Masukชญานนท์ขับมอเตอร์ไชด์คู่ใจจนถึงโรงเรียนจากนั้นก็ขับไปจอดยังที่เก็บรถของโรงเรียน
วันนี้เขาเห็นในช่องจอดประจำของเขานั้นยังว่างอยู่ จึงรีบขี่จะเข้าไปจอด แต่ทันใดนั้นก็มีมอเตอร์ไซด์คันหนึ่งเบียดชญานนท์เข้าไปจอดอย่างหน้าตาเฉย และเขาไม่เห็นหน้าคนขับเพราะใส่หมวกกันน๊อต แต่คนข้างหลังเขาเห็นหน้าชัดเจนเพราะอยู่บ้านเดียวกัน ‘ยัยแพท’ “ขอโทษนะเบส พอดีว่าวันนี้แฟนฉันรีบน่ะ นายไปหาที่อื่นจอดก็แล้วก้นนะ” ชญานนท์ มองหาที่อื่นแล้วรีบขับไปจอดทันที โดยไม่ได้พูดอะไร “แพท เย็นนี้ถ้าแม่ยังไม่มารับ ออกไปดูหนังกับพี่มั้ย” “วันนี้แม่แพทกลับเร็วนะสิ เอาไว้วันหลังนะพี่อั้ม” “หว้า!.. เสียดายจัง” “เอาน่าพี่อั้ม แพทไม่อยากทะเลาะกับแม่บ่อย ๆ น่ะ” “ก็ได้” แฟนหนุ่มบอกอย่างเซ็ง ๆ ชญานนท์เดินมาถึงห้องเรียนเรียบร้อย พชรมนที่เดินมาส่งแฟนหนุ่มถึงห้องเรียน ก็แวะมาทักทายชญานนท์ แต่เธอคงไม่ได้มาอย่างเป็นมิตรสักเท่าไหร่ “อย่าริอ่านไปฟ้องแม่ฉันนะ” หล่อนเดินมาถึงก็รีบพูดขึ้น “สบายใจได้ฉันไม่ยุ่งเรื่องส่วนตัวของใครอยู่แล้ว” ชญานนท์จึงรีบตอบสวนทันที “ก็ดี!” พูดจบเด็กสาวก็เดินจากไป ห้องเรียนของพชรมนนั้นอยู่ชั้นล่าง แต่ว่าเธอจะเดินขึ้นมาส่งนายอั้มแฟนหนุ่มทุกวัน เธอเพิ่งทะเลาะกับคุณแม่ของเธอ เรื่องไปดูหนังกับแฟนแล้วกลับบ้านดึก พชรมนออกจากบ้านพร้อมกับคุณแม่ของเธอในทุก ๆ เช้า แต่มาโรงเรียนเกือบสาย เพราะมัวแต่ออกไปนั่งรถเล่นกับแฟนหนุ่ม จิราพรที่รีบไปทำงานก็จะส่งลูกสาวที่หน้าโรงเรียนเป็นประจำ หลังจากนั้นลูกสาวของเธอก็จะออกไปกับแฟนหนุ่มที่มาถึงแล้วก็ยังไม่เข้าโรงเรียน จะไปสุมหัวกันที่บ้านของเพื่อน ๆ ใกล้ๆ โรงเรียนจะเข้าแถวถึงได้มา ชญานนท์นั้นไม่อยากทะเลาะให้เป็นเรื่องเป็นราวรู้ทั้งรู้ว่าเธอเป็นคนยังไง และเขาก็คิดว่าการอยู่เฉย ๆ แล้วเอาเวลาไปทำอย่างอื่นจะดีกว่า เมื่อถึงเวลาเรียนชญานนท์ก็นั่งเรียนตามปกติ พอถึงคาบพักกลางวันเขาก็ไปนั่งทานข้าวกับกลุ่มเพื่อนที่โรงอาหาร ระหว่างที่ชญานนท์กำลังทานอาหารกับเพื่อนๆ เขาก็เห็นพชรมนที่เดินมากับแฟนหนุ่ม ชญานนท์รู้ในทันทีว่าผู้ชายคนนั้นคือคนที่แย่งที่จอดรถเขาเมื่อเช้าและพชรมนก็บอกว่าเป็นแฟนของเธอ 'ก็นึกว่าใคร นายอั้มเพื่อนร่วมรุ่นม.6 แต่อยู่คนละห้องนั่นเอง เปลี่ยนแฟนบ่อยจังนะ แม่คนสวย' ทั้งสองคนเดินมาทางชญานนท์ นายอั้มหยุดมองชญานนท์แล้วยิ้มให้ที่มุมปาก แต่พชรมนนั้นไม่สนใจเขาเลยแม้แต่น้อย เธอเดินผ่านไปเหมือนกับว่าไม่มีเขาอยู่ตรงนั้น “เฮ้ย!.. อยู่บ้านเดียวกันไม่คิดทักทายกันบ้างเหรอวะ” ปณต เพื่อนสนิทของชญานนท์เอ่ยทักเมื่อเห็นพชรมนเดินผ่านไปและทำเป็นไม่รู้จักเพื่อนของเขา มันแปลก ๆ สำหรับคนที่อยู่ร่วมชายคาเดียวกัน “ไม่อะ แกก็ดูหน้ายัยแพทก่อนสิ บึ้งซะขนาดนั้นใครจะไปกล้าทักวะ” ชญานนท์รีบตอบเพื่อนแล้วพลางตักอาหารเข้าปาก “เออ!..แกสองคนนี่สมกับเป็นไม้เบื่อไม้เมากันจริง ๆ เลยว่ะ” ปณตส่ายหัว เมื่อทั้งสองทานอาหารกลางวันเสร็จเรียบร้อย ก็ไปเข้าห้องเรียนตามปกติ ชญานนท์เห็นทั้งคู่หนีออกไปนอกโรงเรียนด้วยกัน ระหว่างที่เขาเดินกลับห้องเรียน “เบส..เย็นนี้เราอยู่ซ้อมบาสกันมั้ย” ปณตเอ่ยขึ้นกับเพื่อนสนิทของเขา “ได้สิ แต่ว่าเย็นมากไม่ได้นะ” ชญานนท์ตอบ “เออ ๆ ฉันรู้น่า ว่าแกต้องไปรีบไปทำกับข้าวให้สาว ๆ ทั้งหลาย” “ก็ไม่ทุกวันหรอก แต่วันนี้ต้องฉันต้องไปรีบไปรับน้องพลอยกลับด้วยกัน” “ทำไมวะ” “พอดีวันนี้น้องพลอยจะทำอาหารเย็น ฉันก็จะเป็นลูกมือนะสิ” “งั้นวันหลัง ฉันขอไปชิมฝีมือยัยน้องพลอยของแกบ้างสิ” “เฮ่ย!..ไม่ได้หรอกโว้ย!..” “อ่าวทำไม...แกหึงเหรอวะ” ปณตยิ้มให้เพื่อนสนิทแล้วทำหน้าอย่างสงสัย “เปล่าหรอก!..ถ้าแกไปบ้านฉัน ยัยแพทกับคุณพิมต้องเล่นงานฉันแน่ ๆ “ สี่โมงเย็นเป็นเวลาเลิกเรียนพอดี ชญานนท์ที่คุยกับเพื่อนเอาไว้ก็เลยไปซ้อมบาสกับปณตและเพื่อน ๆ คนอื่น พวกเขาซ้อมบาสกันไปได้สักพักก็ได้ยินเสียงผู้หญิงกับผู้ชายทะเลาะกันอยู่ข้างรั้วของโรงเรียน ซึ่งสนามบาสนั้นอยู่ติดกับรั้วของโรงเรียนพอดี ชญานนท์ไม่ได้สนใจที่จะฟังเสียงที่เพื่อนสนใจกัน เพราะมัวแต่เล่นบาส ปณตที่ได้ยินจึงหยุดเล่น และบอกกับเพื่อนสนิททันที“เฮ่ย! แป๊บ! เสียงผู้หญิงไหนมาร้องไห้ตรงข้างกำแพงวะ”
“เดี๋ยวฉันไปดูเอง” เสียงที่ชญานนท์ได้ยินมันเป็นเสียงของผู้หญิงที่ชอบปรี๊ดแตกในบ้านอยู่เป็นประจำ ใช่แล้วเสียงนั่นมันเสียงเธอ ‘ยัยแพท’ เขาจำเสียงนั้นได้ดี ชญานนท์พยายามตั้งใจฟังจนได้ยินเสียงที่ทั้งคู่ทะเลาะกันตามที่เพื่อนบอก “ทำไมพี่อั้มทำกับแพทแบบนี้!!” น้ำเสียงของเธอที่พูดออกมา ชญานนท์ฟังแล้วดูเหมือนเธอโกรธมาก “พี่ก็แค่เล่น ๆ ไม่ได้จริงจังอะไร แพทก็ไม่เห็นต้องโมโหพี่ขนาดนี้เลย” เสียงของผู้ชายคนนั้นตอบเธออย่างไม่แยแสและคงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากนายอั้ม เพื่อนร่วมรุ่นของเขา “ทำไมพี่อั้มถึงพูดแบบนี้ละ ทำไมไม่นึกถึงใจแพทบ้าง!!” เธอตะคอกใส่แฟนหนุ่มรุ่นพี่ และดูเหมือนเธอจะยิ่งโมโหหนักขึ้นไปอีก ไม่ได้การแล้วเขาต้องรีบไประงับเหตุการณ์ อย่างน้อย ๆ ก็นึกถึงคำที่พ่อได้สั่งเอาไว้ “เฮ่ย!..เบส แกจะไปยุ่งเรื่องคนอื่นทำไมวะ” เพื่อนคนอื่นๆรีบห้ามชญานนท์ที่จะกำลังจะออกไปดูทั้งคู่ “เสียงยัยแพท เดี๋ยวฉันมา” เขารีบเดินอ้อมประตูเพื่อไปหาทั้งคู่ แล้วก็มีเสียงเรียกจากปณตที่วิ่งตามมา“เฮ่ย!.. ใจเย็น ๆ นะโว้ย มันอาจจะไม่มีอะไรก็ได้” เมื่อเพื่อนไม่ฟังปณตจึงรีบตามไปจนทันชญานนท์
“พี่ก็ไม่ชอบเหมือนกัน ถ้าแพทจะทำนิสัยแย่ ๆ แบบนี้!!” นายอั้มพูดแบบตัดเยื้อขาดใยกับพชรมนอย่างหน้าตาเฉย “ทำไมพี่อั้มพูดแบบนี้ล่ะ ทำไม!!!” แพทพูดพร้อมกับเสียงสะอื้น “ถ้าแพทไม่อยากให้พี่มีคนอื่น ก็ยอมเป็นของพี่สักทีสิ” ชญานนท์ที่เดินออกมาแล้วได้ยินคำพูดนั้นพอดี แน่นอนว่าเธอกำลังร้องไห้เสียใจอยู่ แต่เมื่อกี้นายอั้มพูดว่าอยากขอมีอะไรกับแพทงั้นเหรอ “ถ้าแพทไม่ยอมละ” “งั้นพี่ก็จะมีคนอื่น!!” มันรีบสลัดแขนที่พชรมนรั้งเอาไว้อย่างไม่ไยดี โอ้โหไอ้ชาติชั่วมึงไม่น่าเกิดมาเป็นลูกผู้ชายเลย มันคงคิดจะฟันแล้วทิ้งสินะ พอพูดจบไอ้อั้มมันก็เดินจากไป ทิ้งพชรมนให้ก้มหน้าร้องไห้อยู่ในข้างรั้วเพียงคนเดียว ชญานนท์รวบรวมความกล้าเดินเข้าไปหาเธอเพราะความสงสาร และเมื่อไปถึงตัวเธอเขาจึงเอ่ยถามสั้น ๆ เหมือนว่าเขาไม่รู้ไม่เห็นมาก่อนว่าเธอโดนอะไรมา“แพท มาร้องไห้ทำไมคนเดียวตรงนี้” ชญานนท์เอ่ยถาม และทันทีที่เขาพูดจบก็โดนสวนกลับมาอย่างทันควัน
ตอนที่ 4 อย่าทำร้ายตัวเอง “อย่าทำมาสอดรู้สอดเห็นหน่อยเลย ก็แค่คนใช้!! จะไปรู้อะไร” ชญานนท์ที่ได้แต่ยินคำนี้เข้าไปถึงกับตะลึงกับประโยคที่เธอพูดกับเขา ที่ผ่านมาถึงเธอจะไม่ค่อยพูดกับชญานนท์เท่าไหร่แต่เธอก็ไม่เคยเรียกเขาแบบนี้เลย คำว่า ‘คนใช้’ มันเจ็บลึกเข้าไปในหัวใจของเขาอย่างหนักหน่วง ชญานนท์เด็กหนุ่มที่ไม่เคยพบหน้าพ่อแท้ ๆ ของตัวเองสักครั้งในชีวิต และตอนนี้เขานั้นก็แทบไม่เหลือใคร เขาอยากเจอกับพ่อแท้ ๆ สักครั้งหนึ่ง แต่ผู้เป็นมารดาก็มาด่วนจากไปเสียก่อนที่เขาจะได้ถามไถ่ หลังจากที่แม่ของชญานนท์แต่งงานกับคุณจิราวัฒน์ได้ไม่นาน แม่ของชญานนท์ก็ได้เสียไป ในตอนนั้นเขาอายุได้เพียง12ขวบ หลังจากนั้นพ่อเลี้ยงของเขาก็แต่งงานใหม่กับแม่หม้ายลูกติดสามคนที่ทำให้เขาปวดหัวอยู่ทุกวันนี้ พชรมนพูดจบก็ลุกเดินหนีเขาไป หล่อนออกไปยืนคอยรถของมารดาที่หน้าโรงเรียน ไม่นานนักโทรศัพท์ของชญานนท์ก็ดังขึ้น “สวัสดีครับน้าฝ้าย” “เบสกลับถึงบ้านเหรอจ๊ะ” “ผมกำลังจะกลับครับน้าฝ้าย” “เบส..น้าฝากยัยแพทติดรถไปด้วยคนสิ วันนี้น้าติดธุระ พอดีน้ายังเคลียร์งานไม่เสร็จเลย เจ้านายก็เร่ง น้าไม่อยากหอบเอาไปทำที่บ้าน ว่าจะเคลียร์ให้เสร็จวันนี้เลย” จิราภรร่ายซะยืดยาวเพราะรู้ดีว่าชญานนท์ไม่ค่อยคุยกับลูกสาวของเธอโดยเฉพาะพชรมน แต่เธอรู้ว่าเด็กหนุ่มไม่มีทางปฏิเสธแน่ ๆ ถ้าเธอขอร้อง “ได้ครับน้าฝ้าย” ปกติแล้วพลอยชมพูจะขอติดรถชญานนท์กลับบ้านเกือบทุกครั้ง เพราะขึ้เกียจรอคุณแม่ของเธอ และอีกอย่างเธอก็อยากช่วยพี่ชายทำอาหารด้วย ยกเว้นวันไหนที่ชญานนท์กลับช้าเธอก็รอกลับพร้อมคุณแม่ของเธอ “รถเบส..ไปพร้อมกันสามคนเลยได้มั้ย” “ ดะ ได้ ได้ครับน้าฝ้าย” ชญานนท์รักมอเตอร์ไซด์คันนี้มาก เพราะกว่าที่เขาจะได้มันมาต้องเก็บหอมรอบริบมาอย่างยาวนานหลังจากคุยกับแม่เลี้ยงเสร็จชญานนท์ก็ขับมอเตอร์ไซด์ออกไปหาคนที่กำลังยืนใจลอยรอคุณแม่ที่หน้าโรงเรียนทันที
“แพท ขึ้นรถ” เขาจอดรถชิดกับหญิงสาวที่ยืนรออยู่หน้าโรงเรียน “มีอาไรอีก..จะไปไหนก็ไปสิ” เธอรีบไล่เขาทันที “ขึ้นรถ วันนี้แม่เธอจะกลับดึก” ชญานนท์รีบบอกเหตุผลเพราะกลัวสาวน้อยจะรอเขานาน “ไม่ไปจะไปไหนก็ไป” เธอออกปากไล่เขาอีกครั้ง “ถ้าเธอดื้อกับฉัน เรื่องทั้งหมดวันนี้...รู้ไปถึงหูน้าฝ้ายแน่” แพทมองหน้าชญานนท์ด้วยความไม่พอใจทันทีที่ได้ยินเขาบอกแบบนั้น เมื่อเห็นเธอลังเลเขาจึงพูดต่อไปอีก“เร็ว ฉันมีเวลาไม่มาก ต้องไปรับน้องพลอยอีก” ชญานนท์ตวาดเด็กงี่เง่าทันที จากนั้นเธอจึงยอมขึ้นมาซ้อนท้ายมอเตอร์ไชค์ของเขาออกไป
พลอยชมพูเธอเรียนอยู่ที่โรงเรียนสตรีประจำจังหวัด ส่วนพชรมนมาเรียนมอปลายที่โรงเรียนชายประจำจังหวัด คงไม่ต้องเดาว่าเพราะอะไร เธอติดแฟนนั่นเอง หลังจากรับพลอยชมพูเสร็จชญานนท์ก็ตรงกลับบ้านทันที พลอยชมพูดีใจที่ได้นั่งด้านหน้าโดยมีชญานนท์โอบกอด เพราะพี่สาวเธอไม่ชอบนั่งเบียด หลังจากลงรถเสร็จพชรมนก็เดินเข้าห้องแบบไม่พูดจากับใครเลย พร้อมกับปิดประตูห้องเสียงดัง พลอยชมพูมองหน้าชญานนท์ เธอแปลกใจมากที่วันนี้พี่สาวของเธอมากับชญานนท์ แต่ก็เลือกที่จะไม่ถามเรื่องนี้“พี่แพทโกรธใครมาเหรอคะพี่เบส”
“ไม่รู้สิ สงสัยแฟนมั่ง” “ห๊า!.. พี่แพทมีแฟนแล้วเหรอคะ” “อันนี้พี่ก็ไม่แน่ใจหรอก เพราะพี่ก็ไม่ค่อยอยากยุ่งเรื่องของแพทเขาสักเท่าไหร่” ชญานนท์ลืมตัวพูดไปและกลัวพลอยชมพูจะเอาไปฟ้องแม่ เขาจึงรีบแก้ตัวทันที “เอ่อนั่นสินะ นั่งหน้าบึ้งไม่พูดไม่จาตลอดทางเลย” “พี่เบส เย็นนี้เราจะทำอะไรกินดี” “พี่ว่าเราออกไปซื้อของสดที่ตลาดแล้วเอามาทำกับข้าวกันดีกว่ามั้ย”“ได้ค่ะ..แต่เดี๋ยวพลอยขอไปบอกพี่แพทก่อนนะคะ...ว่าเราจะออกไปข้างนอกกัน”
ไม่นานนักเด็กหญิงพลอยก็วิ่งหน้าตาตื่นลงบันไดมา “พี่เบส ๆ ช่วยด้วย พี่เบส” “มีอะไรเหรอพลอย” “พี่แพท..กรีดข้อมือตัวเองค่ะ ตอนนี้เลือดไหลไม่หยุดเลย” “เฮ่ย!..จริงดิ” ชญานนท์วิ่งขึ้นบันไดไปอย่างรวดเร็ว เขาวิ่งตรงไปที่ห้องนอนของเธอ ประตูห้องถูกเปิดออกกว้างจากฝีมือน้องสาวเธอที่เปิดคาไว้ภาพที่ชญานนท์เห็นตอนนี้ก็คือพชรมนนั่งร้องไห้อยู่ข้างเตียงมือขวาถือมีดอยู่และกำลังจะกดมีดลงไปที่ข้อมือซ้ายอีกครั้งขณะที่เลือดกำลังไหลซึมออกมา เธอคิดจะฆ่าตัวตายแน่ๆ แบบนี้ เสียงแหบพร่าของชญานนท์รีบตะโกนสุดเสียงเพื่อห้ามไม่ให้เธอกระทำการดังกล่าว
“อย่าแพท หยุดก่อน แพทอย่าทำร้ายตัวเองสิ” “นายมายุ่งอะไรด้วย นี่มันเรื่องของฉัน ออกไปเดี๋ยวนี้นะ!!” เธอขึ้นเสียงตวาดใส่ชญานนท์ทันที “หยุดเดี๋ยวนี้ แพท” ชญานนท์รีบเข้าไปแย่งมีดออกจากมือเธอด้วยความยากลำบาก ข้อมือซ้ายของเธอมีเลือดออกและเป็นแผลยาวแต่ไม่ลึกเท่าไหร่ ชญานนท์ใช้กำลังทั้งหมดที่มีเพื่อแย่งมีดออกจากมือของเด็กสาว และไม่นานมันก็สำเร็จ“อื้อ หื้อๆ ฮื้อ ๆ” เธอร้องไห้หนักเมื่อชญานนท์แย่งมีดออกจากมือเรียวบางได้สำเร็จ ‘ให้ตายสิ เธอไม่ห่วงตัวเองเลยสักนิด’
“อยากตายนักรึไง” เขาบ่นด้วยความโมโหทันที “อย่างนายจะไปรู้อะไร...ไม่มีใครเข้าใจฉันเลย ฮือ...ฮื้อ ๆ เธอพูดขึ้นแล้วก็สะอื้นไห้ต่อไป “การฆ่าตัวตายมันเป็นการกระทำของคนโง่” เขาตะคอกใส่เธอทันทีด้วยความโมโห “ใช่ ฉันมันโง่ ไม่ได้ฉลาดอย่างนายนี่ พอใจหรือยัง” เขาเพิ่งนึกได้ว่าใช้คำรุนแรงกับเธอจึงผ่อนคำพูดลงมา “ฉันไม่มีเจตนาจะว่าเธอ..แพท แต่เธอลองคิดดูให้ดีๆ สิ ว่าเธอทำถูกแล้วเหรอ แค่ผู้ชายคนเดียวทิ้ง แต่เธอเคยคิดถึงความรักที่แม่ของเธอมีให้บ้างรึเปล่าไหนจะความรักของ น้องพลอยและพี่พิมอีกล่ะ เธอเคยคิดบ้างมั๊ย” ชญานนท์เทศน์ให้พชรมนฟังเป็นรถไฟขบวนยาว “พี่แพทค่ะ ชีวิตเป็นสิ่งที่มีค่านะคะ มันเป็นสิ่งที่เงินทองมากเท่าไหร่ก็เทียบไม่ได้ พี่แพทลองคิดดูให้ดีๆ นะคะ” น้องสาวคนเล็กเข้าไปปลอบพี่สาว หลังจากที่ชญานนท์พูดจบ เธอได้แต่ก้มหน้าไม่พูดอะไร มีแต่เสียงสะอื้น “แพท..ไม่ว่าจะยังไงเธอก็มียังมีครอบครัวนะ” ขญานนท์พูดพร้อมกับเดินไปเอามือจับไหล่ เธอก็ไม่ขัดขืนอะไร “พลอย พาพี่แพทลงไปทำแผลก่อนดีกว่า” ชญานนท์รีบบอกแล้วเดินออกห้องไป เขาเดินลงมารอด้านล่างเพื่อเตรียมอุปกรณ์ทำแผล แต่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้จึงเอ่ยถามกับพชรมน ที่เดินลงมาด้านล่างพร้อมกับน้องสาว“แพทไปหาหมอมั้ย”
“ไม่ไป จะทำแผลก็รีบทำสิ” เขาดูจากสภาพบาดแผลแล้ว แผลไม่ลึกมากนัก น่าจะทำแผลเบื้องต้นได้ จึงค่อย ๆ ทำแผลให้เธอ “โอ๊ย!.. เบา ๆ สิ” “ตอนเอามีดกรีดไปไม่รู้สึกเจ็บบ้างหรือไง” “จะซ้ำเติมให้มันได้อะไรขึ้นมา” ชญานนท์ทำแผลให้เสร็จ ก็รีบเก็บอุปกรณ์ทันที “เดี๋ยวฉันจะออกไปซื้ออาหารสดกับน้องพลอย เธอจะไปด้วยกันมั้ย” ชญานนท์ไม่อยากจะทิ้งให้เธออยู่ตามลำพัง “ไม่ไป” “แล้วอย่าคิดทำอะไรโง่ ๆ แบบเมื่อกี้อีกนะ” เขารีบกำชับเธอ “อืม จะไปก็รีบไปสิ”ตอนที่ 5 ไปกินนมในห้องพี่...ได้มั้ย
หลังจากชญานนท์และพลอยชมพูกลับมาจากจ่ายตลาดกันเรียบร้อยแล้ว ทั้งสองก็ได้ลงมือเข้าครัวทำอาหาร ระหว่างนั้นสายตาของคนที่เหม่อลอยอยู่ก็หันมาจับจ้องมองดูทั้งคู่ เธอไม่เคยเห็นแบบนี้ เวลาที่ทั้งสองอยู่ด้วยกันเธอก็เอาแต่ขลุกอยู่ในห้องนั่งเล่นมือถือคุยกับแฟน พชรมนอยากมีโมเม้นนี้บ้าง ดูแล้วอบอุ่นมันมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก เธอยิ้มกว้างและเอ่ยขึ้นกับทั้งสอง “อยากทำกับข้าวเป็นบ้างจัง” หญิงสาวคนเมื่อสักครู่หายไปไหน ชญานนท์ถึงกับงง นี่เธอปรับอารมณ์ตัวเองได้แล้วงั้นเหรอ เพราะเมื่อสักครู่เขายังเห็นเธอนั่งเศร้าอยู่เลย “อยากทำเป็นก็มาช่วยสิ นั่งดูแล้วมันจะเป็นมั้ยล่ะ” ชญานนท์รีบบอกอย่างท้าทาย จนพชรมนรับคำท้านั้นแล้วเดินตรงมาที่คนพูดทันที ชญานนท์จึงยื่นมีดพร้อมกับผักคะน้าให้เธอ “อืม..เอาผักนี่ไปหั่นซะ จะได้เลิกฟุ้งซ่าน” พชรมนรับผักในถุงกับมีดมาโดยไม่พูดอะไร เธอเดินไปเอาเขียงมาวางแล้วลงมือหั่นผักทันที คนไม่เคยทำอาหารจับมีดหั่นผักด้วยความเก้ ๆ กัง ๆ แล้วไม่นานนักเขาก็ได้ยินเสียงร้องด้วยความตกใจอีกครั้ง “โอ๊ยย!..ซีสดดด์” พชรมนวางมีดหั่นผักลงแล้วรีบเอานิ้วชี้ไปบีบเลือดออกทันที ชญานนท์รีบเดินมาดู “ระวังหน่อยสิ ฉันว่าเธอใจลอยนะ เอาไว้วันหลังค่อยช่วยดีกว่า” ชญานนท์รีบบอกขณะที่พาเธอไปนั่ง “ทำแผลให้หน่อยสิ” คนใจเสาะรีบบอกทันที เมื่อเห็นว่ามีเลือดไหลซึมออกมาจากนิ้วมือ แต่บาดแผลมีดบาดก็แค่เป็นรอยเล็ก ๆ ชญานนท์จึงส่ายหัวแล้วยิ้มออกมา “แผลเล็กน้อยเอง ไม่ถึงกับต้องทำแผลหรอก ราดด้วยเบตาดินเดี๋ยวจะหาย” เขาเอากล่องใส่อุปกรณ์ปฐมพยาบาลมาแล้วหยิบขวดเบตาดินมาราดแผลที่ินิ้วให้กับเธอ ภายใต้สายตาของพลอยชมพู ที่รู้สึกว่าพี่สาวเธอจะอ้อนชญานนท์มากเกินไป เมื่อชญานนท์และพลอยชมพูช่วยกันทำอาหารเย็นเสร็จ พลอยชมพูก็โทรหาผู้เป็นมารดาด้วยความเป็นห่วง “แม่หนูกับพี่เบสช่วยกันทำอาหารเย็นเสร็จแล้ว แม่จะกลับมาทานด้วยกันมั้ย” “แม่ยังเคลียร์งานไม่เสร็จเลยลูก หนูกับพี่เบสกินกันก่อนเลยนะ แล้วก็อย่าลืมไปตามพี่แพทเค้ามากินด้วยล่ะ” “จะตามทำไมละคะ...แม่ ตอนนี้พี่แพทกำลังช่วยพี่เบสยกอาหารไปที่โต๊ะแล้ว” “ห๊า!.. วันนี้ยัยแพทมาช่วยพี่เบสเนี่ยนะ...แปลกแฮะ ปกติไม่เห็นนางจะช่วยอะไร” จิราภรเอ่ยถามลูกสาวคนเล้กด้วยความประหลาดใจ สองคนนี้เป็นไม้เบื่อไม้เมากันจะตาย “หนูก็แปลกใจเหมือนกัน แต่แค่นี้ก่อนนะคะ..แม่” พลอยชมพูกลัวจะหลุดปากเล่าเรื่องสำคัญในวันนี้จึงรีบวางสายจากมารดา เพราะพี่สาวของเธอขอให้เธอและชญานนท์ช่วยปิดเรื่องที่เธอทำโง ๆ ในวันนี้ และพลอยชมพูก็รับปากพี่สาวไปแล้ว เมื่อพลอยชมพูคุยกับผู้เป็นมารดาเรียบร้อยแล้ว เธอก็เดินมานั่งที่โต๊ะอาหารที่เตรียมเอาไว้เรียบร้อยแล้ว โดยชญานนท์และพชรมนกำลังนั่งคอยเธออยู่ “พี่แพท แม่บอกว่าเย็นนี้ไม่ต้องรอทานข้าว ให้พวกเราทานก่อนได้เลย” “แม่จะกลับดึกเหรอพลอย” ชญานนท์รีบถามพลอยชมพู “ค่ะพี่เบส” “งั้นเดี๋ยวเราแบ่งกับข้าวออกแล้วเก็บเอาไว้ให้คุณแม่กับคุณพิมพ์ก็แล้วกันนะ” ชญานนท์รีบบอก ทั้งสองจึงรีบทำตาม “พี่แพท แล้วถ้าแม่ถามว่าพี่ไปโดนอะไรมา พี่จะบอกแม่ว่ายังไง” น้องสาวที่ไม่สบายใจจึงเอ่ยถามขึ้น ขณะที่ทั้งสามกำลังทานอาหารกันอยู่ สีหน้าของพลอยชมพูที่ดูเป็นกังวล เพราะเธอไม่เคยโกหกมาก่อน “พี่ก็จะบอกว่า โดนมีดบาดนะสิ..ไม่ต้องกังวลไปหรอก..ยัยพลอย” พชรมนรีบบอกน้องสาวทันที “ฉันว่าเธอ เอาสายรัดข้อมือมาสวมทับอีกที แล้วถ้าน้าฝ้ายถามก็บอกว่าเล่นกีฬาแล้วหกล้มก็ได้ มันจะน่าเชื่อถือกว่า” พชรมนพยักหน้า เวลาประมาณสามทุ่มกว่า ๆ จิราพรและลูกสาวคนโตพิมพ์ชนกก็กลับเข้าบ้านมาพร้อมกัน พิมพ์ชนกนั้นซื้ออาหารในร้านสะดวกซื้อกินมาเรียบร้อยแล้ว เพราะไม่อยากกินอาหารที่ชญานนท์ทำ พอมาถึงเธอก็เดินขึ้นบ้านทันที “ผมสามคนทานข้าวเย็นกันเรียบร้อยแล้วนะครับน้าฝ้าย ผมแยกไว้ให้น้าฝ้ายกับคุณพิมอยู่ในครัวนะครับ” ชญานนท์ที่ปิดประตูรั้วเสร็จก็รีบเดินมาบอกแม่เลี้ยงสาว “เย็นนี้ยัยพลอยทำอาหารเองเหรอเบส” “ครับ พอดีน้องพลอยอยากเข้าครัวแสดงฝีมือทำอาหารเย็น ผมก็เลยไปช่วยน้องพลอยครับ” “แอ๊ด!.....” เสียงเปิดประตูห้องนอนดังขึ้น ลูกสาวคนกลางของจิราพรเดินลงบันไดมาเห็นผู้เป็นมารดาและชญานนท์ยังคุยกันอยู่ เธอกลัวว่าชญานนท์จะเล่าเรื่องของเธอให้จิราพรฟัง จึงรีบเดินมาหาทั้งคู่ ชญานนท์เห็นสีหน้าของพชรมนที่ดูกังวลจึงรีบส่งซิกให้เธอ “ยัยแพท!!.. น้องนอนเหรอยังลูก” จิราภรเอ่ยถามลูกสาวคนกลางที่เพิ่งเดินเข้ามาหยิบขวดน้ำในตู้เย็นแล้วยกขึ้นดื่มอย่างไม่สนใจ เธอวางขวดน้ำลง ก่อนที่จะเอ่ยตอบมารดาด้วยเสียงเรียบ “ยังค่ะ” แพทและพลอยจะนอนในห้องเดียวกัน ส่วนพิมชนกจะนอนคนเดียว “แล้วข้อมือไปโดนอะไรมา” และแล้วก็ไม่รอดสายตาของผู้เป็นแม่ไปได้ แต่ยังดีที่เธอเอาสายรัดมาสวมทับไว้ พชรมนรีบมองหน้าชญานนท์ทันที แต่เขาก็รีบส่ายหน้าเพื่อจะบอกว่าเขาไม่ได้เล่าให้แม่เธอฟัง พชรมนถอดหายใจออกมาเบา ๆ แล้วบอกกับแม่ของเธอเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น “อุบัติเหตุนิดหน่อยค่ะ” เธอก็ไม่กล้าสบตากับจิราภร “อุบัติเหตุอะไร” ผู้เป็นแม่เริ่มคาดคั้นด้วยความเป็นห่วง “แพท...เล่นกีฬากับเพื่อนแล้วก็เกิดสะดุดล้ม” “วันหลังก็ระวังหน่อยสิ ยิ่งใกล้สอบแล้วด้วย อาทิตย์หน้าก็เตรียมอ่านหนังสือได้แล้ว” จิราภรรีบบอกลูกสาวตามหลังก่อนที่พชรมนจะรีบเดินจากไปเพราะกลัวผู้เป็นแม่จะคาดคั้นมากกว่าเดิม แม่เลี้ยงหันมาส่ายหน้ากับชญานนท์ทันที แล้วก็บ่นว่าลูกสาวคนนี้ดื้อกว่าพี่น้องทั้งหมด “เบส น้าขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะ” จิราภรรีบบอกเด็กหนุ่มแล้วเดินขึ้นห้องของตัวเองไป “ครับ” หลังจากนั้นชญานนท์ก็เดินเข้าห้องนอนเล็ก ๆ ของเขาที่ชั้นล่างไป ทั้งสามอยู่ชั้นบนกันหมด มีเพียงแค่ชญานนท์เท่านั้นที่อยู่ด้านล่าง แต่เขาก็รู้สึกว่ามันสะดวกดี และไม่ได้น้อยใจอะไรคืนนี้พชรมนนอนไม่หลับ เพราะเก็บเอาเรื่องว้าวุ่นใจมาคิด หญิงสาวจึงเดินลงมาข้างล่างเพื่อจะเอานมสดไปเวฟดื่มอุ่น ๆ แต่ว่าทำแก้วตกแตกเสียก่อน
เคล้ง!....ชญานนท์ได้ยินเสียงดังโครมครามในห้องครัวก็เลยรีบออกมาดู เพราะเกรงว่าจะเป็นพวกหัวขโมยและก็ยังไม่ทันที่เขาจะพับฝาโน๊ตบุคที่เปิดคาไว้ พอเดินมาดูก็เห็นกับพชรมนที่กำลังเก็บก้มหยิบเศษแก้วอยู่จึงรีบร้องทัก
“แพท ทำอะไรอะ” “พอดีฉันกำลังจะเอานมไปเวฟ แล้วบังเอิญแก้วหลุดมือน่ะ” “มาๆ เดี๋ยวฉันกวาดเอง” เขารีบหยิบไม้กวาดมาทำความสะอาดเศษแก้วทันที “จะกินนมเหรอ” “อืม” “เดี๋ยวฉันทำให้” “ขอบคุณนะ” นี่เป็นครั้งแรกที่เขาทำอะไรให้แล้วเธอพูดคำว่า 'ขอบคุณ' ชญานนท์ยิ้มอย่างดีใจก่อนจะเอานมใส่แก้วใบใหม่เพื่อเอาไปเวฟให้เธอ “ยังไม่นอนเหรอ” พชรมนเอ่ยถาม ระหว่างที่รอนม “ก็ยัง..พอดีนั่งทำงานที่อาจารย์สั่งอยู่น่ะ” “วิชาอะไรเหรอ” “เคมี” “ของแพทก็มี ตอนนี้ยังทำไม่ได้เลย” “อยากให้ช่วยสอนก็บอกนะ ยังไงฉันก็เรียนมาก่อนเธอ” ชญานนท์รีบบอก เพราะอย่างน้อยเขาก็เรียนสูงกว่าเธอตั้งหนึ่งปี “จะให้เรียกพี่เลยมั้ย” พชรมนรีบประชด แล้วก็ค้อนชายหนุ่มทันที “อืม..อย่าฝืนเรียกเลย ถ้าใจเธอไม่ได้ต้องการแบบนั้น” “ฉันจะลองเรียกดูละกัน อะ พี่เบส! โอเคมั้ย” “จะเรียกได้จริง ๆ เหรอ” “ได้สิ” “ไม่ฝืนใจแน่นะ” “อืม! แล้วก็ขอบคุณนะที่วันนี้พี่เบสช่วยเตือนสติแพท” แล้วคำพูดของเธอก็ทำให้ชญานนท์ถึงกับอื้ง ไม่คิดเลยว่าพชรมนผู้เหย่อหยิ่งจะลดตัวมาพูดกับเขาด้วยความเคารพเช่นนี้ ชญานนท์ยังไม่ทันได้พูดอะไรออกมา หญิงสาวจึงยิ้มให้อย่างจริงใจก่อนจะเอ่ยต่อไปอีกว่า “พี่เบสแพทมีเรื่องขอให้ช่วย” “เรื่องอะไรเหรอ..น้องแพท” เขาเรียกเธอว่า 'น้องแพท' ทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก “ช่วยกันพี่อั้มออกไปจากชีวิตแพทหน่อยสิ” “แพทก็ไม่ต้องไปยุ่งกับมันสิ” “ก็ไม่อยากยุ่งอยู่แล้ว แต่ถ้าเกิดเขามาง้อ แพทจะทำไงล่ะ” “เดี๋ยวพี่ช่วยเอง โอเคมั้ย ถ้ากินนมเสร็จก็ไปนอนได้ละ เดี๋ยวพี่ไปทำงานต่อแล้ว”“พี่เบส แพทขอเข้าไปนั่งกินนมในห้องพี่ได้มั้ย” ก่อนที่ชญานนท์จะหันหลังเดินกลับไปยังห้อง พชรมนก็รวบรวมความกล้าเอ่ยขึ้น
“อืม...ดะ ได้สิ” เสียงของเขาตะกุกตะกักทันที จากนั้นพชรมนจึงลุกตามไปพร้อมกับแก้วนมของเธอ“โอยยย... เมียจ๋า... ดูดของผัวแรงฉิบหาย... ซี้ดดด...”ดาราสาวโยกศีรษะเข้าออก ทั้งดูดดึงและตวัดลิ้นรัวใส่อย่างช่ำชอง สองมือจับรูดสาวแก่นกายแกร่งอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อชำระความแค้นที่โดนขัดจังหวะรัก“เมียจ๋า... เอาของเมียมาให้ผัวกินบ้างสิครับ”สามีหนุ่มร้องขอเสียงพร่า พชรมนรู้ใจและรู้งานดียิ่งยวด ในระหว่างที่ปากยังคงดูดกลืนแท่งเนื้ออุ่นจัด หล่อนก็หมุนพลิกกายหันเหแนวร่องเนื้ออวบอูมฉ่ำเยิ้มมาจ่อตรงเบื้องหน้าใบหน้าหล่อเหลาของสามีหนุ่มทันที บัดนี้ทั้งสองร่างขยับประสานอยู่ในท่าหกเก้า ชญานนท์ปล่อยให้หล่อนปรนเปรอแก่นกายของเขาต่อไป ขณะที่ตัวเขาเองตั้งหน้าตั้งตาปรนเปรอคืนกลับอย่างซื่อสัตย์มาเฟียหนุ่มจ้องมองเนินเนื้อสวาทอวบอูมสีหวาน กลีบแคมเนื้อเนียนขาวผ่องยังคงปิดสนิทแน่นกระชับไร้รอยราคี เพราะมีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้นที่เคยได้รุกล้ำผ่านเข้าไป มือหนาทั้งสองข้างตะปบหมับเข้าที่แก้มก้นอวบอัดของดาราสาว กดตรึงสะโพกผายให้แนบสนิทเข้ากับใบหน้าของเขา ก่อนจะส่งเรียวลิ้นสากร้อนบดบี้ตวัดเกลี่ยลงบนเม็ดติ่งเสียวสีสดอย่างเมามันระรัวยิบ“อื้อออ... อื๊อออ... ผัวขา...”ภรรยาสาวตัวกระตุกเยือก ร้องครางอู้อี้ในลำคอเ
เมื่อเฮียหมูเคลียร์ลูกค้าด้านนอกเสร็จสิ้น แกก็รีบเดินกลับเข้ามานั่งคุยกับชญานนท์ในห้อง โดยถือวิสาสะเลือกนั่งลงตรงตำแหน่งฝั่งตรงข้ามกับนางเอกสาวเสียด้วย“อาเบก... กลับมาฝรั่งเศสรอบนี้ ลื้อไม่เห็นส่งข่าวบอกเฮียบ้างเลยน้า” เฮียหมูหันมาตัดพ้อค้อนมองชญานนท์เหมือนเด็ก ๆ ทว่าสายตาเจ้ากรรมกลับแอบชำเลืองต่ำ มองฝ่าเนื้อผ้าเสื้อยืดสีอ่อนที่ไร้บราเซียปกปิด เห็นเป็นรูปทรงพวงนมใหญ่โตและเม็ดหัวนมแข็งเด้งดันเนื้อผ้าออกมาเป็นจุกเด่นชัด“พอดีธุระผมรัดตัวมากครับเฮียหมู” ชญานนท์โกหกหน้าตายเพื่อตัดบท“ไหน ๆ ก็มาแล้ว เฮียขอถ่ายรูปคู่กับแฟนลื้อ เอาไว้โปรโมตร้านของอั๊วหน่อยล่ายมั้ยอะ” เฮียหมูผู้ชื่นชอบดาราสาวแนวเซ็กซี่เป็นทุนเดิมรีบเอ่ยขอทันที ยิ่งเป็นดาราไทยระดับท็อปแกยิ่งเนื้อเต้น“ได้ครับ... แต่คงไม่ใช่ใส่วันนี้นะเฮีย” ชญานนท์รีบขัดขึ้นด้วยความหึงหวงนิด ๆ ที่แล่นริ้วขึ้นมาในอก“อะไรกันอาเบก ลื้อนี่หวงเมียดาราระดับนี้เชียวรึ” เฮียหมูแซว“เปล่าหรอกครับ วันนี้พวกผมรีบจริง ๆ เอาไว้วันหลังเถอะครับเฮีย”“ไม่เป็นไรหรอกค่ะพี่เบส เฮียหมูถ่ายแค่รูปสองรูปเอง เดี๋ยวก่อนกลับแพทให้ถ่ายนะคะ” พชรมนเอ่ยอย่างมีน้ำใจ เฮียหม
ชญานนท์แทบไม่มีสมาธิในการควบคุมรถบิ๊กไบค์คันโก้เลยแม้แต่น้อย เพราะความนุ่มนิ่มหยุ่นมือของทรวงอกอวบอัดที่บดเบียดแผ่นหลังแกร่งอยู่ทางด้านหลัง ทำเอาเขารู้สึกเคลิบเคลิ้มล่องลอย ยิ่งสองมือเรียวนุ่มของภรรยาสาวไม่อยู่นิ่ง หล่อนสอดมือเข้าใต้สาบเสื้อ ลูบไล้แผ่วเบาไปตามแผงกล้ามเนื้อหน้าอกกำยำลากต่ำลงมายังลอนหน้าท้องแกร่งราวกับคนหิวกระหายในรสสวาท บัดนี้แก่นกายชายของมาเฟียหนุ่มตื่นตัวแข็งชันปั๋งขึ้นมาอีกระลอก มันขยายตัวจนบดเบียดทะลักผ่านกางเกงชั้นในและกางเกงยีนเนื้อหนา ดันอัดแน่นจนเขาเจ็บระบมไปหมดทั้งแท่งเนื้อ“เมื่อกี้พี่เบสจงใจแกล้งแพทให้ค้าง... ตอนนี้ถึงเวลาที่แพทจะเอาคืนพี่บ้างแล้วล่ะค่ะ” กระซิบเสียงหวานจบ ดาราสาวก็เลื่อนมือนุ่มลงต่ำทักทายเป้ากางเกงของสามีหนุ่มทันที หล่อนออกแรงกุมบีบคลึงเคล้นส่วนหัวหยักเลื่อมมันที่ดันผ้าออกมาเบา ๆ“อึ๋ยย... แพทจ๋า... ซี้ดดด พี่ขับรถอยู่นะครับคนดี” สามีหนุ่มครางกระเส่าด้วยความเสียวซ่านจนขนลุกซู่ไปทั้งตัว“พี่เบสไม่เจ็บหรอกเหรอคะ มันพองตัวใหญ่โตแล้วขดทุรนทุรายอยู่ในกางเกงแบบนี้...”นางเอกสาวเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ เพราะขนาดความมหึมาของชายคนรักนั้นไม่ใช่ย่อย ๆ ทว่
พชรมนหน้าแดงระเรื่อ หายใจหอบสะท้านรุนแรงด้วยความอารมณ์เสียจัด จากอารมณ์รักที่กำลังพลุ่งพล่านเคลิบเคลิ้มกับรสเสียวที่ชายหนุ่มปรนเปรอให้ แต่เขากลับตัดบทกลางคันจนอารมณ์สวาทของหล่อนต้องค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ ดาราสาวตวัดสายตาค้อนขวับมองสามีหนุ่มตาเขียวปั้ด“ก็เมื่อกี้เมียพี่บ่นว่าหิวข้าวไม่ใช่เหรอครับ”ชญานนท์หัวเราะในลำคออย่างชอบใจที่แกล้งภรรยาได้สำเร็จ พลางก้มลงหยิบกระโปรงและเสื้อยืดมาสวมใส่ให้หล่อนอย่างเอาใจ ทว่าเขากลับจงใจเก็บซ่อนบราเซียและกางเกงชั้นในตัวจิ๋วเอาไว้ไม่ยอมให้หล่อนใส่ ดาราสาวเดาใจออกทันทีว่ามาเฟียเจ้าเล่ห์คนนี้ต้องมีแผนร้ายแอบแฝงอยู่แน่ ๆ แต่ก็แกล้งเอ่ยถามออกไปเพื่อแก้เขิน“แล้วชุดชั้นในของแพทล่ะคะ เอาไปไว้ไหน”“ไม่ต้องใส่หรอกที่รัก ชุดกระโปรงกับเสื้อยืดตัวนี้ผ้าหนาพอแล้ว ออกไปข้างนอกไม่หนาวหรอกครับ”“แพทไม่ได้กลัวหนาวสักหน่อย... แต่มันรู้สึกโล่ง ๆ หวิว ๆ บอกไม่ถูกค่ะ”พชรมนแกล้งทำท่าย่นจมูกงอนใส่เล็กน้อย ทว่าลึก ๆ ก็รู้สึกแอบพึงพอใจที่สามีหนุ่มคอยสวมเสื้อผ้าให้หล่อนอย่างทะนุถนอม ทว่าเสื้อยืดเนื้อนิ่มเพียงตัวเดียวไม่อาจปิดซ่อนความอวบอัดดึงดูดสายตาได้เลย สองเต้ากลมโตเบียดด
อรุณรุ่งของวันใหม่มาเยือนพร้อมกับแสงแดดอ่อน ๆ ที่สาดส่องเข้ามาในห้องนอน วันนี้ทั้งสองมีกำหนดการสำคัญที่จะต้องออกเดินทางข้ามประเทศ บินลัดฟ้าไปท่องเที่ยว ทว่าก่อนจะถึงเวลานั้น กิจกรรมยามเช้าของคู่รักข้าวใหม่ปลามันก็เริ่มขึ้นทันที“พี่เบส... ไปหาอะไรกินกันเถอะค่ะ แพทหิวจนไส้จะขาดอยู่แล้วอะ” เสียงหวานเอ่ยเจือซุ่มเสียงออดอ้อน ดาราสาวขยับกายเข้าไปเขย่าตัวสามีหนุ่มเบา ๆ เรือนร่างอวบอัดเย้ายวนที่เพิ่งผ่านการอาบน้ำมาหมาด ๆ มีเพียงผ้าขนหนูสีขาวผืนเล็กจิ๋วพันกายไว้หมิ่นเหม่ ชญานนท์ปรือตาตื่นขึ้นมาสูดดมกลิ่นหอมกรุ่นของแชมพูและครีมอาบน้ำจากผิวกายเนียนลื่นของภรรยาสาวด้วยความหลงใหล ราวกับติดอยู่ในห้วงความฝัน“หมดแรงเมื่อคืนล่ะสิ... งั้นพี่ขอเวลาอาบน้ำแป๊บเดียวนะครับ” มาเฟียหนุ่มกอดภรรยาสาวอย่างรักใคร่ก่อนจะรีบสลัดความง่วงแล้วลุกตรงไปยังห้องน้ำ เพราะตัวเขาเองก็เริ่มหิวโซขึ้นมาแล้วเหมือนกัน สงสัยเป็นเพราะบทรักอันหนักหน่วงเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมาทลวงพลังงานของเขาไปจนหมดสิ้นชญานนท์ใช้เวลาจัดการตัวเองอย่างรวดเร็ว ทว่าพอเปิดประตูเดินกลับออกมา เขากลับต้องเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ เมื่อเห็นภรรยาสาวจัดการรวบเรือนผ
“อ๊า... พี่เบสขา... แพทเสียวมากเลย อย่ากระแทกแรงแบบเมื่อกี้อีกนะคะ เดี๋ยวของเมียพังหมด” นางเอกสาวครางระงม ทุกครั้งที่ตัวตนของเขาขยับขับเคลื่อนในกายหล่อน มันช่างมอบสัมผัสที่เสียวซ่านลึกล้ำ น้ำหวานสวาทถูกขับออกมาหล่อลื่นอย่างต่อเนื่อง ร่างกายของหล่อนขมิบรัดแท่งเอ็นอุ่นจัดทุกครั้งที่เคลื่อนไหว ปฏิกิริยาตามกลไกธรรมชาติที่หล่อนไม่อาจควบคุม บ่งบอกว่าหล่อนโหยหาเขามากเพียงใด มาเฟียหนุ่มยิ้มอย่างพึงใจ ก่อนจะค่อย ๆ เร่งความเร็วขึ้นจนร่างบางสั่นคลอนโยกย้ายตามแรงส่ง“โอ้วว... ผัวขา... ซี๊ดดดส์...” พชรมนไม่อาจเค้นคำพูดใด ๆ ออกมาอธิบายความรู้สึกในยามนี้ได้อีกแล้ว หล่อนเสียวร่องสวาทจนแทบจะสำลักความสุข และนี่คือความซาบซ่านที่หล่อนเฝ้ารอคอยมาแสนนาน ส่วนชญานนท์เองก็ทวีความเสียวซ่านจนใกล้ถึงขีดสุด ทุกครั้งที่แท่งเนื้อยักษ์มุดเข้าออก เขาจะตั้งใจเอียงมุมให้มันครูดผ่านติ่งเนื้อเสียวสีสดของหล่อนทุกจังหวะเสียงลมหายใจหอบกระชั้นและเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องสะท้อนไปทั่วห้องนอนกว้าง โลกทั้งใบคล้ายกับหยุดหมุน เหลือเพียงร่างสองร่างที่กำลังหลอมรวมกันด้วยไฟราคะอันดุดัน ชญานนท์ไม่ปล่อยให้เวลาผ่านไปอย่างสูญเปล่า เขา
มาเฟียหนุ่มหาได้สนใจท่าทีทุรนทุรายบิดกายเร่าคล้ายจะขาดใจตายของภรรยาสาวไม่ เพราะเขาเจนจัดในบทรักดีว่า ยิ่งหล่อนแสดงอาการทรมานและร้องครางเสียงหลงมากเท่าใด นั่นย่อมหมายความว่าหล่อนกำลังก้าวเข้าใกล้ขอบประตูสวรรค์รำไรแล้ว... และไม่กี่อึดใจหลังจากนั้น เรือนร่างระหงก็เกร็งกระตุกสั่นสะท้านอย่างรุนแรง นิ้วเ
สัมผัสวาบหวามที่ห่างหายไปนานถึงหนึ่งเดือนเต็มทำให้นางเอกสาวระดับประเทศแทบไม่มีสติหลงเหลือพอจะรับรู้ด้วยซ้ำว่า เสื้อผ้าแบรนด์เนมหรูหราราคาแพงระยับที่เธอสวมใส่ออกงานสังคมกำลังถูกปลดเปลื้องออกอย่างเชื่องช้าทว่าเต็มไปด้วยความช่ำชอง“พี่เบส!!... อื้อ พี่เบสปิดไฟก่อนซิคะ แพทอาย...” หญิงสาวประท้วงเสียงสั่
ชญานนท์รีบบอก แววตาเจ้าชู้เปี่ยมเสน่ห์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของหล่อนราวกับจะกลืนกินเรือนกายนี้ลงไปทั้งตัว ฝ่ามือหนายังคงฟ้อนเฟ้นลูบไล้สะโพกผุดผ่องไม่ยอมหยุดหย่อน จนกระแสไฟสวาทเริ่มแล่นพล่าน ลมหายใจของหญิงสาวเริ่มติดขัดและคล้อยตามสัมผัสของเขาไปอย่างห้ามไม่อยู่“อื้อ... เบสขา อย่าแกล้งพิมพ์สิคะ... ดะ..
เมื่อก้าวเข้ามาในห้องรับรองอันโอ่อ่า พชรมนเลือกที่จะยืนอยู่กลางห้องอย่างจงใจ เพื่อสร้างระยะห่าง และป้องกันไม่ให้พี่เขยผู้ทรงอิทธิพลเข้าใกล้หล่อนได้ง่ายชญานนท์กอดอกแน่น สีหน้าบึ้งตึง ดวงตาคมกริบที่มองมาเต็มไปด้วยความขัดเคืองและปรารถนาที่ยากจะปกปิด แต่น่าแปลกที่ทั้งหมดนั้น กลับทำให้ของเขาดูหล่อเหลาอ







