LOGIN“วิ”
“ว่าไงเหรอจ๊ะภัส”
“พวกเมียเก็บนี่มันเป็นแบบนี้ทุกคนรึเปล่า”
“เป็นยังไงเหรอ”
“ชอบอ่อยผู้ชายไม่เลือก ยอมอ้าแขนอ้าขาให้เขาเอาเพื่อให้ได้เงิน พวกเอาตัวเข้าแลกน่ะ”
“ต้องเป็นแบบนี้ทุกคนอยู่แล้วละจ้ะ”
พริมากำหมัดแน่น เธอหยุดชะงักระหว่างจะเดินไปตบนังสองตัวนั่นกับสงบสติอารมณ์เอาไว้ เธอควรสงบสติอารมณ์เอาไว้แล้วก็ควรตอกคนทั้งสองกลับไปให้หน้าหงาย แทนที่จะทำท่าทีร้อนตัวให้พวกหล่อนเยาะเย้ยเอาได้อีก
“พวกเธอสองคนนี่รู้เรื่องเมียน้อยเมียเก็บดีจังเลยนะ หรือว่าทุกวันนี้ทำอาชีพนี้อยู่ล่ะจ๊ะ” พริมาหมุนกายกลับไปพลางเอ่ยถามยิ้ม ๆ
“นี่เธอ ฉันหมายถึงเธอนั่นแหละ” ภัสสรเผลอพูดออกไป ก่อนจะยกมือขึ้นปิดปาก แต่สักพักก็เหยียดยิ้ม คิดว่าไม่ได้ทำอะไรผิด เธอพูดเรื่องจริงทุกอย่าง
“หมายถึงฉันก็พูดกันตรง ๆ ด่ากันตรง ๆ มาเที่ยวพูดจากระทบกระเทียบแดกดันทำตัวเหมือนพวก...”
“พวกอะไรย่ะ” ภัสราเอ่ยถามกลับไป
“พวกขี้อิจฉายังไงล่ะ พวกขี้อิจฉาที่เห็นคนอื่นได้ดีกว่าไม่ได้ ก็จะดิ้น ๆ ๆ เหมือนพวกไส้เดือนโดนน้ำร้อนลวก”
“เป็นนางบำเรอให้พวกเศรษฐีกระเป๋าหนักน่ะเหรอที่ได้ดี อีโธ่เอ๊ย!”
“เธอรู้ได้ยังไงว่าฉันเป็นนางบำเรอให้เศรษฐีกระเป๋าหนัก” พริมาเอ่ยถามกลับ มองอย่างเอาเรื่อง
“ก็... ก็ทำไมจะไม่รู้ล่ะ เธอมันจนจะตาย จะมีเงินที่ไหนมาซื้อข้าวของแพง ๆ ของแบรนด์เนมแบบนี้ล่ะ”
“ฉันจะเอาเงินมากจากไหนมันก็เรื่องของฉัน ไม่ได้ไปเอาเงินบนหัวเธอก้แล้วกัน ทำไมต้องเดือดร้อนด้วยมิทราบ”
“แต่ฉันอับอายที่ต้องบอกใคร ๆ ว่าอยู่ร่วมสถาบันเดียวกันกับคนที่ทำงานหาลำไพ่พิเศษขายตัวไปเรียนไปแบบเธอ”
“ถ้าอายก็ไม่ต้องบอกสิ เพราะฉันไม่เคยนับว่าพวกเธอเป็นเพื่อนเสียด้วยซ้ำ ยิ่งถ้าใครมาถามว่ารู้จักพวกเธอไหม ฉันจะรีบบอกทันทีว่าไม่รู้จัก พวกที่ชอบนินทาว่าร้ายเหยียดหยามดูถูกคนอื่น ไม่มีใครเขาอยากจะคบค้าสมาคมด้วยหรอกนะ”
“นี่เธอว่าพวกฉันอย่างงั้นเหรอ”
“ใช่ แล้วฉันก็ไม่คิดที่จะพูดจากระทบกระเทียบแดกดันเหมือนที่พวกเธอทำหรอกนะ ฉันตรง ๆ เลย ไม่ชอบอ้อมโลก” พริมาพูดออกไปตรง ๆ เพราะเธอเป็นคนตรง ๆ ทำไมจะต้องมาพูดจาอ้อมค้อมแดกดันประชดประชันกันด้วย
“นี่เธอ! กล้าว่าพวกฉันอย่างนั้นเหรอ”
“จะใหญ่มาจากไหน จะเป็นลูกคุณหนูไฮโซแค่ไหน ถ้าดูถูกคนอื่น ฉันก็กล้าว่า เพราะบางทีพ่อแม่ก็คงจะไม่ได้อบรมสั่งสอนพวกเธอสองคน ฉันเลยช่วยสั่งสอนให้ไง” พูดจบพริมาก็หมุนกายเดินออกไปจากห้องน้ำ ก่อนจะร้องเสียงหลง
“โอ๊ย!” ผมของเธอถูกกระชากจนหน้าหงาย ก่อนที่อีกฝ่ายจะกระชากแขนให้หมุนกายกลับมา แล้วใบหน้าของพริมาก็ถูกฝ่ามือพิฆาตตบจนหน้าหัน
พริมาหน้าชาไปทั้งแถบ เธอถูกวิกานดาล็อกเอาไว้ ภัสราเดินมาหยุดตรงหน้า มองอย่างเอาเรื่องก่อนจะกอดอกเหยียดปาก
“ปากดีนักนะนังพรีม วันนี้ฉันจะตบบัณฑิตเกียรตินิยมให้ห้าแหกเลย ปากหมากล้าลามปามพ่อแม่ฉันเหรอ วันนี้แกตาย” ภัสราฟาดฝ่ามือลงไปอีกครั้ง แต่กลับไปโดยวิกานดาแทนเพราะพริมาหลบทัน นั่นทำให้ใบหน้าของวิกานดาหันไปตามแรงตบ
“ภัสเธอตบฉันทำไม”
“ฉันขอโทษ ก็มันหลบ ฉันเลยพลาด เธอจับมันให้ดีสิ ฉันจะตบมันให้หน้าหันเลยคราวนี้” ภัสรารีบบอกก่อนจะฟาดฝ่ามือลงไปอีกครั้งแต่พริมาก็หลบได้ทันอีก
“โอ๊ย! ภัสฉันเจ็บนะ” วิกานดาร้องด้วยความเจ็บเพราะโดนตบทั้งสองซีกแก้มจนหน้าหันและชาไปหมด
“เธอก็ล็อกให้มันดี ๆ สิ”
“เธอก็เล็งให้มันดี ๆ สิ” ในขณะที่ทั้งสองสาวกำลังทะเลาะกันอยู่ พริมาก็กระโดดขาคู่ถีบภัสราจนหงายหลัง แต่เธอก็หงายหลังด้วยเพราะเสียหลัก
พริมาทาบทับอยู่กับร่างของวิกานดาที่รองรับตัวเธออยู่ ทำให้เธอไม่เจ็บปวดอันใด ในขณะที่วิกานดาร้องออกมาด้วยความเจ็บ
พอได้โอกาสพริมาก็รีบลุกขึ้น ยิ้มสะใจที่จัดการสองสาวจอมวายร้ายได้ อยากหาเรื่องเธอก่อน รู้ไหมว่าเธอไปเรียนวิชาการป้องกันตัวมาแล้ว เพราะเถื่อนชอบกีฬาด้านนี้เลยพาเธอไปเรียนมวยไทยมาด้วย ไม่ว่าจะตบจะถีบจะกระทืบใคร ถ้าเป็นผู้หญิงด้วยกันเธอสู้ไม่ถอย ไม่ยอมให้โดนตบฝ่ายเดียวแน่ ๆ
“นังพรีมแก!” วิกานดาลุกขึ้นมาจะตบพริมาบ้าง
“นังวิ” เรียกจิกหัวเธอว่านัง เธอก็เรียกกลับ พริมาผลักจนร่างของวิกานดาเซไปชนกับร่างของภัสราที่เพิ่งลุกขึ้นมาจนล้มไม่เป็นท่าไปในห้องน้ำอีกครั้ง
“แก” สองสาวชี้หน้าพริมาด้วยนิ้วสั่นระริก
“แกจะทำไมฉันเหรอ” หยาบมาหยาบกลับไม่โกง จิกหัวเรียกนัง เรียกแกเธอก็เรียกเป็นเหมือนกันเพราะเธอก็มีปาก มีมือมีเท้า เธอไม่ยอมให้ใครมารังแกง่าย ๆ แน่ พริมาเหยียดปากก่อนจะปิดประตูทางเข้าห้องน้ำโครมใหญ่
สิงห์เห็นภรรยาเป็นแบบนั้น เขาจึงชวนเธอไปทำกิจกรรมในไร่ เก็บผลไม้บ้าง ทำอาหารเลี้ยงคนงานบ้าง ออกกำลังกายบ้าง และเขาก็มีของขวัญพิเศษที่จะให้เธอด้วย“คุณแม่คะ เมื่อไหร่เสี่ยสมศักดิ์จะโอนเงินส่วนต่างที่เหลือจากการขายที่ให้คุณแม่สักทีล่ะคะ” กชกรเอ่ยถามมารดา เพราะย้ายมาอยู่กับเสี่ยสมศักดิ์พักใหญ่แล้ว มีแค่เงินทองให้ใช้จ่ายเพียงเล็กน้อย กับที่หลับที่นอนและอาหาร เงินก้อนโตยังไม่ได้รับเลยสักสตางค์แดงเดียว“เสี่ยเขาเอาเงินไปหมุนจ้ะ เขาลงทุนกับธุรกิจใหม่เลยต้องรอไปก่อน”“ไม่ใช่เขาหลอกเราหรอกนะคะคุณแม่”“ไม่หรอกจ้ะ” แรกๆ ดาวาดก็เชื่อใจเสี่ยสมศักดิ์ แต่พอหลัง ๆ นางก็เริ่มที่จะหวาดระแวงเพราะว่านางเองก็ไม่ได้อยู่ในฐานะเมียที่เชิดหน้าชูตา เป็นแค่คนอาศัยเท่านั้น อีกทั้งคนในบ้านก็ไม่ค่อยให้ความยำเกรงสักเท่าใดนัก ด้วยว่าเสี่ยสมศักดิ์นั้นมีผู้หญิงมากหน้าหลายตานั่นเอง“แต่ดูเหมือนคุณแม่จะไม่คิดแบบนั้นนะคะ”“ก็เสี่ยสมศักดิ์บอกว่าจะมีคนมาซื้อไร่แทนเสี่ยเขาน่ะ”“หมายความว่ายังไงเหรอคะ นี่แสดงว่าเสี่ยสมศักดิ์ไม่มีเงินเหรอคะ คุณแม่ทำเรื่องโอนไปแล้วแบบนี้ ถ้าเสี่ยสมศักดิ์โกงขึ้นมาจะทำยังไงคะ”“คงไม่หรอก แต่เสี่
“เจ็บใจจังเลยค่ะคุณแม่ ไม่น่าให้คุณสิงห์รู้ความจริงเลย ให้เขาเกลียดนังลินอยู่แบบนั้นก็ดีแล้ว”“แล้วจะทำยังไงได้ ก็เขารู้ไปแล้ว” ดาวาดเองก็เจ็บใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้“มีผู้ใหญ่อยากพบกับลินน่ะ” สิงห์เอ่ยบอกภรรยาหลังจากเดินมาได้สักระยะ“ใครเหรอคะ” เธอเงยหน้าขึ้นไปเอ่ยถามเขา เขาไม่พูดเรื่องสองแม่ลูก เธอก็ไม่อยากพูดถึงเหมือนกัน แค่คิดถึงก็ยังรู้สึกหงุดหงิดและไม่สบายใจ ถึงแม้สามีจะรู้ความจริง แต่สองแม่ลูกก็โกงไร่ของบิดาไปแล้ว ทุกอย่างไม่มีทางแก้ไขอะไรได้อีก“ภรรยาของผู้ว่าครับ” ประโยคของเขาทำให้เธอหยุดเดิน ก่อนจะมองเขาตาโต“อยากเจอลินทำไมคะ”“ลินอยากเปิดร้านอาหารไม่ใช่เหรอ คุณนายจิตราเขาสนิทกับครอบครัวเรา เขาเลยจะขายที่ทำเลดี ๆ ให้ สนใจไหม”“จริงเหรอคะ”“เป็นที่ดินติดทะเลที่สงขลาน่ะ” เขาดึงเธอให้เดินตามไปอีก แต่พิมาลินรั้งข้อมือของเขาเอาไว้พลางหยุดเดิน“ทำไม” เขาเลิกคิ้วขึ้นถามอย่างสงสัย“เฮียรู้ได้ยังไงคะว่าลินอยากเปิดร้านอาหาร”“ก็เห็นตั้งใจเรียนทำอาหารกับป้าแม่ครัวของไร่ขนาดนั้น” ป้าแม่ครัวที่เขาพูดถึงจริง ๆ เป็นเชฟร้านอาหารชื่อดัง แต่มีปัญหาในที่ทำงานเพราะโดนกลั่นแกล้ง ท่านเลยมาเป็นแม่ครัว
คำพูดของเสือและปาริมาก็ทำให้เขาได้รับรู้เรื่องราวบางมุมที่ไม่เคยรู้มาก่อน เรื่องการวางยาในค่ำคืนนั้นเป็นฝีมือของกชกร ไม่ใช่พิมาลินพิมาลินพูดจริงว่าเธอช่วยเขากจากสองแม่ลูก แต่ตอนนั้นเขาแค่ไม่อยากจะเชื่อเท่านั้นเอง“ลินต้องไปด้วยเหรอคะ” พิมาลินเอ่ยถาม เธอไม่ทะเลาะเบาะแว้งอะไรกับสิงห์อีก อาจเพราะเธอเหนื่อย และมีความซาบซึ้งใจที่เขาคอยช่วยเหลือเธอมาตลอดหลายวันที่ดูแลบิดาอยู่เช่นนี้“ไปสิ เป็นการให้เกียรติท่านผู้ว่า เฮียเถื่อน เฮียปืน เฮียเสือก็ไป” เขารู้ว่าเธอสนิทกับปาริมา หากรู้ว่าเสือไปด้วย ปาริมาก็ต้องไปด้วย พิมาลินคงดีใจที่จะได้เจอกับปาริมา“ค่ะ”“ส่วนคุณพ่อเฮียจะให้คนมาดูแลเอง” ประโยคของเขาทำให้เธอต้องเงยหน้ามอง เพราะสรรพนามที่เขาใช้มันให้ความรู้สึกเป็นกันเองและสนิทสนมดังเก่าก่อน“ลินถามเฮียหน่อยสิคะ”“ถามว่า”“เฮียหายโกรธลินแล้วเหรอคะ”“หายโกรธเรื่องอะไร”“เรื่องวันนั้นไงคะ เหตุการณ์คืนนั้นทำให้เฮียต้องแต่งงานกับลิน ทั้ง ๆ ที่เฮียอาจจะได้แต่งงานกับผู้หญิงคนอื่นที่ดีกว่า”“รู้ได้ยังไงว่าตัวเองไม่ดีเหมือนคนอื่น”“ไม่รู้สิคะ ก็เฮียทำเหมือนไม่รัก และตอนนี้ก็ไม่รู้ว่ารักหรือเปล่า” การได้
“ไม่ท้องอย่างนั้นเหรอ” สิงห์เลิกคิ้วพลางเอ่ยถามเหมือนไม่เชื่อถือ“ใช่ค่ะ เป็นแค่โรคกระเพาะอาหารเท่านั้น” เธอยังไม่บอกเขาว่าท้อง จนกว่าจะแน่ใจว่าเขารักเธอจริงๆ ไม่ใช่แค่อยากได้ลูกไปต่อรองรับที่ดินจากเถื่อนที่จะยกให้เขาร้อยไร่เศษเมื่อรู้ว่าเขามีลูกกับเธอคำรักไม่เคยมี ความสัมพันธ์ที่เกิดจากความไม่เข้าใจกัน และยังระหองระแหงกันอยู่ เธอจึงไม่มีความมั่นใจว่าหากเขารู้ว่ามีลูก เขาจะยินดีกับเธอจริง ๆ หรือจะเอาแค่ลูกและเฉดหัวเธอทิ้ง“ไหนเอายามาดูหน่อยซิ” สิงห์ที่รออยู่ที่รถเอ่ยถามเมื่อเห็นภรรยาเดินมาขึ้นรถ เธอยื่นยารักษาโรคกระเพาะอาหารให้เขาพิมาลินขอยารักษาแผลในกระเพาะอาหารมาด้วยเพราะจะเอามาให้สิงห์ดู คุณหมอหนุ่มซึ่งเป็นรุ่นพี่ของเธอก็จัดให้ เพียงเพราะเธอบอกว่าปวดและแสบท้องเวลารับประทานอาหาร“เป็นโรคกระเพาะจริงๆ น่ะเหรอ” เขาถามซ้ำ มองยาในมือเหมือนไม่เชื่อถือ“เฮียก็เห็น” พิมาลินมองหน้าเขานิ่ง พยายามข่มใจเอาไว้อย่างที่สุดที่จะไม่แสดงพิรุธให้เขาได้เห็น“ไปเยี่ยมพ่อของเธอไหม” ประโยคของเขาทำให้เธอรีบพยักหน้า อยากรู้ว่าตอนนี้บิดามีอาการเป็นอย่างไรบ้างบิดาออกจากโรงพยาบาลไปพักฟื้นที่บ้านนั่นคือสิ่งท
ร่างกายแข็งแกร่งของเขาบดเบียดแนบชิดเข้ามาหาร่างน้อยอ่อนหวานของเธอ ร่างของพิมาลินเด้งขึ้นรับด้วยความสะท้านหวั่นไหว พร้อมด้วยหยาดหยดแห่งความเสียวซ่านที่เอ่อท้นออกมาต้อนรับการฝากฝังที่แสนรัญจวนเสียงครวญครางของเธอดังเล็ดลอดออกมาให้คนที่นอนอยู่ห้องข้าง ๆ เจ็บใจมากกว่าเดิม สีแพรกำหมัดแล้วกระแทกกับที่นอนระรัว ก่อนจะยกมือขึ้นปิดหูทำให้ในรุ่งเช้าของวันใหม่ สองสามีภรรยาไม่เห็นหน้าแขกไม่ได้รับเชิญอีก เพราะเธอพาตัวเองระเห็จกลับไปตั้งแต่เช้าตรู่ โดยคนขับรถของหล่อนมารับด้วยตัวเองสิงห์ตื่นขึ้นมาก็รู้สึกหงุดหงิดเป็นอันมาก ซึ่งปกติแล้วภรรยาอย่างพิมาลินจะเอาใจเขาทุกอย่าง จัดนั่นจัดนี่เอาไว้ให้เขาในตอนเช้า“หิวน้ำ” พอเจอหน้ากันเขาก็เรียกหาน้ำดื่มหลังตื่นนอนจากภรรยา พิมาลินที่กำลังจะเดินผ่านร่างสูงของสามีไปชะงักเล็กน้อย ก่อนจะเดินหนีไปทำกับข้าวในครัวสิงห์หน้าเหวอเมื่อโดนเมียเมิน เขาหงุดหงิดปนไปด้วยความกรุ่นโกรธ อาจเพราะรู้สึกว่าเธอไม่เห็นเขาอยู่ในสายตาอีก“ที่ไม่เอาใจฉันเหมือนเคยเพราะว่ามีที่หมายใหม่ล่ะสิ คงเป็นไอ้หมอหน้าอ่อนนั่นสินะ” สิงห์ประชดแดกดัน“วันนี้ลินทำข้าวต้มกุ้งค่ะ เฮียจะรับเลยไหมคะ”“ฉั
“พอกินได้ไหม” สิงห์เอ่ยถาม เมื่อเห็นว่าแขกที่ไม่ได้รับเชิญ เงียบกริบไม่วิจารณ์ว่าอาหารที่กินเข้าไปเป็นอย่างไรบ้าง“พอกินได้น่ะค่ะ รสชาติก็งั้น ๆ” เหมือนเพิ่งได้สติจึงรีบพูดสบประมาทออกไปเช่นนั้น พิมาลินไม่ได้สนใจคนทั้งคู่ เธอรับประทานอาหารเงียบ ๆอาการก้มหน้าก้มตารับประทานอาหารโดยไม่สนใจใครเลยของภรรยาทำให้สิงห์รู้สึกหงุดหงิดใจไม่น้อยหลังจากรับประทานอาหารเสร็จสิ้น พิมาลินก็จัดการกับจานชามและเดินตัวปลิวขึ้นห้อง เธอทำเหมือนกับว่าในบ้านหลังนี้ไม่มีสิงห์กับสีแพรอยู่ด้วย หลังจากอาบน้ำอาบท่าเสร็จแล้วเธอก็ทิ้งตัวลงนอนในที่ของเธอเอง ในขณะที่สิงห์กำลังเอาตัวรอดจากสีแพรอยู่ และกำลังหงุดหงิดที่เมียของเขาไม่มีอาการหึงหวง หรือปกป้องเขาจากผู้หญิงคนอื่นเลย“เฮียว่าแพรควรนอนได้แล้ว” สิงห์กดร่างของสีแพรลงบนเตียงในห้องนอนอีกห้องก่อนจะถอนใจเฮือกใหญ่ เขาไม่เคยมีอารมณ์กับผู้หญิงคนไหนมานานแล้ว ตั้งแต่มีพิมาลิน แต่ไม่อยากยอมรับใจตัวเอง“เฮียนอนเป็นเพื่อนแพรหน่อยสิคะ แพรไม่กล้านอนคนเดียวค่ะ เมียของเฮียไม่ว่าอะไรหรอกค่ะ ดูสิคะเดินหนีเข้าห้องนอนไปแล้ว ไม่เห็นมาสนใจอะไรเฮียเลย”“แต่มันก็ไม่ดีนะครับ เฮียแต่งงานแล
พริมาได้รับไลน์จากกลุ่มเพื่อนสนิทของเธอ ก่อนที่จะอาบน้ำแต่งตัวออกไปข้างนอกเพื่อจัดการกับเรื่องรับปริญญาในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ก่อนรับจริง จะมีการซ้อมใหญ่ก่อน และหลังจากนั้นก็จะกำหนดพระราชทานปริญญาบัตร ซึ่งห่างกันไม่มากนักทุกอย่างผ่านพ้นไปได้ด้วยดี เมื่อมาถึงวันรับปริญญาพริมาก็ชะเง้อคอมองเถื่อนแต่ก
อาหารมื้อค่ำทำเอาพริมาตาโต เพราะล้วนแต่เป็นของโปรดของเธอแทบทั้งสิ้น กลิ่นอาหารหอมกรุ่น ไวน์เลิศรสและแสงเทียนสว่างไสวดูแล้วช่างโรแมนติกเป็นที่สุด“วันนี้เฮียดูใจดีจังเลยค่ะ”“เลี้ยงฉลองที่เรียนจบไง” เขายกแก้วไวน์ขึ้นชนกับเธอ พริมายิ้มก่อนจะชนแก้วกับเขาและดื่มไวน์ไปพร้อมกับรับประทานอาหาร“ของโปรดของพ
“เขาไม่มีวันเปลี่ยนใจไปชอบคนอื่นหรอก” เถื่อนพูดอย่างมั่นใจ คนปากหนักทำเอาน้องชายทั้งสามมองสบตากัน แล้วพูดในใจว่าจะคอยดูเถื่อนขับรถเข้าเมืองไปรับพริมาในเย็นของอีกวันหนึ่ง ร่างบอบบางในชุดนักศึกษารีบเดินมาขึ้นรถที่จอดรออยู่ เธอจำรถคันหรู ราคาแพงลิ่วของเขาได้ดี“รอนานไหมคะเฮีย” พริมาเอ่ยถาม ก่อนจะยิ้ม
ณ ไร่ อันกว้างใหญ่ไพศาล ร่างสูงสง่าของเถื่อน อภิกานต์ กำลังควบม้าพันธุ์ดีสีดำสนิทมุ่งตรงมายังกลุ่มของหนุ่มหล่อที่กำลังนั่งจิบไวน์กันอย่างออกรสเพื่อชมพระอาทิตย์ตกดินที่สวยงามตรงริมหน้าผาที่มองเห็นภูเขาสูงเสียดฟ้า และวิวทิวทัศน์อันสวยงามของสวนดอกไม้นานาพันธุ์น้อง ๆ ของเถื่อนทุกคนกำลังรอพี่ชายคนโตเหม







