Share

บทที่ 3

Penulis: ยอดคนแปดทิศ
เซิ่งจือหว่านเพิ่งกลับมาถึงจวนผิงหลาน ติงหลานสาวใช้คนสนิทก็ทรุดกายลงคุกเข่าต่อหน้านางดัง “ปัง”ทันที

“องค์หญิง ต่อให้พระองค์จะทรงลงอาญาหม่อมฉัน แต่ว่าวันนี้หม่อมฉันก็มีเรื่องต้องทูลให้ได้เพคะ!”

“ทั้งท่านซื่อจื่อและฮูหยินต่างก็รังแกกันเกินไปแล้ว!”

“พระองค์ทรงเป็นถึงองค์หญิง ก่อนจะเสด็จแต่งออกมานั้นทรงสูงศักดิ์เหนือใคร แต่ตั้งแต่วันที่แต่งเข้าจวนฉีกั๋วกงมา หม่อมฉันก็ไม่เคยเห็นพระองค์ทรงสรวลอย่างมีความสุขจริงๆ เลยสักครั้ง พระองค์ทรงคิดเผื่อครอบครัวของท่านซื่อจื่อในทุกด้าน ทั้งที่จวนกั๋วกงแห่งนี้เหลือเพียงเปลือกนอก แต่ว่าท่านกั๋วกงและฮูหยินกลับยังอยากรักษาหน้าตา พระองค์บอกว่าเข้ามาช่วยดูแลกิจการในจวน แต่แท้จริงแล้วกลับต้องนำสินเดิมส่วนตัวออกมาจุนเจือในทุกเรื่อง!”

“คุณหนูใหญ่ก็มักจะเอาเรื่องราวในครอบครัวสามีมาใช้สอยพระองค์อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน คุณหนูรองก็ต้องสวมใส่เครื่องประดับที่เลิศหรูที่สุดจากหอติ่งเจินโหลว ส่วนคุณชายรองที่ทำให้อาจารย์โกรธจนหนีไป ท่านกั๋วกงก็ยังให้พระองค์ไปร้องขอต่อท่านราชครูตู้ให้รับเขาเป็นศิษย์เพื่อจะได้เข้าศึกษาในสำนักศึกษาชิงหยุนเป็นกรณีพิเศษ ไหนจะอาการป่วยของฮูหยินที่พระองค์ต้องทรงปรุงยาให้ด้วยพระองค์เองอีก... เรื่องราวน้อยใหญ่เหล่านี้ พระองค์ทรงต้องเสียสละหยาดเหงื่อแรงกายไปเท่าไรกันเพคะ?!”

“เมื่อก่อนพระองค์มักจะพูดเสมอว่า ครอบครัวของท่านซื่อจื่อก็เหมือนครอบครัวของพระองค์ ในเมื่อทรงรักท่านซื่อจื่อ ก็ต้องรักคนที่เขาห่วงใยด้วย! แต่ดูตอนนี้สิเพคะ? พระองค์กับท่านซื่อจื่อยังไม่ทันได้ร่วมหอกันเลย เขากลับพาหญิงที่ตั้งครรภ์มาบีบบังคับให้พระองค์ยอมรับ แถมฮูหยินยังมาโทษว่าพระองค์ไร้ความสามารถที่จะมีทายาทเสียอีก!”

“องค์หญิง... เด็กผู้นี้พระองค์จะทรงยอมรับมิได้เด็ดขาดนะเพคะ! หากทรงยอมรับ ต่อไปลูกของพระองค์เองก็จะไม่ได้เป็นบุตรคนโตสายตรงอีกต่อไป!”

ติงหลานอดทนกับคำพูดเหล่านี้มานานแสนนาน เมื่อพูดออกมาจนหมดเปลือกในคราวเดียวแล้ว นางก็ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองสีหน้าของเซิ่งจือหว่านเลยแม้แต่น้อย

เพราะองค์หญิงนั้นทรงไม่เคยยอมให้ใครมากล่าวร้ายซื่อจื่อแม้แต่ครึ่งคำ...

“คุกเข่าทำไมกัน?” เซิ่งจือหว่านมองนางด้วยสายตาที่ซับซ้อน “เจ้าพูดความจริงทั้งนั้น เหตุใดข้าต้องลงโทษเจ้าด้วยล่ะ?”

“องค์หญิง?” ติงหลานเงยหน้าขึ้นด้วยความงุนงง

เซิ่งจือหว่านยื่นมือไปประคองนางให้ลุกขึ้น ทำให้ติงหลานรู้สึกซาบซึ้งใจจนทำตัวไม่ถูก

เซิ่งจือหว่านมองดูสาวใช้ผู้นี้ ซึ่งในชาติก่อนยอมคุกเข่าจนตายอยู่ที่หน้าประตูวังเพียงเพื่อจะตามหมอหลวงมารักษาให้นาง “เจ้าพูดถูกแล้ว เมื่อก่อนเป็นข้าที่หูหนวกตาบอด มองไม่ออกว่าจวนฉีกั๋วกงแห่งนี้มันคือรังหมาป่า แต่ตอนนี้ข้าตาสว่างแล้ว เจ้าวางใจเถอะ อีกไม่นานพวกเราจะไปจากที่นี่อย่างถาวร”

“องค์หญิง... หมายความว่าอย่างไรเพคะ?” ติงหลานยังไม่เข้าใจ

“ข้าจะไปขอให้เสด็จพ่อประทานการหย่าระหว่างข้ากับฉีซูเซี่ยน แต่ว่าตอนนี้ยังไม่ใช่เวลา”

คนที่เคยทำร้ายนางในชาติก่อน นางจะเอาคืนพวกมันทีละคนก่อนจะจากไป!

ยิ่งไปกว่านั้น หากขอหย่าเพียงเพราะเรื่องของเมิ่งยาง การแต่งงานที่นางเคยทุ่มเทเสียหน้าไปร้องขอมาด้วยตัวเองเช่นนี้ เกรงว่าเสด็จพ่อคงไม่ยอมตกลงโดยง่าย…

“เจ้าไปเอาบัญชีรายการสินเดิมและโฉนดทรัพย์สินส่วนตัวของข้ามา” เซิ่งจือหว่านสั่ง

ติงหลานนิ่งไปครู่หนึ่ง “ของพวกนั้นพี่ห้วนจูเป็นคนเก็บไว้นี่เพคะ เอ๊ะ? แล้วพี่ห้วนจูล่ะเพคะ เมื่อครู่ยังเห็นอยู่แถวนี้เลย”

เมื่อได้ยินดังนั้น แววตาของเซิ่งจือหว่านก็ฉายแววเย็นเยียบ นางย่อมรู้ดีว่าห้วนจูหายไปที่ไหน

แต่นางเองก็มีกุญแจสำรองอยู่อีกชุดหนึ่ง นางจึงมอบกุญแจนั้นให้ติงหลานไป ไม่นานนัก บัญชีรายการยาวเหยียดและโฉนดปึกหนาก็ถูกนำมาวางไว้ตรงหน้า

แปดหีบ เงินสดก้นหีบอีกหนึ่งแสนหกหมื่นหกพันตำลึง ร้านค้าแปดแห่ง จวนและตำหนักอย่างละหกแห่ง ที่นาชั้นดีอีกแปดสิบฉิ่ง...”

เซิ่งจือหว่านหลับตาลงและรับฟังอย่างช้าๆ

ที่แท้ ท่านย่าทรงคาดการณ์ถึงสถานการณ์ของนางไว้ตั้งแต่ตอนนั้นแล้วหรือ?

มิน่าเล่า ท่านถึงได้ทั้งว่ากล่าวตักเตือนและยอมควักทรัพย์สินส่วนตัวมาจัดเตรียมสินเดิมให้มากมายเพียงนี้ เพราะทรงเกรงว่านางแต่งเข้ามาแล้วจะลำบาก

แต่ตัวนางเล่า? เพียงเพราะคำเตือนไม่กี่ประโยคของท่านย่าในตอนนั้น กลับเหมือนถูกอะไรบางอย่างบังตาจนทำให้ตีตัวออกห่างจากท่านเสียอย่างนั้น

แม้กระทั่งในชาติก่อนตอนที่ท่านสิ้นพระชนม์ นางยังถูกขังอยู่ในศาลบรรพชนจนไม่มีโอกาสแม้แต่จะไปดูใจเป็นครั้งสุดท้าย...

ปลายนิ้วของเซิ่งจือหว่านจิกเข้ากับฝ่ามืออย่างแรง

จนลมหายใจติดขัดในลำคอ นางจึงลืมตาขึ้นอย่างแรงและถอนหายใจออกมา

โชคดีที่ชาตินี้ ทุกอย่างยังไม่สายเกินไป!

ท่านย่ายังคงสบายดี และยังไม่ถูกนักพรตที่มาจากที่ไหนก็ไม่รู้ล่อลวง จนต้องสิ้นพระชนม์เพราะสารพิษจากยาอายุวัฒนะเกินขนาด

“สองปีมานี้ ข้าควักเงินจุนเจือจวนฉีกั๋วกงไปเท่าไรแล้ว?” เซิ่งจือหว่านเลื่อนสายตาไปที่รายการบัญชี

ติงหลานเม้มปาก “หากไม่นับรวมที่พระองค์ทรงซื้อเสบียง เสื้อนวม และสมุนไพรส่งไปที่ชายแดนแล้ว เมื่อคำนวณจากรายได้ของร้านค้าและที่ดินในช่วงสองปีนี้ พระองค์ทรงจุนเจือเป็นเงินสดไปทั้งหมดสองหมื่นสามพันตำลึงเพคะ”

“นอกจากนี้ เครื่องประดับ ผ้าแพรพรรณ และภาพวาดของตกแต่งจากสินเดิมของพระองค์ อีกหนึ่งร้อยสิบแปดชิ้นอยู่ในมือของท่านกั๋วกงและฮูหยิน หกสิบสามชิ้นถูกคุณหนูใหญ่และคุณหนูรองหยิบยืมไป ภาพวาดจิตรกรชื่อดังอีกสิบสามภาพและตำราหมากรุกอีกหกเล่มถูกคุณชายรองหยิบไปศึกษา...”

“เหอะ!” ช่างเป็นคำว่า หยิบยืมและศึกษาที่ดีเสียจริง

เซิ่งจือหว่านกวาดปลายนิ้วผ่านรายการบัญชี “ภายในสองวันนี้ เจ้าจงแยกรายการสิ่งของที่คนในจวนกั๋วกงเอาไปออกมาให้หมด รวมถึงของที่อยู่ในคลังก็หาคนมาตรวจสอบอีกรอบด้วย”

“เพคะองค์หญิง” ติงหลานรู้สึกยินดีในใจ

เมื่อก่อนองค์หญิงไม่เคยใส่ใจสิ่งของนอกกายเหล่านี้เลย แต่ใจคนนั้นเปลี่ยนง่าย บางครั้งสิ่งของพวกนี้ต่างหากที่พึ่งพาได้มากที่สุด!

*

สายฝนเริ่มโหมกระหน่ำแรงขึ้น

ที่จวนหลักมีคนเข้าออกไม่ขาด จนผ่านไปครึ่งชั่วโมง ชุยซื่อออกมาส่งใครบางคนด้วยตนเอง

“วันนี้ต้องลำบากหมอหลวงซ่งแล้ว” ชุยซื่อส่งสัญญาณให้แม่นมข้างกายยื่นซองเงินหนาปึกให้

ท่านหมอหลวงซ่งผู้มีผมขาวประปรายโบกมือปฏิเสธ

เขาหยิบกล่องยาขึ้นมาแล้วก้าวขึ้นรถม้าโดยมีหมอหลวงซ่งคนลูกช่วยพยุง

หมอหลวงซ่งคนลูกนั้นเก็บงำความไม่พอใจไว้เต็มอก “ท่านพ่อ ฝนตกหนักขนาดนี้ให้ข้ามาคนเดียวก็ได้นี่? ฮูหยินนี้ยังจะดึงดันให้ท่านมาด้วยตัวเองอีก บอกว่าฉีซื่อจื่อได้รับบาดเจ็บจากสนามรบ ถ้าไม่ผ่านสายตาท่านจะไม่วางใจ แต่ข้ามองแล้ว นั่นเรียกว่าบาดเจ็บหรือ? มาช้ากว่านี้อีกครึ่งวัน แผลก็คงสมานหมดแล้ว!”

“ท่านก็เหมือนกัน ทุกเดือนต้องมาที่จวนฉีกั๋วกงหนึ่งครั้ง สรุปแล้วมันเพราะอะไรกันแน่? ข้าไม่เชื่อหรอกว่าท่านจะมาเพื่อตรวจชีพจรให้ท่านกั๋วกงกับฮูหยินจริงๆ ขนาดตอนที่ท่านอ๋องสามทรงประชวรที่ขา ท่านยังไม่ดูใส่ใจขนาดนี้เลย

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 417

    ยามที่พ่อบ้านมาตามตัว แม่นมก่วนก็รู้ดีว่าวันนี้ตนเองคงไม่มีชีวิตรอดอีกแล้วเดิมทีนางมิได้คิดจะทำเรื่องนี้เลยทว่าท่านหญิงทุกข์ใจถึงเพียงนั้น ทั้งยังคุกเข่าขอร้องนาง แล้วนางจะทนเห็นท่านหญิงน้อยที่ตนเลี้ยงดูมาตั้งแต่เล็กจนโตเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร?นางคิดว่า ขอเพียงตนเองลงมืออย่างมิดชิดสักหน่อย ก็ย่อมไม่มีผู้ใดล่วงรู้เป็นแน่ยิ่งไปกว่านั้นก็แค่เรื่องสับเปลี่ยนธูปกำหนึ่งเท่านั้น คงไม่มีผู้ใดอยากจะก่อเรื่องให้บานปลายในวันสำคัญเช่นนี้หรอกอย่างมากที่สุด ก็แค่ทำให้เซิ่งยางต้องถูกผู้คนครหาบ้างเท่านั้นเองทว่านางคิดไม่ถึงจริง ๆ ว่าเรื่องนี้จะลุกลามไปถึงองค์หญิงชิ่งหนิงได้ อีกทั้งองค์หญิงชิ่งหนิงยังไม่ทรงยอมรามือ จนทำให้เรื่องราวบานปลายมาถึงขั้นนี้...ไม่ว่าจะอย่างไร ท่านหญิงก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มิได้เด็ดขาดดังนั้น...แม่นมก่วนจึงคุกเข่าลงบนพื้น แล้วยอมรับออกมาตรง ๆ ว่าทั้งหมดเป็นเพราะตนไม่อาจทนดูพฤติกรรมของเซิ่งยางได้!นางตะโกนเสียงดังและรวดเร็วว่า “บ่าวไม่เชื่อว่าหญิงชั้นต่ำที่ลอบได้เสียกับบุรุษโดยไม่มีแม่สื่อ แย่งชิงวาสนาคู่ครองของผู้อื่น และไร้ยางอายเช่นนี้ จะเป็นบุตรสาวข

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 416

    แววตาของเขาพลันไหววูบ ก่อนจะเอ่ยว่า “กระหม่อมเพียงแต่ทูลว่ามีความเป็นไปได้เช่นนี้ แน่นอน... แน่นอนว่าอาจจะเป็นเพราะสาเหตุอื่นด้วยเช่นกัน”“อ้อ?” เซิ่งจือหว่านจ้องเขาตาเขม็ง “เช่นนั้นรองเจ้ากรมอวี๋ลองบอกเรามาที ว่าเป็นเพราะสาเหตุใด?”สภาพอากาศในช่วงปลายเดือนสาม ปีนี้กลับยิ่งหนาวเย็นกว่าปีอื่นทว่าบนหน้าผากของรองเจ้ากรมอวี๋ในยามนี้กลับมีเหงื่อเย็นซึมออกมาเต็มหน้าผากเขาหันหลังกลับไป สบเข้ากับสายตาอันไม่พึงพอใจของหวายอ๋องและพระชายาหวายอ๋อง ทว่าเมื่อเทียบกับคนเหล่านี้ คนที่เขาไม่กล้าล่วงเกินที่สุดในยามนี้กลับเป็นเซิ่งจือหว่าน——ท่ามกลางสายตาที่เคลือบแคลงสงสัยของทุกคน เขาเดินไปข้างหน้าด้วยร่างกายที่แข็งทื่อ แล้วก้มลงเก็บธูปจำนวนหนึ่งที่หักอยู่บนพื้นขึ้นมาหลังจากนั้น ดูเหมือนเขาจะค้นพบบางอย่างเข้าดวงตาที่พร่ามัวพลันสว่างวาบขึ้นมาทันที “ธูปมีปัญหาพ่ะย่ะค่ะ! มิ... มิใช่เพราะองค์หญิงชิ่งหนิง แต่เป็นธูปนี้ที่มีปัญหา!”พระชายาหวายอ๋องไม่อาจทนได้อีกต่อไปเซิ่งจือหว่านทั้งที่รู้ว่าวันนี้เป็นวันสำคัญของจวนหวายอ๋อง เหตุใดจึงไม่ยอมรามือ ถึงกับต้องก่อเรื่องให้บานปลายเช่นนี้?หากชื่อเสียงของ

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 415

    เมื่อกล่าวมาถึงตรงนี้ รองเจ้ากรมอวี๋ก็จงใจยืดหลังให้ตรง มองไปยังทิศทางของเซิ่งจือหว่านอย่างไม่เกรงกลัวใด ๆ “ก่อนหน้านี้กระหม่อมเคยถวายฎีกาเพื่อเรื่องนี้ โดยทูลขอให้ฝ่าบาททรงถอนรับสั่งคืน ทว่า... เฮ้อ ยามนี้ดูเหมือนว่า ธูปบูชาในวันนี้คงเป็นเพราะมีองค์หญิงชิ่งหนิงประทับอยู่ที่นี่ จึงได้หักลงมา!”สิ้นคำกล่าว สายตาจำนวนมากในที่นั้นต่างพากันหันไปมองที่เซิ่งจือหว่านมีทั้งมองพิจารณาด้วยความรังเกียจ ดูถูกเหยียดหยาม หรือกระทั่งสมน้ำหน้าสตรีออกเรือนครั้งที่สอง ถือเป็นผู้ประพฤติตนเสื่อมเสียและไร้ศีลธรรมสตรีเช่นนี้ นอกจากกระทำในสิ่งที่สตรีจำนวนมากไม่กล้าทำและไม่อาจทำได้แล้ว ก็ยังเป็นการท้าทายศักดิ์ศรีของบุรุษทุกคนในที่แห่งนี้อีกด้วยยิ่งไปกว่านั้น สาเหตุที่เซิ่งจือหว่านทูลขอราชโองการหย่าร้างในยามนั้น ก็เพียงเพราะฉีซื่อจื่อรับอนุภรรยาเท่านั้นบุรุษรับอนุภรรยา ถือเป็นเรื่องที่ถูกต้องชอบธรรมอยู่แล้วหากเป็นเพราะเหตุนี้ต้องหย่าร้างแล้วแต่งงานใหม่ ใต้หล้านี้มิใช่จะวุ่นวายไปหมดหรอกหรือ แล้วจะยังมีกฎระเบียบจารีตและการอบรมสั่งสอนใดให้พูดถึงอีก?สายตาหลากหลายประเภททอดมองมา ภายในโถงใหญ่ที่เต็มไปด

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 414

    คนผู้นั้นจะเป็นใครไปได้อีกเล่า?นางพลันนึกถึงท่านหญิงหมิงเจียที่แสร้งป่วยจนมิได้มาร่วมงานในวันนี้ขึ้นมาทันทีแม้ว่าในช่วงหลายวันมานี้ ท่านหญิงหมิงเจียจะแสดงท่าทีสนิทสนมและรู้สึกผิดต่อหน้าหวายอ๋องและพระชายาหวายอ๋องอยู่ตลอดเวลา แต่ความเคียดแค้นในแววตานั้น นางไม่มีทางมองพลาดเป็นแน่ยิ่งไปกว่านั้น หากจะแอบทำสิ่งใดในจวนหวายอ๋อง จะมีผู้ใดที่ลงมือได้สะดวกกว่าท่านหญิงหมิงเจียอีกเล่า?เมื่อคิดได้เช่นนี้ เซิ่งยางก็กัดริมฝีปากเบา ๆ พลางถอยหลังไปครึ่งก้าวด้วยใบหน้าซีดเผือดทว่ายังไม่ทันที่นางจะได้เอ่ยปากพูดในกลุ่มฝูงชน ฉีกั๋วกงกลับเอ่ยเย้ยหยันขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ดังพอดิบพอดีว่า “ผู้ใดบอกว่าเป็นเพราะเซิ่งยาง? พิธีการเช่นนี้ หากมีผู้ที่ประพฤติตนเสื่อมเสียอยู่ด้วย ก็ย่อมทำให้บรรพบุรุษพิโรธได้เช่นกัน!”ผู้ที่ประพฤติตนเสื่อมเสียงั้นหรือ?ทุกคนต่างพากันชะงักงัน ก่อนจะหันมองไปรอบ ๆ ตามสัญชาตญาณ“นั่นสิ! ก็ไม่แน่ว่าจะเป็นเพราะแม่นางเซิ่งยางเสมอไป หากพูดถึงเรื่องการประพฤติตนเสื่อมเสีย ตั้งแต่โบราณมาสตรีต้องซื่อสัตย์ต่อสามีเดียว การหย่าร้างแล้วแต่งงานใหม่ มิใช่ไร้ศีลธรรมและประพฤติตนเสื่อมเสียหรอก

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 413

    เหลียงเหราเคยได้ยินมาว่าในอดีตเซิ่งจือหว่านกตัญญูและเคารพมารดาของฉีซูเซี่ยนเพียงใด กระทั่งยาก็ยังลงมือเคี่ยวด้วยตนเองตัวนางเองก็ถือว่าเป็นว่าที่แม่สามีของเซิ่งจือหว่านเช่นกัน ไม่ต้องพูดถึงเรื่องปล่อยให้นางเป็นฝ่ายเข้ามาทักทายก่อน แม้แต่ของขวัญแรกพบก็ยังไม่ยอมมอบให้ว่าที่น้องสะใภ้เลยสักชิ้นทว่ายามนี้กำลังอยู่ภายนอก อีกทั้งเซิ่งจือหว่านก็เป็นถึงองค์หญิงแม้ในใจเหลียงเหราจะไม่สบอารมณ์ แต่ก็ทำได้เพียงสะกดกลั้นความรู้สึกนี้เอาไว้ในขณะเดียวกันก็คิดในใจว่า นี่ต้องเป็นเพราะเซิ่งจือหว่านมิได้มีความรู้สึกใด ๆ ต่อซางสิงอวี้เป็นแน่ มิเช่นนั้นด้วยฐานะที่เหมือนกัน เหตุใดจึงได้ปฏิบัติแตกต่างกันลิบลับเช่นนี้?เมื่อเหลียงเหราคิดได้เช่นนี้ ในใจก็รู้สึกดีขึ้นมากเซิ่งจือหว่านสนทนากับฮูหยินหานต่ออีกครู่ใหญ่ ก็ได้ยินคนมาแจ้งว่า ขุนนางผู้ดำเนินพิธีการของกรมราชสกุลมาถึงแล้ว และขอเชิญทุกท่านย้ายไปยังด้านหน้าเพื่อร่วมเป็นสักขีพยานในขั้นตอนการหวนคืนสู่ตระกูลเนื่องจากบรรพบุรุษของหวายอ๋องได้รับพระราชทานสกุลจากฮ่องเต้ และยามนี้ก็ได้ตั้งจวนและมีเขตศักดินาแล้ว ขั้นตอนการหวนคืนสู่ตระกูลของเมิ่งยางในวันนี้จ

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 412

    ไม่เพียงแต่ต้องซ่อมแซมเท่านั้น แต่ยังต้องทำให้เมิ่งยางสวมมันได้จริง ๆ ด้วยมิเช่นนั้น คำพูดที่นางเอ่ยไว้ก่อนหน้านั้น... จะไม่กลายเป็นเรื่องน่าขันหรอกหรือ?ภายใต้การพูดคุยหยอกล้อของเหล่าฮูหยิน ในที่สุดเรื่องนี้ก็ผ่านพ้นไปได้เสียทีเซิ่งจือหว่านก็มิได้สนใจจะมาคอยจับจ่ออยู่กับเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้ไม่เลิกรา เอาเวลานี้ไปพูดคุยกับฮูหยินหาน และไต่ถามถึงสุขภาพของนายหญิงผู้เฒ่าหานไม่ดีกว่าหรือ?ยิ่งไปกว่านั้น วันนี้คนที่มาจากจวนสกุลหานมิได้มีเพียงแค่ฮูหยินหานเท่านั้น แต่ยังมีหานจิ่นเหยา น้องสาวสามีของฮูหยินหานอีกด้วยหานจิ่นเหยามิใช่บุตรสาวแท้ ๆ ของท่านแม่ทัพใหญ่หาน แต่เป็นบุตรสาวของรองแม่ทัพนายหนึ่งที่พลีชีพในสงคราม ซึ่งท่านแม่ทัพใหญ่หานได้รับเลี้ยงไว้เมื่อหลายปีก่อน ก่อนที่หานจื่ออันจะสิ้นใจ เขาได้หมั้นหมายคู่ครองให้น้องสาวผู้นี้ไว้แล้ว ทั้งสองฝ่ายแลกเปลี่ยนเทียบดวงชะตากันเรียบร้อย และการสมรสก็ถูกกำหนดไว้ในเดือนแปดของปีนี้แม่นางน้อยผู้นี้มีอายุน้อยกว่าเซิ่งจือหว่านสองปี นางแตกต่างจากเหล่าสตรีสูงศักดิ์ทั่วไปในเมืองหลวง ผิวพรรณของนางค่อนข้างคล้ำ และท่าทางดูมีความองอาจและห้าวหาญเซิ่งจ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status