ข้าจะเป็นหวางเฟยตัวร้ายของจวินอ๋อง

ข้าจะเป็นหวางเฟยตัวร้ายของจวินอ๋อง

last updateDernière mise à jour : 2026-05-27
Par:  FuthaoneEn cours
Langue: Thai
goodnovel18goodnovel
10
1 Note. 1 commentaire
11Chapitres
374Vues
Lire
Bibliothèque

Partager:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

สตรีเช่นข้าโดนสามีผู้มากรักให้เซ็นใบหย่าเพื่อตบแต่งฮูหยินคนใหม่เข้าจวนโหวอย่างมีเกียรติ แต่กลับเหยียบย้ำสตรีผู้ร่วมทุกข์ร่วมสุขมานานนับปี ข้าคลานออกมาจากกองหิมะ น้ำตาที่ไหลไม่หยุดเย็นจนแข็งเป็นเกล็ดบนแก้ หากไม่ได้ใครผู้หนึ่งช่วยชีวิตไว้คงชีพลิ้นอย่างน่าเวทนา ห้าปีต่อมา ข้านําทัพหมื่นนายตีโต้ข้าศึกจนสําเร็จ และควบม้ากลับสู่ราชธานีเพื่อชำระหนี้แค้น ท่านอ๋องรอง ผู้ที่ผู้คนเล่าลือว่า “อาจสิ้นลมได้ทุกเมื่อ” ยืนตัวตรงกลางงานเลี้ยงฉลองชัย สายตาคมกริบจับจ้องข้าไม่เคยละไปทางอื่น และคําที่เขาพูดหนักแน่นชัดเจนทุกถ้อยคํา "ต่อจากนี้จะไม่มีใครทําร้ายเจ้าได้อีก เป็นหวางเฟยของข้าเถอะ ตําแหน่งนี้ข้ารักษาไว้ให้เจ้าเพียงคนเดียว" ข้าตกปากรับคำหวังเพียงแก้คนเซินอู๋หลัว ไม่คิดว่าหัวใจทุกข์ระทมอันแข็งกระด้างของข้ากลับโดนปลอบประโลมจากท่านอ๋องรองราวกับน้ำฝนเซาะหินทุกวันเริ่มใจให้เขา ทว่าเป็นหวางเฟยได้ชั่วข้ามคืน กลับถูกใส่ร้ายไม่เว้นวัน จากฮองเฮาพี่สาวแท้ๆ ของข้า ยิ่งไปกว่านั้นผู้เอ่ยวาจาว่าจะปกป้องข้าเองกลับหลงเชื่อ และมองหวางเฟยเช่นข้าเป็นนางร้ายอย่างง่ายดาย ในเมื่อเป็นเช่นนี้ข้าจะขอป็นหวางเฟยตัวร้ายของท่านอ๋องเพื่อเอาตัวรอดในวังวนเช่นนี้

Voir plus

Chapitre 1

บทที่ 1: ดวงใจของหยางเหมยเซียน

รัชสมัยต้าหมิง ปีที่สิบแห่งราชวงศ์หมิง

          ในช่วงหนึ่งของปี จวนโหวจื้อหยวนได้จัดงานผูกสองชะตาได้ด้วยด้ายแดงมงคลระหว่างบุตรชายจื้อหยวนและคุณหนูรองสกุลหยางซึ่งเป็นฤกษ์หมายอันดีงามระหว่างสองสกุลที่ได้เกิดขึ้นโดยพันธสัญญา ภายใต้มิตรภาพของบิดาที่ได้ร่วมกันวางแผนนำทัพจับศึกสู้รบกับเผ่านอกด่านอย่างเมิ่งกู่ สองพายัพสู้เคียงบ่าเคียงไหล่มาด้วยกันยาวนานนับปี แม้ว่าสงครามระหว่างต้าหมิงกับเผ่านอกด่านยังไม่มีทีท่าว่าจะสงบลงเพราะต้าหมิงไม่ยอมเป็นเมืองขึ้นของเมิ่งกู่อีกต่อไปจึงคิดต่อสู้เพื่อนำเอกราชมาสู่แผ่นดินต้าหมิงอีกครั้ง

         หยางเหมยเซียน คุณหนูรองของท่านแม่ทัพหยางเฟยหลงและฮูหยินเมิ่งเหยา สตรีผู้งดงามดุจดั่งเซียนดอกเหมยสวยดั่งคำร่ำลือ กลีบปากบางอมชมพูเช่นดอกเหลียนฮวา ดวงหน้าขาวลออเปรียบเสมือนดอกฝูหรง รอยยิ้มของนางนั้นละไมยิ่งกว่าบุปผาแรกแย้ม จนเป็นที่หมายปองของเหล่าบุตรชายผู้สูงศักดิ์ในแคว้นเพราะเป็นสตรีที่ไม่เหมือนผู้ใด

         หยางเหมยเซียนกับชอบศิลปะการต่อสู้ แขนงการยิงธนูและชอบควบขี่อาชาในสวนหลังวน ดูองอาจห้าวหาญเยี่ยงบุรุษ ในสายตานางนั้นไม่เคยแลเห็นบุรุษใดคู่ควรเข้าประตูวิวาห์กับนางเว้นไว้แต่เพียงผู้เดียว...เซินอู๋หลัว

        บุตรชายคนเดียวของท่านโหวจื้อหยวน ผู้ที่นางตกหลุมรักตั้งแต่แรกพบ เพียงเพราะเขาได้ช่วยชีวิตสุนัขตัวน้อย นางหลงรักในแววตาคู่นั้น มันช่างอ่อนโยนราวกับสายน้ำฤดูใบไม้ผลิ ใบหน้าของเขาสว่างไสวทัดเทียมดวงตะวันฉาย ความงามทั้งรูปลักษณ์ภายนอกรวมถึงในจิตใจนั้นดั่งหอกแหลมปักกลางใจนางอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง พริบตาเดียวหัวใจทั้งดวงของนางก็ร่วงหล่นลงในกำมือเขาเสียแล้ว  

         อย่างไรก็ดีงานวิวาห์ในครั้งนี้แม้จะรู้ว่าเขาไม่ได้เต็มใจแต่งกับนาง งานมงคลที่ปราศจากใจรักของเจ้าบ่าวอาจดูขื่นขม ทว่านางกลับใช้ความยึดมั่นเป็นที่ตั้ง ด้วยหวังว่าความอ่อนโยนของตนจะดุจดังสายน้ำที่เพียรกัดเซาะจะหลอมหินให้ละลายได้ในสักวัน แม้หัวใจเขาจะแข็งแกร่งปานใด นางก็จักพยายามทำให้เขารักนางอย่างสุดซึ้งให้จงได้ โดยไม่รู้เลยว่าตนเองกำลังย่างก้าวเข้าสู่ขุมนรกดี ๆ นั่นเอง

         งานวิวาห์จัดขึ้นไม่ได้หวือหวาหรูหราอะไรมากนัก แต่กลับมีสีสันบวกกับเสียงหัวเราะอย่างปลื้มปีติยินดีทำให้เจ้าสาวในอาภรณ์สีแดงชาดงดงามวิจิตร อาภรณ์ปักลายหงส์เหินด้วยดิ้นทองระยิบระยับล้อแสงเทียน เสริมส่งให้ร่างอรชรดูสง่างามดั่งนางพญา เหนือศีรษะประดับด้วยมงกุฎหงส์ทองคำที่ทิ้งพู่ระย้าอัญมณีสั่นไหวพริ้วยามเคลื่อนขยับกาย ทว่าภายใต้ความหรูหราสูงค่านั้นกลับซ่อนเร้นหัวใจที่เจ็บแปลบเอาไว้ ด้วยรู้ดีว่าความงามหยาดเยิ้มนี้มิอาจตราตรึงใจผู้เป็นสามีได้เลย

         นางนั่งรอเจ้าบ่าวบนเตียงในห้องหออย่างใจจดใจจ่อราวกับว่าเขาเป็นสิ่งของล้ำค่าที่รอคอยมานานแสนนาน ใบหน้านวลขาวแต่งแต้มชาด ผัดแป้งมาอย่างบรรจง ภายใต้ผ้าคลุมสีแดงเผยยิ้มหวานละมุนทั้งที่ในใจตื่นเต้นราวกับได้ผจญภัยในโลกใบใหม่ ชีวิตนางผ่านเรื่องชวนตื่นเต้นมานับครั้งไม่ถ้วนแต่ทว่าไม่มีครั้งใดเลยที่นางตื่นเต้นพร้อมกับหนาวสั่นสะท้านไปทั้งตัวเช่นครั้งนี้

"เหมยเซียน ไยมือของเจ้าจึงเย็นเช่นนี้เล่า?" หญิงวัยกลางคนกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ทว่าใบหน้ากลับฉายแววกังวลใจอย่างปิดไม่มิด กุมมือบางไว้ราวกับไม่อยากเห็นนางตบแต่งเข้าเรือนเพื่อจากอ้อมอกนางไปเช่นนี้

"ท่านแม่...คืนเข้าหอ เอ่อ...ข้าต้องปรนนิบัติเช่นไรต่อสามีหรือ"

แววตาที่ห่วงใยมองบุตรสาวผู้ไร้เดียงสาก่อนจะยิ้มออกมาเล็กน้อย

"เจ้าก็แค่จงเป็นฮูหยินที่ดีในจวนจื้อหยวน เรื่องงานบ้านงานเรือน และค่าใช้จ่ายภายในจวนอย่าให้ขาดตกบกพร่องเป็นอันขาด เพียงเท่านี้เจ้าก็ปรนนิบัติรับใช้ต่อสามีอย่างจงรักภักดีแล้ว" รอยยิ้มหวานปรากฏบนใบหน้าสวยทว่าแววตากลับเศร้าหมองลงอย่างชัดเจน แม้ว่านางจะดีใจที่บุตรสาวคนเล็กได้ตบแต่งออกเรือนดั่งเช่นพี่สาวที่ได้เป็นพระชายาของชินอ๋อง ทว่ายังไม่มีข่าวดีเรื่องโอรสให้นางหายกังวลใจลงได้บ้าง เพียงหวังว่าเหมยเซียนจะไม่โดนชะตากรรมเช่นเดียวกันก็นับว่าสวรรค์เมตตามากแล้ว

"เรียนฮูหยิน ได้เวลาอันเป็นมงคลแล้วเจ้าค่ะ อีกประเดี๋ยวเจ้าบ่าวก็จะเข้าสู่เรือนหอแล้ว" เสียงแม่นมเหรินดังแว่วมานอกจวนเพราะเหมยเซียนไม่ต้องการให้แม่นมเหรินติดตามนางมายังจวนโหวราวกับว่านางเป็นเพียงเด็กน้อยที่ไม่รู้จักโตต้องคอยดูแลอบรมสั่งสอนอยู่ร่ำไปจนแทบไม่มีเวลาเป็นตัวของตัวเอง หากเป็นดั่งเช่นเมื่อก่อนนางต้องแอบหลบหนีแม่นมเหรินเพื่อจะได้ทำตามใจตนแต่บัดนี้นางไม่ต้องใช้ชีวิตเช่นนั้นอีกต่อไป

"เหมยเซียน เจ้าจงดูแลตัวเองด้วย ส่วนข้านั้นยังรอเจ้ากลับจวนสกุลหยาง หากวันหน้ามีเหตุใดทำให้เจ้าทุกข์ระทมใจจงรู้ไว้ว่าแม่จะอยู่ในใจเจ้าเสมอ" นางทิ้งท้ายด้วยประโยคที่ทำให้คนฟังใจคอไม่ดีเอาเสียเลย

"ท่านแม่..." หยาดน้ำสีใสเอ่อคลอล้นขอบตาคู่สวยนี่หรือความเสียใจจากการพลัดพรากจากอ้อมกอดของมารดาผู้ซึ่งดูแลเป็นอย่างดีจนไม่อาจหาผู้ใดมาเปรียบเสมือนได้

"คุณหนู อึก! ดูแลตัวเองด้วยนะเจ้าคะ อึก!" เสียงบ่นเหมือนจะร้องไห้ของแม่นมเหรินทำให้นางชะงักไปชั่วครู่หนึ่ง

"ท่านด้วย!" นางตะโกนออกไปสุดเสียงกลับกันดวงตาคู่สวยพองโตขึ้นเมื่อถูกเปิดผ้าคลุมศีรษะอย่างไม่ทันได้ระวังตัวเผยให้เห็นร่างสูงสง่าผ่าเผยของชายคนรักในชุดวิวาห์สีแดง ใบหน้าเรียวได้รูปมันช่างหล่อเหลาเหลือเกิน แต่ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับเย็นชาเพ่งมองนางอย่างไม่วางตา

         ภายใต้กลิ่นสุราที่ตลบอบอวลไปทั่วจวนก่อนที่เขาจะก้าวเท้ายาวไปยังโต๊ะเบื้องหน้าที่เต็มไปด้วยอาหารและผลไม้มงคล เขารินสุราในแก้วสีขาวยื่นให้นางอย่างไม่เต็มใจพร้อมกระดกของตนเองจนหมดแก้วพร้อมทิ้งตัวลงบนเตียงทิ้งให้นางดื่มสุราแก้วนั้นแต่เพียงลำพังไม่แม้แต่จะเอ่ยวาจาใด ๆ ออกมาก

        หยางเหมยเซียนรับรู้ได้ถึงความรู้สึกที่แสนจะเย็นชา แต่ไม่คิดว่าเขาจะรังเกียจนางถึงเพียงนี้ นี่นะหรือคืนแรกของงานมงคลที่ผู้คนต่างใฝ่ฝันไม่เห็นจะสนุกเหมือนที่ใครว่าไว้เลย นางทิ้งตัวลงนอนดวงตายังคงจับจ้องไปยังแผ่นหลังกว้างที่นอนหันหลังให้ตน บุรุษผู้ที่นางหมายปองบัดนี้กลายเป็นสามีของนางเหมือนดั่งฝันทว่าไร้ซึ่งความรักถึงอย่างไรก็ตามนางไม่อาจกล่าวโทษโชคชะตาอันโหดร้ายเช่นนี้ได้ เพราะล้วนเป็นหนทางที่นางเลือกเองทั้งสิ้น ทุกอย่างค่อย ๆ มืดสนิทลงด้วยความเหมื่อยล้าเกินจะฝืนใจไว้ไม่หลับตาเพราะต้องการมองสามีผู้ที่หลับสนิทให้นานกว่านี้

        วันเวลาผ่านไปเมื่อนางลืมตาตื่นทุกครั้งกับพบแต่ความเปล่า เซินอู๋หลัวไม่แม้แต่จะอยู่ให้นางทำหน้าที่ฮูหยินที่ดีเลยสักครั้ง เพราะเขามีแต่ความเฉยชาให้นางแทบจะตลอดเวลา หรือเรียกตลอดเวลายังได้ไม่แม้แต่จะยิ้มหรือโอบกอดนางเลยสักครั้ง ยิ่งการร่วมหลับนอนดั่งเช่นสามีภรรยายิ่งไม่ต้องพูดถึง 

        เขาทำเหมือนนางเป็นเศษฝุ่นไร้ค่าที่ล่องลอยรอบตัว ต่ำต้อยขนาดที่ไม่แม้แต่จะเสียเวลาปัดมันทิ้ง ซึ่งหัวใจของนางร้าวรานเพียงเพราะน้ำคำไร้สติยั้งคิดของเขา ยิ่งนับวันยิ่งหนักข้อขึ้นเรื่อย ๆ เขาออกนอกจวนอยู่บ่อยครั้ง ไม่รู้ว่าไปทำงานหรือไปที่ใด บางครั้งถึงขั้นไม่กลับจวนเลยก็มี

       แม้ว่านางจะคลางแคลงใจถึงเพียงใดก็ทำได้เพียงนิ่งเฉยรอวันที่เขาเปิดอกคุยกลับนางในทุกเรื่องอย่างไว้วางใจทว่าสุดท้ายแล้วความอดทนก็หมดลงเมื่อนางทราบข่าวว่าเขามีสตรีอื่นในใจมานานแล้วและนั่นคือเส้นฟางสุดท้ายของสตรีที่ได้ชื่อว่าหยางเหมยเซียง

"ที่แท้ท่านก็มีสตรีในดวงใจอยู่แล้วนี่เอง” นางเม้มปากกดก้อนความขมขื่นให้กลับไปลงในลำคอ ในเมื่อเป็นเช่นนั้นเหตุใดจึงไม่บอกข้าให้เร็วกว่านี้ หากว่าข้ามาทีหลัง หรือท่านไม่มีใจให้ข้าจริง ๆ เพราะหัวใจของท่านได้มอบให้ผู้อื่นไปแล้ว ไยไม่บอกข้ามาตามตรงเล่า ท่านเห็นข้าเป็นตัวตลกหรืออย่างไร ถึงได้ลงมือทำร้ายความรู้สึกของข้าอย่างเลือดเย็นเช่นนี้?"

        ดวงตาใสเพ่งมองอย่างสิ้นหวังแม้รู้ว่าคำถามเหล่านี้มันช่างงี่เง่าเหมือนเด็กเรียกร้องความรักแต่ยังดีเสียกว่าต้องเป็นฮูหยินโง่เขลาที่ให้บริวารข้ารับใช้ต่างซุบซิบนินทาหัวเราะเยาะราวกับนกน้อยในกรงของเขาที่ไม่ประสีประสาในเรื่องใด

"ข้าคิดทำการอันใดจำเป็นจะต้องรายงานเจ้าด้วยหรือไร? สตรีผู้เอาแต่ใจเช่นเจ้าตบแต่งกับข้าไม่เคยเอ่ยถามความต้องการของข้า! ปล่อยผ่านมานับปีบัดนี้เพิ่งจะเอ่ยถามขึ้นมา หมายจะให้ข้าเป็นฝ่ายผิดหรือไร ใช่! ข้ามิสตรีที่หมายปองมานานแล้ว...และเจ้ามาทีหลังนาง" เหมือนโลกทั้งใบของนางได้แตกสลายลงในทันที

"เซิ่นอู๋หลัว ข้าพอรู้ว่าท่านไม่เต็มใจแต่งกับข้าแต่ข้าก็ยังหวังให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ความจริงใจที่ข้ามีต่อท่าน ไม่คิดเลยว่าเนื้อแท้ของท่านจะเขลาเบาปัญญาจนมองมิออกว่าสิ่งใดคือรักจริง สิ่งใดคือลวงหลอก ท่านมันเลือดเย็นยิ่งนักแม้แต่ข้าศึกในสนามรบที่ว่าโฉดชั่ว ยังมีหัวใจมากกว่าท่านเสียอีก!"

         น้ำเสียงสั่นเครือ ขอบตาสวยเอ่อล้นด้วยน้ำใสเพราะดวงใจปวดร้าวราวกับเข็มนับร้อยทิ่มแทงซ้ำๆ นี่นะหรือผลตอบแทนความรักที่มีต่อเขาสุดท้ายแล้วสิ่งที่นางอดทนรอมาตลอดมันช่างไร้สาระสิ้นดี คิดไปคิดมานางต่างหากที่โง่เขลา โง่ยิ่งกว่าเขาเสียอีก

"เหมยเซียนในเมื่อเรื่องมาถึงเพียงนี้แล้วสู้หย่ากันไปเสียดีจะกว่า..." น้ำเสียงอันเรียบเฉยแต่หนักแน่นของเขาทำให้เหมยเซียนมองไปยังแววตาว่างเปล่าของเขาคู่นั้นไม่สามารถอ่านใจได้เลยว่าเป็นคำพูดจากใจอย่างแท้จริงหรือต้องการยังเชิงนางกันแน่

"หากมันคือความต้องการจากหัวใจของท่าน! เช่นนั้นแล้วข้าจะยอมเซ็นใบหย่าให้ท่าน ในคืนที่ท่านตบแต่งฮูหยินคนใหม่เข้าจวนเท่านั้น...เซินอู๋หลัว...ที่ผ่านมาข้ามองท่านผิดไปจริง ๆ" ร่างบางย่างก้าวออกจากจวนอย่างไร้เรี่ยวแรง น้ำใสพรั่งพรูออกมาอาบแก้มชมพูอย่างกลั้นไว้ไม่ได้อีกต่อไป

          หากก่อนหน้านั้นนางรู้ความจริงว่าเขามีใจให้สตรีอื่น ก็คงจะไม่เสียสติถึงขั้นดึงดันจะตบแต่งเข้าจวนเขาเช่นนี้ ถึงอย่างไรก็ควรอ่อนโยนกับนางสักนิดในฐานะสตรีคนหนึ่ง ไม่ใช่แข็งกระด้างกับตนถึงเพียงนี้ นิ้วเรียวปาดน้ำตาไว้ แม้ในใจนางจะเข้มแข็งเพียงใดแต่เมื่ออยู่ต่อหน้าผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีกลับอ่อนแอลงอย่างไร้เหตุผล นางไม่อาจทำใจสู้หน้าเขาได้ในตอนนี้ทว่าหากนางพินหลังกลับไปมองสักนิดจะรับรู้ได้ว่าแววตาว่างเปล่าคู่นั้นกลับเศร้าหมองลงอย่างเห็นได้ชัดเหมือนปิดบังความรู้สึกที่แท้จริงไว้

         หิมะตกหนักจนทุกอย่างปกคลุมเป็นสีขาวโพลน แม้อากาศจะหนาวเหน็บเพียงใดก็ไม่เท่าใจดวงนี้ที่หนาวสะท้านจนเกินความเจ็บปวด อยากเห็นใบหน้านางผู้นั้นเหลือเกินว่างดงามถึงเพียใด งามขนาดทำให้เขาผู้นั้นกล้ายื่นใบหย่าให้นางเช่นนี้ อีกใจหนึ่งก็อยากรู้ว่าหน้าตาตนนั้นก็ไม่ได้นับว่าขี้ร้ายขี้เหร่ แล้วตนแพ้สตรีอื่นด้วยเหตุอันใด

         ในใจลึกๆ ยังคงหวังว่าเขาจะสำนึกได้ กลับมาขออภัยเพียงเท่านี้ตนก็พร้อมจะยกโทษให้เขา ทว่าผ่านมาสองชั่วยามก็ไร้เงา เหมยเซียนรู้ตัวดีว่าความคิดเช่นนี้มันโง่เขลาสิ้นดี แต่เพียงหวังว่าจะขอรักบุรุษผู้นี้ให้สุดใจ ย่อมรู้ตัวดีว่าเมื่อถูกทำร้ายใจจนเกินขอบเขตของความรัก นางจะจากลาแต่โดยดี

“ฮูหยิน กลับเข้าจวนเถอะเจ้าคะ รอท่านเซินอู๋หลัวมาสองชั่วยาม หากเป็นเช่นนี้ต่อไปเกรงว่า” ปิ่งปิ่ง ข้ารับใช้คนสนิทดูจะหวาดหวั่นใจกลัวนายที่ตนรักจะล้มป่วย

“เจ้าไม่ต้องกังวลใจไป ข้าเป็นถึงบุตรสาวท่านแม่ทัพ ไม่ล้มป่วยง่ายๆ หรอก จริงสิ หากข้าล้มป่วยไปจริงๆ เจ้าว่าสามีข้าเป็นกังวลเช่นเจ้าไหม?” น้ำเสียงแผ่วเบาเอ่ยขึ้นเหมือนจะรู้คำตอบ ดวงตาคู่สวยที่เคยเปล่งประกายบัดนี้กับว่างเปล่าเหม่อเลยมองออกไปนอกกำแพงจวน

“ฮูหยิน...” ปิ่งปิ่งอยากจะปลอบใจนางทว่ากลับนิ่งไป เพราะไม่รู้จะเอื้อนเอ่ยเช่นไรให้นายสาวได้เข้าใจเสียที คนไม่รักทำเช่นไรก็ไม่รัก

“เวลานี้ท่านพ่อท่านแม่จะเป็นเช่นไรบ้าง” เหมยเซียนรู้สึกใจคอไม่ดีมาหลายวันแล้ว วินาทีนี้นางอยากกลับจวนสกุลหยางเหลือเกิน เพื่อกินต้มซุปบัวหิมะซี่โครงไก่ฝีมือท่านแม่ผู้รู้เมนูโปรดของนาง ทว่าหลายวันมานี้แทบไม่มีจดหมายจากท่านแม่ ยิ่งเมื่อตนถามเซินอู๋หลัว เขากลับเปลี่ยนเรื่องซึ่งสร้างความสงสัยให้นางไม่น้อย

“ปิ่งปิ่ง” นายสาวเอ่ยเรียก

“เจ้าคะฮูหยิน” บ่าวสาวตอบรับ

“ข้าอยากไปนอกจวน”

         ดวงตาไร้เดียงสาเบิกโพลงทันที นางรู้ดีว่าเมื่อฮูหยินต้องการทำสิ่งใด ย่อมไม่มีสิ่งใดมาขวางกั้นความปรารถนาของนางได้ เว้นเสียแต่อยากสิ้นชีพก่อนวัยอันควร ท่านอ๋องเซินอู๋หลัวไม่น่ารอดชีวิตมาได้ถึงป่านนี้เลย นางทำได้เพียงมโนในใจเท่านั้น ไม่มีแรงอะไรจะไปขัดเจ้านายได้หรอก

“จะไปนอกจวนได้อย่างไร? ในเมื่อท่านอ๋องกำชับไว้ว่าห้ามออกนอกจวนในเพลานี้เจ้าคะ”

“ข้าต้องกลับบ้าน ไม่เยี่ยงนั้นข้าคงนอนไม่หลับ เจ้าไม่คิดว่ามันแปลกไปบ้างหรือไร?”

“แปลกที่เจ้าว่าเป็นเช่นไรรึ” น้ำเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นเท้ายาวเดินตรงดิ่งมายังนาง ไม่รู้ว่าเซินอู๋หลัวยืนอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ เขาได้ยินบทสนทนาของทั้งคู่มากแค่ไหนนั้นไม่สำคัญเท่ากับใบหน้าที่ว่างเปล่าราวกับผืนทะเลไร้ระลอกคลื่นอารมณ์ ร่างบางสวมชุดเป้ยจีนปกเสื้อรวบที่มือแขนเสื้อใหญ่สีแดงผงาดราวกับพญาหงส์

“ข้าต้องกลับจวนสกุลหยาง” นางเอ่ยอย่างไม่อ้อมค้อม และคิดไม่จะฟังคำปฏิเสธของเขาด้วย ไม่ว่าเขาจะว่าเช่นไร แต่นางก็ตัดสินใจแล้ว คืนนี้นางจะกลับจวน

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Dernier chapitre

Plus de chapitres

commentaires

supawanronna
supawanronna
สนุกมากค่ะ ติดตามอีกเรื่อง นางเป็นถึงท่านแม่ทัพหญิง เก่ง ทันเล่ห์เหลี่ยม ไม่อ่อนแอ รอติดตามตอนต่อไปนะค้าา
2026-02-09 11:58:03
1
0
11
บทที่ 1: ดวงใจของหยางเหมยเซียน
รัชสมัยต้าหมิง ปีที่สิบแห่งราชวงศ์หมิง ในช่วงหนึ่งของปี จวนโหวจื้อหยวนได้จัดงานผูกสองชะตาได้ด้วยด้ายแดงมงคลระหว่างบุตรชายจื้อหยวนและคุณหนูรองสกุลหยางซึ่งเป็นฤกษ์หมายอันดีงามระหว่างสองสกุลที่ได้เกิดขึ้นโดยพันธสัญญา ภายใต้มิตรภาพของบิดาที่ได้ร่วมกันวางแผนนำทัพจับศึกสู้รบกับเผ่านอกด่านอย่างเมิ่งกู่ สองพายัพสู้เคียงบ่าเคียงไหล่มาด้วยกันยาวนานนับปี แม้ว่าสงครามระหว่างต้าหมิงกับเผ่านอกด่านยังไม่มีทีท่าว่าจะสงบลงเพราะต้าหมิงไม่ยอมเป็นเมืองขึ้นของเมิ่งกู่อีกต่อไปจึงคิดต่อสู้เพื่อนำเอกราชมาสู่แผ่นดินต้าหมิงอีกครั้ง หยางเหมยเซียน คุณหนูรองของท่านแม่ทัพหยางเฟยหลงและฮูหยินเมิ่งเหยา สตรีผู้งดงามดุจดั่งเซียนดอกเหมยสวยดั่งคำร่ำลือ กลีบปากบางอมชมพูเช่นดอกเหลียนฮวา ดวงหน้าขาวลออเปรียบเสมือนดอกฝูหรง รอยยิ้มของนางนั้นละไมยิ่งกว่าบุปผาแรกแย้ม จนเป็นที่หมายปองของเหล่าบุตรชายผู้สูงศักดิ์ในแคว้นเพราะเป็นสตรีที่ไม่เหมือนผู้ใด หยางเหมยเซียนกับชอบศิลปะการต่อสู้ แขนงการยิงธนูและชอบควบขี่อาชาในสวนหลังวน ดูองอาจห้าวหาญเยี่ยงบุรุษ ในสายตานางนั้นไม่เคยแลเห็นบุรุษใดคู่ควรเข้าประตูวิวาห์กับ
last updateDernière mise à jour : 2025-12-21
Read More
บทที่ 2 :"วาสนาข้ากับท่านสิ้นสุดลงเพียงเท่านี้"
หิมะตกหนักจนทุกอย่างปกคลุมด้วยสีขาวโพลน แม้อากาศจะหนาวเหน็บเพียงใดก็ไม่เท่าใจดวงนี้ที่หนาวสะท้านจนเกินความเจ็บปวด อยากเห็นใบหน้านางผู้นั้นเหลือเกินว่างดงามขนาดทำให้เขาผู้นั้นกล้ายื่นใบหย่าให้นางเช่นนี้ แม้ในใจลึกๆ ยังคงหวังว่าเขาจะสำนึกได้ กลับมาขออภัยเพียงเท่านี้ตนก็พร้อมจะยกโทษให้เขา ทว่าผ่านมาสองชั่วยามก็ไร้แม้เงา เหมยเซียนรู้ตัวดีว่าความคิดเช่นนี้มันโง่เขลาสิ้นดี แต่เพียงหวังว่าจะขอรักบุรุษผู้นี้ให้สุดใจ ย่อมรู้ตัวดีว่าเมื่อถูกทำร้ายใจจนเกินขอบเขตของความรัก นางจะจากลาแต่โดยดี"ฮูหยินเข้าจวนเถอะเจ้าคะ รอท่านอ๋องรองมาสองชั่วยาม หากเป็นเช่นนี้ต่อไปเกรงว่า"ปิ่งปิ่ง ข้ารับใช้คนสนิทดูจะหวาดหวั่นใจกลัวนายที่ตนรักจะล้มป่วย"เจ้าไม่ต้องกังวลใจไป ข้าเป็นถึงบุตรสาวท่านแม่ทัพ ไม่ล้มป่วยง่ายๆ หรอก จริงสิ! หากข้าล้มป่วยไปจริงๆ เจ้าว่าสามีข้าเป็นกังวลเช่นเจ้าไหม?" น้ำเสียงแผ่วเบาเอ่ยขึ้นเหมือนจะรู้คำตอบ ดวงตาคู่สวยที่เคยเปล่งประกายบัดนี้กับว่างเปล่าเหม่อเลยมองออกไปนอกกำแพงจวน "ฮูหยิน" ปิ่งปิ่งอยากจะปลอบใจนางทว่ากลับนิ่งไป"เวลานี้ท่านพ่อท่านแม่จะเป็นเช่นไรบ้าง" เหมยเซียนรู้สึกใจคอไม่ดีมาหล
last updateDernière mise à jour : 2025-12-21
Read More
บทที่ 3 : "เป็นหวางเฟยของข้าเถอะ!" NC18+
คิมหันตฤดูเข้ามาเยือนพืชผลขาดน้ำ ประชากรอดอยากถึงกระนั้นงานเลี้ยงฉลองในจวนได้เริ่มขึ้นท่ามกลางความทุกข์ระทมของชาวบ้าน ทว่าจักรพรรดิไป่เซ่อได้มีการสร้างอุโมงค์ใต้ดินสำหรับเก็บแผ่นน้ำแข็งเพื่อถนอมอาหารในคิมหันตฤดูนี้ ข้าปลีกตัวออกมาหลังจวนซึ่งเป็นศาลาริมสระบัวสถานที่โปรดในยามผ่อนคลายลมพัดโชยอ่อนๆ ดวงตากลมโตเพ่งมองเงาสะท้อนของตนเองพลางหวนย้อนนึกคำพูดของจวินอ๋อง สายตาคมกริบจับจ้องข้าไม่เคยละไปทางอื่น และคําที่เขาพูดอันหนักแน่นชัดเจนทุกถ้อยคํา เมื่อสิ้นสุดราชโองการสมรสพระราชทานจากฮ่องเต้ “ต่อจากนี้จะไม่มีใครทําร้ายเจ้าได้อีกเป็นหวางเฟยของข้าเถอะ ตําแหน่งนี้ข้ารักษาไว้ให้เจ้าเพียงคนเดียว” แววตาจริงจังของเขาทำให้ข้าหวั่นไหวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ห้าปีที่ผ่านมานี้ข้าเอาแต่ปิดกั้นตนเองยังคงหวนนึกถึงเซินอู๋หล้วผู้เลวทราม เป็นสตรีที่เก่งในการสู้รบ แต่กลับตกม้าตายเพียงเพราะบุรุษเพียงผู้เดียว ทว่าแววตาเขาวันนี้กลับเปลี่ยนไปทันทีที่ท่านอ๋องรองเอ่ยวาจานั้นออกมา แววตาสิ้นหวังที่ข้าเฝ้ารอมาเนิ่นนานว่าจะได้เห็นมันจากเขา และบัดนี้ก็สมใจแล้ว "เจ้าอยู่ที่นี่เอง"เสียงนุ่มนวลของเขาทำให้นางตื่นจากภวังค์"ท่
last updateDernière mise à jour : 2025-12-21
Read More
บทที่ 4 :"หยูเหยียน"
ช่วงเวลาสุขสงบได้สิ้นสุดลง เมื่อการมาเยือนของหยูเหยียนน้องสาวหลงเยว่ฉานที่ได้ตบแต่งกับเสิ่นหาวซวนเป็นฮูหยินของจวนสกุลเสิ่น นางมีหน้าตางดงามราวกับเพชรน้ำหนึ่งทว่านิสัยนั้นช่างดื้อรั้น เอาแต่ใจมาแต่เด็ก หากไม่พอใจผู้ใดแล้วจะตามกลั่นแกล้งคนผู้นั้นแทบไม่มีที่ให้ยืน ท่านอ๋องรองแสนจะหวงแหนหยูเยียนราวกับไข่ในหิน ครั้นเมื่อบิดามารดาสิ้นใจลงหยูเหยียนมักเก็บตัวร้องไห้ ไม่กล้าเผชิญโลกภายนอก มีเพียงหลงเยว่ฉานเป็นพี่ชายคนเดียวที่คอยโอบกอดนางไว้ในยามสิ้นหวังบัดนี้ดันมีสตรีม่ายไม่รู้ว่าใช้เล่ห์กลอุบายใดถึงแต่งเข้าจวนได้อย่างง่ายดาย แม้นางจะคัดค้านเพียงใดทว่าหลงเยว่ฉายก็ไม่สนใจ เป็นครั้งแรกที่เขาสู้หัวชนฝากับนางเช่นนี้ "นานเท่าไหร่แล้ว ที่ข้าไม่ได้ยืนมองดอกเหมยฮวาต้นนี้" ร่างเล็กเด่นสง่างามใต้ต้นดอกเหมยฮวาสีชมพู หวนคิดถึงวันวานที่นางและหลงเยว่ฉานเล่นกันอย่างสนุกสนานจนลืมเดือนลืมตะวัน "หากไม่เทศกาลโคมไฟ เกรงว่าฮูหยินคงไม่อาจยืนอยู่ที่นี่ได้" นางข้ารับใช้คนสนิทแหงนมองต้นเหมยฮวา ตามผู้เป็นนายหญิงของตน"แม้จะงดงามเพียงใด หากถูกกักขังไว้แต่ในจวนก็ไร้ประโยชน์ เจ้าว่าหรือไม่!" หยูเหยียนพินหลังไปมองที่มาข
last updateDernière mise à jour : 2025-12-23
Read More
บทที่ 5 จุดเริ่มต้นของหวางเฟยตัวร้าย
เทศกาลโคมไฟฉินหวยเกิดขึ้นได้เพราะราชวงศ์หมิงมีความเจริญถึงจุดสูงสุดของยุค ชาวบ้านต่างแห่กันมาชื่นชมบรรยากาศริมแม่น้ำฉินหวยเพราะมีการประดับประดาตกแต่งโคมไฟหลากหลายรูปแบบหลากหลายสีสันชวนให้น่าหลงใหลไปทั่วริมแม่น้ำ ส่วนกลางของแม่น้ำนั้นได้ปรากฏเรือไฟส่องแสงระยิบระยับสร้างความตื่นตาตื่นใจให้ชาวบ้านไม่เว้นแม้แต่เหมยเซียน แม้มือข้างหนึ่งของนางจะถือโคมไฟรูปทรงกระต่ายไว้แต่ทว่าดวงตาที่ทอประกายนั้นไม่อาจละสายตาจากความงดงามในยามราตรีนี้ได้ ยามนี้นางเผยยิ้มกว้างอย่างลืมตัว นานเพียงใดแล้วที่ไม่เคยได้สัมผัสความสุขสมเช่นนี้ "เหมยเซียนเจ้ารออยู่ที่นี่ ข้าจะไปนำขนมกุ้ยฮวาของโปรดเจ้ามาให้เจ้ากิน" ท่านอ๋องรองเอ่ยขึ้นเมื่อดวงตาสะดุดเข้ากับร้านขนมกุ้ยฮวาที่หวางเฟยชื่นชอบมากเพราะทุกครั้งที่เขามาเยี่ยมท่านแม่ทัพหยางเฟยหลงก็มักนำขนมกุ้ยฮวาติดไม้ติดมือมาด้วยเสมอ"อืมเช่นนั้นข้าจะรอท่านพี่อยู่ตรงนี้จนกว่าท่านจะกลับมาดีหรือไม่?" "ดี เดี๋ยวข้ามา" ท่านอ๋องรองเผยยิ้มละมุนให้ผู้เป็นภรรยาก่อนจะเดินจากไป นานเท่าไหร่แล้วที่ภรรยาของตนไม่ได้ผ่อนคลายเช่นนี้ เมื่อครั้นแต่งเข้าจวนเซินอู๋หลัวก็เป็นเพียงนกน้อยในกรงขังไร้ซึ
last updateDernière mise à jour : 2025-12-27
Read More
บทที่ 6 : มีผู้ใดร้ายกว่าข้าอีกหรือ!
สำนักงานว่าการแคว้นเหยียนเป่ย ข่าวลือว่าหวางเฟยคิดวางยาพิษฆ่าคุณหนูรองได้แพร่สะพัดไปทั่วแคว้น แม้ว่าท่านอ๋องรองพยายามปิดบังซ่อนเร้นไว้รัดกุมเพียงใด ทว่ากลับไม่อาจหนีพ้นเงาศัตรูที่หมายคิดร้ายต่อหวางเฟยไว้ได้ เมื่อเหล่าขุนนางทราบข่าวจึงร้องเรียนเพื่อคืนความเป็นธรรมให้คุณหนูรองหวังปลดตำแหน่งหวางเฟยของเหมยเซียนให้เป็นเพียงอนุภรรยาเท่านั้นหรือไม่เช่นนั้นก็ขับไล่ออกจากจวนท่านอ๋องรองไปเสีย เเกียรติหาวซวนย่อมรู้ดีอยู่แล้วว่าท่านอ๋องรองไม่อาจทำการเช่นนั้นได้ จึงคิดแผนยืนข้อเสนอให้เขาแก้ไขสถานการณ์ตรงหน้าไว้ แล้วค่อยปรึกษาหารือเพื่อหาวิธีแก้ปัญหากันต่อไป "ท่านอ๋องรอง ข้าว่าท่านควรรับคุณหนูหลินฮวาเป็นอนุภรรยาเพื่อลดความขัดแย้งภายในจวนและราชสำนักลง ไม่มีผู้ใดเห็นดีเห็นงามที่ท่านอ๋องรองปล่อยหวางเฟยไปเช่นนี้"ซื่อจือเสินหาวซวนพูดขึ้น "ข้าไม่ต้องการรับอนุภรรยาเข้าจวน เจ้าก็รู้ดี" น้ำเสียงอันหนักแน่นเอ่ยตอบ "ข้าน้อยรู้ดี แต่เพื่อสยบข่าวลือที่ว่าท่านไร้คุณธรรมไม่อาจลงโทษหวางเฟยได้ เพราะลุ่มหลงสตรีผู
last updateDernière mise à jour : 2026-02-04
Read More
บทที่ 7 : คืนเข้าห้องหอของเจ้าข้าขอ
หลินฮวานั่งเกี้ยวเจ้าสาวซึ่งทำด้วยไม้เก่าๆ ดูเรียบง่ายไร้ความหรูหราดั่งที่เคยวาดฝันเอาไว้ ช่างไม่สมเกียรตินางสักเท่าไหร่ ทว่าพยายามฝืนใจยอมรับในโชคชะตาเช่นนี้เพื่อความรักที่มีต่อหลงเยว่ฉาน ดวงใจนางนั้นประดุจกระบี่พร้อมทิ่มแทงทุกอย่างที่ขวางทางรักแม้ว่าจะเป็นสิ่งผิดก็ตาม เส้นทางมุ่งหน้าไปยังจวนท่านอ๋องรองในยามราตรีอันมืดมิด มีเพียงแสงโคมไฟสลัวๆ คอยนำทางดูแล้วช่างเป็นงานวิวาห์ที่อัปมงคลยิ่งนัก ทว่านางกลับยิ้มหน้าระรื่นมิได้กังวลแต่อย่างใดเพียงขอให้พานพบหน้า และคอยเดินเคียงข้างท่านอ๋องรองตามใจปรารถนาก็นับว่าได้รับชัยชนะไปก้าวหนึ่งแล้ว ไม่มีแม้พิธีกราบไหว้ฟ้าดินแต่อย่างใด ยิ่งไม่ต้องพูดถึงพิธีการต่างๆ "ช่างเป็นการส่งตัวที่พอเพียงยิ่ง รอก่อนเถอะเหมยเซียนว่าข้าจะทำเช่นไรกับตำแหน่งหวางเฟยของเจ้า!" หลินฮวาเอ่ยขึ้นด้วยความขุ่นเคืองใจไม่น้อย แต่ไม่อาจส่งข่าวให้เสนาบดีจินเสียงทราบเรื่องในครั้งนี้ได้ มิเช่นงานวิวาห์จะกลับกลายเป็นสงครามในราชสำนักเป็นแน่ สตรีในชุดวิวาห์สีแดงราวกับลูกท้อปักด้วยไหมทองอย่างสง่างามนั่งบนเตียงนุ่มปกคลุมด้วยผ้าม่านสีแดงอ่อนที่มัดขึงไว้ทั้งสองด้านอย่างใจเย็นยามนี้ไม่มีส
last updateDernière mise à jour : 2026-03-04
Read More
บทที่ 8 : หลินฮวา
"ร้ายกาจนัก!! เหมยเซียน!!!" นางในชุดวิวาห์สีแดงกัดฟันกรอดด้วยความขุ่นเคืองใจดั่งไฟที่พร้อมเผาผลาญทุกสิ่งที่ตนเกลียดชังให้มลายหายไป จนหมดสิ้น นางกำมือจนเล็บจิก ดวงตากลมโตอันแดงก่ำเพ่งมองเบื้องหน้าอย่างไร้สติ ก่อนทำลายข้าวของจนกระจัดกระจายเต็มพื้นอย่างสตรีบ้าคลั่ง ในเมื่ออยากดีกลับนางนักบัดนี้นางควรลงเล่นเกมกับเหมยเซียนดูสักครั้ง "ใจเย็นๆ เถิดคุณหนู" นางกำนัลคนสนิทพยายามห้ามปรามแต่ไร้ประโยชน์เสมือนว่าตอนนี้นางไม่ใช่หลินฮวาผู้เดิมแล้ว"ข้าอยากจะฆ่านางให้ตายนัก!""หากคุณหนูทำเช่นนั้น ท่านอ๋องรอง คงไม่พอใจเป็นแน่""แล้วเจ้าจะให้ข้าอยู่ใต้เท้าเหมยหลินไปชั่วชีวิตหรือไร!!" นางพูดขึ้นก่อนจะลงจิบชาอุ่นๆ อย่างใจเย็นพลันก็คิดหาแผนการที่จะมัดใจท่านอ๋องรองให้ได้ ในที่สุดนางก็ยิ้มมุมปากเล็กน้อยก่อนจะลุกขึ้นไปนอนบนเตียงตามเดิม "วันนี้เข้าป่วยคงไปรินน้ำชาให้ผู้ใดไม่ได้แฮ่รกๆๆ" "เจ้าค่ะ" นางข้ารับใช้เผยยิ้มออกมาอย่างแสนรู้หลินฮวาเป็นบุตรสาวของท่านเสนาบดีฝ่ายขวานามว่า จิภักดีเสียง มีอำนาจไม่น้อยในราชสำนักทั้งยังมีบุตรชายคนโตเป็นถึงซื่อจือ ผดุงความยุติธรรม ไร้มลทิน ทำหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์และจงรักภ
last updateDernière mise à jour : 2026-05-07
Read More
บทที่ 9 : ความลับของเหมยเซียน
ร่างบางลงจากอาชาสีน้ำตาล ดวงตาเรียวกวาดมองไปรอบๆ เพื่อสังเกตว่ามีผู้ใดติดตามตนเองหรือมีสิ่งใดผิดแปลกไปจากเดิมบ้างหรือไม่เพราะการพบปะใครผู้หนึ่งในครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก นางเดินเข้าไปในโรงเตี้ยมเล็กๆ แต่งแข็งแรงพอสร้างเป็นฐานลับ ที่หลบซ่อนหลังร้านน้ำชาขนาดใหญ่ของแคว้น มีการส่งสัญญาณลับ ที่นางเป็นกำหนดขึ้นให้ผู้เฝ้าประตูซึ่งมีเฉพาะพวกของนางเท่านั้นที่รู้กัน ประตูถูกเปิดออกร่างสูงใหญ่กำยำทว่าดวงตาบอดสนิทไปข้างหนึ่งก้มหัวให้นางอย่างเคารพ"เชิญท่านแม่ทัพ พวกเขาพร้อมแล้ว" เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นดวงแข็งกร้าวอย่างรู้ใจผู้เป็นนายหญิงของตน "ดี!!" นางเอ่ยขึ้นพร้อมจะก้าวเท้าไปยังห้องเบื้องหน้าที่ว่า บัดนี้เต็มไปด้วยชนกลุ่มหนึ่งนั่งล้อมโต๊ะใหญ่ซึ่งมีแผนที่ของแคว้นและสัญลักษณ์มากมายอยู่บนนั้นราวกับว่ากำลังวางแผนการใหญ่ในการเตรียมพร้อมเพื่อทำสงครามอีกครั้ง โดยมีสตรีผู้นี้เป็นผู้นำ"คารวะท่านแม่ทัพใหญ่" พวกเขาทั้งหกลุกขึ้นทำความเคารพด้วยความภักดี ทุกคนที่นี่ล้วนเป็นมือซ้ายมือขวาและทหารร่วมสงครามเคียงบ่าเคียงไหล่ของนาง พวกเขาเป็นยิ่งกว่าสหายเสียอีกของในสายตานางพวกเขาเป็นมากว่าพี่น้องร่วมสาบานเพราะฉะนั้นแล้
last updateDernière mise à jour : 2026-05-07
Read More
บทที่ : 10 ความลับจวินอ๋อง
กุบกับ! กุบกับ!"ย๊ะ! ย๊ะ!" เสียงเข้มดังขึ้นตลอดเส้นทาง ร่างสูงควบอาชาขาวดั่งไข่มุกแต่เพียงลำพังเพื่อเข้าไปดั่งจุดหมายที่ต้องโดยใช้เส้นทางที่น้อยนักจะมีผู้ใดกล้าย่างกายเข้าไป แววตาดุดันดั่งมัจจุราชบ่งบอกว่าสิ่งที่ตนกำลังเผชิญเป็นสิ่งน่าขุ่นเคืองใจยิ่งนักสำหรับเขา เสียงควบอาชาหยุดลงเมื่อเผชิญกับสิ่งที่สมควรแก่การดั้นด้นเดินทางมาด้วยตัวเอง"มีเพียงนี้หรือ!" เสียงเข้มเอ่ยขึ้น"ขอรับจวินอ๋อง" หนึ่งในกลุ่มชายชุดดำตอบกลับไปดูท่าทางแล้วคงเป็นหัวหน้าของกลุ่ม"พวกเจ้าไร้ความสามารถลงเช่นนี้ข้าไม่ต้องการ!"เขาเอ่ยขึ้นอย่างไม่พอใจ"ที่เหลือข้าน้อยจะนำมาให้ได้ขอรับ"เขาตอบพลางแสดงความเคารพต่อบุรุษเบื้องหน้าด้วยความภักดีไม่น้อย"ดี! อย่าให้ข้าต้องลงมือเอง" เขาตอบด้วยแววตาดุดันราวกับสัตว์ร้าย"ขอรับจวินอ๋อง" กลุ่มคนชุดดำรับคำด้วยความหวาดกลัวไม่น้อยเสมือนว่าหากเขาออกโรงเองคงไม่ดีกลับตนเองเป็นแน่"นำพวกนางไปซะ!" เขาเอ่ยขึ้นดวงตาคมเพ่งมองไปยังเหล่านับสิบที่เสื้อผ้าหน้าผมมอมแมม และสกปรกไปด้วยกลิ่นโคลนและคราบเลือด นั่นเพราะร่างกายของพวกนางเต็มไปด้วยบาดแผลจากการถูกทำร้ายเยี่ยงสัตว์ไม่ใช่มนุษย์ มือทั้งสองถ
last updateDernière mise à jour : 2026-05-10
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status