Masuk"ระวังครับพี่! ตรงนั้นมันติดขอบประตู เอียงซ้ายนิดหนึ่ง นั่นแหละครับ เยี่ยมเลย วางตรงนั้นได้เลยครับ"
เสียงเอะอะโวยวายและเสียงฝีเท้าหนักๆที่ดังทะลุกำแพงห้องเข้ามาตั้งแต่เช้าตรู่ ทำเอามีนาที่ตั้งใจจะใช้เวลาในวันหยุดสุดสัปดาห์นอนตื่นสายๆถึงกับต้องซุกหน้าลงกับหมอนแล้วครางอื้ออึงในลำคออย่างขัดใจ เธอพลิกตัวไปมาบนเตียงนุ่ม พยายามจะข่มตาหลับต่อ แต่เสียงลากของหนักๆสลับกับเสียงสั่งการที่ดังแว่วมาก็ทำให้สติของเธอตื่นตัวจนไม่สามารถหลับลงได้อีก มีนาผุดลุกขึ้นนั่งบนเตียง ผมเผ้ายุ่งเหยิงไม่เป็นทรง เธอถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ จริงๆเธอก็พอจะรู้มาจากป้าผู้ดูแลหอพักอยู่บ้าง ว่าห้องข้างๆที่ว่างมานานจะมีคนย้ายเข้ามาอยู่ใหม่ในวันนี้ แต่เธอไม่คิดว่าเขาจะมาเช้าและขนของเสียงดังวุ่นวายขนาดนี้ "เอาเถอะ ถือซะว่าตื่นมารับวันใหม่ก็แล้วกัน" เธอบ่นพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะบิดขี้เกียจไล่ความเมื่อย หย่อนปลายเท้าลงจากเตียงแล้วเดินตรงเข้าห้องน้ำไปจัดการธุระส่วนตัว วันหยุดแบบนี้เธอไม่ได้มีแพลนจะออกไปไหนไกล มีนาจึงเลือกหยิบเสื้อสายเดี่ยวสีขาวตัวโคร่งที่ใส่สบายๆ คู่กับกางเกงขาสั้นผ้านิ่มที่สั้นเหนือเข่าขึ้นมาใส่อย่างไม่คิดอะไรมาก หลังจากแต่งตัวเสร็จ สายตาก็เหลือบไปเห็นถุงขยะสีดำที่ผูกปากถุงเตรียมไว้ตั้งแต่เมื่อคืน เธอจึงเดินไปหยิบมันขึ้นมา หวังจะเอาไปทิ้งที่จุดทิ้งขยะส่วนรวมของชั้นแล้วแวะลงไปหาอะไรกินที่ร้านสะดวกซื้อใต้หอพัก แกร๊ก... มีนาเปิดประตูห้องออกไป แต่แล้วเรียวขาเล็กที่กำลังจะก้าวพ้นประตูกลับต้องชะงักกึก ร่างบางแข็งทื่อเมื่อสายตาปะทะเข้ากับชายหนุ่มร่างสูงที่กำลังยืนชี้นิ้วสั่งคนงานขนกล่องลังพะรุงพะรังอยู่หน้าห้องข้างๆ ซีน... ทันทีที่ได้ยินเสียงเปิดประตู ซีนก็หันขวับมามอง วินาทีที่สบตากับเธอ ริมฝีปากหยักก็คลี่รอยยิ้มกว้างจนตาหยี รอยยิ้มที่ดูสดใสและไร้เดียงสาจนน่าหมั่นไส้ในสายตาของคนมอง "อ้าว... มีนา! เธออยู่หอนี้เหรอ บังเอิญจังเลยเนอะ" ซีนทักขึ้นมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ทำตากลมโตราวกับว่าเขาประหลาดใจนักหนาที่เจอเธอที่นี่ มีนายืนนิ่งจ้องหน้าผู้ชายที่เล่นละครได้ห่วยแตกที่สุดในโลก ก่อนจะแค่นเสียงหัวเราะในลำคอออกมาเบาๆ "เนียนมากมั้ง" คำพูดสั้นๆแต่เต็มไปด้วยความประชดประชันทำเอาคนที่กำลังยิ้มร่าถึงกับชะงักไปนิดหนึ่ง แต่ซีนก็ยังคงรักษาความหน้าด้านเอาไว้ได้อย่างดีเยี่ยม เขาขยับเดินเข้ามาหาเธออีกสองสามก้าว มีนาวางถุงขยะในมือลงบนพื้นหน้าห้อง ยกแขนขึ้นกอดอก จ้องมองเขาด้วยสายตาจับผิด "มาทำอะไรที่นี่?" "ก็..." ซีนเกาหลังคอตัวเองเบาๆ ทำทีเป็นหลบสายตา "สัญญาเช่าที่ห้องเก่ามันหมดพอดี ซีนก็เลยย้ายมาอยู่ที่นี่ไง ไม่คิดเลยนะว่าจะมาเจอห้องติดกับเธอแบบนี้ โลกกลมสุดๆไปเลย" "โกหกให้มันเนียนๆหน่อยเถอะ" มีนาส่ายหัวอย่างเอือมระอา มองสำรวจข้าวของแบรนด์เนมและเฟอร์นิเจอร์หรูหราที่กองอยู่หน้าห้อง "เงินเยอะแยะอย่างพี่เนี่ยนะ จะย้ายมาอยู่หอพักนักศึกษาเล็กๆแคบๆแบบนี้ คิดว่ามีนาโง่จนดูไม่ออกหรือไงว่าพี่ตั้งใจ" โดนต้อนจนมุมขนาดนี้ อีโก้สูงๆที่เคยมีมันก็ถูกพับเก็บเข้ากรุไปหมดแล้ว ซีนทำหน้าเจื่อน อึกอักอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหาข้ออ้างใหม่ที่คิดว่าน่าจะฟังขึ้นที่สุด "ช่วงนี้ป๊าซีนสอนให้ประหยัดน่ะ... ป๊าบอกว่าโตแล้ว ต้องรู้จักใช้ชีวิตแบบคนธรรมดาบ้าง ซีนก็เลยเลือกที่นี่" เขายิ้มแหยๆส่งให้ แววตาแอบลุ้นว่าเธอจะเชื่อเหตุผลข้างๆคูๆนี้ไหม มีนาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เธอกลอกตาขึ้นฟ้าอย่างเหนื่อยหน่าย ผู้ชายคนนี้ดื้อรั้นและเอาแต่ใจตัวเองไม่เคยเปลี่ยน ถ้าเขาตั้งใจจะทำอะไรแล้ว ต่อให้เอาช้างมาฉุดเขาก็คงไม่ยอมถอย "แล้วแต่เถอะ... อยากจะทำอะไรก็ทำ" เธอตัดบทอย่างไม่ไยดี ก้มลงหยิบถุงขยะที่พื้นขึ้นมาถือไว้ เตรียมจะเดินหนีไปอีกทาง พอเห็นว่ามีนากำลังจะเดินหนี ซีนก็รีบหันซ้ายหันขวาลุกลี้ลุกลน สายตาเหลือบไปเห็นถุงพลาสติกใบเล็กที่ใส่เศษกระดาษนิดหน่อยวางอยู่บนกล่องลัง เขาไม่รอช้า รีบคว้ามันหมับขึ้นมาถือไว้ในมือทันที "เธอจะไปทิ้งขยะเหรอ... ซีนไปด้วยสิ" ซีนก้าวฉับๆมาเดินขนาบข้าง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปาก "ซีนเพิ่งย้ายมาใหม่ ยังไม่รู้จักเลยว่าที่ทิ้งขยะมันอยู่ตรงไหน ให้ซีนเดินไปด้วยนะ" มีนาปรายตามองถุงพลาสติกแบนๆในมือเขาด้วยความระอา แต่เธอก็เลือกที่จะไม่พูดอะไร ไม่ด่า ไม่อนุญาต และไม่ปฏิเสธ เธอเพียงแค่เดินนำหน้าเขาไปเงียบๆมุ่งตรงไปยังลิฟต์ของชั้น ซีนแอบยิ้มกริ่ม รีบเดินตามร่างเล็กไปติดๆ ทันทีที่เข้าไปในลิฟต์และประตูเหล็กปิดลง บรรยากาศภายในพื้นที่แคบๆก็เริ่มก่อตัวเป็นความอึดอัด มีนายืนกอดอกมองตัวเลขชั้นที่กำลังเลื่อนลงอย่างเงียบงัน ในขณะที่ซีนยืนอยู่ข้างหลัง แอบลอบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของเธอด้วยความประหม่า "บังเอิญจังเนอะ... ที่เราได้มาอยู่ใกล้กันอีก" ซีนทำลายความเงียบขึ้นมาด้วยประโยคเดิมๆ เขาพยายามหาเรื่องคุย เพราะไม่อยากให้ความเงียบทำให้ระยะห่างของเรามันเพิ่มขึ้น มีนาถอนหายใจอีกครั้ง คราวนี้เธอหันขวับมามองหน้าเขาตรงๆ ดวงตากลมฉายแววหงุดหงิด "เลิกพยายามให้มันเป็นเรื่องบังเอิญได้แล้ว" น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่เด็ดขาด "มีนารู้ว่าพี่ตั้งใจ และพี่ก็รู้ตัวดีว่าพี่ตั้งใจตามมีนามา" ซีนเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่น เขาถูกจับได้ไล่ทันจนเถียงไม่ออก บรรยากาศเงียบกริบลงไปอีกครั้งจนกระทั่ง ติ๊ง! ประตูลิฟต์เปิดออกที่ชั้นล่างสุด มีนาเดินนำออกไปทิ้งขยะที่ถังใบใหญ่ด้านหลังหอพัก ซีนเดินตามต้อยๆเอาถุงพลาสติกโง่ๆของตัวเองไปทิ้งด้วย เมื่อจัดการธุระเสร็จ ซีนก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆตัดสินใจพูดความจริงออกไป "ก็ได้... ซีนยอมรับว่ามันไม่ได้บังเอิญ ซีนตั้งใจย้ายมาที่นี่เอง" เขาเดินมาหยุดยืนขวางหน้าเธอ นัยน์ตาคมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของคนตัวเล็ก "แต่เธอคง... ไม่ใจร้ายถึงขั้นย้ายหอหนีซีนหรอกใช่ไหม?" น้ำเสียงของเขาแฝงไปด้วยความกังวลอย่างเห็นได้ชัด ถ้าเธอลงทุนย้ายหอหนีเขาอีก คราวนี้เขาคงไม่รู้จะทำยังไงแล้วจริงๆ มีนามองหน้าคนที่กำลังทำตาละห้อยเหมือนลูกหมาถูกทิ้ง ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย "มีนาไม่ได้รวยขนาดนั้น แล้วก็ไม่ได้ว่างพอจะมานั่งหาหอใหม่ ขนของย้ายไปย้ายมาเหมือนคนบ้าบางคนหรอกนะ" คำตอบที่แฝงไปด้วยคำด่าทอนั้น กลับทำให้คนที่ถูกด่ารู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอก ซีนนิ่งไปนิดหนึ่ง ก่อนที่ในใจจะแอบยิ้มกริ่มด้วยความดีใจ อย่างน้อยเธอก็ไม่รังเกียจเขาจนถึงขั้นต้องหนีไปไหน เธอยอมให้อยู่ใกล้ๆ ถึงแม้จะเป็นเพราะความจำใจก็เถอะ แค่นี้เขาก็มีโอกาสทำคะแนนแล้ว พอเคลียร์เรื่องขยะเสร็จ มีนาก็หมุนตัวเดินไปอีกทางซึ่งเป็นทางออกไปสู่ถนนหน้าหอพัก "อ้าว... แล้วนั่นเธอจะไปไหนน่ะ" ซีนรีบก้าวตามไปติดๆ "ซื้อของกิน" มีนาตอบสั้นๆโดยไม่หันมามอง ซีนขมวดคิ้ว สายตาคมกริบกวาดมองร่างบางตั้งแต่หัวจรดเท้า เสื้อสายเดี่ยวสีขาวตัวนั้นมันคอกว้างและเนื้อผ้าก็บางจนเห็นรอยบราเซียสีอ่อนลางๆ ยิ่งไปกว่านั้น กางเกงขาสั้นที่เธอใส่มันก็สั้นจนเผยให้เห็นเรียวขาขาวเนียนไปถึงไหนต่อไหน ความหวงแหนในตัวพุ่งพล่านขึ้นมาทันที ซีนรีบเดินไปขวางหน้าเธอไว้ พร้อมกับชี้นิ้วไปที่ชุดที่เธอใส่ "ชุดนี้เนี่ยนะ! เธอจะออกไปข้างนอกทั้งชุดนี้เนี่ยนะ!" มีนาขมวดคิ้วยุ่ง ก้มลงมองเสื้อผ้าตัวเองแล้วเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างไม่สบอารมณ์ "ใช่สิ ทำไม มีนาก็ใส่ชุดปกติ ไม่ได้แก้ผ้าเดินสักหน่อย พี่ทำหน้าตื่นเต้นทำไม" "แต่มัน..." ซีนอึกอัก สายตาเลิ่กลั่กมองไปทางอื่น ไม่กล้ามองต่ำลงมาที่หน้าอกของเธอ "มัน... นมจะล้นออกมาอยู่แล้วนะ! คอเชื้อมันกว้างขนาดนั้นน่ะ!" เพี๊ยะ! "ทะลึ่ง!" มีนายกมือขึ้นตีต้นแขนแกร่งของเขาอย่างแรงด้วยความตกใจ ใบหน้าหวานเห่อร้อนขึ้นมาทันที เธอรีบยกมือขึ้นปิดหน้าอกตัวเอง ดึงคอเสื้อให้สูงขึ้นพร้อมกับถลึงตาใส่คนตัวโตที่กล้าพูดจาแบบนี้ "พี่นี่มัน นิสัยไม่ดี!" เธอด่าทิ้งท้าย ก่อนจะรีบจ้ำอ้าวเดินหนีออกไปทางร้านสะดวกซื้อหน้าหอด้วยความหงุดหงิด "เอ้า! ซีนพูดความจริงนี่ ซีนเป็นห่วงนะเว้ย!" ซีนลูบแขนตัวเองปอยๆแต่ก็รีบวิ่งตามร่างเล็กไปอย่างไม่ลดละ พอเข้ามาในร้านสะดวกซื้อแอร์เย็นฉ่ำ มีนาก็คว้าตะกร้าแล้วเดินไปตามชั้นวางขนมอย่างรวดเร็ว หวังจะสลัดคนตัวโตให้พ้นทาง แต่ซีนก็ทำตัวเป็นวิญญาณตามติด เขายืนซ้อนอยู่ด้านหลัง แทบจะสิงร่างเธออยู่แล้ว ไม่ว่าเธอจะขยับไปทางไหน เขาก็ขยับตามจนมีนาอึดอัด "พี่ซีน! ถอยไปห่างๆได้ไหมเนี่ย ร้านก็ตั้งกว้าง จะมายืนเบียดทำไม!" มีนาหันไปแหวใส่เสียงขุ่น "ก็ซีนกลัวคนอื่นมาเดินชนเธอนี่นา" ซีนตอบหน้าตายแต่ก็ยอมขยับถอยหลังออกไปประมาณหนึ่งช่วงแขน ทว่าสายตาคมยังคงสอดส่ายมองไปรอบๆ ราวกับเรดาร์ตรวจจับภัยคุกคาม ใครหน้าไหนที่มองมาทางมีนา เขาจะจ้องกลับด้วยสายตาดุดันจนคนพวกนั้นต้องรีบหลบตาเดินหนีไป มีนาส่ายหัวอย่างระอาใจ เธอเดินมาถึงชั้นวางขนมขบเคี้ยว สายตาเล็งไปที่มันฝรั่งทอดกรอบยี่ห้อโปรดที่วางอยู่ชั้นล่างสุด เธอเตรียมจะย่อตัวก้มลงไปหยิบ หมับ! ยังไม่ทันที่เธอจะได้โค้งตัวลง ร่างสูงของซีนก็พุ่งพรวดเข้ามาขวางหน้าเธอไว้อย่างรวดเร็ว เขาย่อตัวลงนั่งยองๆบังร่างเธอไว้มิดชิด ทำเอามีนาชะงักค้างด้วยความตกใจและหงุดหงิด "โอ๊ย! อะไรของพี่เนี่ย ขวางทางทำไม!" "ไม่ต้องก้ม!" ซีนเงยหน้าขึ้นมาสั่งเสียงเข้ม แววตาจริงจังจนน่ากลัว "เดี๋ยวซีนหยิบให้ เธอจะเอาอันไหนชี้มาเลย" "ก็มีนาจะหยิบเอง พี่จะมาวุ่นวายทำไมเนี่ย หลบไปเลยนะ" มีนาพยายามจะเบี่ยงตัวหลบ แต่ซีนก็กางแขนออกกันไว้ไม่ยอมให้เธอขยับ "ก็ถ้าเธอก้ม... คอเสื้อเธอมันก็จะเปิดกว้างขึ้นไปอีกไง!" ซีนเถียงกลับเสียงแข็ง "แล้วเดี๋ยวพวกไอ้บ้าในร้านมันก็แอบมองหน้าอกเธอ ซีนไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาเห็นทั้งนั้นแหละ! บอกมาว่าจะเอาอันไหน ซีนหยิบให้เอง!" ความหวงก้างที่แสดงออกมาชัดเจนของเขา ทำเอามีนาถึงกับอ้าปากค้าง เธออยากจะด่าเขาให้เจ็บๆ แต่พอเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความหวงแหนและเป็นห่วงอย่างจริงใจของเขา คำด่าทอมันก็ถูกกลืนหายกลับลงไปในลำคอ "ซ้ายมือ สีเหลือง" มีนาบ่นอุบอิบ เสียงเบาลงอย่างเห็นได้ชัด ซีนยิ้มทันทีที่เธอคล้อยตาม เขาหยิบขนมห่อสีเหลืองมาสองสามห่อ โยนใส่ตะกร้าให้เธออย่างเอาใจ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง "เอาอะไรอีกไหม เดี๋ยวกระเป๋าตังค์ใบนี้จ่ายให้หมดเลย" เขายืดอกตบกระเป๋ากางเกงตัวเองดังปุๆ "ไม่ต้อง มีนาจ่ายเองได้" เธอสะบัดหน้าหนี รีบเดินไปจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์ โดยมีซีนเดินตามต้อยๆไปช่วยถือของให้เสร็จสรรพ ตลอดทางเดินกลับมาที่ห้อง มีนาไม่ได้พูดอะไรกับเขาอีกเลย เธอเดินนำหน้าเงียบๆ ปล่อยให้ผู้ชายตัวโตหิ้วถุงขนมเดินตามหลังมาจนถึงหน้าห้องพัก "ขอบคุณ" มีนายื่นมือไปรับถุงขนมมาจากมือของเขา เธอไขกุญแจเปิดประตูห้อง เตรียมจะก้าวเข้าไปด้านในโดยไม่คิดจะชวนเขาหรือพูดอะไรต่อ ซีนยืนมองแผ่นหลังเล็กที่กำลังจะหายลับเข้าไปในห้อง เขาอุตส่าห์ตามตื๊อ ตามหวงมาตั้งนาน เธอจะปล่อยให้เขาจบวันหยุดด้วยความเงียบแบบนี้จริงๆเหรอ วินาทีที่ประตูห้องกำลังจะปิดลง ซีนก็ตัดสินใจตะโกนทะลุช่องประตูเข้าไปเสียงดังฟังชัด "ฝากตัวด้วยนะเจ้าของห้องข้างๆ!" มือเล็กที่กำลังจับลูกบิดประตูชะงักไปนิดหนึ่ง "มีอะไรให้ช่วย... เรียกซีนได้ตลอดเวลาเลยนะ!" ไม่มีเสียงตอบรับใดๆเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากบาง มีนาเพียงแค่ดึงประตูให้ปิดลงสนิท ตามด้วยเสียง แกร๊ก! เสียงลงกลอนประตูดังชัดเจน เป็นอันจบการสนทนาของวันนี้ ซีนยืนจ้องบานประตูที่ปิดสนิทอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพรูลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ริมฝีปากหยักลึกค่อยๆคลี่รอยยิ้มออกมาบางๆ แม้เธอจะยังใจแข็ง เย็นชา และล็อกประตูใส่หน้าเขา... แต่วันนี้เขาก็ได้ก้าวเข้ามาอยู่ในพื้นที่ของเธออีกครั้งแล้ว ผู้ชายอีโก้สูงอย่างเขา ไม่เคยต้องมานั่งง้อใคร ไม่เคยต้องมาทำอะไรไร้สาระแบบนี้ แต่เพื่อผู้หญิงที่ชื่อมีนา... ต่อให้ต้องหน้าด้าน หน้าทน หรือต้องลดทิฐิลงไปกองกับพื้น เขาก็ยอม "เตรียมตัวรับมือความดื้อของซีนได้เลยมีนา" ซีนพึมพำกับตัวเองเบาๆก่อนจะหันหลังเดินกลับเข้าห้องของตัวเอง"ฟอดดด! แอบคิดอะไรอยู่ครับคนเก่ง เหม่อจนโดนขโมยหอมแก้มยังไม่รู้ตัวอีก"เสียงทุ้มกระซิบชิดริมฝีปาก ก่อนที่ปลายจมูกโด่งเป็นสันจะกดฝังลงบนพวงแก้มใสอย่างหมั่นเขี้ยว ท่ามกลางบรรยากาศยามเย็นของสวนหย่อมหลังมหาวิทยาลัย เสียงน้ำพุที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงกลางดังกระทบผิวน้ำเบาๆ สร้างบรรยากาศที่แสนจะผ่อนคลายและโรแมนติก"โอ๊ย! พี่ซีน! เล่นอะไรเนี่ย ตกใจหมดเลย!"มีนาสะดุ้งสุดตัว รีบยกมือขึ้นฟาดลงบนท่อนแขนแกร่งของคนที่ฉวยโอกาสขโมยหอมแก้มเธอไปหนึ่งทีด้วยความตกใจปนเขินอาย ใบหน้าหวานหันไปค้อนขวับใส่ผู้ชายตัวโตที่กำลังยืนฉีกยิ้มกว้างอย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลยสักนิด"ก็ใครใช้ให้เธอยืนเหม่อล่ะครับ ซีนเรียกตั้งสองรอบก็ไม่ได้ยิน มัวแต่คิดอะไรอยู่ หืม?" ซีนไม่สะทกสะท้าน แถมยังรวบมือเล็กของเธอมากุมไว้หลวมๆแล้วแกว่งไปมาเบาๆ มีนาถอนหายใจออกมาบางๆ รอยยิ้มจางๆปรากฏขึ้นบนใบหน้าเมื่อนึกถึงเรื่องราวที่เพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อช่วงเช้าของวัน"มีนาแค่... กำลังคิดถึงเรื่องเมื่อเช้านี้น่ะค่ะ""เรื่องเมื่อเช้า?" ซีนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย "เรื่องที่พายมาหาเราน่ะเหรอ""ใช่ค่ะ..." มีนาพยักหน้ารับ แววตาของเธอทอประกายอ่อนโยนลง "มีนา
"พี่ซีน! ถอยไปเลยนะ มาวอแวแบบนี้เดี๋ยวเค้าก็หั่นผักพลาดโดนนิ้วตัวเองหรอก ไปนั่งรอที่โต๊ะดีๆเลยไป"เสียงหวานใสเอ็ดขึ้นเบาๆพร้อมกับศอกเล็กที่กระทุ้งเข้าที่สีข้างของคนตัวโตเบาๆเป็นการประท้วง แต่ถึงอย่างนั้น คนที่ถูกไล่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะยอมขยับถอยห่างออกไปเลยแม้แต่น้อย ซ้ำยังกระชับท่อนแขนแกร่งที่สวมกอดเอวบางจากทางด้านหลังให้แน่นขึ้นไปอีก"ก็คนมันอยากช่วยนี่นา หอมจัง ทำอะไรกินครับเนี่ย หอมไปถึงข้างนอกเลย"ซีนกระซิบเสียงพร่าชิดใบหู ก่อนจะฉวยโอกาสกดปลายจมูกโด่งฝังลงบนพวงแก้มใสของแม่ครัวคนเก่งไปหนึ่งฟอดใหญ่เวลาสองเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็ว นับตั้งแต่วันที่มีนายอมย้ายเข้ามาอยู่ในคอนโดของเขา ชีวิตของซีนก็เหมือนได้เติมเต็มในส่วนที่ขาดหายไป ทุกๆวันหยุดสุดสัปดาห์แบบนี้ การได้ยืนกอดเธอจากด้านหลัง มองดูเธอทำอาหารให้กิน มันกลายเป็นความสุขที่เรียบง่ายแต่มีค่าที่สุดสำหรับเขาไปแล้ว"ไม่ต้องมาทำเนียนเลยนะ อยากช่วยหรืออยากป่วนกันแน่คะ ถอยไปเลย มีนาจะผัดข้าวแล้วเนี่ย" เธอหันมาทำตาดุใส่ แต่รอยยิ้มบางๆบนมุมปากก็ทำให้รู้ว่าเธอไม่ได้โกรธเคืองอะไรนักติ๊ง!เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์ครัวด
"มึงทำเหี้ยอะไรของมึงเนี่ยไอ้ซีน คุกนะมึง บุกรุกบ้านคนอื่นแถมพากันมาเป็นแก๊งแบบนี้เนี่ย"เสียงกระซิบกระซาบของโซ่ดังขึ้นที่ข้างหู ขณะที่เขาก้มตัวลงมาหาเพื่อนสนิทที่กำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ไม้เก่าๆกลางห้องโถงของบ้านเช่าหลังเล็ก ซีนสวมเสื้อแจ็กเก็ตหนังสีดำทับเสื้อนักศึกษา ปากคาบมวนบุหรี่ที่เพิ่งจุดไฟติด ควันสีเทาหม่นลอยคลุ้งขึ้นสู่อากาศสร้างบรรยากาศที่ดูอันตรายและกดดันอย่างบอกไม่ถูกด้านซ้ายและขวามีโซ่กับเกียร์ยืนขนาบข้างด้วยใบหน้าตึงเครียด ส่วนด้านหลังของพวกเขายังมีกลุ่มเพื่อนและรุ่นน้องจากคณะวิศวกรรมศาสตร์นับสิบคนที่พร้อมใจกันใส่เสื้อช็อปสีเลือดหมูมายืนกอดอกทำหน้าเหี้ยมเป็นแบ็คอัพให้ลูกพี่ของพวกเขา"จริงของไอ้โซ่มัน" เกียร์ที่ยืนอยู่อีกฝั่งโน้มตัวลงมากระซิบสมทบอีกคน "ละมึงจะเก๊กทำเหี้ยอะไรนักหนาวะ หล่อมากมั้งไอ้สัส ควันบุหรี่เข้าตากูหมดแล้วเนี่ย จะทำอะไรก็รีบๆทำ"ซีนที่กำลังสวมบทบาทเป็นมาเฟียหนุ่มถึงกับหลุดมาด เขาจิ๊ปากอย่างขัดใจที่เพื่อนรักทั้งสองคนเอาแต่ขัดจังหวะการสร้างบรรยากาศของเขา"จิ๊ พวกมึงนี่ ขัดมู้ดกูหมด" ซีนกระซิบตอบลอดไรฟัน "ก็ต้องวางมาดหน่อยสิวะ ไม่งั้นเขาจะกลัวกู
"ไหนบอกว่าเจ็บแผลไงคะ แล้วมาซนอะไรตรงนี้เนี่ย"เสียงหวานใสเอ่ยประท้วงอย่างไม่จริงจังนัก เมื่อร่างบางที่เพิ่งจะทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟากำมะหยี่สีเข้มกลางห้องนั่งเล่น ถูกวงแขนแกร่งของเจ้าของห้องดึงรั้งเข้าไปหาจนแผ่นหลังบางแนบชิดกับแผงอกกว้าง มีนาพยายามจะขืนตัวออกเพราะกลัวจะไปกระทบกระเทือนบาดแผลที่แผ่นหลังและศีรษะของเขา แต่คนป่วยจอมเจ้าเล่ห์กลับไม่ยอมปล่อย ซ้ำยังรัดเอวคอดของเธอแน่นขึ้นไปอีก"แผลที่หัวน่ะเจ็บครับ แต่ตรงอื่นมันคิดถึงเธอมากกว่านี่นา"เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบชิดริมฝีปากบาง ก่อนที่ปลายจมูกโด่งเป็นสันจะกดฝังลงบนซอกคอหอมกรุ่นอย่างเอาแต่ใจ ซีนสูดดมกลิ่นหอมสบู่เด็กที่คุ้นเคยจากตัวเธอเข้าปอดลึกๆ ความเหนื่อยล้าจากการนอนโรงพยาบาลหลายวันมลายหายไปเป็นปลิดทิ้งเมื่อมีผู้หญิงคนนี้อยู่ในอ้อมกอด"พี่ซีน... เพิ่งออกจากโรงพยาบาลแท้ๆ ไม่เหนื่อยบ้างหรือไง พักก่อนดีไหม" มีนาเอียงคอหลบสัมผัสร้อนผ่าว มือเล็กวางแหมะลงบนท่อนแขนแกร่งที่กอดรัดเธออยู่ พยายามใช้เหตุผลเข้าสู้"บอกแล้วไงว่าเรื่องอื่นน่ะเหนื่อย" ซีนพลิกตัวร่างบางให้หันกลับมาเผชิญหน้า จับเธอให้นั่งคร่อมลงบนตักแกร่งของเขา นัยน์ตาคมพราวระยับทอดม
"นี่มันไม่ใช่ทางกลับหอพักของมีนานี่คะพี่ซีน เรากำลังจะไปไหนกันเนี่ย"เสียงหวานใสเอ่ยท้วงขึ้นมา ท่ามกลางความเงียบภายในห้องโดยสารของรถยนต์คันหรู มีนาละสายตาจากวิวทิวทัศน์สองข้างทาง หันมามองเสี้ยวหน้าคมคายของคนที่กำลังทิ้งน้ำหนักศีรษะพิงซบลงบนลาดไหล่เล็กของเธออย่างออดอ้อนวันนี้เป็นวันที่ซีนได้รับอนุญาตจากคุณหมอให้ออกจากโรงพยาบาลได้ โดยมีโซ่รับหน้าที่เป็นสารถีขับรถให้ และมีเกียร์นั่งประจำที่อยู่เบาะหน้าข้างคนขับ ส่วนคนป่วยที่แผลยังไม่หายดีร้อยเปอร์เซ็นต์อย่างซีน ก็ฉวยโอกาสยึดเบาะหลังเป็นพื้นที่สวีท จับมือเล็กของมีนามากุมไว้แน่นไม่ยอมปล่อยมาตลอดทาง"ใช่ครับ" ซีนตอบรับเสียงนุ่มนวล ทั้งที่ตายังหลับพริ้มรับสัมผัสอบอุ่นจากเธอ "เรากำลังจะไปคอนโดของซีนกัน ต่อไปนี้เธอต้องย้ายไปอยู่ที่นั่น ที่นั่นระบบรักษาความปลอดภัยดีกว่าหอพักของเธอตั้งเยอะ"มีนาขมวดคิ้วมุ่นทันทีที่ได้ยินคำตอบเอาแต่ใจนั้น "จะบ้าเหรอคะพี่ซีน ไปอยู่ได้ยังไง ข้าวของที่ห้องของมีนาก็ยังไม่ได้เก็บเลยนะ ทั้งเสื้อผ้า ชุดนักศึกษา หนังสือเรียนอีก""ไม่ต้องห่วงหรอก ซีนให้คนไปจัดการแพ็คของทุกอย่าง แล้วก็ขนมาจัดไว้ที่ห้องของซีนเรียบร้อยหม
"เงินมีแค่นี้เองเหรอวะมีนา แล้วพ่อจะเอาอะไรไปจ่ายดอกพวกมัน"เสียงตะคอกเกรี้ยวกราดของผู้เป็นพ่อดังก้องไปทั่วบ้านเช่าหลังเล็กซอมซ่อ มีนายืนก้มหน้า เม้มริมฝีปากแน่นจนห้อเลือด สภาพของเธอตอนนี้ทั้งเหนื่อยล้าและบอบช้ำไปทั้งกายและใจ ทั้งรอยแดงช้ำบนแก้มที่เพิ่งโดนแม่ของซีนตบมาเมื่อตอนบ่าย และความรู้สึกผิดที่อัดแน่นอยู่ในอก"มีนาทำทุกทางแล้วค่ะพ่อ" เธอตอบกลับเสียงสั่นเครือ "มีนาหามาได้เท่านี้จริงๆ เมื่อคืน... เมื่อคืนมันเกิดเรื่องวุ่นวายนิดหน่อย มีนาก็เลยได้เงินมาไม่ครบ""เรื่องวุ่นวายอะไรของแก! พ่อบอกแล้วไงว่าถ้าวันนี้ไม่ได้เงิน พวกมันเอาพ่อตายแน่!" พ่อของเธอโวยวายอย่างคนเสียสติ เดินวนไปวนมาด้วยความหวาดกลัว ก่อนจะชะงักแล้วหันมามองลูกสาวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวังอันเห็นแก่ตัว "เออใช่! แกก็ไปขอเงินไอ้แฟนแกสิ! ไอ้หนุ่มนั่นมันลูกคนรวยไม่ใช่หรือไง เงินแค่นี้ขนหน้าแข้งมันไม่ร่วงหรอก ไปขอมันมาเดี๋ยวนี้เลย!""ไม่! พ่ออย่ายุ่งกับพี่ซีนนะ!"มีนาเงยหน้าขึ้นตวาดเสียงดังลั่นอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน นัยน์ตากลมโตสั่นระริกไปด้วยความโกรธและปกป้อง "พี่ซีนไม่เกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้! ที่เขาต้องไปนอนเจ็บปางต







