بيت / โรแมนติก / ซ่อนเสน่หา / ๑๒ นิรันดรไม่มีอยู่จริง

مشاركة

๑๒ นิรันดรไม่มีอยู่จริง

مؤلف: Kaowsethong
last update تاريخ النشر: 2024-11-05 14:31:23

๑๒

นิรันดรไม่มีอยู่จริง

เมื่อคิดได้ดังนั้นร่างสูงจึงตัดสินใจจะคุยกับบุลลาให้เป็นเรื่องเป็นราวเพื่อจะได้ไม่เกิดการผิดใจกันอีกครั้ง ผละออกจากร่างเล็กแล้วมองใบหน้าหวานที่มีคราบน้ำตาก็ยกมือขึ้นเช็ดให้อย่างแผ่วเบา ดวงหน้าคมคลายความกังวลเมื่อปัญหาที่เกิดขึ้นได้รับการแก้ไขลงไปบ้างแล้ว

"นายห้ามทำแบบนั้นอีกนะ ถึงจะโกรธกันแค่ไหนแต่อย่าใช้กำลังบังคับนะ"ภาพเหตุการณ์วันนั้นยังตามมาหลอกหลอน หากพณณกรใช้กำลังกับเธอจริงไม่รู้ว่าตอนนี้จะยังให้อภัยเขาหรือเปล่า การร่วมรักควรเกิดจากความยินยอมของทั้งสองฝ่ายไม่ใช่ใช้กำลังบังคับ

"ไม่ทำอีกแล้ว"ลูบศีรษะเล็กก่อนจะยิ้มให้เพียงเล็กน้อย

แต่กลับส่งผลให้อุ่นไปทั่วหัวใจ

"ส่วนเธอก็ไปลาออกจากที่ทำงานซะ"

สิ่งที่กลัวได้เกิดขึ้นจริงเมื่อร่างสูงพูดกึ่งบังคับให้ออกจากงานที่กำลังไปได้สวยและรายได้ดี ใบหน้าหวานนิ่งไปอย่างใช้ความคิด หากเธอตัดสินใจทำตามที่ชายหนุ่มบอกแต่ละเดือนก็แทบไม่มีเงินใช้หนี้ด้วยซ้ำ ทว่าถ้าไม่ทำก็จะมีแต่ปัญหาระหว่างกันตามมาไม่จบสิ้น

ควรเลือกทางไหนดี

"ฉันมีหนี้ต้องใช้อีกเป็นแสนเลยนะ ถ้าไม่ทำงานจะเอาเงินที่ไหนไปให้เขา"ยอมเอ่ยเรื่องที่ปกปิดเอาไว้เพราะอับอายแต่ในเมื่อได้เปิดใจคุยกันก็คงต้องพูดจนหมดเปลือกว่าเหตุผลที่ทำให้ต้องตรากตรำทำงานทั้งที่เหนื่อยสายตัวแทบขาดคืออะไร

"กี่แสนว่ามาเลย ฉันจะใช้ให้เองขอแค่เธอไปลาออกจากที่นั่นก็พอ" เขาจริงจัง

จนร่างบางสัมผัสได้จ้องใบหน้าคมนิ่งแล้วมองเข้าไปในดวงตาเรียว

"ฉันไม่ได้จะดูถูกนะ แต่นายมีเงินเหรอไม่ใช่น้อย" สัตวแพทย์หนุ่มไม่ถามถึงสาเหตุการติดหนี้แต่เขากำลังจะใช้เงินที่เก็บหอมรอมริบเพื่อปลดพันธนาการให้ผู้หญิงซึ่งตนเองยังไม่มั่นใจด้วยซ้ำว่ารักหรือเปล่า

ขอเพียงแค่ให้เธอออกห่างจากกรรชัยเป็นพอแล้ว

"ถึงหน้าฉันจะจนแต่ในบัญชีธนาคารก็พอมีประมาณหกหลัก" ไม่ได้บอกความจริงไปทั้งหมดว่าเงินเก็บที่มีและรายได้แต่ละเดือนมากพอจะซื้อที่ดินกว่าพันไร่เพื่อเป็นของขวัญให้ร่างบางได้ด้วยซ้ำ

"นายพูดจริงเหรอ" ถามอย่างไม่แน่ใจ

จนมือหนายกมาโยกศีรษะเล็กด้วยความมันเขี้ยว

"พรุ่งนี้ฉันจะพาไปจ่ายเงิน เดี๋ยวเราลงไปกรุงเทพฯ กัน"

ทุกอย่างรวดเร็วจนหล่อนตั้งตัวไม่ทัน ก่อนเขาจะจับจูงมือเข้าไปภายในบ้าน จึงรู้ว่าตั้งแต่ทะเลาะกันบุลลากลับไปนอนที่บ้าน ส่วนตนก็ดื่มเหล้าเมาแต่หัววัน ปล่อยเรือนหอหลังเล็กให้ร้างมีฝุ่นเกาะ จึงช่วยกันทำความสะอาดจนเย็นย่ำ

ความสุขกลับมาสู่สามีภรรยาอีกครั้ง ภายในห้องครัวมีแต่เสียงหัวเราะ ทั้งร่างสูงโดนเอ็ดอย่างไม่จริงจังจากหญิงสาวที่เขาเอาแต่กวนเธอจนแทบไม่ได้ทำอาหารเย็น คงต้องยอมรับเสียแล้วว่าการที่มีพณณกรอยู่ด้วยมันทำให้เธอมีความสุขกว่าการอยู่คนเดียว

..หวังว่าต่อไปนี้จะมีเพียงเรื่องราวดีๆ เกิดขึ้น

วันต่อมาทั้งคู่มุ่งหน้าสู่เมืองหลวงของประเทศโดยยืมรถจากชลธี ระหว่างทางก็แวะซื้อของกินเพื่อสนองความต้องการของคุณภรรยามาตลอด ทั้งขนมไทยอย่างทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทองหรือจะเป็นของคาวอย่างปิ้งหมูกว่าหกไม้ที่หล่อนจัดการคนเดียวจนหมด

"นี่คนหรือหมู่กันแน่ กินอะไรเข้าไปเยอะแยะ"

คนโดนบ่นหันมองตาขวางทั้งที่ปากยังเคี้ยวของหวาน

"ดูสิ ท้องเริ่มออกแล้วเนี่ย" ยื่นมือมาจับหน้าท้องที่เคยแบนราบกลับนูนขึ้นเล็กน้อยแต่ไม่ได้ดูน่าเกลียด

จนร่างบางเริ่มเสียความมั่นใจหยุดการกินไปทันที

"ไอ้บ้า คนกินใครให้พูดเรื่องอ้วน ไร้มารยาทจริงๆ เลย ไม่กงไม่กินมันแล้ว" เก็บอาหารทันที

จนใบหน้าคมอมยิ้มในความขี้งอนของร่างบาง เขาหยิกแก้มหล่อนอย่างมันเขี้ยว ขณะที่ฝ่ายโดนกระทำพยายามปัดมือเขาออก กอดอกหันหน้าออกนอกหน้าต่างทันที

"งอนเหรอ" ถามเสียงกลั้วหัวเราะ

"เปล่าสักหน่อย!" กระแทกเสียงทั้งที่ปากปฏิเสธ ต่อให้เด็กมาดูก็รู้ว่าโกรธแน่นอน

คนขี้แกล้งก็จับศีรษะเล็กโยกไปมา ทว่าหล่อนก็ปัดมือเขาออกทันที

"เอ๊ะ ขับรถก็ขับไปสิ อย่ามาจับได้ไหม" ว่าเสียงสะบัดจนคนเริ่มก่อนต้องใช้คำพูดที่ผ่อนคลายบรรยากาศ

"แค่ล้อเล่นนิดเดียวเอง ไม่อ้วนหรอก"

ถึงจะว่าอย่างนั้นแต่ผู้หญิงได้เสียความมั่นใจไปแล้วก็ไม่หายโกรธง่ายๆ ยังคงเม้มปากเงียบไม่โต้ตอบอะไร

"ถ้าเธออ้วนฉันก็จะอ้วนเป็นเพื่อนไง ดีไหม อ้วนไปด้วยกัน"

ประโยคราวกับจะบอกถึงความนัยว่าต่อจากนี้เขาจะอยู่กับเธอตลอดไป ก็ทำให้ผินมามองใบหน้าคมที่จดจ้องถนนเบื้องหน้าทั้งที่มืออีกข้างเอื้อมมาจับหัวเธอแล้วลูบแผ่วเบา ความอบอุ่นโอบล้อมจนคลายความโกรธอย่างง่ายดาย

ชีวิตนี้จะโกรธเขาได้นานสักแค่ไหน เพียงได้ยินประโยคที่แสดงถึงความจริงใจหล่อนก็อ่อนยวบลงง่ายดายจนเผลอหลุดยิ้มให้ได้เห็น ที่จริงก็ไม่ได้โกรธจริงจังหรอกแค่อยากได้ยินถ้อยคำอ่อนหวานจากผู้ชายแข็งกระด้างเท่านั้นเอง

เมื่อคืนกว่าจะพูดคุยเรื่องหนี้สินจบก็ปาไปค่อนคืน ทำให้ร่างบางหลับและร่างสูงก็ขับด้วยความเร็วที่ช้ากว่าปกติเพราะกลัวรบกวนภรรยาที่อยู่ในห้วงนิทราจากชายหนุ่มผู้ไม่ค่อยใส่ใจใคร วันนี้กลับลดระดับความเร็วของรถล งทั้งที่ตนเองเป็นคนชอบความเร็ว

บางทีเรื่องเล็กน้อยที่ทำให้กันก็สามารถทลายหัวใจของเธอได้จนตอนนี้แทบไม่อยากห่างจากร่างสูงไปไหน

ทั้งสองเลือกจะไปกลับโดยไม่พักที่เมืองหลวงตรงไปที่ธนาคารจัดการเรื่องต่างๆ จนภูเขาที่บุลลาเคยแบกไว้บนบ่าถูกปลดออกจนโล่ง ใบหน้าหวานฉีกยิ้มกว้างเมื่อเห็นว่าตนเองเป็นคนไร้หนี้อย่างสมบูรณ์แบบเมื่อมองเอกสารของทางธนาคารที่ให้เป็นเครื่องยืนยัน

"ขอบคุณมากเลยนะ" เปิดประตูจากสำนักงานใหญ่ของธนาคารชื่อดังก็หันมาเอ่ยกับร่างสูงด้วยแววตาซาบซึ้ง

"เรียกพี่เอิร์ธให้ชื่นใจหน่อย"

ไม่บ่อยนักที่บุลลาจะเรียกชายหนุ่มว่าพี่แต่ ณ เวลานี้เขาขออะไรก็ต้องยอมทุกอย่างจึงกอดแขนแกร่งพลางแนบหน้าซบลงอย่างออดอ้อน

"ขอบคุณมานะคะพี่เอิร์ธ"

ได้ยินเพียงเท่านั้นใบหน้าคมก็ยิ้มจนปากแทบฉีกถึงหู บ่งบอกว่าคนฟังมีความสุขนักหนา ทั้งที่มันเป็นแค่คำพูดเท่านั้น อย่างที่บอกว่าอาวุธที่ร้ายสุดคือวาจา หาใช่มีดหรือปืน บางคราก็ทำให้สุขจนเหมือนลอยจากพื้นแต่บางครั้งก็สร้างความเศร้าจนเหมือนไร้เรี่ยวแรง

"แต่ฉันสงสัยจริงๆ ว่านายเอาเงินมาจากไหนเยอะแยะ" ระหว่างเดินไปขึ้นรถก็อดถามเป็นรอบที่สิบไม่ได้

แต่คำตอบก็เหมือนเดิมทุกครั้ง

"เงินเก็บนั่นแหละ ให้เธอฉันก็หมดตัวแล้วจากนี้ก็ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับคุณภรรยา" กดรีโมทเปิดรถแล้วผละจากร่างบางทันที อันที่จริงเขาคิดว่าความลับเรื่องฐานะทางบ้านจะแตกตั้งแต่วันที่ไปจดทะเบียนแล้วเพราะนามสกุลที่โชว์หราอยู่บนใบทะเบียนสมรส ทว่าบุลลากลับไม่สนใจสักนิด ไม่แม้กระทั่งเปลี่ยนนามสกุลด้วยซ้ำและจนถึงวันนี้หล่อนก็ยังคงคิดว่าพณณกรเป็นเพียงสัตวแพทย์หนุ่มที่มีเงินเดือนเพียงหนึ่งหมื่นห้าพันบาท

"ต่อจากนี้ไปฉันจะเลี้ยงดูนายเอง ไม่ต้องเป็นห่วงนะ" ขึ้นมาบนรถก็ตบบ่าร่างสูงเป็นการปลอบใจ

จนเขาส่ายศีรษะนึกขำท่าทางองอาจที่จงใจปั้นแต่ง

"ขอบคุณที่เมตตานะครับคุณผู้หญิง"

รถยนต์เคลื่อนตัวออกจากลานจอด มุ่งกลับไปยังจังหวัดที่ตนเองอาศัยแต่แล้วปลายทางก็เปลี่ยนไปเมื่อร่างบางนึกขึ้นได้ว่าตนอยากไปซื้อดอกไม้เพื่อปลูกให้ความสวยงามบริเวณรอบบ้าน

"พาไปจตุจักรก่อนได้ไหม ฉันอยากได้ดอกไม้" ถามเสียงหวานพร้อมดวงตาที่จ้องไม่กะพริบราวต้องการให้เขาตอบตกลง

ซึ่งชายหนุ่มก็ไม่ทำให้คนรักผิดหวัง เปลี่ยนเส้นทางที่จะกลับบ้านหลังเล็กเป็นสวนจตุจักรซึ่งตนเองไม่ค่อยได้ไปเดินทันที สร้างรอยยิ้มบนใบหน้าสวย

"ทำไมเดี๋ยวนี้พูดง่ายจังเลย" เอื้อมมือไปบีบบ่าหนาอย่างเอาอกเอาใจ

"กลัวเมียไปมีผัวใหม่เลยต้องเอาใจหน่อย" คำตอบตรงไปตรงมาพร้อมรอยยิ้มมุมปาก

ทำให้มือที่บีบนวดเปลี่ยนเป็นตีลงเสียงดังทำเอาคนขับรถสุดหล่อสะดุ้งโหยง

"อีกแล้วนะ! บอกว่าไม่มีก็ไม่มีสิ"

"ครับๆ ขอโทษครับผม" เสียงหยอกล้อบนรถดังตลอดเส้นทางที่ตรงไปยังตลาดจตุจักรในยามสาย

เมื่อมาถึงลานจอดรถก็มีที่ว่างให้เข้าจับจองทันที ไม่ต้องวนรถให้เสียเวลา มือหนาเอื้อมไปคว้ามือเล็กมากอบกุมเอาไว้ขณะที่เดินดูดอกไม้ซึ่งมีไม่กี่ร้านเพราะยังไม่ถึงเวลาเปิด

"อยากได้ดอกอะไร" เอ่ยถามจนใบหน้าหวานต้องนิ่งคิด

"ดอกมะลิ ดอกแก้ว ดอกซ่อนกลิ่น" บุลลาชอบดอกไม้สีขาวช่อเล็กที่ส่งกลิ่นหอมไปทั่วบ้าน

ต่างจากพณณกรที่ค่อยพิสมัยกลิ่นของมันสักเท่าไหร่เพราะรู้สึกว่าหอมแสบจมูกเกินไป แต่ถ้าอยู่บนตัวของร่างบางเขาก็จะสูดดมทั้งวันจนกว่ากลิ่นของมันจะสลาย

"เอ๊ะ" ระหว่างที่เดินชมสวนอย่างมีความสุข ดวงตาคมก็หันไปเห็นร่างสูงที่คุ้นเคย

กองทัพ..ไม่ผิดแน่ เพื่อนที่พึ่งกลับมาคืนดีกันและมันก็เพียรโทรหาเขาหลายครั้งแต่เพราะงานยุ่งทั้งยังไม่อยากคุยจึงไม่รับสาย

"มีอะไรเหรอ" ร่างบางหยุดชะงักก่อนจะมองตามเขา ก็พบว่าพณณกรจ้องผู้หญิงรูปร่างสะโอดสะองทั้งยังมีใบหน้าหวานซึ้ง ผิวขาวเนียนสวยอย่างธรรมชาติจนน่าอิจฉา ริมฝีปากบางเม้มทันทีก่อนจะตีเข้าที่แผงอกหนา

"นายมองผู้หญิงคนนั้นใช่ไหม"

คนโดนตีไม่รู้เรื่องเพราะหญิงสาวคนนั้นแทบไม่อยู่ในสายตาเลยจนกระทั่งเพ่งมองดีๆ จึงรู้ว่าคนที่ยืนข้างกองทัพคือน้องสาวซึ่งรู้จักกันตั้งแต่เด็กอย่างณชา

ทำไมมาด้วยกัน..

"เปล่า ฉันมองผู้ชายที่ยืนข้างกันต่างหาก"

คนหึงหน้ามืดก็หันไปดูอีกครั้งเพิ่งรู้ว่ามีผู้ชายหน้าตาดีผิวพรรณสะอาดตาอยู่ด้วย แถมแต่งตัวคล้ายกันอีก ฟันธงได้อย่างไม่ต้องพึ่งหมอดูคนไหนว่าอย่างไรสองคนนี้ก็เป็นแฟนกันแน่นอน เมื่อคิดดังนั้นคิ้วที่ขมวดเป็นปมก็คลายลง

"แล้วมองทำไม" เสียงที่เคยแข็งอ่อนเล็กน้อย

"หมอนั่นมันเป็นเพื่อนฉัน เคยยืมเงินไปเกือบแสนแล้วก็เชิดเงินไปเลย" โกหกคำโตเพราะไม่อยากอธิบายให้ยุ่งยาก กลัวว่าให้พูดเรื่องนี้จะต้องบอกเรื่องอื่นอีกจนความลับที่ปิดบังเอาไว้แตกออกมา

"ว่าไงนะ! นายบ้าไปแล้วเหรอ เขายืมเงินไปเป็นแสนไม่ทวง เดี๋ยวฉันจัดการเอง" หล่อนโมโหเลือดขึ้นหน้าก่อนทำท่าทางขึงขังมุ่งตรงไปยังสองหนุ่มสาวที่ยืนเลือกต้นไม้

จนสัตวแพทย์ผิวเข้มคว้าไว้ไม่ทัน

..ทำยังไงดีวะไอ้เอิร์ธ แบบนี้แผนจะแตกหรือเปล่า

คิดอย่างกลัดกลุ้มโดยตาไม่คลาดเคลื่อนจากบุคคลที่ขึ้นชื่อว่าภรรยา เขาไม่อาจได้ยินว่าสามคนนั้นพูดอะไร แต่ใบหน้าของกองทัพที่มึนงงก็บอกทุกอย่าง จนอดยิ้มมุมปากไม่ได้ คงเจอฤทธิ์แม่เจ้าประคุณเข้าไปจนทำอะไรไม่ถูก ซึ่งณชาก็มีอาการไม่แตกต่างกันมากนัก

มีเพียงบุลลาที่พูดไม่หยุดก่อนใบหน้าหวานของอดีตพริตตี้สะบัดหนีพร้อมเดินกลับมาหาสามีที่ยืนรอท่า

เขารีบคว้าแขนเธอแล้วเดินหนีไม่ให้กองทัพเดินตามเพื่อเค้นความจริง

"เมื่อกี้เธอพูดอะไร" ถามด้วยความอยากรู้

"ก็ด่านิดหน่อย ไม่แรงมากหรอก หน้าตาก็ดีไม่น่าหนีหนี้เลย"

ว่าอย่างเสียดายจนคนข้างกายหน้าตึงจนต้องโอบไหล่ภรรยามาใกล้ตัว

"เธอกำลังชมคนอื่นว่าหล่อต่อหน้าฉันนะ" ย้ำเสียงเข้ม

จนบุลลาต้องหันมายิ้มหวานใส่

"ก็แค่หล่อแหละน่า ถ้าให้เทียบกัน นายหล่อกว่าหมอนั่นตั้งเยอะ" ชมอย่างเอาใจ

จนใบหน้าบึ้งต้องอมยิ้มอย่างอารมณ์ดีอยากจะจับจูบเป็นการให้รางวัลเสียเหลือเกิน

"แน่สิ ตอนเรียนฉันป็อปจะตาย มีแต่คนมาจีบ" อวดอย่างภาคภูมิใจ ยิ่งวันวาเลนไทน์ของบนโต๊ะล้นจนต้องแจกจ่ายให้เพื่อนในห้อง หรือตอนแข่งกีฬาก็ได้ยินเสียงเรียกชื่อตนเองดังก้องสนามจนเพื่อนเอ่ยแซว ความฮอตของนายพณณกรมีมาตั้งแต่ประถมลากยาวถึงมหาวิทยาลัย

"จ้า พ่อคนหล่อ" ว่าแล้วก็หัวเราะทันที ลืมเลือนเรื่องเมื่อครู่ไปสิ้น ไม่ถามแม้กระทั่งว่าเขามีเงินหลายแสนได้อย่างไรเพราะความสนใจถูกดึงไปยังเหล่าดอกไม้กลิ่นหอมจนหน้ามืดตามัว เลือกซื้อจนถือแทบไม่ไหว แล้วคนซื้อก็ไม่ได้ถือเองเพราะหน้าที่นั้นเป็นของคุณสามีที่ต้นไม้แทบจะบังหน้ามองไม่เห็นทาง

"พอแล้วแหละ เงินหมดแล้ว" มองดูอย่างแสนเสียดายก่อนจะหันมาบอกร่างสูงซึ่งยืนหน้าบึ้งเพราะหนัก

"ก็ควรจะพออยู่หรอก เธอซื้อเยอะขนาดนี้จะปลูกป่าหรือไง"

หล่อนหัวเราะเสียงใสแล้วช่วยเขาถือไปไว้ที่รถ บ่ายคล้อยก็ได้ฤกษ์เคลื่อนตัวกลับรังรักของตนโดยเปิดเสียงเพลงคลอตลอดทาง ถึงแม้ว่าคนที่ต้องการฟังจะนอนหลับไม่รู้เรื่อง ปล่อยให้ชายหนุ่มขับรถพลางฮัมเพลงอย่างมีความสุข

แอบมองใบหน้าหวานที่เอนไปซบหน้าต่างก็อมยิ้มนึกเอ็นดูขึ้นมา ใครจะคิดว่าผู้หญิงเจ้าสำอางดูเหมือนคนเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อจะมีความเป็นแม่บ้านแม่เรือนขนาดนี้ ทำอาหาร ทำความสะอาดบ้าน ซักผ้า ปลูกต้นไม้ หล่อนมีทุกอย่างครบจนร่างสูงรู้สึกว่าตนเองเหมือนถูกล็อตเตอรี่รางวัลที่หนึ่ง

แต่เสียอย่างเดียว..เห็นแก่เงินไปหน่อย

ไม่เป็นไร เรื่องนี้แก้ไขกันได้ขอแค่เพียงเธอไม่หักหลังเขาไปมีใครเท่านั้น นายพณณกรคนนี้ก็พร้อมจะมอบทุกอย่างให้ และจะแต่งตั้งบุลลาเป็นนายหญิงของฟาร์มสายรุ้ง

"วันนี้ฉันจะพาไปลาออกกับไอ้เสี่ยกรรชัยนะ" เช้าวันต่อมาร่างสูงก็เอ่ยขึ้นขณะกำลังรับประทานอาหารร่วมกัน ใบหน้าหวานนิ่งไปสักครู่แล้วพยักหน้าพร้อมร้อยยิ้มเจื่อน อดเสียดายเงินเดือนหมื่นห้าทั้งยังค่าบริการที่ทางลูกค้าจ่ายให้ไม่ได้

"อือ" ดวงตากลมโตมองจานข้าวพยายามต่อสู้กับจิตใจด้านมืดของตนเอง เขายอมเสียเงินเป็นแสนเพื่อให้หลุดพ้นจากหนี้

..จะตอบแทนเขาด้วยการลาออกไม่ได้หรือไงบุลลา ทำแค่ที่ไร่ก็ได้ไม่เห็นเป็นอะไรเลย

ปลอบตนเองแต่เมื่อคิดถึงรายได้เพียงเก้าพันบาทต่อเดือนก็แทบร้องไห้ มันไม่พอใช้หรอกถึงจะรวมกับของร่างสูงก็ตาม เธออยากมีเงินเก็บไหนจะค่าใช้จ่ายจิปาถะตามความต้องการของผู้หญิงอีก

"เสียดายหรือคิดถึงไอ้เสี่ยนั่น"

ดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะถูกหยิบยกขึ้นมาทุกครั้งที่พูดถึงเรื่องงานจนคร้านจะเถียงด้วยจึงบอกปัด

"ไม่ได้เสียดาย ไปก็ไป" ในเมื่อตกลงกันไว้แล้วก็ต้องทำตามสัญญาจึงตัดใจปิดประตูความคิดด้านมืดของตนเองเสีย พยายามยิ้มแย้มร่าเริง

จนกระทั่งถึงตอนเย็นตามที่ตกลงร่างสูงก็ขับรถคันใหญ่ของชลธีมารับตั้งแต่ไม่เลิกงาน ทำเอาคนในไร่หันมามองเป็นตาเดียว

เรื่องที่ทะเลาะกันเป็นที่กล่าวขานไปทั่วและวันนี้ทุกคนก็ได้รับรู้ว่าทั้งสองยังคงรักหวานชื่น สัตวแพทย์หนุ่มมารับถึงไร่พร้อมโอบเอวภรรยาโชว์หวานออกสื่อจนหลายคนส่งเสียงแซว

ไม่เว้นกระทั่งบานเย็นที่คอยลุ้นความรักลุ่มๆ ดอนๆ ของคู่นี้ตลอดเวลา

"ลูกเอ็งวาสนาดีนะนังเย็น ท่าทางคุณเอิร์ธเขารักเขาหลงมันเหลือเกิน" พี่ที่ทำงานเอ่ยขณะเก็บของเตรียมกลับบ้าน

"ฉันก็หวังให้เป็นอย่างนี้ไปตลอดรอดฝั่งเหมือนกันพี่ ไม่อยากให้มันผิดหวังอีกแล้ว" ถอนหายใจอย่างกลัดกลุ้มแล้วสลัดความคิดนั้นทิ้งเดินไปขึ้นรถรับส่งของทางไร่กลับบ้าน

ระหว่างทางบุลลาก็เงียบไม่ได้ชวนคุย มีเพียงเสียงเพลงที่ขับกล่อมให้บรรยากาศไม่อึดอัดจนเกินไป นอนคิดทั้งคืนว่าจะลาออกจริงหรือ เงินที่จะได้ไม่เสียดายหรือแต่เมื่อสำนึกได้ว่าสามีจ่ายหนี้ให้ทั้งที่เขาไม่ได้ก่อความคิดอันแสนเห็นแก่ตัวก็ค่อยสลายไป

"ทำไมนายถึงมีเงินมากมายขนาดนั้นล่ะ ไหนว่าเงินเดือนแค่หมื่นห้า" หันมาถามด้วยความอยากรู้และครั้งนี้ดูเหมือนว่าเขาจะไม่สามารถตอบแบบขอไปทีได้แล้ว

"ก็ทำงานตั้งแต่เรียน เก็บมาเรื่อยๆ "

"แล้วนายไม่เสียดายเหรอที่มาจ่ายหนี้ให้ฉัน เงินเกือบล้านเลยนะ "ยิ่งพูดก็รู้สึกผิดที่ตนเองเอาเงินของเขามาใช้จนคนตัวสูงต้องเอื้อมมือไปโยกศีรษะเล็ก

"คิดมากน่า เงินแค่นั้นเดี๋ยวฉันหาใหม่ก็ได้" สัตวแพทย์หนุ่มเอ่ยขึ้นโดยไม่ได้คิดอะไร

แต่บุลลากลับรู้สึกผิดเพราะนึกว่าเขาพยายามพูดให้ตนเองสบายใจ

"ฉันจะพยายามหาเงินมาคืนให้นะ" บอกเสียงอ่อย

จนใบหน้าคมต้องหันมามองแล้วเอื้อมมือมากุมอย่างอ่อนโยน

"ไม่ต้องหรอก ฉันเต็มใจให้" เงินแค่นั้นแลกกับการที่ทำให้บุลลาออกห่างจากเสี่ยกรรชัยก็ถือว่าคุ้ม เขาจะไม่ยอมเสี่ยงให้สองคนนั้นอยู่ใกล้กันอย่างแน่นอน น้ำมันกับไฟควรเอาออกให้ห่างที่สุดไม่ควรลองใจอะไรทั้งสิ้น หล่อนจะต้องเป็นของเขาแต่เพียงคนเดียว

รถยนต์จอดหน้าโรงแรมชื่อดังประจำอำเภอ ก่อนพากันเดินไปติดต่อประชาสัมพันธ์ว่าต้องการขอพบเสี่ยกรรชัยแต่เพราะไม่ได้นัดไว้จึงต้องนั่งรอที่    ล็อบบี้

ไม่นานร่างสูงของคนสูงวัยกว่าก็เดินมาในชุดสูทราคาแพงสั่งตัดพิเศษจากอิตาลีด้วยราคากว่าครึ่งแสน

"ว่ายังไงครับคุณเอิร์ธ มีธุระอะไรกับผมเหรอ" เขาไม่ได้เชิญให้ทั้งสองขึ้นไปบนห้องเพราะคิดว่าคงใช้เวลาไม่มากจึงนั่งลงตรงโซฟาตัวหนาของล็อบบี้ แม้จะมีผู้คนเดินผ่านไปมาแต่จุดที่นั่งก็เป็นส่วนตัวพอสมควร

"กู.. ผมพาบัวมาลาออกจากที่นี่" จากที่ใช้สรรพนามสมัยพ่อขุนรามคำแหงก็โดนภรรยาบิดสีข้างจนต้องเปลี่ยนมาใช้วาจาสุภาพทั้งที่ใจอยากลุกขึ้นไปตะบันหน้าที่อีกฝ่ายยังคงยิ้มกะลิ้มกะเลี่ยให้ร่างบาง

"ทำไมล่ะครับ บัวพึ่งมาทำงานที่นี่เอ งลาออกเร็วขนาดนี้ ผมเสียดายนะ" แววตาคมอ้อยอิ่งอยู่ที่ใบหน้าหวาน

จนคนขี้หึงทำท่าจะลุกขึ้นไปกระชากคอเสื้อของผู้บริหารทรงเสน่ห์ แต่โดนร่างบางดึงแขนเอาไว้เสียก่อนจึงต้องกัดฟันข่มความรู้สึกเอาไว้ข้างในแทน

"เหตุผลส่วนตัวน่ะค่ะ ขอโทษด้วยนะคะ" ค้อมศีรษะลงเล็กน้อยเป็นการขอโทษ

"ลองคิดดูใหม่ได้ไหมครับ บัวทำงานดีจะลาออกไปแบบนี้ไม่เสียดายเงินเหรอ" คำถามจี้ใจดำ

ทำเอาร่างบางนิ่งเงียบจนสัตวแพทย์หนุ่มต้องออกโรงช่วย

"ไม่เสียดาย เก็บเงินมึงไว้ยัดใส่ปากตัวเองตอนนอนในโรงเถอะ กลับ" กระชากแขนคนข้างกายให้ลุกขึ้น ไม่สนว่าการกระทำนั้นจะเสียมารยาทมากแค่ไหน หากอยู่ต่ออีกวินาทีเดียวเขาคงได้ลุกขึ้นตะบันหน้าผู้บริหารมาดเข้มเป็นแน่ แค่นั่งมองมันจ้องเมียตนเองก็นับหนึ่งสิบในใจเป็นพันครั้งแล้ว

..บุลลาเป็นของเขาคนเดียวผู้ชายคนไหนห้ามมอง!

"เจ็บนะ เบาๆ ก็ได้" บอกพลางพยายามปลดข้อมือจากพันธนาการของร่างสูง

กระทั่งถึงรถเขาปล่อยให้หล่อนเป็นอิสระแล้วเปิดประตูจับยัดเข้าไปนั่งในรถส่วนตนก็อ้อมไปประจำที่คนขับแล้วเร่งเครื่องยนต์ออกจากโรงแรมแห่งนี้อย่างรวดเร็ว

"อาลัยอาวรณ์มันหรือไง" ความเงียบที่เกิดขึ้นทำให้คนตัวโตเอ่ยปากกระแหนะกระแหนเสียงเข้ม

"เปล่าสักหน่อย ฉันแค่หิวเท่านั้นเอง เราแวะกินข้าวแถวนี้ก่อนกลับดีไหม" รู้ดีว่าถ้ายิ่งตอบโต้เหตุการณ์ก็จะบานปลายจึงต้องเปลี่ยนเรื่องเพื่อให้อารมณ์คนข้างๆ เย็นลงมา ซึ่งก็ได้ผลเพราะพณณกรกำลังมองหาร้านอาหารสำหรับรับประทานข้าวเย็นกับภรรยา

"อยากกินอะไรล่ะ"

แล้ววันนั้นก็ผ่านไปด้วยการที่คู่รักนั่งทานอาหารท่ามกลางรอยยิ้มแสนสุข ร่างสูงมั่นใจไปได้เปราะหนึ่ง ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ตัดเสี่ยกรรชัยออกจากชีวิตของบุลลาได้แล้ว ต่อจากนี้ทั้งสองก็ไม่ต้องมีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก หล่อนจะอยู่ในความดูแลของเขาตลอดไป

ในขณะที่เสี่ยกรรชัยยกยิ้มมุมปาก วันพระไม่ได้มีหนเดีย วดูจากแววตาก็รู้ว่าเธอไม่อยากลาออก รอแค่โอกาสเท่านั้นแล้วจะทำให้เกมนี้มันจบลงโดยการที่ไอ้พณณกรต้องเสียเมียให้เขา

สองหนุ่มคิดแต่จะแก้แค้นกันไปมาไม่สนใจผู้หญิงที่ต้องตกเป็นเครื่องมือทั้งสองคนซึ่งเสียใจเพราะพวกเขาเลย

"อือ วันนี้ฉันจะเข้าไปซื้อของที่บิ๊กซีนะ นายอยากได้อะไรไหม" ระหว่างกินข้าวเช้าด้วยกันร่างบางก็บอกคู่ชีวิตให้รับรู้

"เธอจะไปตอนเย็นเหรอ ให้ฉันไปด้วยไหม"

"นายต้องไปตรวจสัตว์ที่หมู่บ้านอื่นไม่ใช่เหรอ" สัตวแพทย์หนุ่มลอบถอนหายใจด้วยความเบื่อหน่าย ปศุสัตว์มาขอให้เขาช่วยเพราะสัตวแพทย์คนใหม่ยังไม่ได้รับการบรรจุ จึงต้องทำหน้าที่แทนไปก่อน และวันนี้ก็ครบสามเดือนที่ต้องไปตรวจโรคสัตว์ในแต่ละตำบลของอำเภอแห่งนี้

..อาจจะกลับดึกด้วยซ้ำ

คนขี้เกียจอยากล้มตัวลงนอนแล้วบอกว่าไม่สบายเป็นการหาข้ออ้างหนีงานซึ่งไม่แนบเนียนที่สุด

"แล้วเธอจะไปยังไง"

"รถมอเตอร์ไซค์ไง ไปไม่นานหรอก แค่ซื้อพวกของใช้กับอาหารสด" เขาพยักหน้าไม่ได้ขัดข้องแต่อย่างใด

หลังจากนั้นก็แยกย้ายไปทำงานท่ามกลางบรรยากาศที่ร้อนระอุ จนต้องพึ่งน้ำเย็นและร่มไม้หวังให้ลมพัดผ่านบ้าง

บุลลาใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวมัวแต่คิดถึงเรื่องงานที่ตนเองเพิ่งลาออก

เมื่อเลิกงานจึงมุ่งไปยังห้างสรรพสินค้าของอำเภอเลือกซื้อของใช้ภายในบ้านและตรงไปยังโซนอาหารทะเล เลือกวัตถุดิบในการทำอาหารเย็นนี้โดยปราศจากร่างสูงที่มักจะเดินข้างกายตลอดเวลา ก่อนจะเดินเลยไปซื้อผักก็หยุดชะงักเมื่อเห็นหอยแครงจนรู้สึกน้ำลายสอจึงเลือกไปซื้อ ทั้งที่ปกติแทบไม่เคยชายตาแลเลยด้วยซ้ำ หมู่นี้ไม่รู้เป็นอะไรอยากกินของเปรี้ยวตลอดแต่บางวันก็รู้สึกเหม็นเบื่อไม่แม้แต่จะชายตามอง อารมณ์แปรปรวนทำเอาพณณกรเอ่ยทักหลายรอบ

เมื่อซื้อของเสร็จสิ้นจึงเดินไปยังลานสำหรับจอดรถมอเตอร์ไซค์ ทว่ายังไม่ทันจะก้าวออกจากห้างสรรพสินค้าก็ถูกขวางเอาไว้ก่อนและทันทีที่สบตาก็ตกใจจนต้องถอยหลังเล็กน้อย

ในขณะที่ร่างสูงส่งยิ้มการค้าให้เต็มที่พร้อมเอ่ยทักตามประสาคนคุ้นเคย

"ไม่คิดว่าจะเจอบัวที่นี่ มาคนเดียวเหรอ" ถามไถ่ปกติไม่มีอาการหงุดหงิดใจที่หล่อนลาออกจากงานกะทันหันทั้งที่ทำได้เพียงหนึ่งสัปดาห์

"ค่ะ เสี่ยมาทำอะไรเหรอคะ" ไม่อยากเชื่อว่าคนระดับนี้จะมาเดินห้างที่มีแต่ของใช้ ไร้ร้านเสื้อผ้าหรือร้านอาหารราคาแพง

"ฉันมาเดินเล่น" ต่อหน้าบุลลาก็ไม่ต้องสุภาพเหมือนที่กระทำเมื่อพณณกรอยู่ด้วย เขาก็แค่ต้องการแกล้งให้หมอนั้นหัวหมุน คาดเดาความสัมพันธ์ระหว่างภรรยากับตนไปต่างๆ นานา และดูท่ามันจะได้ผลดีเสียด้วย

"ที่นี่เหรอคะ" ตอบกลับเสียงสูง

จนอีกฝ่ายหัวเราะออกมาเล็กน้อย

"ใช่ แต่ตอนนี้ฉันเริ่มหิวแล้วละ เธอพอจะมีเวลาสักสามสิบนาทีไปกินข้าวเป็นเพื่อนฉันได้ไหม"

ร่างบางลังเลใจแต่เสี่ยใหญ่ไม่ปล่อยให้บุลลาตัดสินใจเอื้อมไปคว้าถุงสีเขียวมาถือไว้เป็นตัวประกันทำเอาใบหน้าหวานเหวอไม่คิดว่าเขาจะบังคับทางอ้อมอย่างนี้

"ไปกันเถอะ กินที่ฟู้ดคอร์ทก็ได้ หิวจนกินช้างได้ทั้งตัว ทำงานทั้งวันเหนื่อยมากเลย" ระหว่างทางร่างสูงก็พูดคุยอย่างเป็นกันเอง

จนทำให้บุลลาคลายความกังวลใจลงไปบ้าง เริ่มทำตัวตามสบายไม่ได้อึดอัดเหมือนคราแรกที่เห็นเขาจึงส่งผลให้ใบหน้าไร้ซึ่งความหวาดระแวง จนเสี่ยกรรชัยแอบยิ้มอย่างพึงพอใจ

"เธอจะกินอะไรมื้อนี้ฉันเลี้ยงเอง"

อาหารส่วนกลางของห้างสรรพสินค้ามีไม่กี่ร้านหล่อนจึงเลือกราดหน้าทั้งที่ปกติแทบไม่แตะเนื่องจากกลัวอ้วน

"รอที่โต๊ะเลยเดี๋ยวฉันไปสั่งให้" สั่งพร้อมแววตาจริงจัง

ทำเอาร่างบางจำต้องนั่งอยู่กับที่มองแผ่นหลังกว้างเดินไปสั่งอาหารอย่างคล่องแคล่วเผลอมองพลางวิเคราะห์อีกฝ่ายไม่ได้

ถึงอายุขึ้นเลขสี่แต่เสี่ยกรรชัยยังดูหนุ่มกว่าอายุมา กทั้งใบหน้าคมเข้มอาจไม่หล่อเหมือนพณณกรแต่มีเสน่ห์จนสาวหลายคนต้องหันไปมองด้วยความสนใจ ไหนจะชุดสูทซึ่งไม่ค่อยพบเห็นในห้างแห่งนี้ เขาจึงโดดเด่นท่ามกลางผู้คน

กระทั่งร่างสูงเดินถืออาหารมาวางตรงหน้าจึงยกยิ้มให้

"ขอบคุณนะคะ"

"ฉันต้องขอบคุณเธอสิที่มากินข้าวเป็นเพื่อน ฉันยังไม่ได้ปรุงให้นะไม่รู้ว่ากินรสชาติแบบไหน" ชายหนุ่มเริ่มคนก๋วยเตี๋ยวให้เข้ากัน

ส่วนจานอาหารของบุลลายังมีสีเรียบไม่ปรุงแต่ง

"ไม่เป็นไรค่ะ บัวไม่ชอบปรุง" ระหว่างที่รับประทานอาหารไร้ซึ่งบทสนทนาและดูเหมือนว่าร่างสูงจะหิวจริงเห็นคีบเส้นเล็กเข้าปากพร้อมซดน้ำอย่างเอร็ดอร่อยก็ลอบยิ้ม ตักราดหน้ากินบ้าง

โดยไม่รู้ว่าเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นถูกบันทึกเป็นวิดีโอเคลื่อนไหวจากสาวคู่อริของหล่อนตลอดกาล..ฟ้ามุ่ย

"คราวนี้แหละนังบัว แกหนีไม่รอดแน่" ยิ้มอย่างมาดร้ายแววตาพึงพอใจ เมื่อร่างสูงเอื้อมมือไปเช็ดปากเล็กราวเป็นคู่รักข้าวใหม่ปลามัน

..สาแก่ใจอีฟ้ามุ่ยเหลือเกิน หวานกันอีก หวานมากกว่านี้ คุณเอิร์ธจะได้โกรธพังบ้าน ตัดขาดจากนังวันทองสองใจเสียทีแล้วเธอก็จะเข้าไปเสียบแทน

"โอ๊ย อิ่มจนท้องจะแตก" ชามที่เคยมีอาหารอยู่เต็มเกลี้ยงจนแทบไม่ต้องล้างด้วยซ้ำ ร่างเล็กมองเขาตาโตไม่อยากเชื่อว่าจะกินหมดไม่เหลือกระทั่งน้ำซุป

"แต่เธอกินเหมือนแมวดมเลยนะ"

ก้มดูจานตนเองก็ยิ้มแหย ตอนนี้สิ่งที่อยากกินคือหอยแครงลวกจิ้มน้ำพริกรสจัดจ้านมากกว่าราดหน้ารสอ่อน

"ไม่ค่อยหิวค่ะ" ปฏิเสธเสียงอ่อน

"ฉันขอโทษที่บังคับเธอมากินเป็นเพื่อนนะ แย่จริงเลย"

เห็นเขากล่าวโทษตนเองก็ส่ายหน้าเป็นพัลวัน

"ไม่เป็นไรค่ะ บัวยินดีมากินข้าวเป็นเพื่อน" ยิ้มให้เขาเพื่อเป็นการยืนยันว่าตนเองไม่ได้ฝืนใจแต่อย่างใด ก่อนใบหน้าคมจะกลับมาเป็นปกติไม่มีท่าทีรู้สึกผิดเหมือนเมื่อครู่

"ที่จริงฉันก็มีเรื่องจะคุยกับเธอด้วย" เข้าเรื่องสำคัญเสียทีหลังจากที่หาข้ออ้างเพื่อให้ได้อยู่ใกล้ชิดบุลลา

จนร่างบางตั้งตัวไม่ทันเพราะเขาอยู่ในท่าทางจริงจังขึงขังของมาดผู้บริหาร บรรยากาศโดยรอบเริ่มกดดันถึงแม้จะไม่มีผู้คนมารายล้อมก็ตามแต่ เพียงดวงตาคมที่จ้องมาก็ทำให้อึดอัดแล้ว

"กลับมาทำงานกับฉันได้ไหมบัว"

ไม่คาดคิดว่าเขาจะเอ่ยขึ้นจึงมีสีหน้าตกใจและตอนนี้ก็กำลังเค้นเสียงที่หายไปให้ตอบกลับ

"เอ่อ" ความคิดที่พยายามกลบลงไปถูกปลุกให้ตื่นและตอนนี้ก็แยกออก เป็นสองฝั่งอย่างชัดเจน

ด้านดี..ปฏิเสธไปเสียเถอะบัว สามีเธอเสียเงินเป็นแสนปลดหนี้ให้แล้วยังจะกลับไปทำงานนี้อีกทำไมแค่ที่ไร่ก็มีอยู่มีกินแล้วบอกปัดเขาไปดีกว่า

ด้านร้าย..ตอบตกลงเลยบัว งานง่ายเงินดีขนาดนี้ถ้าปฏิเสธก็โง่เต็มทน อีกอย่างเธอจะได้จ่ายหนี้ให้นายพณณกรด้วยไง ไม่รู้สึกผิดเหรอที่ทำเอาเงินคนอื่นมาใช้ ตอบเสี่ยไปเลยว่าจะไปทำงานกับเขา

"ถึงเธอจะมาทำงานไม่นานแต่เธอก็ทำงานดีมากนะ คนในครัวก็คิดถึง มีลูกค้าบางรายยังถามถึงเธอด้วยนะ" หว่านล้อมจนร่างบางไม่สามารถเอ่ยอะไรออกมาได้

"แต่ว่า"

"ถ้าเธอกังวลเรื่องไอ้ เอ่อ สามีฉันรับรองว่าจะไม่ให้เขารู้ เธอมาทำงานวันเสาร์อาทิตย์ก็ได้ ฉันจะเปลี่ยนให้อยู่กะเช้าจะได้สะดวกต่อเธอ ส่วนรายได้ฉันให้วันละหนึ่งพันบาท"

จากที่คิดจะปฏิเสธก็ตาโตอย่างไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะลงทุนกับตนมากถึงขนาดนี้ หนึ่งพันบาทต่อวันกับการเป็นพนักงานเสิร์ฟมันมากเกินไป

"เสี่ยต้องการอะไรจากบัวกันแน่คะ" ถึงอยากทำงานแต่ก็ไม่โง่ขนาดไม่รู้ว่านักธุรกิจอย่างเขาจะลงทุนโดยไม่หวังผล

"ฉันก็แค่อยากให้บัวกลับไปทำงานด้วยกัน" ร่างสูงยกมือขึ้นกอดอกราวต้องการปกปิดความต้องการส่วนลึก

"บัวไม่รู้หรอกนะคะว่าเรื่องของเสี่ยกับนายเอิร์ธเคยเกิดอะไรขึ้นแต่อย่าเอาบัวเข้าไปอยู่ในสนามรบของพวกคุณเลย"

ใบหน้าคมที่เคยยิ้มแย้มกลับเรียบสนิทเมื่อรู้ว่าบุลลาไม่สามารถชักจูงได้โดยง่ายแต่ก็ไม่ง่ายเกินความสามารถของเสี่ยกรรชัยคนนี้หรอก

"ฉันไม่ได้มีปัญหากับสามีของเธอ แล้วเรื่องระหว่างเราก็ไม่เกี่ยวกับเขาด้วย เธอทำงานดี สร้างกำไรให้กับห้องอาหาร ฉันก็แค่อยากให้กลับไปทำงานด้วยเท่านั้น ไม่คิดไปถึงผู้ชายคนนั้นเสียหน่อย" ปรับสีหน้าอย่างรวดเร็วก่อนจะปฏิเสธข้อกล่าวหาจากร่างบาง

ทั้งที่ความจริงแล้วก็ไม่ต่างจากที่หล่อนคิดเอาไว้เท่าไหร่ การจะทำให้คนแตกคอกันมันก็ต้องค่อยเป็นค่อยไป หลังจากที่เห็นแววตาเสียดายของร่างบาง เขาก็รู้ทันทีว่าการลาออกไม่ได้มาจากความสมัครใจแต่มันคือการบังคับและนั่นก็อาจเป็นสาเหตุที่จะเกิดรอยร้าวขึ้น

"ฉันจริงใจกับเธอนะบัว"

มองเข้าไปในดวงตาเรียวก็ไม่พบความเสแสร้งทำให้หล่อนเริ่มลังเลใจ

"เอากลับไปคิดดูแล้วกัน งานแบบนี้ไม่ได้หาได้ง่ายๆ" วันนี้พอก่อนแล้วกัน เขาเชื่อว่าพรุ่งนี้จะต้องเห็นบุลลาไปหาตนเองที่โรงแรมอย่างแน่นอน เอาของหวานมาวางไว้ตรงหน้าแบบนี้มีหรือที่หล่อนจะไม่คว้า

"เดี๋ยวค่ะ ถ้าฉันยอมไปทำงานคุณจะไม่บอกสามีฉันใช่ไหม" ยังไม่ถึงหนึ่งนาทีด้วยซ้ำเธอก็ถามกลับเสียแล้วทั้งน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ แต่ไม่เป็นไรหรอกเขาจะสร้างมันให้เธอเอง

"ฉันรับปากว่าจะไม่บอกเขา เธอเชื่อใจฉันได้ คนอย่างเสี่ยกรรชัยพูดคำไหนคำนั้น"

ใช่..เขาจะไม่บอกแต่ถ้ามันมาเห็นเองก็ช่วยไม่ได้

"ถ้าอย่างนั้นฉันตกลงจะทำงานกับคุณค่ะ"

ในที่สุดความคิดฝ่ายเลวก็เอาชนะความคิดฝ่ายดีจนได้ บุลลาตัดสินใจอย่างรวดเร็ว สร้างรอยยิ้มให้แก่ผู้บริหารโรงแรมจนเข้าต้องคว้ามือหล่อนเอามากุมไว้ด้วยความดีใจที่ไม่สามารถปิดบังได้

"ดีแล้วบัว เธอคิดถูกแล้วขอบคุณที่กลับมานะ"

หลังจากที่พูดคำนั้นไปร่างบางก็ทำเพียงแค่ยิ้มจืดเจื่อนเริ่มกังวลกับผลที่จะตามมา

ทำถูกแล้วใช่ไหมบัว..ที่เธอกำลังทำอยู่ตอนนี้มันถูกต้องแน่ใช่ไหม

ดวงตากลมโตมีหยาดน้ำตาคลอขณะมองไปที่สองหนุ่มสาวซึ่งนั่งกุมมือกันอยู่ที่โซนอาหารของทางห้างสรรพสินค้า ความรักที่เธอส่งไปให้ไม่ถึงหัวใจของเขาสักนิด ยิ่งมองก็เหมือนมีมีดแหลมแทงเข้ากลางใจจนต้องปล่อยความเจ็บนั้นออกมาเป็นน้ำตาที่ไหลลงเป็นทางยาวอย่างน่าสงสาร..

..พอได้แล้วลูกแก้ว อย่าคาดหวังอะไรจากคนใจร้ายอีกเลย

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ซ่อนเสน่หา   ตอนพิเศษ...พี่ตะวันกับน้องกระต่าย

    ตอนพิเศษ...พี่ตะวันกับน้องกระต่าย กำหนดการงานแต่งของลูกสาวเจ้าของไร่มีขึ้นสองเดือนข้างหน้า หล่อนตื่นเต้นยกใหญ่เตรียมงานแต่เนิ่นโดยมีมารดาคอยให้คำแนะนำ ต่างจากบิดาที่มักพูดว่าถ้ามันยากมากก็ไม่ต้องแต่งหรอกลูก พ่อไม่ได้อับอายสักนิดถ้าจะยกเลิก ทำเอาทั้งลูกทั้งแม่ต้องเล่นงานคนเป็นพ่อจนแทบไม่สามารถเข้าบ้านได้ ภูตะวันออกมาทำงานแต่เช้า เห็นว่าวันนี้มีกองละครมาถ่ายทำที่ไร่ ระยะเวลาประมาณหนึ่งสัปดาห์ จึงได้จองทั้งไร่รุ่งอรุณและรีสอร์ทของไร่ที่สร้างมาสิบกว่าปี เป็นบ้านหลังเล็กอยู่ได้ประมาณสี่ถึงห้าคน ยาวเรียงกันกว่าสิบหลังทำให้เพียงพอต่อความต้องการ ร่างสูงอยู่ในชุดเสื้อม่อฮ่อมและกางเกงขาดเข่า หมวกสานปีกกว้างป้องกันใบหน้าคมจากแดดทำเอาคนมองแทบไม่รู้ว่าเป็นลูกชายเจ้าของไร่ที่จะมารับกิจการต่อจากบิดา การต้อนรับคนจากข้างนอกไม่ใช่งานของตนเองอยู่แล้วจึงไม่ได้ใส่ใจคนที่มาจากกองละครมากนัก ช่วงนี้ส้มกำลังออกผลเต็มต้นต้องเร่งตัดส่ง ส่วนมากจะวางขายในห้างสรรพสินค้าและส่งออกต่างประเทศ มีขายหน้าไร่บ้างและก็นำไปแปรรูป จะไม่มีผลไม้ตกค้างในสวนให้เน่าทิ้งหรือเสียเปล่า

  • ซ่อนเสน่หา   ตอนพิเศษ...ตะวันและหนูจันทร์เสริมทัพด้วยคีรินทร์

    ตอนพิเศษ...ตะวันและหนูจันทร์เสริมทัพด้วยคีรินทร์ เอกสารขออนุญาตถ่ายละครที่ไร่รุ่งอรุณถูกยื่นให้ร่างสูงซึ่งก้าวเข้ามาในสำนักงาน มือหนาคว้าไปอ่านอย่างละเอียดค่อยจรดปลายปากกาลงไปแล้วส่งกลับพร้อมรอยยิ้ม ทำเอาสาวเจ้าเขินม้วนไม่ชินกับความอบอุ่นที่ลูกชายเจ้าของไร่มอบให้สักที ซึ่งเขาก็ทำแบบนี้กับทุกคน ช่างแตกต่างจากคนเป็นพ่อเหลือเกิน ราวกับว่าได้ลุงธีมาเต็มๆ เสียแต่ว่าการแต่งตัวที่ออกจะมอซอไปสักเล็กน้อย หากเป็นคนนอกก็คงคิดว่าชายหนุ่มคือคนงานทั่วไป ไม่ใช่ทายาทเจ้าของไร่แสนใหญ่โตแห่งนี้ เดินไปหยิบเอกสารสำหรับจัดงานฉลองประจำปีของไร่ เขาต้องไปพูดคุยกับนายอำเภอ ทั้งไปหาเกษตรอำเภอสอบถามเกี่ยวกับการปลูกผลไม้เมืองหนาวทั้งที่อากาศจังหวัดนี้ร้อนแทบทั้งปี “พี่ตะวัน!” สะดุ้งเมื่อมีมือมาจับที่ไหล่พร้อมตะโกนเสียงดังข้างหู พอหันไปก็พบน้องชายตัวแสบที่ยิ้มหน้าแป้นแล้น ภูตะวัน วิจิตรประภา ชายหนุ่มรูปงามแห่งไร่รุ่งอรุณ ใบหน้าคมคายได้พ่อมาเต็มๆ ส่วนนิสัยนั้นอ่อนโยนจนคนงานผู้หญิงพากันทอดสะพานให้เต็มที่ หวังเป็นนายหญิงของไร่แห่งนี้ โดนขายขนมจีบไม่เว้นวันก

  • ซ่อนเสน่หา   พิเศษ...ไปรยา ชนาธิป

    พิเศษ...ไปรยา ชนาธิปความรักสำหรับคนอื่นคือใครเขาไม่รู้ แต่สำหรับผู้ชายที่ไม่เคยมีใครมองจนได้เพียงแค่หวังว่าวันหนึ่งจะมีผู้หญิงมองเห็นตัวเองบ้าง และวันที่เข้ากิจกรรมของคณะสัตวแพทย์ศาสตร์ครั้งแรกหัวใจที่เคยสงบนิ่งกลับเต้นไม่เป็นจังหวะเมื่อเห็นร่างบางเดินผ่านวินาทีนั้นเหมือนมีแสงสว่างส่องไปทั่วร่างของเธอจนสายตาเขาพร่าไปหมด ออร่าที่แสบตาจนไม่อาจมองได้ต้องหันหน้าไปทางอื่น พลันหล่อนกลับเดินมานั่งข้างเขาแล้วยิ้มให้อย่างเป็นกันเอง“สวัสดี อืม ชื่อฟลุ๊คเหรอ เราหนึ่งนะ” ใบหน้าหวานก้มมองป้ายชื่อของเขาแล้วส่งยิ้มทักทาย“ยินดีที่ได้รู้จักครับ” หลังจากนั้นเธอก็หันไปคุยกับเพื่อนคนอื่นปล่อยเขาแอบมองอยู่ฝ่ายเดียว และสังเกตเห็นว่าดวงตากลมโตมักจะชอบวนเวียนอยู่ที่ผู้ชายมาใหม่คนหนึ่งคนที่นั่งอยู่ข้างหลังเธอและเป็นชายซึ่งมีใบหน้าหล่อเหลาอย่างร้ายกาจ เป็นที่หมายปองของหญิงสาวคนอื่นพณณกร วิจิตรประภาทายาทตระกูลดัง นอกจากจะหน้าตาดียังฐานะร่ำรวยอีกต่างหาก เขาได้แต่เก็บความอิจฉาไว้ภายในใจเฝ้ามองไปรยาที่แอบรักข้างเดียวด้วยความเสียใจ อยากจะเข้าไปปลอบยามหญิงสาวร้องไห้ก็ไม่กล้าจนกระทั่งฟ้าเป็นใจงานเลี้ยงสายรหัส

  • ซ่อนเสน่หา   ๗

    ๗หลังจากที่ผ่านค่ำคืนแสนหวานคู่สามีภรรยาก็นอนกอดกันอยู่ภายในมุ้ง แขนแกร่งกระชับเอวบางจนแผ่นหลังเธอชิดอกเขา ดมความหอมจากกลุ่มผมนุ่มสลวยก่อนที่บุลลาจะพลิกตัวมาเพื่อซบใบหน้าที่แผงอกหนาพร้อมพรมจูบไปทั่วและนั่นทำให้สัญชาตญาณเสือร้ายผุดออกมาทันที เขาขึ้นคร่อมเธอเอาไว้จับกดพร้อมกับพระอาทิตย์ที่โผล่พ้นผืนน้ำ ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปเท่าไหร่แต่ชายหญิงคู่นี้กลับผลัดกันรุกผลัดกันรับอย่างไม่ยอมแพ้กันและกันไม่บ่อยนักที่จะได้ทำอะไรตามใจตัวเอง ปลดปล่อยอารมณ์โดยไม่ต้องกลัวลูกได้ยินหรือตื่นตอนดึก พวกเขาทำตามใจปรารถนาไม่สนว่าใครจะได้ยินหรือไม่ทั้งที่บ้านก็ไม่ได้เก็บเสียง ยิ่งเมื่อคืนที่พณณกรโยกตัวจนเตียงเกือบหัก บ้านแทบพังทำเอาบุลลาต้องตีเขาไปหลายรอบในความบ้าระห่ำ จนชายหนุ่มถามกลับว่าใครเล่าที่เรียกร้องหล่อนจึงปิดปากเงียบก็เธอเป็นคนร้องขอให้เขาเพิ่มแรงขึ้นอีกแท้ๆ จะว่าได้อย่างไรเล่า“อือ พอแล้วค่ะ” ลุกขึ้นมาทำอาหารยามสายไว้รับประทานกันสองคนโดยมีร่างสูงคลอเคลียอยู่ด้านหลังไม่ห่าง เสื้อยืดตัวเล็กและกางเกงขาสั้นที่เตรียมมาถูกสวมบนร่างกายทว่าไม่มีชั้นในปกปิดเลยสักชิ้นและตอนนี้มือหนาก็กำลังเลื้อยเข้าไปภายใต

  • ซ่อนเสน่หา   ๖

    ๖การไปพักผ่อนครั้งนี้แม้แต่ตัวหญิงสาวเองก็ยังไม่รู้จนกระทั่งรถยนต์จอดเทียบท่าเรือก่อนคุณลุงคนขับรถจะลงไปยกกระเป๋าด้านหลังออกมา ดวงตากลมโตมองเรือที่เทียบท่าก็ตาลุกวาวเพราะเคยเห็นจากในละครเท่านั้นไม่เคยนึกเลยว่าชีวิตนี้จะได้เห็นเรือเฟอร์รี่ลำใหญ่ด้วยตาของตนเอง แถมที่หัวเรือยังเขียนชื่อของบริษัทใหญ่ ตระกูลดังเอาไว้อีกด้วย พณณกรถือกระเป๋าเดินมาคว้ามือภรรยาเอาไว้แล้วบังคับให้เดินตามมาไม่บอกกล่าวอะไรสักนิด“มีแต่เรือหรูๆ ทั้งนั้นเลย” พึมพำเสียงเบาขณะที่คิดได้ว่าสามีของตัวเองก็เป็นคนในตระกูลดังเหมือนกัน ถ้าอย่างนั้นก็ต้องมีเรือของบ้านเขาจอดไว้น่ะสิคิดพลางยิ้มกริ่มเมื่อวาดภาพว่าตัวเองจะต้องได้นั่งจิบไวน์อยู่บนเรือหรู มองท้องฟ้าสีคราม ผืนน้ำสีน้ำเงินด้วยความสุขแน่นอุรา ยอมเดินตามแรงดึงจนกระทั่งผ่านพ้นเรือหรูมาลำแล้วลำเล่าก็เหมือนจะไม่ถึงสักที ใบหน้าหวานเริ่มบูดบึ้งตามอารมณ์“จะเดินไปถึงมาเลเซียเลยไหมคะ” อดประชดไม่ได้จนคนนำหน้าหันมายิ้มที่ภรรยาเริ่มกลับมาเป็นเหมือนเดิม เพราะตั้งเมื่อคืนหล่อนเอาแต่กอดเขาแน่นทั้งยังตอนเช้าที่มองตามตาละห้อย ต้องอยู่ในสายตาตลอดเวลากลายเป็นคนว่านอนสอนง่ายอย่างไม่

  • ซ่อนเสน่หา   ๕

    ๕บุลลากำลังเล่นกับฝาแฝดทั้งสองโดยมีเหล่าแม่บ้านคอยช่วยเหลือเนื่องจากหลงเสน่ห์ของเด็กน้อย อันที่จริงคุณดาริกาก็ชวนให้ย้ายมาอยู่ด้วยกันที่เมืองกรุงแต่เพราะงานรัดตัวที่ไร่ ทั้งยังเป็นห่วงมารดาที่เริ่มแก่ตัวลงทุกวันจำต้องปฏิเสธไป ตอนนี้เธอติดไร่มากกว่าแสงสีในเมืองหลวงเสียแล้วแต่ถ้าพณณกรจะกลับมาอยู่ที่นี่หล่อนก็คงตามมาด้วยเพราะไม่สามารถแยกจากสามีได้อีกแล้ว ในขณะที่กำลังมองดูบุตรสาวสิ่งไล่กับพี่ๆ โทรศัพท์ก็ดังขึ้นเสียก่อน เบอร์แปลกที่โชว์หราทำให้คิ้วสวยขมวดเข้าหากันทันที หลังจากที่ลาออกจากงานก็ไม่ค่อยมีใครโทรมาทำให้เกิดความสงสัยขึ้นว่าปลายสายคือใครร่างบางแยกตัวออกไปรับโทรศัพท์ "สวัสดีค่ะ"'ว่าไงบัว ไม่เจอกันนานสบายดีไหม' เสียงเข้มที่เอ่ยทักทายทำเอาหล่อนยิ่งสงสัยมากกว่าเดิมเพราะจำน้ำเสียงไม่ได้"เอ่อ ไม่ทราบว่าคุณเป็นใครคะ" ไม่ว่าจะนึกเท่าไหร่ก็จำไม่ได้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร หรือจะเป็นลูกน้องเก่าที่โรงแรม ไม่อย่างนั้นก็น่าจะเป็นคุณรวี ทว่าฝ่ายนั้นแทบไม่ได้ติดต่อมาเลยตอนนี้เห็นว่าโดนทางบ้านจับแต่งงานเป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วย'อะไรกัน จำเสียงแฟนเก่าไม่ได้หรือไง' เอ่ยเพียงเท่านั้นใบหน้าคมก็ชัดวาบ

  • ซ่อนเสน่หา   ๘ แยกกันบ้าง

    ๘แยกกันบ้างตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาพณณกรก็ระมัดระวังตัวมากขึ้นและเมื่อเขาหลุดจากกุญแจมือเหล็กก็จัดการทบต้นทบดอกภรรยาตัวแสบทำเอาวันต่อมาลุกขึ้นแทบไม่ไหว แต่ก็คุ้มเพราะชายหนุ่มอนุญาตให้ไปสมัครงานที่ตัวอำเภอพร้อมนุ่มนิ่ม เพียงแค่ไปสมัครก็ผ่านการสัมภาษณ์อย่างง่ายดายจนยิ้มแก้มปรินำมาบอกกล่าวสามีด้วยน้ำ

  • ซ่อนเสน่หา   ๗ เอาตัวเข้าแลก

    ๗เอาตัวเข้าแลกบนถนนลูกรังทางไปไร่รุ่งอรุณเหมือนจะมีสงครามอารมณ์ขนาดย่อมซึ่งเกิดจากคู่ข้าวใหม่ปลามัน ความร้อนระอุของแดดช่วงเย็นยังไม่อาจสู้ดวงตาที่มีประกายเพลิงส่งให้กัน ทำเอาบุคคลที่สามต้องจอดรถมอเตอร์ไซค์ไว้แล้วยืนมองด้วยความหวั่นใจเธอจะโดนลูกหลงไปด้วยหรือไม่ที่บังอาจพาเมียของสัตวแพทย์หน้านิ่งส

  • ซ่อนเสน่หา   ๖ ปรับตัว

    ๖ปรับตัวความเงียบของห้องทำให้ได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศ อาการตกใจกลัวแปรเปลี่ยนไปทันทีเมื่อมีอาวุธลับของชายหนุ่มดันที่หน้าขา ใบหน้าหวานแดงซ่านทั้งยังเม้มปากแน่น เธอควรจะผละหนีแล้วระดมทุบตีร่างสูงแต่ก็ไม่อาจทำได้เนื่องจากโดนรัดแน่นจากตัวต้นเหตุ..หน้าสิ่วหน้าขวานยังมาคิดลามกอีก“อะ ไอ้บ้ากาม” เสี

  • ซ่อนเสน่หา   ๕ คืนเข้าหอ

    ๕คืนเข้าหอบานเย็นมีสีหน้าสดชื่นเมื่อมาทำงาน สร้างความสงสัยแก่คนอื่นทว่าแม้จะเพียรถามถึงสาเหตุก็ไม่ได้รับคำตอบต่างจากพณณกรซึ่งมีสีหน้าซึมกะทือแทบไม่เป็นอันทำงาน จนลูกน้องต้องมองกันด้วยความสงสัย..ขนาดเรื่องที่เขาเล่ากันปากต่อปากยังไม่สะเทือนนาย แล้วมันมีเรื่องอะไรถึงทำให้คนไม่สนโลกต้องมาทำหน้าเบื

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status