Share

บทที่ 2

Author: ยอดคนแปดทิศ
เมิ่งยางได้ยินดังนั้นก็เงยหน้าขึ้นมองทันที

ฉีซูเซี่ยนเองก็กัดกรามแน่นจนขึ้นสัน "จือหว่าน ถึงกับต้องทำขนาดนี้เลยหรือ?"

"เหตุใดจะไม่ได้เล่า?" เซิ่งจือหว่านปรายตามอง "ก็แค่ฐานะหนึ่งเท่านั้น ในเมื่อภายหน้าท่านพี่บอกว่าจะไม่พบนางอีก การเพิ่มความมั่นใจให้อีกชั้นจะมีอะไรไม่ดีกันเล่า?"

เมิ่งยางมองไปยังฉีซูเซี่ยนตามสัญชาตญาณ ปลายนิ้วขาวซีดที่ตากในน้ำฝนค่อยๆกำเข้าหากันแน่นโดยไม่รู้ตัว

เซิ่งจือหว่านเหลือบเห็นท่าทางนั้นเข้าพอดี มุมปากของนางจึงยิ้มขึ้นเล็กน้อย

ชาติก่อน นางไม่รู้เลยว่าเมิ่งยางตั้งครรภ์ และเพราะเชื่อคำยุยงของห้วนจู๋จึงยอมให้ฉีซูเซี่ยนรับนางเข้าจวน ซึ่งฉีซูเซี่ยนในตอนนั้นก็พ่นคำลวงโลกออกมาว่าจะไม่ไปพบเมิ่งยางอีกเหมือนกับตอนนี้ไม่มีผิด!

แต่ผลสุดท้ายล่ะเป็นอย่างไร?

ห้าเดือนต่อมา เมิ่งยางที่ใกล้จะคลอดกลับคลอดบุตรที่ตายคาท้องออกมา ฉีซูเซี่ยนบุกเข้ามาในจวนของนางด้วยดวงตาแดงก่ำ ยามนั้นนางกำลังนอนพักผ่อน แต่กลับถูกสามีชี้หน้าด่าทอว่าเป็นหญิงใจโฉด ทำให้นางเพิ่งรู้ว่าห้วนจู๋เป็นคนผลักเมิ่งยางตกน้ำจนนางตกใจและคลอดก่อนกำหนด

ห้วนจู๋เป็นคนของนาง ทั้งยังปากพร่ำบอกว่าทำเพื่อนาง สุดท้ายกลายเป็นว่านางที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย กลับต้องมาแบกรับชื่อเสียงที่ฉาวโฉ่ว่าเป็นหญิงขี้อิจฉาและโหดเหี้ยม

เซิ่งจือหว่านคิดมาถึงตรงนี้ก็อดหัวเราะเยาะตนเองมิได้

เมื่อเห็นฉีซูเซี่ยนมีสีหน้าที่ดูได้ยากและนิ่งเงียบไป นางจึงเอ่ยถามซ้ำ "ท่านพี่เห็นว่าไม่ได้หรือคะ? หรือว่า..."

นางหัวเราะเบาๆ และเอ่ยด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ "แท้จริงแล้วแม่นางเมิ่งยางผู้นี้ตั้งครรภ์มาได้พักหนึ่งแล้ว และที่พวกท่านพากันปิดบังข้า ก็เพื่อรอให้ข้าวสารกลายเป็นข้าวสุก จนข้าไม่มีทางเลือกนอกจากต้องยอมรับมันใช่หรือไม่?"

ฉีซูเซี่ยนถึงกับตกตะลึง

เขาคิดไม่ถึงว่าเซิ่งจือหว่านจะล่วงรู้เรื่องนี้เข้าเสียแล้ว

“แต่ในเมื่อนางเป็นคนพูดออกมาเอง เขาก็ไม่จำเป็นต้องปิดบังเพื่อถนอมความรู้สึกนางอีกต่อไป เขาพยักหน้ายอมรับตามตรง "ใช่ แม่นางเมิ่งยางตั้งครรภ์ได้สามเดือนแล้ว ดังนั้นไม่ว่าจะอย่างไร ต่อให้ต้องเอาความดีความชอบจากการรบมาแลก ข้าก็ต้องรับผิดชอบนาง!"

"ดังนั้นที่ท่านมายืนอยู่ตรงนี้ หากจะบอกว่ามาขอให้ข้ายกโทษให้ สู้พูดว่ามาบีบบังคับให้ข้ายอมรับเสียยังจะดีกว่า? แถมยังคิดจะปิดบังข้า เพื่อให้ข้าจำใจยอมรับลูกของท่านกับผู้หญิงคนอื่นอย่างนั้นหรือ?" เซิ่งจือหว่านจ้องหน้าเขา

ฉีซูเซี่ยนขมวดคิ้ว "ข้าเองก็ทำไปเพราะไม่อยากให้เจ้าต้องเสียใจ"

เพราะอย่างไรเสีย ฉีซูเซี่ยนย่อมรู้ดีว่าเซิ่งจือหว่านรักและใส่ใจเขามากเพียงใด

"พวกบ่าวไพร่ไร้ตา! ทำไมยังไม่รีบไปกางร่มให้ท่านซื่อจื่อกับแม่นางเมิ่งยางอีก!" ทันใดนั้น เสียงหนึ่งก็แว่วดังมาจากด้านนอก

สตรีผู้มีใบหน้าอ่อนหวานดูสุภาพ ร่างกายบอบบางซูบผอมคนหนึ่ง เดินตรงเข้ามาอย่างรวดเร็ว โดยมีเหล่านางนมและสาวใช้เดินตามมาข้างหลังกลุ่มใหญ่

"ท่านแม่..." ฉีซูเซี่ยนเอ่ยเรียกผู้ที่มาถึง

ชุยซื่อแห่งจวนฉีกั๋วกง มองบุตรชายด้วยสายตาเจ็บปวดระคนสงสาร นางรีบสั่งให้แม่นมข้างกายนำเสื้อคลุมมาสวมให้ทันที ก่อนจะหันไปมองเมิ่งยางที่หน้าซีดเผือดด้วยความเวทนา "น่าสงสารนัก คนหนึ่งก็บาดเจ็บ อีกคนหนึ่งก็ตั้งครรภ์ ยังจะต้องมาถูกใครบางคนรังแกอยู่ที่นี่อีก! เจ้าก็เหลือเกินนะชูเซี่ยน กำลังจะเป็นพ่อคนอยู่แล้ว ทำไมยังแยกแยะไม่ออกว่าอะไรควรทำก่อนทำหลัง!"

ฉีซูเซี่ยนเม้มปากแน่น ไม่เอ่ยคำใดออกมา

ชุยซื่อหันไปมองเซิ่งจือหว่านที่ประทับอยู่บนเกี้ยว แววตาฉายแววไม่พอใจครู่หนึ่ง

"แม่นางจือหว่าน ไม่ใช่ว่าแม่ไม่เข้าข้างเจ้านะ! เรื่องนี้แม้ชูเซี่ยนจะเป็นฝ่ายผิด แต่ถึงอย่างไรมันก็ไม่ใช่ความตั้งใจของเขา อีกอย่าง เจ้ากับเขาแต่งงานกันมาสองปีแล้วแต่ก็ยังไร้วี่แววว่าจะมีทายาท การที่แม่นางเมิ่งยางคนนี้ตั้งครรภ์ ก็ถือว่าช่วยเจ้าทำหน้าที่สืบทอดวงศ์ตระกูลให้จวนกั๋วกง เจ้าจะใจแคบขี้อิจฉา ถึงขั้นให้นางมาคุกเข่าตากฝนเช่นนี้ได้อย่างไร?"

เมื่อชุยซื่อพูดจบ แม่นมข้างกายก็รีบเข้าไปพยุงเมิ่งยางให้ลุกขึ้นและกางร่มให้นางทันที

เซิ่งจือหว่านมองภาพนั้นด้วยสายตาเรียบเฉย

"ท่านแม่ลืมไปแล้วหรือคะ? ในวันแต่งงานท่านซื่อจื่อเมามายจนไม่ได้สติ วันรุ่งขึ้นเขาก็รีบเร่งเดินทางไปสนามรบ ข้ากับเขายังไม่เคยเข้าหอกันเลยสักครั้ง แล้วจะมีครรภ์ได้อย่างไร?"

ชุยซื่อถึงกับชะงักไป นางคิดไม่ถึงว่าเซิ่งจือหว่านจะกล้าพูดเรื่องในมุ้งออกมาอย่างไม่อายปากเช่นนี้

สีหน้าของชุยซื่อแข็งค้างไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยว่า "นั่นก็นับว่าเป็นเรื่องน่ายินดีของจวนกั๋วกงอยู่ดี!"

"ฟังจากที่ท่านแม่พูดมา ดูเหมือนข้าจะไม่เพียงแต่ต้องยอมรับแม่นางเมิ่งเข้าจวนเท่านั้น แต่ยังต้องยอมให้นางคลอดเด็กคนนี้ออกมาด้วยใช่หรือไม่เจ้าคะ?" เซิ่งจือหว่านจ้องมองนาง

ชุยซื่อไม่คิดว่านางจะแกล้งถามทั้งที่รู้คำตอบอยู่แล้ว จึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา "อย่างไรเสียก็นับเป็นหนึ่งชีวิต หากกำจัดทิ้งไป ย่อมส่งผลเสียต่อชื่อเสียงของเจ้าเอง"

เซิ่งจือหว่านหลุบตาลง "ช่างน่าเสียดายที่เหลนคนแรกของจวนกั๋วกง กลับต้องมุดหัวออกมาจากท้องอนุ หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป เกรงว่าคงจะมีคนเอาไปนินทาให้สนุกปาก"

ชุยซื่อนั้นเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับหน้าตาชื่อเสียงเป็นที่สุด

แม้นางจะเป็นเพียงทายาทสายรองของตระกูลชุยแห่งชิงเหอ แต่นางกลับชอบเอาฐานะตระกูลผู้ดีเก่ามาข่มคนอื่น ตอนที่เซิ่งจือหว่านแต่งเข้ามาใหม่ๆ นางถูกสั่งให้ฝึกกฎระเบียบอยู่ถึงสามเดือน ไม่ว่าจะเป็นการยืน เดิน นั่ง นอน หรือแม้แต่ตอนกินข้าวจะอ้าปากกว้างแค่ไหนก็ยังถูกตำหนิ ยามปกติชุยซื่อมักจะยกเรื่องศักดิ์ศรีของภรรยาหลวงและกิริยามารยาทของสะใภ้ตระกูลใหญ่ขึ้นมาสั่งสอนนางผู้เป็นสะใภ้หลวงอยู่บ่อยครั้ง

ตอนนี้ กลับไม่ใส่ใจเรื่องพวกนั้นเสียแล้ว

ชุยซื่อพยักหน้าเมื่อได้ยินดังนั้น "ดูเหมือนว่าสองปีมานี้ คำสั่งสอนของข้าจะเข้าหูเจ้าอยู่บ้าง แต่ไม่เป็นไร ข้าคิดไว้แล้วว่าพอลูกคนนี้คลอดออกมา ก็จะยกมาเลี้ยงในนามของเจ้า เจ้าจะได้ไม่ต้องลำบากตั้งครรภ์คลอดลูกเอง แต่กลับได้เด็กมาเชิดหน้าชูตาโดยไม่ลงแรงคนหนึ่ง เรื่องดีๆ เช่นนี้ในใต้หล้าจะไปหาจากไหนได้อีก?"

"ท่านแม่ช่างหวังดีต่อข้าเหลือเกินนะเจ้าคะ" เซิ่งจือหว่านยิ้มออกมา

"เจ้าเข้าใจในความปรารถนาดีของข้าก็ดีแล้ว" ชุยซื่อรู้สึกพอใจในใจ

“เซิ่งจือหว่านพยักหน้าอย่างไม่สะทกสะท้าน "ท่านแม่พูดถูกเจ้าค่ะ ในเมื่อเรื่องนี้ตัดสินใจกันได้แล้ว ท่านพี่ก็มีแผล แม่นางเมิ่งยางก็กำลังตั้งครรภ์ สู้รีบไปพักผ่อนจะดีกว่า"

สิ้นคำพูด นางก็ส่งสัญญาณให้บ่าวที่แบกเกี้ยวเดินออกไปทันที

ชุยซื่อมองตามแผ่นหลังของนางที่ไม่ยอมลงจากเกี้ยวด้วยสีหน้าหม่นลงเล็กน้อย

ช่างเป็นองค์หญิงที่ยังไม่ทิ้งนิสัยเอาแต่ใจจริงๆ แต่เอาเถอะ วันนี้จะไม่ถือสาเรื่องพวกนี้ไว้ก่อน ไว้รอวันหน้าค่อยสั่งสอนเรื่องมารยาทการเป็นลูกสะใภ้ให้นางใหม่ก็ยังไม่สาย
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 100

    "หมายความว่าอย่างไร" ฉีซูเซี่ยนชะงักไป คำว่าจงใจหาเรื่องใส่ตัวหมายความว่าอย่างไร?ท่านหมอส่งเสียงฮึดฮัดเมิ่งยางนึกไม่ถึงว่าหมอตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งจะกล้าไม่ไว้หน้าตนเองถึงเพียงนี้!ตั้งแต่ร่วมงานกับองค์ชายสามมา นางมักจะเป็นที่ยกยอปอปั้นอยู่เสมอ ยามนี้ถูกนังบ่าวชั้นต่ำของเซิ่งจือหว่านหยามเกียรติยังไม่พอ หมอตัวเล็ก ๆ นี่ก็ยังกล้า...เมิ่งยางหลุบตาข่มแค้น เม้มปากพูดอย่างน้อยใจ "ท่านหมอสั่งสอนได้ถูกต้องแล้ว ต้องโทษข้าที่ตอนเดินมัวแต่คิดเรื่องโรงสุรา ถึงได้เผลอก้าวพลาด ตกลงไปในสระน้ำ""อะไรนะ เจ้าตกลงไปในสระน้ำหรือ" ฉีซูเซี่ยนตกใจ จากนั้นก็โกรธจัด หันไปทางชิงซิ่ง "เมื่อวานเป็นเจ้าที่อยู่ข้างกายหยางเอ๋อร์ใช่หรือไม่""เจ้า... เจ้าค่ะ..." ชิงซิ่งคุกเข่าลงด้วยความหวาดกลัวฉีซูเซี่ยนกล่าวเสียงเย็น "เจ้าดูแลเจ้านายอย่างไร หากหยางเอ๋อร์กับเด็กในท้องเป็นอะไรไป ต่อให้เจ้ามีร้อยชีวิตก็ชดใช้ไม่พอ! ไสหัวออกไป ไปรับโทษโบยเองซะ!"ชิงซิ่งหน้าซีดเผือดเมิ่งยางรีบคว้ามือฉีซูเซี่ยนไว้ด้วยท่าทางอ่อนแรง "ซื่อจื่ออย่าไปขู่นางเลยเจ้าค่ะ เป็นเพราะข้าชินกับการคิดอะไรคนเดียว เลยจงใจให้นางอยู่ห่าง ๆ ตกลงไปก็ต

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 99

    "อื้อ ๆ ..."ท่ามกลางความมืดยามราตรี เมิ่งยางจ้องเขม็งไปที่เซิ่งจือหว่านด้วยดวงตาโกรธแค้นเซิ่งจือหว่านไม่ได้เกรงกลัวเลยสักนิด นางลูบผมของอีกฝ่ายพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "วางใจเถอะ สระน้ำนี้มีไว้สำหรับเลี้ยงไม้ดอกไม้ประดับเท่านั้น จุดที่ลึกที่สุดก็ไม่ทำให้คนจมตายหรอก เจ้าชอบป่วยนักไม่ใช่หรือ เราย่อมต้องสนองความต้องการของเจ้าอยู่แล้ว"นิ้วมือที่อุ่นนุ่มและละเอียดอ่อน ลูบไล้ไปตามเส้นผมยาวจนถึงลำคอเมิ่งยางรู้สึกขนลุกซู่ไปตามตำแหน่งที่มือนั้นสัมผัส ความกลัวทำให้นางอยากจะกรีดร้อง แต่เพราะขากรรไกรถูกถอดออก ไม่ว่าจะพยายามอย่างไรเสียงที่เปล่งออกมาก็มีเพียงเสียงอู้อี้ที่ฟังไม่ได้ศัพท์"อนุเมิ่ง ความอดทนของเรามีจำกัด" น้ำเสียงที่เคยอ่อนนุ่มของเซิ่งจือหว่านพลันเย็นเยียบขึ้นมาทันทีเมิ่งยางสบเข้ากับดวงตาที่ไร้ความรู้สึกของนาง พลันนึกถึงภาพที่นางโบกมีดฟันใส่ฉีซูเซี่ยนเมื่อวานนี้ขึ้นมา...ร่างกายจึงสั่นเทิ้มอย่างควบคุมไม่ได้ในสภาพการณ์เช่นนี้ ตนเองไม่สามารถร้องขอความช่วยเหลือได้เลย ชิงซิ่งเพียงคนเดียวที่พาออกมาด้วยก็ถูกคนของเซิ่งจือหว่านคุมตัวไว้เนิ่นนานผ่านไป นางหลับตาลงแน่น ในที่สุ

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 98

    สวนหนิงเซียง?เมิ่งยางขมวดคิ้ว ชั่วขณะนั้นนึกไม่ออกว่าสวนหนิงเซียงคือที่ไหน แต่ในไม่ช้า นางก็นึกออก เป็นสาวใช้ที่รับตำแหน่งอนุพร้อมกับนางในวันนั้นนั่นเองนังแพศยาที่ไร้ยางอายที่ปีนขึ้นเตียง!นางเคยหยั่งเชิงซื่อจื่อมาแล้ว พบว่าเขารังเกียจนางคนนั้นสุด ๆซื่อจื่อจะไปหานางได้อย่างไร?"ตามข้าไปดูหน่อย" เมิ่งยางขมวดคิ้วแล้วสาวเท้าเดินไปทันทีชิงซิ่งเห็นดังนั้นก็อยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ริมฝีปากขยับอยู่สองสามครั้ง สุดท้ายก็กลืนคำพูดที่อยากพูดกลับลงไป ในใจเพียงหวังว่าซื่อจื่อคงจะทำเรื่องนั้นเสร็จแล้ว...แต่เห็นได้ชัดว่า ความปรารถนาของนางต้องพังทลายลงเมิ่งยางเพิ่งมาถึงนอกสวนหนิงเซียง ก็ได้ยินเสียงอันคลุมเครือดังแว่วออกมาจากข้างใน ฝีเท้าหยุดชะงักกะทันหัน ร่างกายโซเซอย่างรุนแรง"ท่านอนุ..." ชิงซิ่งมองนางด้วยความกังวล "ท่านไม่เป็นไรนะเจ้าคะ""หุบปาก!" ฝ่ามือหนึ่งตบฉาดลงบนใบหน้าของชิงซิ่งทันที จากนั้น ร่างกายของนางกลับยิ่งโซเซหนักกว่าเดิม "ไม่! เป็นไปไม่ได้...เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้ยังไง"เห็น ๆ กันอยู่ว่าซื่อจื่อรังเกียจห้วนจู๋ จะมาหานางที่นี่ได้ยังไง? แถมยัง...ชิงซิ่งไม่มัวพะวงความเจ็

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 97

    ฉีซูเซี่ยนได้ยินดังนั้นแววตาก็เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา หากมีคนอื่นรักษาได้ เขาย่อมไม่อยากไปอ้อนวอนเซิ่งจือหว่านแน่นอนเมื่อก่อนห้วนจู๋เป็นคนของเซิ่งจือหว่าน การที่นางจะรู้เรื่องพวกนี้ก็เป็นเรื่องปกติมาก!เมื่อคิดได้ดังนี้ เขาก็ครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะเดินก้าวยาวย้อนกลับมา "ดี หากเจ้ากล้าหลอกข้า ผลที่ตามมา เจ้าคงรู้นะ!""เจ้าค่ะ!" ห้วนจู๋ก้มหน้าลงอย่างขี้ขลาด "ถ้าอย่างนั้น...ซื่อจื่อจะให้ข้าจัดการ...ตัวเองก่อนได้หรือไม่เจ้าคะ"ฉีซูเซี่ยนถึงเพิ่งสังเกตเห็นชุดที่เปียกโชกบนตัวห้วนจู๋ชุดบางเบาพอเปียกโชกแล้วก็แนบเนื้อเหมือนผ้าพันกาย ผิวพรรณที่หยดน้ำไหลผ่านภายใต้แสงตะวันรอนดูขาวผ่องดั่งหยก ทำให้เขาเผลอนึกไปถึงอีกคนที่มีผิวพรรณดั่งหยกเช่นนี้เหมือนกัน..."ซื่อจื่อเจ้าคะ?" ห้วนจู๋ตัวสั่นเล็กน้อยชุดที่เซิ่งจือหว่านส่งมาให้นี้ก็งดงามอยู่หรอก แต่พอเปียกน้ำแล้วถูกลมพัดเข้าก็หนาวจริง ๆฉีซูเซี่ยนถูกเสียงของนางเรียกสติกลับมา เขาเบือนสายตาหนี "เจ้าไปเถอะ""เจ้าค่ะ" ห้วนจู๋รีบเปลี่ยนชุดใหม่อย่างรวดเร็วยังคงเป็นชุดที่เซิ่งจือหว่านส่งมาให้ บางเบาแต่ไม่โปร่งแสง เสื้อตัวนอกสีชมพูอ่อนขับกับเสื้อซับในสี

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 96

    เซิ่งจือหว่านเดินไปที่ลานเรือน อั้นจื่อกำลังพาแม่นมคนนั้นกลับมาพอดีแม่นมได้รับผลประโยชน์แล้ว เมื่อเห็นนางก็รีบพยักหน้าคำนับอย่างนอบน้อม "องค์หญิงคุยเสร็จแล้วหรือ กลับดี ๆ นะ"เซิ่งจือหว่านยิ้มอ่อน "แม่นม แม้ว่าห้วนจู๋จะทำเรื่องที่ทำให้เราไม่พอใจไปบ้าง แต่จะว่าไป นางก็อยู่ข้างกายเรามาหลายปี วันหน้า ยังต้องหวังให้แม่นมช่วยดูแลนางให้มากหน่อย อย่างน้อยในฐานะที่เป็นอนุของซื่อจื่อ มือและผิวพรรณ จะปล่อยให้ดูแย่ไม่ได้ แม่นมว่าจริงหรือไม่""จริง... จริงเพคะ" แม่นมสีหน้าเปลี่ยนไป ตอบรับอย่างหวาดเกรงเซิ่งจือหว่านมองไปที่อั้นจื่อ "ลานเรือนนี้ก็ต้องปรับปรุง นอกจากนี้ยังต้องจัดหาของใช้เพิ่มเติม เอาเงินให้แม่นมไปส่วนหนึ่งด้วย"อั้นจื่อได้ยินคำสั่งแล้วไม่เต็มใจเลย แต่ในเมื่อองค์หญิงสั่ง นางก็ต้องทำตามแม่นมได้รับเงินก็ยิ้มหน้าบานทันที "ขอบคุณฮูหยินน้อยที่เมตตา!"เดิมทีนึกว่าตนเองถูกย้ายมาที่สวนหนิงเซียงนี้แล้ว ก็คงหมดหวังที่จะพลิกชีวิต นึกไม่ถึงเลยจริง ๆ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ วันข้างหน้าอนุห้วนจู๋อาจจะรุ่งเรืองขึ้นมาจริง ๆ ก็ได้...ขณะที่คิดได้เช่นนี้ นางก็รีบยิ้มแย้มพลางเดินเข้าห้องไปคำพู

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 95

    เซิ่งจือหว่านไม่ได้พูดอะไร นำติงหลานเดือนผ่านนางเข้าไปในเรือนติงหลานหัวเราะหึในลำคอห้วนจู๋เม้มปากเดินตามเข้าไปข้างในเซิ่งจือหว่านกวาดมองพวกเครื่องเรือนในห้อง เดิมทีนึกว่าลานบ้านนั้นดูแย่แล้ว นึกไม่ถึงว่าข้างในนี้จะยิ่งซอมซ่อกว่า นางถึงกับหาที่นั่งลงไม่ได้เลยสักที่แม้แต่ผ้าห่มบนเตียง ก็ยังสู้ของบ่าวรับใช้ในเรือนของนางไม่ได้ด้วยซ้ำห้วนจู๋เห็นนางยืนขมวดคิ้ว ในใจก็รู้สึกอับอายยิ่งนัก "ยามนี้บ่าวตกอับถึงเพียงนี้ องค์หญิงคงพอพระทัยแล้วกระมัง"เซิ่งจือหว่านได้ยินดังนั้นก็หันไปมองนาง กวาดสายตาประเมินขึ้นลงอยู่ครู่หนึ่ง "นี่ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่เจ้าดิ้นรนหามาเองหรอกหรือ ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจ้าเห็นฉีซูเซี่ยน เจ้าก็มีใจให้เขาแล้วสินะ ไม่เช่นนั้นคงไม่คอยเทียวไปเทียวมาเพื่อเป็นแม่สื่อระหว่างเรากับเขา แล้วส่งต่อคำพูดที่ไร้มูลความจริงตั้งมากมายหรอก"เป็นเพราะเหตุนี้เช่นกัน นางถึงได้เชื่อมั่นว่าฉีซูเซี่ยนคือคู่ครองที่ดีห้วนจู๋ตัวสั่นเล็กน้อย นางยิ้มอย่างขมขื่น "เพคะ บ่าวตกหลุมรักซื่อจื่อตั้งแต่แรกจริง ๆ แต่บ่าวไม่เคยคิดจะทำอะไรเลย...""แต่เจ้าก็ทำลงไปแล้ว!" เซิ่งจือหว่านพูดขัด ห้วนจู๋ขอบต

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status