Share

บทที่ 6

Author: ยอดคนแปดทิศ
ห้วนจู๋มั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าเซิ่งจือหว่านย่อมตัดใจจากมิตรภาพที่ผูกพันกันมาสิบกว่าปีไม่ลง

เซิ่งจือหว่านวางถ้วยน้ำชาลงบนโต๊ะ “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ มิสู้ข้าเขียนจดหมายให้คนส่งตัวเจ้ากลับเข้าวังไปเสียตอนนี้เลย ต่อไปเจ้าก็จงอยู่ที่นั่น ไม่ต้องออกมาอีก”

“พระองค์ทรงตรัสจริงหรือเพคะ?” ห้วนจู๋เม้มปากแน่น

เซิ่งจือหว่านยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยโดยไม่เอ่ยคำใด

คราวนี้ห้วนจู๋เริ่มลนลานขึ้นมาจริงๆ “องค์หญิง พระองค์ทรงไร้เยื่อใยเช่นนี้ได้อย่างไรเพคะ! หม่อมฉันติดตามรับใช้พระองค์มานานหลายปี หากถูกส่งกลับไปตอนนี้ จะมีเจ้านายตำหนักไหนยอมรับหม่อมฉันไว้อีก?!”

“ที่แท้เจ้าก็ยังรู้ตัวว่าตนเองเป็นบ่าว?” เซิ่งจือหว่านโน้มตัวลงเล็กน้อย

เมื่อห้วนจู๋สบเข้ากับดวงตาที่ดำสนิทคู่นั้น คำพูดที่เตรียมจะเอ่ยก็ติดค้างอยู่ที่ลำคอทันที

เซิ่งจือหว่านมองนางด้วยรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา

ห้วนจู๋จึงขบกรามแน่นพลางคุกเข่าลง แล้วคลานเข่าเข้ามาเบื้องหน้านาง “องค์หญิง หม่อมฉันไม่ได้ตั้งใจจริงๆ เพคะ หม่อมฉันเพียงหวังให้พระองค์กับท่านซื่อจื่อกลับมาคืนดีกันโดยเร็ว หากพระองค์ทรงเห็นว่าหม่อมฉันทำไม่ถูก ต่อไป... ต่อไปหม่อมฉันจะไม่ทำอะไรโดยพลการอีกแล้วเพคะ!”

ช่างเป็นคำว่าหวังดีที่ยอดเยี่ยมเสียจริง

เซิ่งจือหว่านยกยิ้ม “ในเมื่อรู้ตัวว่าทำโดยพลการ เช่นนั้นตั้งแต่นี้ไปเจ้าจงลดขั้นลงเป็นสาวใช้ระดับสี่ ไปคอยดูแลงานปัดกวาดเช็ดถูอยู่ด้านนอกเสีย”

“องค์หญิง?!” ห้วนจู๋แทบไม่เชื่อหูตนเอง แต่เมื่อสบสายตาของเซิ่งจือหว่าน นางก็ได้แต่เม้มปากแน่น ไม่ยอมเอ่ยแม้แต่คำเดียวแล้วหันหลังวิ่งออกไปทันที

เพราะเรื่องวุ่นวายนี้ นางจึงลืมเรื่องที่ชุยซื่อกำชับมาเสียสนิท แต่ว่าต่อให้นางรายงานไป เซิ่งจือหว่านก็หาได้ใส่ใจไม่

คืนนั้น เซิ่งจือหว่านหลับสนิทอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

จนกระทั่งติงหลานเข้ามาเป็นรอบที่สาม และเห็นว่าสายมากแล้วจึงปลุกนาง เซิ่งจือหว่านถึงได้ค่อยๆ ลืมตาขึ้นบนเตียงอย่างเกียจคร้าน

“วันนี้องค์หญิงจะไม่เสด็จไปคารวะฮูหยินหรือเพคะ?” ติงหลานเห็นนางทำตัวเชื่องช้าจึงเอ่ยเตือน

เซิ่งจือหว่านเพิ่งจะนึกขึ้นได้

ในชาติก่อน หลังจากนางกับฉีซูเซี่ยนแต่งงานกันได้สี่ปี เขาได้รับพระราชทานจวนส่วนตัว นางจึงย้ายออกจากจวนกั๋วกง และไม่จำเป็นต้องไปคารวะทุกวันอีกต่อไป

ยามนี้ ยังไม่ถึงเวลานั้น

“ไม่ไปแล้ว” นางเอ่ย “ไปที่คลังสินค้า

เซิ่งจือหว่านเลือกสมุนไพรด้วยตนเองหลายชนิด แล้วตรงไปยังห้องครัวเล็ก นางนำสมุนไพรเหล่านั้นมาปรุงร่วมกับเหล้าดอกเก๊กฮวยที่หมักไว้เมื่อปีก่อนจนได้เป็นบัวลอยต้มเหล้าหมัก หนึ่งโถ

กลิ่นเหล้าหมักหอมหวานเข้มข้น ผสมผสานกับกลิ่นหอมสะอาดของสมุนไพร มีสรรพคุณช่วยบำรุงม้ามและเติมพลังกายได้ดียิ่ง

เซิ่งจือหว่านตักบัวลอยใส่ลงในปิ่นโตอาหารที่ประณีต

“องค์หญิงจะนำไปถวายฮูหยินหรือเพคะ?” อั้นจื่อเอ่ยถาม

เซิ่งจือหว่านเลิกคิ้ว แน่นอนว่าไม่ใช่

นางสั่งให้อั้นจื่อและติงหลานช่วยเกล้าผมและแต่งหน้า เมื่อเตรียมตัวเสร็จสิ้น จึงเปลี่ยนมาสวมชุดพิธีการที่ไม่ได้หยิบมาใส่มานานถึงสองปี

กระโปรงพื้นสีทองสลักลวดลายละเอียดอ่อน แขนเสื้อกว้างและสายรัดเอวช่วยขับเน้นรูปร่างของนางให้ดูโปร่งระหง เส้นผมดำขลับยาวสลวยถูกรวบขึ้นด้วยปิ่นทองคำแท้ลายดอกไห่ถังเต็มศีรษะ

ยามก้าวเดิน ปิ่นระย้าไข่มุกสั่นไหวเบาๆ ขับเน้นความงามสง่าหยาดเยิ้มถึงขีดสุด

อั้นจื่อและติงหลานถึงกับตะลึงไปชั่วครู่ “องค์หญิง พระองค์นี่แหละเพคะคือสาวงามอันดับหนึ่งของเมืองหลวง หม่อมฉันว่าพวกที่เรียกกันว่าสี่สาวงามแห่งเมืองหลวงนั่น เทียบกับพระองค์ไม่ได้เลยสักนิด”

น่าเสียดายที่องค์หญิงของพวกนางไม่ชอบออกไปไหน ต่อให้ต้องออกไป ก็มักจะแต่งกายเรียบง่ายเสมอ

“เตรียมรถม้า ข้าจะเข้าวัง” เซิ่งจือหว่านขึ้นรถม้าโดยมีติงหลานช่วยพยุง

ในระยะไม่ไกลนัก เหล่าคุณชายเจ้าสำราญหลายคนที่กำลังควบม้าผ่านมาพอดี เมื่อเห็นเงาร่างของนาง เด็กหนุ่มในชุดสีดำที่นำหน้าอยู่ก็กระชากบังเหียนม้าหยุดกะทันหัน

คนอื่นๆ เมื่อได้ยินเสียงความเคลื่อนไหว ต่างก็มองตามสายตาของเขาไป

“นั่นคือ... องค์หญิงชิ่งหนิงหรือ?” ใครคนหนึ่งเอ่ยด้วยความประหลาดใจ

“ก็องค์หญิงคนที่อ้อนวอนอดอาหารจนแทบตายเพื่อจะแต่งกับฉีซูเซี่ยนน่ะหรือ?”

“ใช่นางนั่นแหละ!”

“ฮ่าฮ่า เช่นนั้นคุณชายรองซางคงหมดหวังแล้วล่ะ อย่าว่าแต่ฐานันดรของนางเลย แค่สามีของนาง พวกเรามารวมกันยังเทียบไม่ได้แม้แต่นิดเดียว”

“ทั้งสอบได้อันดับหนึ่งสามสนามรวด แถมยังสร้างความดีความชอบใหญ่หลวงที่ชางหนาน ได้ยินว่าวันนี้จะเข้าวังไปรับรางวัลด้วยนะ เมื่อเช้านี้ท่านพ่อยังบอกข้าเลยว่า ฝ่าบาททรงมีพระประสงค์จะตั้งเขาเป็น แม่ทัพผิงเหยียนขั้นสี่ชั้นเอก! จุ๊ๆ แม่ทัพขั้นสี่ที่อายุน้อยขนาดนี้ น่าจะเป็นคนแรกในประวัติศาสตร์เลยมั้ง พวกลูกสาวขุนนางที่เคยเยาะเย้ยองค์หญิงชิ่งหนิง สงสัยหลังจากวันนี้คงอิจฉานางจนอกแตกตายแน่”

“มันก็ไม่แน่หรอกนะ ครั้งนี้ฉีซูเซี่ยนพาสตรีคนหนึ่งกลับมาจากชางหนานด้วยไม่ใช่หรือ?”

“นั่นมันเรื่องปกติ บุรุษคนไหนบ้างไม่มีสามภรรยาสี่อนุ ก็แค่ของเล่นชิ้นหนึ่งเท่านั้น ข้ามหน้านางไม่ได้หรอก แต่จะว่าไป องค์หญิงชิ่งหนิงงดงามปานนี้ สตรีที่ฉีซูเซี่ยนพากลับมาก็คงไม่เลวเหมือนกันใช่ไหม?”

“ได้ยินว่าเป็นแค่สาวชาวบ้าน...”

คนอื่นจะพูดอะไรต่อเด็กหนุ่มหาได้ยินไม่ จนกระทั่งรถม้าลับตาไป เขาจึงหันหัวม้ากลับกะทันหัน “ข้านึกขึ้นได้ว่ามีธุระสำคัญยังไม่ได้ทำ วันนี้ไม่ไปหอจุ้ยเซียงแล้ว!”

“นี่ๆ... คุณชายรองซาง!” ทุกคนอึ้งไป พยายามจะตะโกนเรียก แต่เด็กหนุ่มก็หายลับสายตาไปเสียแล้ว

“อันธพาลอันดับหนึ่งแห่งเมืองหลวงอย่างเขาจะมีธุระปะปังอะไรกัน? คงไม่ใช่ว่าไม่อยากเป็นเจ้ามือเลี้ยง เลยแกล้งชิ่งหนีไปหรอกนะ!” ทุกคนต่างพากันหัวเราะเยาะ

เซิ่งจือหว่านเข้าวัง แล้วเปลี่ยนมาประทับเกี้ยวตรงไปยังพระราชวังฉือฮุ่ยทันที

ภายในพระราชวังฉือฮุ่ยเต็มไปด้วยความเขียวขจี ต้นหอมหมื่นลี้ที่นางเคยปลูกร่วมกับท่านย่าในตอนเด็ก กำลังส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ อบอวลไปทั่ว

ทุกอย่างยังคงดูเหมือนเดิม แต่ว่าในขณะเดียวกันกลับดูไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อได้เห็นท่านย่าที่นั่งเอนกายอยู่บนเก้าอี้ไม้จันทน์ม่วงด้วยสีหน้าซูบเซียว ขอบตาของเซิ่งจือหว่านก็แดงระเรื่อขึ้นมาในทันที

ซิ่วหมัวหมัวที่กำลังนวดไหล่ให้ไทเฮาเห็นนางเข้าก็ตกใจ กำลังจะเอ่ยปากทัก แต่ถูกเซิ่งจือหว่านยกมือส่งสัญญาณห้ามไว้เสียก่อน

เซิ่งจือหว่านก้าวเท้าแผ่วเบาเข้าไปแทนที่ตำแหน่งของซิ่วมาม่า แล้วช่วยนวดไหล่ให้ท่านย่าด้วยตนเอง
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 100

    "หมายความว่าอย่างไร" ฉีซูเซี่ยนชะงักไป คำว่าจงใจหาเรื่องใส่ตัวหมายความว่าอย่างไร?ท่านหมอส่งเสียงฮึดฮัดเมิ่งยางนึกไม่ถึงว่าหมอตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งจะกล้าไม่ไว้หน้าตนเองถึงเพียงนี้!ตั้งแต่ร่วมงานกับองค์ชายสามมา นางมักจะเป็นที่ยกยอปอปั้นอยู่เสมอ ยามนี้ถูกนังบ่าวชั้นต่ำของเซิ่งจือหว่านหยามเกียรติยังไม่พอ หมอตัวเล็ก ๆ นี่ก็ยังกล้า...เมิ่งยางหลุบตาข่มแค้น เม้มปากพูดอย่างน้อยใจ "ท่านหมอสั่งสอนได้ถูกต้องแล้ว ต้องโทษข้าที่ตอนเดินมัวแต่คิดเรื่องโรงสุรา ถึงได้เผลอก้าวพลาด ตกลงไปในสระน้ำ""อะไรนะ เจ้าตกลงไปในสระน้ำหรือ" ฉีซูเซี่ยนตกใจ จากนั้นก็โกรธจัด หันไปทางชิงซิ่ง "เมื่อวานเป็นเจ้าที่อยู่ข้างกายหยางเอ๋อร์ใช่หรือไม่""เจ้า... เจ้าค่ะ..." ชิงซิ่งคุกเข่าลงด้วยความหวาดกลัวฉีซูเซี่ยนกล่าวเสียงเย็น "เจ้าดูแลเจ้านายอย่างไร หากหยางเอ๋อร์กับเด็กในท้องเป็นอะไรไป ต่อให้เจ้ามีร้อยชีวิตก็ชดใช้ไม่พอ! ไสหัวออกไป ไปรับโทษโบยเองซะ!"ชิงซิ่งหน้าซีดเผือดเมิ่งยางรีบคว้ามือฉีซูเซี่ยนไว้ด้วยท่าทางอ่อนแรง "ซื่อจื่ออย่าไปขู่นางเลยเจ้าค่ะ เป็นเพราะข้าชินกับการคิดอะไรคนเดียว เลยจงใจให้นางอยู่ห่าง ๆ ตกลงไปก็ต

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 99

    "อื้อ ๆ ..."ท่ามกลางความมืดยามราตรี เมิ่งยางจ้องเขม็งไปที่เซิ่งจือหว่านด้วยดวงตาโกรธแค้นเซิ่งจือหว่านไม่ได้เกรงกลัวเลยสักนิด นางลูบผมของอีกฝ่ายพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "วางใจเถอะ สระน้ำนี้มีไว้สำหรับเลี้ยงไม้ดอกไม้ประดับเท่านั้น จุดที่ลึกที่สุดก็ไม่ทำให้คนจมตายหรอก เจ้าชอบป่วยนักไม่ใช่หรือ เราย่อมต้องสนองความต้องการของเจ้าอยู่แล้ว"นิ้วมือที่อุ่นนุ่มและละเอียดอ่อน ลูบไล้ไปตามเส้นผมยาวจนถึงลำคอเมิ่งยางรู้สึกขนลุกซู่ไปตามตำแหน่งที่มือนั้นสัมผัส ความกลัวทำให้นางอยากจะกรีดร้อง แต่เพราะขากรรไกรถูกถอดออก ไม่ว่าจะพยายามอย่างไรเสียงที่เปล่งออกมาก็มีเพียงเสียงอู้อี้ที่ฟังไม่ได้ศัพท์"อนุเมิ่ง ความอดทนของเรามีจำกัด" น้ำเสียงที่เคยอ่อนนุ่มของเซิ่งจือหว่านพลันเย็นเยียบขึ้นมาทันทีเมิ่งยางสบเข้ากับดวงตาที่ไร้ความรู้สึกของนาง พลันนึกถึงภาพที่นางโบกมีดฟันใส่ฉีซูเซี่ยนเมื่อวานนี้ขึ้นมา...ร่างกายจึงสั่นเทิ้มอย่างควบคุมไม่ได้ในสภาพการณ์เช่นนี้ ตนเองไม่สามารถร้องขอความช่วยเหลือได้เลย ชิงซิ่งเพียงคนเดียวที่พาออกมาด้วยก็ถูกคนของเซิ่งจือหว่านคุมตัวไว้เนิ่นนานผ่านไป นางหลับตาลงแน่น ในที่สุ

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 98

    สวนหนิงเซียง?เมิ่งยางขมวดคิ้ว ชั่วขณะนั้นนึกไม่ออกว่าสวนหนิงเซียงคือที่ไหน แต่ในไม่ช้า นางก็นึกออก เป็นสาวใช้ที่รับตำแหน่งอนุพร้อมกับนางในวันนั้นนั่นเองนังแพศยาที่ไร้ยางอายที่ปีนขึ้นเตียง!นางเคยหยั่งเชิงซื่อจื่อมาแล้ว พบว่าเขารังเกียจนางคนนั้นสุด ๆซื่อจื่อจะไปหานางได้อย่างไร?"ตามข้าไปดูหน่อย" เมิ่งยางขมวดคิ้วแล้วสาวเท้าเดินไปทันทีชิงซิ่งเห็นดังนั้นก็อยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ริมฝีปากขยับอยู่สองสามครั้ง สุดท้ายก็กลืนคำพูดที่อยากพูดกลับลงไป ในใจเพียงหวังว่าซื่อจื่อคงจะทำเรื่องนั้นเสร็จแล้ว...แต่เห็นได้ชัดว่า ความปรารถนาของนางต้องพังทลายลงเมิ่งยางเพิ่งมาถึงนอกสวนหนิงเซียง ก็ได้ยินเสียงอันคลุมเครือดังแว่วออกมาจากข้างใน ฝีเท้าหยุดชะงักกะทันหัน ร่างกายโซเซอย่างรุนแรง"ท่านอนุ..." ชิงซิ่งมองนางด้วยความกังวล "ท่านไม่เป็นไรนะเจ้าคะ""หุบปาก!" ฝ่ามือหนึ่งตบฉาดลงบนใบหน้าของชิงซิ่งทันที จากนั้น ร่างกายของนางกลับยิ่งโซเซหนักกว่าเดิม "ไม่! เป็นไปไม่ได้...เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้ยังไง"เห็น ๆ กันอยู่ว่าซื่อจื่อรังเกียจห้วนจู๋ จะมาหานางที่นี่ได้ยังไง? แถมยัง...ชิงซิ่งไม่มัวพะวงความเจ็

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 97

    ฉีซูเซี่ยนได้ยินดังนั้นแววตาก็เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา หากมีคนอื่นรักษาได้ เขาย่อมไม่อยากไปอ้อนวอนเซิ่งจือหว่านแน่นอนเมื่อก่อนห้วนจู๋เป็นคนของเซิ่งจือหว่าน การที่นางจะรู้เรื่องพวกนี้ก็เป็นเรื่องปกติมาก!เมื่อคิดได้ดังนี้ เขาก็ครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะเดินก้าวยาวย้อนกลับมา "ดี หากเจ้ากล้าหลอกข้า ผลที่ตามมา เจ้าคงรู้นะ!""เจ้าค่ะ!" ห้วนจู๋ก้มหน้าลงอย่างขี้ขลาด "ถ้าอย่างนั้น...ซื่อจื่อจะให้ข้าจัดการ...ตัวเองก่อนได้หรือไม่เจ้าคะ"ฉีซูเซี่ยนถึงเพิ่งสังเกตเห็นชุดที่เปียกโชกบนตัวห้วนจู๋ชุดบางเบาพอเปียกโชกแล้วก็แนบเนื้อเหมือนผ้าพันกาย ผิวพรรณที่หยดน้ำไหลผ่านภายใต้แสงตะวันรอนดูขาวผ่องดั่งหยก ทำให้เขาเผลอนึกไปถึงอีกคนที่มีผิวพรรณดั่งหยกเช่นนี้เหมือนกัน..."ซื่อจื่อเจ้าคะ?" ห้วนจู๋ตัวสั่นเล็กน้อยชุดที่เซิ่งจือหว่านส่งมาให้นี้ก็งดงามอยู่หรอก แต่พอเปียกน้ำแล้วถูกลมพัดเข้าก็หนาวจริง ๆฉีซูเซี่ยนถูกเสียงของนางเรียกสติกลับมา เขาเบือนสายตาหนี "เจ้าไปเถอะ""เจ้าค่ะ" ห้วนจู๋รีบเปลี่ยนชุดใหม่อย่างรวดเร็วยังคงเป็นชุดที่เซิ่งจือหว่านส่งมาให้ บางเบาแต่ไม่โปร่งแสง เสื้อตัวนอกสีชมพูอ่อนขับกับเสื้อซับในสี

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 96

    เซิ่งจือหว่านเดินไปที่ลานเรือน อั้นจื่อกำลังพาแม่นมคนนั้นกลับมาพอดีแม่นมได้รับผลประโยชน์แล้ว เมื่อเห็นนางก็รีบพยักหน้าคำนับอย่างนอบน้อม "องค์หญิงคุยเสร็จแล้วหรือ กลับดี ๆ นะ"เซิ่งจือหว่านยิ้มอ่อน "แม่นม แม้ว่าห้วนจู๋จะทำเรื่องที่ทำให้เราไม่พอใจไปบ้าง แต่จะว่าไป นางก็อยู่ข้างกายเรามาหลายปี วันหน้า ยังต้องหวังให้แม่นมช่วยดูแลนางให้มากหน่อย อย่างน้อยในฐานะที่เป็นอนุของซื่อจื่อ มือและผิวพรรณ จะปล่อยให้ดูแย่ไม่ได้ แม่นมว่าจริงหรือไม่""จริง... จริงเพคะ" แม่นมสีหน้าเปลี่ยนไป ตอบรับอย่างหวาดเกรงเซิ่งจือหว่านมองไปที่อั้นจื่อ "ลานเรือนนี้ก็ต้องปรับปรุง นอกจากนี้ยังต้องจัดหาของใช้เพิ่มเติม เอาเงินให้แม่นมไปส่วนหนึ่งด้วย"อั้นจื่อได้ยินคำสั่งแล้วไม่เต็มใจเลย แต่ในเมื่อองค์หญิงสั่ง นางก็ต้องทำตามแม่นมได้รับเงินก็ยิ้มหน้าบานทันที "ขอบคุณฮูหยินน้อยที่เมตตา!"เดิมทีนึกว่าตนเองถูกย้ายมาที่สวนหนิงเซียงนี้แล้ว ก็คงหมดหวังที่จะพลิกชีวิต นึกไม่ถึงเลยจริง ๆ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ วันข้างหน้าอนุห้วนจู๋อาจจะรุ่งเรืองขึ้นมาจริง ๆ ก็ได้...ขณะที่คิดได้เช่นนี้ นางก็รีบยิ้มแย้มพลางเดินเข้าห้องไปคำพู

  • ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด   บทที่ 95

    เซิ่งจือหว่านไม่ได้พูดอะไร นำติงหลานเดือนผ่านนางเข้าไปในเรือนติงหลานหัวเราะหึในลำคอห้วนจู๋เม้มปากเดินตามเข้าไปข้างในเซิ่งจือหว่านกวาดมองพวกเครื่องเรือนในห้อง เดิมทีนึกว่าลานบ้านนั้นดูแย่แล้ว นึกไม่ถึงว่าข้างในนี้จะยิ่งซอมซ่อกว่า นางถึงกับหาที่นั่งลงไม่ได้เลยสักที่แม้แต่ผ้าห่มบนเตียง ก็ยังสู้ของบ่าวรับใช้ในเรือนของนางไม่ได้ด้วยซ้ำห้วนจู๋เห็นนางยืนขมวดคิ้ว ในใจก็รู้สึกอับอายยิ่งนัก "ยามนี้บ่าวตกอับถึงเพียงนี้ องค์หญิงคงพอพระทัยแล้วกระมัง"เซิ่งจือหว่านได้ยินดังนั้นก็หันไปมองนาง กวาดสายตาประเมินขึ้นลงอยู่ครู่หนึ่ง "นี่ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่เจ้าดิ้นรนหามาเองหรอกหรือ ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจ้าเห็นฉีซูเซี่ยน เจ้าก็มีใจให้เขาแล้วสินะ ไม่เช่นนั้นคงไม่คอยเทียวไปเทียวมาเพื่อเป็นแม่สื่อระหว่างเรากับเขา แล้วส่งต่อคำพูดที่ไร้มูลความจริงตั้งมากมายหรอก"เป็นเพราะเหตุนี้เช่นกัน นางถึงได้เชื่อมั่นว่าฉีซูเซี่ยนคือคู่ครองที่ดีห้วนจู๋ตัวสั่นเล็กน้อย นางยิ้มอย่างขมขื่น "เพคะ บ่าวตกหลุมรักซื่อจื่อตั้งแต่แรกจริง ๆ แต่บ่าวไม่เคยคิดจะทำอะไรเลย...""แต่เจ้าก็ทำลงไปแล้ว!" เซิ่งจือหว่านพูดขัด ห้วนจู๋ขอบต

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status