Partager

บทที่ 10 หมากนอกกระดาน

last update Date de publication: 2025-08-13 00:44:04

            ยามนี้ผืนฟ้าเหนือเมืองหลวงยังคงนิ่งงัน บรรยากาศโดยรอบหนักอึ้งในรอบหลายสิบปีที่ผ่านมา

            สิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นกลับถาโถมเข้ามา

            “ฝ่าบาท พวกเราควรทำเช่นไรดี แม่ทัพกู้พ่ายแพ้ให้แก่ทัพหลวงของแคว้นเฉียงเสียแล้ว”

          ปัง!

            “ยังจะต้องถามข้าอีกหรือว่าต้องทำเช่นไร?”

“แม่ทัพที่ไร้สามารถ พ่ายแพ้ต่อข้าศึก จะเก็บเอาไว้เป็นเยี่ยงอย่างได้อย่างไรกัน”

“ทูลฝ่าบาท หากทรงลงโทษแม่ทัพทุกคนที่พ่ายแพ้”

“จะไม่มีแม่ทัพคนไหนเหลือใจเพื่อแผ่นดินอีกเลยนะพ่ะย่ะค่ะ”

“แม่ทัพกู้เพิ่งพ่ายแพ้เป็นครั้งแรกทรงโปรดให้โอกาสสักครั้งเถิดพ่ะย่ะค่ะ”

“ทรงโปรดพิจารณาด้วย”

เหล่าขุนนางพากันคุกเข่าทัดทานผู้เป็นใหญ่อย่างพร้อมเพรียง ...หาได้ยากยิ่งที่จะสามัคคีกันเช่นนี้

ไม่ใช่เพราะเห็นใจแม่ทัพผู้เก่งกาจ

แต่... เพราะกลัวว่าตัวเองจะต้องถูกส่งไปตายแทนแม่ทัพเสียมากกว่า

“ฝ่าบาท พวกต้าเฉียงมันชนะพวกเราเป็นครั้งแรก เพราะระเบิดมือประหลาดนั่น”

“มันข่มขวัญกำลังใจทหารกล้าของเราจนถดถอยไปเสียหมด”

“ใช่แล้วพ่ะย่ะค่ะ ยามนี้ต้าเฉียงเป็นแคว้นเดียวที่พ่อค้าพวกนั้นยอมปรากฏตัวและยอมค้าขายด้วย”

“พวกเราต้องซื้อเวลา เพื่อให้ติดต่อกับพ่อค้าพวกนั้นให้ได้เสียก่อน”

“และจากนั้นพวกเราจะเป็นต่อแคว้นเฉียงอีกครั้ง”

“ท่านอัครเสนาบดีฝ่ายซ้ายกล่าวถูกแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

“พ่อค้าก็คือพ่อค้า แค่เราเสนอราคาให้สูงกว่าแคว้นเฉียง พวกมันต้องยอมขายให้เราแต่เพียงผู้เดียว”

ปัง!

“พวกเจ้ามันดีแต่พูด ผ่านมาเป็นเดือนที่เกิดศึก แล้วไอ้พ่อค้านั่นอยู่ที่ใด!!!”

“เจ้ากรมการค้า...ข้าให้เวลาเจ้าอีกครึ่งเดือนเท่านั้น”

“ต้องควานหาตัวพวกมันให้ได้”

“หาไม่แล้ว... ทั้งเจ้าและคนในครอบครัว”

“ต้องรับโทษเพื่อเซ่นไหว้ความอับอายของข้าที่ต้องพ่ายแพ้กับให้แคว้นเฉียงเสีย!!”

ฮ่องเต้ซ่างเทียนจินพิโรธใส่ขุนนางที่ดีแต่พูด แต่ไม่เห็นผลงานอะไรสักอย่าง

ยามนี้พระองค์ทรงโกรธทุกสรรพสิ่งให้กับความพ่ายแพ้แสนอัปยศ

แคว้นซ่างหยุนไม่แพ้ผู้ใดมาเป็นเวลาหลายสิบปี

แต่แล้วกลับเกิดขึ้นในรัชสมัยของพระองค์

“ให้แม่ทัพกู้รั้งตำแหน่งแม่ทัพดังเดิม”

“หากเขาชิงความได้เปรียบกลับมามิได้ ก็จงสังเวยชีวิตในสนามรบซะ”

“ส่วนอัครเสนาบดีฝ่ายขวาจาง”

“ให้ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม ข้าจะเดินทางไปทำศึกด้วยตนเอง”

คำสั่งที่ขุนนางไม่อยากได้ยินฟาดลงบนศีรษะทันใด

หากทรงเสด็จไปทำศึกด้วยตนเอง หมายความว่าขุนนางระดับสูงต้องติดตามไปด้วย

แต่ครานี้เพราะระเบิดนั่น ไม่ใช่แค่ทำให้พลทหารเสียขวัญ...

แต่พวกเขาที่ไม่ใคร่ได้จับดาบจับกระบี่หวาดกลัวยิ่งกว่า

“ทูลฝ่าบาทหากทรงเสด็จนำทัพออกศึกเอง แล้วการประชุม ‘เมิ่งฮุ่ย’ เล่าพ่ะย่ะค่ะ”

“การประชุมนี้สำคัญต่อแคว้นซ่างหยุนมาก พวกเรารอคอยการประชุมนี้เป็นเวลานานนักหนา”

อัครเสนาบดีฝ่ายขวาจางซื่อหลง ยกเรื่องการประชุมระดับแคว้นมาเตือนพระทัยนายเหนือหัว

การประชุมครั้งนี้สำคัญอย่างยิ่งยวดต่อแคว้น

เขาหวังว่าพระองค์จะทรงไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วน

แคว้นซ่างหยุน

ต้องได้รับรองให้เป็นสมาชิกแทนแคว้นที่ถูกเฉดหัวออกไปเมื่อสองปีก่อน

พวกเขาเฝ้ารอเวลานี้มานานตั้งแต่พระราชาองค์ก่อน

ทว่ารับสั่งของผู้เป็นนาย...

“การประชุมเมิ่งฮุ่ยคืออีกเก้าเดือนข้างหน้า”

“พวกเจ้านับถอยหลังถึงวันประชุมกันแล้วหรือ?”

“วันประชุมเมิ่งฮุ่ย”

“คือวันที่ข้ากำราบแคว้นเฉียงจนสิ้น”

“เราจะประกาศศักดาต่อสิบสองแคว้น!... พวกนั้นจะดูแคลนเรามิได้”

ฮ่องเต้ซ่างเทียนจินทรงลุกขึ้นประหนึ่งมังกรตื่นจากบรรทม พระเนตรทอแสงดุดันขณะกวาดมองเหล่าขุนนาง

“ข้าไม่เพียงต้องการให้ซ่างหยุนเป็นสมาชิกเมิ่งฮุ่ย”

“แต่ข้า....ต้องการให้เมิ่งฮุ่ยอยู่ภายใต้เท้าข้า!”

“เราจะทำให้พวกมันค้อมศีรษะ แล้วยอมรับว่าแคว้นซ่างหยุนคือผู้นำ”

“ข้าจะไม่ยอมให้การประชุมที่ข้ารอมาช้านานต้องผิดพลาดแน่”

สุรเสียงของฮ่องเต้ประหนึ่งเพลิงที่โหมกระพือไร้ผู้ใดจะต่อต้านได้

ขุนนางทั้งหลายมีเพียงความเงียบเป็นคำตอบ

ทุกคนต่างรู้ดี...ไม่เคยมีใครทัดทานพระองค์ได้ทั้งนั้น

ในท้องพระโรงที่ว่างเปล่า

มีเพียงฮ่องเต้ซ่างเทียนจิน ขันทีคู่รัชกาล และองครักษ์ประจำบัลลังก์...ปรึกษากัน

“กระหม่อมส่งคนไปสืบข่าวทางใต้เรียบร้อยแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

เจียงห่าว หัวหน้าองครักษ์ประจำพระองค์ รายงานด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“ผู้คนที่นั่นพูดเป็นเสียงเดียวกัน”

“พี่ชายสามีของสตรีนางนั้น...ยืนยันมานานหลายปีว่าน้องชายตนเลี้ยงลูกของชายอื่น”

แม้จะมีเรื่องน่าสงสัยอยู่หลายประการ เช่น ชายผู้นั้นที่เป็นต้นตอของข่าว....กลับหายตัวไปเสียแล้ว

แต่เมื่อชาวบ้านหลายปากยืนยันตรงกัน...

และที่สำคัญ

แม้แต่ ‘ผู้นำตระกูลลั่ว’ ยังเผลอหลุดพูดต่อหน้าสายสืบของพวกเขา

“นางเป็นบุตรบุญธรรมของผู้มีพระคุณของข้า”

“ทำให้ตระกูลลั่วทอดทิ้งนางไม่ได้”

คำพูดนั้น เหมือนรับกลาย ๆ

ไม่มีเหตุผลต้องสืบต่อ

ยิ่งไปกว่านั้น เจ้านายของเขามิได้ใส่พระทัยนักว่า เรื่องนี้จะจริงหรือไม่

“นางก็แค่หมากโง่ ๆ ตัวหนึ่ง...”

ฮ่องเต้ซ่างเทียนจินรับสั่ง ขณะโยนเนื้อให้เหยี่ยวในกรงทอง

พระเนตรของพระองค์เฉียบคมดั่งนักล่า

“สตรีตัวเล็ก ๆ คิดจะพาบุรุษไร้สติกลับมาแย่งชิงบัลลังก์อย่างนั้นรึ?”

ทรงแย้มสรวลซ่อนความเย้ยหยันอยู่ในที

คนของเขายืนยันว่าน้องชายสุดที่รัก...เป็นแค่คนพิการรอวันตายเท่านั้น

“ฮ่าฮ่า...น่าสนใจจริง พวกเจ้าว่าไหม?”

เสียงพระสรวลดังไปไกล ในพระทัยไม่มีแม้เศษเสี้ยวแห่งความหวาดกลัว

สตรีชาวบ้าน? ไม่มีค่าพอจะก่อคลื่นในวังหลวงอันยิ่งใหญ่แห่งนี้แม้แต่น้อย

“ทูลฝ่าบาท...”

หวงกงกงกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

“เป็นไปได้หรือไม่ว่าองค์รัชทายาททรงแสร้งประชวร?”

“อะไรก็เป็นไปได้ทั้งนั้น”

ฮ่องเต้ซ่างเทียนจินรับสั่งเสียงเบา ดวงเนตรยังจับจ้องเหยี่ยวที่กำลังจิกเนื้อ

“น้องชายผู้ไร้สติของข้า รักษาตัวอยู่ในเมืองซานโหว... “พร้อม ๆ กับข่าวลือพวกนั้นที่โหมกระพือ”

“และตามด้วยแคว้นเล็ก ๆ อย่างแคว้นเฉียงบังอาจรุกรานเรา”

“เรื่องนี้ต้องมีคนชักใยอยู่เบื้องหลัง”"

“อาจจะเป็นคนทางนี้”

“ทรงทำเพื่อเปิดทางให้พระโอรสสุดที่รักได้หวนคืนสู่วังหลวงก็เป็นได้”

ทรงรับสั่งอย่างด้วยสุรเสียงราบเรียบ ทว่าแววพระเนตรคู่นั้นคงมีแค่เหยี่ยวทรงเลี้ยงที่ได้เห็นว่ามันแดงระเรื่อ

พระมารดาที่เคยรัก...ไม่เหลือเยื่อใยให้พระองค์อีกแล้ว

เจียงห่าวรับพระดำรัส พลางถามกลับอย่างคาดเดา

“เช่นนั้นการที่ฝ่าบาทเสด็จออกศึกด้วยองค์เอง ก็เพื่อหลอกให้ไทเฮาตายใจใช่หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”

ฮ่องเต้แย้มสรวลบาง ๆ ก่อนรับสั่งด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“ข้าแค่ไม่ประมาท”

“เพียงแค่เห็นศัตรูนอนแน่นิ่ง ก็คิดว่าไร้พิษสง”

“ตราบใดที่เขายังมีลมหายใจ ข้าก็ยังมีหนามยอกอกอยู่ทุกคืนวัน”

ทรงผินพระวรกายกลับมาเผชิญหน้ากับขันทีและองครักษ์ผู้ภักดี

“ไทเฮาก็เช่นกัน ตราบใดที่หวงตี้ยังมีชีวิต”

“พระนางยังคงหวัง... หวังให้เขาฟื้นขึ้นมาครองราชย์แทนข้า”

“ทรงหวังให้มันได้รับการรับรองในการประชุม ‘เมิ่งฮุ่ย’”

ทรงแค่นพระสรวลอีกครั้ง ก่อนแววพระเนตรจะเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด

“แต่ข้าจะทำให้มันถูกฝังกลบอยู่ใต้โคลนตม”

“ชื่อเสียงของซ่างหวงตี้ต้องถูกเผยแพร่ไปถึงหูฮ่องเต้ทั้งสิบสองแคว้น”

“รัชทายาทของซ่างหยุน เป็นเพียงผู้บุรุษไร้คุณธรรม... เขาถูกสวรรค์ลงโทษให้นอนแน่นิ่ง”

พระหัตถ์กำแน่น  พระสุรเสียงกดต่ำ

“ประชุมเมิ่งฮุ่ยครานี้ ซ่างหยุนจะได้เข้าเป็นสมาชิกกลุ่มแน่...”

“แต่ชื่อของซ่างหวงตี้ จะต้องถูกปลดจากการเป็นองค์รัชทายาทของซ่างหยุน”

น้ำเสียงสุดท้ายหนักแน่นดุจคำสาบาน...

ไม่มีสิ่งใดสั่นคลอนมันได้ทั้งสิ้น

เขาตัดหนทางเดินของน้องชายผู้อาภัพทุกเส้นทาง

จนถึงตอนนี้

ดูเหมือนองค์ราชันจะมิได้เสด็จออกศึกเพราะหลงกลสตรีชาวบ้านผู้นั้นเสียทั้งหมด

กลับกัน...ทรงตัดสินพระทัยด้วยพระองค์เอง เพื่อหลอกล่อให้ ‘เหยื่อ’ ตายใจ

เหยื่อในพระทัยนั้น...คือไทเฮา และองค์รัชทายาท

ไม่แม้แต่จะเอ่ยนามของซ่งเม่ยหลินขึ้นในความคิด

‘นางก็แค่หมากนอกกระดานตัวหนึ่ง’

และไม่ว่าหมากตัวหลักอย่างฮ่องเต้จะออกจากวังหลวงด้วยเหตุผลใด

แต่ทุกสิ่ง...ก็ยังเป็นไปตามแผนของสตรีที่อยู่นอกสายตาของพระองค์อยู่ดี

การศึก...เกิดขึ้นเพื่อ “ซื้อเวลา”

เวลา...ที่นางต้องการใช้มันเพื่อ “สร้างอำนาจ”

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ซ่งเม่ยหลิน ข้ามิใช่คนดี   ตอนพิเศษ 4 อยู่ในใจตลอดไป

    “ซื่อหมิง จงทำหน้าที่แทนพี่ชายคนนี้ด้วย” “เจ้าต้องคืนรอยยิ้มให้ไท่จื่อเฟยให้ได้” “ท่านอย่าทำอะไรบ้า ๆ นะหวังหลุน” “พวกเราต้องรอดไปด้วยกัน” “เจ้าได้ยินไหม” “ถ้าเจ้ากล้าทิ้งข้า ข้าจะฆ่าท่าน” ฉึบ “ล่าก่อนซื่อหมิง” “อย่าให้พระองค์ร้องไห้เพราะข้า” ตูมมมม “พี่หวังหลุนนนน” นั่นคือเหตุการณ์เพียงชั่วลมหายใจ ที่เกิดขึ้นหลังจากกระโดดจากหน้าผา เขาคิดว่า....พวกเขารอดแล้ว แต่เปล่าเลย เพราะเชือกที่คว้าเอาไว้ได้... มันรับน้ำหนักไม่ไหว มีคนหนึ่งที่ต้องเสียสละ และเจ้านั่น...มันใช้มีดสั้นที่มันพกเอาไว้ ตัดช่องน้อยแต่พอตัวและทิ้งร่างลงทะเลไป ทั้งที่รู้สึกผิด หัวใจปวดร้าวจนแทบจะแตกสลาย แต่ทุกคนเชื่อไหม.... เขาไม่กล้าโดดลงไปเพื่อให้ตายตามอีกคนไป ยอมรับตามตรง... ว่าเขาอยากรอดชีวิตมากกว่า สิ่งที่ตอบตัวเองได้ในยามนั้นมิใช่เพราะเจ

  • ซ่งเม่ยหลิน ข้ามิใช่คนดี   ตอนพิเศษ 3 ครอบครัวของเรา

    “กรี๊ดดด พี่สาวทางนั้นมีขนมหนวดมังกรด้วย” “หานเอ๋อร์หยุดวิ่งเดี๋ยวนี้นะ” ซ่งเม่ยหลินห้ามพลางส่ายหน้ายิ้ม ๆ มองเจ้าก้อนแป้งทั้งสองที่วิ่งหลุน ๆ ไปยังร้านขนม โดยไม่สนใจว่านี่... มิใช่วังหลวง เด็กทั้งคู่ชอบนักยามได้ออกมาข้างนอกเช่นนี้ แต่คนที่ปวดหัวหนัก คงหนีไม่พ้นองครักษ์ทั้งหลายที่ต้องทำหน้าที่ป้องกันอันตรายให้เจ้านาย “ไม่เป็นไรหรอกเม่ยเม่ย อี้จ๋ายกับซื่อหมิงเองก็อยู่ด้วย” ลั่วอี้เสียนจับมือภรรยาเอาไว้ก่อนบอกนางให้เบาใจ แต่สิ่งที่ได้ยินกลับมาทำเอาอีกสองคนถึงกับสะดุ้ง “สองคนนั้นน่าเป็นห่วงไม่ต่างกับหานเอ๋อร์และลู่ลู่เลยนะเจ้าคะ” “คราวก่อนเด็กแสบหายไปอยู่หลังโรงงิ้ว” “เพราะผู้ใหญ่ต่างหลงเสน่ห์นางเอกผู้งดงามเข้าให้” “โธ่นายหญิงขอรับ” “ข้าน้อยบอกท่านเป็นร้อยครั้งพันครั้งแล้ว...” “พวกเรามิได้หยุดดูนางจนทำให้นายน้อยหานเอ๋อร์ กับคุณหนูน้อยลู่ลู่หายไป” เฟิ่งซื่อหมิงแกล้งโอดครวญ “กระหม่

  • ซ่งเม่ยหลิน ข้ามิใช่คนดี   ตอนพิเศษ 2 ครอบครัวเล็ก ๆ

    “พี่สาว...นี่ตัวอะไรเอ่ย” “คิก ๆ เอาไปเลย” “ว้ายยย หานเอ๋อร์ไม่นะ” “ทิ้งมันเดี๋ยวนี้” องค์หญิงน้อยลู่ลู่วัยหกชันษา ถูกองค์รัชทายาทตัวน้อยแกล้งเข้าให้อีกแล้ว “พี่สาวกลัวอะไรน่ะ มันแค่ไส้เดือนเองนะ” เจ้าตัวอ้วนหานเอ๋อร์ ยืนมือเท้าสะเอวข้างหนึ่งหัวเราะพี่สาวขณะที่มีเจ้าไส้เดือนตัวอ้วนอยู่ในมือ แม้รู้ความว่าเป็นน้องแต่ไม่ได้หมายความว่าเจ้าแสบจะเป็นน้องที่ดีเหมือนพี่น้องคู่อื่น แค่คนพี่ก็ใช่ว่าจะยอมเสียเมื่อไร “หึ หานเอ๋อร์” “ดูนี่สิ” น้ำเสียงเจ้าเล่ห์ผิดกับหน้าตาน่ารักดังขึ้น บ่าวไพร่รู้ดี... มันคือช่วงเวลาเอาคืน “อื้ออยยย พี่สาว” “เอามันออกไป “อย่าเอามาใกล้ข้านะ” “เสด็จแม่” “แง้งงง” ในที่สุดชัยชนะก็เป็นขององค์หญิงน้อยผู้กล้าหาญ นางกล้าจับกบตัวเป็น ๆ มาเอาคืนน้องชายตัวแสบ “...” “พอได้แล้วเด็ก ๆ” “มากินของว่างได้แล้ว ประเดี๋ยวเย็น

  • ซ่งเม่ยหลิน ข้ามิใช่คนดี   ตอนพิเศษ 1 อิ่มเอมในหัวใจ

    สำนักศึกษาภายในตำหนักตงกง ยามสายของวันเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ เสียงไล่จับ และเสียงท่องบทเรียนที่เจือปนเสียงหัวเราะ ตรงลานกว้างใต้ร่มไม้ เด็ก ๆ จากตระกูลขุนนางหมุนเวียนกันเข้ามาเรียนรู้ร่วมกับองค์รัชทายาท เหล่าอาจารย์พากันอมยิ้มบ้าง ดุด่าบ้าง ขณะมองเหล่าศิษย์ตัวเล็ก ๆ ที่บางครั้งตั้งใจ บางครั้งก็แกล้งหลับในห้องเรียน แม้ทุกอย่างจะดูวุ่นวายไปบ้างในสายตาผู้ใหญ่ แต่ความวุ่นวายนั้นกลับอบอุ่นนัก การได้เห็นว่าเด็กเหล่านี้มีเสียงหัวเราะ มีอิสระให้วิ่งเล่นและเรียนรู้ นั่นย่อมหมายความว่า… แผ่นดินในยามนี้สงบสุข และรุ่งเรืองอย่างแท้จริง “องค์รัชทายาททรงพระปรีชายิ่งนักพ่ะย่ะค่ะ” “ไม่เห็นจะเก่งเลย เสด็จแม่เก่งกว่าข้าตั้งเยอะ” “ฮ้าววว ท่านอาจารย์” “วันนี้ข้าเรียนจบแล้วใช่ไหม” องค์รัชทายาทตัวน้อยของทุกคนหาวหวอด เด็กคนนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือเจ้าอ้วนน้อยหานเอ๋อร์ของซ่งเม่ยหลิน ทันทีที่อายุสี่ขวบเต็ม เจ

  • ซ่งเม่ยหลิน ข้ามิใช่คนดี   บทที่ 54 ซ่งเม่ยหลิน... ข้าไม่ใช่คนดี (ตอนจบ)

    “แม่จ๋าอุ้มลูก” “แม่จ๋า” “เจ้าตัวแสบ อายุสามขวบกว่าแล้วยังจะอ้อนให้แม่อุ้มอยู่อีกหรือ” คำพูดเหมือนจะดุ แต่สิ่งที่ทำคือคว้าตัวเจ้าก้อนกลม ๆ ที่วิ่งหลุน ๆ มาหาทันทีที่พวกนางเปิดประตูเข้ามา ซ่งเม่ยหลินที่ดวงตายังคงแดงก่ำเพราะเพิ่งผ่านการร้องไห้อย่างหนักมา นางอ้าแขนรับเจ้าตัวกลมขึ้นมาอุ้ม วันนี้นางกอดลูกรักไว้แน่นยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ การที่มีเขาอยู่ในอ้อมกอด และการที่เขากอดนางตอบอย่างออดอ้อน คือคำตอบ....ว่านางทำทุกสิ่งทุกอย่างไปทำไม ร้ายกับคนทั้งโลก เพื่อรักษารอยยิ้มบริสุทธิ์ของแกเอาไว้ เพื่อให้ครอบครัวเล็ก ๆ ของนางยังคงอยู่ เพื่อรักษารอยยิ้มของผู้คนที่ไม่เคยได้ลืมตาอ้าปาก “ได้โปรดอย่ากรรแสงอีกเลยนะพ่ะย่ะค่ะ” “พระองค์เป็นคนดีที่สุดเท่าที่กระหม่อมเคยพบเจอมา” เฟิ่งซื่อหมิงปาดน้ำตายามปลอบเจ้านาย เขาหมายความตามนั้น หากการเป็นคนดี...คือการปล่อยให้ตัวเองถูกทำร้าย ปล่อยให้ตัวเองถูกย่ำยีอยู่ร่ำไป

  • ซ่งเม่ยหลิน ข้ามิใช่คนดี   บทที่ 53 ไร้หัวใจอย่างสิ้นเชิง

    เงามืดที่คืบคลาน “พวกเราควรทำเช่นไรดี” “วาจาของมันศักดิ์สิทธิ์เทียบเท่าเทพเซียน” “ไม่ว่ามันจะเยื้องย่างไปที่ไหน...แม่น้ำก็กลับไปเป็นปกติทุกที่ไป” “และยิ่งมันเป็นฮ่องเต้ของแคว้นซ่างหยุน” “ยิ่งทำให้ความเชื่อของชาวบ้านยิ่งหนักแน่น” “มันคือคนที่สวรรค์เลือก ฮ่องเต้หย่งหลงเริ่มต้นปรึกษากับฮ่องเต้อีกสามแคว้น ชื่อของซ่างหวงตี้กำลังหลอกหลอนพวกเขา ทั้งเรื่องมันสังหารพี่ชายเมื่อเดือนก่อน พร้อมกับที่คนของมันก่อกบฏ แย่งชิงบัลลังก์มอบให้ผู้เป็นนายโดยเสียเลือดเนื้อเพียงน้อยนิด แม้ไรพิธีปราบดาภิเษกอย่างเป็นทางการ แต่...มันคือฮ่องเต้แห่งซ่างหยุนโดยชอบธรรม และอีกเรื่องที่ทำให้พวกเขานั่งไม่ติดไปตาม ๆ กัน ก็คือเรื่องที่มันเป็นคนที่สวรรค์เลือก หนึ่งเดือนที่ผ่านมา ดูผิวเผินเหมือนว่าพวกมันตกอยู่กับความเศร้าโศกที่ คณะทูตของพวกมันถูกไฟไหม้จนวอด เหลือผู้รอดชีวิตแค่ไม่กี่คน แต่ความรู้สึกบอกว่า... พวกมัน

  • ซ่งเม่ยหลิน ข้ามิใช่คนดี   บทที่ 9 จากเป็นดีกว่าจากตาย

    วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วในความรู้สึกณ หมู่บ้านฮวาโหวอันเงียบสงัดเช่นเดิม แม้โลกภายนอกจะปั่นป่วนด้วยข่าวลือและถ้อยคำสาปแช่งไม่ขาดสายก็ตามทีบุคคลผู้เป็นต้นตอของทุกคำกล่าวขานคนหนึ่ง... ยังคงมิได้สติโดยไม่มีทีท่าว่าจะตื่นในเร็ววันอีกคน...ยังยืนอยู่ได้ด้วยความหวังเพราะเจ้าตัวน้อยของนาง“จ้า จะ จะ

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-18
  • ซ่งเม่ยหลิน ข้ามิใช่คนดี   บทที่ 6 วัดใจ และ ชั่งใจ

    ท่ามกลางความทุกข์ที่ถาโถมทว่าในกระท่อมไม้เล็ก ๆ ซึ่งเป็นที่รักษาตัวของผู้ป่วยกลับมีเสียงหัวเราะแผ่วเบาดังขึ้นเมื่อยามราตรีเริ่มมาเยือนร่างกลมป้อมของเจ้าตัวน้อยเดินวนรอบตัวมารดา โดยมีมือกลมอวบจับไหล่นางไว้เพื่อไม่ให้ล้มลงไป“มะ มะ จ๋า”เจ้าตัวน้อยยิ้มหวานพลางพูดจาตามประสาเด็ก เดินเตาะแตะไปรอบ ๆเ

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-17
  • ซ่งเม่ยหลิน ข้ามิใช่คนดี   บทที่ 5 ศัตรูย่ามใจ

    ไม่นานเหตุการณ์ที่หน้าผา สั่นสะเทือนไปทั่วอาณาจักรซ่างหยุนอย่างรวดเร็ว ความเศร้าโศกเข้าครอบงำจิตใจผู้คนทว่ามิใช่กับผู้อยู่เบื้องหลังเงามืดของเรื่องเลวร้ายนี้ในคฤหาสน์หลังงามของตระกูลลั่ว เสียงหัวเราะแหบต่ำของชายผู้หนึ่งดังลอดประตูที่ปิดสนิทลั่วเหวินซาง บุตรชายคนโตของลั่วเฟยเทียนคหบดีแห่งภาคใต้ช

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-17
  • ซ่งเม่ยหลิน ข้ามิใช่คนดี   บทที่ 11 สามสิ่ง...ที่มักอยู่ได้ไม่นานในวังหลวง

    ไม่มีอีกแล้วคนพลัดถิ่น “ป้อ ป้อ จ๋า” “ท่านพี่ได้ยินไหมเจ้าคะ หานเอ๋อร์เรียกหาท่านอีกแล้ว” “รีบตื่นมาเล่นกับลูกเร็ว ๆ เถิด” “เย่น เย่น” “ใช่แล้วจ้ะ มาเล่นกับหานเอ๋อร์ของแม่” ซ่งเม่ยหลินยิ้มกว้างให้ลูกรักที่ยิ้มหวาน พลางยกมือยกไม

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-19
Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status