LOGINอาหารมื้อค่ำทำเอาพริมาตาโต เพราะล้วนแต่เป็นของโปรดของเธอแทบทั้งสิ้น กลิ่นอาหารหอมกรุ่น ไวน์เลิศรสและแสงเทียนสว่างไสวดูแล้วช่างโรแมนติกเป็นที่สุด
“วันนี้เฮียดูใจดีจังเลยค่ะ”
“เลี้ยงฉลองที่เรียนจบไง” เขายกแก้วไวน์ขึ้นชนกับเธอ พริมายิ้มก่อนจะชนแก้วกับเขาและดื่มไวน์ไปพร้อมกับรับประทานอาหาร
“ของโปรดของพรีมทั้งนั้นเลยค่ะ เฮียน่ารักที่สุดเลย”
“ก็วันนี้พรีมน่ารักกับเฮียไง คืนนี้ต้องจัดเต็มอีกนะ”
เธอทอดสายตามองเถื่อนด้วยแววหวานหยาดเยิ้ม นิ้วเรียวสวยสัมผัสเบา ๆ ไปกับปากแก้วเครื่องดื่มเลิศรส ก่อนจะช้อนสายตาขึ้นมองคนที่นั่งตรงข้ามกับเธอ
ท่าทียั่วยวนของเธอทำให้เขารู้สึกกระหายอยากเป็นที่สุด
“มาหาเฮียหน่อยสิ” เขาตบหน้าตักของตัวเองไปมา พลางเรียกเธอมาหา
คนถูกเรียกถึงกับสะท้าน ก่อนจะเดินไปทรุดตัวนั่งลงบนตักแกร่ง
มือหนาโอบเอวบางของเธอเอาไว้ พลางลูบไล้ไปตามสีข้างของเธอ
“เฮียคะ”
“ว่าไง”
“ไม่กินอาหารกันต่อเหรอคะ”
“ก็กินสิ เฮียว่าเฮียมีอะไรน่ากินกว่าอาหารอีกนะ” สายตาของเขาทำให้เธอร้อน ๆ หนาว ๆ เหลือประมาณ
“อะไรเหรอคะ” เธอเอ่ยถาม พลางกัดปากเบา ๆ
“ก็คนที่นั่งอยู่บนตักของเฮียไง น่ากินกว่าอาหารอีก”
“เฮียคะ” เธอจับมือของเขาเอาไว้
“ทำไม”
“ตรงนี้เลยเหรอคะ”
“ทำไม” เขาถามซ้ำ
“ก็เรากำลังกินข้าวกันอยู่”
“ทำยังกับไม่เคยกินกันตอนกินข้าว”
พริมาปรือตาตื่นขึ้นมาก็พบว่าตนเองนอนอยู่เพียงลำพัง เธอได้รับข้อความจากโทรศัพท์มือถือ จึงเปิดอ่าน พบว่าเป็นเงินที่โอนเข้ามาจำนวนห้าหมื่นบาทจากเถื่อน
“เฮียกลับทำไมไม่บอกพรีมล่ะคะ” เธอโทร. ไปถามเขาอย่างน้อยใจ
“เห็นนอนหลับสบายเลยไม่อยากปลุก”
“เฮียโอนเงินให้พรีมทำไมคะ”
“บอกว่าจะรับปริญญาไม่ใช่เหรอ”
“ใช่ค่ะ”
“เป็นค่าใช้จ่ายตอนรับปริญญา”
“ขอบคุณค่ะ” เขาพร้อมเปย์เสมอ พริมาถึงกับยิ้ม เธอไม่ต้องเอ่ยปากเขาก็ทราบความต้องการของเธอ
“ไม่พอก็ขอเพิ่มได้นะ”
“พอเยอะแยะไปค่ะ วันรับปริญญาของพรีม เฮียอย่าลืมมานะคะ” เธอบอกเขาอย่างตื่นเต้น อยากให้เขามาจริงๆ
“ถ้าว่างนะ” ประโยคนั้นทำให้เธอใจแป้วเล็กน้อย แต่ก็ปลอบใจตัวเองว่าเขาเองก็มีงานเยอะและค่อนข้างยุ่ง ถ้าเขาไม่ว่างก็ค่อยฉลองกันวันหลังก็ได้
ไม่ใช่เธอจะไม่รู้ว่าเถื่อนมีผู้หญิงมากมายรอบกาย เขาไม่เคยขาดแคลนผู้หญิง แค่ว่าเธอเป็นปิ่นโตเถาเดียวที่เขากินนานที่สุด แต่ลึกๆ เธอก็หวั่นใจว่าเขาจะเบื่อและตีจากในเร็ววัน ไปหาปิ่นโตเถาใหม่ที่น่ากินและอร่อยกว่า
เคยคิดเสมอว่าอยากเป็นปิ่นโตเถาเดียวให้เขากินไปตลอดชีวิต แต่คนแบบเถื่อนมีตัวเลือกมากมาย เขาคงไม่ลงเอยที่ใครง่ายๆ พอคิดเรื่องนี้ก็ทำให้พริมาหัวใจห่อเหี่ยวทุกครั้ง
“วิ”“ว่าไงเหรอจ๊ะภัส”“พวกเมียเก็บนี่มันเป็นแบบนี้ทุกคนรึเปล่า”“เป็นยังไงเหรอ”“ชอบอ่อยผู้ชายไม่เลือก ยอมอ้าแขนอ้าขาให้เขาเอาเพื่อให้ได้เงิน พวกเอาตัวเข้าแลกน่ะ”“ต้องเป็นแบบนี้ทุกคนอยู่แล้วละจ้ะ”พริมากำหมัดแน่น เธอหยุดชะงักระหว่างจะเดินไปตบนังสองตัวนั่นกับสงบสติอารมณ์เอาไว้ เธอควรสงบสติอารมณ์เอาไว้แล้วก็ควรตอกคนทั้งสองกลับไปให้หน้าหงาย แทนที่จะทำท่าทีร้อนตัวให้พวกหล่อนเยาะเย้ยเอาได้อีก“พวกเธอสองคนนี่รู้เรื่องเมียน้อยเมียเก็บดีจังเลยนะ หรือว่าทุกวันนี้ทำอาชีพนี้อยู่ล่ะจ๊ะ” พริมาหมุนกายกลับไปพลางเอ่ยถามยิ้ม ๆ“นี่เธอ ฉันหมายถึงเธอนั่นแหละ” ภัสสรเผลอพูดออกไป ก่อนจะยกมือขึ้นปิดปาก แต่สักพักก็เหยียดยิ้ม คิดว่าไม่ได้ทำอะไรผิด เธอพูดเรื่องจริงทุกอย่าง“หมายถึงฉันก็พูดกันตรง ๆ ด่ากันตรง ๆ มาเที่ยวพูดจากระทบกระเทียบแดกดันทำตัวเหมือนพวก...”“พวกอะไรย่ะ” ภัสราเอ่ยถามกลับไป“พวกขี้อิจฉายังไงล่ะ พวกขี้อิจฉาที่เห็นคนอื่นได้ดีกว่าไม่ได้ ก็จะดิ้น ๆ ๆ เหมือนพวกไส้เดือนโดนน้ำร้อนลวก”“เป็นนางบำเรอให้พวกเศรษฐีกระเป๋าหนักน่ะเหรอที่ได้ดี อีโธ่เอ๊ย!”“เธอรู้ได้ยังไงว่าฉันเป็นนางบำเรอให้เศรษฐีกระเป๋าหน
พริมาได้รับไลน์จากกลุ่มเพื่อนสนิทของเธอ ก่อนที่จะอาบน้ำแต่งตัวออกไปข้างนอกเพื่อจัดการกับเรื่องรับปริญญาในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ก่อนรับจริง จะมีการซ้อมใหญ่ก่อน และหลังจากนั้นก็จะกำหนดพระราชทานปริญญาบัตร ซึ่งห่างกันไม่มากนักทุกอย่างผ่านพ้นไปได้ด้วยดี เมื่อมาถึงวันรับปริญญาพริมาก็ชะเง้อคอมองเถื่อนแต่ก็ไร้เงาของเขา"มองหาใครอยู่เหรอพรีม" เพื่อนๆ เอ่ยถามเมื่อเห็นว่าพริมาเอาแต่ชะเง้อคอมองหาใครอยู่ ในขณะที่เพื่อน ๆ กำลังถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนาน“ไม่มีอะไรจ้ะ”“สงสัยจะชะเง้อคอมองหาเฮียเถื่อนแหง ๆ จะถามอยู่ว่าวันนี้เขาไม่มาเหรอ” นาราซึ่งเป็นเพื่อนสนิทเอ่ยถาม“เฮียบอกว่าถ้าว่างจะมา แต่เฮียงานยุ่งมาก บางทีอาจจะไม่ว่างก็ได้” คนพูดเสียงเศร้าลงไปถนัดตา“เฮียเถื่อนนี่สาวเยอะมากเลยนะ มีข่าวกับสาว ๆ ไม่เว้นแต่ละวัน แล้วเขาจริงจังกับเธอแค่ไหนกันเหรอ” นาราเอ่ยถามตรงๆ เพราะเป็นห่วงเพื่อน ด้วยว่าคบกันมานานหลายปีแล้วเธอเห็นข่าวของเถื่อนออกบ่อย หัวข้อข่าวคือเจ้าของไร่หนุ่มหล่อและโสดยังไม่มีสาวมาดูแลหัวใจแต่ตอนนี้กลับไปไหนมาไหนกับลูกสาวทายาทเจ้าของไร่คนดังของจังหวัดที่กำลังคบหาดูใจกันอยู่“พรีมก็ไม่รู้เหมือน
อาหารมื้อค่ำทำเอาพริมาตาโต เพราะล้วนแต่เป็นของโปรดของเธอแทบทั้งสิ้น กลิ่นอาหารหอมกรุ่น ไวน์เลิศรสและแสงเทียนสว่างไสวดูแล้วช่างโรแมนติกเป็นที่สุด“วันนี้เฮียดูใจดีจังเลยค่ะ”“เลี้ยงฉลองที่เรียนจบไง” เขายกแก้วไวน์ขึ้นชนกับเธอ พริมายิ้มก่อนจะชนแก้วกับเขาและดื่มไวน์ไปพร้อมกับรับประทานอาหาร“ของโปรดของพรีมทั้งนั้นเลยค่ะ เฮียน่ารักที่สุดเลย”“ก็วันนี้พรีมน่ารักกับเฮียไง คืนนี้ต้องจัดเต็มอีกนะ”เธอทอดสายตามองเถื่อนด้วยแววหวานหยาดเยิ้ม นิ้วเรียวสวยสัมผัสเบา ๆ ไปกับปากแก้วเครื่องดื่มเลิศรส ก่อนจะช้อนสายตาขึ้นมองคนที่นั่งตรงข้ามกับเธอท่าทียั่วยวนของเธอทำให้เขารู้สึกกระหายอยากเป็นที่สุด“มาหาเฮียหน่อยสิ” เขาตบหน้าตักของตัวเองไปมา พลางเรียกเธอมาหาคนถูกเรียกถึงกับสะท้าน ก่อนจะเดินไปทรุดตัวนั่งลงบนตักแกร่งมือหนาโอบเอวบางของเธอเอาไว้ พลางลูบไล้ไปตามสีข้างของเธอ“เฮียคะ”“ว่าไง”“ไม่กินอาหารกันต่อเหรอคะ”“ก็กินสิ เฮียว่าเฮียมีอะไรน่ากินกว่าอาหารอีกนะ” สายตาของเขาทำให้เธอร้อน ๆ หนาว ๆ เหลือประมาณ“อะไรเหรอคะ” เธอเอ่ยถาม พลางกัดปากเบา ๆ“ก็คนที่นั่งอยู่บนตักของเฮียไง น่ากินกว่าอาหารอีก”“เฮียคะ” เธอ
“เขาไม่มีวันเปลี่ยนใจไปชอบคนอื่นหรอก” เถื่อนพูดอย่างมั่นใจ คนปากหนักทำเอาน้องชายทั้งสามมองสบตากัน แล้วพูดในใจว่าจะคอยดูเถื่อนขับรถเข้าเมืองไปรับพริมาในเย็นของอีกวันหนึ่ง ร่างบอบบางในชุดนักศึกษารีบเดินมาขึ้นรถที่จอดรออยู่ เธอจำรถคันหรู ราคาแพงลิ่วของเขาได้ดี“รอนานไหมคะเฮีย” พริมาเอ่ยถาม ก่อนจะยิ้มหวานส่งมาให้เขา“นาน” เขาตอบสั้น ๆ ก่อนจะจิ้มที่แก้มของตัวเอง ทำให้เธอต้องมองซ้ายมองขวาเพราะกลัวใครเห็น“ไม่มีใครเห็นหรอกน่า รถติดฟิล์มทึบขนาดนี้” สิ้นประโยคของเขาเธอก็ขยับใบหน้าเข้าไปใกล้ก่อนจะหอมแก้มเขาฟอดใหญ่มือหนาของเถื่อนเลื่อนมาลูบไล้มือนิ่มของพริมาเบา ๆ ก่อนจะยกขึ้นมาจุมพิตแล้วใบหน้าคมเข้มหล่อเหลาก็ขยับเข้าหา ทำท่าจะจูบเธอ“เฮียคะ อย่าค่ะ นี่มันหน้ามหาวิทยาลัยนะคะ” เธอดันปลายคางของเขาออกห่าง แต่มือหนาก็ล้วงเข้าไปในกระโปรงสั้นของเธอเพื่อสัมผัสกับกลีบกายสาว“เฮียคะ”“เยิ้มขนาดนี้ มีอารมณ์เหรอ” น้ำเสียงของเขาแหบพร่า ใบหน้าเต็มไปด้วยความกระหาย เขากัดปากเบา ๆ ทำเอาหัวใจของพริมาสั่นไหวอย่างรุนแรง“คืนนี้เฮียค้างด้วยนะ”“คอนโดของเฮียนี่คะ เฮียจะนอนหรือไม่นอนก็ได้ พรีมเป็นแค่คนอาศัยเอง” เธอช
ณ ไร่ อันกว้างใหญ่ไพศาล ร่างสูงสง่าของเถื่อน อภิกานต์ กำลังควบม้าพันธุ์ดีสีดำสนิทมุ่งตรงมายังกลุ่มของหนุ่มหล่อที่กำลังนั่งจิบไวน์กันอย่างออกรสเพื่อชมพระอาทิตย์ตกดินที่สวยงามตรงริมหน้าผาที่มองเห็นภูเขาสูงเสียดฟ้า และวิวทิวทัศน์อันสวยงามของสวนดอกไม้นานาพันธุ์น้อง ๆ ของเถื่อนทุกคนกำลังรอพี่ชายคนโตเหมือนเช่นเคย ทั้งหมดเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน เพราะบิดาของแต่ละคนเป็นพี่น้องที่คลานตามกันมา ซึ่งตระกูลอภิกานต์มีลูกชายสี่คน หลังจากแต่งงานก็มีลูกชายอีกครอบครัวละคนเถื่อนหรือเฮียเถื่อน พันพงศ์ อภิกานต์คือพี่คนโต รองจากนั้นคือปืน พันไท อภิกานต์ น้องคนที่สามคือเสือ พันหาญ อภิกานต์และสิงห์ พันแสน อภิกานต์ น้องสุดท้องของตระกูลที่อายุห่างกันเพียงแค่ปีเศษเถื่อนลงมาจากหลังม้าด้วยท่วงท่าสง่างาม พร้อมด้วยบรรดาน้อง ๆ ที่เอ่ยทักทายพี่ชายด้วยรอยยิ้ม“ม้าตัวใหม่ของเฮียนี่โคตรสวยเลย” ปืนมองม้าสีดำสนิทที่เถื่อนเพิ่งได้มาครอบครองและตั้งชื่อว่าเจ้านิลอย่างสนใจเถื่อนเป็นพี่ใหญ่สุดของตระกูล ปีนี้อายุสามสิบเก้า ในขณะที่ปืนอายุสามสิบเจ็ด เสืออายุสามสิบห้า และน้องคนเล็กอายุสามสิบสามตามลำดับ“เจ้าหมอกก็สวย เฮียเลือกกับ





![summer เมษาพาเสียว [NC30+] + [PWP]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

