LOGINพริมาได้รับไลน์จากกลุ่มเพื่อนสนิทของเธอ ก่อนที่จะอาบน้ำแต่งตัวออกไปข้างนอกเพื่อจัดการกับเรื่องรับปริญญาในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ก่อนรับจริง จะมีการซ้อมใหญ่ก่อน และหลังจากนั้นก็จะกำหนดพระราชทานปริญญาบัตร ซึ่งห่างกันไม่มากนัก
ทุกอย่างผ่านพ้นไปได้ด้วยดี เมื่อมาถึงวันรับปริญญาพริมาก็ชะเง้อคอมองเถื่อนแต่ก็ไร้เงาของเขา
"มองหาใครอยู่เหรอพรีม" เพื่อนๆ เอ่ยถามเมื่อเห็นว่าพริมาเอาแต่ชะเง้อคอมองหาใครอยู่ ในขณะที่เพื่อน ๆ กำลังถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนาน
“ไม่มีอะไรจ้ะ”
“สงสัยจะชะเง้อคอมองหาเฮียเถื่อนแหง ๆ จะถามอยู่ว่าวันนี้เขาไม่มาเหรอ” นาราซึ่งเป็นเพื่อนสนิทเอ่ยถาม
“เฮียบอกว่าถ้าว่างจะมา แต่เฮียงานยุ่งมาก บางทีอาจจะไม่ว่างก็ได้” คนพูดเสียงเศร้าลงไปถนัดตา
“เฮียเถื่อนนี่สาวเยอะมากเลยนะ มีข่าวกับสาว ๆ ไม่เว้นแต่ละวัน แล้วเขาจริงจังกับเธอแค่ไหนกันเหรอ” นาราเอ่ยถามตรงๆ เพราะเป็นห่วงเพื่อน ด้วยว่าคบกันมานานหลายปีแล้ว
เธอเห็นข่าวของเถื่อนออกบ่อย หัวข้อข่าวคือเจ้าของไร่หนุ่มหล่อและโสดยังไม่มีสาวมาดูแลหัวใจแต่ตอนนี้กลับไปไหนมาไหนกับลูกสาวทายาทเจ้าของไร่คนดังของจังหวัดที่กำลังคบหาดูใจกันอยู่
“พรีมก็ไม่รู้เหมือนกัน เฮียแค่คบกับพรีมนานกว่าคนอื่นก็แค่นั้นเอง” พริมาเอ่ยตอบแล้วรู้สึกเจ็บลึกในอก เธอเป็นได้แค่ไหนในหัวใจของเขา เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกัน อาจเพราะเถื่อนให้ข่าวเสมอว่าเขาโสดและยังไม่มีเจ้าของหัวใจ ทำให้สาวน้อยสาวใหญ่อยากครอบครองเขาด้วยกันแทบทั้งนั้น
“ขอโทษนะที่ทำให้คิดมาก”
“ไม่หรอกเราชินเสียแล้ว”
“รีบเข้าหอประชุมกันเถอะ จะเริ่มพิธีแล้ว” ประโยคของนาราทำให้พริมมาจำต้องเดินตามเพื่อนเข้าไปในหอประชุม และฝากกระเป๋ากับอุปกรณ์สื่อสารทุกชนิดเอาไว้กับพี่สาวของนารา
เถื่อนที่มองหญิงสาวมาแต่ไกลล้วงมือเข้าไปในกระเป๋า เขามาทันได้เห็นเธอก่อนเข้าหอประชุม เพราะยุ่งมาหลายวัน ต้องเคลียร์งานให้เสร็จถึงจะมาหาเธอได้
ทำไมเขาจะจำไม่ได้ว่าวันนี้เป็นวันรับปริญญาของเธอ ที่หายไปหลายวันเพราะต้องการเคลียร์ทุกอย่างให้เรียบร้อย เพื่อที่จะได้มางานรับปริญญาของเธอและมีเวลาอยู่กับเธอตลอดวัน
พริมาได้รับเกียรตินิยมอันดับหนึ่งเพราะเธอตั้งใจเรียนและเรียนเก่งมาก ทำให้เธอได้รับปริญญาเป็นอันดับต้น ๆ ของคณะ และนักศึกษาคนอื่นที่จะรับปริญญาก็จะถูกเรียงชื่อตามลำดับตัวอักษรใครมีพยัญชนะตัวแรก ๆ ก็จะได้รับก่อน ใครพยัญชนะตัวท้าย ๆ ก็ได้จะรับเป็นคนสุดท้าย ยกเว้นเกียรตินิยม ไม่ว่าจะขึ้นต้นด้วยพยัญชนะตัวใดก็จะได้รับก่อนเสมอ
บัณฑิตทุกคนทยอยกันออกมาจากหอประชุมของทางมหาวิทยาลัยหลังจากรับปริญญาเรียบร้อยแล้ว
พริมาชะงักเท้าเมื่อเห็นร่างสูงโดดเด่นหล่อเหลากำลังยืนอยู่เบื้องหน้าของเธอ ในมือของเขาถือช่อดอกไม้ช่อใหญ่เอาไว้ ในขณะที่กำลังเดินมาหาเธอ
“เฮีย” เธอเรียกชื่อเขาด้วยรอยยิ้ม น้ำตาแทบรินไหล ดีใจที่เขามาจนได้
“ยินดีด้วยนะ” เขายื่นช่อดอกไม้ให้เธอ เธอรับไปถือเอาไว้ ก่อนจะกล่าวขอบคุณ
“ขอบคุณค่ะ เอ๊ะ! นี่อะไรคะ” เธอมองกุญแจรถยนต์ในช่อดอกไม้อย่างแปลกใจ ก่อนจะหยิบมันขึ้นมาดู
“ของขวัญสำหรับบัณฑิตใหม่” ประโยคของเขาทำให้เธอยิ้มกว้างหัวใจพองโตคับอก
รถยนต์คันเล็กน่ารักแต่ราคาแพงลิ่วเหมาะกับบัณฑิตเพิ่งจบใหม่วิ่งมาเทียบลงตรงหน้าของเธอ นั่นทำให้พริมาตื่นเต้นไม่น้อย เธอเคยคิดว่าจะทำงานเก็บเงินซื้อรถสักคัน แต่ไม่คิดว่าเถื่อนจะเซอร์ไพร้ส์ซื้อให้เธอแบบนี้
ลูกน้องของเถื่อนคำนับให้เจ้านายก่อนจะส่งกุญแจรถสำรองให้ รถคันเล็กแต่ราคาแพงลิ่วตรงหน้าสีสันถูกใจพริมายิ่งนักเพราะเธอชอบสีแดง ทำให้เธอต้องเดินเข้าไปลูบไล้เบา ๆ
“ชอบไหม” เถื่อนเอ่ยถามหญิงสาว
“ชอบมาก ๆ เลยค่ะ เฮียซื้อให้พรีมจริง ๆ เหรอคะ” เธอชี้มาที่ตัวเอง ไม่แน่ใจว่าเขาซื้อให้เธอจริง ๆ หรือเธอฝันไป
“ใช่เฮียซื้อให้พรีม” เขาพยักหน้าให้เธอ ทำให้พริมาถึงกับยิ้มกว้าง การเซอร์ไพร้ส์บัณฑิตใหม่ด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ด้วยรถยนต์ป้ายแดงราคาแพงลิ่วทำให้เป็นที่ฮือฮาแก่เหล่าบัณฑิตคนอื่น ๆ ในมหาวิทยาลัย
“นี่ของส่วนตัวของพรีมจ้ะ” นารานำของส่วนตัวมาให้เพื่อน ก่อนจะถ่ายรูปด้วยกันโดยมีเถื่อนเป็นตากล้องให้
พริมาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเขาจะมีเวลามางานรับปริญญาของเธอและมาถ่ายรูปให้แบบนี้ ตลอดระยะเวลาสี่ปีที่ได้อยู่ด้วยกัน เขาไม่ค่อยมีเวลาให้เธอนอกจากต้องการเธอ มีแค่พักหลัง ๆ ที่คิดถึงเขาก็มาให้เห็นหน้าอยู่เสมอ
“ก็แค่เมียน้อยเมียเก็บ เขาเบื่อเมื่อไหร่ก็พร้อมเขี่ยทิ้ง” ในขณะที่พริมาปลีกตัวจากเถื่อนมาเข้าห้องน้ำ หลังจากถ่ายรูปกับเพื่อน ๆ จนเหนื่อยแล้ว เสียงหาเรื่องก็ดังขึ้น
วิกานดากับภัสราที่ล้างมืออยู่ใกล้ ๆ เหยียดยิ้ม สองสาวเป็นเพื่อนร่วมชั้นกับเธอ ชอบดูถูกดูแคลนและเหยียดคนอื่น พริมาไม่ชอบสองสาวเลย ไม่อยากจะเสวนาด้วยจึงหลีกเลี่ยงที่จะประจันหน้า เพราะไม่อยากมีเรื่อง
สิงห์เห็นภรรยาเป็นแบบนั้น เขาจึงชวนเธอไปทำกิจกรรมในไร่ เก็บผลไม้บ้าง ทำอาหารเลี้ยงคนงานบ้าง ออกกำลังกายบ้าง และเขาก็มีของขวัญพิเศษที่จะให้เธอด้วย“คุณแม่คะ เมื่อไหร่เสี่ยสมศักดิ์จะโอนเงินส่วนต่างที่เหลือจากการขายที่ให้คุณแม่สักทีล่ะคะ” กชกรเอ่ยถามมารดา เพราะย้ายมาอยู่กับเสี่ยสมศักดิ์พักใหญ่แล้ว มีแค่เงินทองให้ใช้จ่ายเพียงเล็กน้อย กับที่หลับที่นอนและอาหาร เงินก้อนโตยังไม่ได้รับเลยสักสตางค์แดงเดียว“เสี่ยเขาเอาเงินไปหมุนจ้ะ เขาลงทุนกับธุรกิจใหม่เลยต้องรอไปก่อน”“ไม่ใช่เขาหลอกเราหรอกนะคะคุณแม่”“ไม่หรอกจ้ะ” แรกๆ ดาวาดก็เชื่อใจเสี่ยสมศักดิ์ แต่พอหลัง ๆ นางก็เริ่มที่จะหวาดระแวงเพราะว่านางเองก็ไม่ได้อยู่ในฐานะเมียที่เชิดหน้าชูตา เป็นแค่คนอาศัยเท่านั้น อีกทั้งคนในบ้านก็ไม่ค่อยให้ความยำเกรงสักเท่าใดนัก ด้วยว่าเสี่ยสมศักดิ์นั้นมีผู้หญิงมากหน้าหลายตานั่นเอง“แต่ดูเหมือนคุณแม่จะไม่คิดแบบนั้นนะคะ”“ก็เสี่ยสมศักดิ์บอกว่าจะมีคนมาซื้อไร่แทนเสี่ยเขาน่ะ”“หมายความว่ายังไงเหรอคะ นี่แสดงว่าเสี่ยสมศักดิ์ไม่มีเงินเหรอคะ คุณแม่ทำเรื่องโอนไปแล้วแบบนี้ ถ้าเสี่ยสมศักดิ์โกงขึ้นมาจะทำยังไงคะ”“คงไม่หรอก แต่เสี่
“เจ็บใจจังเลยค่ะคุณแม่ ไม่น่าให้คุณสิงห์รู้ความจริงเลย ให้เขาเกลียดนังลินอยู่แบบนั้นก็ดีแล้ว”“แล้วจะทำยังไงได้ ก็เขารู้ไปแล้ว” ดาวาดเองก็เจ็บใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้“มีผู้ใหญ่อยากพบกับลินน่ะ” สิงห์เอ่ยบอกภรรยาหลังจากเดินมาได้สักระยะ“ใครเหรอคะ” เธอเงยหน้าขึ้นไปเอ่ยถามเขา เขาไม่พูดเรื่องสองแม่ลูก เธอก็ไม่อยากพูดถึงเหมือนกัน แค่คิดถึงก็ยังรู้สึกหงุดหงิดและไม่สบายใจ ถึงแม้สามีจะรู้ความจริง แต่สองแม่ลูกก็โกงไร่ของบิดาไปแล้ว ทุกอย่างไม่มีทางแก้ไขอะไรได้อีก“ภรรยาของผู้ว่าครับ” ประโยคของเขาทำให้เธอหยุดเดิน ก่อนจะมองเขาตาโต“อยากเจอลินทำไมคะ”“ลินอยากเปิดร้านอาหารไม่ใช่เหรอ คุณนายจิตราเขาสนิทกับครอบครัวเรา เขาเลยจะขายที่ทำเลดี ๆ ให้ สนใจไหม”“จริงเหรอคะ”“เป็นที่ดินติดทะเลที่สงขลาน่ะ” เขาดึงเธอให้เดินตามไปอีก แต่พิมาลินรั้งข้อมือของเขาเอาไว้พลางหยุดเดิน“ทำไม” เขาเลิกคิ้วขึ้นถามอย่างสงสัย“เฮียรู้ได้ยังไงคะว่าลินอยากเปิดร้านอาหาร”“ก็เห็นตั้งใจเรียนทำอาหารกับป้าแม่ครัวของไร่ขนาดนั้น” ป้าแม่ครัวที่เขาพูดถึงจริง ๆ เป็นเชฟร้านอาหารชื่อดัง แต่มีปัญหาในที่ทำงานเพราะโดนกลั่นแกล้ง ท่านเลยมาเป็นแม่ครัว
คำพูดของเสือและปาริมาก็ทำให้เขาได้รับรู้เรื่องราวบางมุมที่ไม่เคยรู้มาก่อน เรื่องการวางยาในค่ำคืนนั้นเป็นฝีมือของกชกร ไม่ใช่พิมาลินพิมาลินพูดจริงว่าเธอช่วยเขากจากสองแม่ลูก แต่ตอนนั้นเขาแค่ไม่อยากจะเชื่อเท่านั้นเอง“ลินต้องไปด้วยเหรอคะ” พิมาลินเอ่ยถาม เธอไม่ทะเลาะเบาะแว้งอะไรกับสิงห์อีก อาจเพราะเธอเหนื่อย และมีความซาบซึ้งใจที่เขาคอยช่วยเหลือเธอมาตลอดหลายวันที่ดูแลบิดาอยู่เช่นนี้“ไปสิ เป็นการให้เกียรติท่านผู้ว่า เฮียเถื่อน เฮียปืน เฮียเสือก็ไป” เขารู้ว่าเธอสนิทกับปาริมา หากรู้ว่าเสือไปด้วย ปาริมาก็ต้องไปด้วย พิมาลินคงดีใจที่จะได้เจอกับปาริมา“ค่ะ”“ส่วนคุณพ่อเฮียจะให้คนมาดูแลเอง” ประโยคของเขาทำให้เธอต้องเงยหน้ามอง เพราะสรรพนามที่เขาใช้มันให้ความรู้สึกเป็นกันเองและสนิทสนมดังเก่าก่อน“ลินถามเฮียหน่อยสิคะ”“ถามว่า”“เฮียหายโกรธลินแล้วเหรอคะ”“หายโกรธเรื่องอะไร”“เรื่องวันนั้นไงคะ เหตุการณ์คืนนั้นทำให้เฮียต้องแต่งงานกับลิน ทั้ง ๆ ที่เฮียอาจจะได้แต่งงานกับผู้หญิงคนอื่นที่ดีกว่า”“รู้ได้ยังไงว่าตัวเองไม่ดีเหมือนคนอื่น”“ไม่รู้สิคะ ก็เฮียทำเหมือนไม่รัก และตอนนี้ก็ไม่รู้ว่ารักหรือเปล่า” การได้
“ไม่ท้องอย่างนั้นเหรอ” สิงห์เลิกคิ้วพลางเอ่ยถามเหมือนไม่เชื่อถือ“ใช่ค่ะ เป็นแค่โรคกระเพาะอาหารเท่านั้น” เธอยังไม่บอกเขาว่าท้อง จนกว่าจะแน่ใจว่าเขารักเธอจริงๆ ไม่ใช่แค่อยากได้ลูกไปต่อรองรับที่ดินจากเถื่อนที่จะยกให้เขาร้อยไร่เศษเมื่อรู้ว่าเขามีลูกกับเธอคำรักไม่เคยมี ความสัมพันธ์ที่เกิดจากความไม่เข้าใจกัน และยังระหองระแหงกันอยู่ เธอจึงไม่มีความมั่นใจว่าหากเขารู้ว่ามีลูก เขาจะยินดีกับเธอจริง ๆ หรือจะเอาแค่ลูกและเฉดหัวเธอทิ้ง“ไหนเอายามาดูหน่อยซิ” สิงห์ที่รออยู่ที่รถเอ่ยถามเมื่อเห็นภรรยาเดินมาขึ้นรถ เธอยื่นยารักษาโรคกระเพาะอาหารให้เขาพิมาลินขอยารักษาแผลในกระเพาะอาหารมาด้วยเพราะจะเอามาให้สิงห์ดู คุณหมอหนุ่มซึ่งเป็นรุ่นพี่ของเธอก็จัดให้ เพียงเพราะเธอบอกว่าปวดและแสบท้องเวลารับประทานอาหาร“เป็นโรคกระเพาะจริงๆ น่ะเหรอ” เขาถามซ้ำ มองยาในมือเหมือนไม่เชื่อถือ“เฮียก็เห็น” พิมาลินมองหน้าเขานิ่ง พยายามข่มใจเอาไว้อย่างที่สุดที่จะไม่แสดงพิรุธให้เขาได้เห็น“ไปเยี่ยมพ่อของเธอไหม” ประโยคของเขาทำให้เธอรีบพยักหน้า อยากรู้ว่าตอนนี้บิดามีอาการเป็นอย่างไรบ้างบิดาออกจากโรงพยาบาลไปพักฟื้นที่บ้านนั่นคือสิ่งท
ร่างกายแข็งแกร่งของเขาบดเบียดแนบชิดเข้ามาหาร่างน้อยอ่อนหวานของเธอ ร่างของพิมาลินเด้งขึ้นรับด้วยความสะท้านหวั่นไหว พร้อมด้วยหยาดหยดแห่งความเสียวซ่านที่เอ่อท้นออกมาต้อนรับการฝากฝังที่แสนรัญจวนเสียงครวญครางของเธอดังเล็ดลอดออกมาให้คนที่นอนอยู่ห้องข้าง ๆ เจ็บใจมากกว่าเดิม สีแพรกำหมัดแล้วกระแทกกับที่นอนระรัว ก่อนจะยกมือขึ้นปิดหูทำให้ในรุ่งเช้าของวันใหม่ สองสามีภรรยาไม่เห็นหน้าแขกไม่ได้รับเชิญอีก เพราะเธอพาตัวเองระเห็จกลับไปตั้งแต่เช้าตรู่ โดยคนขับรถของหล่อนมารับด้วยตัวเองสิงห์ตื่นขึ้นมาก็รู้สึกหงุดหงิดเป็นอันมาก ซึ่งปกติแล้วภรรยาอย่างพิมาลินจะเอาใจเขาทุกอย่าง จัดนั่นจัดนี่เอาไว้ให้เขาในตอนเช้า“หิวน้ำ” พอเจอหน้ากันเขาก็เรียกหาน้ำดื่มหลังตื่นนอนจากภรรยา พิมาลินที่กำลังจะเดินผ่านร่างสูงของสามีไปชะงักเล็กน้อย ก่อนจะเดินหนีไปทำกับข้าวในครัวสิงห์หน้าเหวอเมื่อโดนเมียเมิน เขาหงุดหงิดปนไปด้วยความกรุ่นโกรธ อาจเพราะรู้สึกว่าเธอไม่เห็นเขาอยู่ในสายตาอีก“ที่ไม่เอาใจฉันเหมือนเคยเพราะว่ามีที่หมายใหม่ล่ะสิ คงเป็นไอ้หมอหน้าอ่อนนั่นสินะ” สิงห์ประชดแดกดัน“วันนี้ลินทำข้าวต้มกุ้งค่ะ เฮียจะรับเลยไหมคะ”“ฉั
“พอกินได้ไหม” สิงห์เอ่ยถาม เมื่อเห็นว่าแขกที่ไม่ได้รับเชิญ เงียบกริบไม่วิจารณ์ว่าอาหารที่กินเข้าไปเป็นอย่างไรบ้าง“พอกินได้น่ะค่ะ รสชาติก็งั้น ๆ” เหมือนเพิ่งได้สติจึงรีบพูดสบประมาทออกไปเช่นนั้น พิมาลินไม่ได้สนใจคนทั้งคู่ เธอรับประทานอาหารเงียบ ๆอาการก้มหน้าก้มตารับประทานอาหารโดยไม่สนใจใครเลยของภรรยาทำให้สิงห์รู้สึกหงุดหงิดใจไม่น้อยหลังจากรับประทานอาหารเสร็จสิ้น พิมาลินก็จัดการกับจานชามและเดินตัวปลิวขึ้นห้อง เธอทำเหมือนกับว่าในบ้านหลังนี้ไม่มีสิงห์กับสีแพรอยู่ด้วย หลังจากอาบน้ำอาบท่าเสร็จแล้วเธอก็ทิ้งตัวลงนอนในที่ของเธอเอง ในขณะที่สิงห์กำลังเอาตัวรอดจากสีแพรอยู่ และกำลังหงุดหงิดที่เมียของเขาไม่มีอาการหึงหวง หรือปกป้องเขาจากผู้หญิงคนอื่นเลย“เฮียว่าแพรควรนอนได้แล้ว” สิงห์กดร่างของสีแพรลงบนเตียงในห้องนอนอีกห้องก่อนจะถอนใจเฮือกใหญ่ เขาไม่เคยมีอารมณ์กับผู้หญิงคนไหนมานานแล้ว ตั้งแต่มีพิมาลิน แต่ไม่อยากยอมรับใจตัวเอง“เฮียนอนเป็นเพื่อนแพรหน่อยสิคะ แพรไม่กล้านอนคนเดียวค่ะ เมียของเฮียไม่ว่าอะไรหรอกค่ะ ดูสิคะเดินหนีเข้าห้องนอนไปแล้ว ไม่เห็นมาสนใจอะไรเฮียเลย”“แต่มันก็ไม่ดีนะครับ เฮียแต่งงานแล
“วิ”“ว่าไงเหรอจ๊ะภัส”“พวกเมียเก็บนี่มันเป็นแบบนี้ทุกคนรึเปล่า”“เป็นยังไงเหรอ”“ชอบอ่อยผู้ชายไม่เลือก ยอมอ้าแขนอ้าขาให้เขาเอาเพื่อให้ได้เงิน พวกเอาตัวเข้าแลกน่ะ”“ต้องเป็นแบบนี้ทุกคนอยู่แล้วละจ้ะ”พริมากำหมัดแน่น เธอหยุดชะงักระหว่างจะเดินไปตบนังสองตัวนั่นกับสงบสติอารมณ์เอาไว้ เธอควรสงบสติอารมณ์เอ
อาหารมื้อค่ำทำเอาพริมาตาโต เพราะล้วนแต่เป็นของโปรดของเธอแทบทั้งสิ้น กลิ่นอาหารหอมกรุ่น ไวน์เลิศรสและแสงเทียนสว่างไสวดูแล้วช่างโรแมนติกเป็นที่สุด“วันนี้เฮียดูใจดีจังเลยค่ะ”“เลี้ยงฉลองที่เรียนจบไง” เขายกแก้วไวน์ขึ้นชนกับเธอ พริมายิ้มก่อนจะชนแก้วกับเขาและดื่มไวน์ไปพร้อมกับรับประทานอาหาร“ของโปรดของพ
“เขาไม่มีวันเปลี่ยนใจไปชอบคนอื่นหรอก” เถื่อนพูดอย่างมั่นใจ คนปากหนักทำเอาน้องชายทั้งสามมองสบตากัน แล้วพูดในใจว่าจะคอยดูเถื่อนขับรถเข้าเมืองไปรับพริมาในเย็นของอีกวันหนึ่ง ร่างบอบบางในชุดนักศึกษารีบเดินมาขึ้นรถที่จอดรออยู่ เธอจำรถคันหรู ราคาแพงลิ่วของเขาได้ดี“รอนานไหมคะเฮีย” พริมาเอ่ยถาม ก่อนจะยิ้ม
ณ ไร่ อันกว้างใหญ่ไพศาล ร่างสูงสง่าของเถื่อน อภิกานต์ กำลังควบม้าพันธุ์ดีสีดำสนิทมุ่งตรงมายังกลุ่มของหนุ่มหล่อที่กำลังนั่งจิบไวน์กันอย่างออกรสเพื่อชมพระอาทิตย์ตกดินที่สวยงามตรงริมหน้าผาที่มองเห็นภูเขาสูงเสียดฟ้า และวิวทิวทัศน์อันสวยงามของสวนดอกไม้นานาพันธุ์น้อง ๆ ของเถื่อนทุกคนกำลังรอพี่ชายคนโตเหม







