Partager

บทที่ 6

จื่อเหยาลุกพรวดขึ้นนั่ง หัวใจเต้นถี่ระรัวราวกับจะทะลุออกมานอกอก ความหวาดกลัวเข้าจับขั้วหัวใจอย่างที่นางไม่เคยรู้สึกมาก่อน

แต่ก็เพียงชั่วครู่เดียว ก่อนที่สติของแพทย์นิติเวชจะเข้าควบคุมทุกความคิด นางหลับตาลง สูดลมหายใจลึก แล้วเร่งประมวลภาพในหัวอย่างรวดเร็ว

(ศพจมน้ำ...เสียชีวิตได้ไม่นาน...ร่องรอยบางอย่างที่ลำคอบ่งชี้ถึงการต่อสู้ และอาจเป็นสาเหตุของการขาดอากาศหายใจ...จุดเกิดเหตุอยู่ที่บ่อน้ำท้ายเรือน...)

ความคิดจากร่างเดิมกับความรู้สึกในฐานะจื่อเหยาในยามนี้กำลังปะทะกันวุ่นวายยุ่งเหยิงในอก นางรู้ดีว่าความเกลียดชังที่มีต่อป้าจางผู้หญิงใจร้ายที่คอยรังแกและเบียดเบียนผู้อื่นกำลังแผดเผาอยู่ในใจ ทว่าฐานะของนางในตอนนี้ไม่ใช่เพียงเด็กหญิงธรรมดา แต่คือแพทย์...และนักสืบ

ความตายทุกกรณี...ต้องมีคำตอบ ไม่ว่าผู้ตายจะเป็นคนดีหรือคนชั่ว นางไม่มีวันยอมให้ฆาตกรลอยนวลไปได้

นี่ไม่ใช่การช่วยวิญญาณของป้าจาง...หากแต่คือการยืนหยัดเพื่อหลักการและความยุติธรรมที่นางยึดถือมาตลอดชีวิตและที่สำคัญที่สุดนี่คือโอกาส

โอกาสที่จะพิสูจน์ให้ทุกคนในเรือนแห่งนี้ได้เห็น...ว่าคุณหนูหรงจื่อเหยาคนนี้มิใช่เด็กสาวโง่เง่าที่ปล่อยให้อารมณ์ครอบงำอีกต่อไป

นางนั่งนิ่งในความมืด ความง่วงงุนเลือนหายจนหมดสิ้น เหลือเพียงความเยือกเย็นและสมาธิที่แน่วแน่...รอคอยเสียงกรีดร้องที่จะดังขึ้นในยามรุ่งอรุณ

และแล้วสิ่งที่นางรอคอยก็มาถึง...เสียงกรีดร้องอันแหลมสูงของบ่าวรับใช้ผู้หนึ่งดังขึ้นในยามเช้าตรู่...ได้ทำลายความเงียบสงบของเรือนเมฆาคล้อยจนหมดสิ้น

บรรยากาศที่เคยเฉื่อยชาเนิบนาบพลันแปรเปลี่ยนเป็นความโกลาหลวุ่นวายในทันที เสียงฝีเท้าจำนวนมากวิ่งสับสนอลหม่านและเสียงร้องเอะอะโวยวายดังขึ้นจากทุกทิศทาง

เสี่ยวชุนที่เพิ่งจะเดินออกไปด้านนอกได้ไม่นานนัก นางก็ได้รีบวิ่งกลับเข้ามาในห้องพักด้วยอาการตื่นตระหนก ใบหน้าของเด็กหญิงซีดเผือด ตัวสั่นงันงก

"คุณหนู! แย่แล้วเจ้าค่ะ! แย่แล้ว! ป้าจาง...ป้าจางนาง..." เด็กสาวตัวน้อยรีบวิ่งเข้ามาในห้องอย่างลนลาน เสียงหอบแฮก ๆ และถ้อยคำตะกุกตะกักบ่งบอกถึงความตื่นตระหนกอย่างถึงที่สุด

ทว่า...แทนที่นางจะได้เห็นภาพคุณหนูของตนตกใจจนหน้าซีดเซียวอย่างทุกครา จื่อเหยากลับนั่งนิ่งอยู่บนแคร่ไม้แววตาของนางเยือกเย็นและว่างเปล่าราวกับว่านางได้รับรู้เรื่องราวทั้งหมดนี้อยู่ก่อนแล้ว

"นางตายแล้วใช่หรือไม่" จื่อเหยาถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

เสี่ยวชุนเบิกตากว้าง อ้าปากค้างด้วยความตกใจ "คุณหนูทราบได้อย่างไรเจ้าคะ?"

"ไม่ต้องถามมากความ...เจ้าพาข้าไปดูเหตุการณ์ห่าง ๆ หน่อย" จื่อเหยากล่าว ก่อนจะลุกขึ้นยืนด้วยท่าทางสงบที่ผิดวิสัยเดิมของตน ทำเอาเสี่ยวชุนรู้สึกขนลุกเลยทีเดียว แต่นางก็ยอมเดินนำทางไปแต่โดยดี

ในตอนนี้ภาพที่ลานท้ายเรือนเต็มไปด้วยความสับสนวุ่นวาย บ่าวรับใช้หลายสิบคนมุงดูอยู่ที่ขอบบ่อน้ำเก่าด้วยสีหน้าหวาดกลัวและอยากรู้อยากเห็น

ร่างที่ไร้วิญญาณของนางจางถูกบ่าวชายร่างกำยำสองคนช่วยกันดึงขึ้นมาวางบนพื้นหญ้า สภาพศพนั้นช่างน่าอนาถยิ่งนัก ร่างกายอืดขึ้นเล็กน้อย ผิวซีดขาวราวกับกระดาษ ดวงตาทั้งสองข้างเบิกโพลงจ้องมองท้องฟ้าอย่างว่างเปล่า

ไม่นานนักพ่อบ้านสวีผู้ดูแลเรือนพักแห่งนี้ ซึ่งเป็นคนสนิทของเหมยลี่ฮูหยินอีกคนก็รีบวิ่งกระหืดกระหอบมาถึงที่เกิดเหตุ ชายวัยกลางคนใช้ผ้าเช็ดหน้าปิดจมูกด้วยสีหน้ารังเกียจ พลางมองสำรวจศพจากระยะไกล

"เฮ้อ! ช่างเป็นเรื่องอัปมงคลเสียจริง!" เขาบ่นอุบ "เมื่อคืนคงจะเมามายแล้วซุ่มซ่ามเดินพลัดตกลงไปเองกระมัง! พวกเจ้ารีบเอาเสื่อมาห่อศพแล้วนำไปจัดการฝังเสียให้เรียบร้อย อย่าให้เรื่องนี้แพร่งพรายออกไปสร้างความเสื่อมเสีย เข้าใจไหม"

แต่ยังไม่ทันที่ใครจะได้ขยับ ก็มีบ่าวรับใช้คนหนึ่งวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามารายงาน "เรียนพ่อบ้านสวี! เรื่องนี้ปิดไม่มิดแล้วขอรับ! มีชาวบ้านที่มาส่งผักตอนเช้าเห็นเหตุการณ์เข้าพอดี ตอนนี้เรื่องได้แพร่กระจายไปถึงในหมู่บ้านแล้วขอรับ!"

หลังพ่อบ้านสวีได้ยินเช่นนี้ ใบหน้าของเจ้าตัวก็ถอดสีในทันที "ว่ากระไรนะ!" เขารู้ดีว่าหากทางการรู้ว่ามีคนตายผิดแปลกเช่นนี้ในความดูแลของตนเอง จะต้องเกิดเรื่องยุ่งยากตามมาอย่างแน่นอน

เขาจึงรีบเปลี่ยนท่าทีอย่างเร่งด่วน "ในเมื่อเป็นเช่นนี้...ข้าจะให้คนไปแจ้งทางการที่ว่าการอำเภอเอง! นี่เป็นการตายไม่ธรรมดา เราต้องสืบหาความจริง!" เขาประกาศเสียงดังเพื่อให้ตนเองดูเป็นคนมีความรับผิดชอบ

ขณะที่รอทางการมาถึง พ่อบ้านสวีก็แสร้งทำเป็นสืบสวนหาข่าว เขาปรายตามองไปรอบด้านแล้วถามเสียงดังว่า

"พวกเจ้ารู้หรือไม่ ว่าช่วงนี้นางจางมีเรื่องระหองระแหงกับผู้ใดบ้างเป็นพิเศษ?"

บ่าวไพร่ต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ไม่มีใครกล้าพูดอะไร แต่แล้วเสี่ยวชิวบ่าวคนหนึ่ง ก็รีบฉวยโอกาสนี้สร้างความดีความชอบ นางก้าวออกมาแล้วกล่าวว่า

"เรียนพ่อบ้านสวี...ก็มีแต่คุณหนูใหญ่เท่านั้นแหละเจ้าค่ะที่ดูจะไม่พอใจป้าจางเรื่องอาหารการกินอยู่บ่อยครั้ง"

คำพูดนั้นทำให้ทุกคนหันไปมองทางห้องพักของจื่อเหยาเป็นทางเดียว พ่อบ้านสวีพยักหน้ารับอย่างช้า ๆ ราวกับว่านี่คือคำตอบที่เขาคาดหวังไว้อยู่แล้ว โดยที่ไม่มีใครรู้ว่าจื่อเหยากับบ่าวของนางก็ได้ยินคำพูดนี้เช่นกัน

เสี่ยวชุนทำท่าจะพุ่งตัวออกไป แต่ว่ามือของจื่อเหยาได้จับต้นแขนของนางเอาไว้เสียก่อน "พวกเรากลับกันเถอะ"

"แต่ว่า" บ่าวตัวน้อยกำลังจะแย้ง "เชื่อข้า" น้ำเสียงราบเรียบกับสีหน้าที่นิ่งสงบของคุณหนูของตน ทำให้บ่าวตัวน้อยกลืนคำโต้แย้งกลับลงคอโดยไม่รู้ตัว

เวลาผ่านไปไม่นาน นายอำเภอหวังพร้อมด้วยมือปราบสองนายก็เดินทางมาถึงเรือนเมฆาคล้อย พ่อบ้านสวีรีบเข้าไปรายงานสถานการณ์ทันที และไม่ลืมที่จะยื่นห่อผ้าเล็ก ๆ ส่งให้เขาอย่างลับ ๆ

"เรียนนายอำเภอหวัง" พ่อบ้านสวีกระซิบ "นอกจากเรื่องที่นางจางเคยมีปากเสียงกับคุณหนูใหญ่แล้ว บ่าวรับใช้ยังไปพบปิ่นปักผมของคุณหนูใหญ่ตกอยู่ในพงหญ้าข้างบ่อน้ำอีกด้วยขอรับ..."

นายอำเภอหวังรับห่อผ้ามาคลี่ดู เห็นเป็นปิ่นไม้ธรรมดาอันหนึ่ง เขากำมันไว้ในมือก่อนจะพยักหน้าช้า ๆ แววตาฉายความหมายที่พ่อบ้านสวีเข้าใจดี

ก่อนที่เขาจะทำการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุอย่างผิวเผินตามธรรมเนียม และเดินตรงมายังห้องพักของจื่อเหยา

"คารวะคุณหนูใหญ่" เขากล่าวโดยปราศจากความเคารพ "ข้าคือนายอำเภอหวัง มาเพื่อสืบคดีการตายของนางจาง...มีคนให้การว่าคุณหนูมีความขุ่นเคืองกับผู้ตาย ไม่ทราบว่าเป็นความจริงหรือไม่?"

จื่อเหยานั่งนิ่งอยู่บนแคร่ไม้ นางมองนายอำเภอหวังด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก "ไม่ทราบว่าเรื่องนี้มันเกี่ยวอะไรกับการตายของนางหรือเจ้าคะ?"

"เกี่ยวสิ!" นายอำเภอหวังกล่าวเสียงเข้มขึ้น "เพราะมันคือแรงจูงใจ! และที่สำคัญมากกว่านั้น..." เขาคลี่มือออกเผยให้เห็นปิ่นไม้อันเก่าที่วางอยู่บนฝ่ามือ

"เราพบปิ่นปักผมอันนี้ของเจ้า ตกอยู่ไม่ไกลจากที่เกิดเหตุ! ตอนนี้ทั้งพยานและหลักฐานต่างก็บ่งชี้มาที่ตัวเจ้า เจ้าจะว่าอย่างไรอีก!"

เสี่ยวชุนหน้าซีดเผือดทันทีที่เห็นปิ่นอันนั้น เพราะมันเป็นปิ่นที่คุณหนูของนางทำหายไปเมื่อหลายวันก่อน!

บรรยากาศในห้องพลันกดดันขึ้นมา แต่ทว่าจื่อเหยาทำเพียงแค่คลี่ยิ้มออกมา...และมันเป็นรอยยิ้มที่เย็นเยียบจนน่า ขนลุก

"ท่านนายอำเภอ" จื่อเหยาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ชัดเจนและมั่นคงอย่างน่าประหลาด "ปิ่นอันนี้เป็นของข้าจริง แต่มันหายไปตั้งแต่อาทิตย์ก่อนแล้ว การที่มันไปตกอยู่ข้างบ่อน้ำในคืนเกิดเหตุพอดี...ท่านไม่คิดว่ามันบังเอิญ เกินไปหน่อยหรือเจ้าคะ?"

นางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเจ้าหน้าที่วัยกลางคนตรงหน้า "ก่อนที่ท่านจะใช้ปิ่นอันเดียวมาตัดสินความผิดข้า...ท่านได้ชันสูตรศพเพื่อหาสาเหตุการตายที่แท้จริงแล้วหรือยัง"

นายอำเภอหวังขมวดคิ้ว ก่อนที่คำถามของจื่อเหยาจะตามมาอีกเป็นชุด "ท่านได้ตรวจดูร่องรอยบนร่างกายของนางอย่างละเอียดแล้วหรือไม่? ท่านได้ตรวจสอบบริเวณรอบบ่อน้ำเพื่อหาหลักฐานอื่นแล้วหรือยัง? การสืบคดีเริ่มต้นจากศพและหลักฐาน ไม่ใช่คำซุบซิบนินทา หรือสิ่งของเพียงผิวเผินที่ใครก็ไม่รู้อาจนำมาวางไว้...มิใช่หรือเจ้าคะ?"

ซึ่งคำถามของนางราวกับลูกธนูที่ยิงเข้าใส่หน้านายอำเภอหวังเข้าอย่างจัง เขาอ้าปากค้าง พูดไม่ออกไปชั่วขณะ...เนื่องจากเจ้าตัวไม่เคยคาดคิดว่าจะถูกเด็กหญิงอายุเพียงสิบสามปีสั่งสอนเรื่องการสืบคดี!

หลังจากตั้งสติได้ เขาก็รู้สึกเสียหน้าอย่างรุนแรง "นี่เจ้ากำลังจะบอกว่าข้าทำงานไม่เป็นเช่นนั้นหรือ!" เขาตวาดกลบเกลื่อน "ดี! ในเมื่อเจ้าอวดดีนัก ข้าจะให้เวลาเจ้าสามวัน! หากภายในสามวันเจ้าไม่สามารถพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเองได้ ข้าจะจับกุมเจ้าในฐานะผู้ต้องสงสัยอันดับหนึ่งทันที!"

เมื่อนายอำเภอหวังและคนอื่น ๆ จากไปแล้ว ความเงียบอันน่าอึดอัดก็เข้ามาแทนที่

[ติ๊ง!]

[คำเตือน! โฮสต์ตกเป็นผู้ต้องสงสัยอันดับหนึ่งในคดีฆาตกรรม! หากไม่สามารถพิสูจน์ความบริสุทธิ์ได้ภายใน 3 วัน จะถูกทางการควบคุมตัว!] [ภารกิจย่อยใหม่: ความจริงก้นบ่อ] [เป้าหมาย: พิสูจน์ความบริสุทธิ์และค้นหาฆาตกรตัวจริง] [รางวัล: 50 แต้มไขความจริง ชื่อเสียง +20 ค่าความยำเกรงในเรือนเมฆาคล้อย +30]

จื่อเหยามองหน้าต่างระบบที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าด้วยแววตาแน่วแน่...การหาความจริงแข่งกับเวลาได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 241

    เสียงเครื่องวัดสัญญาณชีพดังขึ้นข้างหูของหรงจื่อเหยาเป็นจังหวะสม่ำเสมอ โดยที่เธอยังคงอยู่ในอาการโคม่ามานานแสนนาน หลังจากที่แพทย์ทำการช่วยเหลือเธออย่างสุดความสามารถ ในที่สุดหญิงสาวก็สามารถลืมตาขึ้นมาบนโลกใบเดิมของตนได้อีกครั้งจื่อเหยาตกใจเป็นอย่างมากกับสิ่งที่เห็น เนื่องจากครั้งสุดท้ายเธอจำได้ว่าระบบ

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 240

    กาลเวลาผันเปลี่ยนจากหยาดฝนโปรยปรายสู่แสงแดดอันอบอุ่น เซี่ยหลงและเซี่ยเฟิ่งต่างเติบโตเป็นหนุ่มสาวที่สง่างามและเปี่ยมด้วยความสามารถ พวกเขาได้พิสูจน์ตนเองว่าคู่ควรที่จะก้าวเข้ามาสานต่อภารกิจของมารดาในหน่วยสืบสวนพิเศษเซี่ยหลงในวัยยี่สิบปีได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้บัญชาการหน่วยสืบสวนพิเศษคนใหม่ เขามีค

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 239

    “แต่ท่านแม่ พวกเราอยากช่วยท่านนี่ขอรับ” เซี่ยหลงกล่าวเสริม ดวงตาที่ฉายแววความคิดลึกซึ้งมองมารดาอย่างจริงจัง “เราอยากช่วยท่านไขคดี และปกป้องความยุติธรรมเช่นเดียวกับท่าน”เซี่ยเฟิ่งพยักหน้าหงึกหงัก “ใช่เจ้าค่ะ ท่านแม่ พวกเราแข็งแรงและฉลาดพอแล้วนะเจ้าคะ”หรงจื่อเหยายิ้มอย่างอบอุ่น นางเข้าใจความรู้สึกขอ

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 238

    “ขอคารวะใต้เท้าหรงขอรับ/เจ้าค่ะ” เสียงทักทายดังขึ้นพร้อมกันเมื่อหรงจื่อเหยาปรากฏตัวหรงจื่อเหยาพยักหน้ารับเล็กน้อย “ข้าขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความสนใจในการเข้าร่วมหน่วยสืบสวนพิเศษแห่งนี้” เสียงของนางกังวานและชัดเจน “หน่วยสืบสวนของเราจะเปิดโอกาสให้ผู้มีความรู้ความสามารถทุกคน ไม่ว่าจะบุรุษหรือสตรี... แล

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 237

    วันเวลาผันผ่านหรงจื่อเหยายังคงไม่ยอมแพ้ในการจัดตั้งหน่วยสืบสวนพิเศษ นับตั้งแต่ที่นางได้เริ่มเสนอแนวคิดนี้ในราชสำนัก นางต้องเผชิญกับการต่อต้านอย่างหนักหน่วงจากขุนนางฝ่ายอนุรักษนิยมที่ยังคงยึดมั่นในขนบธรรมเนียมโบราณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่สตรีอย่างนางจะเข้ามามีบทบาทในกิจการบ้านเมืองถึงเพียงนี้“กราบทู

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 236

    “ท่านพี่...” นางเอ่ยเรียกเขาเสียงเบา รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้า“จริงนะเหยาเอ๋อ ข้าไม่ได้แกล้งกล่าวชมเขา” เซี่ยเว่ยหลง กล่าวพลางดึงภรรยาเข้ามาใกล้ “หลงเอ๋อฉลาดเกินวัย และมีความคิดที่ซับซ้อน เขามักจะเก็บงำความรู้สึกบางอย่างเอาไว้ในใจ เช่นเดียวกับเจ้าในบางครั้ง”หรงจื่อเหยาหัวเราะออกมาอย่างสดใส “

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 121

    เซี่ยเว่ยหลงพยักหน้ารับช้า ๆ แววตาเต็มไปด้วยความเคร่งขรึม“ใช่…ในหมู่องค์กรลับ พวกมันมักใช้คาถาหรือพิษที่เรียกว่า คำสาปห้ามกล่าว หากคนของพวกมันเอ่ยความลับเพียงครึ่งคำ พิษจะกัดกินหัวใจในทันที นางจึงเลือกที่จะนิ่งเงียบแม้จะทรมานเพียงใดก็ตาม”หรงจื่อเหยาขมวดคิ้ว ดวงตาสะท้อนประกายคมกล้า “เช่นนั้นก็หมายค

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 120

    เสียงโลหะจากคมดาบยังคงปะทะกันอย่างต่อเนื่องและดังระงมเป็นระยะ ๆ แต่เมื่อหน่วยจิ่นอีเว่ยของเซี่ยเว่ยหลงบุกเข้าควบคุมสถานการณ์ ความได้เปรียบก็ค่อย ๆ เทไปทางราชสำนัก ทหารองครักษ์เข้าล้อมเป็นกำแพงเหล็กป้องกันองค์จักรพรรดิและเชื้อพระวงศ์ออกไปจากลานกว้างอย่างเร่งด่วน เสียงโกลาหลยังดังเซ็งแซ่ แต่ความระส่ำร

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 119

    แววตาของสนมบางนางที่นั่งอยู่เบื้องสูงสะท้อนความสนใจ โดยเฉพาะจ้าวกุ้ยเฟยผู้ครองตำหนักกุ้ยเหมยที่กะพริบตาเพียงเล็กน้อย ราวกับกำลังพิจารณาเด็กสาวตรงหน้าหรงจื่อเหยาเพียงโค้งคำนับอย่างนอบน้อม ก่อนจะนั่งลงที่โต๊ะของตน มือเรียวเริ่มต้นจากการหยิบบัวตูมขึ้นมาปักเรียงรอบขอบแจกันกระเบื้องเคลือบสีครามที่สูงเพร

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 118

    ติ๊ง![กำลังสแกน...วิเคราะห์ข้อมูล... คำเตือน: เป้าหมายที่ท่านต้องการสแกนมีส่วนเกี่ยวข้องกับองค์กรลับ ลัทธิมังกรสมุทรการเข้าถึงข้อมูลที่สมบูรณ์จำเป็นต้องใช้แต้มไขความจริง 100 แต้มแต้มคงเหลือปัจจุบัน: 50 แต้ม](หนึ่งร้อยแต้มงั้นรึ!) จื่อเหยาขมวดคิ้วมุ่น (แต้มไม่พอ!) ความผิดหวังฉายวาบในดวงตาของนางเพีย

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status