LOGIN“เฮียไม่ได้ชอบน้ำขิง แล้วเฮียจะตกลงหมั้นกับน้ำขิงทำไม” “ผู้ใหญ่ต้องการ” นั่นคือคำตอบสั้นๆของผู้ชายที่เติบโตมาพร้อมกับเธอ คำตอบที่ไร้ชีวิตชีวาแต่กลับสร้างความฉุนเฉียวให้เธอได้อย่างมหาศาล!
View Moreเคย์เดน อายุ22ปี เรียนวิศวะคอมฯปี4
ทายาทมาเฟียและทายาทเจ้าของมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดัง
อยู่ในครอบครัวและตระกูลที่มั่งคั่ง ร่ำรวย อิทธิพลและอำนาจมากมายไพศาล
บุคลิก: นิ่ง สุขุม (แต่จะยอมพูดมากกับนางเอก)
******
น้ำขิง อายุ20ปี เรียนบัญชีปี2
ลูกสาวเจ้าของสนามแข่งรถและอสังหาริมทรัพย์
บุคลิก: หน้านิ่งแต่แสบสุดๆ โดยเฉพาะความแสบที่ใช้จัดการพระเอก
.
.
.
หลายเดือนก่อน...
“เฮียไม่ได้ชอบน้ำขิง แล้วเฮียจะตกลงหมั้นกับน้ำขิงทำไม”
“ผู้ใหญ่ต้องการ”
“ใช่ไง ผู้ใหญ่ต้องการแต่ไม่ใช่เฮียนี่ที่ต้องการ”
นั่นเป็นบทสนทนาสุดท้ายที่ฉันกับพี่เคย์เดนได้คุยกัน ก่อนที่เขาจะเงียบและหายไปหลังจากนั้นนานหลายเดือน เพราะพี่เคย์เดนผู้ชายที่สุดจะนิ่งขรึม ไม่ค่อยพูด ไม่ค่อยยิ้ม สุขุมมากๆในวัย22ปีหนีไปต่างประเทศโดยที่ไม่บอกไม่กล่าวกับฉันสักคำ
ฉันจึงคิดว่าเรื่องการหมั้นของเราสองคนคงเป็นโมฆะไปแล้ว แต่เปล่าเลยก่อนที่จะเปิดเทอมขึ้นปีสองในขณะที่พี่เคย์เดนกำลังจะขึ้นปีสี่ จู่ๆฉันก็ได้รับข่าวจากแม่ของตัวเองว่าวันรุ่งขึ้นจะมีการจัดงานหมั้นเกิดขึ้นที่บ้าน ตอนนั้นฉันขมวดคิ้วเป็นปมสีหน้าสงสัยขั้นสุดเพราะไม่คิดว่าจะเป็นงานหมั้นของตัวเอง
แต่แล้วคุณแม่ก็คลายความสงสัยว่าเป็นงานหมั้นของฉันกับพี่เคย์เดนนั่นแหละ และฉันก็ไม่ทราบว่าเขากลับมาจากต่างประเทศตั้งแต่เมื่อไหร่แต่ในวันนั้นฉันกับพี่เคย์เดนก็ได้หมั้นกันกันอย่างเรียบร้อย
เป็นคู่หมั้นจากความตั้งใจและเป็นที่ต้องการของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายอย่างสมบูรณ์แบบ แต่ที่ไม่สมบูรณ์แบบเห็นทีก็จะมีแค่ฉันกับพี่เคย์เดนนี่แหละ เพราะ….
“ผู้ใหญ่ต้องการให้เราย้ายไปอยู่ด้วยกัน” ใช่แล้ว นอกจากจับเราทั้งคู่หมั้นกันแล้ว พวกเขายังจับฉันกับพี่เคย์เดนให้ไปอยู่ด้วยกันอีกด้วย
แล้วสภาพคนไม่เคยคุยกัน ไม่ค่อยได้เจอหน้ากันแต่ต้องไปอยู่ด้วยกัน ไม่คิดว่าฉันจะอึดอัดจนอกแตกตายก่อนเหรอ!
แถมเรายังไม่ได้แต่งงานกันด้วย!
“ห้ะ! ได้ไงอะ แค่หมั้นกันเฉยๆยังไม่ได้แต่งงานกันเลยนะ”
“ก็ผู้ใหญ่ต้องการแบบนั้น” อีกแล้ว! ประโยคนี้อีกแล้ว!
เพราะเขานิ่งและไม่ค่อยพูดหรือเพราะเขาเป็นคนขี้รำคาญก็เลยไม่เรียกร้องหรือคัดค้านอะไรถึงได้ยอมทุกอย่างแบบนี้ ตอนนี้เราทั้งสองคนจึงตกอยู่ในสภาพแบบนี้!
โอ้ยน้ำขิงจะบ้าตาย!
หลายเดือนต่อมา...@มหาวิทยาลัย"ให้ทุกคนชิดๆ กันหน่อยครับ ใช่ครับแบบนั่นแหละครับ อย่าลืมยิ้มนะครับ หนึ่ง สอง สาม"แช๊ะ!สิ้นสุดเสียงช่างภาพสั่งให้ยิ้มและนับหนึ่งถึงสามเสียงกดชัตเตอร์ก็ดังขึ้นรัวๆ หลายครั้ง ใช่ค่ะ วันนี้เป็นวันจบการศึกษาของเฮียเคย์รวมถึงเพื่อนๆ อีกสองคนอย่างเฮียทัพกับเฮียออสตินด้วย ตอนนี้พวกเราทุกคนจึงมาแสดงความยินดีกับบัณฑิตวิศวะจบใหม่ที่ตรงนี้มีญาติผู้ใหญ่หลายคนมาก ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ของฉัน พ่อแม่พี่น้องเฮียเคย์ พ่อแม่พี่น้องเฮียทัพ และพ่อแม่พี่น้องของเฮียออสติน แถมยังมีปู่ย่าตายายของแต่ละครอบครัวมากอีกด้วย เรียกว่ามากันทั้งตระกูลอะ ตอนถ่ายรูปเมื่อกี้ก็เลยต้องเบียดๆ กันไม่งั้นตกเฟรมกันแน่ๆ"รูปครอบครัวเสร็จแล้ว อยากถ่ายรูปคู่กันบ้างไหมครับ""ถ่ายค่ะ เฮีย เฮียถ่ายรูปคู่กับขิงหน่อยสิ" ฉันร้องบอกพี่ช่างภาพว่าจะถ่ายรูปคู่ ก่อนที่จะหันไปบอกเฮียเคย์ในชุดครุยแสนหล่อเหลาว่าขอถ่ายรูปด้วยวันนี้เฮียเคย์ของฉันหล่อมาก เซตผมมาอย่างหล่อเลยส่วนหน้าตานี่ไม่ต้องบอกว่าหล่อวัวตายควายล้มขนาดไหน เพราะเมื่อหลายนาทีก่อนหน้านี้ตอนที่เฮียเคย์เฮียทัพและเฮียออสตินสามหนุ่มที่มีความสูงไล่เลี่ยกั
Kayden part...หลังจากที่ผมถูกน้ำขิงจุ๊บปากไปหนึ่งทีและโดนกอดอยู่แบบนี้นานหลายนาที ผมก็ดันหัวไหล่บางๆ ของเธอออกก่อนที่จะชวนไปที่ที่หนึ่งในห้องสูทแห่งนี้กับผมที่ผมได้เตรียมไว้...ย้อนไปเมื่อหลายชั่วโมงก่อน...ตอนอยู่ที่คอนโดหลังจากที่ผมขึ้นห้องของตัวเองไปแล้ว ผมรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ กับท่าทางของน้ำขิงและน้ำเสียงของเธอที่คุยกับผมตอนนั้นก็เลยลองเปิดโทรศัพท์ดูภาพกล้องวงจรปิดแทนว่าเธอเป็นอะไรหรือเปล่า และสิ่งที่ผมเห็นในตอนนั้นทำเอาผมโกรธตัวเองมากเพราะผมเห็นว่าน้ำขิงกำลังเช็ดน้ำตาออกจากแก้มของตัวเองใช่แล้วครับ เธอร้องไห้ ถ้าจำไม่ผิดนั่นเป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็นน้ำขิงยืนร้องไห้แบบนั้นก่อนที่เธอจะหมุนตัวเดินกลับเข้าไปในห้องนอนของตัวเองในเวลาต่อมา ส่วนผมก็ยืนที่เดิมในห้องนอนของตัวเองต่อไปเพราะยังใจแข็งลงไปหาเธอตอนนั้นไม่ได้ ผมไม่สามารถที่จะเห็นน้ำตาของน้ำขิงได้ เพราะมันบีบหัวใจของผู้ชายที่รักเธออย่างผมมาก ผมใจแข็งเฝ้ามองดูหน้าจอโทรศัพท์อยู่ในห้องของตัวเองจนกระทั่งที่เห็นน้ำขิงเปิดประตูออกมาพร้อมกับกระเป๋าลากหนึ่งใบ ผมรู้ว่าเธอกำลังจะไปเที่ยวกับเพื่อนและน้องสาวของผม แต่แปลกที่ความรู้สึกตอนนั้น
Namking partหลายเดือนต่อมา..."เฮียวันนี้ขิงขอไปเที่ยวกับไคร่านะ ช่วงนี้ไคร่าดูเหงาๆ อะ" หลังจากที่ฉันกับเฮียเคย์กลับมาจากมหาวิทยาลัย ฉันก็รีบบอกเรื่องที่ได้นัดกับเพื่อนๆ ว่าจะออกไปเที่ยวให้คนตัวสูงที่กำลังเดินขึ้นบันไดห้องนอนตัวเองทราบ ซึ่งทันทีที่เฮียเคย์ได้ยินที่ฉันบอก เขาก็ชะงักเท้าหยุดเดินไว้แค่นั้นก่อนที่จะหมุนตัวหันมาหาฉัน"ไปเที่ยวที่ไหน" น้ำเสียงราบเรียบเอ่ยถามฉัน แต่มันไม่ใช่แค่น้ำเสียงที่ดูราบเรียบไร้ความตื่นเต้นอย่างที่เคยเป็นทว่ามันรวมไปถึงสีหน้าของเฮียเคย์ด้วย เขาทำหน้าเหมือนเย็นชาไม่ได้สนใจที่อยากรู้หรือกระตือรือร้นอยากรู้อย่างเห็นเหมือนเมื่อก่อนเลยใช่ หลายเดือนมานี้เฮียเคย์เขาดูยุ่งมาก เพราะต้องไปฝึกงานก่อนเรียนจบและกลับไปที่บ้านใหญ่บ่อยมากเพื่อรับช่วงต่อจากคุณอาไคโรที่กำลังจะวางมือแล้วให้เฮียเคย์ดูแลต่อช่วงหลังมานี้ ฉันก็เลยเหมือนคนที่ไม่ค่อยสนิทสนมกับคู่หมั้นตัวเองเท่าไหร่ ถึงแม้ว่าจะนอนกอดกันทุกคืน มีอะไรกันแทบจะทุกคืน ไปเรียนด้วยการทุกเช้าที่ตารางตรงกันแต่กลับพูดด้วยกันน้อยมาก บางครั้งฉันเองก็รู้สึกเซ็งและเสียใจที่มันเป็นแบบนี้ เฮียเคย์ยุ่งจนลืมใส่ใจฉันและความ
Namking partฉันถูกเฮียเคย์จูบเนิ่นนานหลายนาที เป็นรสจูบที่ฉันสัมผัสได้แต่คำว่าหวานละมุนและอ่อนโยน เฮียเคย์เขาจูบฉันด้วยความอ่อนโยนและมอบความรักในรอยจูบนั้นอย่างเต็มหน่วง เขาทำให้ฉันสัมผัสกับคำว่าคลั่งรักและหลงใหลจนรู้สึกขวยเขินไปหมดผู้ชายตัวใหญ่จูบเก่งและชอบจูบฉันขนาดนี้ ทำไมเขาน่ารักขนาดนี้กันนะ"อื้อออ พอได้แล้วค่ะ""ยังจูบเธอไม่อิ่มเลย""ขิงเหนียวตัวไปหมดแล้วค่ะ อยากอาบน้ำ""เฮียอาบให้ไหม"ทันทีที่เฮียเคย์เสนอตัวว่าจะอาบน้ำให้ฉัน แก้มทั้งสองข้างของฉันก็ร้อนผะผ่าวขึ้นมาทันที บ้าน่าใครเขาอาบน้ำด้วยกันล่ะ อีกอย่างฉันไม่ยอมให้เฮียเคย์อาบน้ำให้หรอก กลัวตัวเองจะเป็นลมก่อนอาบน้ำเสร็จเพราะหัวใจเต้นเร็วเกินอัตราที่กำเนิดเอาซะก่อนขนาดแค่บอกว่าจะอาบน้ำให้ฉันยังรู้สึกมวนท้องได้ถึงขนาดนี้แถมยังรู้สึกหวิวๆ ที่หัวใจจนแทบจะทรงด้วยตัวไม่อยู่อีกด้วย"ไม่เอาอะ ขิงอาบน้ำเองดีกว่า""แน่ใจ?" ฉันพยักหน้าพร้อมกับเบือนหน้ามองทางอื่นแทน เพราะตอนนี้ไม่กล้ามองหน้าหล่อๆ ของเฮียเคย์ที่กำลังเลิกคิ้วถามได้หล่อเหล่าขนาดนั้น ให้ตายเถอะ ฉันจะตายก่อนได้แต่งงานกับผู้ชายคนนี้ไหมนะทำไมเขาขยันทำตัวหล่อให้ฉันหวั่นไหว





