Mag-log inสตรีเช่นข้าโดนสามีผู้มากรักให้เซ็นใบหย่าเพื่อตบแต่งฮูหยินคนใหม่เข้าจวนโหวอย่างมีเกียรติ แต่กลับเหยียบย้ำสตรีผู้ร่วมทุกข์ร่วมสุขมานานนับปี ข้าคลานออกมาจากกองหิมะ น้ำตาที่ไหลไม่หยุดเย็นจนแข็งเป็นเกล็ดบนแก้ หากไม่ได้ใครผู้หนึ่งช่วยชีวิตไว้คงชีพลิ้นอย่างน่าเวทนา ห้าปีต่อมา ข้านําทัพหมื่นนายตีโต้ข้าศึกจนสําเร็จ และควบม้ากลับสู่ราชธานีเพื่อชำระหนี้แค้น ท่านอ๋องรอง ผู้ที่ผู้คนเล่าลือว่า “อาจสิ้นลมได้ทุกเมื่อ” ยืนตัวตรงกลางงานเลี้ยงฉลองชัย สายตาคมกริบจับจ้องข้าไม่เคยละไปทางอื่น และคําที่เขาพูดหนักแน่นชัดเจนทุกถ้อยคํา "ต่อจากนี้จะไม่มีใครทําร้ายเจ้าได้อีก เป็นหวางเฟยของข้าเถอะ ตําแหน่งนี้ข้ารักษาไว้ให้เจ้าเพียงคนเดียว" ข้าตกปากรับคำหวังเพียงแก้คนเซินอู๋หลัว ไม่คิดว่าหัวใจทุกข์ระทมอันแข็งกระด้างของข้ากลับโดนปลอบประโลมจากท่านอ๋องรองราวกับน้ำฝนเซาะหินทุกวันเริ่มใจให้เขา ทว่าเป็นหวางเฟยได้ชั่วข้ามคืน กลับถูกใส่ร้ายไม่เว้นวัน จากฮองเฮาพี่สาวแท้ๆ ของข้า ยิ่งไปกว่านั้นผู้เอ่ยวาจาว่าจะปกป้องข้าเองกลับหลงเชื่อ และมองหวางเฟยเช่นข้าเป็นนางร้ายอย่างง่ายดาย ในเมื่อเป็นเช่นนี้ข้าจะขอป็นหวางเฟยตัวร้ายของท่านอ๋องเพื่อเอาตัวรอดในวังวนเช่นนี้
view moreร่างสูงพร้อมใบพัดคู่ใจนั่งลงจิบสุราเล็กน้อย เพื่อไม่ให้เสียงานเสียการเพราะฤทธิ์สุรา แม้ว่ากลิ่นและความหอมหวานจะล้ำเลิศกว่าสุรามากมายที่ตนเคยสัมผัส ภายในห้องที่ตกแต่งอย่างหรูหราเพื่อดึงดูดใจเขาไม่น้อย สมแล้วที่เป็นห้องรับรองแขกพิเศษของสตรีผู้งดงามอันดับหนึ่งของหอนางโลมแห่งนี้ "หรือจะเป็นนาง!" แววตาเรียบเฉยมองเงาสะท้อนผ่านโคมไฟ เป็นสตรีผู้นั้นที่ตนเฝ้ารอคอยก่อนที่ประตูถูกเปิดออกอย่างใจเย็น ร่างสูงโปร่งในชุดสีแดงสลับขาวย่างก้าวเข้ามาใบหน้าของนางปกปิดด้วยผ้าขาวบาง เหลือเพียงดวงตาเรียวดั่งอินทรีย์ที่จ้องมองมายังตน แม้ว่านางจะปกปิดริมฝีปากไว้ทว่าเจียวเจี้ยกับรู้สึกได้ทันทีว่านางพยายามซ่อนความลับบางอย่างเอาไว้ อีกทั้งยังซ่อนความงดงามอันแท้จริงเช่นเดียวกัน"ข้าน้อยซูเซียว น้อมรับท่านเจียวเจี้ย" นางก้มศีรษะเล็กน้อยอย่างถ่อมตน "..." ไม่มีการตอบรับจากเขาทว่าร่างสูงกลับเดินวนรอบกายนาง ดวงตาคมเพ่งพินิจตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง"ร่างบอบบางดั่งสตรีแต่สูงโปร่งไหล่กว้างดั่งบุรุษ ความสูงเทียบเท่าข้า มิน่า..." เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง"มิน่าอะไรหรือเจ้าค่ะ!" นางพูดขึ้นน้ำเสียงสงบดั่
กุบกับ! กุบกับ!"ย๊ะ! ย๊ะ!" เสียงเข้มดังขึ้นตลอดเส้นทาง ร่างสูงควบอาชาขาวดั่งไข่มุกแต่เพียงลำพังเพื่อเข้าไปดั่งจุดหมายที่ต้องโดยใช้เส้นทางที่น้อยนักจะมีผู้ใดกล้าย่างกายเข้าไป แววตาดุดันดั่งมัจจุราชบ่งบอกว่าสิ่งที่ตนกำลังเผชิญเป็นสิ่งน่าขุ่นเคืองใจยิ่งนักสำหรับเขา เสียงควบอาชาหยุดลงเมื่อเผชิญกับสิ่งที่สมควรแก่การดั้นด้นเดินทางมาด้วยตัวเอง"มีเพียงนี้หรือ!" เสียงเข้มเอ่ยขึ้น"ขอรับจวินอ๋อง" หนึ่งในกลุ่มชายชุดดำตอบกลับไปดูท่าทางแล้วคงเป็นหัวหน้าของกลุ่ม"พวกเจ้าไร้ความสามารถลงเช่นนี้ข้าไม่ต้องการ!"เขาเอ่ยขึ้นอย่างไม่พอใจ"ที่เหลือข้าน้อยจะนำมาให้ได้ขอรับ"เขาตอบพลางแสดงความเคารพต่อบุรุษเบื้องหน้าด้วยความภักดีไม่น้อย"ดี! อย่าให้ข้าต้องลงมือเอง" เขาตอบด้วยแววตาดุดันราวกับสัตว์ร้าย"ขอรับจวินอ๋อง" กลุ่มคนชุดดำรับคำด้วยความหวาดกลัวไม่น้อยเสมือนว่าหากเขาออกโรงเองคงไม่ดีกลับตนเองเป็นแน่"นำพวกนางไปซะ!" เขาเอ่ยขึ้นดวงตาคมเพ่งมองไปยังเหล่านับสิบที่เสื้อผ้าหน้าผมมอมแมม และสกปรกไปด้วยกลิ่นโคลนและคราบเลือด นั่นเพราะร่างกายของพวกนางเต็มไปด้วยบาดแผลจากการถูกทำร้ายเยี่ยงสัตว์ไม่ใช่มนุษย์ มือทั้งสองถ
ร่างบางลงจากอาชาสีน้ำตาล ดวงตาเรียวกวาดมองไปรอบๆ เพื่อสังเกตว่ามีผู้ใดติดตามตนเองหรือมีสิ่งใดผิดแปลกไปจากเดิมบ้างหรือไม่เพราะการพบปะใครผู้หนึ่งในครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก นางเดินเข้าไปในโรงเตี้ยมเล็กๆ แต่งแข็งแรงพอสร้างเป็นฐานลับ ที่หลบซ่อนหลังร้านน้ำชาขนาดใหญ่ของแคว้น มีการส่งสัญญาณลับ ที่นางเป็นกำหนดขึ้นให้ผู้เฝ้าประตูซึ่งมีเฉพาะพวกของนางเท่านั้นที่รู้กัน ประตูถูกเปิดออกร่างสูงใหญ่กำยำทว่าดวงตาบอดสนิทไปข้างหนึ่งก้มหัวให้นางอย่างเคารพ"เชิญท่านแม่ทัพ พวกเขาพร้อมแล้ว" เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นดวงแข็งกร้าวอย่างรู้ใจผู้เป็นนายหญิงของตน "ดี!!" นางเอ่ยขึ้นพร้อมจะก้าวเท้าไปยังห้องเบื้องหน้าที่ว่า บัดนี้เต็มไปด้วยชนกลุ่มหนึ่งนั่งล้อมโต๊ะใหญ่ซึ่งมีแผนที่ของแคว้นและสัญลักษณ์มากมายอยู่บนนั้นราวกับว่ากำลังวางแผนการใหญ่ในการเตรียมพร้อมเพื่อทำสงครามอีกครั้ง โดยมีสตรีผู้นี้เป็นผู้นำ"คารวะท่านแม่ทัพใหญ่" พวกเขาทั้งหกลุกขึ้นทำความเคารพด้วยความภักดี ทุกคนที่นี่ล้วนเป็นมือซ้ายมือขวาและทหารร่วมสงครามเคียงบ่าเคียงไหล่ของนาง พวกเขาเป็นยิ่งกว่าสหายเสียอีกของในสายตานางพวกเขาเป็นมากว่าพี่น้องร่วมสาบานเพราะฉะนั้นแล้
"ร้ายกาจนัก!! เหมยเซียน!!!" นางในชุดวิวาห์สีแดงกัดฟันกรอดด้วยความขุ่นเคืองใจดั่งไฟที่พร้อมเผาผลาญทุกสิ่งที่ตนเกลียดชังให้มลายหายไป จนหมดสิ้น นางกำมือจนเล็บจิก ดวงตากลมโตอันแดงก่ำเพ่งมองเบื้องหน้าอย่างไร้สติ ก่อนทำลายข้าวของจนกระจัดกระจายเต็มพื้นอย่างสตรีบ้าคลั่ง ในเมื่ออยากดีกลับนางนักบัดนี้นางควรลงเล่นเกมกับเหมยเซียนดูสักครั้ง "ใจเย็นๆ เถิดคุณหนู" นางกำนัลคนสนิทพยายามห้ามปรามแต่ไร้ประโยชน์เสมือนว่าตอนนี้นางไม่ใช่หลินฮวาผู้เดิมแล้ว"ข้าอยากจะฆ่านางให้ตายนัก!""หากคุณหนูทำเช่นนั้น ท่านอ๋องรอง คงไม่พอใจเป็นแน่""แล้วเจ้าจะให้ข้าอยู่ใต้เท้าเหมยหลินไปชั่วชีวิตหรือไร!!" นางพูดขึ้นก่อนจะลงจิบชาอุ่นๆ อย่างใจเย็นพลันก็คิดหาแผนการที่จะมัดใจท่านอ๋องรองให้ได้ ในที่สุดนางก็ยิ้มมุมปากเล็กน้อยก่อนจะลุกขึ้นไปนอนบนเตียงตามเดิม "วันนี้เข้าป่วยคงไปรินน้ำชาให้ผู้ใดไม่ได้แฮ่รกๆๆ" "เจ้าค่ะ" นางข้ารับใช้เผยยิ้มออกมาอย่างแสนรู้หลินฮวาเป็นบุตรสาวของท่านเสนาบดีฝ่ายขวานามว่า จิภักดีเสียง มีอำนาจไม่น้อยในราชสำนักทั้งยังมีบุตรชายคนโตเป็นถึงซื่อจือ ผดุงความยุติธรรม ไร้มลทิน ทำหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์และจงรักภ


















Rebyu