Share

บทที่ 5

Author: ยอดคนแปดทิศ
“อืม” ชุยซื่อรู้สึกพึงพอใจยิ่ง

“ฮูหยิน นางห้วนจู๋มาแล้ว” เสียงรายงานจากด้านนอกดังขึ้น

“ของท่านซื่อจื่อ องค์หญิงทรงให้หม่อมฉันนำยามาถวาย” เสียงของห้วนจู๋แว่วดังเข้ามา

ตะเกียบในมือของฉีซูเซี่ยนชะงักไปครู่หนึ่ง

ฉีเฟยเยียนหัวเราะเยาะทันที“เห็นหรือไม่เล่า ข้าว่าไม่ผิดจริง ๆ! ช่างต่ำต้อยเสียจริง! เจ้าไปง้อนาง นางกลับเชิดใส่ พอแม่ตัดสินใจเอง นางพูดอะไรไหม? ก็เงียบกริบไม่ใช่หรือ ตอนนี้กลับรีบร้อนส่งคนมาส่งยา ถ้าข้าพูดนะ สตรีเช่นนี้ ต้องดูถูกให้เข็ด!”

“ให้เข้ามา” ชุยซื่อเอ่ย

ห้วนจู๋เดินเข้ามาด้วยความยินดี แต่เมื่อเห็นชุยซื่อและฉีเฟยเยียน รอยยิ้มบนใบหน้าก็แข็งค้างไปทันที

“ยารักษาแผลอะไร?” ชุยซื่อถาม

“ห้วนจู๋รีบนำขวดกระเบื้องเคลือบประณีตออกมา “เรียนฮูหยิน นี่คือยาที่ท่านไทเฮาทรงประทานให้องค์หญิงเมื่อหลายปีก่อน เล่ากันว่ามีสรรพคุณวิเศษในการห้ามเลือดแผลภายนอก”

“ยาสมานผิวจินช่วง!” ฉีซูเซี่ยนจำมันได้ในทันที

เล่ากันว่าตัวยานี้ปรุงจากแมงป่องโลหิต ต่านหนานซิง กระดูกมังกร และสมุนไพรอื่นๆ อีกหลายสิบชนิด มีสรรพคุณช่วยห้ามเลือดและสมานผิวได้ทันใจ แม้แต่ผิวหนังที่เน่าเปื่อยก็ยังกลับมาเป็นปกติได้ เพียงแค่ขวดเล็กเท่านิ้วมือนี้ ก็มีมูลค่าไม่ต่ำกว่าพันตำลึงแล้ว

“อืม” ชุยซื่อเองก็เคยได้ยินชื่อเสียงของยานี้ แววตาของนางไหววูบก่อนจะเอ่ยว่า “วางไว้เถอะ กลับไปบอกจือหว่านด้วยว่าแผลของชูเซี่ยนค่อนข้างหนัก คืนนี้เขาคงไปหานางไม่ได้แล้ว”

“เพคะ” ห้วนจู๋ไม่มีข้ออ้างที่จะอยู่ต่อ นางแอบชำเลืองมองฉีซูเซี่ยนแวบหนึ่งก่อนจะถอยออกไป

“ท่านแม่ แผลของข้าไม่ได้เป็นอะไรมากขอรับ” ฉีซูเซี่ยนขมวดคิ้ว

“ต่อให้ไม่เป็นไรก็ต้องอยู่นิ่งๆ” ชุยซื่อถลึงตาใส่เขา “นิสัยใจแคบของภรรยาเอกเจ้าน่ะต้องหาทางดัดเสียบ้าง รอให้นางยอมอ่อนข้อ สำนึกผิดเสียก่อน เจ้าค่อยไป ทำให้นางรู้จักที่ต่ำที่สูงบ้าง”

“จริงด้วยสิ อย่างไรนางก็ทนได้ไม่นานหรอก ไม่แน่ว่าคืนนี้อาจจะวิ่งแจ้นมาหาเองเลยก็ได้” ฉีเฟยเยียนเบะปาก ก่อนจะนึกเรื่องหนึ่งขึ้นได้ “อ้อ แล้วเจ้าช่วยถามนางหน่อยว่าหมายความว่าอย่างไร? หวังจื้อหยวนที่ไม่มีพ่อนั่นกลับได้เป็นถึงเจ้าเมืองผู้ช่วย ขั้นหกชั้นเอก แต่สามีข้าที่เป็นถึงบุตรชายท่านสื่อหลาง กลับได้แค่ตำแหน่งขุนนางฝ่ายอักษรในสำนักฮั่นหลินเท่านั้นเองหรือ?!”

“เอาละ เรื่องนี้ค่อยว่ากันทีหลัง” ชุยซื่อลุกขึ้นยืน พลางกำชับฉีซูเซี่ยน “วันนี้เจ้าพักผ่อนให้ดี พรุ่งนี้ต้องเข้าวังไปรับรางวัล ข้าได้ยินข่าวที่พ่อเจ้าไปสืบมาว่า ครั้งนี้ฝ่าบาททรงมีพระประสงค์จะเลื่อนขั้นให้เจ้าขึ้นเป็นขุนนางขั้นสี่”

“ขอรับ!” ฉีซูเซี่ยนรับคำโดยไม่แสดงสีหน้าดีใจออกมา แววตาฉายแววคมกล้า

ชุยซื่อเห็นเช่นนั้นก็ยิ่งพึงพอใจ

เมื่อหลายปีก่อน ผู้คนล้วนกล่าวว่าจวนฉีกั๋วกงตกต่ำแล้ว แต่บุตรชายของนางกลับสอบได้ที่หนึ่งสามระดับ แถมยังสร้างผลงานใหญ่ที่ชางหนาน สองปีมานี้คนในเมืองหลวงที่เคยเลิกติดต่อกับจวนกั๋วกงไปแล้ว ก็เริ่มกลับมาไปมาหาสู่อีกครั้ง มิใช่เพราะมองเห็นว่าอนาคตในราชการของเขานั้นไร้ขีดจำกัดหรอกหรือ?

ไม่ใช่แค่ชูเซี่ยนเท่านั้น บุตรสาวคนที่สองของนางก็มีชื่อเสียงเรื่องความงามขจรขจาย บุตรชายคนที่สี่ก็ได้ฝากตัวเป็นศิษย์ของมหาปราชญ์ตระกูลหลิน ในอนาคตย่อมต้องมีวาสนาใหญ่หลวงกันทุกคน

มีเพียงลูกสาวคนโต ที่แต่งงานออกไปเร็วเกินไป ได้สามีเป็นบุตรขุนนางขั้นห้า เหลียนเหวินฮุยปีนี้อายุยี่สิบสี่แล้วเพิ่งจะสอบผ่านรอบรวมมาได้อย่างหวุดหวิด เมื่อไม่นานมานี้เซิ่งจือหว่านช่วยวิ่งเต้นจนเขาได้ตำแหน่งขุนนางฝ่ายอักษรในสำนักฮั่นหลินมาครอง

เดิมทีชุยซื่อก็คิดว่าเพียงพอแล้ว

แต่เมื่อนึกถึงลูกชายของแม่นมของเซิ่งจือหว่าน นางก็เริ่มรู้สึกไม่พอใจขึ้นมาอีก

ลูกชายของบ่าวรับใช้แท้ๆ แต่ตำแหน่งขุนนางกลับสูงกว่าพี่เขยของสามีตัวเองถึงครึ่งขั้น

เซิ่งจือหว่านคนนี้ ช่างแยกแยะไม่ออกจริงๆ ว่าใครเป็นคนใกล้ชิดใครเป็นคนนอก!

เห็นทีคงต้องสั่งสอนให้นางรู้ความมากกว่านี้เสียแล้ว

*

ห้วนจู๋กลับมาที่เรือนผิงหลาน ก็พบว่าติงหลานกำลังถือกล่องสินเดิมอยู่พอดี

สีหน้าของนางมืดมนลงทันที นางปรี่เข้าไปแย่งกล่องนั้นมา “เจ้าแตะต้องของพวกนี้ได้อย่างไรกัน

นางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงคาดคั้น

แต่ว่ายังไม่ทันที่ติงหลานจะได้อธิบาย เซิ่งจือหว่านก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ข้าเป็นคนให้นางแตะเอง ทำไม หรือว่าข้าต้องรายงานเจ้าก่อน?”

ติงหลานฟังออกว่าคำพูดนี้แฝงความหมายบางอย่าง จึงไม่เอ่ยสิ่งใดต่อ

แต่ว่าห้วนจู๋กลับถือดีว่าตนเองปรนนิบัติเซิ่งจือหว่านมานานที่สุด และเป็นเพียงคนเดียวที่ติดตามออกมาจากในวัง ทั้งยังเป็นสาวใช้ที่มีหน้ามีตาที่สุดในบรรดาสาวใช้ทั้งหมด แม้ปกติจะมียศเป็นสาวใช้ขั้นหนึ่งเท่ากับอั้นจื่อและติงหลาน แต่ในความเป็นจริงแล้ว ในเรือนนี้ไม่อาจปฏิเสธได้ว่านางเปรียบเสมือนเจ้านายตัวน้อยๆ คนหนึ่ง

ยามนี้เซิ่งจือหว่านกลับทำให้นางเสียหน้าต่อหน้าติงหลาน ทำให้นางอดไม่ได้ที่จะรู้สึกไม่พอใจ

“องค์หญิงหมายความว่าอย่างไรเพคะ? หม่อมฉันติดตามพระองค์มาตั้งแต่เด็ก ทำงานถวายหัวมาสิบกว่าปี คิดเผื่อพระองค์ในทุกเรื่อง แต่พระองค์กลับจะให้คนอื่นมาแตะต้องบัญชีสินเดิมที่หม่อมฉันดูแลโดยไม่บอกกล่าวสักคำ หากทรงเห็นว่าหม่อมฉันทำสิ่งใดไม่ดี ก็ตรัสออกมาตรงๆ เถิดเพคะ!”

เซิ่งจือหว่านจิบชาอย่างไม่เร่งรีบ ก่อนจะค่อย ๆ มองไปที่นาง“เช่นนั้น เจ้าเล่าให้ข้าฟังก่อนสิ เมื่อครู่เจ้าไปที่ใดมา และทำอะไร?”

ห้วนจู๋กลอกตาไปมา “หม่อมฉันไปที่เรือนของซื่อจื่อเพื่อส่งยาทำแผลมาเพคะ หม่อมฉันทำไปก็เพื่อหวังดีต่อพระองค์ทั้งนั้น!”

“ช่างเป็นความหวังดีที่ยอดเยี่ยมจริงๆ!” เซิ่งจือหว่านยิ้มอย่างเย็นชา “เพราะคำว่าหวังดีของเจ้า เจ้าจึงเอาของที่ท่านย่าทิ้งไว้ให้ข้าไปประเคนให้คนอื่น หากคนภายนอกไม่รู้ คงนึกว่าฉีซูเซี่ยนคือเจ้านายที่แท้จริงของเจ้าไปแล้ว!”

สีหน้าของห้วนจู๋เปลี่ยนไปเล็กน้อย “องค์หญิงทรงเข้าใจหม่อมฉันผิดเช่นนี้ได้อย่างไรเพคะ?! หม่อมฉันเพียงแต่กังวลว่าหากพระองค์ยังทรงบาดหมางกับท่านซื่อจื่อต่อไป จะเป็นการเปิดโอกาสให้คนอื่นแทรกกลางได้ ไม่นึกเลยว่าพระองค์จะทรงมองหม่อมฉันเช่นนี้!”

พูดจบ นางก็ยัดกล่องใส่ลงในอ้อมกอดของติงหลานอย่างแรง หากติงหลานไม่รับไว้ให้ไว คงหล่นลงพื้นไปแล้ว

ห้วนจู๋หาได้ใส่ใจไม่ นางจ้องมองเซิ่งจือหว่านอย่างน้อยใจ “หากองค์หญิงทรงเห็นว่าหม่อมฉันทำผิด เช่นนั้นก็ทรงขับไล่หม่อมฉันออกไปเสียเลยสิเพคะ!”
Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 100

    "หมายความว่าอย่างไร" ฉีซูเซี่ยนชะงักไป คำว่าจงใจหาเรื่องใส่ตัวหมายความว่าอย่างไร?ท่านหมอส่งเสียงฮึดฮัดเมิ่งยางนึกไม่ถึงว่าหมอตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งจะกล้าไม่ไว้หน้าตนเองถึงเพียงนี้!ตั้งแต่ร่วมงานกับองค์ชายสามมา นางมักจะเป็นที่ยกยอปอปั้นอยู่เสมอ ยามนี้ถูกนังบ่าวชั้นต่ำของเซิ่งจือหว่านหยามเกียรติยังไม่พอ หมอตัวเล็ก ๆ นี่ก็ยังกล้า...เมิ่งยางหลุบตาข่มแค้น เม้มปากพูดอย่างน้อยใจ "ท่านหมอสั่งสอนได้ถูกต้องแล้ว ต้องโทษข้าที่ตอนเดินมัวแต่คิดเรื่องโรงสุรา ถึงได้เผลอก้าวพลาด ตกลงไปในสระน้ำ""อะไรนะ เจ้าตกลงไปในสระน้ำหรือ" ฉีซูเซี่ยนตกใจ จากนั้นก็โกรธจัด หันไปทางชิงซิ่ง "เมื่อวานเป็นเจ้าที่อยู่ข้างกายหยางเอ๋อร์ใช่หรือไม่""เจ้า... เจ้าค่ะ..." ชิงซิ่งคุกเข่าลงด้วยความหวาดกลัวฉีซูเซี่ยนกล่าวเสียงเย็น "เจ้าดูแลเจ้านายอย่างไร หากหยางเอ๋อร์กับเด็กในท้องเป็นอะไรไป ต่อให้เจ้ามีร้อยชีวิตก็ชดใช้ไม่พอ! ไสหัวออกไป ไปรับโทษโบยเองซะ!"ชิงซิ่งหน้าซีดเผือดเมิ่งยางรีบคว้ามือฉีซูเซี่ยนไว้ด้วยท่าทางอ่อนแรง "ซื่อจื่ออย่าไปขู่นางเลยเจ้าค่ะ เป็นเพราะข้าชินกับการคิดอะไรคนเดียว เลยจงใจให้นางอยู่ห่าง ๆ ตกลงไปก็ต

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 99

    "อื้อ ๆ ..."ท่ามกลางความมืดยามราตรี เมิ่งยางจ้องเขม็งไปที่เซิ่งจือหว่านด้วยดวงตาโกรธแค้นเซิ่งจือหว่านไม่ได้เกรงกลัวเลยสักนิด นางลูบผมของอีกฝ่ายพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "วางใจเถอะ สระน้ำนี้มีไว้สำหรับเลี้ยงไม้ดอกไม้ประดับเท่านั้น จุดที่ลึกที่สุดก็ไม่ทำให้คนจมตายหรอก เจ้าชอบป่วยนักไม่ใช่หรือ เราย่อมต้องสนองความต้องการของเจ้าอยู่แล้ว"นิ้วมือที่อุ่นนุ่มและละเอียดอ่อน ลูบไล้ไปตามเส้นผมยาวจนถึงลำคอเมิ่งยางรู้สึกขนลุกซู่ไปตามตำแหน่งที่มือนั้นสัมผัส ความกลัวทำให้นางอยากจะกรีดร้อง แต่เพราะขากรรไกรถูกถอดออก ไม่ว่าจะพยายามอย่างไรเสียงที่เปล่งออกมาก็มีเพียงเสียงอู้อี้ที่ฟังไม่ได้ศัพท์"อนุเมิ่ง ความอดทนของเรามีจำกัด" น้ำเสียงที่เคยอ่อนนุ่มของเซิ่งจือหว่านพลันเย็นเยียบขึ้นมาทันทีเมิ่งยางสบเข้ากับดวงตาที่ไร้ความรู้สึกของนาง พลันนึกถึงภาพที่นางโบกมีดฟันใส่ฉีซูเซี่ยนเมื่อวานนี้ขึ้นมา...ร่างกายจึงสั่นเทิ้มอย่างควบคุมไม่ได้ในสภาพการณ์เช่นนี้ ตนเองไม่สามารถร้องขอความช่วยเหลือได้เลย ชิงซิ่งเพียงคนเดียวที่พาออกมาด้วยก็ถูกคนของเซิ่งจือหว่านคุมตัวไว้เนิ่นนานผ่านไป นางหลับตาลงแน่น ในที่สุ

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 98

    สวนหนิงเซียง?เมิ่งยางขมวดคิ้ว ชั่วขณะนั้นนึกไม่ออกว่าสวนหนิงเซียงคือที่ไหน แต่ในไม่ช้า นางก็นึกออก เป็นสาวใช้ที่รับตำแหน่งอนุพร้อมกับนางในวันนั้นนั่นเองนังแพศยาที่ไร้ยางอายที่ปีนขึ้นเตียง!นางเคยหยั่งเชิงซื่อจื่อมาแล้ว พบว่าเขารังเกียจนางคนนั้นสุด ๆซื่อจื่อจะไปหานางได้อย่างไร?"ตามข้าไปดูหน่อย" เมิ่งยางขมวดคิ้วแล้วสาวเท้าเดินไปทันทีชิงซิ่งเห็นดังนั้นก็อยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ริมฝีปากขยับอยู่สองสามครั้ง สุดท้ายก็กลืนคำพูดที่อยากพูดกลับลงไป ในใจเพียงหวังว่าซื่อจื่อคงจะทำเรื่องนั้นเสร็จแล้ว...แต่เห็นได้ชัดว่า ความปรารถนาของนางต้องพังทลายลงเมิ่งยางเพิ่งมาถึงนอกสวนหนิงเซียง ก็ได้ยินเสียงอันคลุมเครือดังแว่วออกมาจากข้างใน ฝีเท้าหยุดชะงักกะทันหัน ร่างกายโซเซอย่างรุนแรง"ท่านอนุ..." ชิงซิ่งมองนางด้วยความกังวล "ท่านไม่เป็นไรนะเจ้าคะ""หุบปาก!" ฝ่ามือหนึ่งตบฉาดลงบนใบหน้าของชิงซิ่งทันที จากนั้น ร่างกายของนางกลับยิ่งโซเซหนักกว่าเดิม "ไม่! เป็นไปไม่ได้...เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้ยังไง"เห็น ๆ กันอยู่ว่าซื่อจื่อรังเกียจห้วนจู๋ จะมาหานางที่นี่ได้ยังไง? แถมยัง...ชิงซิ่งไม่มัวพะวงความเจ็

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 97

    ฉีซูเซี่ยนได้ยินดังนั้นแววตาก็เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา หากมีคนอื่นรักษาได้ เขาย่อมไม่อยากไปอ้อนวอนเซิ่งจือหว่านแน่นอนเมื่อก่อนห้วนจู๋เป็นคนของเซิ่งจือหว่าน การที่นางจะรู้เรื่องพวกนี้ก็เป็นเรื่องปกติมาก!เมื่อคิดได้ดังนี้ เขาก็ครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะเดินก้าวยาวย้อนกลับมา "ดี หากเจ้ากล้าหลอกข้า ผลที่ตามมา เจ้าคงรู้นะ!""เจ้าค่ะ!" ห้วนจู๋ก้มหน้าลงอย่างขี้ขลาด "ถ้าอย่างนั้น...ซื่อจื่อจะให้ข้าจัดการ...ตัวเองก่อนได้หรือไม่เจ้าคะ"ฉีซูเซี่ยนถึงเพิ่งสังเกตเห็นชุดที่เปียกโชกบนตัวห้วนจู๋ชุดบางเบาพอเปียกโชกแล้วก็แนบเนื้อเหมือนผ้าพันกาย ผิวพรรณที่หยดน้ำไหลผ่านภายใต้แสงตะวันรอนดูขาวผ่องดั่งหยก ทำให้เขาเผลอนึกไปถึงอีกคนที่มีผิวพรรณดั่งหยกเช่นนี้เหมือนกัน..."ซื่อจื่อเจ้าคะ?" ห้วนจู๋ตัวสั่นเล็กน้อยชุดที่เซิ่งจือหว่านส่งมาให้นี้ก็งดงามอยู่หรอก แต่พอเปียกน้ำแล้วถูกลมพัดเข้าก็หนาวจริง ๆฉีซูเซี่ยนถูกเสียงของนางเรียกสติกลับมา เขาเบือนสายตาหนี "เจ้าไปเถอะ""เจ้าค่ะ" ห้วนจู๋รีบเปลี่ยนชุดใหม่อย่างรวดเร็วยังคงเป็นชุดที่เซิ่งจือหว่านส่งมาให้ บางเบาแต่ไม่โปร่งแสง เสื้อตัวนอกสีชมพูอ่อนขับกับเสื้อซับในสี

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 96

    เซิ่งจือหว่านเดินไปที่ลานเรือน อั้นจื่อกำลังพาแม่นมคนนั้นกลับมาพอดีแม่นมได้รับผลประโยชน์แล้ว เมื่อเห็นนางก็รีบพยักหน้าคำนับอย่างนอบน้อม "องค์หญิงคุยเสร็จแล้วหรือ กลับดี ๆ นะ"เซิ่งจือหว่านยิ้มอ่อน "แม่นม แม้ว่าห้วนจู๋จะทำเรื่องที่ทำให้เราไม่พอใจไปบ้าง แต่จะว่าไป นางก็อยู่ข้างกายเรามาหลายปี วันหน้า ยังต้องหวังให้แม่นมช่วยดูแลนางให้มากหน่อย อย่างน้อยในฐานะที่เป็นอนุของซื่อจื่อ มือและผิวพรรณ จะปล่อยให้ดูแย่ไม่ได้ แม่นมว่าจริงหรือไม่""จริง... จริงเพคะ" แม่นมสีหน้าเปลี่ยนไป ตอบรับอย่างหวาดเกรงเซิ่งจือหว่านมองไปที่อั้นจื่อ "ลานเรือนนี้ก็ต้องปรับปรุง นอกจากนี้ยังต้องจัดหาของใช้เพิ่มเติม เอาเงินให้แม่นมไปส่วนหนึ่งด้วย"อั้นจื่อได้ยินคำสั่งแล้วไม่เต็มใจเลย แต่ในเมื่อองค์หญิงสั่ง นางก็ต้องทำตามแม่นมได้รับเงินก็ยิ้มหน้าบานทันที "ขอบคุณฮูหยินน้อยที่เมตตา!"เดิมทีนึกว่าตนเองถูกย้ายมาที่สวนหนิงเซียงนี้แล้ว ก็คงหมดหวังที่จะพลิกชีวิต นึกไม่ถึงเลยจริง ๆ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ วันข้างหน้าอนุห้วนจู๋อาจจะรุ่งเรืองขึ้นมาจริง ๆ ก็ได้...ขณะที่คิดได้เช่นนี้ นางก็รีบยิ้มแย้มพลางเดินเข้าห้องไปคำพู

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 95

    เซิ่งจือหว่านไม่ได้พูดอะไร นำติงหลานเดือนผ่านนางเข้าไปในเรือนติงหลานหัวเราะหึในลำคอห้วนจู๋เม้มปากเดินตามเข้าไปข้างในเซิ่งจือหว่านกวาดมองพวกเครื่องเรือนในห้อง เดิมทีนึกว่าลานบ้านนั้นดูแย่แล้ว นึกไม่ถึงว่าข้างในนี้จะยิ่งซอมซ่อกว่า นางถึงกับหาที่นั่งลงไม่ได้เลยสักที่แม้แต่ผ้าห่มบนเตียง ก็ยังสู้ของบ่าวรับใช้ในเรือนของนางไม่ได้ด้วยซ้ำห้วนจู๋เห็นนางยืนขมวดคิ้ว ในใจก็รู้สึกอับอายยิ่งนัก "ยามนี้บ่าวตกอับถึงเพียงนี้ องค์หญิงคงพอพระทัยแล้วกระมัง"เซิ่งจือหว่านได้ยินดังนั้นก็หันไปมองนาง กวาดสายตาประเมินขึ้นลงอยู่ครู่หนึ่ง "นี่ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่เจ้าดิ้นรนหามาเองหรอกหรือ ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจ้าเห็นฉีซูเซี่ยน เจ้าก็มีใจให้เขาแล้วสินะ ไม่เช่นนั้นคงไม่คอยเทียวไปเทียวมาเพื่อเป็นแม่สื่อระหว่างเรากับเขา แล้วส่งต่อคำพูดที่ไร้มูลความจริงตั้งมากมายหรอก"เป็นเพราะเหตุนี้เช่นกัน นางถึงได้เชื่อมั่นว่าฉีซูเซี่ยนคือคู่ครองที่ดีห้วนจู๋ตัวสั่นเล็กน้อย นางยิ้มอย่างขมขื่น "เพคะ บ่าวตกหลุมรักซื่อจื่อตั้งแต่แรกจริง ๆ แต่บ่าวไม่เคยคิดจะทำอะไรเลย...""แต่เจ้าก็ทำลงไปแล้ว!" เซิ่งจือหว่านพูดขัด ห้วนจู๋ขอบต

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status