Accueil / รักโบราณ / ซ่งเม่ยหลิน ข้ามิใช่คนดี / บทที่ 9 จากเป็นดีกว่าจากตาย

Partager

บทที่ 9 จากเป็นดีกว่าจากตาย

last update Date de publication: 2025-08-13 00:43:15

วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วในความรู้สึก

ณ หมู่บ้านฮวาโหวอันเงียบสงัดเช่นเดิม แม้โลกภายนอกจะปั่นป่วนด้วยข่าวลือและถ้อยคำสาปแช่งไม่ขาดสายก็ตามที

บุคคลผู้เป็นต้นตอของทุกคำกล่าวขาน

คนหนึ่ง... ยังคงมิได้สติโดยไม่มีทีท่าว่าจะตื่นในเร็ววัน

อีกคน...ยังยืนอยู่ได้ด้วยความหวัง

เพราะเจ้าตัวน้อยของนาง

“จ้า จะ จะ มะ หม่ำ ๆ”

“หึ ลูกหมูตัวน้อยของแม่ ช่างกินเก่งเสียจริง หืม?”

ซ่งเม่ยหลินหัวเราะในลำคอ

ขณะปัดจมูกเล็ก ๆ ของลูกชายที่คลานมาหา ร้องขอให้อาหารตกถึงปากอีกคำ

“ไหนลองทำปากจู๋น่ารักให้แม่ดูก่อนสิ แล้วแม่จะป้อนให้อีกคำนะ”

นางยิ้มหวาน เอ่ยหยอกอย่างอ่อนโยน

ขณะก้มลงมองดวงตากลมแป๋วของลูกน้อยที่จ้องกลับมาอย่างตั้งใจ

“มะ มะ อูวววว”

เสียงเล็กเอื้อนเอ่ย

ก่อนมือป้อมจะจับแก้มของตนแล้วเบียดเข้าหากันจนปากจู๋

ดวงตาใสแจ๋วนั้นสื่อความไร้เดียงสาได้ชัดเจน

ฟอดดด

“น่ารักเกินไปแล้ว”

ผู้เป็นแม่อดหัวเราะไม่ได้ พลางคว้าตัวเจ้าจ้ำม่ำมากอดแน่น หอมลงบนแก้มกลมนุ่มเต็มแรง

“เอิ๊ก ๆ เอิ๊ก ๆ”

เจ้าตัวแสบหัวเราะลั่น แต่ก็ยอมให้มารดาหอมแก้มแต่โดยดี

ตู้อี้จ๋ายซึ่งอยู่ในห้องนั้นด้วย

เขามองภาพตรงหน้าอย่างเงียบงัน แววตาลุ่มลึกดุจสายน้ำ ทบทวนเหตุการณ์ที่ผ่านมาอีกครั้ง

หนึ่งเดือนเท่านั้น

แต่ชีวิตกลับมีความหวังอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

นางทำได้อย่างที่พูด

‘มีสตรีล่มบ้านล่มเมืองได้มานักต่อนัก’

และนางกำลังจะเป็นหนึ่งในนั้น

ต่างกันตรงที่

แม้นางจะเป็นสตรีที่ล่มเมืองกับมือ... แต่นางจะเป็นสตรีผู้เป็นนารีขี่ม้ามากู้เมืองไว้ด้วยมือคู่เดิมของนาง

ตู้อี้จ๋ายนั่งมองเจ้านายตัวน้อยที่เดินเตาะแตะอยู่ไม่ไกล ก่อนหันกลับมากระซิบรายงานผู้เป็นนายด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

“วันนี้หมอหลวงจะเดินทางมาถึงที่นี่แล้วขอรับ… แต่…”

เขาเว้นจังหวะเล็กน้อย น้ำเสียงเจือความกังวล

“หมอหลวงคนนั้น…มิใช่คนดีนัก”

“และมิใช่คนที่ควรไว้ใจได้ หากใช้งานเสร็จแล้ว...เกรงว่าเขาอาจจะหันกลับมาเล่นงานเราก็เป็นได้”

ซ่งเม่ยหลินไม่ตอบในทันที

นางเพียงทอดสายตาไปยังสามีที่ยังนอนแน่นิ่งอยู่บนฟูก ก่อนเอ่ยเสียงเรียบแต่หนักแน่น

“ข้าเคยบอกท่านแล้วไม่ใช่หรือว่าตอนนี้ เราต้องใช้คน”

“ต่อให้เป็นงูเห่าที่ไม่รู้จักคุณคน....เราก็ต้องยอมทน”

นางถอนหายใจช้า ๆ ก่อนยิ้มบางอย่างเย้ยหยันเพราะรู้เท่าทันคน           

“แค่ตำรายารักษาอัมพฤกษ์เพียงครึ่งเล่มที่ท่านหยิบยื่นให้...ทำให้เขาตาลุกวาวจนยอมเร่งรุดมาถึงที่นี่”

“หากเราช่วยให้พี่ชายของเขาพ้นมลทินได้”

“ข้าไม่เชื่อว่าเขาจะโง่พอจะหันหลังให้พวกเรา”

นางหันมาสบตาตู้อี้จ๋าย สีหน้าเปื้อนรอยยิ้มจาง ๆ แต่ดวงตานั้นเฉียบคม

“ท่านรู้ไหม ทำไมเราถึงไม่ควรกลัวคนพวกนี้?”

ตู้อี้จ๋ายชะงักไปเล็กน้อย ก่อนส่ายหน้าช้า ๆ

“ข้าน้อย... มิอาจเดาได้ขอรับ”

ซ่งเม่ยหลินยกยิ้มให้เขาเล็กน้อยก่อนพูดต่อไป

“เพราะเรารู้เท่าทันพวกมันอย่างไรเล่า”

“เหมือนกับยาพิษ”

“เรารู้ว่ามันอันตราย แต่ก็ยังจำเป็นต้องใช้… หากรู้จักขนาดและวิธีใช้ มันก็กลายเป็นยาได้”

“เราไม่กลัว เพราะเรารู้ว่าควรรับมืออย่างไร”

เสียงของนางราบเรียบทว่ามันตราตรึงใจคนฟังในทันที

“สำหรับหมอหวังหลุนนั้น”

“ท่านเองก็เคยบอกไม่ใช่หรือว่า เขาปรารถนาอำนาจ

“อำนาจที่จะยืนอยู่ในจุดสูงสุด…เพื่อแลกกับโอกาสช่วยพี่ชายเพียงคนเดียวของเขา”

“ผู้ที่ต้องติดคุกแทนเขา เพื่อให้เขาได้มีวันนี้”

“ในเมื่อเราให้เขาในสิ่งที่ไม่มีใครให้ได้… ไม่มีเหตุผลใดเลยที่บุรุษฉลาดแกมโกงผู้นั้นจะตัดโอกาสนั้นทิ้งไป”

            ผู้เป็นนายที่เป็นสตรีนางหนึ่ง พูดในสิ่งที่ทำให้บุรุษผู้เป็นนักรบอดทึ่งไม่ได้

ตู้อี้จ๋ายเงียบงันไปครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้าอย่างหนักแน่น ดวงตาแวววาวขึ้นด้วยความเข้าใจ

“เป็นดังที่ท่านพูด....รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งย่อมชนะร้อยครั้ง”

“ข้าน้อย...ลืมไปว่าสิ่งที่น่ากลัวไม่ใช่พวกมัน”

“แต่เป็นความไม่รู้ของพวกเราเองต่างหาก”

เขารู้สึกโล่งใจปนละอาย ในความคิดลบของตนเมื่อครู่

นางชี้ให้เขาเห็นชัดว่า

พวกเขาเป็นคนเลือก

เลือกใช้คนพวกนั้น…ทั้งที่รู้ดีว่าอีกฝ่ายเป็นเช่นไร

จึงไม่มีอะไรต้องกลัวกับศึกตรงหน้า...เพราะไม่ว่าอย่างไรก็ต้องชนะ

“แอร้ยยยย มะ มะ หม่ำ ๆ”

            เสียงใส ๆ ของเจ้าก้อนแป้งตัวอ้วนที่โมโหหิว ทำให้มารดาอย่างซ่งเม่ยหลินต้องย้วยแก้มเด็กแสบเบา ๆ

            “จ้า หม่ำ ๆ นะ อ้าม”

            นางหัวเราะกับท่าทีนั้น ก่อนหันไปป้อนอาหารบุตรชายด้วยหัวใจที่ผ่อนคลาย

            หนึ่งเดือนที่ผ่านมานางเหมือนอยู่กลางกองไฟ

            เพราะกลัวว่าเขาจะเป็นอะไรก่อนที่นางจะคว้าตัวหมอที่เก่ง ๆ มารักษาเขา

แต่ตอนนี้หมอหลวงกำลังเดินทางที่นี่แล้ว

หมอหลวงคนนั้นถึงแม้จะชั่วไม่สนกฎเกณฑ์ ...แต่เรื่องความรู้ความสามารถก็เป็นของจริง

“ท่านมีอะไรอีกก็พูดมาเถิด หากรอให้หานเอ๋อร์กินอาหารเสร็จคงต้องรออีกพักใหญ่”

ซ่งเม่ยหลินยิ้มพลางส่ายหน้าเล็กน้อยเมื่อเจ้าตัวดื้อเดินไปเดินมาไม่หยุดหลังได้กินอาหารไปคำหนึ่ง

นางพูดกับตู้อี้จ๋ายที่ดูเหมือนจะมีเรื่องรายงานอีก

ครั้นเจ้านายเอ่ยดังนั้นผู้น้อยก็ไม่เกรงใจอีก

“เรื่องการทำอาวุธตามตำราของเราทุกอย่างเป็นไปได้ดีเกินคาด”

“ส่วนเรื่องกองกำลัง...”

“เหมือนอย่างที่ท่านเคยพูดไม่มีผิด”

“คนเก่งที่เคยถูกกดขี่จากราชสำนัก กับชนชั้นไพร่มากมายที่ไม่ยากเป็นเหยื่อของความโหดร้ายและสงคราม”

“ให้พวกเขายินดีเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างแผ่นดินที่สงบสุขด้วยตัวเอง”

“การเจียระไนเพชรในตม...ทำให้กองกำลังของเราเป็นรูปเป็นร่างขึ้นแล้วขอรับ”

ตู้อี้จ๋ายพูดพลางมองสตรีตรงหน้าด้วยความชื่นชมอีกครั้ง

            “สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดข้าแค่ชี้นำ แต่คนที่ทำให้เกิดขึ้นได้ก็คือพวกท่าน”

            “เพราะทุกคน...ทุกอย่างจึงเริ่มต้นขึ้นได้”

            ซ่งเม่ยหลินยิ้มให้เขาอย่างใจจริง

            นางหมายความตามนั้น...

ในโลกที่โหดร้ายนี้ หากไร้พวกเขานางก็แค่คนที่มีความรู้ท่วมหัวแต่เอาตัวไม่รอด

           

            “นายหญิงถ่อมตัวเกินไปแล้วขอรับ”

            “กองทัพที่มีคนนับแสน ไม่มีทางชนะหากกุนซือไร้สามารถ”

            “ดังนั้น ความสำเร็จเล็กน้อยของเราในวันนี้”

            “เป็นเพราะท่านเป็นหลัก”

            ตู้อี้จ๋ายหัวเราะเบา ๆ ก่อนตอบในสิ่งที่อยู่ในใจ เขาเองก็หมายความตามนั้น

            นางกำลังทำให้พวกเขามี ‘ในสิ่งที่ขาด’ อย่างที่ลั่นวาจาไว้

หัวใจที่แห้งผากไร้ความหวังพวกเขากลับมาเต้นอีกครั้ง…

มันยังคงเต้นเพื่อแผ่นดินกับองค์รัชทายาท

แต่คราวนี้มันมีนางกับคุณชายน้อยพ่วงเข้าไปด้วย

จะเป็นเช่นนี้ตลอดไป

เจ้านายลูกน้องสรรเสริญเยินยอกันเองอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่เขาจะขอตัวกลับไป

คล้อยหลังตู้อี้จ๋าย ซ่งเม่ยหลินคลี่จดหมายที่เพิ่งได้รับจากเขา

ก่อนเผาทิ้งลงเตาไฟโดยไม่ลังเล

“ข้าขอโทษนะเจ้าคะท่านพี่ ที่ต้องทำให้ท่านกับท่านพ่อมิได้เป็นพ่อลูกกันอีกต่อไปแล้ว”

ซ่งเม่ยหลินเช็ดน้ำตาพลางใช้ผ้าชุบน้ำหมาด ๆ เช็ดใบหน้าของสามีที่ยังนอนไม่สติ

พลางเอ่ยขอโทษต่อเขา...ในสิ่งที่นางทำลงไป

ทำให้ตระกูลลั่วต้องเป็นเพียงอดีตของนาง

เป็นตระกูลที่องค์รัชทายาทไม่เคยรู้จัก

นางย้อนคิดไปถึงเรื่องเมื่อหนึ่งเดือนก่อน ที่นางสั่งให้ตู้อี้จ๋ายไปจัดการ

ความเจ็บปวดของท่านพ่อลั่วเฟยเทียนถูกถ่ายทอดจากปากเขา เหมือนกับนางไปนั่งอยู่ตรงนั้นก็ไม่ปาน

ในค่ำคืนแสนยุ่งเหยิงวุ่นวายเพราะคดีของลั่ว        เหวินซางและมารดา

ผู้นำตระกูลลั่วยังไม่ทันตั้งหลัก...แต่กลับต้องเผชิญเรื่องที่หนักกว่านั้น...

กล่องไม้เรียบไร้ลวดลายแสนลึกลับถูกวางอยู่ในห้องอย่างเงียบงัน

ในนั้นคือ...

สามสิ่งที่ทำให้หัวใจชายเลยวัยกลางคนเจ็บปวดอีกครั้ง

อย่างแรกป้ายหยกแกะสลัก หงส์กับพยัคฆ์ ซึ่งทำจากหยกมันแพะที่หาได้ยาก

มันเป็นของบุตรชายกับลูกสะใภ้ของเขาที่จากไปอย่างไม่มีวันกลับ

อย่างที่สอง...เป็นภาพวาดของชายหญิงคู่หนึ่ง

ทั้งสองแต่งกายงดงามสูงศักดิ์ สตรีนั้นอุ้มเด็กตัวน้อยตัวอวบอ้วนไว้ในอ้อมแขน

สตรีกับเด็กน้อยเขารู้จักดี...สะใภ้กับหลานชายสุดที่รัก

ส่วนบุรุษผู้นั้น

เขาแน่ในใจว่าไม่เคยรู้จักกันมาก่อน

ทว่าดวงตาคู่นั้น .... ไม่ใช่เพียงแค่คล้าย 

แต่เหมือนจนแยกไม่ออก... ดวงตาของลั่วอี้เสียนบุตรชายของเขา

หัวใจของเขาเต้นช้าลง มือไม้เย็นเฉียบไร้เรี่ยวแรงแม้แต่จะทรงตัว 

แต่ยังไม่ยอมเชื่อ

จนกระทั่ง... เห็นสิ่งของอย่างที่สาม

จดหมายที่เป็นลายมือแสนคุ้นเคย...ลูกสะใภ้

“เรื่องลี้ลับแสนประหลาดในโลกนี้มีอยู่จริง เหมือนที่ครั้งหนึ่งท่านเคยบอกข้า”

            เพียงแค่บรรทัดแรกก็ทำให้ลมหายใจของเขาสะดุด

            เรื่องลี้ลับที่นางเอ่ยถึงทำให้เขาต้องหันไปมองรูปวาดของบุรุษผู้นั้น

            มือไม้ของผู้อาวุโสสั่นไหวยามอ่านจดหมายต่อไป

“สิ่งที่ข้ากับเขาต้องเผชิญ”

“มันทั้งน่าเศร้าและน่ายินดีในคราเดียวกัน”

“ ‘เขา’ ไม่อาจหวนกลับไปคนเดิมได้อีก”

“นับจากนี้ไป แม้ท่านจะยืนใต้ผืนฟ้าเดียวกันกับเขา...”

“ก็ต้องกลายเป็นคนอื่น...”

“บิดา... มิอาจเรียกขานบุตรได้อีก”

“แต่มันยังดีกว่าการจากตาย”

ลั่วเฟยเทียนกลั้นน้ำตายามเห็นรอยด่างกลม ๆ บนกระดาษ...น้ำตาของผู้เขียน

ยามที่เขียนจดหมายหัวใจของนางคงเจ็บปวดไม่ต่างจากคนอ่านเช่นเขา

ผู้อาวุโสดื้อดึงอ่านจดหมายด้วยหัวใจของเขาอ่อนแอลงทุกที

“ข้าให้สัญญากับท่านได้ว่า.. ต่อให้กลายเป็นคนอื่นแต่ท่านก็ยังได้ใกล้ชิดเขา

“ขอแค่ท่านยืนข้างข้า”

“เริ่มต้นด้วยการทำให้ข่าวลือกระจายไปให้ไกล ทำให้คนเชื่อ....”

คราวนี้ลั่วเฟยเทียนร้องไห้โฮจนไม่เหลือคราบของผู้นำตระกูลผู้ยิ่งใหญ่อีกแล้ว

น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าอาบแก้มหยาบกร้าน

“ข้าเองก็เหมือนท่าน”

“กว่าจะทำใจให้เชื่อได้มิใช่เรื่องง่าย”

เสียงของบุรุษที่แอบนำสารจากเจ้านายไปตระกูลลั่ว...เปิดเผยตัวออกมา

ตู้อี้จ๋ายก้าวออกมายืนกลางห้องก่อนพูดกับลั่วเฟยเทียน

ดูเหมือนอีกฝ่ายจะรู้อยู่แล้ว...ว่ามีคนอยู่ในห้องของตน

เพราะเขาไม่ได้ตกใจนัก

“เพราะเหตุนี้ถึงได้มีข่าวลือบ้า ๆ นั่นออกมาใช่ไหม เพราะนางต้องยืนข้างเขา”

ลั่วเฟยเทียนพูดกับตู้อี้จ๋ายพลางลูบหน้าตัวเองอย่างแรงก่อนสลัดทิ้งความอ่อนแอทั้งหมดที่มี

เขาน่าจะรู้ดีที่สุด

เม่ยหลิน...ที่รักศักดิ์ศรียิ่งกว่าสิ่งใด กลับยอมทำให้ตัวเองเสื่อมเสีย ด้วยการยอมเป็นชายาลับขององค์รัชทายาท

เพราะต้องการเอาตัวรอดอย่างนั้นหรือ?

คำตอบคือ... ไม่ใช่แน่ ๆ

ภาพสามคนพ่อแม่ลูกสามคนที่สวมชุดราชวงศ์... คือคำตอบ

บุตรชายของเขา...อยู่ในร่างผู้สูงศักดิ์

นางถึง ‘ต้องทำ’ให้ตัวเองกับลูกอยู่ในชีวิตของเขา

ลั่วเฟยเทียนเผาจดหมายและภาพวาดนั้นทิ้งไปต่อหน้าตู้อี้จ๋ายก่อนพูดกับเขาอย่างหนักแน่น

“บอกนางว่าข้ารับรู้แล้ว... ทุกอย่างจะเป็นเหมือนที่นางต้องการ

“ข้าคนนี้จะยืนข้างนาง”

“โปรดนำจดหมายฉบับนี้ไปให้นางด้วย”

นั่นคือคำพูดของท่านพ่อเฟยเทียน

จดหมายฉบับนั้นถ่ายทอดหัวใจแสนประเสริฐของบิดาคนหนึ่ง

‘พวกเจ้าต้องอยู่ในที่ที่ไม่คุ้นเคย และไร้พวกพ้อง’

‘จากนี้ไปจงใช้ตระกูลลั่วเพื่อเป็นฐานให้พวกเจ้า’

เพียงแค่นี้ก็ทำให้น้ำตาของนางไหลไม่หยุด

ความรักของบิดาคนนี้ช่างยิ่งใหญ่นัก

บิดาที่ยอม...เพียงแค่ได้เห็นลูกในที่ไกล ๆ ก็พอ

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ซ่งเม่ยหลิน ข้ามิใช่คนดี   ตอนพิเศษ 4 อยู่ในใจตลอดไป

    “ซื่อหมิง จงทำหน้าที่แทนพี่ชายคนนี้ด้วย” “เจ้าต้องคืนรอยยิ้มให้ไท่จื่อเฟยให้ได้” “ท่านอย่าทำอะไรบ้า ๆ นะหวังหลุน” “พวกเราต้องรอดไปด้วยกัน” “เจ้าได้ยินไหม” “ถ้าเจ้ากล้าทิ้งข้า ข้าจะฆ่าท่าน” ฉึบ “ล่าก่อนซื่อหมิง” “อย่าให้พระองค์ร้องไห้เพราะข้า” ตูมมมม “พี่หวังหลุนนนน” นั่นคือเหตุการณ์เพียงชั่วลมหายใจ ที่เกิดขึ้นหลังจากกระโดดจากหน้าผา เขาคิดว่า....พวกเขารอดแล้ว แต่เปล่าเลย เพราะเชือกที่คว้าเอาไว้ได้... มันรับน้ำหนักไม่ไหว มีคนหนึ่งที่ต้องเสียสละ และเจ้านั่น...มันใช้มีดสั้นที่มันพกเอาไว้ ตัดช่องน้อยแต่พอตัวและทิ้งร่างลงทะเลไป ทั้งที่รู้สึกผิด หัวใจปวดร้าวจนแทบจะแตกสลาย แต่ทุกคนเชื่อไหม.... เขาไม่กล้าโดดลงไปเพื่อให้ตายตามอีกคนไป ยอมรับตามตรง... ว่าเขาอยากรอดชีวิตมากกว่า สิ่งที่ตอบตัวเองได้ในยามนั้นมิใช่เพราะเจ

  • ซ่งเม่ยหลิน ข้ามิใช่คนดี   ตอนพิเศษ 3 ครอบครัวของเรา

    “กรี๊ดดด พี่สาวทางนั้นมีขนมหนวดมังกรด้วย” “หานเอ๋อร์หยุดวิ่งเดี๋ยวนี้นะ” ซ่งเม่ยหลินห้ามพลางส่ายหน้ายิ้ม ๆ มองเจ้าก้อนแป้งทั้งสองที่วิ่งหลุน ๆ ไปยังร้านขนม โดยไม่สนใจว่านี่... มิใช่วังหลวง เด็กทั้งคู่ชอบนักยามได้ออกมาข้างนอกเช่นนี้ แต่คนที่ปวดหัวหนัก คงหนีไม่พ้นองครักษ์ทั้งหลายที่ต้องทำหน้าที่ป้องกันอันตรายให้เจ้านาย “ไม่เป็นไรหรอกเม่ยเม่ย อี้จ๋ายกับซื่อหมิงเองก็อยู่ด้วย” ลั่วอี้เสียนจับมือภรรยาเอาไว้ก่อนบอกนางให้เบาใจ แต่สิ่งที่ได้ยินกลับมาทำเอาอีกสองคนถึงกับสะดุ้ง “สองคนนั้นน่าเป็นห่วงไม่ต่างกับหานเอ๋อร์และลู่ลู่เลยนะเจ้าคะ” “คราวก่อนเด็กแสบหายไปอยู่หลังโรงงิ้ว” “เพราะผู้ใหญ่ต่างหลงเสน่ห์นางเอกผู้งดงามเข้าให้” “โธ่นายหญิงขอรับ” “ข้าน้อยบอกท่านเป็นร้อยครั้งพันครั้งแล้ว...” “พวกเรามิได้หยุดดูนางจนทำให้นายน้อยหานเอ๋อร์ กับคุณหนูน้อยลู่ลู่หายไป” เฟิ่งซื่อหมิงแกล้งโอดครวญ “กระหม่

  • ซ่งเม่ยหลิน ข้ามิใช่คนดี   ตอนพิเศษ 2 ครอบครัวเล็ก ๆ

    “พี่สาว...นี่ตัวอะไรเอ่ย” “คิก ๆ เอาไปเลย” “ว้ายยย หานเอ๋อร์ไม่นะ” “ทิ้งมันเดี๋ยวนี้” องค์หญิงน้อยลู่ลู่วัยหกชันษา ถูกองค์รัชทายาทตัวน้อยแกล้งเข้าให้อีกแล้ว “พี่สาวกลัวอะไรน่ะ มันแค่ไส้เดือนเองนะ” เจ้าตัวอ้วนหานเอ๋อร์ ยืนมือเท้าสะเอวข้างหนึ่งหัวเราะพี่สาวขณะที่มีเจ้าไส้เดือนตัวอ้วนอยู่ในมือ แม้รู้ความว่าเป็นน้องแต่ไม่ได้หมายความว่าเจ้าแสบจะเป็นน้องที่ดีเหมือนพี่น้องคู่อื่น แค่คนพี่ก็ใช่ว่าจะยอมเสียเมื่อไร “หึ หานเอ๋อร์” “ดูนี่สิ” น้ำเสียงเจ้าเล่ห์ผิดกับหน้าตาน่ารักดังขึ้น บ่าวไพร่รู้ดี... มันคือช่วงเวลาเอาคืน “อื้ออยยย พี่สาว” “เอามันออกไป “อย่าเอามาใกล้ข้านะ” “เสด็จแม่” “แง้งงง” ในที่สุดชัยชนะก็เป็นขององค์หญิงน้อยผู้กล้าหาญ นางกล้าจับกบตัวเป็น ๆ มาเอาคืนน้องชายตัวแสบ “...” “พอได้แล้วเด็ก ๆ” “มากินของว่างได้แล้ว ประเดี๋ยวเย็น

  • ซ่งเม่ยหลิน ข้ามิใช่คนดี   ตอนพิเศษ 1 อิ่มเอมในหัวใจ

    สำนักศึกษาภายในตำหนักตงกง ยามสายของวันเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ เสียงไล่จับ และเสียงท่องบทเรียนที่เจือปนเสียงหัวเราะ ตรงลานกว้างใต้ร่มไม้ เด็ก ๆ จากตระกูลขุนนางหมุนเวียนกันเข้ามาเรียนรู้ร่วมกับองค์รัชทายาท เหล่าอาจารย์พากันอมยิ้มบ้าง ดุด่าบ้าง ขณะมองเหล่าศิษย์ตัวเล็ก ๆ ที่บางครั้งตั้งใจ บางครั้งก็แกล้งหลับในห้องเรียน แม้ทุกอย่างจะดูวุ่นวายไปบ้างในสายตาผู้ใหญ่ แต่ความวุ่นวายนั้นกลับอบอุ่นนัก การได้เห็นว่าเด็กเหล่านี้มีเสียงหัวเราะ มีอิสระให้วิ่งเล่นและเรียนรู้ นั่นย่อมหมายความว่า… แผ่นดินในยามนี้สงบสุข และรุ่งเรืองอย่างแท้จริง “องค์รัชทายาททรงพระปรีชายิ่งนักพ่ะย่ะค่ะ” “ไม่เห็นจะเก่งเลย เสด็จแม่เก่งกว่าข้าตั้งเยอะ” “ฮ้าววว ท่านอาจารย์” “วันนี้ข้าเรียนจบแล้วใช่ไหม” องค์รัชทายาทตัวน้อยของทุกคนหาวหวอด เด็กคนนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือเจ้าอ้วนน้อยหานเอ๋อร์ของซ่งเม่ยหลิน ทันทีที่อายุสี่ขวบเต็ม เจ

  • ซ่งเม่ยหลิน ข้ามิใช่คนดี   บทที่ 54 ซ่งเม่ยหลิน... ข้าไม่ใช่คนดี (ตอนจบ)

    “แม่จ๋าอุ้มลูก” “แม่จ๋า” “เจ้าตัวแสบ อายุสามขวบกว่าแล้วยังจะอ้อนให้แม่อุ้มอยู่อีกหรือ” คำพูดเหมือนจะดุ แต่สิ่งที่ทำคือคว้าตัวเจ้าก้อนกลม ๆ ที่วิ่งหลุน ๆ มาหาทันทีที่พวกนางเปิดประตูเข้ามา ซ่งเม่ยหลินที่ดวงตายังคงแดงก่ำเพราะเพิ่งผ่านการร้องไห้อย่างหนักมา นางอ้าแขนรับเจ้าตัวกลมขึ้นมาอุ้ม วันนี้นางกอดลูกรักไว้แน่นยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ การที่มีเขาอยู่ในอ้อมกอด และการที่เขากอดนางตอบอย่างออดอ้อน คือคำตอบ....ว่านางทำทุกสิ่งทุกอย่างไปทำไม ร้ายกับคนทั้งโลก เพื่อรักษารอยยิ้มบริสุทธิ์ของแกเอาไว้ เพื่อให้ครอบครัวเล็ก ๆ ของนางยังคงอยู่ เพื่อรักษารอยยิ้มของผู้คนที่ไม่เคยได้ลืมตาอ้าปาก “ได้โปรดอย่ากรรแสงอีกเลยนะพ่ะย่ะค่ะ” “พระองค์เป็นคนดีที่สุดเท่าที่กระหม่อมเคยพบเจอมา” เฟิ่งซื่อหมิงปาดน้ำตายามปลอบเจ้านาย เขาหมายความตามนั้น หากการเป็นคนดี...คือการปล่อยให้ตัวเองถูกทำร้าย ปล่อยให้ตัวเองถูกย่ำยีอยู่ร่ำไป

  • ซ่งเม่ยหลิน ข้ามิใช่คนดี   บทที่ 53 ไร้หัวใจอย่างสิ้นเชิง

    เงามืดที่คืบคลาน “พวกเราควรทำเช่นไรดี” “วาจาของมันศักดิ์สิทธิ์เทียบเท่าเทพเซียน” “ไม่ว่ามันจะเยื้องย่างไปที่ไหน...แม่น้ำก็กลับไปเป็นปกติทุกที่ไป” “และยิ่งมันเป็นฮ่องเต้ของแคว้นซ่างหยุน” “ยิ่งทำให้ความเชื่อของชาวบ้านยิ่งหนักแน่น” “มันคือคนที่สวรรค์เลือก ฮ่องเต้หย่งหลงเริ่มต้นปรึกษากับฮ่องเต้อีกสามแคว้น ชื่อของซ่างหวงตี้กำลังหลอกหลอนพวกเขา ทั้งเรื่องมันสังหารพี่ชายเมื่อเดือนก่อน พร้อมกับที่คนของมันก่อกบฏ แย่งชิงบัลลังก์มอบให้ผู้เป็นนายโดยเสียเลือดเนื้อเพียงน้อยนิด แม้ไรพิธีปราบดาภิเษกอย่างเป็นทางการ แต่...มันคือฮ่องเต้แห่งซ่างหยุนโดยชอบธรรม และอีกเรื่องที่ทำให้พวกเขานั่งไม่ติดไปตาม ๆ กัน ก็คือเรื่องที่มันเป็นคนที่สวรรค์เลือก หนึ่งเดือนที่ผ่านมา ดูผิวเผินเหมือนว่าพวกมันตกอยู่กับความเศร้าโศกที่ คณะทูตของพวกมันถูกไฟไหม้จนวอด เหลือผู้รอดชีวิตแค่ไม่กี่คน แต่ความรู้สึกบอกว่า... พวกมัน

  • ซ่งเม่ยหลิน ข้ามิใช่คนดี   บทที่ 12 ของขวัญชิ้นแรก...คือการกดให้ต่ำ

    ขบวนทัพของฮ่องเต้เคลื่อนพลอย่างแน่วแน่ไร้ความลังเลท่ามกลางการกระทบกันของเสื้อเกราะ คือเสียงสะอื้นแผ่วเบาของเหล่าภรรยาและบุตรที่ต้องส่งคนรักเข้าสู่สนามรบพวกนางมิต้องการให้มีศึกสงครามเกิดขึ้นแม้แต่น้อยคงมีแต่ขบวนของผู้เป็นใหญ่ของฝ่ายในที่ยังคงสงวนท่าทีให้สมกับเชื้อพระวงศ์ที่ต้องสละเพื่อชาติบ้านเมื

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-19
  • ซ่งเม่ยหลิน ข้ามิใช่คนดี   บทที่ 11 สามสิ่ง...ที่มักอยู่ได้ไม่นานในวังหลวง

    ไม่มีอีกแล้วคนพลัดถิ่น “ป้อ ป้อ จ๋า” “ท่านพี่ได้ยินไหมเจ้าคะ หานเอ๋อร์เรียกหาท่านอีกแล้ว” “รีบตื่นมาเล่นกับลูกเร็ว ๆ เถิด” “เย่น เย่น” “ใช่แล้วจ้ะ มาเล่นกับหานเอ๋อร์ของแม่” ซ่งเม่ยหลินยิ้มกว้างให้ลูกรักที่ยิ้มหวาน พลางยกมือยกไม

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-19
  • ซ่งเม่ยหลิน ข้ามิใช่คนดี   บทที่ 10 หมากนอกกระดาน

    ยามนี้ผืนฟ้าเหนือเมืองหลวงยังคงนิ่งงัน บรรยากาศโดยรอบหนักอึ้งในรอบหลายสิบปีที่ผ่านมา สิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นกลับถาโถมเข้ามา “ฝ่าบาท พวกเราควรทำเช่นไรดี แม่ทัพกู้พ่ายแพ้ให้แก่ทัพหลวงของแคว้นเฉียงเสียแล้ว” ปัง! “ยังจะต้องถามข้าอีกหรือว่าต้องทำเ

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-18
  • ซ่งเม่ยหลิน ข้ามิใช่คนดี   บทที่ 6 วัดใจ และ ชั่งใจ

    ท่ามกลางความทุกข์ที่ถาโถมทว่าในกระท่อมไม้เล็ก ๆ ซึ่งเป็นที่รักษาตัวของผู้ป่วยกลับมีเสียงหัวเราะแผ่วเบาดังขึ้นเมื่อยามราตรีเริ่มมาเยือนร่างกลมป้อมของเจ้าตัวน้อยเดินวนรอบตัวมารดา โดยมีมือกลมอวบจับไหล่นางไว้เพื่อไม่ให้ล้มลงไป“มะ มะ จ๋า”เจ้าตัวน้อยยิ้มหวานพลางพูดจาตามประสาเด็ก เดินเตาะแตะไปรอบ ๆเ

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-17
Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status