Share

บทที่ 5

Author: ยอดคนแปดทิศ
“อืม” ชุยซื่อรู้สึกพึงพอใจยิ่ง

“ฮูหยินเพคะ นางห้วนจูมาแล้วเพคะ” เสียงรายงานจากด้านนอกดังขึ้น

“ของท่านซื่อจื่อเพคะ องค์หญิงทรงให้หม่อมฉันนำยามาถวายเพคะ” เสียงของห้วนจูแว่วดังเข้ามา

ตะเกียบในมือของฉีซูเซี่ยนชะงักไปครู่หนึ่ง

ฉีเฟยเยียนหัวเราะเยาะทันที“เห็นไหมล่ะ ข้าว่าไม่ผิดจริง ๆ! ช่างต่ำต้อยเสียจริง! เจ้าไปง้อนาง นางกลับเชิดใส่ พอแม่ตัดสินใจเอง นางพูดอะไรไหม? ก็เงียบกริบไม่ใช่หรือ ตอนนี้กลับรีบร้อนส่งคนมาส่งยา ถ้าข้าพูดนะ สตรีแบบนี้ ต้องดูถูกให้เข็ด!”

“ให้เข้ามา” ชุยซื่อเอ่ย

ห้วนจูเดินเข้ามาด้วยความยินดี แต่เมื่อเห็นชุยซื่อและฉีเฟยเยียน รอยยิ้มบนใบหน้าก็แข็งค้างไปทันที

“ยารักษาแผลอะไร?” ชุยซื่อถาม

“ห้วนจูรีบนำขวดกระเบื้องเคลือบประณีตออกมา “เรียนฮูหยิน นี่คือยาที่ท่านไทเฮาทรงประทานให้องค์หญิงเมื่อหลายปีก่อน เล่ากันว่ามีสรรพคุณวิเศษในการห้ามเลือดแผลภายนอกเพคะ”

“ยาสมานผิวจินช่วง!” ฉีซูเซี่ยนจำมันได้ในทันที

เล่ากันว่าตัวยานี้ปรุงจากแมงป่องโลหิต ต่านหนานซิง กระดูกมังกร และสมุนไพรอื่นๆ อีกหลายสิบชนิด มีสรรพคุณช่วยห้ามเลือดและสมานผิวได้ทันใจ แม้แต่ผิวหนังที่เน่าเปื่อยก็ยังกลับมาเป็นปกติได้ เพียงแค่ขวดเล็กเท่านิ้วมือนี้ ก็มีมูลค่าไม่ต่ำกว่าพันตำลึงแล้ว

“อืม” ชุยซื่อเองก็เคยได้ยินชื่อเสียงของยานี้ แววตาของนางไหววูบก่อนจะเอ่ยว่า “วางไว้เถอะ กลับไปบอกจือหว่านด้วยว่าแผลของชูเซี่ยนค่อนข้างหนัก คืนนี้เขาคงไปหานางไม่ได้แล้ว”

“เพคะ” ห้วนจูไม่มีข้ออ้างที่จะอยู่ต่อ นางแอบชำเลืองมองฉีซูเซี่ยนแวบหนึ่งก่อนจะถอยออกไป

“ท่านแม่ แผลของข้าไม่ได้เป็นอะไรมากขอรับ” ฉีซูเซี่ยนขมวดคิ้ว

“ต่อให้ไม่เป็นไรก็ต้องอยู่นิ่งๆ” ชุยซื่อถลึงตาใส่เขา “นิสัยใจแคบของภรรยาเอกเจ้าน่ะต้องหาทางดัดเสียบ้าง รอให้นางยอมอ่อนข้อ สำนึกผิดเสียก่อน เจ้าค่อยไป ทำให้นางรู้จักที่ต่ำที่สูงบ้าง”

“จริงด้วยสิ อย่างไรนางก็ทนได้ไม่นานหรอก ไม่แน่ว่าคืนนี้อาจจะวิ่งแจ้นมาหาเองเลยก็ได้” ฉีเฟยเยียนเบะปาก ก่อนจะนึกเรื่องหนึ่งขึ้นได้ “อ้อ แล้วเจ้าช่วยถามนางหน่อยว่าหมายความว่าอย่างไร? หวังจื้อหยวนที่ไม่มีพ่อนั่นกลับได้เป็นถึงเจ้าเมืองผู้ช่วย ขั้นหกชั้นเอก แต่สามีข้าที่เป็นถึงบุตรชายท่านสื่อหลาง กลับได้แค่ตำแหน่งขุนนางฝ่ายอักษรในสำนักฮั่นหลินเท่านั้นเองหรือ?!”

“เอาละ เรื่องนี้ค่อยว่ากันทีหลัง” ชุยซื่อลุกขึ้นยืน พลางกำชับฉีซูเซี่ยน “วันนี้เจ้าพักผ่อนให้ดี พรุ่งนี้ต้องเข้าวังไปรับรางวัล ข้าได้ยินข่าวที่พ่อเจ้าไปสืบมาว่า ครั้งนี้ฝ่าบาททรงมีพระประสงค์จะเลื่อนขั้นให้เจ้าขึ้นเป็นขุนนางขั้นสี่”

“ขอรับ!” ฉีซูเซี่ยนรับคำโดยไม่แสดงสีหน้าดีใจออกมา แววตาฉายแววคมกล้า

ชุยซื่อเห็นเช่นนั้นก็ยิ่งพึงพอใจ

เมื่อหลายปีก่อน ผู้คนล้วนกล่าวว่าจวนฉีกั๋วกงตกต่ำแล้ว แต่บุตรชายของนางกลับสอบได้ที่หนึ่งสามระดับ แถมยังสร้างผลงานใหญ่ที่ชางหนาน สองปีมานี้คนในเมืองหลวงที่เคยเลิกติดต่อกับจวนกั๋วกงไปแล้ว ก็เริ่มกลับมาไปมาหาสู่อีกครั้ง มิใช่เพราะมองเห็นว่าอนาคตในราชการของเขานั้นไร้ขีดจำกัดหรอกหรือ?

ไม่ใช่แค่ชูเซี่ยนเท่านั้น บุตรสาวคนที่สองของนางก็มีชื่อเสียงเรื่องความงามขจรขจาย บุตรชายคนที่สี่ก็ได้ฝากตัวเป็นศิษย์ของมหาปราชญ์ตระกูลหลิน ในอนาคตย่อมต้องมีวาสนาใหญ่หลวงกันทุกคน

มีเพียงลูกสาวคนโต ที่แต่งงานออกไปเร็วเกินไป ได้สามีเป็นบุตรขุนนางขั้นห้า เหลียนเหวินฮุยปีนี้อายุยี่สิบสี่แล้วเพิ่งจะสอบผ่านรอบรวมมาได้อย่างหวุดหวิด เมื่อไม่นานมานี้เซิ่งจือหว่านช่วยวิ่งเต้นจนเขาได้ตำแหน่งขุนนางฝ่ายอักษรในสำนักฮั่นหลินมาครอง

เดิมทีชุยซื่อก็คิดว่าเพียงพอแล้ว

แต่เมื่อนึกถึงลูกชายของแม่นมของเซิ่งจือหว่าน นางก็เริ่มรู้สึกไม่พอใจขึ้นมาอีก

ลูกชายของบ่าวรับใช้แท้ๆ แต่ตำแหน่งขุนนางกลับสูงกว่าพี่เขยของสามีตัวเองถึงครึ่งขั้น

เซิ่งจือหว่านคนนี้ ช่างแยกแยะไม่ออกจริงๆ ว่าใครเป็นคนใกล้ชิดใครเป็นคนนอก!

เห็นทีคงต้องสั่งสอนให้นางรู้ความมากกว่านี้เสียแล้ว

*

ห้วนจูกลับมาที่จวนผิงหลาน ก็พบว่าติงหลานกำลังถือกล่องสินเดิมอยู่พอดี

สีหน้าของนางมืดมนลงทันที นางปรี่เข้าไปแย่งกล่องนั้นมา “เจ้าแตะต้องของพวกนี้ได้อย่างไรกัน

นางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงคาดคั้น

แต่ว่ายังไม่ทันที่ติงหลานจะได้อธิบาย เซิ่งจือหว่านก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ข้าเป็นคนให้นางแตะเอง ทำไม หรือว่าข้าต้องรายงานเจ้าก่อน?”

ติงหลานฟังออกว่าคำพูดนี้แฝงความหมายบางอย่าง จึงไม่เอ่ยสิ่งใดต่อ

แต่ว่าห้วนจูกลับถือดีว่าตนเองปรนนิบัติเซิ่งจือหว่านมานานที่สุด และเป็นเพียงคนเดียวที่ติดตามออกมาจากในวัง ทั้งยังเป็นสาวใช้ที่มีหน้ามีตาที่สุดในบรรดาสาวใช้ทั้งหมด แม้ปกติจะมียศเป็นสาวใช้ขั้นหนึ่งเท่ากับอั้นจื่อและติงหลาน แต่ในความเป็นจริงแล้ว ในเรือนนี้ไม่อาจปฏิเสธได้ว่านางเปรียบเสมือนเจ้านายตัวน้อยๆ คนหนึ่ง

ยามนี้เซิ่งจือหว่านกลับทำให้นางเสียหน้าต่อหน้าติงหลาน ทำให้นางอดไม่ได้ที่จะรู้สึกไม่พอใจ

“องค์หญิงหมายความว่าอย่างไรเพคะ? หม่อมฉันติดตามพระองค์มาตั้งแต่เด็ก ทำงานถวายหัวมาสิบกว่าปี คิดเผื่อพระองค์ในทุกเรื่อง แต่พระองค์กลับจะให้คนอื่นมาแตะต้องบัญชีสินเดิมที่หม่อมฉันดูแลโดยไม่บอกกล่าวสักคำ หากทรงเห็นว่าหม่อมฉันทำสิ่งใดไม่ดี ก็ตรัสออกมาตรงๆ เถิดเพคะ!”

เซิ่งจือหว่านจิบชาอย่างไม่เร่งรีบ ก่อนจะค่อย ๆ มองไปที่นาง“เช่นนั้น เจ้าเล่าให้ข้าฟังก่อนสิ เมื่อครู่เจ้าไปที่ใดมา และทำอะไร?”

ห้วนจูกลอกตาไปมา “หม่อมฉันไปที่เรือนของซื่อจื่อเพื่อส่งยาทำแผลมาเพคะ หม่อมฉันทำไปก็เพื่อหวังดีต่อพระองค์ทั้งนั้น!”

“ช่างเป็นความหวังดีที่ยอดเยี่ยมจริงๆ!” เซิ่งจือหว่านยิ้มอย่างเย็นชา “เพราะคำว่าหวังดีของเจ้า เจ้าจึงเอาของที่ท่านย่าทิ้งไว้ให้ข้าไปประเคนให้คนอื่น หากคนภายนอกไม่รู้ คงนึกว่าฉีซูเซี่ยนคือเจ้านายที่แท้จริงของเจ้าไปแล้ว!”

สีหน้าของห้วนจูเปลี่ยนไปเล็กน้อย “องค์หญิงทรงเข้าใจหม่อมฉันผิดเช่นนี้ได้อย่างไรเพคะ?! หม่อมฉันเพียงแต่กังวลว่าหากพระองค์ยังทรงบาดหมางกับท่านซื่อจื่อต่อไป จะเป็นการเปิดโอกาสให้คนอื่นแทรกกลางได้ ไม่นึกเลยว่าพระองค์จะทรงมองหม่อมฉันเช่นนี้!”

พูดจบ นางก็ยัดกล่องใส่ลงในอ้อมกอดของติงหลานอย่างแรง หากติงหลานไม่รับไว้ให้ไว คงหล่นลงพื้นไปแล้ว

ห้วนจูหาได้ใส่ใจไม่ นางจ้องมองเซิ่งจือหว่านอย่างน้อยใจ “หากองค์หญิงทรงเห็นว่าหม่อมฉันทำผิด เช่นนั้นก็ทรงขับไล่หม่อมฉันออกไปเสียเลยสิเพคะ!”
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 30

    อาจงพยายามเช็ดเหงื่อที่ไหลท่วมหน้าท่วมหัว “องค์หญิงจะลงอาญาอย่างไรก็เชิญเถิดพ่ะย่ะค่ะ ข้าน้อยจำไม่ได้จริงๆ!”อาจงคนนี้ก็ถือว่ามีไหวพริบไม่น้อย เขากัดฟันยืนยันว่าเป็นฝีมือตนเอง และอ้างว่าไม่จำอะไรได้เลย ต่อให้เซิ่งจือหว่านรู้ว่าไม่ใช่เขา แล้วจะมีหลักฐานอะไรเล่า?แต่แล้วในเสี้ยววินาทีถัดมา“หึ!” เสียงหัวเราะเยาะดังออกมาจากปากของเซิ่งจือหว่านไม่ใช่แค่นางเท่านั้น อั้นจื่อกับติงหลานที่ยืนอยู่ข้างกายก็เผยสีหน้าเหยียดหยามรังเกียจ รวมถึงบรรดาเหล่าผู้เชี่ยวชาญชราเหล่านั้นด้วยที่ยืนอยู่ก็ยังมีสีหน้าประหลาดไปเกิดอะไรขึ้นกันแน่? ไม่รอให้ฉีซูเซี่ยนคิดได้ทัน เซิ่งจือหว่านหันไปมองกลุ่มชายชราแล้วเอ่ยว่า “เพื่อป้องกันไม่ให้ใครมากล่าวหาว่าเปิ่นกงชี้ตัวส่งเดช รบกวนพวกท่านช่วยบอกใต้เท้าฟางทีว่า สินเดิมของตัวข้าถูกเก็บไว้ที่ห้องคลังห้องไหนบ้าง”บรรดาชายชราพยักหน้ารับคำหนึ่งในนั้นก้าวออกมาแล้วกล่าวว่า “เรียนใต้เท้า ข้าน้อยเป็นเถ้าแก่ของร้านเหวินโม่ องค์หญิงเชิญข้าน้อยมาเพื่อตรวจสอบภาพวาดอักษรเจ้าค่ะ ภาพวาดและคัมภีร์โบราณส่วนหนึ่งในสินเดิมขององค์หญิง ส่วนใหญ่ถูกเก็บไว้ในห้องหนังสือและห้องคลังทา

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 29

    ชายทั้งสองคนนั้นขวัญเสียอยู่ก่อนแล้ว พอถูกพาเข้าจวนกั๋วกงมาเจอผู้คนเต็มโถงก็ถึงกับตัวสั่นพวกเขายังไม่ทันถูกสอบสวนด้วยซ้ำ ก็พรั่งพรูความจริงออกมาจนหมดเปลือกราวกับเทถั่วออกจากกระบอก“เรียนองค์หญิง เรียนท่านซื่อจื่อและใต้เท้า ทั้ง ทั้งหมดนี้เป็นคำสั่งของคุณชายน้อยฉีพ่ะย่ะค่ะ ข้าน้อยเองก็ไม่ทราบว่าของพวกนั้นเป็นของพระราชทาน จึงได้วู่วามทำผิดไป!”“ใช่พ่ะย่ะค่ะ! เดิมทีข้าน้อยก็ไม่อยากจะรับซื้อไว้หรอกพ่ะย่ะค่ะ แต่คุณชายน้อยฉีขู่ว่าหากไม่รับ เขาจะทำให้ข้าน้อยไม่มีที่ยืนในเมืองหลวง ข้าน้อยเป็นเพียงพ่อค้าวานิช จะกล้าไปต่อกรกับคุณชายน้อยฉีได้อย่างไร?”ทั้งสองคนหวาดกลัวจนถึงขีดสุด แม้จะพอเดาได้ว่าของพวกนั้นที่มาที่ไปไม่ค่อยสะอาดนัก แต่เต็มที่พวกเขาก็คิดแค่ว่าฉีซูหล่างแอบขโมยของในจวนออกมาขาย ใครจะไปนึกว่านั่นจะเป็นสินเดิมขององค์หญิง! “เป็นไปไม่ได้!” ชุยซื่อรู้สึกหายใจติดขัดขึ้นมาทันที“บังอาจ!” ฉีซูเซี่ยนตบโต๊ะดังปังเศษไม้กระเด็นว่อน ชายทั้งสองตกใจจนทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น“พวกเจ้ากล้าดียังไงมาใส่ร้ายป้ายสีจวนกั๋วกง? รู้ไหมว่าจุดจบจะเป็นอย่างไร! พูดมา ใครเป็นคนสั่งให้พวกเจ้าพูดจาเหลวไห

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 28

    ในบรรดาตระกูลใหญ่แห่งเมืองหลวงตลอดหลายร้อยปี มีเพียงตระกูลหวังเท่านั้นที่เคยทำเรื่องอัปยศนำสินเดิมของภรรยาเอกไปใช้แต่งงานรับอนุภรรยา ผลคือถูกครหาไปอีกหลายปี แม้แต่ท่านอัครมหาเสนาบดีหวังก็ยังเคยถูกฮ่องเต้ตำหนิเซิ่งจือหว่านช่างโหดร้ายจริง ๆนี่คือการโต้กลับของนาง หลังรู้ว่าเขาไปอยู่จวนเว่ยยางอย่างนั้นหรือ?ไม่เพียงไม่สำนึกผิด ยังทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า!ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เขาก็ไม่อาจปล่อยให้นางใส่ร้ายตัวเองและจวนกั๋วกงได้ฉีซูเซี่ยนเอ่ยขึ้นว่า“ข้ามาถามเจ้า ก็เพราะเราสามีภรรยาเป็นหนึ่งเดียวกัน! ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะขี้หึงถึงเพียงนี้ เพียงเพราะเมื่อวานข้าไปเยี่ยงเมิ่งยาง เจ้าก็คิดแผนชั่วเช่นนี้ขึ้นมาได้”“เจ้าจะเกลียดหรือเคืองข้า มีอะไรก็มาลงที่ข้าเถิด เหตุใดต้องลากคนอื่นมาเกี่ยวข้อง ยิ่งไปกว่านั้น ซูหล่างก็ยังเป็นเพียงเด็ก… เจ้าใส่ร้ายเขาเช่นนี้ ใจไม่รู้สึกผิดบ้างหรือ?”น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดบรรดาผู้เฒ่าที่เดิมยังลังเลอยู่ พอได้ยินคำพูดนี้ก็เริ่มเอนเอียงไปอีกฝั่งโดยไม่รู้ตัว ใคร ๆ ต่างรู้ว่าจวนกั๋วกงฉีมีชื่อเสียงเรื่องกฎระเบียบและคุณธรรม ซูหล่างที่อายุเพียงสิบปี จะไปทำเรื

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 27

    เซิ่งจือหว่านพูดพลางหยิบแจกันเคลือบสีตงชิงชิ้นนั้นขึ้นมา แล้วทุ่มลงตรงหน้าฉีซูเซี่ยนอย่างไม่ใยดีเพล้ง!เสียงแตกดังสนั่น เศษกระเบื้องกระจายเกลื่อนภาพเหตุการณ์ดูราวกับหนังม้วนเดิมฉายซ้ำ เมื่อครู่ฉีซูเซี่ยนเพิ่งพุ่งเข้ามาด้วยความโกรธและปัดถ้วยชาจนตกแตก แต่ตอนนี้ ผู้ที่เป็นฝ่ายคาดคั้นกลับกลายเป็นเซิ่งจือหว่านฉีซูเซี่ยนมีสิทธิ์อะไรมาคาดคั้นนาง?หรือเขาจะคิดจริงๆ ว่าข้าวของของนาง เพียงเพราะนางแต่งให้เขาแล้ว เขาจะสามารถบงการอย่างไรก็ได้ตามใจชอบ?พวกบุรุษมักชอบคิดว่าสตรีเป็นดั่งสิ่งของส่วนตัว ไม่ใช่เพียงตัวสตรีเท่านั้น แม้แต่ทรัพย์สินและคุณค่าที่สตรียกติดตัวมาด้วย พวกเขาก็คิดจะตักตวงเอาตามใจชอบ ครั้นพอไม่ต้องการก็นึกจะถีบหัวส่งดั่งขยะแต่มันยุติธรรมแล้วหรือ?เซิ่งจือหว่านมองเขาด้วยสายตาเยาะเย้ยสายตาของฉีซูเซี่ยนเพิ่งจะสังเกตเห็นข้าวของที่วางกองอยู่ที่พื้น มีทั้งภาพวาดอักษร ของตั้งโชว์ และเครื่องประดับ ทุกชิ้นล้วนดูประณีตงดงาม แต่เมื่อครู่เซิ่งจือหว่านกลับบอกว่าของเหล่านี้เป็นของปลอมหมายความว่าอย่างไร?อย่างไรเสีย เขาก็คือบัณฑิตที่สอบได้ที่หนึ่งถึงสามระดับแม้เหตุผลส่วนใหญ

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 26

    “องค์หญิงใช้ชื่อโรงทานเซิ่งซื่อในการบริจาค... ท่านซื่อจื่อเองก็ไม่ทราบเรื่องเลยหรือ?” ชายผู้นั้นยังคงถามย้ำด้วยความไม่ค่อยอยากจะเชื่อสายตานักสีหน้าของฉีซูเซี่ยนย่ำแย่ลงทันทีเขาไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อนเลยแม้แต่น้อย“โรง... โรงทานเซิ่งซื่อหรือ?” ทันใดนั้น นายทหารน้อยคนหนึ่งที่ใบหน้าแดงก่ำด้วยฤทธิ์สุราก็ชะโงกหน้าออกมาจากกลุ่มคนฉีซูเซี่ยนหันไปมองเขานายทหารน้อยผู้นั้นรีบส่งยิ้มซื่อๆ ออกมา “น้องสามีของข้าเป็นอนุภรรยาคนที่สามของน้องชายท่านแม่ทัพเหลียง แล้วข้าพอจะอ่านออกเขียนได้บ้าง บางครั้งพวกจดหมายตอบรับที่ท่านแม่ทัพเหลียงคร้านจะทำเอง ก็มักจะตกมาถึงมือข้าให้ช่วยจัดการ”“เจ้าของโรงทานเซิ่งซื่อนี่ไม่รู้ว่าเป็นเศรษฐีจากที่ไหน บริจาคทั้งเสบียง เสื้อกันหนาว และยาสมัคเร็จรูปให้กองทัพเราตั้งหลายครั้ง... ทำไมหรือพยะค่ะ ท่านซื่อจื่อรู้จักเขาด้วยหรือ?”“ถ้าท่านซื่อจื่อรู้จักล่ะก็ ช่วยเขียนจดหมายไปบอกท่านแม่ทัพเหลียงหน่อยเถิด ท่านอยากรู้มาตลอดว่าเศรษฐีผู้มีใจรักชาติท่านนี้เป็นใคร จะได้ทูลขอความดีความชอบประทานบำเหน็จให้ เอื๊อก!”เขาเป็นคนคออ่อน แม้จะดื่มไปไม่มากแต่ก็เริ่มมึนงงจนจำได้เพียง

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 25

    “ท่านแม่พูดถูก ข้าจะไปหาจือหว่านเดี๋ยวนี้ ให้นางกลับมาดูแลเรื่องในจวนตามเดิม!” ฉีซูเซี่ยนทำท่าจะหมุนตัวเดินจากไปชุยซื่อรีบเรียกเขาไว้ “จะรีบร้อนไปใย? เจ้าไม่จำเป็นต้องไปหานาง เมื่อคืนเจ้าไปค้างที่ตำหนักเมิ่งยางแล้ว ก็แค่รอให้นางเป็นฝ่ายมาหาเจ้าเอง ถึงตอนนั้นเจ้าค่อยเสนอเรื่องนี้ก็ยังไม่สาย”“ข้าจะทำตามที่ท่านแม่บอก” ฉีซูเซี่ยนเห็นด้วยว่ามีเหตุผลเพียงแต่เงินที่จะใช้ในวันนี้เขาค่อนข้างรีบ...“ข้ามีเงินติดตัวอยู่หนึ่งพันตำลึง เจ้าเอาไปใช้ก่อนเถอะ” ชุยซื่อส่งสัญญาณให้แม่นมคนสนิทจัดการหลังจากฉีซูเซี่ยนเดินออกไปแล้วแม่นางผิงนึกถึงสายตาของเซิ่งจือหว่านเมื่อวานนี้ ก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยขึ้นว่า “ฮูหยินเพคะ หม่อมฉันรู้สึกว่าดูเหมือนฮูหยินน้อยจะเปลี่ยนไปนะเพคะ”เมื่อก่อนนางช่างพูดง่ายและชักจูงได้ง่ายเหลือเกิน แต่ตอนนี้จู่ๆ กลับกลายเป็นคนแข็งกร้าวขึ้นมาปกติแล้วนางกตัญญูต่อฮูหยินที่สุด แต่เมื่อวานขนาดเห็นฮูหยินโกรธจนเป็นลม นางกลับไม่มีคำห่วงใยสักคำ...ในใจของนางมีความคิดที่ดูเพ้อเจ้อผุดขึ้นมาบางที ครั้งนี้เซิ่งจือหว่านอาจจะไม่ยอมอ่อนข้อให้แล้วจริงๆแต่ความคิดนั้นก็อยู่เพียงชั่ววูบก่อน

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status