Masukฉันตื่นขึ้นมาด้วยสภาพเปลือยเปล่า ใครจะไปคิดอีกว่าข้างตัวฉันดันเป็นผู้หญิงหน้าตาดี คุณพระ! นี่ฉันเป็นเลสฯเหรอเนี่ย แม่สอนให้ฉันรับผิดชอบ แล้วฉันจะรับผิดชอบด้วยการขอเธอเป็นแฟน แต่เธอดันหัวเราะความคิดโบราณเหล่านี้ แล้วหลังจากนั้นชีวิตฉันก็เปลี่ยนไป จากที่กินอะไรไม่ลง ก็กินจนท้องป่อง เพิ่งรู้ว่าการกินอะไรไม่ลง ที่แท้ก็เพราะฉันเป็นโรคซึมเศร้า เศร้าที่เธอไม่รัก เอ้ย เศร้าที่ทำให้แม่จากไป แล้วผู้หญิงคนนี้ก็เป็นแรงบันดาลใจให้ฉันอยากหาย แต่เธอดันมีแฟนอยู่แล้ว แล้วเมื่อเธอปฏิเสธ ฉันเลยเลือกวิธี หันหลังให้กับโลกใบนี้ ตลอดกาล ------------------------------------------------- จากใจคนเขียน เรื่องนี้แม้จะปวดตับเพียงไร แต่ก็จบดีเจ้าค่ะ เรารับพรีออเดอร์รับจองเล่มเรื่องนี้ด้วย ราคาเล่ม 299 บาท ราคาอีบุ๊ค 149 บาท โพสต์ทุกวันจันทร์ พุธ ศุกร์นะคะ เวลาประมาณ 16.30 น.
Lihat lebih banyakฉันรู้สึกเหมือนใต้ผ้าห่มมีอะไรเคลื่อนไหว อะไรบางอย่างที่เนียนนุ่ม จนทำให้นึกถึงผิวเด็ก เดี๋ยวก่อน แต่ที่บ้านพ่อไม่ให้เลี้ยงสัตว์ แล้วจะเป็นอะไรไปได้
ถ้าไม่ใช่คน!
ฉันเปิดผ้าห่มดู เห็นสภาพตัวเองเปลือยเปล่า ข้างกายมีผู้หญิงผมสีน้ำตาลแถมไฮไลต์สีอ่อนนอนกอดอยู่
ไม่จริง!
ผู้หญิงเพอร์เฟ็กต์ หน้าสวย พ่อรวย แถมตลกคนนี้ จะนอนกอดกับผู้หญิง นี่ฉันเป็นเลสเบี้ยนไปตั้งแต่เมื่อไหร่?
เธอเงยหน้าขึ้น แล้วเปิดเปลือกตา เราสบตากันโดยไม่ได้นัดหมาย
"สวยจัง"
ฉันเปล่งเสียงโดยไม่รู้ตัว เมื่อเห็นใบหน้านั้นเต็มตา เธอสวยจนเวลาหยุด สวยจนฉันลืมเพศสภาพตัวเองไปเลย
"เธอเป็นใคร?"
"อีกแล้วเหรอ?"
เราเอ่ยออกมาคนละมุมมอง กลิ่นลมหายใจเรามีแต่แอลกอฮอล์ มองไปทั่วห้องก็มีแต่กองเสื้อผ้าที่ใส่มาเมื่อคืน
"หมายความว่าไง? อีกแล้ว?"
ฉันถามเธอ โดยไม่อาจละสายตาไปจากดวงตาคู่นั้นได้
"มาสร้องเพลงที่ผับ แล้วเราสองคนก็เมา จากนั้นมาสก็แทบจำอะไรไม่ได้เหมือนกัน"
"เรื่องแบบนี้ เกิดขึ้นบ่อยเหรอ?"
ฉันถาม สะบัดหัวไปมา พยายามลดอาการปวดหัวตุบๆ ที่รบกวนฉันในตอนนี้
"ก็เฉพาะกับคนสวย"
เธอคลี่ยิ้ม ส่วนฉันมุมปากยกขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ มองเสี้ยวหน้าที่ยังคงเอาตัวทาบทับอยู่บนตัวฉัน ด้วยความเขินอาย ฉันคิดอะไรสะระตะ ไม่อยากให้ความสัมพันธ์นี้จบลง เหมือนที่แม่เคยบอก ว่าเราต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เราทำ การนึกถึงแม่ ทำให้หัวใจสั่น น้ำตารื้นด้วยความคิดถึง
"ร้องไห้ทำไม คนสวย?"
มาสถามฉัน เอามือเช็ดน้ำตาให้
การนึกถึงแม่ที่ตายไปนานแล้ว ตอนอายุยี่สิบปี ทำให้ฉันไม่กล้าบอกความจริง กลัวจะดูไม่เท่ไม่คูลสำหรับเธอ
เธอขยับตัวที่ทับฉันอยู่ แล้วเปลี่ยนมานั่งมองหน้าฉัน ก่อนเอ่ย
"ไม่ต้องบอกชื่อก็ได้ แต่เราชื่อมาส เรียนปีสาม คณะบริหาร"
"เจนมิน ปีหนึ่ง คณะเดียวกัน"
เธอช่างอิสระเหมือนนก และราวกับฟ้าประทานมาสมาให้ฉัน เราเจอกันโดยบังเอิญ มีความสัมพันธ์กันโดยบังเอิญ และกำลังจะได้อยู่ในชีวิตกันโดยบังเอิญอีก อ๊ายยยยย ฉันช่างมีความสุข
ฉันจับหน้าเธอประคองด้วยสองมือเรียว
"เจนมินจะรับผิดชอบมาสเอง"
"ว่าไงนะ?"
มาสทำหน้างง ส่วนฉันยิ้มกว้างที่กำลังจะมีแฟนเป็นตัวเป็นตน เราอาจลองคบกันไปก่อน ถ้าไม่เวิร์คก็ต่างคนต่างแยกย้าย ฉันต้องหาแหวนไหมเนี่ย? เราจะประกาศเรื่องของเราดีไหม? แล้วพ่อจะว่ายังไงบ้าง?
"แม่บอกว่า เวลาเราทำอะไรลงไป ให้คิดถึงผลลัพธ์ให้ดี และรับผิดชอบการกระทำของเราด้วย"
ฉันกล่าวด้วยเสียงจริงจัง แต่มาสหัวเราะ
"เจนมินเป็นพระเอกยุคเก้าศูนย์หรือไง? มีอะไรกันแล้วต้องแต่งงานด้วย"
"ถ้ามาสอยากแต่ง เรารอให้เรียนจบก่อนไหม?"
เธอหัวเราะร่วน ตบมือลงบนเตียง ดูถูกใจกับคำพูดฉัน
"ยังไม่สร่างเมาอีกเหรอ?"
มาสเอียงคอทำหน้าสงสัย
"สรุปว่าจะคบไหม?"
"ไม่"
"น่านะ"
"ไม่เด็ดขาด แล้วก็ห้ามทำเหมือนมาสเป็นของเจนมิน พวกผู้ชายก็แบบนี้หมด ผู้หญิงโพซ้ายก็พอกัน ชอบหึง ทั้งๆ ที่ตัวเองไม่มีสิทธิ์"
ฉันใจแป้วกับคำว่า 'ไม่มีสิทธิ์' กะพริบตาถี่ๆ ไล่ความรู้สึกลบ แต่เมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว ก็ไม่อาจไล่ไปได้ ฉันหลุบตาลงต่ำ น้ำตารื้นอีกครั้ง
"อ่อนไหวจัง"
ฉันไม่ตอบ ก้มหน้างุด รู้สึกตัวเล็กนิดเดียว ไม่ใช่เพราะแค่ฉันมีใจให้เธอ แต่การถูกปฏิเสธทำให้ฉันน้อยใจ และด้วยเหตุผลบางอย่าง ทำให้ฉันเศร้าง่ายกว่าคนอื่น
มาสเช็ดน้ำตาให้ฉัน แต่น้ำตายิ่งไหลออกมา ฉันถึงกับหยุดพูดไปเลยด้วยซ้ำ ในใจมีแต่ความเศร้าสร้อย ใช้หลังมือป้ายน้ำตาที่ยังคงไหลออกมาไม่หยุด
"โอ๋ ไม่ร้องนะ เจนมิน ชอบมาสขนาดนั้นเลย พวกเราก็แค่วันไนท์สแตนด์กันเท่านั้นเอง กฎก็คือเสร็จแล้วต่างคนต่างแยกย้ายนะ
บอกแม่ให้ดูหนังยุคใหม่บ้าง อัปเดตด่วน"
ฉันเงียบลง มองหน้าเธอด้วยแววตาอ้างว้าง จนเธอได้แต่สงสัยว่าพูดอะไรผิดไป
"ไม่ทันแล้ว แม่ไม่อยู่แล้ว"
ฉันหน้าหมองลงอีก มือกำแน่น ถอนหายใจเสียงดัง
"ขอโทษที แต่เราเป็นผู้หญิงทั้งคู่ ถือว่าวิน-วินนะ เอ๊ะ! หรือว่าติดใจ? แต่เมื่อคืนเจนมินเริ่มก่อนเลยนะ"
เธอยิ้มกวนๆ ทำท่าสบายๆ เหมือนเอ่ยเรื่องนกเรื่องไม้
ประเด็นคือฉันจำไม่ได้ว่าเราทำกันอีท่าไหน ต้องโทษว่าเป็นความผิดของพ่อ ที่จำกัดการเข้าถึงเว็บโป๊ภายในบ้าน ฉันเลยไม่เคยดูเว็บโป๊หญิง-หญิง อย่างมากก็ได้อ่านการ์ตูนโป๊ชายหญิงที่เพื่อนพกมาโรงเรียน แล้วการที่ผู้หญิงได้กัน เขาทำกันอีท่าไหน ฉันไม่รู้จริงๆ
"อะ ล้อเล่น"
เธอยิ้มสดใสมาให้ฉัน หัวใจฉันเต้นผิดจังหวะไปนิดหนึ่ง ก่อนกลับมาเป็นปกติ
"ไหนๆ ก็เป็นรุ่นพี่รุ่นน้องกันแล้ว ขอสัมภาษณ์หน่อย ไปเอาบัตรประชาชนปลอมมาจากไหน ถึงเข้าผับนั้นได้ ที่นั่นเข้มมากเลยนะ ถ้าอายุไม่ถึงยี่สิบ เข้าไม่ได้เด็ดขาด"
"เจนมินบอกเลย ว่าไม่เรียกมาสว่าพี่หรอกนะ"
ฉันปั้นหน้าบึ้งใส่มาส ตอบไม่ตรงคำถาม ถ้าบอกหมดฉันคงน่าสนใจน้อยลง มันต้องน่าสงสัยแบบนั้น ไอ้เจนมิน!
"ไม่น่ารักเลย"
เธอใช้สองมือบดขยี้แก้มนิ่มๆ ของฉันอย่างหมั่นเขี้ยว มันจะกลายเป็นการเอ็นดูแบบพี่น้องหรือเปล่านะ?
"แล้วมาสชอบผู้หญิงเหรอ?"
ฉันใช้โอกาสทองนี้ ถามทุกอย่างที่อยากรู้
"มาสไม่ติดว่าเพศอะไรหรอก ให้ถูกใจก็พอ"
เธอลุกออกจากผ้าห่ม ฉันเอามือปิดตา แต่ก็แอบมองลอดนิ้วออกไป เธอมีสัดส่วนทองคำ และบอกได้คำเดียวว่าน่ามองไปทุกส่วน
"จะมองอีกนานไหม?"
"ก็ยืนให้มอง"
ฉันเถียงก่อนลุกขึ้นบ้าง แต่ไม่ใจกล้าขนาดนั้น รีบเอาเสื้อผ้ามาใส่ เมื่อคืนฉันใส่แจ็กเก็ตลายสก็อตทับบนเสื้อยืดสีขาว ใครๆ ก็บอกว่า เท่เหมือนแบมแบม
"เคยมีคนบอกเจนมินไหม? ว่าตอนไม่ยิ้มก็สวย แต่เวลายิ้ม ทำเอาลืมหายใจเลย"
ฉันยิ้มออกมา เป็นยิ้มที่จริงใจที่สุด ตั้งแต่แม่เสีย ผู้หญิงคนนี้เป็นใคร? เธอใช้คาถาอะไร? ถึงเสกให้ฉันยิ้มได้ขนาดนี้ แม่คะ หนูว่าแม่ได้เจอกับว่าที่ลูกสะใภ้แล้ว แม่สบายใจได้ หนูจะดูแลเธอเอง
"เห็นไหม? เจนมินยิ้มแล้ว"
แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่า เธอไม่ได้มีแค่ฉัน แต่หิ้วสาวสวยคนอื่นขึ้นมาจนเป็นปกติ
มันแปลว่าฉันไม่ใช่เนื้อคู่เธอ แค่คนเดียว
ฉันเบะปาก ก่อนกอดอก
"ถ้าเราจะคบกัน เจนมินต้องทำยังไง?"
"ทำแต้มในใจมาสให้เต็มร้อยก็พอ"
"แล้วตอนนี้ได้คะแนนเท่าไหร่?"
"ไม่บอก"
เธอสะบัดหน้าไปอีกทาง ดีเหมือนกันที่เธอไม่แสร้งให้ท่าฉัน เพราะมันจะยิ่งทำให้ฉันอยากไขว่คว้าเธอมา มากไปกว่านี้
ถ้าฉันบอกเธอว่าห้องนอนของเธอ ขนาดเท่าห้องน้ำที่บ้านฉัน แต้มที่ว่าจะได้มากขึ้นหรือเปล่า?
ฉันเสมองไปรอบห้องอย่างสำรวจ แต่ไม่เจอรูปแฟน หรือเบาะแสที่ว่าเธอมีเจ้าของแล้ว มันแปลว่าฉันมีโอกาส!
"เจนมินสวย แล้วเจนมินก็ซื้อทุกอย่างที่มาสอยากได้ด้วย"
"อาฮะ น่าสนใจ อะไรอีก?"
"เจนมินเป็นคนรับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเอง"
เธอกลั้นขำ เมื่อฉันยกประเด็นนี้ขึ้นมาอีก
"เจนมินวาดรูปสวย"
"โห อารมณ์ศิลปิน"
"ที่สำคัญ ส่วนสูงเราพอเหมาะกัน"
"ยังไง?"
"ก็ถ้ามาสซบหน้าลง ก็จะอยู่ในระดับไหล่เจนมินพอดี เข้ากันเหมือนตัวเลโก้ เห็นมะ? ดีจะตาย"
มาสอ้าปากเหมือนจะพูดอะไรสักอย่าง หุบปากลง แล้วอ้าปากอีกครั้ง แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร มีคนเสียอาการแล้วหนึ่ง
จู่ๆ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น เป็นรหัสหนึ่ง-สอง มาสยิ้มอย่างยินดี ฉันเพิ่งเคยเห็นรอยยิ้มแบบนี้ของมาสเป็นครั้งแรก ในวันเดียวฉันได้รู้เห็นอะไรที่เกี่ยวกับเธอหลายอย่าง
"แฟนมาสมา"
ห้ะ? เธอมีแฟนแล้ว แล้วเรื่องของเราคืออะไร ยัยนั่นเป็นใคร? มาลูบคมเจนมินเข้าซะแล้ว
สวัสดีค่ะทุกคน
ยินดีต้อนรับสำหรับตอนแรกของเรื่องรักนี้ควรมีกี่ตอนนะคะ (Fake Smiles)
ฝากเด็กๆ ทุกคนในเรื่องด้วยนะคะอย่าลืมกดเรตติ้ง กดหัวใจ กดติดตาม และคอมเม้นท์ด้วยน้า
มาสเขียนไดอารี่ฉบับนี้ขึ้น เพื่อไม่ให้ตัวเองลืมเรื่องของคนพิเศษในใจมาส คนที่ชื่อเจนมิน มาสตื่นขึ้นมาด้วยสภาพแฮงก์ โดยมีผู้หญิงคนหนึ่งข้างกาย สัมผัสแรกที่เห็นหน้าเธอ คือเจนมินสวยจนชวนหลงใหล ประเภทอยากตามตื๊อเป็นแฟนตลอดไป คำแรกที่เธอพูดกับมาสคือ 'สวยจัง' เธอคงไม่รู้ว่า เธอก็สวยไม่แพ้ใคร แววตาเศร้าสร้อยทำให้มาสอยากปกป้อง และที่น่าแปลกคือเธออยากรับผิดชอบคืนนั้นของเรา แน่นอนว่ามาสหัวเราะ เพราะสมัยนี้เขาไม่คิดแบบนั้นกันแล้ว เธอเข้ามาป้วนเปี้ยนรอบๆ ตัวมาส หาข้ออ้างมาเจอด้วยการรับน้องบ้าง อยากหาเพื่อนกินข้าวบ้าง เธอไม่เคยหยุดพยายาม ที่จะรู้จักมาสให้มากขึ้น จนกระทั่งมีคนบอกเธอว่า มาสเป็นเมียน้อยคนอื่น มาสไม่เคยอายเรื่องระหว่างมาสกับพี่กฤษณ์ แต่ตอนนั้นมาสอายเ
ในมุมมองของมาส มาสขอร้องสราญเป็นครั้งสุดท้าย ขอเข้าไปหาเจนมินเพื่อร่ำลา สราญบอกมาสว่า เมื่อคุณเดชไปเตรียมสถานที่จัดงานศพ สราญจะโทรบอกมาส มาสรออยู่ที่ลานจอดรถนาน เสียงรถเข้าออกค่อยๆ เลือนหายไปจากโสตประสาทของมาส มาสได้ยินแต่เสียงเจนมินพูด เจนมินหัวเราะอยู่ในหัว คนคนนั้นจะพูดมากเฉพาะกับคนที่สนิทเท่านั้น เสียงที่แท้จริงที่มาสได้ยินในตอนนี้ คือเสียงลมหายใจของมาสเอง มันดังเพื่อแสดงว่า ไม่ว่าจะเจ็บแค่ไหน แต่มาสก็ยังอยู่ ยังไม่ตาย แต่อยู่อย่างทรมาน และด้วยความรู้สึกผิด มาสยืนอยู่นาน จนตัวทั้งตัวกลายเป็นก้อนหิน ก้อนหินที่เจ็บปวดได้ มาสไม่ได้ร้องไห้ ไม่มีเสียงสะอื้น มีแต่ห้วงลมหายใจขาดช่วง ทุกครั้งที่มาสคิดถึงเจนมิน ใจมาสเหมือนจะขาด เหมือนจะตายตามไป แต่ที่
หมายเหตุ *** มีฉากรุนแรงสูง ผู้อ่านที่จิตใจอ่อนไหวควรได้รับคำแนะนำ ฉันถามเอไอแล้ว ว่าฆ่าตัวตายด้วยวิธีไหนเจ็บน้อยที่สุด แต่เอไอไม่ตอบ ทั้งๆ ที่รู้แต่ก็ไม่ตอบ มันน่าโมโหไหมละ ฉันคิดถึงแม่ บางทีถ้าฉันตาย ฉันอาจไปอยู่บนสวรรค์เหมือนแม่ ได้นอนตักนางฟ้า ได้ฟังเสียงดนตรีรื่นหู มีหน้าตาผิวพรรณแบบนางฟ้า ก็ไม่เลว แต่ฉันก็มีลางสังหรณ์ ว่าถ้าตายแบบฆ่าตัวตาย จะได้ไปอยู่รวมกับพวกที่ทำความดีสะสมไว้มากมายหรือเปล่า มันเป็นการทำร้ายจิตใจพ่อแม่ ฉันจึงสืบค้นทางอินเทอร์เน็ต เท่าที่จับประเด็นได้ ทางศาสนาพุทธบอกว่า ถือเป็นกรรมหนัก แม้จะฆ่าตัวเองก็ตาม การฆ่าตัวตายไม่ใช่การหนีทุกข์ แต่เป็นการสร้างทุกข์ต่อไป หลังตายจะไปเกิดในอบายภูมิ เพื่อเผชิญทุกข์แบบซ้ำๆ ฉันขนลุกซู่ เมื่อพบว่าฉันจะจมอยู่ในทุกข์ เรื่องเดิมๆ ซ้ำๆ แต่ฉันไม่อยากอยู่
เรามาถึงหน้าหอพักของมาส แล้วนั่งรอกันครู่ใหญ่ พี่ดีว่าบอกเราว่า คุณกฤษณ์ส่งข้อความหามาส จะมาหาเธอวันนี้ แต่พี่ดีว่าแอบลบข้อความนั้น แล้วนัดมาสให้มาเจอกับฉัน และมาสก็ตอบตกลง รถตู้ของพ่อปิดฟิล์มสีดำจนมองไม่เห็นอะไร เมื่อมาสลงมาจากห้อง ฉันก็ปรี่เข้าไปหา "ไปกับเจนมิน" "ได้สิ" มาสคงแปลกใจที่ฉันรีบร้อนพาเธอไป และพบสราญกับพี่ดีว่าบนรถด้วย "ไฮ เพื่อนสาว" ดีว่าทักด้วยเสียงสดใสปลอมๆ "จะไปไหนคะ เจนมิน? ถ้าเจนมินไม่ตอบมาสจะลงจากรถเดี๋ยวนี้!" "ไปหาหมอ ไปตรวจว่ามาสท้องจริงหรือเปล่า?" มาสถอนหายใจ ส่ายหน้า "เจนมินรู้ว่ามันไม่ใช่กงการอะไรของเจนมิน แต่เจนมินเป็นห่วง"&n
พ่อบังคับฉันให้ตรวจสมอง ราวกับว่าพฤติกรรมของฉันในช่วงหลังๆ ทำให้พ่อกังวล หรืออันที่จริงเพราะพ่อห่วงที่หัวฉันกระแทกมาสองครั้งแล้ว พ่อที่จำหน้าใครไม่ค่อยได้ เพราะต้องพบเจอผู้คนมากมาย และถ้าไม่สำคัญจริงๆ ก็ไม่อยากเ
ฉันเคาะประตูห้องมาส ยกมือขึ้นพนม แล้วทำหน้าตาน่าสงสาร ฉันรู้ว่ามาสต้องมองผ่านตาแมว จึงออดอ้อนให้มากที่สุด และมันก็ได้ผล! มาสไม่เพียงเปิดประตู แต่ยังยกคิ้วเชิงหยอกล
"...มิน เจน..." ฉันได้ยินเสียงเรียกขาดๆ หายๆ มาจากที่ไกลๆ เลยลืมตาขึ้นมอง ฉันพบว่าตัวเองนอนอยู่ในโรงพยาบาล กลิ่นน้ำยาทำความสะอาดบอกฉันว่า นี่ไม่ใช่ฝัน "...ยิน ไหม?"
หมายเหตุ *** มีฉากรุนแรงสูง ผู้อ่านที่จิตใจอ่อนไหวควรได้รับคำแนะนำ ฉันขับปอร์เช่คันโปรดมาจอดทิ้งไว้ใต้หอพักของมาส ก่อนเดินขึ้นห้องมาส เธอเดินมารับด้วยความยินดี ฉันเลือกที่นั่งบนโซฟาข้างซ้ายอย่างเคย และตอนนี้