แชร์

บทที่ 10 หมากนอกกระดาน

ผู้เขียน: Fairymanytails
last update วันที่เผยแพร่: 2025-08-13 00:44:04

            ยามนี้ผืนฟ้าเหนือเมืองหลวงยังคงนิ่งงัน บรรยากาศโดยรอบหนักอึ้งในรอบหลายสิบปีที่ผ่านมา

            สิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นกลับถาโถมเข้ามา

            “ฝ่าบาท พวกเราควรทำเช่นไรดี แม่ทัพกู้พ่ายแพ้ให้แก่ทัพหลวงของแคว้นเฉียงเสียแล้ว”

          ปัง!

            “ยังจะต้องถามข้าอีกหรือว่าต้องทำเช่นไร?”

“แม่ทัพที่ไร้สามารถ พ่ายแพ้ต่อข้าศึก จะเก็บเอาไว้เป็นเยี่ยงอย่างได้อย่างไรกัน”

“ทูลฝ่าบาท หากทรงลงโทษแม่ทัพทุกคนที่พ่ายแพ้”

“จะไม่มีแม่ทัพคนไหนเหลือใจเพื่อแผ่นดินอีกเลยนะพ่ะย่ะค่ะ”

“แม่ทัพกู้เพิ่งพ่ายแพ้เป็นครั้งแรกทรงโปรดให้โอกาสสักครั้งเถิดพ่ะย่ะค่ะ”

“ทรงโปรดพิจารณาด้วย”

เหล่าขุนนางพากันคุกเข่าทัดทานผู้เป็นใหญ่อย่างพร้อมเพรียง ...หาได้ยากยิ่งที่จะสามัคคีกันเช่นนี้

ไม่ใช่เพราะเห็นใจแม่ทัพผู้เก่งกาจ

แต่... เพราะกลัวว่าตัวเองจะต้องถูกส่งไปตายแทนแม่ทัพเสียมากกว่า

“ฝ่าบาท พวกต้าเฉียงมันชนะพวกเราเป็นครั้งแรก เพราะระเบิดมือประหลาดนั่น”

“มันข่มขวัญกำลังใจทหารกล้าของเราจนถดถอยไปเสียหมด”

“ใช่แล้วพ่ะย่ะค่ะ ยามนี้ต้าเฉียงเป็นแคว้นเดียวที่พ่อค้าพวกนั้นยอมปรากฏตัวและยอมค้าขายด้วย”

“พวกเราต้องซื้อเวลา เพื่อให้ติดต่อกับพ่อค้าพวกนั้นให้ได้เสียก่อน”

“และจากนั้นพวกเราจะเป็นต่อแคว้นเฉียงอีกครั้ง”

“ท่านอัครเสนาบดีฝ่ายซ้ายกล่าวถูกแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

“พ่อค้าก็คือพ่อค้า แค่เราเสนอราคาให้สูงกว่าแคว้นเฉียง พวกมันต้องยอมขายให้เราแต่เพียงผู้เดียว”

ปัง!

“พวกเจ้ามันดีแต่พูด ผ่านมาเป็นเดือนที่เกิดศึก แล้วไอ้พ่อค้านั่นอยู่ที่ใด!!!”

“เจ้ากรมการค้า...ข้าให้เวลาเจ้าอีกครึ่งเดือนเท่านั้น”

“ต้องควานหาตัวพวกมันให้ได้”

“หาไม่แล้ว... ทั้งเจ้าและคนในครอบครัว”

“ต้องรับโทษเพื่อเซ่นไหว้ความอับอายของข้าที่ต้องพ่ายแพ้กับให้แคว้นเฉียงเสีย!!”

ฮ่องเต้ซ่างเทียนจินพิโรธใส่ขุนนางที่ดีแต่พูด แต่ไม่เห็นผลงานอะไรสักอย่าง

ยามนี้พระองค์ทรงโกรธทุกสรรพสิ่งให้กับความพ่ายแพ้แสนอัปยศ

แคว้นซ่างหยุนไม่แพ้ผู้ใดมาเป็นเวลาหลายสิบปี

แต่แล้วกลับเกิดขึ้นในรัชสมัยของพระองค์

“ให้แม่ทัพกู้รั้งตำแหน่งแม่ทัพดังเดิม”

“หากเขาชิงความได้เปรียบกลับมามิได้ ก็จงสังเวยชีวิตในสนามรบซะ”

“ส่วนอัครเสนาบดีฝ่ายขวาจาง”

“ให้ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม ข้าจะเดินทางไปทำศึกด้วยตนเอง”

คำสั่งที่ขุนนางไม่อยากได้ยินฟาดลงบนศีรษะทันใด

หากทรงเสด็จไปทำศึกด้วยตนเอง หมายความว่าขุนนางระดับสูงต้องติดตามไปด้วย

แต่ครานี้เพราะระเบิดนั่น ไม่ใช่แค่ทำให้พลทหารเสียขวัญ...

แต่พวกเขาที่ไม่ใคร่ได้จับดาบจับกระบี่หวาดกลัวยิ่งกว่า

“ทูลฝ่าบาทหากทรงเสด็จนำทัพออกศึกเอง แล้วการประชุม ‘เมิ่งฮุ่ย’ เล่าพ่ะย่ะค่ะ”

“การประชุมนี้สำคัญต่อแคว้นซ่างหยุนมาก พวกเรารอคอยการประชุมนี้เป็นเวลานานนักหนา”

อัครเสนาบดีฝ่ายขวาจางซื่อหลง ยกเรื่องการประชุมระดับแคว้นมาเตือนพระทัยนายเหนือหัว

การประชุมครั้งนี้สำคัญอย่างยิ่งยวดต่อแคว้น

เขาหวังว่าพระองค์จะทรงไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วน

แคว้นซ่างหยุน

ต้องได้รับรองให้เป็นสมาชิกแทนแคว้นที่ถูกเฉดหัวออกไปเมื่อสองปีก่อน

พวกเขาเฝ้ารอเวลานี้มานานตั้งแต่พระราชาองค์ก่อน

ทว่ารับสั่งของผู้เป็นนาย...

“การประชุมเมิ่งฮุ่ยคืออีกเก้าเดือนข้างหน้า”

“พวกเจ้านับถอยหลังถึงวันประชุมกันแล้วหรือ?”

“วันประชุมเมิ่งฮุ่ย”

“คือวันที่ข้ากำราบแคว้นเฉียงจนสิ้น”

“เราจะประกาศศักดาต่อสิบสองแคว้น!... พวกนั้นจะดูแคลนเรามิได้”

ฮ่องเต้ซ่างเทียนจินทรงลุกขึ้นประหนึ่งมังกรตื่นจากบรรทม พระเนตรทอแสงดุดันขณะกวาดมองเหล่าขุนนาง

“ข้าไม่เพียงต้องการให้ซ่างหยุนเป็นสมาชิกเมิ่งฮุ่ย”

“แต่ข้า....ต้องการให้เมิ่งฮุ่ยอยู่ภายใต้เท้าข้า!”

“เราจะทำให้พวกมันค้อมศีรษะ แล้วยอมรับว่าแคว้นซ่างหยุนคือผู้นำ”

“ข้าจะไม่ยอมให้การประชุมที่ข้ารอมาช้านานต้องผิดพลาดแน่”

สุรเสียงของฮ่องเต้ประหนึ่งเพลิงที่โหมกระพือไร้ผู้ใดจะต่อต้านได้

ขุนนางทั้งหลายมีเพียงความเงียบเป็นคำตอบ

ทุกคนต่างรู้ดี...ไม่เคยมีใครทัดทานพระองค์ได้ทั้งนั้น

ในท้องพระโรงที่ว่างเปล่า

มีเพียงฮ่องเต้ซ่างเทียนจิน ขันทีคู่รัชกาล และองครักษ์ประจำบัลลังก์...ปรึกษากัน

“กระหม่อมส่งคนไปสืบข่าวทางใต้เรียบร้อยแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

เจียงห่าว หัวหน้าองครักษ์ประจำพระองค์ รายงานด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“ผู้คนที่นั่นพูดเป็นเสียงเดียวกัน”

“พี่ชายสามีของสตรีนางนั้น...ยืนยันมานานหลายปีว่าน้องชายตนเลี้ยงลูกของชายอื่น”

แม้จะมีเรื่องน่าสงสัยอยู่หลายประการ เช่น ชายผู้นั้นที่เป็นต้นตอของข่าว....กลับหายตัวไปเสียแล้ว

แต่เมื่อชาวบ้านหลายปากยืนยันตรงกัน...

และที่สำคัญ

แม้แต่ ‘ผู้นำตระกูลลั่ว’ ยังเผลอหลุดพูดต่อหน้าสายสืบของพวกเขา

“นางเป็นบุตรบุญธรรมของผู้มีพระคุณของข้า”

“ทำให้ตระกูลลั่วทอดทิ้งนางไม่ได้”

คำพูดนั้น เหมือนรับกลาย ๆ

ไม่มีเหตุผลต้องสืบต่อ

ยิ่งไปกว่านั้น เจ้านายของเขามิได้ใส่พระทัยนักว่า เรื่องนี้จะจริงหรือไม่

“นางก็แค่หมากโง่ ๆ ตัวหนึ่ง...”

ฮ่องเต้ซ่างเทียนจินรับสั่ง ขณะโยนเนื้อให้เหยี่ยวในกรงทอง

พระเนตรของพระองค์เฉียบคมดั่งนักล่า

“สตรีตัวเล็ก ๆ คิดจะพาบุรุษไร้สติกลับมาแย่งชิงบัลลังก์อย่างนั้นรึ?”

ทรงแย้มสรวลซ่อนความเย้ยหยันอยู่ในที

คนของเขายืนยันว่าน้องชายสุดที่รัก...เป็นแค่คนพิการรอวันตายเท่านั้น

“ฮ่าฮ่า...น่าสนใจจริง พวกเจ้าว่าไหม?”

เสียงพระสรวลดังไปไกล ในพระทัยไม่มีแม้เศษเสี้ยวแห่งความหวาดกลัว

สตรีชาวบ้าน? ไม่มีค่าพอจะก่อคลื่นในวังหลวงอันยิ่งใหญ่แห่งนี้แม้แต่น้อย

“ทูลฝ่าบาท...”

หวงกงกงกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

“เป็นไปได้หรือไม่ว่าองค์รัชทายาททรงแสร้งประชวร?”

“อะไรก็เป็นไปได้ทั้งนั้น”

ฮ่องเต้ซ่างเทียนจินรับสั่งเสียงเบา ดวงเนตรยังจับจ้องเหยี่ยวที่กำลังจิกเนื้อ

“น้องชายผู้ไร้สติของข้า รักษาตัวอยู่ในเมืองซานโหว... “พร้อม ๆ กับข่าวลือพวกนั้นที่โหมกระพือ”

“และตามด้วยแคว้นเล็ก ๆ อย่างแคว้นเฉียงบังอาจรุกรานเรา”

“เรื่องนี้ต้องมีคนชักใยอยู่เบื้องหลัง”"

“อาจจะเป็นคนทางนี้”

“ทรงทำเพื่อเปิดทางให้พระโอรสสุดที่รักได้หวนคืนสู่วังหลวงก็เป็นได้”

ทรงรับสั่งอย่างด้วยสุรเสียงราบเรียบ ทว่าแววพระเนตรคู่นั้นคงมีแค่เหยี่ยวทรงเลี้ยงที่ได้เห็นว่ามันแดงระเรื่อ

พระมารดาที่เคยรัก...ไม่เหลือเยื่อใยให้พระองค์อีกแล้ว

เจียงห่าวรับพระดำรัส พลางถามกลับอย่างคาดเดา

“เช่นนั้นการที่ฝ่าบาทเสด็จออกศึกด้วยองค์เอง ก็เพื่อหลอกให้ไทเฮาตายใจใช่หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”

ฮ่องเต้แย้มสรวลบาง ๆ ก่อนรับสั่งด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“ข้าแค่ไม่ประมาท”

“เพียงแค่เห็นศัตรูนอนแน่นิ่ง ก็คิดว่าไร้พิษสง”

“ตราบใดที่เขายังมีลมหายใจ ข้าก็ยังมีหนามยอกอกอยู่ทุกคืนวัน”

ทรงผินพระวรกายกลับมาเผชิญหน้ากับขันทีและองครักษ์ผู้ภักดี

“ไทเฮาก็เช่นกัน ตราบใดที่หวงตี้ยังมีชีวิต”

“พระนางยังคงหวัง... หวังให้เขาฟื้นขึ้นมาครองราชย์แทนข้า”

“ทรงหวังให้มันได้รับการรับรองในการประชุม ‘เมิ่งฮุ่ย’”

ทรงแค่นพระสรวลอีกครั้ง ก่อนแววพระเนตรจะเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด

“แต่ข้าจะทำให้มันถูกฝังกลบอยู่ใต้โคลนตม”

“ชื่อเสียงของซ่างหวงตี้ต้องถูกเผยแพร่ไปถึงหูฮ่องเต้ทั้งสิบสองแคว้น”

“รัชทายาทของซ่างหยุน เป็นเพียงผู้บุรุษไร้คุณธรรม... เขาถูกสวรรค์ลงโทษให้นอนแน่นิ่ง”

พระหัตถ์กำแน่น  พระสุรเสียงกดต่ำ

“ประชุมเมิ่งฮุ่ยครานี้ ซ่างหยุนจะได้เข้าเป็นสมาชิกกลุ่มแน่...”

“แต่ชื่อของซ่างหวงตี้ จะต้องถูกปลดจากการเป็นองค์รัชทายาทของซ่างหยุน”

น้ำเสียงสุดท้ายหนักแน่นดุจคำสาบาน...

ไม่มีสิ่งใดสั่นคลอนมันได้ทั้งสิ้น

เขาตัดหนทางเดินของน้องชายผู้อาภัพทุกเส้นทาง

จนถึงตอนนี้

ดูเหมือนองค์ราชันจะมิได้เสด็จออกศึกเพราะหลงกลสตรีชาวบ้านผู้นั้นเสียทั้งหมด

กลับกัน...ทรงตัดสินพระทัยด้วยพระองค์เอง เพื่อหลอกล่อให้ ‘เหยื่อ’ ตายใจ

เหยื่อในพระทัยนั้น...คือไทเฮา และองค์รัชทายาท

ไม่แม้แต่จะเอ่ยนามของซ่งเม่ยหลินขึ้นในความคิด

‘นางก็แค่หมากนอกกระดานตัวหนึ่ง’

และไม่ว่าหมากตัวหลักอย่างฮ่องเต้จะออกจากวังหลวงด้วยเหตุผลใด

แต่ทุกสิ่ง...ก็ยังเป็นไปตามแผนของสตรีที่อยู่นอกสายตาของพระองค์อยู่ดี

การศึก...เกิดขึ้นเพื่อ “ซื้อเวลา”

เวลา...ที่นางต้องการใช้มันเพื่อ “สร้างอำนาจ”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ซ่งเม่ยหลิน ข้ามิใช่คนดี   ตอนพิเศษ 4 อยู่ในใจตลอดไป

    “ซื่อหมิง จงทำหน้าที่แทนพี่ชายคนนี้ด้วย” “เจ้าต้องคืนรอยยิ้มให้ไท่จื่อเฟยให้ได้” “ท่านอย่าทำอะไรบ้า ๆ นะหวังหลุน” “พวกเราต้องรอดไปด้วยกัน” “เจ้าได้ยินไหม” “ถ้าเจ้ากล้าทิ้งข้า ข้าจะฆ่าท่าน” ฉึบ “ล่าก่อนซื่อหมิง” “อย่าให้พระองค์ร้องไห้เพราะข้า” ตูมมมม “พี่หวังหลุนนนน” นั่นคือเหตุการณ์เพียงชั่วลมหายใจ ที่เกิดขึ้นหลังจากกระโดดจากหน้าผา เขาคิดว่า....พวกเขารอดแล้ว แต่เปล่าเลย เพราะเชือกที่คว้าเอาไว้ได้... มันรับน้ำหนักไม่ไหว มีคนหนึ่งที่ต้องเสียสละ และเจ้านั่น...มันใช้มีดสั้นที่มันพกเอาไว้ ตัดช่องน้อยแต่พอตัวและทิ้งร่างลงทะเลไป ทั้งที่รู้สึกผิด หัวใจปวดร้าวจนแทบจะแตกสลาย แต่ทุกคนเชื่อไหม.... เขาไม่กล้าโดดลงไปเพื่อให้ตายตามอีกคนไป ยอมรับตามตรง... ว่าเขาอยากรอดชีวิตมากกว่า สิ่งที่ตอบตัวเองได้ในยามนั้นมิใช่เพราะเจ

  • ซ่งเม่ยหลิน ข้ามิใช่คนดี   ตอนพิเศษ 3 ครอบครัวของเรา

    “กรี๊ดดด พี่สาวทางนั้นมีขนมหนวดมังกรด้วย” “หานเอ๋อร์หยุดวิ่งเดี๋ยวนี้นะ” ซ่งเม่ยหลินห้ามพลางส่ายหน้ายิ้ม ๆ มองเจ้าก้อนแป้งทั้งสองที่วิ่งหลุน ๆ ไปยังร้านขนม โดยไม่สนใจว่านี่... มิใช่วังหลวง เด็กทั้งคู่ชอบนักยามได้ออกมาข้างนอกเช่นนี้ แต่คนที่ปวดหัวหนัก คงหนีไม่พ้นองครักษ์ทั้งหลายที่ต้องทำหน้าที่ป้องกันอันตรายให้เจ้านาย “ไม่เป็นไรหรอกเม่ยเม่ย อี้จ๋ายกับซื่อหมิงเองก็อยู่ด้วย” ลั่วอี้เสียนจับมือภรรยาเอาไว้ก่อนบอกนางให้เบาใจ แต่สิ่งที่ได้ยินกลับมาทำเอาอีกสองคนถึงกับสะดุ้ง “สองคนนั้นน่าเป็นห่วงไม่ต่างกับหานเอ๋อร์และลู่ลู่เลยนะเจ้าคะ” “คราวก่อนเด็กแสบหายไปอยู่หลังโรงงิ้ว” “เพราะผู้ใหญ่ต่างหลงเสน่ห์นางเอกผู้งดงามเข้าให้” “โธ่นายหญิงขอรับ” “ข้าน้อยบอกท่านเป็นร้อยครั้งพันครั้งแล้ว...” “พวกเรามิได้หยุดดูนางจนทำให้นายน้อยหานเอ๋อร์ กับคุณหนูน้อยลู่ลู่หายไป” เฟิ่งซื่อหมิงแกล้งโอดครวญ “กระหม่

  • ซ่งเม่ยหลิน ข้ามิใช่คนดี   ตอนพิเศษ 2 ครอบครัวเล็ก ๆ

    “พี่สาว...นี่ตัวอะไรเอ่ย” “คิก ๆ เอาไปเลย” “ว้ายยย หานเอ๋อร์ไม่นะ” “ทิ้งมันเดี๋ยวนี้” องค์หญิงน้อยลู่ลู่วัยหกชันษา ถูกองค์รัชทายาทตัวน้อยแกล้งเข้าให้อีกแล้ว “พี่สาวกลัวอะไรน่ะ มันแค่ไส้เดือนเองนะ” เจ้าตัวอ้วนหานเอ๋อร์ ยืนมือเท้าสะเอวข้างหนึ่งหัวเราะพี่สาวขณะที่มีเจ้าไส้เดือนตัวอ้วนอยู่ในมือ แม้รู้ความว่าเป็นน้องแต่ไม่ได้หมายความว่าเจ้าแสบจะเป็นน้องที่ดีเหมือนพี่น้องคู่อื่น แค่คนพี่ก็ใช่ว่าจะยอมเสียเมื่อไร “หึ หานเอ๋อร์” “ดูนี่สิ” น้ำเสียงเจ้าเล่ห์ผิดกับหน้าตาน่ารักดังขึ้น บ่าวไพร่รู้ดี... มันคือช่วงเวลาเอาคืน “อื้ออยยย พี่สาว” “เอามันออกไป “อย่าเอามาใกล้ข้านะ” “เสด็จแม่” “แง้งงง” ในที่สุดชัยชนะก็เป็นขององค์หญิงน้อยผู้กล้าหาญ นางกล้าจับกบตัวเป็น ๆ มาเอาคืนน้องชายตัวแสบ “...” “พอได้แล้วเด็ก ๆ” “มากินของว่างได้แล้ว ประเดี๋ยวเย็น

  • ซ่งเม่ยหลิน ข้ามิใช่คนดี   ตอนพิเศษ 1 อิ่มเอมในหัวใจ

    สำนักศึกษาภายในตำหนักตงกง ยามสายของวันเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ เสียงไล่จับ และเสียงท่องบทเรียนที่เจือปนเสียงหัวเราะ ตรงลานกว้างใต้ร่มไม้ เด็ก ๆ จากตระกูลขุนนางหมุนเวียนกันเข้ามาเรียนรู้ร่วมกับองค์รัชทายาท เหล่าอาจารย์พากันอมยิ้มบ้าง ดุด่าบ้าง ขณะมองเหล่าศิษย์ตัวเล็ก ๆ ที่บางครั้งตั้งใจ บางครั้งก็แกล้งหลับในห้องเรียน แม้ทุกอย่างจะดูวุ่นวายไปบ้างในสายตาผู้ใหญ่ แต่ความวุ่นวายนั้นกลับอบอุ่นนัก การได้เห็นว่าเด็กเหล่านี้มีเสียงหัวเราะ มีอิสระให้วิ่งเล่นและเรียนรู้ นั่นย่อมหมายความว่า… แผ่นดินในยามนี้สงบสุข และรุ่งเรืองอย่างแท้จริง “องค์รัชทายาททรงพระปรีชายิ่งนักพ่ะย่ะค่ะ” “ไม่เห็นจะเก่งเลย เสด็จแม่เก่งกว่าข้าตั้งเยอะ” “ฮ้าววว ท่านอาจารย์” “วันนี้ข้าเรียนจบแล้วใช่ไหม” องค์รัชทายาทตัวน้อยของทุกคนหาวหวอด เด็กคนนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือเจ้าอ้วนน้อยหานเอ๋อร์ของซ่งเม่ยหลิน ทันทีที่อายุสี่ขวบเต็ม เจ

  • ซ่งเม่ยหลิน ข้ามิใช่คนดี   บทที่ 54 ซ่งเม่ยหลิน... ข้าไม่ใช่คนดี (ตอนจบ)

    “แม่จ๋าอุ้มลูก” “แม่จ๋า” “เจ้าตัวแสบ อายุสามขวบกว่าแล้วยังจะอ้อนให้แม่อุ้มอยู่อีกหรือ” คำพูดเหมือนจะดุ แต่สิ่งที่ทำคือคว้าตัวเจ้าก้อนกลม ๆ ที่วิ่งหลุน ๆ มาหาทันทีที่พวกนางเปิดประตูเข้ามา ซ่งเม่ยหลินที่ดวงตายังคงแดงก่ำเพราะเพิ่งผ่านการร้องไห้อย่างหนักมา นางอ้าแขนรับเจ้าตัวกลมขึ้นมาอุ้ม วันนี้นางกอดลูกรักไว้แน่นยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ การที่มีเขาอยู่ในอ้อมกอด และการที่เขากอดนางตอบอย่างออดอ้อน คือคำตอบ....ว่านางทำทุกสิ่งทุกอย่างไปทำไม ร้ายกับคนทั้งโลก เพื่อรักษารอยยิ้มบริสุทธิ์ของแกเอาไว้ เพื่อให้ครอบครัวเล็ก ๆ ของนางยังคงอยู่ เพื่อรักษารอยยิ้มของผู้คนที่ไม่เคยได้ลืมตาอ้าปาก “ได้โปรดอย่ากรรแสงอีกเลยนะพ่ะย่ะค่ะ” “พระองค์เป็นคนดีที่สุดเท่าที่กระหม่อมเคยพบเจอมา” เฟิ่งซื่อหมิงปาดน้ำตายามปลอบเจ้านาย เขาหมายความตามนั้น หากการเป็นคนดี...คือการปล่อยให้ตัวเองถูกทำร้าย ปล่อยให้ตัวเองถูกย่ำยีอยู่ร่ำไป

  • ซ่งเม่ยหลิน ข้ามิใช่คนดี   บทที่ 53 ไร้หัวใจอย่างสิ้นเชิง

    เงามืดที่คืบคลาน “พวกเราควรทำเช่นไรดี” “วาจาของมันศักดิ์สิทธิ์เทียบเท่าเทพเซียน” “ไม่ว่ามันจะเยื้องย่างไปที่ไหน...แม่น้ำก็กลับไปเป็นปกติทุกที่ไป” “และยิ่งมันเป็นฮ่องเต้ของแคว้นซ่างหยุน” “ยิ่งทำให้ความเชื่อของชาวบ้านยิ่งหนักแน่น” “มันคือคนที่สวรรค์เลือก ฮ่องเต้หย่งหลงเริ่มต้นปรึกษากับฮ่องเต้อีกสามแคว้น ชื่อของซ่างหวงตี้กำลังหลอกหลอนพวกเขา ทั้งเรื่องมันสังหารพี่ชายเมื่อเดือนก่อน พร้อมกับที่คนของมันก่อกบฏ แย่งชิงบัลลังก์มอบให้ผู้เป็นนายโดยเสียเลือดเนื้อเพียงน้อยนิด แม้ไรพิธีปราบดาภิเษกอย่างเป็นทางการ แต่...มันคือฮ่องเต้แห่งซ่างหยุนโดยชอบธรรม และอีกเรื่องที่ทำให้พวกเขานั่งไม่ติดไปตาม ๆ กัน ก็คือเรื่องที่มันเป็นคนที่สวรรค์เลือก หนึ่งเดือนที่ผ่านมา ดูผิวเผินเหมือนว่าพวกมันตกอยู่กับความเศร้าโศกที่ คณะทูตของพวกมันถูกไฟไหม้จนวอด เหลือผู้รอดชีวิตแค่ไม่กี่คน แต่ความรู้สึกบอกว่า... พวกมัน

  • ซ่งเม่ยหลิน ข้ามิใช่คนดี   บทที่ 19 สวนทันควัน

    “เอิ๊ก ๆ เอิ๊ก ๆ”“หม่ำ ๆ หม่ำๆ”“จ้า ๆ อ้ามม”“ใจร้อนนักนะเจ้าตัวตะกละน้อย”ซ่งเม่ยหลินป้อนอาหารให้ลูกชายที่เริ่มส่งเสียงดังเพราะคนเป็นแม่อย่างนางป้อนอาหารให้ช้าเจ้าตัวเล็กแก้มแดงปลั่ง เพราะแม้กระทั่งตอนกินอาหารยังเดินดุ๊กดิ๊กไปทั่วห้องสายตาของนางละจากบุตรชายจอมป่วน พลางหันไปจับมือของเขาไว้อย่าง

    last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-21
  • ซ่งเม่ยหลิน ข้ามิใช่คนดี   บทที่ 12 ของขวัญชิ้นแรก...คือการกดให้ต่ำ

    ขบวนทัพของฮ่องเต้เคลื่อนพลอย่างแน่วแน่ไร้ความลังเลท่ามกลางการกระทบกันของเสื้อเกราะ คือเสียงสะอื้นแผ่วเบาของเหล่าภรรยาและบุตรที่ต้องส่งคนรักเข้าสู่สนามรบพวกนางมิต้องการให้มีศึกสงครามเกิดขึ้นแม้แต่น้อยคงมีแต่ขบวนของผู้เป็นใหญ่ของฝ่ายในที่ยังคงสงวนท่าทีให้สมกับเชื้อพระวงศ์ที่ต้องสละเพื่อชาติบ้านเมื

    last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-19
  • ซ่งเม่ยหลิน ข้ามิใช่คนดี   บทที่ 11 สามสิ่ง...ที่มักอยู่ได้ไม่นานในวังหลวง

    ไม่มีอีกแล้วคนพลัดถิ่น “ป้อ ป้อ จ๋า” “ท่านพี่ได้ยินไหมเจ้าคะ หานเอ๋อร์เรียกหาท่านอีกแล้ว” “รีบตื่นมาเล่นกับลูกเร็ว ๆ เถิด” “เย่น เย่น” “ใช่แล้วจ้ะ มาเล่นกับหานเอ๋อร์ของแม่” ซ่งเม่ยหลินยิ้มกว้างให้ลูกรักที่ยิ้มหวาน พลางยกมือยกไม

    last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-19
  • ซ่งเม่ยหลิน ข้ามิใช่คนดี   บทที่ 9 จากเป็นดีกว่าจากตาย

    วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วในความรู้สึกณ หมู่บ้านฮวาโหวอันเงียบสงัดเช่นเดิม แม้โลกภายนอกจะปั่นป่วนด้วยข่าวลือและถ้อยคำสาปแช่งไม่ขาดสายก็ตามทีบุคคลผู้เป็นต้นตอของทุกคำกล่าวขานคนหนึ่ง... ยังคงมิได้สติโดยไม่มีทีท่าว่าจะตื่นในเร็ววันอีกคน...ยังยืนอยู่ได้ด้วยความหวังเพราะเจ้าตัวน้อยของนาง“จ้า จะ จะ

    last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-18
บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status