LOGIN“เขาไม่มีวันเปลี่ยนใจไปชอบคนอื่นหรอก” เถื่อนพูดอย่างมั่นใจ คนปากหนักทำเอาน้องชายทั้งสามมองสบตากัน แล้วพูดในใจว่าจะคอยดู
เถื่อนขับรถเข้าเมืองไปรับพริมาในเย็นของอีกวันหนึ่ง ร่างบอบบางในชุดนักศึกษารีบเดินมาขึ้นรถที่จอดรออยู่ เธอจำรถคันหรู ราคาแพงลิ่วของเขาได้ดี
“รอนานไหมคะเฮีย” พริมาเอ่ยถาม ก่อนจะยิ้มหวานส่งมาให้เขา
“นาน” เขาตอบสั้น ๆ ก่อนจะจิ้มที่แก้มของตัวเอง ทำให้เธอต้องมองซ้ายมองขวาเพราะกลัวใครเห็น
“ไม่มีใครเห็นหรอกน่า รถติดฟิล์มทึบขนาดนี้” สิ้นประโยคของเขาเธอก็ขยับใบหน้าเข้าไปใกล้ก่อนจะหอมแก้มเขาฟอดใหญ่
มือหนาของเถื่อนเลื่อนมาลูบไล้มือนิ่มของพริมาเบา ๆ ก่อนจะยกขึ้นมาจุมพิตแล้วใบหน้าคมเข้มหล่อเหลาก็ขยับเข้าหา ทำท่าจะจูบเธอ
“เฮียคะ อย่าค่ะ นี่มันหน้ามหาวิทยาลัยนะคะ” เธอดันปลายคางของเขาออกห่าง แต่มือหนาก็ล้วงเข้าไปในกระโปรงสั้นของเธอเพื่อสัมผัสกับกลีบกายสาว
“เฮียคะ”
“เยิ้มขนาดนี้ มีอารมณ์เหรอ” น้ำเสียงของเขาแหบพร่า ใบหน้าเต็มไปด้วยความกระหาย เขากัดปากเบา ๆ ทำเอาหัวใจของพริมาสั่นไหวอย่างรุนแรง
“คืนนี้เฮียค้างด้วยนะ”
“คอนโดของเฮียนี่คะ เฮียจะนอนหรือไม่นอนก็ได้ พรีมเป็นแค่คนอาศัยเอง” เธอชะงักเมื่อเขายื่นเอกสารมาตรงหน้า
“อะไรเหรอคะ”
“เปิดดูสิ” เถื่อนควบรถกลับคอนโดฯ อย่างเร็วรี่ เขายอมรับว่าหิวร่างน้อยแสนหวานนี้เหลือเกิน
พริมาเปิดเอกสารด้านในออกดูก่อนที่เธอจะตาโต มองซีกหน้าหล่อเหลาของคนที่กำลังตั้งใจขับรถอย่างตกตะลึง
“ของไหมของขวัญของเฮีย”
“เฮียโอนคอนโดเป็นชื่อของพรีมเหรอคะ”
“เป็นของขวัญที่ตั้งใจเรียนจนใกล้จบแล้ว” ประโยคของเขาทำให้เธอตื้นตันใจยิ่งนัก ที่เธอเรียนจบได้เพราะเถื่อน ค่าเทอมกับค่าใช้จ่ายในการเรียนทุกอย่างเขาเป็นคนออกให้ เถื่อนเป็นคนสปอร์ต พร้อมเปย์ และรวยมาก เขามีเงินมากมายที่จะทำอะไรก็ได้ ในขณะที่เธอยากจนเหลือแสน ทำงานปากกัดตีนถีบกว่าจะมีเงินเอาไว้ใช้จ่ายแต่ละบาทแต่ละสตางค์
“ขอบคุณนะคะเฮีย” เธอยกมือไหว้เขา เคยฝันว่าจะมีบ้านหรือคอนโดฯ สวยๆ เป็นของตัวเองสักหลัง แล้วเขาก็ทำให้ฝันของเธอเป็นจริง
ขับรถมาอีกไม่นาน เถื่อนก็เลี้ยวรถเข้ามายังคอนโดฯ หรู ห้องที่เขาซื้อให้พริมมาอยู่เป็นชั้นบนสุดสามารถเห็นวิวทิวทัศน์ในตัวเมืองได้เป็นอย่างดี ด้านบนเงียบและไม่มีใครรบกวน
คอนโดฯ ที่นี่ใกล้มหาวิทยาลัย และอยู่ใกล้แหล่งการค้าต่าง ๆ ทำให้สะดวกสบายในการใช้ชีวิต
เมืองใหญ่แห่งนี้ไม่ต่างจากกรุงเทพฯ มหานคร เพราะเจริญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน
“เรียนจบแล้วคิดว่าจะทำอะไรต่อ” เถื่อนเอ่ยถามหญิงสาวที่มีรอยยิ้มกระชากใจของเขาเสมอ
“อยากหางานทำน่ะค่ะ” เธอเรียนจบในสาขาวิชานิเทศศาสตร์ ก็อยากหางานทำในสายงานที่ตัวเองเรียนอยู่ แต่จริง ๆ แล้วเธอก็มีงานออนไลน์ทำเป็นรายได้เสริมบ้างเล็กน้อย พวกขายครีม ขายอาหารเสริม ทำให้พอมีรายได้อยู่บ้าง อาศัยว่าหน้าตาและหุ่นที่ดีทำให้ขายสินค้าพวกนี้ได้ดี แต่เธอก็เลือกผลิตภัณฑ์ดี ๆ มาขายเพราะใส่ใจผู้บริโภคมากกว่าจะหาเงินเพียงอย่างเดียว
เถื่อนไม่ชอบให้เธอทำงานนัก เขาพูดเสมอว่าเลี้ยงเธอได้ อยากให้เธอตั้งใจเรียนมากกว่า
“เรียนจบแล้วจะทำงานเลยเหรอ”
“ค่ะ”
“เฮียเลี้ยงได้นะ มาเป็นแม่บ้านให้เฮียไหม” ประโยคเชิญชวนของเขาทำให้หัวใจของเธอเต้นแรง
“แม่บ้านที่แปลว่าเมียหรือเปล่าคะ”
“ตอนนี้ก็เป็นไม่ใช่เหรอ” เขาดึงมือของเธอมาจุมพิตเบา ๆ เมื่อเดินเข้ามาในห้องพักเรียบร้อยแล้ว
“เฮียอยากแต่งงานมีลูกกับพรีมไหมคะ” เธอกลั้นใจถามเขาออกไป เพราะเธอรักเขา คาดหวังกับความรักครั้งนี้เหลือเกิน
“อยู่กันไปแบบนี้ก็ดีแล้ว พรีมก็รู้ว่าพรีมเป็นผู้หญิงที่เฮียคบนานที่สุด” เธอน่าจะดีใจใช่ไหมที่เธอเป็นผู้หญิงที่เขาคบนานสุด พริมาเอ่ยถามตัวเองในใจ แต่เธอก็ไม่มีเวลาได้คิดอันใดอีก เมื่อเขากดร่างเธอไปกับผนังก่อนจะบดจูบริมฝีปากน้อยอย่างดุเดือด
“เฮียคะ” เธอดันใบหน้าของเขาออกห่าง
“ว่าไง” เสียงของเขาแหบพร่า หอบหายใจรุนแรงด้วยความปรารถนา ร่างกายแข็งแกร่งที่บดเบียดแนบชิดทำให้เธอรับรู้ได้ถึงความแข็งแกร่งที่เบียดเสียดอยู่ตรงเรียวขาของเธอ
“อาบน้ำก่อนได้ไหมคะ เหนียวตัวไปหมดเลย” เธอเอ่ยบอกเขาด้วยน้ำเสียงหอบ ๆ
“ได้สิ” เขายอมถอยห่าง ให้เธอไปอาบน้ำ
“งั้นพรีมอาบก่อนนะคะ” เมื่อเห็นว่าเขายอมถอยเธอจึงรีบเอ่ยบอกเขาออกไป การอาบน้ำชะรำร่างกายให้คลายจากความเหนียวตัวมันทำให้รู้สึกสดชื่น พร้อมที่จะทำกิจกรรมต่าง ๆ หลังจากนี้
สิงห์เห็นภรรยาเป็นแบบนั้น เขาจึงชวนเธอไปทำกิจกรรมในไร่ เก็บผลไม้บ้าง ทำอาหารเลี้ยงคนงานบ้าง ออกกำลังกายบ้าง และเขาก็มีของขวัญพิเศษที่จะให้เธอด้วย“คุณแม่คะ เมื่อไหร่เสี่ยสมศักดิ์จะโอนเงินส่วนต่างที่เหลือจากการขายที่ให้คุณแม่สักทีล่ะคะ” กชกรเอ่ยถามมารดา เพราะย้ายมาอยู่กับเสี่ยสมศักดิ์พักใหญ่แล้ว มีแค่เงินทองให้ใช้จ่ายเพียงเล็กน้อย กับที่หลับที่นอนและอาหาร เงินก้อนโตยังไม่ได้รับเลยสักสตางค์แดงเดียว“เสี่ยเขาเอาเงินไปหมุนจ้ะ เขาลงทุนกับธุรกิจใหม่เลยต้องรอไปก่อน”“ไม่ใช่เขาหลอกเราหรอกนะคะคุณแม่”“ไม่หรอกจ้ะ” แรกๆ ดาวาดก็เชื่อใจเสี่ยสมศักดิ์ แต่พอหลัง ๆ นางก็เริ่มที่จะหวาดระแวงเพราะว่านางเองก็ไม่ได้อยู่ในฐานะเมียที่เชิดหน้าชูตา เป็นแค่คนอาศัยเท่านั้น อีกทั้งคนในบ้านก็ไม่ค่อยให้ความยำเกรงสักเท่าใดนัก ด้วยว่าเสี่ยสมศักดิ์นั้นมีผู้หญิงมากหน้าหลายตานั่นเอง“แต่ดูเหมือนคุณแม่จะไม่คิดแบบนั้นนะคะ”“ก็เสี่ยสมศักดิ์บอกว่าจะมีคนมาซื้อไร่แทนเสี่ยเขาน่ะ”“หมายความว่ายังไงเหรอคะ นี่แสดงว่าเสี่ยสมศักดิ์ไม่มีเงินเหรอคะ คุณแม่ทำเรื่องโอนไปแล้วแบบนี้ ถ้าเสี่ยสมศักดิ์โกงขึ้นมาจะทำยังไงคะ”“คงไม่หรอก แต่เสี่
“เจ็บใจจังเลยค่ะคุณแม่ ไม่น่าให้คุณสิงห์รู้ความจริงเลย ให้เขาเกลียดนังลินอยู่แบบนั้นก็ดีแล้ว”“แล้วจะทำยังไงได้ ก็เขารู้ไปแล้ว” ดาวาดเองก็เจ็บใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้“มีผู้ใหญ่อยากพบกับลินน่ะ” สิงห์เอ่ยบอกภรรยาหลังจากเดินมาได้สักระยะ“ใครเหรอคะ” เธอเงยหน้าขึ้นไปเอ่ยถามเขา เขาไม่พูดเรื่องสองแม่ลูก เธอก็ไม่อยากพูดถึงเหมือนกัน แค่คิดถึงก็ยังรู้สึกหงุดหงิดและไม่สบายใจ ถึงแม้สามีจะรู้ความจริง แต่สองแม่ลูกก็โกงไร่ของบิดาไปแล้ว ทุกอย่างไม่มีทางแก้ไขอะไรได้อีก“ภรรยาของผู้ว่าครับ” ประโยคของเขาทำให้เธอหยุดเดิน ก่อนจะมองเขาตาโต“อยากเจอลินทำไมคะ”“ลินอยากเปิดร้านอาหารไม่ใช่เหรอ คุณนายจิตราเขาสนิทกับครอบครัวเรา เขาเลยจะขายที่ทำเลดี ๆ ให้ สนใจไหม”“จริงเหรอคะ”“เป็นที่ดินติดทะเลที่สงขลาน่ะ” เขาดึงเธอให้เดินตามไปอีก แต่พิมาลินรั้งข้อมือของเขาเอาไว้พลางหยุดเดิน“ทำไม” เขาเลิกคิ้วขึ้นถามอย่างสงสัย“เฮียรู้ได้ยังไงคะว่าลินอยากเปิดร้านอาหาร”“ก็เห็นตั้งใจเรียนทำอาหารกับป้าแม่ครัวของไร่ขนาดนั้น” ป้าแม่ครัวที่เขาพูดถึงจริง ๆ เป็นเชฟร้านอาหารชื่อดัง แต่มีปัญหาในที่ทำงานเพราะโดนกลั่นแกล้ง ท่านเลยมาเป็นแม่ครัว
คำพูดของเสือและปาริมาก็ทำให้เขาได้รับรู้เรื่องราวบางมุมที่ไม่เคยรู้มาก่อน เรื่องการวางยาในค่ำคืนนั้นเป็นฝีมือของกชกร ไม่ใช่พิมาลินพิมาลินพูดจริงว่าเธอช่วยเขากจากสองแม่ลูก แต่ตอนนั้นเขาแค่ไม่อยากจะเชื่อเท่านั้นเอง“ลินต้องไปด้วยเหรอคะ” พิมาลินเอ่ยถาม เธอไม่ทะเลาะเบาะแว้งอะไรกับสิงห์อีก อาจเพราะเธอเหนื่อย และมีความซาบซึ้งใจที่เขาคอยช่วยเหลือเธอมาตลอดหลายวันที่ดูแลบิดาอยู่เช่นนี้“ไปสิ เป็นการให้เกียรติท่านผู้ว่า เฮียเถื่อน เฮียปืน เฮียเสือก็ไป” เขารู้ว่าเธอสนิทกับปาริมา หากรู้ว่าเสือไปด้วย ปาริมาก็ต้องไปด้วย พิมาลินคงดีใจที่จะได้เจอกับปาริมา“ค่ะ”“ส่วนคุณพ่อเฮียจะให้คนมาดูแลเอง” ประโยคของเขาทำให้เธอต้องเงยหน้ามอง เพราะสรรพนามที่เขาใช้มันให้ความรู้สึกเป็นกันเองและสนิทสนมดังเก่าก่อน“ลินถามเฮียหน่อยสิคะ”“ถามว่า”“เฮียหายโกรธลินแล้วเหรอคะ”“หายโกรธเรื่องอะไร”“เรื่องวันนั้นไงคะ เหตุการณ์คืนนั้นทำให้เฮียต้องแต่งงานกับลิน ทั้ง ๆ ที่เฮียอาจจะได้แต่งงานกับผู้หญิงคนอื่นที่ดีกว่า”“รู้ได้ยังไงว่าตัวเองไม่ดีเหมือนคนอื่น”“ไม่รู้สิคะ ก็เฮียทำเหมือนไม่รัก และตอนนี้ก็ไม่รู้ว่ารักหรือเปล่า” การได้
“ไม่ท้องอย่างนั้นเหรอ” สิงห์เลิกคิ้วพลางเอ่ยถามเหมือนไม่เชื่อถือ“ใช่ค่ะ เป็นแค่โรคกระเพาะอาหารเท่านั้น” เธอยังไม่บอกเขาว่าท้อง จนกว่าจะแน่ใจว่าเขารักเธอจริงๆ ไม่ใช่แค่อยากได้ลูกไปต่อรองรับที่ดินจากเถื่อนที่จะยกให้เขาร้อยไร่เศษเมื่อรู้ว่าเขามีลูกกับเธอคำรักไม่เคยมี ความสัมพันธ์ที่เกิดจากความไม่เข้าใจกัน และยังระหองระแหงกันอยู่ เธอจึงไม่มีความมั่นใจว่าหากเขารู้ว่ามีลูก เขาจะยินดีกับเธอจริง ๆ หรือจะเอาแค่ลูกและเฉดหัวเธอทิ้ง“ไหนเอายามาดูหน่อยซิ” สิงห์ที่รออยู่ที่รถเอ่ยถามเมื่อเห็นภรรยาเดินมาขึ้นรถ เธอยื่นยารักษาโรคกระเพาะอาหารให้เขาพิมาลินขอยารักษาแผลในกระเพาะอาหารมาด้วยเพราะจะเอามาให้สิงห์ดู คุณหมอหนุ่มซึ่งเป็นรุ่นพี่ของเธอก็จัดให้ เพียงเพราะเธอบอกว่าปวดและแสบท้องเวลารับประทานอาหาร“เป็นโรคกระเพาะจริงๆ น่ะเหรอ” เขาถามซ้ำ มองยาในมือเหมือนไม่เชื่อถือ“เฮียก็เห็น” พิมาลินมองหน้าเขานิ่ง พยายามข่มใจเอาไว้อย่างที่สุดที่จะไม่แสดงพิรุธให้เขาได้เห็น“ไปเยี่ยมพ่อของเธอไหม” ประโยคของเขาทำให้เธอรีบพยักหน้า อยากรู้ว่าตอนนี้บิดามีอาการเป็นอย่างไรบ้างบิดาออกจากโรงพยาบาลไปพักฟื้นที่บ้านนั่นคือสิ่งท
ร่างกายแข็งแกร่งของเขาบดเบียดแนบชิดเข้ามาหาร่างน้อยอ่อนหวานของเธอ ร่างของพิมาลินเด้งขึ้นรับด้วยความสะท้านหวั่นไหว พร้อมด้วยหยาดหยดแห่งความเสียวซ่านที่เอ่อท้นออกมาต้อนรับการฝากฝังที่แสนรัญจวนเสียงครวญครางของเธอดังเล็ดลอดออกมาให้คนที่นอนอยู่ห้องข้าง ๆ เจ็บใจมากกว่าเดิม สีแพรกำหมัดแล้วกระแทกกับที่นอนระรัว ก่อนจะยกมือขึ้นปิดหูทำให้ในรุ่งเช้าของวันใหม่ สองสามีภรรยาไม่เห็นหน้าแขกไม่ได้รับเชิญอีก เพราะเธอพาตัวเองระเห็จกลับไปตั้งแต่เช้าตรู่ โดยคนขับรถของหล่อนมารับด้วยตัวเองสิงห์ตื่นขึ้นมาก็รู้สึกหงุดหงิดเป็นอันมาก ซึ่งปกติแล้วภรรยาอย่างพิมาลินจะเอาใจเขาทุกอย่าง จัดนั่นจัดนี่เอาไว้ให้เขาในตอนเช้า“หิวน้ำ” พอเจอหน้ากันเขาก็เรียกหาน้ำดื่มหลังตื่นนอนจากภรรยา พิมาลินที่กำลังจะเดินผ่านร่างสูงของสามีไปชะงักเล็กน้อย ก่อนจะเดินหนีไปทำกับข้าวในครัวสิงห์หน้าเหวอเมื่อโดนเมียเมิน เขาหงุดหงิดปนไปด้วยความกรุ่นโกรธ อาจเพราะรู้สึกว่าเธอไม่เห็นเขาอยู่ในสายตาอีก“ที่ไม่เอาใจฉันเหมือนเคยเพราะว่ามีที่หมายใหม่ล่ะสิ คงเป็นไอ้หมอหน้าอ่อนนั่นสินะ” สิงห์ประชดแดกดัน“วันนี้ลินทำข้าวต้มกุ้งค่ะ เฮียจะรับเลยไหมคะ”“ฉั
“พอกินได้ไหม” สิงห์เอ่ยถาม เมื่อเห็นว่าแขกที่ไม่ได้รับเชิญ เงียบกริบไม่วิจารณ์ว่าอาหารที่กินเข้าไปเป็นอย่างไรบ้าง“พอกินได้น่ะค่ะ รสชาติก็งั้น ๆ” เหมือนเพิ่งได้สติจึงรีบพูดสบประมาทออกไปเช่นนั้น พิมาลินไม่ได้สนใจคนทั้งคู่ เธอรับประทานอาหารเงียบ ๆอาการก้มหน้าก้มตารับประทานอาหารโดยไม่สนใจใครเลยของภรรยาทำให้สิงห์รู้สึกหงุดหงิดใจไม่น้อยหลังจากรับประทานอาหารเสร็จสิ้น พิมาลินก็จัดการกับจานชามและเดินตัวปลิวขึ้นห้อง เธอทำเหมือนกับว่าในบ้านหลังนี้ไม่มีสิงห์กับสีแพรอยู่ด้วย หลังจากอาบน้ำอาบท่าเสร็จแล้วเธอก็ทิ้งตัวลงนอนในที่ของเธอเอง ในขณะที่สิงห์กำลังเอาตัวรอดจากสีแพรอยู่ และกำลังหงุดหงิดที่เมียของเขาไม่มีอาการหึงหวง หรือปกป้องเขาจากผู้หญิงคนอื่นเลย“เฮียว่าแพรควรนอนได้แล้ว” สิงห์กดร่างของสีแพรลงบนเตียงในห้องนอนอีกห้องก่อนจะถอนใจเฮือกใหญ่ เขาไม่เคยมีอารมณ์กับผู้หญิงคนไหนมานานแล้ว ตั้งแต่มีพิมาลิน แต่ไม่อยากยอมรับใจตัวเอง“เฮียนอนเป็นเพื่อนแพรหน่อยสิคะ แพรไม่กล้านอนคนเดียวค่ะ เมียของเฮียไม่ว่าอะไรหรอกค่ะ ดูสิคะเดินหนีเข้าห้องนอนไปแล้ว ไม่เห็นมาสนใจอะไรเฮียเลย”“แต่มันก็ไม่ดีนะครับ เฮียแต่งงานแล
ณ ไร่ อันกว้างใหญ่ไพศาล ร่างสูงสง่าของเถื่อน อภิกานต์ กำลังควบม้าพันธุ์ดีสีดำสนิทมุ่งตรงมายังกลุ่มของหนุ่มหล่อที่กำลังนั่งจิบไวน์กันอย่างออกรสเพื่อชมพระอาทิตย์ตกดินที่สวยงามตรงริมหน้าผาที่มองเห็นภูเขาสูงเสียดฟ้า และวิวทิวทัศน์อันสวยงามของสวนดอกไม้นานาพันธุ์น้อง ๆ ของเถื่อนทุกคนกำลังรอพี่ชายคนโตเหม
“วิ”“ว่าไงเหรอจ๊ะภัส”“พวกเมียเก็บนี่มันเป็นแบบนี้ทุกคนรึเปล่า”“เป็นยังไงเหรอ”“ชอบอ่อยผู้ชายไม่เลือก ยอมอ้าแขนอ้าขาให้เขาเอาเพื่อให้ได้เงิน พวกเอาตัวเข้าแลกน่ะ”“ต้องเป็นแบบนี้ทุกคนอยู่แล้วละจ้ะ”พริมากำหมัดแน่น เธอหยุดชะงักระหว่างจะเดินไปตบนังสองตัวนั่นกับสงบสติอารมณ์เอาไว้ เธอควรสงบสติอารมณ์เอ
พริมาได้รับไลน์จากกลุ่มเพื่อนสนิทของเธอ ก่อนที่จะอาบน้ำแต่งตัวออกไปข้างนอกเพื่อจัดการกับเรื่องรับปริญญาในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ก่อนรับจริง จะมีการซ้อมใหญ่ก่อน และหลังจากนั้นก็จะกำหนดพระราชทานปริญญาบัตร ซึ่งห่างกันไม่มากนักทุกอย่างผ่านพ้นไปได้ด้วยดี เมื่อมาถึงวันรับปริญญาพริมาก็ชะเง้อคอมองเถื่อนแต่ก
อาหารมื้อค่ำทำเอาพริมาตาโต เพราะล้วนแต่เป็นของโปรดของเธอแทบทั้งสิ้น กลิ่นอาหารหอมกรุ่น ไวน์เลิศรสและแสงเทียนสว่างไสวดูแล้วช่างโรแมนติกเป็นที่สุด“วันนี้เฮียดูใจดีจังเลยค่ะ”“เลี้ยงฉลองที่เรียนจบไง” เขายกแก้วไวน์ขึ้นชนกับเธอ พริมายิ้มก่อนจะชนแก้วกับเขาและดื่มไวน์ไปพร้อมกับรับประทานอาหาร“ของโปรดของพ







