Masukพริมาได้รับไลน์จากกลุ่มเพื่อนสนิทของเธอ ก่อนที่จะอาบน้ำแต่งตัวออกไปข้างนอกเพื่อจัดการกับเรื่องรับปริญญาในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ก่อนรับจริง จะมีการซ้อมใหญ่ก่อน และหลังจากนั้นก็จะกำหนดพระราชทานปริญญาบัตร ซึ่งห่างกันไม่มากนัก
ทุกอย่างผ่านพ้นไปได้ด้วยดี เมื่อมาถึงวันรับปริญญาพริมาก็ชะเง้อคอมองเถื่อนแต่ก็ไร้เงาของเขา
"มองหาใครอยู่เหรอพรีม" เพื่อนๆ เอ่ยถามเมื่อเห็นว่าพริมาเอาแต่ชะเง้อคอมองหาใครอยู่ ในขณะที่เพื่อน ๆ กำลังถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนาน
“ไม่มีอะไรจ้ะ”
“สงสัยจะชะเง้อคอมองหาเฮียเถื่อนแหง ๆ จะถามอยู่ว่าวันนี้เขาไม่มาเหรอ” นาราซึ่งเป็นเพื่อนสนิทเอ่ยถาม
“เฮียบอกว่าถ้าว่างจะมา แต่เฮียงานยุ่งมาก บางทีอาจจะไม่ว่างก็ได้” คนพูดเสียงเศร้าลงไปถนัดตา
“เฮียเถื่อนนี่สาวเยอะมากเลยนะ มีข่าวกับสาว ๆ ไม่เว้นแต่ละวัน แล้วเขาจริงจังกับเธอแค่ไหนกันเหรอ” นาราเอ่ยถามตรงๆ เพราะเป็นห่วงเพื่อน ด้วยว่าคบกันมานานหลายปีแล้ว
เธอเห็นข่าวของเถื่อนออกบ่อย หัวข้อข่าวคือเจ้าของไร่หนุ่มหล่อและโสดยังไม่มีสาวมาดูแลหัวใจแต่ตอนนี้กลับไปไหนมาไหนกับลูกสาวทายาทเจ้าของไร่คนดังของจังหวัดที่กำลังคบหาดูใจกันอยู่
“พรีมก็ไม่รู้เหมือนกัน เฮียแค่คบกับพรีมนานกว่าคนอื่นก็แค่นั้นเอง” พริมาเอ่ยตอบแล้วรู้สึกเจ็บลึกในอก เธอเป็นได้แค่ไหนในหัวใจของเขา เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกัน อาจเพราะเถื่อนให้ข่าวเสมอว่าเขาโสดและยังไม่มีเจ้าของหัวใจ ทำให้สาวน้อยสาวใหญ่อยากครอบครองเขาด้วยกันแทบทั้งนั้น
“ขอโทษนะที่ทำให้คิดมาก”
“ไม่หรอกเราชินเสียแล้ว”
“รีบเข้าหอประชุมกันเถอะ จะเริ่มพิธีแล้ว” ประโยคของนาราทำให้พริมมาจำต้องเดินตามเพื่อนเข้าไปในหอประชุม และฝากกระเป๋ากับอุปกรณ์สื่อสารทุกชนิดเอาไว้กับพี่สาวของนารา
เถื่อนที่มองหญิงสาวมาแต่ไกลล้วงมือเข้าไปในกระเป๋า เขามาทันได้เห็นเธอก่อนเข้าหอประชุม เพราะยุ่งมาหลายวัน ต้องเคลียร์งานให้เสร็จถึงจะมาหาเธอได้
ทำไมเขาจะจำไม่ได้ว่าวันนี้เป็นวันรับปริญญาของเธอ ที่หายไปหลายวันเพราะต้องการเคลียร์ทุกอย่างให้เรียบร้อย เพื่อที่จะได้มางานรับปริญญาของเธอและมีเวลาอยู่กับเธอตลอดวัน
พริมาได้รับเกียรตินิยมอันดับหนึ่งเพราะเธอตั้งใจเรียนและเรียนเก่งมาก ทำให้เธอได้รับปริญญาเป็นอันดับต้น ๆ ของคณะ และนักศึกษาคนอื่นที่จะรับปริญญาก็จะถูกเรียงชื่อตามลำดับตัวอักษรใครมีพยัญชนะตัวแรก ๆ ก็จะได้รับก่อน ใครพยัญชนะตัวท้าย ๆ ก็ได้จะรับเป็นคนสุดท้าย ยกเว้นเกียรตินิยม ไม่ว่าจะขึ้นต้นด้วยพยัญชนะตัวใดก็จะได้รับก่อนเสมอ
บัณฑิตทุกคนทยอยกันออกมาจากหอประชุมของทางมหาวิทยาลัยหลังจากรับปริญญาเรียบร้อยแล้ว
พริมาชะงักเท้าเมื่อเห็นร่างสูงโดดเด่นหล่อเหลากำลังยืนอยู่เบื้องหน้าของเธอ ในมือของเขาถือช่อดอกไม้ช่อใหญ่เอาไว้ ในขณะที่กำลังเดินมาหาเธอ
“เฮีย” เธอเรียกชื่อเขาด้วยรอยยิ้ม น้ำตาแทบรินไหล ดีใจที่เขามาจนได้
“ยินดีด้วยนะ” เขายื่นช่อดอกไม้ให้เธอ เธอรับไปถือเอาไว้ ก่อนจะกล่าวขอบคุณ
“ขอบคุณค่ะ เอ๊ะ! นี่อะไรคะ” เธอมองกุญแจรถยนต์ในช่อดอกไม้อย่างแปลกใจ ก่อนจะหยิบมันขึ้นมาดู
“ของขวัญสำหรับบัณฑิตใหม่” ประโยคของเขาทำให้เธอยิ้มกว้างหัวใจพองโตคับอก
รถยนต์คันเล็กน่ารักแต่ราคาแพงลิ่วเหมาะกับบัณฑิตเพิ่งจบใหม่วิ่งมาเทียบลงตรงหน้าของเธอ นั่นทำให้พริมาตื่นเต้นไม่น้อย เธอเคยคิดว่าจะทำงานเก็บเงินซื้อรถสักคัน แต่ไม่คิดว่าเถื่อนจะเซอร์ไพร้ส์ซื้อให้เธอแบบนี้
ลูกน้องของเถื่อนคำนับให้เจ้านายก่อนจะส่งกุญแจรถสำรองให้ รถคันเล็กแต่ราคาแพงลิ่วตรงหน้าสีสันถูกใจพริมายิ่งนักเพราะเธอชอบสีแดง ทำให้เธอต้องเดินเข้าไปลูบไล้เบา ๆ
“ชอบไหม” เถื่อนเอ่ยถามหญิงสาว
“ชอบมาก ๆ เลยค่ะ เฮียซื้อให้พรีมจริง ๆ เหรอคะ” เธอชี้มาที่ตัวเอง ไม่แน่ใจว่าเขาซื้อให้เธอจริง ๆ หรือเธอฝันไป
“ใช่เฮียซื้อให้พรีม” เขาพยักหน้าให้เธอ ทำให้พริมาถึงกับยิ้มกว้าง การเซอร์ไพร้ส์บัณฑิตใหม่ด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ด้วยรถยนต์ป้ายแดงราคาแพงลิ่วทำให้เป็นที่ฮือฮาแก่เหล่าบัณฑิตคนอื่น ๆ ในมหาวิทยาลัย
“นี่ของส่วนตัวของพรีมจ้ะ” นารานำของส่วนตัวมาให้เพื่อน ก่อนจะถ่ายรูปด้วยกันโดยมีเถื่อนเป็นตากล้องให้
พริมาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเขาจะมีเวลามางานรับปริญญาของเธอและมาถ่ายรูปให้แบบนี้ ตลอดระยะเวลาสี่ปีที่ได้อยู่ด้วยกัน เขาไม่ค่อยมีเวลาให้เธอนอกจากต้องการเธอ มีแค่พักหลัง ๆ ที่คิดถึงเขาก็มาให้เห็นหน้าอยู่เสมอ
“ก็แค่เมียน้อยเมียเก็บ เขาเบื่อเมื่อไหร่ก็พร้อมเขี่ยทิ้ง” ในขณะที่พริมาปลีกตัวจากเถื่อนมาเข้าห้องน้ำ หลังจากถ่ายรูปกับเพื่อน ๆ จนเหนื่อยแล้ว เสียงหาเรื่องก็ดังขึ้น
วิกานดากับภัสราที่ล้างมืออยู่ใกล้ ๆ เหยียดยิ้ม สองสาวเป็นเพื่อนร่วมชั้นกับเธอ ชอบดูถูกดูแคลนและเหยียดคนอื่น พริมาไม่ชอบสองสาวเลย ไม่อยากจะเสวนาด้วยจึงหลีกเลี่ยงที่จะประจันหน้า เพราะไม่อยากมีเรื่อง
“วิ”“ว่าไงเหรอจ๊ะภัส”“พวกเมียเก็บนี่มันเป็นแบบนี้ทุกคนรึเปล่า”“เป็นยังไงเหรอ”“ชอบอ่อยผู้ชายไม่เลือก ยอมอ้าแขนอ้าขาให้เขาเอาเพื่อให้ได้เงิน พวกเอาตัวเข้าแลกน่ะ”“ต้องเป็นแบบนี้ทุกคนอยู่แล้วละจ้ะ”พริมากำหมัดแน่น เธอหยุดชะงักระหว่างจะเดินไปตบนังสองตัวนั่นกับสงบสติอารมณ์เอาไว้ เธอควรสงบสติอารมณ์เอาไว้แล้วก็ควรตอกคนทั้งสองกลับไปให้หน้าหงาย แทนที่จะทำท่าทีร้อนตัวให้พวกหล่อนเยาะเย้ยเอาได้อีก“พวกเธอสองคนนี่รู้เรื่องเมียน้อยเมียเก็บดีจังเลยนะ หรือว่าทุกวันนี้ทำอาชีพนี้อยู่ล่ะจ๊ะ” พริมาหมุนกายกลับไปพลางเอ่ยถามยิ้ม ๆ“นี่เธอ ฉันหมายถึงเธอนั่นแหละ” ภัสสรเผลอพูดออกไป ก่อนจะยกมือขึ้นปิดปาก แต่สักพักก็เหยียดยิ้ม คิดว่าไม่ได้ทำอะไรผิด เธอพูดเรื่องจริงทุกอย่าง“หมายถึงฉันก็พูดกันตรง ๆ ด่ากันตรง ๆ มาเที่ยวพูดจากระทบกระเทียบแดกดันทำตัวเหมือนพวก...”“พวกอะไรย่ะ” ภัสราเอ่ยถามกลับไป“พวกขี้อิจฉายังไงล่ะ พวกขี้อิจฉาที่เห็นคนอื่นได้ดีกว่าไม่ได้ ก็จะดิ้น ๆ ๆ เหมือนพวกไส้เดือนโดนน้ำร้อนลวก”“เป็นนางบำเรอให้พวกเศรษฐีกระเป๋าหนักน่ะเหรอที่ได้ดี อีโธ่เอ๊ย!”“เธอรู้ได้ยังไงว่าฉันเป็นนางบำเรอให้เศรษฐีกระเป๋าหน
พริมาได้รับไลน์จากกลุ่มเพื่อนสนิทของเธอ ก่อนที่จะอาบน้ำแต่งตัวออกไปข้างนอกเพื่อจัดการกับเรื่องรับปริญญาในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ก่อนรับจริง จะมีการซ้อมใหญ่ก่อน และหลังจากนั้นก็จะกำหนดพระราชทานปริญญาบัตร ซึ่งห่างกันไม่มากนักทุกอย่างผ่านพ้นไปได้ด้วยดี เมื่อมาถึงวันรับปริญญาพริมาก็ชะเง้อคอมองเถื่อนแต่ก็ไร้เงาของเขา"มองหาใครอยู่เหรอพรีม" เพื่อนๆ เอ่ยถามเมื่อเห็นว่าพริมาเอาแต่ชะเง้อคอมองหาใครอยู่ ในขณะที่เพื่อน ๆ กำลังถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนาน“ไม่มีอะไรจ้ะ”“สงสัยจะชะเง้อคอมองหาเฮียเถื่อนแหง ๆ จะถามอยู่ว่าวันนี้เขาไม่มาเหรอ” นาราซึ่งเป็นเพื่อนสนิทเอ่ยถาม“เฮียบอกว่าถ้าว่างจะมา แต่เฮียงานยุ่งมาก บางทีอาจจะไม่ว่างก็ได้” คนพูดเสียงเศร้าลงไปถนัดตา“เฮียเถื่อนนี่สาวเยอะมากเลยนะ มีข่าวกับสาว ๆ ไม่เว้นแต่ละวัน แล้วเขาจริงจังกับเธอแค่ไหนกันเหรอ” นาราเอ่ยถามตรงๆ เพราะเป็นห่วงเพื่อน ด้วยว่าคบกันมานานหลายปีแล้วเธอเห็นข่าวของเถื่อนออกบ่อย หัวข้อข่าวคือเจ้าของไร่หนุ่มหล่อและโสดยังไม่มีสาวมาดูแลหัวใจแต่ตอนนี้กลับไปไหนมาไหนกับลูกสาวทายาทเจ้าของไร่คนดังของจังหวัดที่กำลังคบหาดูใจกันอยู่“พรีมก็ไม่รู้เหมือน
อาหารมื้อค่ำทำเอาพริมาตาโต เพราะล้วนแต่เป็นของโปรดของเธอแทบทั้งสิ้น กลิ่นอาหารหอมกรุ่น ไวน์เลิศรสและแสงเทียนสว่างไสวดูแล้วช่างโรแมนติกเป็นที่สุด“วันนี้เฮียดูใจดีจังเลยค่ะ”“เลี้ยงฉลองที่เรียนจบไง” เขายกแก้วไวน์ขึ้นชนกับเธอ พริมายิ้มก่อนจะชนแก้วกับเขาและดื่มไวน์ไปพร้อมกับรับประทานอาหาร“ของโปรดของพรีมทั้งนั้นเลยค่ะ เฮียน่ารักที่สุดเลย”“ก็วันนี้พรีมน่ารักกับเฮียไง คืนนี้ต้องจัดเต็มอีกนะ”เธอทอดสายตามองเถื่อนด้วยแววหวานหยาดเยิ้ม นิ้วเรียวสวยสัมผัสเบา ๆ ไปกับปากแก้วเครื่องดื่มเลิศรส ก่อนจะช้อนสายตาขึ้นมองคนที่นั่งตรงข้ามกับเธอท่าทียั่วยวนของเธอทำให้เขารู้สึกกระหายอยากเป็นที่สุด“มาหาเฮียหน่อยสิ” เขาตบหน้าตักของตัวเองไปมา พลางเรียกเธอมาหาคนถูกเรียกถึงกับสะท้าน ก่อนจะเดินไปทรุดตัวนั่งลงบนตักแกร่งมือหนาโอบเอวบางของเธอเอาไว้ พลางลูบไล้ไปตามสีข้างของเธอ“เฮียคะ”“ว่าไง”“ไม่กินอาหารกันต่อเหรอคะ”“ก็กินสิ เฮียว่าเฮียมีอะไรน่ากินกว่าอาหารอีกนะ” สายตาของเขาทำให้เธอร้อน ๆ หนาว ๆ เหลือประมาณ“อะไรเหรอคะ” เธอเอ่ยถาม พลางกัดปากเบา ๆ“ก็คนที่นั่งอยู่บนตักของเฮียไง น่ากินกว่าอาหารอีก”“เฮียคะ” เธอ
“เขาไม่มีวันเปลี่ยนใจไปชอบคนอื่นหรอก” เถื่อนพูดอย่างมั่นใจ คนปากหนักทำเอาน้องชายทั้งสามมองสบตากัน แล้วพูดในใจว่าจะคอยดูเถื่อนขับรถเข้าเมืองไปรับพริมาในเย็นของอีกวันหนึ่ง ร่างบอบบางในชุดนักศึกษารีบเดินมาขึ้นรถที่จอดรออยู่ เธอจำรถคันหรู ราคาแพงลิ่วของเขาได้ดี“รอนานไหมคะเฮีย” พริมาเอ่ยถาม ก่อนจะยิ้มหวานส่งมาให้เขา“นาน” เขาตอบสั้น ๆ ก่อนจะจิ้มที่แก้มของตัวเอง ทำให้เธอต้องมองซ้ายมองขวาเพราะกลัวใครเห็น“ไม่มีใครเห็นหรอกน่า รถติดฟิล์มทึบขนาดนี้” สิ้นประโยคของเขาเธอก็ขยับใบหน้าเข้าไปใกล้ก่อนจะหอมแก้มเขาฟอดใหญ่มือหนาของเถื่อนเลื่อนมาลูบไล้มือนิ่มของพริมาเบา ๆ ก่อนจะยกขึ้นมาจุมพิตแล้วใบหน้าคมเข้มหล่อเหลาก็ขยับเข้าหา ทำท่าจะจูบเธอ“เฮียคะ อย่าค่ะ นี่มันหน้ามหาวิทยาลัยนะคะ” เธอดันปลายคางของเขาออกห่าง แต่มือหนาก็ล้วงเข้าไปในกระโปรงสั้นของเธอเพื่อสัมผัสกับกลีบกายสาว“เฮียคะ”“เยิ้มขนาดนี้ มีอารมณ์เหรอ” น้ำเสียงของเขาแหบพร่า ใบหน้าเต็มไปด้วยความกระหาย เขากัดปากเบา ๆ ทำเอาหัวใจของพริมาสั่นไหวอย่างรุนแรง“คืนนี้เฮียค้างด้วยนะ”“คอนโดของเฮียนี่คะ เฮียจะนอนหรือไม่นอนก็ได้ พรีมเป็นแค่คนอาศัยเอง” เธอช
ณ ไร่ อันกว้างใหญ่ไพศาล ร่างสูงสง่าของเถื่อน อภิกานต์ กำลังควบม้าพันธุ์ดีสีดำสนิทมุ่งตรงมายังกลุ่มของหนุ่มหล่อที่กำลังนั่งจิบไวน์กันอย่างออกรสเพื่อชมพระอาทิตย์ตกดินที่สวยงามตรงริมหน้าผาที่มองเห็นภูเขาสูงเสียดฟ้า และวิวทิวทัศน์อันสวยงามของสวนดอกไม้นานาพันธุ์น้อง ๆ ของเถื่อนทุกคนกำลังรอพี่ชายคนโตเหมือนเช่นเคย ทั้งหมดเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน เพราะบิดาของแต่ละคนเป็นพี่น้องที่คลานตามกันมา ซึ่งตระกูลอภิกานต์มีลูกชายสี่คน หลังจากแต่งงานก็มีลูกชายอีกครอบครัวละคนเถื่อนหรือเฮียเถื่อน พันพงศ์ อภิกานต์คือพี่คนโต รองจากนั้นคือปืน พันไท อภิกานต์ น้องคนที่สามคือเสือ พันหาญ อภิกานต์และสิงห์ พันแสน อภิกานต์ น้องสุดท้องของตระกูลที่อายุห่างกันเพียงแค่ปีเศษเถื่อนลงมาจากหลังม้าด้วยท่วงท่าสง่างาม พร้อมด้วยบรรดาน้อง ๆ ที่เอ่ยทักทายพี่ชายด้วยรอยยิ้ม“ม้าตัวใหม่ของเฮียนี่โคตรสวยเลย” ปืนมองม้าสีดำสนิทที่เถื่อนเพิ่งได้มาครอบครองและตั้งชื่อว่าเจ้านิลอย่างสนใจเถื่อนเป็นพี่ใหญ่สุดของตระกูล ปีนี้อายุสามสิบเก้า ในขณะที่ปืนอายุสามสิบเจ็ด เสืออายุสามสิบห้า และน้องคนเล็กอายุสามสิบสามตามลำดับ“เจ้าหมอกก็สวย เฮียเลือกกับ







