แชร์

บทที่ 3

ผู้เขียน: ยอดคนแปดทิศ
เซิ่งจือหว่านเพิ่งกลับมาถึงจวนผิงหลาน ติงหลานสาวใช้คนสนิทก็ทรุดกายลงคุกเข่าต่อหน้านางดัง “ปัง”ทันที

“องค์หญิง ต่อให้พระองค์จะทรงลงอาญาหม่อมฉัน แต่ว่าวันนี้หม่อมฉันก็มีเรื่องต้องทูลให้ได้เพคะ!”

“ทั้งท่านซื่อจื่อและฮูหยินต่างก็รังแกกันเกินไปแล้ว!”

“พระองค์ทรงเป็นถึงองค์หญิง ก่อนจะเสด็จแต่งออกมานั้นทรงสูงศักดิ์เหนือใคร แต่ตั้งแต่วันที่แต่งเข้าจวนฉีกั๋วกงมา หม่อมฉันก็ไม่เคยเห็นพระองค์ทรงสรวลอย่างมีความสุขจริงๆ เลยสักครั้ง พระองค์ทรงคิดเผื่อครอบครัวของท่านซื่อจื่อในทุกด้าน ทั้งที่จวนกั๋วกงแห่งนี้เหลือเพียงเปลือกนอก แต่ว่าท่านกั๋วกงและฮูหยินกลับยังอยากรักษาหน้าตา พระองค์บอกว่าเข้ามาช่วยดูแลกิจการในจวน แต่แท้จริงแล้วกลับต้องนำสินเดิมส่วนตัวออกมาจุนเจือในทุกเรื่อง!”

“คุณหนูใหญ่ก็มักจะเอาเรื่องราวในครอบครัวสามีมาใช้สอยพระองค์อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน คุณหนูรองก็ต้องสวมใส่เครื่องประดับที่เลิศหรูที่สุดจากหอติ่งเจินโหลว ส่วนคุณชายรองที่ทำให้อาจารย์โกรธจนหนีไป ท่านกั๋วกงก็ยังให้พระองค์ไปร้องขอต่อท่านราชครูตู้ให้รับเขาเป็นศิษย์เพื่อจะได้เข้าศึกษาในสำนักศึกษาชิงหยุนเป็นกรณีพิเศษ ไหนจะอาการป่วยของฮูหยินที่พระองค์ต้องทรงปรุงยาให้ด้วยพระองค์เองอีก... เรื่องราวน้อยใหญ่เหล่านี้ พระองค์ทรงต้องเสียสละหยาดเหงื่อแรงกายไปเท่าไรกันเพคะ?!”

“เมื่อก่อนพระองค์มักจะพูดเสมอว่า ครอบครัวของท่านซื่อจื่อก็เหมือนครอบครัวของพระองค์ ในเมื่อทรงรักท่านซื่อจื่อ ก็ต้องรักคนที่เขาห่วงใยด้วย! แต่ดูตอนนี้สิเพคะ? พระองค์กับท่านซื่อจื่อยังไม่ทันได้ร่วมหอกันเลย เขากลับพาหญิงที่ตั้งครรภ์มาบีบบังคับให้พระองค์ยอมรับ แถมฮูหยินยังมาโทษว่าพระองค์ไร้ความสามารถที่จะมีทายาทเสียอีก!”

“องค์หญิง... เด็กผู้นี้พระองค์จะทรงยอมรับมิได้เด็ดขาดนะเพคะ! หากทรงยอมรับ ต่อไปลูกของพระองค์เองก็จะไม่ได้เป็นบุตรคนโตสายตรงอีกต่อไป!”

ติงหลานอดทนกับคำพูดเหล่านี้มานานแสนนาน เมื่อพูดออกมาจนหมดเปลือกในคราวเดียวแล้ว นางก็ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองสีหน้าของเซิ่งจือหว่านเลยแม้แต่น้อย

เพราะองค์หญิงนั้นทรงไม่เคยยอมให้ใครมากล่าวร้ายซื่อจื่อแม้แต่ครึ่งคำ...

“คุกเข่าทำไมกัน?” เซิ่งจือหว่านมองนางด้วยสายตาที่ซับซ้อน “เจ้าพูดความจริงทั้งนั้น เหตุใดข้าต้องลงโทษเจ้าด้วยล่ะ?”

“องค์หญิง?” ติงหลานเงยหน้าขึ้นด้วยความงุนงง

เซิ่งจือหว่านยื่นมือไปประคองนางให้ลุกขึ้น ทำให้ติงหลานรู้สึกซาบซึ้งใจจนทำตัวไม่ถูก

เซิ่งจือหว่านมองดูสาวใช้ผู้นี้ ซึ่งในชาติก่อนยอมคุกเข่าจนตายอยู่ที่หน้าประตูวังเพียงเพื่อจะตามหมอหลวงมารักษาให้นาง “เจ้าพูดถูกแล้ว เมื่อก่อนเป็นข้าที่หูหนวกตาบอด มองไม่ออกว่าจวนฉีกั๋วกงแห่งนี้มันคือรังหมาป่า แต่ตอนนี้ข้าตาสว่างแล้ว เจ้าวางใจเถอะ อีกไม่นานพวกเราจะไปจากที่นี่อย่างถาวร”

“องค์หญิง... หมายความว่าอย่างไรเพคะ?” ติงหลานยังไม่เข้าใจ

“ข้าจะไปขอให้เสด็จพ่อประทานการหย่าระหว่างข้ากับฉีซูเซี่ยน แต่ว่าตอนนี้ยังไม่ใช่เวลา”

คนที่เคยทำร้ายนางในชาติก่อน นางจะเอาคืนพวกมันทีละคนก่อนจะจากไป!

ยิ่งไปกว่านั้น หากขอหย่าเพียงเพราะเรื่องของเมิ่งยาง การแต่งงานที่นางเคยทุ่มเทเสียหน้าไปร้องขอมาด้วยตัวเองเช่นนี้ เกรงว่าเสด็จพ่อคงไม่ยอมตกลงโดยง่าย…

“เจ้าไปเอาบัญชีรายการสินเดิมและโฉนดทรัพย์สินส่วนตัวของข้ามา” เซิ่งจือหว่านสั่ง

ติงหลานนิ่งไปครู่หนึ่ง “ของพวกนั้นพี่ห้วนจูเป็นคนเก็บไว้นี่เพคะ เอ๊ะ? แล้วพี่ห้วนจูล่ะเพคะ เมื่อครู่ยังเห็นอยู่แถวนี้เลย”

เมื่อได้ยินดังนั้น แววตาของเซิ่งจือหว่านก็ฉายแววเย็นเยียบ นางย่อมรู้ดีว่าห้วนจูหายไปที่ไหน

แต่นางเองก็มีกุญแจสำรองอยู่อีกชุดหนึ่ง นางจึงมอบกุญแจนั้นให้ติงหลานไป ไม่นานนัก บัญชีรายการยาวเหยียดและโฉนดปึกหนาก็ถูกนำมาวางไว้ตรงหน้า

แปดหีบ เงินสดก้นหีบอีกหนึ่งแสนหกหมื่นหกพันตำลึง ร้านค้าแปดแห่ง จวนและตำหนักอย่างละหกแห่ง ที่นาชั้นดีอีกแปดสิบฉิ่ง...”

เซิ่งจือหว่านหลับตาลงและรับฟังอย่างช้าๆ

ที่แท้ ท่านย่าทรงคาดการณ์ถึงสถานการณ์ของนางไว้ตั้งแต่ตอนนั้นแล้วหรือ?

มิน่าเล่า ท่านถึงได้ทั้งว่ากล่าวตักเตือนและยอมควักทรัพย์สินส่วนตัวมาจัดเตรียมสินเดิมให้มากมายเพียงนี้ เพราะทรงเกรงว่านางแต่งเข้ามาแล้วจะลำบาก

แต่ตัวนางเล่า? เพียงเพราะคำเตือนไม่กี่ประโยคของท่านย่าในตอนนั้น กลับเหมือนถูกอะไรบางอย่างบังตาจนทำให้ตีตัวออกห่างจากท่านเสียอย่างนั้น

แม้กระทั่งในชาติก่อนตอนที่ท่านสิ้นพระชนม์ นางยังถูกขังอยู่ในศาลบรรพชนจนไม่มีโอกาสแม้แต่จะไปดูใจเป็นครั้งสุดท้าย...

ปลายนิ้วของเซิ่งจือหว่านจิกเข้ากับฝ่ามืออย่างแรง

จนลมหายใจติดขัดในลำคอ นางจึงลืมตาขึ้นอย่างแรงและถอนหายใจออกมา

โชคดีที่ชาตินี้ ทุกอย่างยังไม่สายเกินไป!

ท่านย่ายังคงสบายดี และยังไม่ถูกนักพรตที่มาจากที่ไหนก็ไม่รู้ล่อลวง จนต้องสิ้นพระชนม์เพราะสารพิษจากยาอายุวัฒนะเกินขนาด

“สองปีมานี้ ข้าควักเงินจุนเจือจวนฉีกั๋วกงไปเท่าไรแล้ว?” เซิ่งจือหว่านเลื่อนสายตาไปที่รายการบัญชี

ติงหลานเม้มปาก “หากไม่นับรวมที่พระองค์ทรงซื้อเสบียง เสื้อนวม และสมุนไพรส่งไปที่ชายแดนแล้ว เมื่อคำนวณจากรายได้ของร้านค้าและที่ดินในช่วงสองปีนี้ พระองค์ทรงจุนเจือเป็นเงินสดไปทั้งหมดสองหมื่นสามพันตำลึงเพคะ”

“นอกจากนี้ เครื่องประดับ ผ้าแพรพรรณ และภาพวาดของตกแต่งจากสินเดิมของพระองค์ อีกหนึ่งร้อยสิบแปดชิ้นอยู่ในมือของท่านกั๋วกงและฮูหยิน หกสิบสามชิ้นถูกคุณหนูใหญ่และคุณหนูรองหยิบยืมไป ภาพวาดจิตรกรชื่อดังอีกสิบสามภาพและตำราหมากรุกอีกหกเล่มถูกคุณชายรองหยิบไปศึกษา...”

“เหอะ!” ช่างเป็นคำว่า หยิบยืมและศึกษาที่ดีเสียจริง

เซิ่งจือหว่านกวาดปลายนิ้วผ่านรายการบัญชี “ภายในสองวันนี้ เจ้าจงแยกรายการสิ่งของที่คนในจวนกั๋วกงเอาไปออกมาให้หมด รวมถึงของที่อยู่ในคลังก็หาคนมาตรวจสอบอีกรอบด้วย”

“เพคะองค์หญิง” ติงหลานรู้สึกยินดีในใจ

เมื่อก่อนองค์หญิงไม่เคยใส่ใจสิ่งของนอกกายเหล่านี้เลย แต่ใจคนนั้นเปลี่ยนง่าย บางครั้งสิ่งของพวกนี้ต่างหากที่พึ่งพาได้มากที่สุด!

*

สายฝนเริ่มโหมกระหน่ำแรงขึ้น

ที่จวนหลักมีคนเข้าออกไม่ขาด จนผ่านไปครึ่งชั่วโมง ชุยซื่อออกมาส่งใครบางคนด้วยตนเอง

“วันนี้ต้องลำบากหมอหลวงซ่งแล้ว” ชุยซื่อส่งสัญญาณให้แม่นมข้างกายยื่นซองเงินหนาปึกให้

ท่านหมอหลวงซ่งผู้มีผมขาวประปรายโบกมือปฏิเสธ

เขาหยิบกล่องยาขึ้นมาแล้วก้าวขึ้นรถม้าโดยมีหมอหลวงซ่งคนลูกช่วยพยุง

หมอหลวงซ่งคนลูกนั้นเก็บงำความไม่พอใจไว้เต็มอก “ท่านพ่อ ฝนตกหนักขนาดนี้ให้ข้ามาคนเดียวก็ได้นี่? ฮูหยินนี้ยังจะดึงดันให้ท่านมาด้วยตัวเองอีก บอกว่าฉีซื่อจื่อได้รับบาดเจ็บจากสนามรบ ถ้าไม่ผ่านสายตาท่านจะไม่วางใจ แต่ข้ามองแล้ว นั่นเรียกว่าบาดเจ็บหรือ? มาช้ากว่านี้อีกครึ่งวัน แผลก็คงสมานหมดแล้ว!”

“ท่านก็เหมือนกัน ทุกเดือนต้องมาที่จวนฉีกั๋วกงหนึ่งครั้ง สรุปแล้วมันเพราะอะไรกันแน่? ข้าไม่เชื่อหรอกว่าท่านจะมาเพื่อตรวจชีพจรให้ท่านกั๋วกงกับฮูหยินจริงๆ ขนาดตอนที่ท่านอ๋องสามทรงประชวรที่ขา ท่านยังไม่ดูใส่ใจขนาดนี้เลย
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 30

    อาจงพยายามเช็ดเหงื่อที่ไหลท่วมหน้าท่วมหัว “องค์หญิงจะลงอาญาอย่างไรก็เชิญเถิดพ่ะย่ะค่ะ ข้าน้อยจำไม่ได้จริงๆ!”อาจงคนนี้ก็ถือว่ามีไหวพริบไม่น้อย เขากัดฟันยืนยันว่าเป็นฝีมือตนเอง และอ้างว่าไม่จำอะไรได้เลย ต่อให้เซิ่งจือหว่านรู้ว่าไม่ใช่เขา แล้วจะมีหลักฐานอะไรเล่า?แต่แล้วในเสี้ยววินาทีถัดมา“หึ!” เสียงหัวเราะเยาะดังออกมาจากปากของเซิ่งจือหว่านไม่ใช่แค่นางเท่านั้น อั้นจื่อกับติงหลานที่ยืนอยู่ข้างกายก็เผยสีหน้าเหยียดหยามรังเกียจ รวมถึงบรรดาเหล่าผู้เชี่ยวชาญชราเหล่านั้นด้วยที่ยืนอยู่ก็ยังมีสีหน้าประหลาดไปเกิดอะไรขึ้นกันแน่? ไม่รอให้ฉีซูเซี่ยนคิดได้ทัน เซิ่งจือหว่านหันไปมองกลุ่มชายชราแล้วเอ่ยว่า “เพื่อป้องกันไม่ให้ใครมากล่าวหาว่าเปิ่นกงชี้ตัวส่งเดช รบกวนพวกท่านช่วยบอกใต้เท้าฟางทีว่า สินเดิมของตัวข้าถูกเก็บไว้ที่ห้องคลังห้องไหนบ้าง”บรรดาชายชราพยักหน้ารับคำหนึ่งในนั้นก้าวออกมาแล้วกล่าวว่า “เรียนใต้เท้า ข้าน้อยเป็นเถ้าแก่ของร้านเหวินโม่ องค์หญิงเชิญข้าน้อยมาเพื่อตรวจสอบภาพวาดอักษรเจ้าค่ะ ภาพวาดและคัมภีร์โบราณส่วนหนึ่งในสินเดิมขององค์หญิง ส่วนใหญ่ถูกเก็บไว้ในห้องหนังสือและห้องคลังทา

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 29

    ชายทั้งสองคนนั้นขวัญเสียอยู่ก่อนแล้ว พอถูกพาเข้าจวนกั๋วกงมาเจอผู้คนเต็มโถงก็ถึงกับตัวสั่นพวกเขายังไม่ทันถูกสอบสวนด้วยซ้ำ ก็พรั่งพรูความจริงออกมาจนหมดเปลือกราวกับเทถั่วออกจากกระบอก“เรียนองค์หญิง เรียนท่านซื่อจื่อและใต้เท้า ทั้ง ทั้งหมดนี้เป็นคำสั่งของคุณชายน้อยฉีพ่ะย่ะค่ะ ข้าน้อยเองก็ไม่ทราบว่าของพวกนั้นเป็นของพระราชทาน จึงได้วู่วามทำผิดไป!”“ใช่พ่ะย่ะค่ะ! เดิมทีข้าน้อยก็ไม่อยากจะรับซื้อไว้หรอกพ่ะย่ะค่ะ แต่คุณชายน้อยฉีขู่ว่าหากไม่รับ เขาจะทำให้ข้าน้อยไม่มีที่ยืนในเมืองหลวง ข้าน้อยเป็นเพียงพ่อค้าวานิช จะกล้าไปต่อกรกับคุณชายน้อยฉีได้อย่างไร?”ทั้งสองคนหวาดกลัวจนถึงขีดสุด แม้จะพอเดาได้ว่าของพวกนั้นที่มาที่ไปไม่ค่อยสะอาดนัก แต่เต็มที่พวกเขาก็คิดแค่ว่าฉีซูหล่างแอบขโมยของในจวนออกมาขาย ใครจะไปนึกว่านั่นจะเป็นสินเดิมขององค์หญิง! “เป็นไปไม่ได้!” ชุยซื่อรู้สึกหายใจติดขัดขึ้นมาทันที“บังอาจ!” ฉีซูเซี่ยนตบโต๊ะดังปังเศษไม้กระเด็นว่อน ชายทั้งสองตกใจจนทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น“พวกเจ้ากล้าดียังไงมาใส่ร้ายป้ายสีจวนกั๋วกง? รู้ไหมว่าจุดจบจะเป็นอย่างไร! พูดมา ใครเป็นคนสั่งให้พวกเจ้าพูดจาเหลวไห

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 28

    ในบรรดาตระกูลใหญ่แห่งเมืองหลวงตลอดหลายร้อยปี มีเพียงตระกูลหวังเท่านั้นที่เคยทำเรื่องอัปยศนำสินเดิมของภรรยาเอกไปใช้แต่งงานรับอนุภรรยา ผลคือถูกครหาไปอีกหลายปี แม้แต่ท่านอัครมหาเสนาบดีหวังก็ยังเคยถูกฮ่องเต้ตำหนิเซิ่งจือหว่านช่างโหดร้ายจริง ๆนี่คือการโต้กลับของนาง หลังรู้ว่าเขาไปอยู่จวนเว่ยยางอย่างนั้นหรือ?ไม่เพียงไม่สำนึกผิด ยังทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า!ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เขาก็ไม่อาจปล่อยให้นางใส่ร้ายตัวเองและจวนกั๋วกงได้ฉีซูเซี่ยนเอ่ยขึ้นว่า“ข้ามาถามเจ้า ก็เพราะเราสามีภรรยาเป็นหนึ่งเดียวกัน! ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะขี้หึงถึงเพียงนี้ เพียงเพราะเมื่อวานข้าไปเยี่ยงเมิ่งยาง เจ้าก็คิดแผนชั่วเช่นนี้ขึ้นมาได้”“เจ้าจะเกลียดหรือเคืองข้า มีอะไรก็มาลงที่ข้าเถิด เหตุใดต้องลากคนอื่นมาเกี่ยวข้อง ยิ่งไปกว่านั้น ซูหล่างก็ยังเป็นเพียงเด็ก… เจ้าใส่ร้ายเขาเช่นนี้ ใจไม่รู้สึกผิดบ้างหรือ?”น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดบรรดาผู้เฒ่าที่เดิมยังลังเลอยู่ พอได้ยินคำพูดนี้ก็เริ่มเอนเอียงไปอีกฝั่งโดยไม่รู้ตัว ใคร ๆ ต่างรู้ว่าจวนกั๋วกงฉีมีชื่อเสียงเรื่องกฎระเบียบและคุณธรรม ซูหล่างที่อายุเพียงสิบปี จะไปทำเรื

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 27

    เซิ่งจือหว่านพูดพลางหยิบแจกันเคลือบสีตงชิงชิ้นนั้นขึ้นมา แล้วทุ่มลงตรงหน้าฉีซูเซี่ยนอย่างไม่ใยดีเพล้ง!เสียงแตกดังสนั่น เศษกระเบื้องกระจายเกลื่อนภาพเหตุการณ์ดูราวกับหนังม้วนเดิมฉายซ้ำ เมื่อครู่ฉีซูเซี่ยนเพิ่งพุ่งเข้ามาด้วยความโกรธและปัดถ้วยชาจนตกแตก แต่ตอนนี้ ผู้ที่เป็นฝ่ายคาดคั้นกลับกลายเป็นเซิ่งจือหว่านฉีซูเซี่ยนมีสิทธิ์อะไรมาคาดคั้นนาง?หรือเขาจะคิดจริงๆ ว่าข้าวของของนาง เพียงเพราะนางแต่งให้เขาแล้ว เขาจะสามารถบงการอย่างไรก็ได้ตามใจชอบ?พวกบุรุษมักชอบคิดว่าสตรีเป็นดั่งสิ่งของส่วนตัว ไม่ใช่เพียงตัวสตรีเท่านั้น แม้แต่ทรัพย์สินและคุณค่าที่สตรียกติดตัวมาด้วย พวกเขาก็คิดจะตักตวงเอาตามใจชอบ ครั้นพอไม่ต้องการก็นึกจะถีบหัวส่งดั่งขยะแต่มันยุติธรรมแล้วหรือ?เซิ่งจือหว่านมองเขาด้วยสายตาเยาะเย้ยสายตาของฉีซูเซี่ยนเพิ่งจะสังเกตเห็นข้าวของที่วางกองอยู่ที่พื้น มีทั้งภาพวาดอักษร ของตั้งโชว์ และเครื่องประดับ ทุกชิ้นล้วนดูประณีตงดงาม แต่เมื่อครู่เซิ่งจือหว่านกลับบอกว่าของเหล่านี้เป็นของปลอมหมายความว่าอย่างไร?อย่างไรเสีย เขาก็คือบัณฑิตที่สอบได้ที่หนึ่งถึงสามระดับแม้เหตุผลส่วนใหญ

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 26

    “องค์หญิงใช้ชื่อโรงทานเซิ่งซื่อในการบริจาค... ท่านซื่อจื่อเองก็ไม่ทราบเรื่องเลยหรือ?” ชายผู้นั้นยังคงถามย้ำด้วยความไม่ค่อยอยากจะเชื่อสายตานักสีหน้าของฉีซูเซี่ยนย่ำแย่ลงทันทีเขาไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อนเลยแม้แต่น้อย“โรง... โรงทานเซิ่งซื่อหรือ?” ทันใดนั้น นายทหารน้อยคนหนึ่งที่ใบหน้าแดงก่ำด้วยฤทธิ์สุราก็ชะโงกหน้าออกมาจากกลุ่มคนฉีซูเซี่ยนหันไปมองเขานายทหารน้อยผู้นั้นรีบส่งยิ้มซื่อๆ ออกมา “น้องสามีของข้าเป็นอนุภรรยาคนที่สามของน้องชายท่านแม่ทัพเหลียง แล้วข้าพอจะอ่านออกเขียนได้บ้าง บางครั้งพวกจดหมายตอบรับที่ท่านแม่ทัพเหลียงคร้านจะทำเอง ก็มักจะตกมาถึงมือข้าให้ช่วยจัดการ”“เจ้าของโรงทานเซิ่งซื่อนี่ไม่รู้ว่าเป็นเศรษฐีจากที่ไหน บริจาคทั้งเสบียง เสื้อกันหนาว และยาสมัคเร็จรูปให้กองทัพเราตั้งหลายครั้ง... ทำไมหรือพยะค่ะ ท่านซื่อจื่อรู้จักเขาด้วยหรือ?”“ถ้าท่านซื่อจื่อรู้จักล่ะก็ ช่วยเขียนจดหมายไปบอกท่านแม่ทัพเหลียงหน่อยเถิด ท่านอยากรู้มาตลอดว่าเศรษฐีผู้มีใจรักชาติท่านนี้เป็นใคร จะได้ทูลขอความดีความชอบประทานบำเหน็จให้ เอื๊อก!”เขาเป็นคนคออ่อน แม้จะดื่มไปไม่มากแต่ก็เริ่มมึนงงจนจำได้เพียง

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 25

    “ท่านแม่พูดถูก ข้าจะไปหาจือหว่านเดี๋ยวนี้ ให้นางกลับมาดูแลเรื่องในจวนตามเดิม!” ฉีซูเซี่ยนทำท่าจะหมุนตัวเดินจากไปชุยซื่อรีบเรียกเขาไว้ “จะรีบร้อนไปใย? เจ้าไม่จำเป็นต้องไปหานาง เมื่อคืนเจ้าไปค้างที่ตำหนักเมิ่งยางแล้ว ก็แค่รอให้นางเป็นฝ่ายมาหาเจ้าเอง ถึงตอนนั้นเจ้าค่อยเสนอเรื่องนี้ก็ยังไม่สาย”“ข้าจะทำตามที่ท่านแม่บอก” ฉีซูเซี่ยนเห็นด้วยว่ามีเหตุผลเพียงแต่เงินที่จะใช้ในวันนี้เขาค่อนข้างรีบ...“ข้ามีเงินติดตัวอยู่หนึ่งพันตำลึง เจ้าเอาไปใช้ก่อนเถอะ” ชุยซื่อส่งสัญญาณให้แม่นมคนสนิทจัดการหลังจากฉีซูเซี่ยนเดินออกไปแล้วแม่นางผิงนึกถึงสายตาของเซิ่งจือหว่านเมื่อวานนี้ ก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยขึ้นว่า “ฮูหยินเพคะ หม่อมฉันรู้สึกว่าดูเหมือนฮูหยินน้อยจะเปลี่ยนไปนะเพคะ”เมื่อก่อนนางช่างพูดง่ายและชักจูงได้ง่ายเหลือเกิน แต่ตอนนี้จู่ๆ กลับกลายเป็นคนแข็งกร้าวขึ้นมาปกติแล้วนางกตัญญูต่อฮูหยินที่สุด แต่เมื่อวานขนาดเห็นฮูหยินโกรธจนเป็นลม นางกลับไม่มีคำห่วงใยสักคำ...ในใจของนางมีความคิดที่ดูเพ้อเจ้อผุดขึ้นมาบางที ครั้งนี้เซิ่งจือหว่านอาจจะไม่ยอมอ่อนข้อให้แล้วจริงๆแต่ความคิดนั้นก็อยู่เพียงชั่ววูบก่อน

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status