Share

บทที่ 8

คืนที่สองของเส้นตายสามวันมาถึงพร้อมกับความกดดันที่ทวีสูงขึ้น บรรยากาศในเรือนเมฆาคล้อยหนักอึ้งไปด้วยความหวาดระแวงและความกลัว

จื่อเหยารู้ดีว่าการรอให้หลักฐานชิ้นต่อไปปรากฏขึ้นเองนั้นโง่เขลา นางต้องเป็นฝ่ายรุกเสียเอง

"เสี่ยวชุน" จื่อเหยาเอ่ยขึ้นในความเงียบของห้องพัก "ข้ามีแผนที่จะทำให้หนูสกปรกสองตัวนั่นร้อนรนจนต้องเผยหางออกมา"

"แผนอะไรหรือเจ้าคะคุณหนู?"

"คนโบราณเชื่อเรื่องภูตผีวิญญาณ...เราก็จะใช้ความเชื่อนี้ให้เป็นประโยชน์" จื่อเหยาคลี่ยิ้มเย็น "เจ้าจงไปปล่อยข่าวลือ...บอกบ่าวคนอื่นว่าเมื่อคืนเจ้าได้ยินเสียงคนร้องไห้โหยหวนมาจากทางบ่อน้ำ และเมื่อเช้านี้ตอนที่ข้าตื่นนอน ข้าก็ละเมอพูดจาแปลก ๆ ว่า...ข้าหนาว...ของของข้าอยู่ที่ไหน...เอาของของข้าคืนมา..."

เสี่ยวชุนเบิกตากว้าง "คุณหนูจะให้บ่าวกุเรื่องว่าวิญญาณของป้าจางมาเข้าฝันคุณหนูอย่างนั้นหรือเจ้าคะ!"

"ถูกต้อง" จื่อเหยากล่าว "และเจ้าจะต้องจงใจเล่าให้ดูน่ากลัวและสมจริงมากที่สุด บอกว่าวิญญาณของนางยังคงวนเวียนอยู่แถวนี้เพื่อตามหาของสำคัญของคนที่ฆ่านางคว้าติดมือมาได้ก่อนตาย...และนางจะตามทวงคืนจากเจ้าของ...ของมัน"

ซึ่งแผนการนี้คือการสาดน้ำมันเข้ากองไฟโดยแท้อย่างที่หรงจื่อเหยานึกไม่ถึงทีเดียว และเสี่ยวชุนก็ไม่รอช้า นางรีบทำตามคำสั่งของผู้เป็นนายทันที

และเมื่อนางได้ออกจากห้องและตรงมาที่โรงครัวเด็กหญิงก็ได้เล่าเรื่องนี้ให้บ่าวรับใช้สองสามคนที่ดูขวัญอ่อนมากที่สุดฟังก่อนเป็นอันดับแรก

และเพียงไม่ถึงครึ่งชั่วยาม ข่าวลือเรื่องวิญญาณป้าจางเฮี้ยนก็แพร่สะพัดไปทั่วทั้งเรือนราวกับไฟลามทุ่ง บรรยากาศที่น่าหวาดหวั่นอยู่แล้ว ยิ่งทวีความน่าขนลุกขึ้นไปอีกหลายเท่า

และกับดักนี้ก็ได้ผล...เสี่ยวชิวมีอาการหวาดผวาอย่างเห็นได้ชัด นางหน้าซีดและทำของตกหล่นอยู่ตลอดเวลา จนกระทั่งตกดึกในคืนนั้นเอง...เรื่องราวที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้น!

"กรี๊ด! มีคนตาย!"

เสียงกรีดร้องดังขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้มันได้ดังมาจากทางเรือนเก็บฟืน! บ่าวไพร่ที่ยังไม่ทันข่มตาหลับต่างวิ่งกรูไปยังที่เกิดเหตุ

และภาพที่เห็นก็ทำให้ทุกคนต้องแข็งทื่อด้วยความตกตะลึง...ร่างของอาเฉียงนอนจมกองเลือดอยู่บนพื้น! ที่กลางอกของเขามีมีดทำครัวปักอยู่จนมิดด้าม ส่วนเสี่ยวชิวนั่งตัวสั่นเทาอยู่ไม่ไกล นางเอาแต่กรีดร้องว่า "เงาตัวดำ ๆ มันฆ่าเขา...วิญญาณป้าจางกลับมาแล้ว!"

เหตุฆาตกรรมซ้อนที่เกิดขึ้นทำให้นายอำเภอหวังต้องกลับมาที่เรือนเมฆาคล้อยอีกครั้งในยามวิกาล คราวนี้ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความหงุดหงิดและสับสน

จื่อเหยาเห็นว่านี่คือโอกาสเดียวของนาง นางจึงเรียกเสี่ยวชุนมาสั่งการพร้อมกับนำเงินก้นหีบที่ค้นเจอซึ่งเจ้าของร่างเดิมน่าจะซ่อนไว้ออกมา

"เจ้าจงนำเงินก้อนนี้ไปมอบให้นายอำเภอหวัง บอกเขาว่าข้ามีลูกพี่ลูกน้องชายห่าง ๆ ทางแม่ที่เป็นศิษย์หมอเทวดาคนหนึ่ง เขามีความสามารถในการตรวจดูศพเพื่อหาสาเหตุการตายได้อย่างแม่นยำ ข้าขออนุญาตให้น้องชายของข้าเข้าไปตรวจสอบศพของอาเฉียงเพื่อหาเบาะแสที่จะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของข้าในคดีของป้าจาง"

แม้ว่าเสี่ยวชุนจะรู้สึกสงสัยว่าน้องชายผู้นั้นของคุณหนูเป็นใครมาจากไหน แต่ทว่านางก็เชื่อฟังคุณหนูของตัวเองเป็นอย่างดี "เจ้าค่ะ คุณหนู" นางรับคำก่อนจะค่อย ๆ หาโอกาสส่งเงินในมือมอบให้ขุนนางผู้ละโมบอย่างลับ ๆ

นายอำเภอหวังผู้เห็นแก่เงิน เมื่อได้รับสินน้ำใจก้อนโตและเห็นว่าเป็นหนทางที่จะปิดคดีที่น่าปวดหัวนี้ได้เร็วขึ้นจึงยอมตกลงอย่างง่ายดาย เมื่อเสี่ยวชุนเห็นดังนั้นนางจึงได้รีบกลับไปห้องพักอย่างรวดเร็ว

"คะ...คุณหนู!" น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความตกใจเมื่อเห็นคุณหนูแต่งกายในรูปลักษณ์ของเด็กหนุ่มคล้ายบัณฑิต

"เจ้าอย่าได้เสียงดังไป ยามนี้ค่อนข้างมืด เจ้ารีบออกไปดูต้นทางให้ข้าทีว่ามีใครหรือไม่" จื่อเหยายกนิ้วขึ้นจุ๊ปากของตน ก่อนจะสั่งสาวใช้ออกมา

"จะ...เจ้าค่ะ" เสี่ยวชุนตอบรับด้วยความสับสน "ปลอดคนเจ้าค่ะ" หลังคนด้านในได้ยินคำพูดนี้ของนาง หรงจื่อเหยาในคราบของคุณชายหลี่เหยาก็ได้เดินออกมาด้วยท่าทางสุขุมเกินวัย

"เสี่ยวชุน หากข้าอยู่ในรูปลักษณ์เช่นนี้เจ้าจงเรียกข้าว่า หลี่เหยา เข้าใจหรือไม่" หรงจื่อเหยาพยายามเปลี่ยนน้ำเสียงของตนให้เข้มขึ้นเล็กน้อย

"บ่าวเข้าใจแล้ว...ว่าแต่คุณหนูทำแบบนี้ทำไมหรือเจ้าคะ" ครานี้เสี่ยวชุนไม่ปล่อยผ่านความสงสัยจึงได้ถามออกมา

"ข้าก็คือศิษย์หมอเทวดาผู้นั้นอย่างไรเล่า" สิ้นคำกล่าวของหรงจื่อเหยา เสี่ยวชุนก็อ้าปาก ดวงตาเบิกกว้างในทันที

"คุณหนู หมายความว่าท่านจะเข้าไปดูศพด้วยตัวเองหรือเจ้าคะ" เสียงของบ่าวรับใช้ถามออกมาอย่างตกใจ

"ใช่! เจ้าเลิกตกใจได้แล้ว รีบไปบอกท่านนายอำเภอหวังเถอะว่าคุณชายหลี่กำลังมา"

แม้ว่าเสี่ยวชุนอยากจะค้านคนเป็นนายใจแทบขาด แต่เมื่อได้เห็นแววตาคมกริบคู่นั้นที่จ้องมองมา นางก็ได้แต่ต้องวิ่งเหยาะ ๆ จากไปท่ามกลางแสงสลัวของดวงจันทร์

และไม่นานหลังจากนั้น จื่อเหยาที่รออยู่ชั่วครู่ใหญ่ก็ได้เดินออกไปปรากฏกายในนามของคุณชายหลี่เหยา

"ท่านคือคุณชายหลี่" นายอำเภอหวังถามอย่างกังขา เนื่องจากเด็กหนุ่มคนนี้มีรูปร่างผอมบางและอ่อนแอคล้ายอิสตรีไม่มีผิด จะดูแตกต่างออกไปเล็กน้อยก็คือแววตาคมปลาบและสุขุมเกินวัย

"คารวะท่านนายอำเภอหวัง ผู้น้อยแซ่หลี่นามเหยาขอรับ"

จื่อเหยาในคราบคุณชายกล่าวทักทายพลางประสานมือคารวะ แม้จะดูสุภาพทว่าก็ไม่ได้นอบน้อมมากจนเกินควร

"ไม่ต้องมากพิธี" ชายมากวัยกล่าวพลางโบกมือ "เอาละ ในเมื่อท่านมาแล้วก็เชิญเถอะ" เขากล่าวอย่างขอไปทีอีกครั้ง แม้ว่าเจ้าตัวจะยังคงสงสัยทว่าก็ยอมปล่อยผ่านแต่โดยดีเนื่องจากยามนี้ก็ดึกมากแล้ว

จื่อเหยาในคราบของหลี่เหยาเองก็ไม่รอช้า นางจึงได้เดินตรงไปยังศพของอาเฉียงโดยไม่แสดงอาการรังเกียจแม้แต่น้อย ท่ามกลางสายตาที่อยากรู้อยากเห็นของทุกคน

นางเริ่มทำการชันสูตรด้วยตนเอง "เรียนท่านนายอำเภอ" นางกล่าวกับนายอำเภอหวัง "ผู้ตายไม่ได้ถูกฆ่าโดยเงา อย่างที่นางกล่าวอ้าง" คำพูดนี้ทำให้เสี่ยวชิวที่กำลังร้องไห้ตัวสั่นสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจไปชั่วขณะ

"เจ้ารู้ได้เยี่ยงไร" นายอำเภอผู้ไม่คิดจะสนใจเรื่องคดี ถามพลางอ้าปากหาว

หรงจื่อเหยาที่เห็นท่าทางเช่นนี้ของเขาก็ส่ายหน้าในใจ (เหตุใดคนเช่นนี้ถึงได้มาเป็นผู้รักษากฏหมายได้กัน) นางคิดก่อนจะหันมาสนใจเรื่องตรงหน้าของตนต่อ

"บาดแผลนี้เกิดจากคมมีดเพียงครั้งเดียว อีกทั้งยังลึกและแม่นยำตัดขั้วหัวใจพอดี นี่แสดงว่าคนร้ายต้องเป็นคนที่รู้ตำแหน่งจุดตายบนร่างกายเป็นอย่างดี และต้องเป็นคนที่ผู้ตายไม่ได้ระมัดระวังตัว เขาจึงสามารถเข้าประชิดได้ในระยะนี้" นางกล่าวพร้อมกับชี้นิ้วของตนไปยังบาดแผล

นายอำเภอหวังทำเพียงชะโงกหน้ามาดูเล็กน้อยด้วยความรังเกียจ "แล้วยังไงต่อ" เขาถามอย่างไม่ใส่ใจ

จื่อเหยาเองก็คร้านจะสนใจท่าทางเช่นนี้ของคนผู้นี้อีก ดังนั้นนางจึงได้พลิกฝ่ามือของผู้ตายขึ้นมา "ในมือของผู้ตายมีเศษผ้าฝ้ายหยาบ ๆ แต่ที่น่าสนใจมากกว่านั้นก็คือกลิ่น...ซึ่งบนตัวผู้ตายมีกลิ่นหมึกจาง ๆ ติดอยู่ ซึ่งไม่ใช่กลิ่นที่บ่าวรับใช้ในเรือนฟืนควรจะมี"

และคำพูดของนางก็ได้ทำให้ทุกคนต่างพากันตกตะลึง โดยเฉพาะบัณฑิตเฝิง บัณฑิตหนุ่มหน้าตาหมดจดผู้มีชื่อเสียงดีงามและเป็นที่นับหน้าถือตาของคนในหมู่บ้าน ซึ่งบังเอิญมาเยี่ยมเยียนพ่อบ้านสวีในคืนนี้พอดี

"คุณชาย...ท่านเป็นใครกันแน่ ถึงได้มาพูดจาเหลวไหลที่นี่!" บัณฑิตเฝิงกล่าวตำหนิด้วยสีหน้าไม่พอใจ หลังเห็นสายตาเคลืองแคลงของทุกคนมองมาทางตนเอง

จื่อเหยาหันไปเผชิญหน้ากับเขาอย่างตรงไปตรงมา "ข้าเป็นเพียงศิษย์แพทย์ที่พูดไปตามหลักฐานที่เห็น...แต่ท่านบัณฑิตนี่สิ น่าแปลกนัก เหตุใดท่านจึงดูร้อนรนกับเรื่องนี้ยิ่งกว่าคนอื่นเล่า?" และเป็นอีกคำรบที่สองที่คำพูดนี้ทำให้เกิดความกังขาในหมู่ของผู้คน

"ไร้สาระ!" บัณฑิตเฝิงสะบัดแขนเสื้อ "ทุกคนต่างก็รู้ว่าคุณหนูใหญ่ต่างหากคือผู้ต้องสงสัยในคดีแรก...ไหนจะเรื่องปิ่นปักผมที่พบในที่เกิดเหตุ? เหตุใดท่านจึงไม่ไปสืบสวนนางต่อเล่า ไม่แน่ว่าการตายของบ่าวชายคนนี้ก็อาจจะเกี่ยวข้องกับนางด้วยก็ได้"

ในตอนนี้เพียงคำพูดประโยคเดียวของเขาได้ทำให้ทั่วทั้งเรือนห้องเก็บฟืนแห่งนี้เงียบกริบ! เสี่ยวชุนเบิกตากว้าง...ส่วนจื่อเหยาก็คลี่ยิ้มออกมา...ซึ่งมันเป็นรอยยิ้มของผู้ชนะ

"น่าแปลกนะท่านบัณฑิต..." จื่อเหยากล่าวเสียงเย็น "เรื่องปิ่นนั้นเป็นเรื่องที่พ่อบ้านสวีรายงานท่านนายอำเภอเป็นการส่วนตัว...หากท่านไม่เกี่ยวข้องกับแผนการใส่ร้ายญาติผู้พี่ของข้าตั้งแต่แรก...แล้วท่านไปได้ยินเรื่องนี้มาจากที่ใดกัน?"

บัณฑิตเฝิงหน้าซีดเผือดทันที! และดูเหมือนว่าเขาเพิ่งจะรู้ตัวว่าตัวเองได้หลุดปากพูดสิ่งที่ไม่ควรพูดออกมาเสียแล้ว

"ขะ...ข้า...ข้าก็ได้ยินคนอื่นเขาพูดกันมา!"

"งั้นหรือ!" จื่อเหยาตวาดลั่น "ถ้าเช่นนั้นข้าจะบอกความจริงให้! คนที่ฆ่าป้าจางก็คือเจ้า! เจ้าลอบมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับเสี่ยวชิว! แต่ป้าจางผู้ละโมบรู้ความลับนี้เข้า อีกทั้งนางยังมีลูกชายติดการพนัน นางจึงข่มขู่เรียกเงินจากเจ้าไม่หยุดหย่อน!

เจ้าซึ่งกำลังจะแต่งงานกับบุตรสาวขุนนางและกลัวว่าอนาคตจะดับสิ้น จึงวางแผนฆ่านางเพื่อปิดปาก! เจ้าใช้อาเฉียงเป็นคนลงมือ และใช้เสี่ยวชิวเป็นคนนำปิ่นญาติผู้พี่ของข้าไปวางเพื่อโยนความผิด! แต่เมื่อมีเรื่องวิญญาณดังขึ้นมา พวกเจ้าก็กลัวว่าอาเฉียงจะปากสว่างจึงฆ่าเขาเพื่อปิดปากอีกคน! ข้าพูดถูกหรือไม่!!!"

ทุกประโยคของเด็กหนุ่มราวกับสายฟ้าที่ฟาดลงกลางใจของบัณฑิตเฝิงและเสี่ยวชิว! เสี่ยวชิวซึ่งตกอยู่ในอาการช็อกจากการตายของคนรักและหวาดกลัววิญญาณอยู่แล้ว

เมื่อนางถูกความจริงจี้ใจดำเข้าอย่างจังก็สติแตกทันที "ข้าไม่ได้ฆ่า! เขาเป็นคนทำ! เขาเป็นคนวางแผนทั้งหมด! ข้าไม่ได้อยากทำ!" นางกรีดร้องพลางชี้มือไปที่บัณฑิตเฝิง

เมื่อมีคำสารภาพของผู้สมรู้ร่วมคิดหลักฐานทุกอย่างก็มัดตัวบัณฑิตเฝิงจนดิ้นไม่หลุด นายอำเภอหวังแม้จะตกตะลึงแต่ก็จำใจต้องสั่งจับกุมบัณฑิตเฝิงและเสี่ยวชิวทันที

และแล้วในที่สุดคดีฆาตกรรมซ้อนที่ดูเหมือนจะมืดแปดด้าน ก็กลับถูกคลี่คลายลงได้อย่างน่าทึ่งโดยคุณชายปริศนาเพียงคนเดียว...นามของเขาคือคุณชายหลี่เหยา

รวมถึงจุดประสงค์ของหรงจื่อเหยาก็ได้สำเร็จลงด้วยดีเช่นกัน เนื่องจากบัดนี้ชื่อเสียงภายในค่ำคืนนี้ของนางที่ตั้งใจปิดบังตัวได้เริ่มเป็นที่รู้จักขึ้นมาในบัดดล
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 241

    เสียงเครื่องวัดสัญญาณชีพดังขึ้นข้างหูของหรงจื่อเหยาเป็นจังหวะสม่ำเสมอ โดยที่เธอยังคงอยู่ในอาการโคม่ามานานแสนนาน หลังจากที่แพทย์ทำการช่วยเหลือเธออย่างสุดความสามารถ ในที่สุดหญิงสาวก็สามารถลืมตาขึ้นมาบนโลกใบเดิมของตนได้อีกครั้งจื่อเหยาตกใจเป็นอย่างมากกับสิ่งที่เห็น เนื่องจากครั้งสุดท้ายเธอจำได้ว่าระบบ

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 240

    กาลเวลาผันเปลี่ยนจากหยาดฝนโปรยปรายสู่แสงแดดอันอบอุ่น เซี่ยหลงและเซี่ยเฟิ่งต่างเติบโตเป็นหนุ่มสาวที่สง่างามและเปี่ยมด้วยความสามารถ พวกเขาได้พิสูจน์ตนเองว่าคู่ควรที่จะก้าวเข้ามาสานต่อภารกิจของมารดาในหน่วยสืบสวนพิเศษเซี่ยหลงในวัยยี่สิบปีได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้บัญชาการหน่วยสืบสวนพิเศษคนใหม่ เขามีค

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 239

    “แต่ท่านแม่ พวกเราอยากช่วยท่านนี่ขอรับ” เซี่ยหลงกล่าวเสริม ดวงตาที่ฉายแววความคิดลึกซึ้งมองมารดาอย่างจริงจัง “เราอยากช่วยท่านไขคดี และปกป้องความยุติธรรมเช่นเดียวกับท่าน”เซี่ยเฟิ่งพยักหน้าหงึกหงัก “ใช่เจ้าค่ะ ท่านแม่ พวกเราแข็งแรงและฉลาดพอแล้วนะเจ้าคะ”หรงจื่อเหยายิ้มอย่างอบอุ่น นางเข้าใจความรู้สึกขอ

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 238

    “ขอคารวะใต้เท้าหรงขอรับ/เจ้าค่ะ” เสียงทักทายดังขึ้นพร้อมกันเมื่อหรงจื่อเหยาปรากฏตัวหรงจื่อเหยาพยักหน้ารับเล็กน้อย “ข้าขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความสนใจในการเข้าร่วมหน่วยสืบสวนพิเศษแห่งนี้” เสียงของนางกังวานและชัดเจน “หน่วยสืบสวนของเราจะเปิดโอกาสให้ผู้มีความรู้ความสามารถทุกคน ไม่ว่าจะบุรุษหรือสตรี... แล

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 237

    วันเวลาผันผ่านหรงจื่อเหยายังคงไม่ยอมแพ้ในการจัดตั้งหน่วยสืบสวนพิเศษ นับตั้งแต่ที่นางได้เริ่มเสนอแนวคิดนี้ในราชสำนัก นางต้องเผชิญกับการต่อต้านอย่างหนักหน่วงจากขุนนางฝ่ายอนุรักษนิยมที่ยังคงยึดมั่นในขนบธรรมเนียมโบราณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่สตรีอย่างนางจะเข้ามามีบทบาทในกิจการบ้านเมืองถึงเพียงนี้“กราบทู

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 236

    “ท่านพี่...” นางเอ่ยเรียกเขาเสียงเบา รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้า“จริงนะเหยาเอ๋อ ข้าไม่ได้แกล้งกล่าวชมเขา” เซี่ยเว่ยหลง กล่าวพลางดึงภรรยาเข้ามาใกล้ “หลงเอ๋อฉลาดเกินวัย และมีความคิดที่ซับซ้อน เขามักจะเก็บงำความรู้สึกบางอย่างเอาไว้ในใจ เช่นเดียวกับเจ้าในบางครั้ง”หรงจื่อเหยาหัวเราะออกมาอย่างสดใส “

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 228

    ในที่สุดการเดินทางที่ยาวนานกว่าสามเดือนก็ได้สิ้นสุดลง เมื่อขบวนของหรงเจี้ยนอวี่และซูเหมยหลิงได้มาถึงเหมืองแร่ ท่ามกลางแสงแดดยามบ่ายที่เริ่มคล้อยต่ำลงพวกเขาก็พบเข้ากับเวรยามที่กำลังเฝ้าหน้าประตูเหมืองซึ่งรอบด้านนั้นได้ล้อมรอบด้วยกำแพงไม้สูงใหญ่ที่สร้างขึ้นอย่างแข็งแรงและมั่นคง แสดงให้เห็นถึงการจัดกา

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 227

    ซูเหมยหลิงรีบส่ายหน้าปฏิเสธ “ไม่... ไม่ใช่เช่นนั้นเจ้าค่ะ ข้าเพียงแค่...”“เช่นนั้นก็ดีแล้ว” หรงเจี้ยนอวี่กล่าวตัดบท ก่อนจะยื่นมือมาประคองนางให้ลุกขึ้นยืน “ข้าเป็นผู้รับผิดชอบความปลอดภัยของเจ้า หากมีสิ่งใดทำให้เจ้ารู้สึกไม่สบายใจ เจ้าควรจะบอกข้ามาตามตรงมิใช่หลีกเลี่ยงกันเช่นนี้”ซูเหมยหลิงรู้สึกร้อน

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 226

    ยามสายมาเยือนหลังจากทุกคนได้รับข้าวเช้ากันเรียบร้อย ขบวนเดินทางของหรงเจี้ยนอวี่และซูเหมยหลิงก็เริ่มเคลื่อนตัวอีกครั้ง แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องลงมาระหว่างกิ่งไม้สร้างเป็นลำแสงอ่อน ๆ สวยงาม ทำให้บรรยากาศยามนี้ดูสงบไม่น้อย ทว่าภายในรถม้าของซูเหมยหลิงกลับไม่สงบตามไปด้วยนางยังคงรู้สึกปวดเมื่อยจากการเดิน

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 225

    พอรุ่งเช้า... ยังไม่ทันที่ฟ้าจะสว่างเท่าใดนัก ซูเหมยหลิง ที่อยู่ในรถม้ามาแทบตลอดทั้งคืนพลันรู้สึกตัวอย่างรวดเร็ว เนื่องจากนางนอนไม่ค่อยหลับ ทั้งนี้เป็นเพราะความปวดเมื่อยจากการเดินทางไกลที่ไม่คุ้นชินและนางยังเกิดฝันร้ายต่อเรื่องราวจากที่ถูกโจรปล้น นางจึงลุกขึ้นนั่งอย่างเงียบเชียบ พยายามขยับร่างกายที

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status