Share

บทที่ 6

Author: ยอดคนแปดทิศ
ห้วนจู๋มั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าเซิ่งจือหว่านย่อมตัดใจจากมิตรภาพที่ผูกพันกันมาสิบกว่าปีไม่ลง

เซิ่งจือหว่านวางถ้วยน้ำชาลงบนโต๊ะ “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ มิสู้ข้าเขียนจดหมายให้คนส่งตัวเจ้ากลับเข้าวังไปเสียตอนนี้เลย ต่อไปเจ้าก็จงอยู่ที่นั่น ไม่ต้องออกมาอีก”

“พระองค์ทรงตรัสจริงหรือเพคะ?” ห้วนจู๋เม้มปากแน่น

เซิ่งจือหว่านยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยโดยไม่เอ่ยคำใด

คราวนี้ห้วนจู๋เริ่มลนลานขึ้นมาจริงๆ “องค์หญิง พระองค์ทรงไร้เยื่อใยเช่นนี้ได้อย่างไรเพคะ! หม่อมฉันติดตามรับใช้พระองค์มานานหลายปี หากถูกส่งกลับไปตอนนี้ จะมีเจ้านายตำหนักไหนยอมรับหม่อมฉันไว้อีก?!”

“ที่แท้เจ้าก็ยังรู้ตัวว่าตนเองเป็นบ่าว?” เซิ่งจือหว่านโน้มตัวลงเล็กน้อย

เมื่อห้วนจู๋สบเข้ากับดวงตาที่ดำสนิทคู่นั้น คำพูดที่เตรียมจะเอ่ยก็ติดค้างอยู่ที่ลำคอทันที

เซิ่งจือหว่านมองนางด้วยรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา

ห้วนจู๋จึงขบกรามแน่นพลางคุกเข่าลง แล้วคลานเข่าเข้ามาเบื้องหน้านาง “องค์หญิง หม่อมฉันไม่ได้ตั้งใจจริงๆ เพคะ หม่อมฉันเพียงหวังให้พระองค์กับท่านซื่อจื่อกลับมาคืนดีกันโดยเร็ว หากพระองค์ทรงเห็นว่าหม่อมฉันทำไม่ถูก ต่อไป... ต่อไปหม่อมฉันจะไม่ทำอะไรโดยพลการอีกแล้วเพคะ!”

ช่างเป็นคำว่าหวังดีที่ยอดเยี่ยมเสียจริง

เซิ่งจือหว่านยกยิ้ม “ในเมื่อรู้ตัวว่าทำโดยพลการ เช่นนั้นตั้งแต่นี้ไปเจ้าจงลดขั้นลงเป็นสาวใช้ระดับสี่ ไปคอยดูแลงานปัดกวาดเช็ดถูอยู่ด้านนอกเสีย”

“องค์หญิง?!” ห้วนจู๋แทบไม่เชื่อหูตนเอง แต่เมื่อสบสายตาของเซิ่งจือหว่าน นางก็ได้แต่เม้มปากแน่น ไม่ยอมเอ่ยแม้แต่คำเดียวแล้วหันหลังวิ่งออกไปทันที

เพราะเรื่องวุ่นวายนี้ นางจึงลืมเรื่องที่ชุยซื่อกำชับมาเสียสนิท แต่ว่าต่อให้นางรายงานไป เซิ่งจือหว่านก็หาได้ใส่ใจไม่

คืนนั้น เซิ่งจือหว่านหลับสนิทอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

จนกระทั่งติงหลานเข้ามาเป็นรอบที่สาม และเห็นว่าสายมากแล้วจึงปลุกนาง เซิ่งจือหว่านถึงได้ค่อยๆ ลืมตาขึ้นบนเตียงอย่างเกียจคร้าน

“วันนี้องค์หญิงจะไม่เสด็จไปคารวะฮูหยินหรือเพคะ?” ติงหลานเห็นนางทำตัวเชื่องช้าจึงเอ่ยเตือน

เซิ่งจือหว่านเพิ่งจะนึกขึ้นได้

ในชาติก่อน หลังจากนางกับฉีซูเซี่ยนแต่งงานกันได้สี่ปี เขาได้รับพระราชทานจวนส่วนตัว นางจึงย้ายออกจากจวนกั๋วกง และไม่จำเป็นต้องไปคารวะทุกวันอีกต่อไป

ยามนี้ ยังไม่ถึงเวลานั้น

“ไม่ไปแล้ว” นางเอ่ย “ไปที่คลังสินค้า

เซิ่งจือหว่านเลือกสมุนไพรด้วยตนเองหลายชนิด แล้วตรงไปยังห้องครัวเล็ก นางนำสมุนไพรเหล่านั้นมาปรุงร่วมกับเหล้าดอกเก๊กฮวยที่หมักไว้เมื่อปีก่อนจนได้เป็นบัวลอยต้มเหล้าหมัก หนึ่งโถ

กลิ่นเหล้าหมักหอมหวานเข้มข้น ผสมผสานกับกลิ่นหอมสะอาดของสมุนไพร มีสรรพคุณช่วยบำรุงม้ามและเติมพลังกายได้ดียิ่ง

เซิ่งจือหว่านตักบัวลอยใส่ลงในปิ่นโตอาหารที่ประณีต

“องค์หญิงจะนำไปถวายฮูหยินหรือเพคะ?” อั้นจื่อเอ่ยถาม

เซิ่งจือหว่านเลิกคิ้ว แน่นอนว่าไม่ใช่

นางสั่งให้อั้นจื่อและติงหลานช่วยเกล้าผมและแต่งหน้า เมื่อเตรียมตัวเสร็จสิ้น จึงเปลี่ยนมาสวมชุดพิธีการที่ไม่ได้หยิบมาใส่มานานถึงสองปี

กระโปรงพื้นสีทองสลักลวดลายละเอียดอ่อน แขนเสื้อกว้างและสายรัดเอวช่วยขับเน้นรูปร่างของนางให้ดูโปร่งระหง เส้นผมดำขลับยาวสลวยถูกรวบขึ้นด้วยปิ่นทองคำแท้ลายดอกไห่ถังเต็มศีรษะ

ยามก้าวเดิน ปิ่นระย้าไข่มุกสั่นไหวเบาๆ ขับเน้นความงามสง่าหยาดเยิ้มถึงขีดสุด

อั้นจื่อและติงหลานถึงกับตะลึงไปชั่วครู่ “องค์หญิง พระองค์นี่แหละเพคะคือสาวงามอันดับหนึ่งของเมืองหลวง หม่อมฉันว่าพวกที่เรียกกันว่าสี่สาวงามแห่งเมืองหลวงนั่น เทียบกับพระองค์ไม่ได้เลยสักนิด”

น่าเสียดายที่องค์หญิงของพวกนางไม่ชอบออกไปไหน ต่อให้ต้องออกไป ก็มักจะแต่งกายเรียบง่ายเสมอ

“เตรียมรถม้า ข้าจะเข้าวัง” เซิ่งจือหว่านขึ้นรถม้าโดยมีติงหลานช่วยพยุง

ในระยะไม่ไกลนัก เหล่าคุณชายเจ้าสำราญหลายคนที่กำลังควบม้าผ่านมาพอดี เมื่อเห็นเงาร่างของนาง เด็กหนุ่มในชุดสีดำที่นำหน้าอยู่ก็กระชากบังเหียนม้าหยุดกะทันหัน

คนอื่นๆ เมื่อได้ยินเสียงความเคลื่อนไหว ต่างก็มองตามสายตาของเขาไป

“นั่นคือ... องค์หญิงชิ่งหนิงหรือ?” ใครคนหนึ่งเอ่ยด้วยความประหลาดใจ

“ก็องค์หญิงคนที่อ้อนวอนอดอาหารจนแทบตายเพื่อจะแต่งกับฉีซูเซี่ยนน่ะหรือ?”

“ใช่นางนั่นแหละ!”

“ฮ่าฮ่า เช่นนั้นคุณชายรองซางคงหมดหวังแล้วล่ะ อย่าว่าแต่ฐานันดรของนางเลย แค่สามีของนาง พวกเรามารวมกันยังเทียบไม่ได้แม้แต่นิดเดียว”

“ทั้งสอบได้อันดับหนึ่งสามสนามรวด แถมยังสร้างความดีความชอบใหญ่หลวงที่ชางหนาน ได้ยินว่าวันนี้จะเข้าวังไปรับรางวัลด้วยนะ เมื่อเช้านี้ท่านพ่อยังบอกข้าเลยว่า ฝ่าบาททรงมีพระประสงค์จะตั้งเขาเป็น แม่ทัพผิงเหยียนขั้นสี่ชั้นเอก! จุ๊ๆ แม่ทัพขั้นสี่ที่อายุน้อยขนาดนี้ น่าจะเป็นคนแรกในประวัติศาสตร์เลยมั้ง พวกลูกสาวขุนนางที่เคยเยาะเย้ยองค์หญิงชิ่งหนิง สงสัยหลังจากวันนี้คงอิจฉานางจนอกแตกตายแน่”

“มันก็ไม่แน่หรอกนะ ครั้งนี้ฉีซูเซี่ยนพาสตรีคนหนึ่งกลับมาจากชางหนานด้วยไม่ใช่หรือ?”

“นั่นมันเรื่องปกติ บุรุษคนไหนบ้างไม่มีสามภรรยาสี่อนุ ก็แค่ของเล่นชิ้นหนึ่งเท่านั้น ข้ามหน้านางไม่ได้หรอก แต่จะว่าไป องค์หญิงชิ่งหนิงงดงามปานนี้ สตรีที่ฉีซูเซี่ยนพากลับมาก็คงไม่เลวเหมือนกันใช่ไหม?”

“ได้ยินว่าเป็นแค่สาวชาวบ้าน...”

คนอื่นจะพูดอะไรต่อเด็กหนุ่มหาได้ยินไม่ จนกระทั่งรถม้าลับตาไป เขาจึงหันหัวม้ากลับกะทันหัน “ข้านึกขึ้นได้ว่ามีธุระสำคัญยังไม่ได้ทำ วันนี้ไม่ไปหอจุ้ยเซียงแล้ว!”

“นี่ๆ... คุณชายรองซาง!” ทุกคนอึ้งไป พยายามจะตะโกนเรียก แต่เด็กหนุ่มก็หายลับสายตาไปเสียแล้ว

“อันธพาลอันดับหนึ่งแห่งเมืองหลวงอย่างเขาจะมีธุระปะปังอะไรกัน? คงไม่ใช่ว่าไม่อยากเป็นเจ้ามือเลี้ยง เลยแกล้งชิ่งหนีไปหรอกนะ!” ทุกคนต่างพากันหัวเราะเยาะ

เซิ่งจือหว่านเข้าวัง แล้วเปลี่ยนมาประทับเกี้ยวตรงไปยังพระราชวังฉือฮุ่ยทันที

ภายในพระราชวังฉือฮุ่ยเต็มไปด้วยความเขียวขจี ต้นหอมหมื่นลี้ที่นางเคยปลูกร่วมกับท่านย่าในตอนเด็ก กำลังส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ อบอวลไปทั่ว

ทุกอย่างยังคงดูเหมือนเดิม แต่ว่าในขณะเดียวกันกลับดูไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อได้เห็นท่านย่าที่นั่งเอนกายอยู่บนเก้าอี้ไม้จันทน์ม่วงด้วยสีหน้าซูบเซียว ขอบตาของเซิ่งจือหว่านก็แดงระเรื่อขึ้นมาในทันที

ซิ่วหมัวหมัวที่กำลังนวดไหล่ให้ไทเฮาเห็นนางเข้าก็ตกใจ กำลังจะเอ่ยปากทัก แต่ถูกเซิ่งจือหว่านยกมือส่งสัญญาณห้ามไว้เสียก่อน

เซิ่งจือหว่านก้าวเท้าแผ่วเบาเข้าไปแทนที่ตำแหน่งของซิ่วมาม่า แล้วช่วยนวดไหล่ให้ท่านย่าด้วยตนเอง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 417

    ยามที่พ่อบ้านมาตามตัว แม่นมก่วนก็รู้ดีว่าวันนี้ตนเองคงไม่มีชีวิตรอดอีกแล้วเดิมทีนางมิได้คิดจะทำเรื่องนี้เลยทว่าท่านหญิงทุกข์ใจถึงเพียงนั้น ทั้งยังคุกเข่าขอร้องนาง แล้วนางจะทนเห็นท่านหญิงน้อยที่ตนเลี้ยงดูมาตั้งแต่เล็กจนโตเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร?นางคิดว่า ขอเพียงตนเองลงมืออย่างมิดชิดสักหน่อย ก็ย่อมไม่มีผู้ใดล่วงรู้เป็นแน่ยิ่งไปกว่านั้นก็แค่เรื่องสับเปลี่ยนธูปกำหนึ่งเท่านั้น คงไม่มีผู้ใดอยากจะก่อเรื่องให้บานปลายในวันสำคัญเช่นนี้หรอกอย่างมากที่สุด ก็แค่ทำให้เซิ่งยางต้องถูกผู้คนครหาบ้างเท่านั้นเองทว่านางคิดไม่ถึงจริง ๆ ว่าเรื่องนี้จะลุกลามไปถึงองค์หญิงชิ่งหนิงได้ อีกทั้งองค์หญิงชิ่งหนิงยังไม่ทรงยอมรามือ จนทำให้เรื่องราวบานปลายมาถึงขั้นนี้...ไม่ว่าจะอย่างไร ท่านหญิงก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มิได้เด็ดขาดดังนั้น...แม่นมก่วนจึงคุกเข่าลงบนพื้น แล้วยอมรับออกมาตรง ๆ ว่าทั้งหมดเป็นเพราะตนไม่อาจทนดูพฤติกรรมของเซิ่งยางได้!นางตะโกนเสียงดังและรวดเร็วว่า “บ่าวไม่เชื่อว่าหญิงชั้นต่ำที่ลอบได้เสียกับบุรุษโดยไม่มีแม่สื่อ แย่งชิงวาสนาคู่ครองของผู้อื่น และไร้ยางอายเช่นนี้ จะเป็นบุตรสาวข

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 416

    แววตาของเขาพลันไหววูบ ก่อนจะเอ่ยว่า “กระหม่อมเพียงแต่ทูลว่ามีความเป็นไปได้เช่นนี้ แน่นอน... แน่นอนว่าอาจจะเป็นเพราะสาเหตุอื่นด้วยเช่นกัน”“อ้อ?” เซิ่งจือหว่านจ้องเขาตาเขม็ง “เช่นนั้นรองเจ้ากรมอวี๋ลองบอกเรามาที ว่าเป็นเพราะสาเหตุใด?”สภาพอากาศในช่วงปลายเดือนสาม ปีนี้กลับยิ่งหนาวเย็นกว่าปีอื่นทว่าบนหน้าผากของรองเจ้ากรมอวี๋ในยามนี้กลับมีเหงื่อเย็นซึมออกมาเต็มหน้าผากเขาหันหลังกลับไป สบเข้ากับสายตาอันไม่พึงพอใจของหวายอ๋องและพระชายาหวายอ๋อง ทว่าเมื่อเทียบกับคนเหล่านี้ คนที่เขาไม่กล้าล่วงเกินที่สุดในยามนี้กลับเป็นเซิ่งจือหว่าน——ท่ามกลางสายตาที่เคลือบแคลงสงสัยของทุกคน เขาเดินไปข้างหน้าด้วยร่างกายที่แข็งทื่อ แล้วก้มลงเก็บธูปจำนวนหนึ่งที่หักอยู่บนพื้นขึ้นมาหลังจากนั้น ดูเหมือนเขาจะค้นพบบางอย่างเข้าดวงตาที่พร่ามัวพลันสว่างวาบขึ้นมาทันที “ธูปมีปัญหาพ่ะย่ะค่ะ! มิ... มิใช่เพราะองค์หญิงชิ่งหนิง แต่เป็นธูปนี้ที่มีปัญหา!”พระชายาหวายอ๋องไม่อาจทนได้อีกต่อไปเซิ่งจือหว่านทั้งที่รู้ว่าวันนี้เป็นวันสำคัญของจวนหวายอ๋อง เหตุใดจึงไม่ยอมรามือ ถึงกับต้องก่อเรื่องให้บานปลายเช่นนี้?หากชื่อเสียงของ

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 415

    เมื่อกล่าวมาถึงตรงนี้ รองเจ้ากรมอวี๋ก็จงใจยืดหลังให้ตรง มองไปยังทิศทางของเซิ่งจือหว่านอย่างไม่เกรงกลัวใด ๆ “ก่อนหน้านี้กระหม่อมเคยถวายฎีกาเพื่อเรื่องนี้ โดยทูลขอให้ฝ่าบาททรงถอนรับสั่งคืน ทว่า... เฮ้อ ยามนี้ดูเหมือนว่า ธูปบูชาในวันนี้คงเป็นเพราะมีองค์หญิงชิ่งหนิงประทับอยู่ที่นี่ จึงได้หักลงมา!”สิ้นคำกล่าว สายตาจำนวนมากในที่นั้นต่างพากันหันไปมองที่เซิ่งจือหว่านมีทั้งมองพิจารณาด้วยความรังเกียจ ดูถูกเหยียดหยาม หรือกระทั่งสมน้ำหน้าสตรีออกเรือนครั้งที่สอง ถือเป็นผู้ประพฤติตนเสื่อมเสียและไร้ศีลธรรมสตรีเช่นนี้ นอกจากกระทำในสิ่งที่สตรีจำนวนมากไม่กล้าทำและไม่อาจทำได้แล้ว ก็ยังเป็นการท้าทายศักดิ์ศรีของบุรุษทุกคนในที่แห่งนี้อีกด้วยยิ่งไปกว่านั้น สาเหตุที่เซิ่งจือหว่านทูลขอราชโองการหย่าร้างในยามนั้น ก็เพียงเพราะฉีซื่อจื่อรับอนุภรรยาเท่านั้นบุรุษรับอนุภรรยา ถือเป็นเรื่องที่ถูกต้องชอบธรรมอยู่แล้วหากเป็นเพราะเหตุนี้ต้องหย่าร้างแล้วแต่งงานใหม่ ใต้หล้านี้มิใช่จะวุ่นวายไปหมดหรอกหรือ แล้วจะยังมีกฎระเบียบจารีตและการอบรมสั่งสอนใดให้พูดถึงอีก?สายตาหลากหลายประเภททอดมองมา ภายในโถงใหญ่ที่เต็มไปด

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 414

    คนผู้นั้นจะเป็นใครไปได้อีกเล่า?นางพลันนึกถึงท่านหญิงหมิงเจียที่แสร้งป่วยจนมิได้มาร่วมงานในวันนี้ขึ้นมาทันทีแม้ว่าในช่วงหลายวันมานี้ ท่านหญิงหมิงเจียจะแสดงท่าทีสนิทสนมและรู้สึกผิดต่อหน้าหวายอ๋องและพระชายาหวายอ๋องอยู่ตลอดเวลา แต่ความเคียดแค้นในแววตานั้น นางไม่มีทางมองพลาดเป็นแน่ยิ่งไปกว่านั้น หากจะแอบทำสิ่งใดในจวนหวายอ๋อง จะมีผู้ใดที่ลงมือได้สะดวกกว่าท่านหญิงหมิงเจียอีกเล่า?เมื่อคิดได้เช่นนี้ เซิ่งยางก็กัดริมฝีปากเบา ๆ พลางถอยหลังไปครึ่งก้าวด้วยใบหน้าซีดเผือดทว่ายังไม่ทันที่นางจะได้เอ่ยปากพูดในกลุ่มฝูงชน ฉีกั๋วกงกลับเอ่ยเย้ยหยันขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ดังพอดิบพอดีว่า “ผู้ใดบอกว่าเป็นเพราะเซิ่งยาง? พิธีการเช่นนี้ หากมีผู้ที่ประพฤติตนเสื่อมเสียอยู่ด้วย ก็ย่อมทำให้บรรพบุรุษพิโรธได้เช่นกัน!”ผู้ที่ประพฤติตนเสื่อมเสียงั้นหรือ?ทุกคนต่างพากันชะงักงัน ก่อนจะหันมองไปรอบ ๆ ตามสัญชาตญาณ“นั่นสิ! ก็ไม่แน่ว่าจะเป็นเพราะแม่นางเซิ่งยางเสมอไป หากพูดถึงเรื่องการประพฤติตนเสื่อมเสีย ตั้งแต่โบราณมาสตรีต้องซื่อสัตย์ต่อสามีเดียว การหย่าร้างแล้วแต่งงานใหม่ มิใช่ไร้ศีลธรรมและประพฤติตนเสื่อมเสียหรอก

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 413

    เหลียงเหราเคยได้ยินมาว่าในอดีตเซิ่งจือหว่านกตัญญูและเคารพมารดาของฉีซูเซี่ยนเพียงใด กระทั่งยาก็ยังลงมือเคี่ยวด้วยตนเองตัวนางเองก็ถือว่าเป็นว่าที่แม่สามีของเซิ่งจือหว่านเช่นกัน ไม่ต้องพูดถึงเรื่องปล่อยให้นางเป็นฝ่ายเข้ามาทักทายก่อน แม้แต่ของขวัญแรกพบก็ยังไม่ยอมมอบให้ว่าที่น้องสะใภ้เลยสักชิ้นทว่ายามนี้กำลังอยู่ภายนอก อีกทั้งเซิ่งจือหว่านก็เป็นถึงองค์หญิงแม้ในใจเหลียงเหราจะไม่สบอารมณ์ แต่ก็ทำได้เพียงสะกดกลั้นความรู้สึกนี้เอาไว้ในขณะเดียวกันก็คิดในใจว่า นี่ต้องเป็นเพราะเซิ่งจือหว่านมิได้มีความรู้สึกใด ๆ ต่อซางสิงอวี้เป็นแน่ มิเช่นนั้นด้วยฐานะที่เหมือนกัน เหตุใดจึงได้ปฏิบัติแตกต่างกันลิบลับเช่นนี้?เมื่อเหลียงเหราคิดได้เช่นนี้ ในใจก็รู้สึกดีขึ้นมากเซิ่งจือหว่านสนทนากับฮูหยินหานต่ออีกครู่ใหญ่ ก็ได้ยินคนมาแจ้งว่า ขุนนางผู้ดำเนินพิธีการของกรมราชสกุลมาถึงแล้ว และขอเชิญทุกท่านย้ายไปยังด้านหน้าเพื่อร่วมเป็นสักขีพยานในขั้นตอนการหวนคืนสู่ตระกูลเนื่องจากบรรพบุรุษของหวายอ๋องได้รับพระราชทานสกุลจากฮ่องเต้ และยามนี้ก็ได้ตั้งจวนและมีเขตศักดินาแล้ว ขั้นตอนการหวนคืนสู่ตระกูลของเมิ่งยางในวันนี้จ

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 412

    ไม่เพียงแต่ต้องซ่อมแซมเท่านั้น แต่ยังต้องทำให้เมิ่งยางสวมมันได้จริง ๆ ด้วยมิเช่นนั้น คำพูดที่นางเอ่ยไว้ก่อนหน้านั้น... จะไม่กลายเป็นเรื่องน่าขันหรอกหรือ?ภายใต้การพูดคุยหยอกล้อของเหล่าฮูหยิน ในที่สุดเรื่องนี้ก็ผ่านพ้นไปได้เสียทีเซิ่งจือหว่านก็มิได้สนใจจะมาคอยจับจ่ออยู่กับเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้ไม่เลิกรา เอาเวลานี้ไปพูดคุยกับฮูหยินหาน และไต่ถามถึงสุขภาพของนายหญิงผู้เฒ่าหานไม่ดีกว่าหรือ?ยิ่งไปกว่านั้น วันนี้คนที่มาจากจวนสกุลหานมิได้มีเพียงแค่ฮูหยินหานเท่านั้น แต่ยังมีหานจิ่นเหยา น้องสาวสามีของฮูหยินหานอีกด้วยหานจิ่นเหยามิใช่บุตรสาวแท้ ๆ ของท่านแม่ทัพใหญ่หาน แต่เป็นบุตรสาวของรองแม่ทัพนายหนึ่งที่พลีชีพในสงคราม ซึ่งท่านแม่ทัพใหญ่หานได้รับเลี้ยงไว้เมื่อหลายปีก่อน ก่อนที่หานจื่ออันจะสิ้นใจ เขาได้หมั้นหมายคู่ครองให้น้องสาวผู้นี้ไว้แล้ว ทั้งสองฝ่ายแลกเปลี่ยนเทียบดวงชะตากันเรียบร้อย และการสมรสก็ถูกกำหนดไว้ในเดือนแปดของปีนี้แม่นางน้อยผู้นี้มีอายุน้อยกว่าเซิ่งจือหว่านสองปี นางแตกต่างจากเหล่าสตรีสูงศักดิ์ทั่วไปในเมืองหลวง ผิวพรรณของนางค่อนข้างคล้ำ และท่าทางดูมีความองอาจและห้าวหาญเซิ่งจ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status