฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้พวกเขาลงมือ...การจะทำให้นายอำเภอหวังยอมรับได้ เราต้องทำให้พวกเขาสารภาพออกมาเอง"

นางมองออกไปนอกหน้าต่างที่บัดนี้มืดสนิทแล้ว...และคืนที่สองของเส้นตายสามวันกำลังจะเริ่มต้นขึ้น
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 241

    เสียงเครื่องวัดสัญญาณชีพดังขึ้นข้างหูของหรงจื่อเหยาเป็นจังหวะสม่ำเสมอ โดยที่เธอยังคงอยู่ในอาการโคม่ามานานแสนนาน หลังจากที่แพทย์ทำการช่วยเหลือเธออย่างสุดความสามารถ ในที่สุดหญิงสาวก็สามารถลืมตาขึ้นมาบนโลกใบเดิมของตนได้อีกครั้งจื่อเหยาตกใจเป็นอย่างมากกับสิ่งที่เห็น เนื่องจากครั้งสุดท้ายเธอจำได้ว่าระบบ

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 240

    กาลเวลาผันเปลี่ยนจากหยาดฝนโปรยปรายสู่แสงแดดอันอบอุ่น เซี่ยหลงและเซี่ยเฟิ่งต่างเติบโตเป็นหนุ่มสาวที่สง่างามและเปี่ยมด้วยความสามารถ พวกเขาได้พิสูจน์ตนเองว่าคู่ควรที่จะก้าวเข้ามาสานต่อภารกิจของมารดาในหน่วยสืบสวนพิเศษเซี่ยหลงในวัยยี่สิบปีได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้บัญชาการหน่วยสืบสวนพิเศษคนใหม่ เขามีค

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 239

    “แต่ท่านแม่ พวกเราอยากช่วยท่านนี่ขอรับ” เซี่ยหลงกล่าวเสริม ดวงตาที่ฉายแววความคิดลึกซึ้งมองมารดาอย่างจริงจัง “เราอยากช่วยท่านไขคดี และปกป้องความยุติธรรมเช่นเดียวกับท่าน”เซี่ยเฟิ่งพยักหน้าหงึกหงัก “ใช่เจ้าค่ะ ท่านแม่ พวกเราแข็งแรงและฉลาดพอแล้วนะเจ้าคะ”หรงจื่อเหยายิ้มอย่างอบอุ่น นางเข้าใจความรู้สึกขอ

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 238

    “ขอคารวะใต้เท้าหรงขอรับ/เจ้าค่ะ” เสียงทักทายดังขึ้นพร้อมกันเมื่อหรงจื่อเหยาปรากฏตัวหรงจื่อเหยาพยักหน้ารับเล็กน้อย “ข้าขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความสนใจในการเข้าร่วมหน่วยสืบสวนพิเศษแห่งนี้” เสียงของนางกังวานและชัดเจน “หน่วยสืบสวนของเราจะเปิดโอกาสให้ผู้มีความรู้ความสามารถทุกคน ไม่ว่าจะบุรุษหรือสตรี... แล

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 237

    วันเวลาผันผ่านหรงจื่อเหยายังคงไม่ยอมแพ้ในการจัดตั้งหน่วยสืบสวนพิเศษ นับตั้งแต่ที่นางได้เริ่มเสนอแนวคิดนี้ในราชสำนัก นางต้องเผชิญกับการต่อต้านอย่างหนักหน่วงจากขุนนางฝ่ายอนุรักษนิยมที่ยังคงยึดมั่นในขนบธรรมเนียมโบราณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่สตรีอย่างนางจะเข้ามามีบทบาทในกิจการบ้านเมืองถึงเพียงนี้“กราบทู

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 236

    “ท่านพี่...” นางเอ่ยเรียกเขาเสียงเบา รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้า“จริงนะเหยาเอ๋อ ข้าไม่ได้แกล้งกล่าวชมเขา” เซี่ยเว่ยหลง กล่าวพลางดึงภรรยาเข้ามาใกล้ “หลงเอ๋อฉลาดเกินวัย และมีความคิดที่ซับซ้อน เขามักจะเก็บงำความรู้สึกบางอย่างเอาไว้ในใจ เช่นเดียวกับเจ้าในบางครั้ง”หรงจื่อเหยาหัวเราะออกมาอย่างสดใส “

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 21

    บรรยากาศในศาลากลางหมู่บ้านพลันเงียบกริบลงในทันที เสียงครวญครางของผู้ป่วยคนอื่น ๆ เองก็ดูเหมือนจะเบาบางลงด้วยเช่นกัน เหลือเพียงเสียงลมหายใจที่ขาดห้วงของยายหลิน และเสียงหัวใจที่เต้นระรัวของทุกคนที่เฝ้ามอง ทั้งชาวบ้าน บ่าวไพร่ในเรือนเมฆาคล้อยของนางที่อยู่ตรงนี้ และแม้กระทั่งพ่อบ

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 20

    แม้ว่าอาการของพวกเขาจะยังไม่หนักหนาสาหัสเท่ากับกลุ่มแรก แต่ใบหน้าที่ซีดเซียวและแววตาที่หวาดกลัวก็บ่งบอกชัดเจนว่าไอพิษร้ายได้เริ่มกัดกินร่างกายของพวกเขาแล้วเช่นกัน "คุณหนู! แย่แล้วเจ้าค่ะ!" เสี่ยวชุนวิ่งหน้าตาตื่นออกมารับ "มีคนป่วยเพิ่มขึ้นอีกแล้วเจ้าค่ะ! และยา...ยาโอสถของเรากำลังจะหมดแล้

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 19

    และหลังจากรวบรวมคนได้ขบวนเล็ก ๆ แต่เต็มไปด้วยบรรยากาศอันน่าเกรงขามของหรงจื่อเหยา พวกเขาทั้งหมดจึงได้มุ่งตรงไปยังร้านเหล้าซอมซ่อท้ายหมู่บ้านทันที จื่อเหยาเดินนำหน้าสุด แผ่นหลังเล็ก ๆ ของนางตั้งตรง แผ่รังสีแห่งความเยือกเย็นและเด็ดขาดออกมาจนชาวบ้านชายฉกรรจ์สี่คนที่เดินตามหลังมายังรู้สึกหนาว

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 18

    จื่อเหยาเดินนำตรงไปยังศาลากลางหมู่บ้านทันที ภาพที่นางเห็นเมื่อไปถึงคือความโกลาหลอย่างแท้จริง...ศาลากลางที่เคยว่างเปล่า บัดนี้เต็มไปด้วยผู้คน ญาติพี่น้องของผู้ป่วยต่างร้องไห้ระงมกอดกันด้วยความสิ้นหวัง คนป่วยทั้งสามคนนอนซมหมดสภาพอยู่บนพื้น กลิ่นอายของความเจ็บป่วยและความตายคละคลุ้งจนแทบจะหา

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status