แชร์

ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด
ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด
ผู้แต่ง: ยอดคนแปดทิศ

บทที่ 1

ผู้เขียน: ยอดคนแปดทิศ
เข้าสู่ช่วงต้นฤดูใบไม้ร่วง สายฝนโหมกระหน่ำมักจะตกลงมาบ่อยครั้ง

เซิ่งจือหว่านยืนอยู่ใต้ระเบียงจวนผิงหลาน หยาดฝนที่ร่วงหล่นหยิมๆ ตรงหน้าถักทอร้อยเรียงกันราวกับม่านไข่มุก

“องค์หญิง ท่านซื่อจื่อทรงยืนตากฝนอยู่ข้างนอกนั่นมาหนึ่งวันหนึ่งคืนแล้วนะเพคะ บาดแผลเก่ายังไม่ทันหายดีก็ต้องมาตากฝนเช่นนี้ หากทรงประชวรไข้หวัดจนเสียการเสียงานในพิธีรับพระราชทานรางวัลต่อหน้าวันพรุ่งจะทำเยี่ยงไรเพคะ?”

“อีกอย่าง ท่านซื่อจื่อก็ทรงถูกผู้อื่นวางแผนร้ายถึงได้มีความสัมพันธ์กับแม่นางชาวนาผู้นั้น องค์หญิงเห็นแก่ความจริงใจที่เขายอมรับผิด รับนางเข้ามาเสียก็จะเป็นไรไปเล่าเพคะ?”

“อย่างไรเสียก็นางเป็นเพียงหญิงชาวนาคนหนึ่ง จะสูงส่งไปกว่าพระองค์ได้อย่างไร? ก็แค่แบ่งจวนเล็กๆ ให้อยู่อย่างทิ้งขว้างไปก็สิ้นเรื่อง”

ห้วนจูหัวหน้านางกำนัลยืนพร่ำบ่นอยู่ข้างหลังนางไม่หยุดปาก

ร่างกายของเซิ่งจือหว่านที่นิ่งค้างอยู่นานพลันหมุนตัวกลับมา

ชาติก่อน นางก็เพราะเชื่อคำพูดของห้วนจูนี่แหละ ถึงได้ยอมรับเมิ่งยางหญิงชาวนาผู้นั้นเข้าบ้าน แต่ผลสุดท้ายล่ะ?

จากหญิงชาวนาที่ดูเหมือนจะถูกรังแก กลายเป็นเถ้าแก่เนี้ยตระกูลเมิ่งผู้มีร้านค้ากระจายทั่วเมืองหลวง จนกระทั่งกลายเป็นอนุภรรยาของซื่อจื่อที่ยอมทุ่มเงินมหาศาลเพื่อช่วยราษฎรผู้ประสบภัย จนคนทั้งเมืองต่างพากันยกย่อง และได้รับพระราชทานยศเป็นภรรยาเหมือนกัน

จนกระทั่งวาระสุดท้าย เมิ่งยางนางนั้นเดินเชิดหน้าอุ้มท้องแก่มาหยุดอยู่ต่อหน้าเซิ่งจือหว่านที่ล้มป่วยหนักจนยากจะรักษา อีกทั้งยังถูกตราหน้าว่าเป็นหญิงขี้อิจฉาจนถูกถอดถอนยศเป็นเพียงสามัญชน

“องค์หญิงทรงทราบหรือไม่ว่า เหตุใดพระองค์ถึงไม่มีทายาทเสียที ทั้งยังต้องนอนป่วยติดเตียงเช่นนี้?”

“พระองค์ควรจะคิดได้ตั้งนานแล้ว แต่พระองค์กลับไม่ยอมคิดเองต่างหาก”

“ในเมื่อถึงวาระสุดท้ายแล้ว ข้าก็จะช่วยให้ท่านตาสว่างเสียหน่อย เป็นท่านพี่ชูเซี่ยนที่บอกว่า ในเมื่อพระองค์เคยทำให้หม่อมฉันต้องเสียลูกไป ชาตินี้พระองค์ก็ควรชดใช้ด้วยการไม่มีลูกไปตลอดชีวิต ดังนั้น ถุงหอมที่เขาพกติดตัวทุกครั้งที่ไปหาพระองค์ จึงเป็นของที่ปรุงขึ้นมาเป็นพิเศษ”

“พระองค์ได้กลิ่นมันอยู่ทุกวันจะตั้งครรภ์ได้อย่างไรเล่า?”

ภาพชายกระโปรงสีแดงฉานของเมิ่งยางลอยเข้ามาในหัวของเซิ่งจือหว่านอีกครั้ง

ใช่แล้ว ในตอนนั้นฉีซูเซี่ยนไม่ใช่ซื่อจื่อตกยากที่ต้องอาศัยบารมีของนางเพื่อยืนหยัดในเมืองหลวงอีกต่อไป เขามีกำลังทหารในมือถึงแสนนาย มีอำนาจล้นฟ้าเป็นขุนนางขั้นหนึ่ง แม้แต่เสด็จพ่อของนางยังต้องยอมถอดยศนางให้เป็นสามัญชนเพียงเพราะโทสะของเขา

ทั่วทั้งเมืองหลวงจะมีใครกล้าปากมากเรื่องที่สตรีอันเป็นที่รักของเขา ที่สวมใส่ชุดสีแดงที่เป็นสัญลักษณ์ของภรรยาหลวงกันเล่า?

เมื่อคิดถึงตรงนี้ เซิ่งจือหว่านก็ไม่อาจกลั้นรอยยิ้มเยาะเย้ยที่มุมปากได้

จนในที่สุด นางก็หลุดหัวเราะออกมาดังลั่น

ห้วนจูงุนงงกับเสียงหัวเราะนั้น“องค์หญิง หม่อมฉันสงสัยนัก พระองค์ทรงหัวเราะอะไรหรือเพคะหรือว่าทรงคิดตกแล้ว? แต่อันที่จริงเรื่องนี้จะไปโทษท่านซื่อจื่อฝ่ายเดียวก็ไม่ได้นะเพคะ”

เซิ่งจือหว่านฟังแล้วพลางพินิจพิจารณานางกำนัลที่นางเคยไว้ใจมาตลอดกว่ายี่สิบปีในชาติก่อนอย่างละเอียด

ที่แท้ นางก็แอบรักฉีซูเซี่ยนตั้งแต่ตอนนั้นแล้วรึ?

มิเช่นนั้น จะมารู้สึกปวดใจแทนเขาที่ยืนตากฝนอยู่แค่เพียงหนึ่งวันหนึ่งคืนได้อย่างไร

“ไปกันเถอะ ตามข้าไปดูท่านพี่เสียหน่อย”

“เพคะองค์หญิง!” ห้วนจูเก็บซ่อนความดีใจไว้ในแววตาไม่มิด

……

ก่อนจะตาย เซิ่งจือหว่านไม่ได้พบหน้าฉีซูเซี่ยนมาเกือบปี

แม้ว่านางจะพยุงร่างกายที่เจ็บป่วย ทำซุปด้วยตัวเองเพื่อไปส่งให้เขาที่หน้าเรือนหนังสือ แต่สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงเสียงพูดคุยหัวเราะต่อกระซิกที่แว่วออกมาจากข้างในเท่านั้น

พร้อมกับคำพูดที่เย็นชาขององครักษ์ที่ว่า “ท่านอัครเสนาบดีฝ่ายขวากำลังติดธุระ องค์หญิงโปรดกลับไปเถิด”

แต่ในวันนี้ ชายที่นางยากจะพบหน้าได้ไม่ว่าจะพยายามเพียงใด กลับกำลังยืนโชกโชนไปด้วยเม็ดฝน และข้างกายของเขา มีหญิงสาวในชุดผ้าเนื้อหยาบที่ไม่อาจซ่อนความบอบบางเอาไว้ได้ กำลังเกลี้ยกล่อมให้เขาเปี่ยมไปด้วยความกังวลให้เขากลับไป

เซิ่งจือหว่านยกมือขึ้นเล็กน้อย เหล่านางกำนัลที่แบกเกี้ยวก็หยุดเท้าลงทันที

ห้วนจูถ่มน้ำลายอย่างแรง “ถุย! อีแพศยาไร้ยางอาย! ไพร่ชั้นต่ำอย่างมันกล้าดียังไงมาฉุดกระชากลากถูท่านซื่อจื่อ! องค์หญิง หม่อมฉันจะไปสั่งสอนมันแทนพระองค์เดี๋ยวนี้แหละเพคะ!”

สิ้นคำ นางก็ไม่รอให้เซิ่งจือหว่านอนุญาต แต่กลับเดินตรงดิ่งเข้าไปหาคนทั้งสองทันที

เซิ่งจือหว่านหัวเราะในลำคอเบาๆ อีกครั้ง

จนกระทั่งเสียงฝ่ามือของห้วนจูฟาดลงบนใบหน้าของเมิ่งยางอย่างแรงและเฉียบขาด ทั้งสองคนจึงดูเหมือนจะสังเกตเห็นนาง และหันมามองพร้อมกัน

ฉีซูเซี่ยนรีบดึงตัวเมิ่งยางไปซ่อนไว้ข้างหลังตามสัญชาตญาณ “แม่นางจือหว่าน เรื่องนี้ข้าเป็นฝ่ายผิดต่อเจ้าเอง แต่เมิ่งยางนางไม่เกี่ยวข้องด้วย”

“นางต้องพลอยรับเคราะห์เพราะข้า! เจ้าเคยบอกเองไม่ใช่หรือว่าสตรีในโลกนี้ใช้ชีวิตลำบากเพียงใด ฐานะอย่างนางหากข้าไม่รับผิดชอบแต่งเข้าจวน ก็เท่ากับบีบให้นางไปตาย เจ้าทนเห็นนางตายไปต่อหน้าต่อตาได้ลงคอเชียวหรือ?”

“ก็แค่ฐานะอนุเท่านั้น ข้าขอสัญญาว่าหลังจากนี้จะไม่ไปพบนางอีก!” ชายหนุ่มรูปงามยืนหลังตรงแน่วแน่

เมิ่งยางกุมแก้มข้างที่ถูกตบ พลางมองแผ่นหลังของเขาด้วยสายตาเหม่อลอย

ผ่านม่านฝน นางมองเห็นสตรีผู้งดงามสง่าที่นั่งอยู่บนเกี้ยวอันหรูหรา รอบกายของสตรีผู้นั้นช่างดูสูงส่งล้ำค่า ส่วนการมีอยู่ของนาง กลับเป็นเหมือนเศษโคลนที่แปดเปื้อนความหรูหรานั้น

อนุอย่างนั้นหรือ? ท่านพี่รู้หรือไม่ว่าแค่ฐานะเดียวนี้ มันเพียงพอที่จะทำให้ข้ากลายเป็นตัวตลกไปทั่วทั้งเมืองหลวง?” เซิ่งจือหว่านจิกเล็บลงบนฝ่ามือ

ในตอนนั้น เพื่อให้ได้ราชโองการสมรสพระราชทานมา นางยอมคุกเข่าหน้าตำหนักจื่อเซิ่งถึงสามวันสามคืน ถึงขั้นยอมอดอาหารเอาชีวิตเข้าแลก ยามนั้นจวนกั๋วกงตระกูลฉีตกอับจนเหลือเพียงแต่เปลือก ทุกคนต่างพากันหัวเราะเยาะว่านางที่เป็นถึงองค์หญิงกลับฝักใฝ่แต่เรื่องความรักจนเสียสติเพื่อผู้ชายคนเดียว

และผลที่ได้...

ช่างน่าขันสิ้นดี!

ฉีซูเซี่ยนขมวดคิ้วอย่างไม่เห็นด้วย “ก็แค่ชื่อเรียก จะไปเทียบกับชีวิตคนได้อย่างไร?”

“เหอะ” เซิ่งจือหว่านปรายตาไปมองเมิ่งยางที่อยู่ข้างหลังเขา “แล้วเจ้าล่ะ? หากข้ามอบเงินให้เจ้าก้อนหนึ่ง ประกันว่าชีวิตครึ่งหลังของเจ้าจะอยู่อย่างไร้กังวล เจ้ายังอยากจะเป็นอนุของเขาอยู่อีกหรือไม่?”

น้ำเสียงของนางไม่ดังนัก และไม่ได้แฝงแววหาเรื่อง แต่คำพูดเพียงประโยคเดียวนี้กลับทำให้ร่างที่ยืนกลางสายฝนนั้นสั่นคลอนราวกับถูกค้อนหนักพันชั่งทุบเข้าใส่ จนต้องเซไปหลายครั้งกว่าจะทรงตัวอยู่

“หม่อมฉัน... ไม่เพคะ... หม่อมฉันขอองค์หญิงโปรดเมตตา หม่อมฉันเสียตัวให้เขาไปแล้ว หากไม่ได้แต่งให้เขา หม่อมฉันต้องถูกท่านพ่อและคนในครอบครัวทุบตีจนตายแน่ๆ เพคะ”

เมิ่งยางหน้าซีดเผือด นางกัดริมฝีปากคุกเข่าลงกลางสายฝน

เซิ่งจือหว่านหลุบตาลง“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ห้วนจูไปเชิญหมอหลวงซ่งให้จัดยาไร้ทายาทมาชุดหนึ่ง”
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 30

    อาจงพยายามเช็ดเหงื่อที่ไหลท่วมหน้าท่วมหัว “องค์หญิงจะลงอาญาอย่างไรก็เชิญเถิดพ่ะย่ะค่ะ ข้าน้อยจำไม่ได้จริงๆ!”อาจงคนนี้ก็ถือว่ามีไหวพริบไม่น้อย เขากัดฟันยืนยันว่าเป็นฝีมือตนเอง และอ้างว่าไม่จำอะไรได้เลย ต่อให้เซิ่งจือหว่านรู้ว่าไม่ใช่เขา แล้วจะมีหลักฐานอะไรเล่า?แต่แล้วในเสี้ยววินาทีถัดมา“หึ!” เสียงหัวเราะเยาะดังออกมาจากปากของเซิ่งจือหว่านไม่ใช่แค่นางเท่านั้น อั้นจื่อกับติงหลานที่ยืนอยู่ข้างกายก็เผยสีหน้าเหยียดหยามรังเกียจ รวมถึงบรรดาเหล่าผู้เชี่ยวชาญชราเหล่านั้นด้วยที่ยืนอยู่ก็ยังมีสีหน้าประหลาดไปเกิดอะไรขึ้นกันแน่? ไม่รอให้ฉีซูเซี่ยนคิดได้ทัน เซิ่งจือหว่านหันไปมองกลุ่มชายชราแล้วเอ่ยว่า “เพื่อป้องกันไม่ให้ใครมากล่าวหาว่าเปิ่นกงชี้ตัวส่งเดช รบกวนพวกท่านช่วยบอกใต้เท้าฟางทีว่า สินเดิมของตัวข้าถูกเก็บไว้ที่ห้องคลังห้องไหนบ้าง”บรรดาชายชราพยักหน้ารับคำหนึ่งในนั้นก้าวออกมาแล้วกล่าวว่า “เรียนใต้เท้า ข้าน้อยเป็นเถ้าแก่ของร้านเหวินโม่ องค์หญิงเชิญข้าน้อยมาเพื่อตรวจสอบภาพวาดอักษรเจ้าค่ะ ภาพวาดและคัมภีร์โบราณส่วนหนึ่งในสินเดิมขององค์หญิง ส่วนใหญ่ถูกเก็บไว้ในห้องหนังสือและห้องคลังทา

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 29

    ชายทั้งสองคนนั้นขวัญเสียอยู่ก่อนแล้ว พอถูกพาเข้าจวนกั๋วกงมาเจอผู้คนเต็มโถงก็ถึงกับตัวสั่นพวกเขายังไม่ทันถูกสอบสวนด้วยซ้ำ ก็พรั่งพรูความจริงออกมาจนหมดเปลือกราวกับเทถั่วออกจากกระบอก“เรียนองค์หญิง เรียนท่านซื่อจื่อและใต้เท้า ทั้ง ทั้งหมดนี้เป็นคำสั่งของคุณชายน้อยฉีพ่ะย่ะค่ะ ข้าน้อยเองก็ไม่ทราบว่าของพวกนั้นเป็นของพระราชทาน จึงได้วู่วามทำผิดไป!”“ใช่พ่ะย่ะค่ะ! เดิมทีข้าน้อยก็ไม่อยากจะรับซื้อไว้หรอกพ่ะย่ะค่ะ แต่คุณชายน้อยฉีขู่ว่าหากไม่รับ เขาจะทำให้ข้าน้อยไม่มีที่ยืนในเมืองหลวง ข้าน้อยเป็นเพียงพ่อค้าวานิช จะกล้าไปต่อกรกับคุณชายน้อยฉีได้อย่างไร?”ทั้งสองคนหวาดกลัวจนถึงขีดสุด แม้จะพอเดาได้ว่าของพวกนั้นที่มาที่ไปไม่ค่อยสะอาดนัก แต่เต็มที่พวกเขาก็คิดแค่ว่าฉีซูหล่างแอบขโมยของในจวนออกมาขาย ใครจะไปนึกว่านั่นจะเป็นสินเดิมขององค์หญิง! “เป็นไปไม่ได้!” ชุยซื่อรู้สึกหายใจติดขัดขึ้นมาทันที“บังอาจ!” ฉีซูเซี่ยนตบโต๊ะดังปังเศษไม้กระเด็นว่อน ชายทั้งสองตกใจจนทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น“พวกเจ้ากล้าดียังไงมาใส่ร้ายป้ายสีจวนกั๋วกง? รู้ไหมว่าจุดจบจะเป็นอย่างไร! พูดมา ใครเป็นคนสั่งให้พวกเจ้าพูดจาเหลวไห

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 28

    ในบรรดาตระกูลใหญ่แห่งเมืองหลวงตลอดหลายร้อยปี มีเพียงตระกูลหวังเท่านั้นที่เคยทำเรื่องอัปยศนำสินเดิมของภรรยาเอกไปใช้แต่งงานรับอนุภรรยา ผลคือถูกครหาไปอีกหลายปี แม้แต่ท่านอัครมหาเสนาบดีหวังก็ยังเคยถูกฮ่องเต้ตำหนิเซิ่งจือหว่านช่างโหดร้ายจริง ๆนี่คือการโต้กลับของนาง หลังรู้ว่าเขาไปอยู่จวนเว่ยยางอย่างนั้นหรือ?ไม่เพียงไม่สำนึกผิด ยังทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า!ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เขาก็ไม่อาจปล่อยให้นางใส่ร้ายตัวเองและจวนกั๋วกงได้ฉีซูเซี่ยนเอ่ยขึ้นว่า“ข้ามาถามเจ้า ก็เพราะเราสามีภรรยาเป็นหนึ่งเดียวกัน! ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะขี้หึงถึงเพียงนี้ เพียงเพราะเมื่อวานข้าไปเยี่ยงเมิ่งยาง เจ้าก็คิดแผนชั่วเช่นนี้ขึ้นมาได้”“เจ้าจะเกลียดหรือเคืองข้า มีอะไรก็มาลงที่ข้าเถิด เหตุใดต้องลากคนอื่นมาเกี่ยวข้อง ยิ่งไปกว่านั้น ซูหล่างก็ยังเป็นเพียงเด็ก… เจ้าใส่ร้ายเขาเช่นนี้ ใจไม่รู้สึกผิดบ้างหรือ?”น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดบรรดาผู้เฒ่าที่เดิมยังลังเลอยู่ พอได้ยินคำพูดนี้ก็เริ่มเอนเอียงไปอีกฝั่งโดยไม่รู้ตัว ใคร ๆ ต่างรู้ว่าจวนกั๋วกงฉีมีชื่อเสียงเรื่องกฎระเบียบและคุณธรรม ซูหล่างที่อายุเพียงสิบปี จะไปทำเรื

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 27

    เซิ่งจือหว่านพูดพลางหยิบแจกันเคลือบสีตงชิงชิ้นนั้นขึ้นมา แล้วทุ่มลงตรงหน้าฉีซูเซี่ยนอย่างไม่ใยดีเพล้ง!เสียงแตกดังสนั่น เศษกระเบื้องกระจายเกลื่อนภาพเหตุการณ์ดูราวกับหนังม้วนเดิมฉายซ้ำ เมื่อครู่ฉีซูเซี่ยนเพิ่งพุ่งเข้ามาด้วยความโกรธและปัดถ้วยชาจนตกแตก แต่ตอนนี้ ผู้ที่เป็นฝ่ายคาดคั้นกลับกลายเป็นเซิ่งจือหว่านฉีซูเซี่ยนมีสิทธิ์อะไรมาคาดคั้นนาง?หรือเขาจะคิดจริงๆ ว่าข้าวของของนาง เพียงเพราะนางแต่งให้เขาแล้ว เขาจะสามารถบงการอย่างไรก็ได้ตามใจชอบ?พวกบุรุษมักชอบคิดว่าสตรีเป็นดั่งสิ่งของส่วนตัว ไม่ใช่เพียงตัวสตรีเท่านั้น แม้แต่ทรัพย์สินและคุณค่าที่สตรียกติดตัวมาด้วย พวกเขาก็คิดจะตักตวงเอาตามใจชอบ ครั้นพอไม่ต้องการก็นึกจะถีบหัวส่งดั่งขยะแต่มันยุติธรรมแล้วหรือ?เซิ่งจือหว่านมองเขาด้วยสายตาเยาะเย้ยสายตาของฉีซูเซี่ยนเพิ่งจะสังเกตเห็นข้าวของที่วางกองอยู่ที่พื้น มีทั้งภาพวาดอักษร ของตั้งโชว์ และเครื่องประดับ ทุกชิ้นล้วนดูประณีตงดงาม แต่เมื่อครู่เซิ่งจือหว่านกลับบอกว่าของเหล่านี้เป็นของปลอมหมายความว่าอย่างไร?อย่างไรเสีย เขาก็คือบัณฑิตที่สอบได้ที่หนึ่งถึงสามระดับแม้เหตุผลส่วนใหญ

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 26

    “องค์หญิงใช้ชื่อโรงทานเซิ่งซื่อในการบริจาค... ท่านซื่อจื่อเองก็ไม่ทราบเรื่องเลยหรือ?” ชายผู้นั้นยังคงถามย้ำด้วยความไม่ค่อยอยากจะเชื่อสายตานักสีหน้าของฉีซูเซี่ยนย่ำแย่ลงทันทีเขาไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อนเลยแม้แต่น้อย“โรง... โรงทานเซิ่งซื่อหรือ?” ทันใดนั้น นายทหารน้อยคนหนึ่งที่ใบหน้าแดงก่ำด้วยฤทธิ์สุราก็ชะโงกหน้าออกมาจากกลุ่มคนฉีซูเซี่ยนหันไปมองเขานายทหารน้อยผู้นั้นรีบส่งยิ้มซื่อๆ ออกมา “น้องสามีของข้าเป็นอนุภรรยาคนที่สามของน้องชายท่านแม่ทัพเหลียง แล้วข้าพอจะอ่านออกเขียนได้บ้าง บางครั้งพวกจดหมายตอบรับที่ท่านแม่ทัพเหลียงคร้านจะทำเอง ก็มักจะตกมาถึงมือข้าให้ช่วยจัดการ”“เจ้าของโรงทานเซิ่งซื่อนี่ไม่รู้ว่าเป็นเศรษฐีจากที่ไหน บริจาคทั้งเสบียง เสื้อกันหนาว และยาสมัคเร็จรูปให้กองทัพเราตั้งหลายครั้ง... ทำไมหรือพยะค่ะ ท่านซื่อจื่อรู้จักเขาด้วยหรือ?”“ถ้าท่านซื่อจื่อรู้จักล่ะก็ ช่วยเขียนจดหมายไปบอกท่านแม่ทัพเหลียงหน่อยเถิด ท่านอยากรู้มาตลอดว่าเศรษฐีผู้มีใจรักชาติท่านนี้เป็นใคร จะได้ทูลขอความดีความชอบประทานบำเหน็จให้ เอื๊อก!”เขาเป็นคนคออ่อน แม้จะดื่มไปไม่มากแต่ก็เริ่มมึนงงจนจำได้เพียง

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 25

    “ท่านแม่พูดถูก ข้าจะไปหาจือหว่านเดี๋ยวนี้ ให้นางกลับมาดูแลเรื่องในจวนตามเดิม!” ฉีซูเซี่ยนทำท่าจะหมุนตัวเดินจากไปชุยซื่อรีบเรียกเขาไว้ “จะรีบร้อนไปใย? เจ้าไม่จำเป็นต้องไปหานาง เมื่อคืนเจ้าไปค้างที่ตำหนักเมิ่งยางแล้ว ก็แค่รอให้นางเป็นฝ่ายมาหาเจ้าเอง ถึงตอนนั้นเจ้าค่อยเสนอเรื่องนี้ก็ยังไม่สาย”“ข้าจะทำตามที่ท่านแม่บอก” ฉีซูเซี่ยนเห็นด้วยว่ามีเหตุผลเพียงแต่เงินที่จะใช้ในวันนี้เขาค่อนข้างรีบ...“ข้ามีเงินติดตัวอยู่หนึ่งพันตำลึง เจ้าเอาไปใช้ก่อนเถอะ” ชุยซื่อส่งสัญญาณให้แม่นมคนสนิทจัดการหลังจากฉีซูเซี่ยนเดินออกไปแล้วแม่นางผิงนึกถึงสายตาของเซิ่งจือหว่านเมื่อวานนี้ ก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยขึ้นว่า “ฮูหยินเพคะ หม่อมฉันรู้สึกว่าดูเหมือนฮูหยินน้อยจะเปลี่ยนไปนะเพคะ”เมื่อก่อนนางช่างพูดง่ายและชักจูงได้ง่ายเหลือเกิน แต่ตอนนี้จู่ๆ กลับกลายเป็นคนแข็งกร้าวขึ้นมาปกติแล้วนางกตัญญูต่อฮูหยินที่สุด แต่เมื่อวานขนาดเห็นฮูหยินโกรธจนเป็นลม นางกลับไม่มีคำห่วงใยสักคำ...ในใจของนางมีความคิดที่ดูเพ้อเจ้อผุดขึ้นมาบางที ครั้งนี้เซิ่งจือหว่านอาจจะไม่ยอมอ่อนข้อให้แล้วจริงๆแต่ความคิดนั้นก็อยู่เพียงชั่ววูบก่อน

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status