LOGINเธอไปเก็บเห็ดแต่ดันได้สามี ซ้ำเธอยังไม่ใช่เจ้าของร่างนี้ สำคัญกว่านั้นเขาพิการ ไม่ใช่พิการธรรมดาแต่พิการแบบตะโกน ฝากนิยายเรื่องใหม่ค่า เรื่องนี้มีความเป็นอีสานนิด ๆ บวกแฟนตาซีหน่อย ๆ ค่ะ มันหอมออกไปเก็บเห็ดบนภูเขาแต่กลับเจอชายหนุ่มที่กำลังวิ่งหนีเสือมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา เขาลากเธอวิ่งหนีเสือไปด้วยกันจนตกภูเขา ตื่นขึ้นมาอีกทีเธอก็ไม่ใช่มันหอมคนเดิมแล้ว แต่ต้องแบกผู้ชายคนนั้นกลับบ้านด้วย ใครจะไปรู้ว่าแค่แบกผู้ชายกลับบ้านจะทำให้เธอต้องแต่งงานกับเขา ที่สำคัญตอนนี้เขาขาหัก ตาบอด และความจำเสื่อม เธอจะมีชีวิตรอดอยู่ในร่างนี้ได้อย่างไร
View Moreฝนฟ้าเริ่มห่างหายเมื่อวันคืนเคลื่อนคล้อยเข้าสู่กลางเดือนตุลาคม บรรยากาศช่วงกลางดึกจนถึงเช้าตรู่ปกคลุมไปด้วยไอหมอกหนา มองอยู่บนภูเขาสูงชันคล้ายมีปุยเมฆสีขาวนวลคลอเคล้าอยู่กับสายลมบางเบา ผู้คนที่ขึ้นเขามาหาของป่าสูดรับอากาศอันบริสุทธิ์เข้าปอดลึก แม้ช่วงนี้ฝนเริ่มตกเบาบางเพราะเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาวแต่ผู้คนที่อาศัยอยู่ในเขตหุบเขาพญาคีรีอันกว้างใหญ่ไพศาลที่ทอดยาวกลืนกินพื้นที่กว่าสี่จังหวัดแห่งนี้ ก็ยังคงขึ้นเขาหาของป่าและล่าสัตว์เพื่อดำรงชีพต่อไปทุกวัน
ก่อนหน้าในป่าใหญ่แห่งนี้เคยอุดมสมบูรณ์ไปด้วยสัตว์ป่า พืชพรรณนานาชนิด แต่สองสามปีมานี้ของป่าเริ่มลดน้อยถอยลงไปเรื่อย ๆ ชาวบ้านไพรพนาจึงต้องเดินเท้าเข้าป่าลึกมากขึ้น
มันหอมเองก็เช่นกัน วันนี้เธอกับชาวบ้านในหมู่บ้านหลายคนเข้าป่าเพื่อหาเผือกมันและพืชพรรณทุกอย่างที่สามารถกินได้ เดิมทีเธอเป็นคนเกียจคร้านแม้อายุจะย่างเข้าปีที่ยี่สิบ แต่มันหอมก็ยังเป็นหญิงไม่เอาถ่าน งานการในบ้านในเรือนหยิบจับอย่างขอไปที เธอมีดีเพียงหน้าตางดงามเท่านั้น หลังจากชมม่านหมอกด้วยกันกับคนในหมู่บ้านอย่างอิ่มหนำ ต่างคนต่างก็แยกย้ายกันไป อีกราวสามชั่วโมงพวกเขาจะกลับมารวมกันที่นี่อีกครั้ง
มือน้อย ๆ นิ้วเรียวยาวขาวเนียน เก็บเห็ดป่าใส่ตะกร้าอย่างไม่ลืมหูลืมตา ยิ่งไกลออกไปมากเท่าไร เห็ดป่าเหล่านั้นยิ่งมีมากขึ้นเรื่อย ๆ จนเธอลืมเวลาที่นัดไว้กับพวกลุงป้าน้าอาทั้งหลาย รู้ตัวอีกทีหน้าก็เกือบคะมำตกเขาลงไปแล้ว เพราะพื้นที่ที่เธออยู่นั้นมันลาดชันค่อนข้างมาก เงยหน้าขึ้นมาอีกครั้งก็หลงลืมทิศทางไปชั่วขณะ มันหอมแหงนหน้ามองดวงอาทิตย์ที่อยู่เกือบกึ่งกลางศีรษะพอดี เธอร้องอาขึ้นมาในใจคำหนึ่ง ป่านนี้พวกลุง ๆ ป้า ๆ คงรอเธอนานแล้ว หรือไม่ก็อาจจะกลับลงไปในหมู่บ้านก่อนแล้วก็เป็นได้ อย่างไรเธอก็เป็นถึงลูกสาวนายพรานที่เก่งกาจคนหนึ่งในหมู่บ้าน อย่างไรก็คงไม่หลงป่าง่าย ๆ หรือถ้าหลงป่าจริงก็คงมีวิธีพาตัวเองออกมาได้อย่างปลอดภัย เพราะพ่อของเธอคงถ่ายทอดวิชาให้จนหมดแล้ว เว้นเสียแต่มันหอมจะไม่นำมันเข้าสมอง
เธอพยายามเดินกลับไปในทิศทางเดิม คิดว่าคงใช่เพราะยังมีรอยเท้าที่เธอเหยียบดินที่เปียกชื้นเพราะน้ำค้างและรอยย่ำเห็ดป่าดอกที่เน่าเปื่อยพอให้เห็นอยู่บ้าง มันหอมเดินมาได้ไม่นานก็ได้ยินเสียงสวบสาบดังขึ้นอยู่ไม่ไกล เธอเงยหน้ามองหาเสียงนั้น อาจจะเป็นชาวบ้านที่มาด้วยกัน
แต่ยังไม่ทันเห็นว่าเป็นใครก็มีเสียงร้องขอความช่วยเหลือดังขึ้น
“ช่วยด้วย!”
เสียงนั้นเป็นเสียงผู้ชาย วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาใกล้ขึ้น
“ช่วยด้วย เสือ!”
ชายหนุ่มแปลกหน้าวิ่งมาทางเธอแบบไม่คิดชีวิต มันหอมยืนตะลึงงัน ขาน้อย ๆ แต่กลับหนักอึ้งจนก้าวไม่ออก
เสืออย่างนั้นเหรอ! ขากำลังจะก้าววิ่งออกกลับไปทางเดิม ผู้ชายที่วิ่งมาแบบไม่ดูตาม้าตาเรือ ทั้งมองทางทั้งเหลียวหลังกลับไปมองเสือที่วิ่งตามมาก็ชนเธอเข้าอย่างจัง
อัก! ทั้งสองล้มกลิ้งไปกับพื้นคนละทิศละทาง เห็ดที่อยู่ในตะกร้าไม้ไผ่สานกระจัดกระจายไปทั่ว ผู้ชายคนนั้นได้สติก่อนเห็นว่าตนวิ่งชนผู้หญิงเข้าก็ลุกขึ้นไปฉุดแขนเธอลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว
เขาจูงมือเธอวิ่งโดยไม่กล่าวคำใด
มันหอมตกใจเบิกตากว้างเมื่อเขาฉุดกระชากให้เธอวิ่งตาม เธอกล่าวขึ้นอย่างตื่นกลัว
“พี่จะพาฉันไปไหน”
ชายคนนั้นยังไม่ทันฉุกคิดอะไรก็ตอบออกไปเร็วพลัน “หนีเสือ”
“เสืออยู่ที่ไหน” เธอยังไม่เห็นเสือสักตัว
เขาไม่ตอบแต่ลากเธอวิ่งตามไปอย่างทุลักทุเล
ด้วยความที่ไม่รู้ว่าทางด้านหน้านั้นลาดชัน ชายคนนั้น ลากเธอวิ่งตามแบบไม่คิดหน้าคิดหลัง พอถึงจุดที่มันหอมเก็บเห็ดเป็นครั้งสุดท้ายร่างทั้งสองก็ลื่นไถลกลิ้งตกลงไปด้านล่างอย่างไม่เป็นท่า
ปึก!
อัก!
ในที่สุดเสียงทุกอย่างก็เงียบลง ร่างทั้งคู่หยุดการเคลื่อนไหวทุกสัดส่วน มีเพียงเสียงนกหลากหลายสายพันธุ์โห่ร้องจนก้องป่า
เกือบสิบนาทีที่ทั้งคู่สลบไป หูของเธอได้ยินเสียงนกตัวหนึ่งร้องขึ้นว่า ‘ตื่นได้แล้ว ๆ’ อยู่ข้างหู อีกทั้งยังเสียงน้ำไหลรินอยู่ไม่ไกลมากนัก
เธอรู้สึกปวดศีรษะจนมันแทบระเบิดออกมาเป็นเสี่ยง ๆ ตายังปิดสนิทแต่พยายามพลิกร่างตัวเองนอนหงายแผ่แขนขาทั้งสองข้างออกอย่างหมดแรง นึกถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นเพียงชั่วอึดใจเดียว ไม่น่าเชื่อว่าเธอจะรอดชีวิตมาได้ เมื่อคืนเธอนอนหลับไปเพียงสองชั่วโมงเพราะต้องเตรียมข้อมูลนำเสนอเจ้านายในที่ประชุมตอนเช้าเมื่อวาน การประชุมช่วงเช้าผ่านพ้นไปได้ด้วยดี เจ้านายชมเธอว่าบริหารงานได้ดีเยี่ยม สิ้นปีนี้จะเพิ่มโบนัสให้อีก เธอดีใจมากกลับมาที่สาขายังไม่ได้พักก็ต้องรีบออกมาส่งของให้ลูกค้า ความจริงเธอเป็นถึงผู้จัดการเขตของบริษัทขนส่งสินค้าแห่งหนึ่งที่มีชื่อเสียงในประเทศ หน้าที่นี้เธอไม่จำเป็นต้องทำก็ได้ แต่เพราะสงสารลูกน้องจึงอาสาออกมาส่งสินค้าให้ลูกค้าแทนลูกน้องที่งานยุ่งจนหัวฟูอยู่เช่นเดียวกัน ไม่คิดว่าตัวเองจะหลับใน พอสะดุ้งตื่นขึ้นมาอีกครั้งรถยนต์ของเธอก็ประสานงากับรถสิบล้อเสียแล้ว
เธอช่างโชคดี เธอยังไม่ตาย
แต่ทำไมไม่ได้ยินเสียงรถบนท้องถนนเลยล่ะ ทำไมบรรยากาศโดยรอบมันเย็นสบายเช่นนี้ ไม่มีกลิ่นน้ำมัน ไม่มีฝุ่นละอองลอยเข้ามาในจมูกเลยสักนิด ไม่มีแม้แต่คนจะมาแตะต้องตัวเธอ หรือรถของโรงพยาบาลยังมาไม่ถึง น่าจะใช่กระมัง มุมปากคลี่ยิ้มเลื่อนลอยให้กับความโชคดีของตนแม้ร่างกายปวดระบมไปหมด
แต่เสียงนกพวกนี้มาจากไหน
เปลือกตาอันหนักอึ้งเปิดขึ้นอย่างคนขี้เกียจ
เบื้องหน้ามีแสงอาทิตย์สาดส่องผ่านใบไม้ลงมาให้เห็นรำไร ดวงตากลอกมองไปรอบทิศ เธอลืมความเจ็บปวดทั่วร่างกายไปชั่วขณะเมื่อตรงหน้ามีแต่ป่า เผลอดีดตัวลุกพรวดขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ แต่เพียงไม่นานก็มีเรื่องราวมากมายถูกส่งผ่านเข้ามาในสมองของเธอจนอัดแน่นไปหมด
ทั้งชื่อพ่อชื่อแม่และน้อง ๆ หลั่งไหลเข้ามาในหัว และอะไรต่อมิอะไรอีกมากมาย รวมถึงเหตุการณ์ที่เจ้าของร่างนี้ขึ้นมาเก็บเห็ดกับคนในหมู่บ้านและวิ่งหนีเสือที่ไม่เห็นตัว กระทั่งตกลงมาตรงนี้
แสงแดดรอนแสงลงมากแล้ว จินดาทอดกายลงนอนแผ่บนชังข้าวอย่างหมดแรง ลมเย็นพัดผ่านมาเป็นระยะ พัดเอากลิ่นฟางข้าว กลิ่นดิน กลิ่นหญ้าเข้าจมูก เธอตั้งใจสูดเข้าปอดลึก รู้สึกผ่อนคลายอย่างน่าประหลาด“กว่าจะได้ข้าวสารมาหุงแต่ละเม็ดเนี่ยมันเหนื่อยจริง ๆ เลยนะคะ” เธอพูดกับสามี แค่เกี่ยวข้าวไม่ถึงสองชั่วโมงยังเหนื่อยขนาดนี้ ปวดเอวปวดหลังไปหมด ถ้าทำงานตากแดดทั้งวันเธอคงไม่ไหวเอกอมรนั่งลงข้างภรรยา “ไม่มีงานไหนที่ไม่เหนื่อย คุณว่าไหมล่ะ”“ค่ะ ไม่มีงานไหนที่ไม่เหนื่อย” ก่อนหน้าเธอเคยเอาตัวเองเป็นศูนย์รวมของจักรวาล เหยียดคนบ้านป่า ความจริงแล้วไม่ว่าบ้านไหนย่อมมีประสบการณ์และความรู้ที่แตกต่างกันออกไป ที่นี่ปลูกผักทำนา ทุกอย่างล้วนปลอดสารพิษ ในขณะที่คนเมือง เลือกกินทุกอย่างได้ แต่ไม่รู้ว่าในอาหารเหล่านั้นมีสิ่งปนเปื้อนอะไรบ้าง เช่นนี้ไม่สามารถพูดได้เต็มปากว่าคนเมืองมีสุขภาพดีกว่าคนบ้านป่าในเวลาต่อมาพวกผู้ชายช่วยกันทำซุ้มจากซังข้าวสามหลัง เพื่อใช้เป็นที่หลับนอนในคืนนี้ ส่วนผู้หญิงช่วยกันทำอาหารเกือบหกโมงเย็นพลากรกับปาริชาติก็มาถึง อาหารเย็นถูกเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว อาหารมีทั้งอาหารไทยภาคกลางและอาหารอีสาน จ
ย่างเข้าสู่ฤดูหนาวของปีถัดมา อินทรพาครอบครัวมาเที่ยวที่หมู่บ้านไพรพนาถือโอกาสมาเยี่ยมบ้านภรรยาด้วย ชาวบ้านกำลังอยู่ในช่วงเกี่ยวข้าวพอดี ตลอดสองฝั่งทางมีชาวบ้านโบกมือทักทายไม่ขาด เพราะรู้ว่านั่นคือครอบครัวของอินทร วันนี้จินดารู้สึกต่างไปจากวันวาน ปีนั้นที่มาหมู่บ้านแห่งนี้เธอรู้สึกว่ามันกันดาร และไม่น่าอยู่ แต่บัดนี้สองข้างทางเต็มไปด้วยทุ่งข้าวสีเหลืองทองอร่าม ถนนที่รถแล่นอยู่ตอนนี้เป็นถนนคอนกรีต ทำให้ไปมาสะดวกสบายมากขึ้น “แม่อยากลองเกี่ยวข้าวบ้างจัง” ทุกคนอึ้งกับคำบอกเล่าของจินดา “ตอนนี้พ่อตาคงยังเกี่ยวข้าวไม่เสร็จหรอกครับแม่” อินทรก็ไม่คิดจะห้ามแม่เลยสักนิด ที่อกเขายังมีลูกน้อยนอนซบอยู่ อรอินทร์หลับตาพริ้มอย่างมีความสุข เธอชอบนอนซบบนอกพ่อกับแม่มากที่สุด “อือ แม่อยากลองชิมมันอ้อนกับมันพร้าวด้วย หอมทำให้แม่กินหน่อยนะ” เย็นจิตรชมนักชมหนา ทำให้เธอลืมไม่ลงสักที มาถึงแหล่งมันทั้งที ถ้าไม่ได้กินเดี๋ยวจะหาว่ามาไม่ถึง “ค่ะ” มันหอมยิ้มรับเต็มใบหน้า “ติดใจแล้วจะหอบกลับกรุงเทพฯ ไม่ได้นะ” เอกอมรว่าเย้า แต่ครั้งนี้
ชีวิตพวกเขาดำเนินไปอย่างนี้จนถึงกำหนดวันผ่าคลอดของมันหอม หน้าห้องคลอด ทุกคนรออยู่ด้านนอกอย่างใจจดใจจ่อ สองชั่วโมงต่อมา พยายาบาลก็เข็นรถเข็นคลิปเด็กทารกออกมา เด็กน้อยผิวสีแดงบอบบางถูกห่อหุ้มด้วยผ้าอ้อมคล้ายมัมมี่ เหลือไว้เพียงใบหน้ากลมมน ดวงตากลมโต คิ้วทรงเรียวสวยแพขนตาหนาตั้งแต่ยังเด็ก ปากสีแดงระเรื่อเผยออ้านิด ๆ ลิ้นเล็ก ๆ เลียไล้ริมฝีปาก คล้ายกับกำลังควานหาของกิน บ้างอ้าปากหาวหวอด ๆ หล่อนกะพริบตาช้า ๆ อย่างคนเกียจคร้าน ตากับยายมองดูดวงตากลมใสแป๋วคู่นั้นพลันใจอ่อนยวบ นางช่างน่าเกลียดน่าชังยิ่งนัก “ลูกผมหนักเท่าไรครับ” อินทรถามพยาบาล เขาตื่นเต้น ดีใจ มีความสุขจนล้นปรี่ น้ำตาเอ่อคลอโดยไม่รู้ตัว “สามพันหกร้อยกรัมค่ะ” “เมียผมละครับ” “คุณแม่ปลอดภัยแล้วค่ะ อีกสักพักจะพาไปที่ห้องพักแล้วค่ะ” มาลาก้มมองหลานใกล้อีกนิด “หลานยายน่าเกลียดน่าชังเหลือเกินลูก” ถ้าเด็กคลอดออกมาน้ำหนักได้ขนาดนี้ถือว่าสมบูรณ์มาก แม้ก่อนหน้าเวลาที่เธอคลอดลูกจะไม่รู้ว่าลูกแต่ละคนหนักเท่าไร แต่ก็ตัวไม่ใหญ่เท่าหลานคนนี้ “หน้าคล้ายพี่เขย ผิ
ก่อนกลับบ้านพัก พลากรพาปาริชาติไปเดินเลือกซื้อของที่ห้างสรรพสินค้าและดูหนัง รับประทานอาหารเย็นด้วยกันแล้วจึงพาเธอกลับบ้าน เขาเดินเข้าไปส่งเธอถึงในห้องรับแขก “ขอบคุณมากนะคะที่ช่วยเป็นธุระให้ปอย” วันนี้เธอมีความสุขมากที่ได้มีเวลาอยู่กับเขาทั้งวัน เขาเองก็ไม่ปริปากบ่นสักคำ แถมยังช่วยถือของให้ ทำตัวคล้ายเป็นแฟนเธออย่างไรอย่างนั้น เฮ้อ! ไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเองเลย “ไม่เป็นไรพี่ว่าง”“แล้วพี่กรจะไปเดินป่าวันไหนคะ”“จะไปกับพี่เหรอ” เขาหรี่ตาถาม“ก็ถ้าพี่กรไม่มีเพื่อนไป ปอยไปให้ก็ได้ค่ะ แต่ปอยขอไม่ไปที่ที่มีทากดูดเลือดนะคะ” เธอทำท่าขนลุกขนพองเมื่อคิดถึงหน้าตาของทากดูดเลือด“แม้ว่าพี่จะให้เธอขี่หลังอย่างนั้นเหรอ”เธอยิ้มแหย “ลำบากพี่กรเปล่า ๆ ค่ะ” ครั้งก่อนยังอายไม่หาย ครั้งนี้จะให้ขี่หลังอีกแล้วเขายิ้มเจ้าเล่ห์สาวเท้าเข้ามาใกล้เธออีก “แต่วันนี้พี่ยังไม่ได้จองห้องพักเลย พี่ขอนอนค้างที่นี่ด้วยคนได้ไหม” เขาเอ่ยขอหน้าด้าน ๆ “เอ่อ…” “ปอยนอนคนเดียวตั้งหลายคืนไม่กลัวผีหรือไง” เขาว่า กวาดตามองไปทั่วห้อง ที่นี่ก็มีตั้งหลายห้องทำไมไม่แบ่งให้
reviews