Partager

บทที่ 5 ศัตรูย่ามใจ

last update Date de publication: 2025-08-03 23:39:17

ไม่นานเหตุการณ์ที่หน้าผา สั่นสะเทือนไปทั่วอาณาจักรซ่างหยุนอย่างรวดเร็ว ความเศร้าโศกเข้าครอบงำจิตใจผู้คน

ทว่ามิใช่กับผู้อยู่เบื้องหลังเงามืดของเรื่องเลวร้ายนี้

ในคฤหาสน์หลังงามของตระกูลลั่ว เสียงหัวเราะแหบต่ำของชายผู้หนึ่งดังลอดประตูที่ปิดสนิท

ลั่วเหวินซาง บุตรชายคนโตของลั่วเฟยเทียนคหบดีแห่งภาคใต้

ชายผู้ไร้เมตตาและเปี่ยมความทะเยอทะยาน

ยามนี้ชายหนุ่มผู้มากแผนการ นั่งบนเก้าอี้ซึ่งเป็นที่ประจำตำแหน่งของบิดา

มือถือจอกสุราขึ้นหมุนเล่น ราวเพียงสำรวจเงาสะท้อนในจอกมากกว่าจะดื่มมันจริง ๆ

“หึ พวกมันหล่นจากหน้าผาเช่นนั้น ต่อให้เป็นเทพเซียนก็มิอาจมีชีวิตรอด”

เขาหัวเราะในลำคอ พลางเอนกายลงลูบพนักเก้าอี้อย่างหลงใหล

“อีกไม่นาน เก้าอี้ตัวนี้จะเป็นของข้าพร้อมกับตำแหน่งผู้นำตระกูลลั่วรุ่นที่สี่”

หญิงวัยกลางคนที่นั่งเคียงข้าง...ผู้เป็นมารดาของเขา พยักหน้าอย่างพึงใจ

“ต่อไปนี้สิ่งที่ควรเป็นของเจ้า จะไม่มีผู้ใดช่วงชิงมันไปได้อีก”

ผู้พูดสีหน้าฉาบไว้ด้วยรอยยิ้มเย็นชา...ไร้ความรู้สึกผิดแม้กระผีกเดียว

เพราะมารดาเป็นเช่นนี้ จึงไม่แปลกนักที่บุตรชายจะเดินรอยตามความชั่วของนาง

“ตั้งแต่เล็กจนโต ข้าไม่เคยมีสิ่งใดเหนือกว่ามันเลย...”

เขาหรี่ตาลงช้า ๆ ขณะนึกถึงอดีต ความทรงจำที่ฝังลึกกลับผุดขึ้นมาเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นหมาดๆ

ลั่วเหวินซางเติบโตมาพร้อมความคาดหวังจากผู้เป็นมารดา... เขาคือลูกชายคนโตของฮูหยินเอก

แต่กลับไม่เคยได้รับการยอมรับจากบิดาอย่างที่ควรจะเป็น เพราะนิสัยที่ก้าวร้าว ขาดเมตตา และโหดร้ายกับผู้อื่น

ทว่าเจ้าตัวกลับมองว่า บิดาลำเอียง

เข้าข้างน้องชายซึ่งเป็นแค่บุตรจากภรรยารอง

บิดามองข้ามความสามารถ ปิดตาต่อสิ่งเขาทำเพื่อตระกูลลั่ว

“ท่านพ่อเคยสัญญาว่าข้าจะเป็นผู้นำตระกูลลั่ว!”

“แต่ เพียงเพราะความผิดเพียงครั้งเดียวของข้า”

“ทำให้ท่านพ่อถึงกับเปลี่ยนใจ...ยอมเปลี่ยนกฎตระกูลยกทุกอย่างให้มัน”

ชายหนุ่มกำหมัดแน่น พลางแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม

“บัดนี้ ทั้งมัน เมียมัน และลูกของมัน ต่างดับสูญแล้ว...

“ข้าไม่ต้องอยู่ใต้เงามันอีกต่อไป”

เพียงแค่หวนคำนึงถึงภาพน้องชาย และรถม้าที่น้องสะใภ้กับหลานชายนั่งร่วงลนสู่ก้นเหว

ทำให้เขาผ่อนคลายอย่างประหลาด

การไม่มีเสี้ยนหนามในชีวิต...มันดีอย่างนี้นี่เอง

            จากนั้นทั้งคู่พากันหัวเราะอย่างเบิกบานใจ

อารมณ์ของสองคนแม่ลูกช่างขัดกับกลางเรือนพำนักของผู้เป็นเจ้าของตระกูลลั่วนัก

ลั่วเฟยเทียน ผู้เป็นบิดา ล้มหมอนนอนเสื่อทันทีที่ได้ยินข่าวการตายของบุตรชายคนรองและครอบครัว

 แม้จะเคยเงียบขรึมและเข้มแข็งเพียงใด

แต่เมื่อลูกที่เขารักที่สุด...ตายอย่างน่าอนาถ เขาก็ไม่อาจกลั้นน้ำตาได้

“ท่านพ่อ ท่านต้องเข้มแข็งนะขอรับ”

บุตรชายคนที่สามปลอบบิดาทั้งน้ำตา

เขาไม่คิดว่าพี่รองกับครอบครัวจะโชคร้ายถึงเพียงนั้น

“ข้าต้องแก้แค้นให้คนที่ทำร้ายพี่รองกับพี่สะใภ้และหานเอ๋อร์ให้จงได้ ข้าสาบาน”

บุตรชายคนสุดท้องของตระกูลปาดน้ำตา ยามพูดกับบิดา บรรดาพี่น้องทั้งหมด เขาสนิทกับพี่ชายรองที่สุด

เพราะเขาเป็นบุตรจากอนุภรรยาจึงถูกพี่ชายคนโตกับฮูหยินเอกคอยรังแกและเอาเปรียบอยู่ตลอดเวลา

และทุกครั้งพี่ชายรองจะเข้ามาช่วยเหลืออยู่เสมอ

“คนตายก็ตายไปแล้ว”

“พวกเจ้าพี่น้องอย่าเอาตัวเองไปเสี่ยงกับศัตรูที่อยู่ในเงามืด ข้าไม่อยากสูญเสียใครไปอีกแล้ว

ลั่วเฟยเทียนบอกลูก ๆ ด้วยน้ำเสียงแหบพร่าและน้ำตาคลอหน่วย

ชายเลยวัยกลางคนผู้นี้มิกล้าพูดออกไปว่าศัตรูในเงามืดที่ว่านั้น

บางทีอาจจะอยู่ในชายคาจวนตระกูลลั่ว...คนใกล้ที่อันตราย

วันเวลาผ่านไปนานหลายวัน

แต่อาการทางใจของผู้เป็นพ่อมิได้ดีขึ้นนัก

            เสียงเปิดประตูและเสียงเท้าของผู้มาใหม่ทำให้เขาตื่นจากภวังค์ความคิดของตนเอง

ลั่วเหวินซางก้าวเข้ามาอย่างสงบ สีหน้าเปื้อนรอยเศร้าที่แกล้งปั้นมันขึ้นมา

“น้องรองช่างน่าสงสารนัก จากไปทั้งที่ยังหนุ่มยังแน่นแท้ ๆ”

“หานเอ๋อร์ตัวน้อยของข้าที่ยังเด็กอยู่เลยกลับต้องไปพบท่านย่ารองของตัวเองบนสวรรค์เสียแล้ว”

เขากล่าวเสียงต่ำ ปรายตามองบิดาที่นอนนิ่งด้วยแววตาอ่านยาก

ลั่วเฟยเทียนมองไปยังบุตรชายคนโตก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า

“ช่างน่าขันนักที่เจ้าออกปากว่าสงสารหานเอ๋อร์”

“ทั้งที่ปรกติแล้วเจ้าไม่ชอบหน้าสองคนแม่ลูกเลยแม้แต่น้อย”

สายตาของบิดาที่แม้จะป่วย

แต่ยังคงมองลูกชายคนโตด้วยแววตาคมกริบ... ราวกับจะหาหลักฐานที่หลงเหลืออยู่

“เจ้ามิได้ทำผิดต่อตระกูลลั่ว...ใช่ไหมเหวินซาง”

“การตายของอี้เสียนมิใช่ฝีมือเจ้าใช่หรือไม่”

คำถามนั้นเปล่งออกมาด้วยน้ำเสียงคาดคั้น... แฝงด้วยความระแวงที่ไม่อาจปิดบัง

เขาผู้เป็นพ่อที่เลี้ยงลูกทุกคนมาจนโต

รู้ดีว่าแต่ละคนมีนิสัยเช่นไร

ลูก ๆ ทั้งสี่มีทะเลาะเบาะแว้งกันบ้าง

ไม่ลงรอยกันบ้าง

แต่เขา... ไม่เคยคิดว่าพี่จะทำลายน้องได้ลงคอ

เขาหวังว่าเหตุร้ายครานี้จะไม่เกี่ยวข้องกับบุตรชายคนโตและผู้เป็นมารดา

ลั่วเหวินซางสะอึกไปชั่ววูบ

ความไม่พอใจแล่นวาบขึ้นสู่ใบหน้า แม้เขาจะพยายามซ่อนมันไว้ด้วยรอยยิ้มบาง ๆ ก็ตามที

“ต่อให้ข้าจะไม่พอใจที่น้องรองอยู่ในใจท่านมากกว่าบุตรคนโตอย่างข้า”

“แต่ข้าก็มิได้ใจต่ำช้าถึงขั้นลงมือสังหารน้องชายกับหลานและน้องสะใภ้หรอกขอรับ”

น้ำเสียงราบเรียบถูกเอื้อนเอ่ย

ไม่มีผู้ใดรู้ว่าไฟแค้นในใจเขาปะทุขึ้นมาอีกครา...สิ่งที่ได้ยินยิ่งทำให้ไร้สำนึก

 ‘แม้มันตายไปแล้ว ท่านก็ยังอาลัยอาวรณ์ต่อคนตายมากกว่าคนเป็นที่อยู่ตรงหน้า’

‘ข้าคิดไม่ผิดเลยที่กำจัดเจ้า ลั่วอี้เสียน!’

อีกฝั่งหนึ่งของแผ่นดิน

ฮ่องเต้ซ่างเทียนจิน

ทรงประทับนิ่งดั่งรูปสลัก พระเนตรแดงเรื่อ ราวกับไม่ได้ทรงบรรทมมาเนิ่นนาน

แต่หาใช่เพราะพระราชกิจล้นหลาม...

หากเป็นเพราะภาพหนึ่ง...ที่ยังติดค้างอยู่ในพระทัยไม่จาง…

ภาพที่พระอนุชาร่วงหล่นสู่ก้นหุบเหว

ตามด้วยภาพที่พระองค์ทรงเล่นกับพระอนุชาเมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์

“เสด็จพี่ต้องเป็นฮ่องเต้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของราชวงศ์ซ่างของเรา”

เสี้ยวหนึ่งความรู้สึกถูกผิดเกือบชนะมารในพระทัย

ทว่าทันใดนั้น

“ฮ่าฮ่าฮ่า ข้าไม่ได้ทำสิ่งใดผิด”

สุรเสียงแผ่วเบากลับแปรเปลี่ยนเป็นเสียงหัวเราะคลุ้มคลั่ง

พระเนตรเหม่อมองไปยังเก้าอี้ที่พระอนุชานั่งเป็นประจำยามเข้าเฝ้าพระองค์พร้อมกับเหล่าขุนนาง

ยิ่งตอกย้ำ...

ให้เห็นถึงความโดดเด่นขององค์รัชทายาท

“น้องชายของข้า...ผู้เป็นเงาที่ขวางหน้าข้าอยู่ทุกก้าว”

พระวรกายยังมิได้ขยับแม้แต่น้อย

หากถ้อยคำกลับเปี่ยมด้วยเพลิงที่เดือดอยู่ในอก

เปลวเพลิงที่กลบความเศร้าไว้จนมิด

“อย่าโทษข้าเลยซ่างหวงตี้”

“หากเจ้าจะโทษ...ก็จงโทษขุนนางเหล่านั้นเถิด”

“พวกมันคิดผลักดันเจ้าให้สูงขึ้น”

“สูงจนใครต่อใครมองว่าเจ้าเหมาะสมกับบัลลังก์นี้กว่าข้า”

“พวกมันคิดจะเปลี่ยนราชา ทั้งที่ข้ายังมิได้สิ้นลมหายใจ!”          

เสียงหัวเราะกลับดังขึ้นอีกครั้ง ราวกับจะกลบความขมขื่นในพระทัย

“ข้าจะไม่มีวันยอมให้ใครแย่งอำนาจจากมือข้า ไม่ว่าจะเป็นศัตรู...หรือเลือดเนื้อในอกก็ตาม!!”

เหล่าข้าราชบริพารรอบพระตำหนักต่างนิ่งงันด้วยหัวใจที่สั่นสะท้าน

ผู้เป็นนายของตน คล้ายจะมิใช่มนุษย์อีกต่อไปแล้ว

แต่ก่อน แม้พระองค์จะทรงเข่นฆ่าศัตรูดุจใบไม้ปลิว

แม้จะทรงโปรดการศึกสงคราม ทว่าพวกเขาก็ยังพอปลอบใจตนเองได้...ว่าทรงกระทำเพื่อแว่นแคว้น

แต่ครานี้ ทรงทำร้ายพระอนุชาของพระองค์เอง

องค์รัชทายาทที่ทรงมีพระเมตตา ถูกสังเวยเพียงเพราะเป็นแสงสว่างที่เจิดจรัสเกินพระราชา

แคว้นซ่างหยุนเดินมาถึงปลายทางของแสงสว่างเสียแล้ว           

เสียงร่ำไห้ของขันทีบางคนดังขึ้นอย่างมิอาจกลั้นไว้ได้

และด้านนอกห้องนั้น

สตรีสูงศักดิ์ผู้หนึ่ง มิอาจสงบพระทัยได้อีกต่อไปหลังจากได้ยินเรื่องราวทั้งหมด

เดิมทีแค่สงสัย...ทว่ายามนี้ทุกอย่างกระจ่างชัดแจ้ง

พระนางยืนประทับเงียบงัน

พระเนตรคมกริบจับจ้องยังบุรุษผู้นั่งเหนือบัลลังก์มังกรผ่านช่องประตูที่แง้มไว้

 บุรุษที่ทรงรักไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าบุตรของพระนางเอง

แต่กลับเป็นคนเนรคุณ สังหารได้แม้กระทั่งน้องของตัวเอง

น้ำพระเนตรจากหัวอกแม่ไหลรินอย่างยากจะฝืน

ตามด้วยแรงแค้นที่ก่อเกิดในพระทัยอันอ่อนโยน

“ข้าเสียใจนักที่อุ้มชูเจ้าแทนแม่ผู้อาภัพ แต่เจ้ากลับลืมบุญคุณค่าน้ำนมที่เจ้าดื่มกินทุกหยาดหยด”

ไทเฮายกฝ่าพระหัตถ์ขึ้นปาดน้ำพระเนตร พลางหวนคิดถึงเหตุการณ์ในอดีต

ทั้งที่ทรงเปลี่ยนตัวองค์รัชทายาทได้ทันทีที่ครองตำแหน่งฮองเฮาต่อจากผู้เป็นพี่สาวแท้ ๆ ที่สิ้นพระชนม์

แต่เพราะรักและเคารพคนตาย อีกทั้งรักหลานคนนี้ดุจลูกในอุทร

พระนางจึงทำทุกอย่างให้องค์รัชทายาทซ่างเทียนจินยัง คงอยู่ในตำแหน่งสูงส่งจวบจนขึ้นครองราชย์

และให้พระโอรสพระองค์เดียวของพระองค์ อย่างซ่างหวงตี้เป็นองค์รัชทายาทลำดับต่อไป

เพียงแค่ต้องการอำนาจเล็กน้อยพอที่จะรับประกันได้ว่าพระโอรสและองค์เองจะปลอดภัย

พวกนางแม่ลูก หวังเพียงแค่มีชีวิตอยู่ใต้เงาพระบารมีของฮ่องเต้เท่านั้น

แต่สุดท้ายกลับถูกคนที่รักที่สุดหักหลังอย่างร้ายกาจที่สุด

“เจ้าซึ่งอยู่ ณ ฟากฟ้าสรวงสวรรค์...จงคุ้มครองแม่คนนี้”

“คุ้มครองแผ่นดินที่เจ้าหวังจะปกป้องด้วยเถิด”

“แม่จะไม่ปล่อยให้คนชั่วลอยนวลแน่”

ไทเฮาหยางลู่ถิง

ทรงยืนหยัดด้วยหัวใจของ “แม่” ที่เพิ่งเสียลูก

ด้วยสายโลหิตของตระกูลแม่ทัพที่หลั่งไหลอยู่ในกายของพระองค์...

ตระกูลหยางผู้เคยปกป้องแผ่นดินมาทุกชั่วรุ่น

พระนางไม่มีทางยอมปล่อยให้แคว้นซ่างหยุนพินาศไปต่อหน้าต่อตาแน่

ในเงามืดของวังหลวงอันยิ่งใหญ่... สายลมเริ่มกระซิบถ้อยคำแห่งการต่อต้าน

ในหมู่บ้านเล็กกลางเหวลึก... ภรรยาผู้ที่เคยเป็นแค่สตรีในห้องหอ กำลังใช้ปัญญาเพื่อพาตัวเองและครอบครัวให้อยู่รอด

ผู้ถูกกระทำ...ต่างลุกขึ้นสู้เพื่อความยุติธรรม

เปลวเพลิงแห่งการล้างแค้นลุกไหม้อย่างเงียบงัน

แต่... ฝ่ายใดจะเป็นฝ่ายกำชัยยังมิอาจรู้ได้

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ซ่งเม่ยหลิน ข้ามิใช่คนดี   ตอนพิเศษ 4 อยู่ในใจตลอดไป

    “ซื่อหมิง จงทำหน้าที่แทนพี่ชายคนนี้ด้วย” “เจ้าต้องคืนรอยยิ้มให้ไท่จื่อเฟยให้ได้” “ท่านอย่าทำอะไรบ้า ๆ นะหวังหลุน” “พวกเราต้องรอดไปด้วยกัน” “เจ้าได้ยินไหม” “ถ้าเจ้ากล้าทิ้งข้า ข้าจะฆ่าท่าน” ฉึบ “ล่าก่อนซื่อหมิง” “อย่าให้พระองค์ร้องไห้เพราะข้า” ตูมมมม “พี่หวังหลุนนนน” นั่นคือเหตุการณ์เพียงชั่วลมหายใจ ที่เกิดขึ้นหลังจากกระโดดจากหน้าผา เขาคิดว่า....พวกเขารอดแล้ว แต่เปล่าเลย เพราะเชือกที่คว้าเอาไว้ได้... มันรับน้ำหนักไม่ไหว มีคนหนึ่งที่ต้องเสียสละ และเจ้านั่น...มันใช้มีดสั้นที่มันพกเอาไว้ ตัดช่องน้อยแต่พอตัวและทิ้งร่างลงทะเลไป ทั้งที่รู้สึกผิด หัวใจปวดร้าวจนแทบจะแตกสลาย แต่ทุกคนเชื่อไหม.... เขาไม่กล้าโดดลงไปเพื่อให้ตายตามอีกคนไป ยอมรับตามตรง... ว่าเขาอยากรอดชีวิตมากกว่า สิ่งที่ตอบตัวเองได้ในยามนั้นมิใช่เพราะเจ

  • ซ่งเม่ยหลิน ข้ามิใช่คนดี   ตอนพิเศษ 3 ครอบครัวของเรา

    “กรี๊ดดด พี่สาวทางนั้นมีขนมหนวดมังกรด้วย” “หานเอ๋อร์หยุดวิ่งเดี๋ยวนี้นะ” ซ่งเม่ยหลินห้ามพลางส่ายหน้ายิ้ม ๆ มองเจ้าก้อนแป้งทั้งสองที่วิ่งหลุน ๆ ไปยังร้านขนม โดยไม่สนใจว่านี่... มิใช่วังหลวง เด็กทั้งคู่ชอบนักยามได้ออกมาข้างนอกเช่นนี้ แต่คนที่ปวดหัวหนัก คงหนีไม่พ้นองครักษ์ทั้งหลายที่ต้องทำหน้าที่ป้องกันอันตรายให้เจ้านาย “ไม่เป็นไรหรอกเม่ยเม่ย อี้จ๋ายกับซื่อหมิงเองก็อยู่ด้วย” ลั่วอี้เสียนจับมือภรรยาเอาไว้ก่อนบอกนางให้เบาใจ แต่สิ่งที่ได้ยินกลับมาทำเอาอีกสองคนถึงกับสะดุ้ง “สองคนนั้นน่าเป็นห่วงไม่ต่างกับหานเอ๋อร์และลู่ลู่เลยนะเจ้าคะ” “คราวก่อนเด็กแสบหายไปอยู่หลังโรงงิ้ว” “เพราะผู้ใหญ่ต่างหลงเสน่ห์นางเอกผู้งดงามเข้าให้” “โธ่นายหญิงขอรับ” “ข้าน้อยบอกท่านเป็นร้อยครั้งพันครั้งแล้ว...” “พวกเรามิได้หยุดดูนางจนทำให้นายน้อยหานเอ๋อร์ กับคุณหนูน้อยลู่ลู่หายไป” เฟิ่งซื่อหมิงแกล้งโอดครวญ “กระหม่

  • ซ่งเม่ยหลิน ข้ามิใช่คนดี   ตอนพิเศษ 2 ครอบครัวเล็ก ๆ

    “พี่สาว...นี่ตัวอะไรเอ่ย” “คิก ๆ เอาไปเลย” “ว้ายยย หานเอ๋อร์ไม่นะ” “ทิ้งมันเดี๋ยวนี้” องค์หญิงน้อยลู่ลู่วัยหกชันษา ถูกองค์รัชทายาทตัวน้อยแกล้งเข้าให้อีกแล้ว “พี่สาวกลัวอะไรน่ะ มันแค่ไส้เดือนเองนะ” เจ้าตัวอ้วนหานเอ๋อร์ ยืนมือเท้าสะเอวข้างหนึ่งหัวเราะพี่สาวขณะที่มีเจ้าไส้เดือนตัวอ้วนอยู่ในมือ แม้รู้ความว่าเป็นน้องแต่ไม่ได้หมายความว่าเจ้าแสบจะเป็นน้องที่ดีเหมือนพี่น้องคู่อื่น แค่คนพี่ก็ใช่ว่าจะยอมเสียเมื่อไร “หึ หานเอ๋อร์” “ดูนี่สิ” น้ำเสียงเจ้าเล่ห์ผิดกับหน้าตาน่ารักดังขึ้น บ่าวไพร่รู้ดี... มันคือช่วงเวลาเอาคืน “อื้ออยยย พี่สาว” “เอามันออกไป “อย่าเอามาใกล้ข้านะ” “เสด็จแม่” “แง้งงง” ในที่สุดชัยชนะก็เป็นขององค์หญิงน้อยผู้กล้าหาญ นางกล้าจับกบตัวเป็น ๆ มาเอาคืนน้องชายตัวแสบ “...” “พอได้แล้วเด็ก ๆ” “มากินของว่างได้แล้ว ประเดี๋ยวเย็น

  • ซ่งเม่ยหลิน ข้ามิใช่คนดี   ตอนพิเศษ 1 อิ่มเอมในหัวใจ

    สำนักศึกษาภายในตำหนักตงกง ยามสายของวันเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ เสียงไล่จับ และเสียงท่องบทเรียนที่เจือปนเสียงหัวเราะ ตรงลานกว้างใต้ร่มไม้ เด็ก ๆ จากตระกูลขุนนางหมุนเวียนกันเข้ามาเรียนรู้ร่วมกับองค์รัชทายาท เหล่าอาจารย์พากันอมยิ้มบ้าง ดุด่าบ้าง ขณะมองเหล่าศิษย์ตัวเล็ก ๆ ที่บางครั้งตั้งใจ บางครั้งก็แกล้งหลับในห้องเรียน แม้ทุกอย่างจะดูวุ่นวายไปบ้างในสายตาผู้ใหญ่ แต่ความวุ่นวายนั้นกลับอบอุ่นนัก การได้เห็นว่าเด็กเหล่านี้มีเสียงหัวเราะ มีอิสระให้วิ่งเล่นและเรียนรู้ นั่นย่อมหมายความว่า… แผ่นดินในยามนี้สงบสุข และรุ่งเรืองอย่างแท้จริง “องค์รัชทายาททรงพระปรีชายิ่งนักพ่ะย่ะค่ะ” “ไม่เห็นจะเก่งเลย เสด็จแม่เก่งกว่าข้าตั้งเยอะ” “ฮ้าววว ท่านอาจารย์” “วันนี้ข้าเรียนจบแล้วใช่ไหม” องค์รัชทายาทตัวน้อยของทุกคนหาวหวอด เด็กคนนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือเจ้าอ้วนน้อยหานเอ๋อร์ของซ่งเม่ยหลิน ทันทีที่อายุสี่ขวบเต็ม เจ

  • ซ่งเม่ยหลิน ข้ามิใช่คนดี   บทที่ 54 ซ่งเม่ยหลิน... ข้าไม่ใช่คนดี (ตอนจบ)

    “แม่จ๋าอุ้มลูก” “แม่จ๋า” “เจ้าตัวแสบ อายุสามขวบกว่าแล้วยังจะอ้อนให้แม่อุ้มอยู่อีกหรือ” คำพูดเหมือนจะดุ แต่สิ่งที่ทำคือคว้าตัวเจ้าก้อนกลม ๆ ที่วิ่งหลุน ๆ มาหาทันทีที่พวกนางเปิดประตูเข้ามา ซ่งเม่ยหลินที่ดวงตายังคงแดงก่ำเพราะเพิ่งผ่านการร้องไห้อย่างหนักมา นางอ้าแขนรับเจ้าตัวกลมขึ้นมาอุ้ม วันนี้นางกอดลูกรักไว้แน่นยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ การที่มีเขาอยู่ในอ้อมกอด และการที่เขากอดนางตอบอย่างออดอ้อน คือคำตอบ....ว่านางทำทุกสิ่งทุกอย่างไปทำไม ร้ายกับคนทั้งโลก เพื่อรักษารอยยิ้มบริสุทธิ์ของแกเอาไว้ เพื่อให้ครอบครัวเล็ก ๆ ของนางยังคงอยู่ เพื่อรักษารอยยิ้มของผู้คนที่ไม่เคยได้ลืมตาอ้าปาก “ได้โปรดอย่ากรรแสงอีกเลยนะพ่ะย่ะค่ะ” “พระองค์เป็นคนดีที่สุดเท่าที่กระหม่อมเคยพบเจอมา” เฟิ่งซื่อหมิงปาดน้ำตายามปลอบเจ้านาย เขาหมายความตามนั้น หากการเป็นคนดี...คือการปล่อยให้ตัวเองถูกทำร้าย ปล่อยให้ตัวเองถูกย่ำยีอยู่ร่ำไป

  • ซ่งเม่ยหลิน ข้ามิใช่คนดี   บทที่ 53 ไร้หัวใจอย่างสิ้นเชิง

    เงามืดที่คืบคลาน “พวกเราควรทำเช่นไรดี” “วาจาของมันศักดิ์สิทธิ์เทียบเท่าเทพเซียน” “ไม่ว่ามันจะเยื้องย่างไปที่ไหน...แม่น้ำก็กลับไปเป็นปกติทุกที่ไป” “และยิ่งมันเป็นฮ่องเต้ของแคว้นซ่างหยุน” “ยิ่งทำให้ความเชื่อของชาวบ้านยิ่งหนักแน่น” “มันคือคนที่สวรรค์เลือก ฮ่องเต้หย่งหลงเริ่มต้นปรึกษากับฮ่องเต้อีกสามแคว้น ชื่อของซ่างหวงตี้กำลังหลอกหลอนพวกเขา ทั้งเรื่องมันสังหารพี่ชายเมื่อเดือนก่อน พร้อมกับที่คนของมันก่อกบฏ แย่งชิงบัลลังก์มอบให้ผู้เป็นนายโดยเสียเลือดเนื้อเพียงน้อยนิด แม้ไรพิธีปราบดาภิเษกอย่างเป็นทางการ แต่...มันคือฮ่องเต้แห่งซ่างหยุนโดยชอบธรรม และอีกเรื่องที่ทำให้พวกเขานั่งไม่ติดไปตาม ๆ กัน ก็คือเรื่องที่มันเป็นคนที่สวรรค์เลือก หนึ่งเดือนที่ผ่านมา ดูผิวเผินเหมือนว่าพวกมันตกอยู่กับความเศร้าโศกที่ คณะทูตของพวกมันถูกไฟไหม้จนวอด เหลือผู้รอดชีวิตแค่ไม่กี่คน แต่ความรู้สึกบอกว่า... พวกมัน

  • ซ่งเม่ยหลิน ข้ามิใช่คนดี   บทที่ 46 ควานหาตัวสิ่งที่ไร้ตัวตน

    เช้าอันแสนสดใสของซ่งเม่ยหลินเริ่มต้นด้วยเสียงใส ๆ ของลูกน้อยที่นอนซบอกนางเหมือนลูกลิงไม่มีผิด “แม่จ๋า น้อน น้อนไหน” แม้ผ่านไปเกือบเดือนแล้ว แต่ยังคงเป็นคำถามที่นางจะต้องได้ยินทุกเช้าที่เจ้าตัวตื่นนอน ตั้งแต่มีเพื่อนตัวน้อยมาอยู่ด้วยเด็กแสบก็กลายไปคนติ

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-30
  • ซ่งเม่ยหลิน ข้ามิใช่คนดี   บทที่ 43 จุดประสงค์ที่แท้จริง

    “ฝ่าบาท” “เหตุใด พระองค์ถึงไม่ยอมเจรจากับคณะทูตแคว้นซ่างหยุนเล่าพ่ะย่ะค่ะ” เป่ยอ๋อง...ผู้ที่ราษฎรทั่วแคว้นหย่งซานเห็นว่าเหมาะสมกับการเป็นองค์รัชทายาทของแผ่นดินที่สุด แต่....เพียงเพราะมิใช่บุตรของฮองเฮา จึงทรงได้รับแค่ตำแหน่งอ๋องเท่านั้น

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-29
  • ซ่งเม่ยหลิน ข้ามิใช่คนดี   บทที่ 42 จงใจ...หรือพลาดพลั้ง?

    “ใต้เท้าเซียว เหตุใดพวกเราถึงยังไม่ได้รับจดหมายตอบกลับจากไท่จื่อเฟยเลยเล่าเจ้าค่ะ” “หรือพระองค์ มิได้รับจดหมายของเรา” ฟางหรงถามเซียวหรานผู้เป็นหัวหน้าคณะทูตด้วยความร้อนรน ยามนี้พวกเขาถูกกักบริเวณให้อยู่ในจวนรับรอง สิบห้าวันผ่านไปแล้ว...ที่เกิด

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-29
  • ซ่งเม่ยหลิน ข้ามิใช่คนดี   บทที่ 41 โซ่ที่ดึงพระองค์ขึ้นมา

    “แค่ก ๆ” “อ๊ะ” “ไท่จื่อเฟย ท่านทรงฟื้นแล้ว ....” ตึง ๆ เวลาสามวันที่ลั่วอี้เสียนเฝ้ารอให้นางตื่น ช่างยาวนานกว่าช่วงที่เขาไร้สติในความรู้สึกของเขา มันนานกว่ากับชั่วกับชั่วกัลป์เสียอีก ทันทีที่ได้ยินเสียงร้องอย่างยินดีข

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-29
Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status