Share

2

last update Tanggal publikasi: 2026-08-06 11:59:06

ชาง เหว่ยหลงยืนกอดอกสะโพกสอบพิงขอบประตูห้อง นัยน์ตาสีถ่านจ้องมองภรรยาคนสวยคล้ายกำลังประเมินอีกฝ่าย การแต่งงานที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันบ่งบอกแล้วว่าคนทั้งสองไม่ได้รักกันมาก่อน เช่นนั้นเขาก็ไม่จำเป็นที่ต้องอยู่ร่วมหอนอนกับเธอ

“เราแต่งกันเพราะอะไร ฉันคิดว่าเธอรู้ดีอยู่แล้ว ฉะนั้นฉันจะไปข้างนอก” เหว่ยหลงเปิดประเด็น เป็นจังหวะเดียวกันที่ผิงผิงหันมาสบตาเขา ใบหน้างดงามดูสงบเสงี่ยม ทรวดทรงเย้ายวนในชุดกี่เพ้าแหวกลึกเดินนวยนาดไปยังเตียงนุ่ม เหว่ยหลงหรี่ตามองเธออย่างจับผิด แต่ไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ นอกจากการที่เจ้าหล่อนค่อยๆ โน้มตัวลงถอดรองเท้าส้นสูงสี่นิ้ว และเงยหน้ามองเขาด้วยแววตาราบเรียบ

ภรรยาคนสวยพยักหน้าตอบรับ เป็นอันตกลง นั่นทำให้มุมปากของเหว่ยหลงกดลงเล็กน้อย เธอดูไม่แยแสมันทำให้เขาหงุดหงิด

จากที่จะไม่สนใจกลายเป็นตั้งคำถามใส่เธอ

“ทำไมถึงแต่งกับฉัน”

ผิงผิงหยุดการเคลื่อนไหวของปลายนิ้วที่กำลังปลดเครื่องประดับต่างๆ ออกจากร่างกาย ใบหน้าสวยมองตรงไปยังเจ้าของร่างสูงที่ยังคงกอดอกมองกันด้วยท่าทางเคร่งขรึม

ทำไมถึงแต่งกับเขาน่ะเหรอ มีเหตุผลเป็นล้านเลยละ เชื่อว่าหลี่เชียนพ่อของเธอน่าจะตอบไม่หมดด้วยซ้ำ แต่สำหรับผิงผิงมีเหตุผลเดียวเท่านั้น

“ก็คงโดนบังคับเหมือนคุณล่ะมั้งคะ”

หึ...เสียงหัวเราะเย้ยหยันดังขึ้นจากลำคอหนา ตาคมปรายมองคนบนเตียง

“ได้ข่าวว่าหลี่เชียนรักลูกสาวมาก มีหรือที่เธอจะปฏิเสธไม่ได้...หากไม่ต้องการแต่งกับฉันจริงๆ”

ผิงผิงชะงักค้างไปหลายวิ... เช่นนั้นเขาก็คงไม่รู้ว่าหลี่เชียนไม่ได้มีลูกสาวเพียงคนเดียว เธอน่ะเป็นแค่ลูกชัง ลูกสาวที่แบกรับผลจากการกระทำต่อจากน้องสาวเสมอ ริมฝีปากบางกรีดยิ้มอีกครั้ง หนนี้ไม่ใช่รอยยิ้มอวดดีอย่างเช่นเคย เป็นรอยยิ้มของความขมขื่น รอยยิ้มที่ถูกบีบรัดไว้ด้วยบุญคุณ บุญคุณที่ต้องชดใช้

หลี่เชียนมักพูดเสมอ หากไม่มีเขาเธอก็คงไม่มีชีวิตสุขสบายถึงเพียงนี้ แต่รู้อะไรไหม หากเลือกได้ ผิงผิงก็ไม่ขอเติบโตภายใต้สกุลหลี่เหมือนกัน

“ช่างเถอะค่ะ ในเมื่อเราจดทะเบียนสมรสกันแล้ว ก็ไม่มีเรื่องอื่นที่ต้องสนใจไม่ใช่เหรอคะ”

ดูเหมือนว่าภรรยาคนที่ถือดีจะกลับมาอีกครั้ง หลังจากที่เธอเผยแววตาเศร้าหมอง ไม่แน่ว่าบางทีเรื่องเศร้าสำหรับเธอคงไม่พ้นการที่ต้องแยกจากคนรัก?

“เธอมีคนรักอยู่แล้วหรือเปล่า”

“ไม่มีค่ะ” ผิงผิงตอบขณะที่นิ้วมือสวยก็ทำหน้าที่ปลดต่างหูไปด้วย

“ถ้ามีก็รีบบอกกัน ฉันจะได้คุยกับพ่อเรื่องหย่าเป็นไง”เหว่ยหลงเอ่ยเนิบๆ เขาเดินไปที่ริมระเบียงห้อง จากจุดนี้เขามองเห็นบอดี้การ์ดชุดดำกลุ่มหนึ่งที่ยืนกระจายตามจุดต่างๆ คล้ายกลัวใครหนีออกจากบ้าน?

คิ้วเข้มจึงขมวดเข้าหากัน นั่นไม่ใช่คนของเขาอย่างแน่นอน เหว่ยหลงผลุนผลันไปที่ประตูห้อง ปรากฏว่ามันไม่สามารถเปิดออกไปได้ สันกรามถูกบดเข้าหากันจนขึ้นรูปชัดเจน ผิงผิงที่นั่งมองสถานการณ์เริ่มตื่นตระหนกไม่แพ้กัน

“อาหลาง นายอยู่ไหน!” เหว่ยหลงตะโกนเสียงดัง

“ครับเฮีย” ทว่าเจ้าของชื่อตอบรับอย่างรวดเร็วเสมือนว่าเขาเฝ้าอยู่ที่ประตูมาตั้งแต่ต้น

“ทำไมประตูถึงล็อก เปิดให้ฉันเดี๋ยวนี้”

“อาหลางขอโทษครับเฮีย” น้ำเสียงเจือความรู้สึกผิดถูกส่งออกมาเป็นนัยๆ ว่าเขาเองก็ไม่ได้อยากทำแบบนี้ เหว่ยหลงจึงเดาได้ทันทีว่าใครเป็นคนบงการเรื่องทั้งหมด

“ให้มันได้อย่างงี้สิวะ!”

ตุบ!

แรงปะทะจากปลายรองเท้าขัดเงากระทบบานประตูเต็มแรงจนเสียงดังลั่น รวมถึงเจ้าของร่างบางที่สะดุ้งโหยง ใจดวงน้อยเต้นไม่เป็นจังหวะเอาเสียเลย

“เกิดอะไรขึ้นคะ” เสียงหวานถามระคนสงสัยขณะเดียวกันน้ำเสียงของเธอก็แอบสั่นเล็กน้อย

เหว่ยหลงหันหน้ามาสบตาภรรยาคนสวย นัยน์ตาของเขาดูดุร้ายจนคนมองนึกหวาดหวั่น

“จะอะไรซะอีก ออกจากห้องไม่ได้ไง! สมใจคุณหนูบ้านหลี่มั้ยเล่า อยากทำลูกกับฉันไม่ใช่เหรอ เอาสิจังหวะมาถึงแล้ว”

ผิงผิงเบิกตากว้างด้วยไม่คิดว่าเขาจะเปลี่ยนอารมณ์ได้เร็วถึงเพียงนี้ ดังนั้นปิ่นปักผมที่เพิ่งถอดออกหมาดๆ จึงถูกมือเล็กกำไว้อย่างแน่นหนา...

ถึงจะเป็นสามีที่เพิ่งตบแต่ง ผิงผิงก็กล้าแทงได้เหมือนกัน!

ชาง เหว่ยหลงค่อนข้างหัวเสีย ตั้งแต่เกิดมายี่สิบเก้าปี ไม่เคยเลยสักครั้งที่ต้องร่วมหลับนอนกับคนแปลกหน้า ถึงแม้คนแปลกหน้าที่ว่าจะเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของเขาก็ตาม

หลังจากที่พ่นวาจาถากถางใส่กัน ก็ดูเหมือนว่าสติของเขาจะกลับมา นั่นอาจเป็นเพราะว่าเจ้าของร่างบางที่นั่งมองเขาอย่างหวาดระแวงบนเตียง

แล้วเจ้าหล่อนจะกลัวอะไร ในเมื่อเหตุผลของการแต่งงานครั้งนี้คือการผลิตทายาทไม่ใช่หรือ ไม่แน่คงเป็นแค่มารยาหญิง งั้นเธอก็คงแสดงเก่งใช่ย่อย

อ้อ...นึกออกแล้ว คราแรกที่เขาบอกว่าจะไปข้างนอกเธอดูไม่ร้อนใจทั้งที่เป็นคืนเข้าหอ ที่แท้ก็คงรู้อยู่แล้วสินะ ว่ายังไงเขาก็ออกไปไหนไม่ได้ ผู้หญิงคนนี้เจ้าเล่ห์จริงๆ

“รู้อยู่แล้วสินะว่าประตูมันล็อก”

“ผิงไม่ทราบค่ะ ก็เพิ่งมารู้พร้อมคุณ” ถึงจะกลัวท่าทีของเขา แต่ผิงผิงก็ยังเก็บอาการไม่ให้ตื่นตระหนกเกินควร ดังนั้นน้ำเสียงที่เปล่งออกไปจึงค่อนข้างแข็งกระด้าง เหว่ยหลงกดยิ้มหยันเขาส่ายหน้าเบาๆ ราวกับไม่เชื่อคำพูดของเธอ

“เป็นภรรยาของฉันไม่สนุกหรอกนะ ขอโทษถ้าต้องพูดกันตรงๆ ฉันไม่ใช่คนที่จะใช้ชีวิตร่วมกับใครง่ายๆ ยิ่งโดยเฉพาะผู้หญิงที่ฉันไม่เคยรู้จักอย่างเธอมาก่อน ฉันแค่ต้องการชีวิตอิสระคืน” ดวงตาคมกล้าจ้องลึกผ่านนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อน แต่สิ่งที่เหว่ยหลงได้รับกลับมาคือรอยยิ้มหวานๆ จากภรรยา เขาไม่อาจยืนมองเธอด้วยใบหน้าเรียบเฉยได้อีกต่อไป

ชีวิตอิสระสำหรับผิงผิง นั่นคงหมายถึงยามที่เธอหมดลมหายใจหรือเปล่า... ผิงผิงเผยรอยยิ้มที่ดูโง่เขลา รู้สึกจุกในอกอย่างบอกไม่ถูก ยิ่งเห็นสีหน้าไม่สบอารมณ์ของสามีเธอก็ยิ่งตระหนักตนได้ว่า ในโลกนี้คงไม่มีใครต้องการกันจริงๆ เสียแล้ว แม้แต่พ่อก็ยังยัดเยียดเธอให้คนอื่น หรือแม้แต่สามีก็ยังไม่ต้องการเธอ

“เราจะเลิกพูดเรื่องนี้กันได้หรือยังคะ หากคุณยังไม่พร้อมทำลูก คืนนี้เราก็แค่นอนเฉยๆ ผิงจะไปอาบน้ำค่ะ” ผิงผิงตัดบทสนทนาไว้เพียงเท่านั้น เธอไม่คิดจะเถียงกับเขาให้ยืดยาว ปลายทางคือห้องน้ำ เธอแค่ต้องการใช้เวลาอยู่เงียบๆ คนเดียว ทว่าก็ไม่เป็นไปอย่างใจหวัง คล้ายว่ายังมีใครบางคนที่ไม่ยอมจบง่ายๆ

“มีลูกกับเธอน่ะเหรอ นอนฝันเอาเถอะคนสวย” เหว่ยหลงบีบต้นแขนขาวเนียน เขากระชากเธอเข้าหาแผ่นอกแกร่ง ผิงผิงขืนตัวไว้ เธอพยายามสะบัดต้นแขนออกจากฝ่ามือร้าย แต่ไม่อาจสู้แรงเขาได้เลย

“ผิงเจ็บนะ”

เหว่ยหลงชะงักไปหลายวิ แรงบีบจากฝ่ามือหนาจึงค่อยๆ เบาบางลงและปล่อยเธอให้เป็นอิสระในที่สุด นี่อาจเป็นข้อเสียอย่างหนึ่ง เขาเป็นคนขี้สงสารและใบหน้าของภรรยาที่เปื้อนหยาดน้ำตาในยามนี้... ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันทำให้เขาสับสน เธอเหมือนเด็กที่หลงทาง แววตาที่ใช้มองกันไม่เหลือร่องรอยของหญิงสาวถือดี

“ขอโทษด้วย ไม่ได้ตั้งใจให้เธอเจ็บ”

ผิงผิงใช้หลังมือเช็ดคราบน้ำตาออกอย่างลวกๆ เธอไม่สนคำขอโทษจากคนตรงหน้า เรียวขาสวยรีบก้าวไปยังห้องน้ำ ล็อกประตูอย่างแน่นหนาราวกับว่าเขาจะเข้ามาหาเรื่องกันได้อีก...

ความเงียบเข้าปกคลุมจนได้ยินเสียงของหัวใจที่เต้นไร้จังหวะ ความรู้สึกโดดเดี่ยวไร้ที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจกำลังเล่นงานใครบางคนที่แสร้งว่าเข้มแข็ง...

ผิงผิงทรุดร่างลงกับพื้นกระเบื้องเย็นเฉียบภายในห้องน้ำ แผ่นหลังบางแนบไปกับประตู ร่างทั้งร่างสั่นเทิ้ม หยาดน้ำตามากมายพรั่งพรูออกมาเป็นสาย แต่ทั้งหมดทั้งมวลนั้นไร้ซึ่งเสียงสะอื้นไห้ อาจเป็นเพราะเธอกัดริมฝีปากจนระบมเพื่อกักเก็บความรู้สึกทั้งหมดให้กลั่นเป็นหยดน้ำตาแทน...

การร้องไห้เงียบๆ คนเดียวคงเป็นเรื่องที่ชินชาสำหรับผิงผิงเสียแล้ว แม้ภายนอกจะดูเข้มแข็งแค่ไหนแต่ท้ายสุดเธอก็คือเธอ ผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ไร้ซึ่งอำนาจ

ใช่...หากเธอมีอำนาจเหนือกว่าหลี่เชียนบางทีอาจไม่ต้องตบแต่งกับคนที่ไม่ได้รัก...

วันแรกของการใช้ชีวิตคู่กับชางเหว่ยหลงไม่ค่อยราบรื่นนัก เพราะเขามีใจปฏิปักษ์ต่อกันอย่างชัดเจน ผิงผิงเข้าใจดีการแต่งงานกับคนที่เราไม่ได้ชอบพอกันมันคงหงุดหงิดพอๆ กับการที่ซื้อรองเท้าผิดไซซ์มาใส่ แต่จะให้ทำอย่างไรได้ เธอกลับไปจุดเดิมไม่ได้เสียแล้ว...

ผิงผิงใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมงในการอาบน้ำชำระร่างกาย จนลืมไปว่าเธอไม่ได้เตรียมชุดนอนมาเปลี่ยน ถ้าต้องออกไปทั้งผ้าเช็ดตัวแบบนี้ อาจโดนใครบางคนกล่าวหาว่าให้ท่ากัน ดังนั้นคนคิดมากจึงค่อยๆ แง้มประตูอย่างช้าๆ คิ้วเรียงเส้นสวยมีหยดน้ำเกาะแพรวพราวเลิกขึ้นเล็กน้อย เมื่อไม่เห็นเจ้าของห้อง แต่ดีแล้วเธอเองก็ไม่พร้อมจะปะทะคารมกับเขาในตอนนี้...

“ทำอะไรของเธอ จะออกก็ออก ฉันจะเข้าต่อ”

ทว่าเสียงทุ้มติดหงุดหงิดดังขึ้นข้างๆ ใบหู ผิงผิงได้ยินอย่างชัดเจน คนสวยหน้าแดงซ่านและดูเหมือนว่าจะลามไปทั้งตัว ต้องโทษผิวเธอที่มันขาวเกินไป!

ดวงตาช้ำที่ผ่านการร้องไห้อย่างหนักเงยขึ้นมองเจ้าของเสียง เขาจ้องตอบและ...มีเพียงผ้าเช็ดตัวที่ปกปิดช่วงเอวสอบ ด้านบนจึงเปลือยเปล่าเห็นกล้ามเนื้อแน่นหนั่นเป็นมัดๆ เรียงตัวเป็นลอนสวยลากยาวไปจนถึงเส้นขนอ่อนๆ ที่หลบอยู่ภายใต้ผ้าขนหนูผืนเล็ก

“ขอโทษค่ะ” เธอเอ่ยไม่เต็มเสียง และไม่รู้ว่าทำไมต้องขอโทษเขาด้วย ในเมื่อเธอไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย เมื่อคิดได้ดังนั้นคนตัวเล็กก็ตีหน้านิ่ง สองมือจับปมผ้าเช็ดตัวแน่นหนาและเดินผ่านคนหน้าดุราวกับเขาเป็นเพียงแค่ธาตุอากาศ

เหว่ยหลงไม่สบอารมณ์นักกับท่าทีจองหองของภรรยา เขามองตามร่างบางที่มีเพียงผ้าผืนเล็กปกปิดส่วนเว้าส่วนโค้งจนกระทั่งเจ้าหล่อนนั่งลงบนเก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องแป้งนั่นแหละ เขาถึงตระหนักได้ว่ามองภรรยานานเกินไปแล้ว รู้ตัวอีกทีดวงตากลมโตก็จ้องมองเขาผ่านกระจกใส เธอเลิกคิ้วขึ้นสูงคล้ายสงสัยว่าเขาจะไม่ไปอาบน้ำแล้วหรืออย่างไร

เฮอะ...!

เหว่ยหลงชักใบหน้ากลับ พ่นลมหายใจยาวเหยียด ถึงจะไม่ได้ชอบเจ้าหล่อน แต่การที่มีผู้หญิงมาอาศัยร่วมห้อง แถมสวยขนาดนั้น ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเธอทำเขาไม่มีสมาธิเอาเสียเลย แต่ถึงไม่ว่าอย่างไรเขาก็จะไม่มีวันร่วมหลับนอนกับเธออย่างเด็ดขาด

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ซ้อใหญ่สกุลชาง   30

    คฤหาสน์ชางเหว่ยหลงพาภรรยามาร่วมโต๊ะอาหารที่บ้านใหญ่ สมาชิกทุกคนอยู่พร้อมหน้าพร้อมตา รวมถึงอาไป๋ที่บินมาจากไทยเพื่อร่วมยินดีกับพี่ใหญ่ ตระกูลชางกำลังมีสมาชิกเพิ่มมาอีกหนึ่ง ทำให้ชางจู่หลงปลาบปลื้มใจเป็นพิเศษ ถึงแม้ลูกชายกับลูกสะใภ้จะยังคงตึงๆ ใส่กันอยู่บ้างก็ตาม“ในที่สุดบ้านเราจะมีเด็กมาวิ่งเล่นแล้ว” คนที่ตื่นเต้นรองจากชางจู่หลงน่าจะเป็นอาเหยียน“ต้องวิ่งบ้านฉันถึงจะถูก” เหว่ยหลงแย้งกลับ ทุกคนหันมาจ้องเขาเป็นตาเดียว เจ้าของคำพูดห้วนๆ จึงขยายความต่อ “ก็ลูกฉันนี่ ก็ต้องอยู่บ้านฉันไม่ใช่หรือไง จะมาวิ่งบ้านนายได้ไงอาเหยียน” “แหมเฮีย ไม่ทันไรก็หวงลูกแล้ว” “นายก็หัดจริงจังกับใครสักคนแล้วก็ทำลูกเองเสียสิ” เป็นประโยคธรรมดาแต่กลับทำเอาคนฟังขนลุกซู่ อาเหยียนเปลี่ยนเรื่องด้วยการหันไปคุยกับซ้อแทนการสนทนากับพี่ชาย“เต้าหู้ทรงเครื่องจานนี้เด็ดมากซ้อลองดู” เหว่ยหลงที่มองเหตุการณ์ตรงหน้ารู้สึกเหมือนตัวเองบกพร่องในหน้าที่ เขาเป็นสามีเธอแท้ๆ ยังไม่เคยทำแบบนั้นเลย ไวเท่าความคิดหมูสามชั้นผัดถั่วงอกถูกคีบขึ้นมาชนกับตะเกียบของอาเหยียนจนอีกฝ่ายงุนงง จานของผิงผิงจึงมีหมูสามชั้นผัดถั่วงอกแทนที่เต้า

  • ซ้อใหญ่สกุลชาง   29

    เหตุการณ์ในลักษณะนี้คลับคล้ายคลับคลาเหมือนเคยเกิดขึ้นมาก่อน อาจจะเป็นวันแรกที่ผิงผิงแต่งเข้าชาง วันนั้นก็อย่างนี้ ประตูห้องถูกล็อกจากด้านนอก ต่างกันก็ตรงที่อารมณ์ อาหลางทำงานไวเหมือนกลัวไม่คุ้มเงินเดือน เสียงขลุกขลักด้านนอกทำให้รู้ว่าเขาได้ล็อกประตูตามคำบัญชาแล้วส่วนเฮียหลงเขายังโอบกอดเธอจากทางด้านหลัง สักพักก็ลงไปนั่งบนเตียงแทนโดยมีเธออยู่บนตักแกร่ง ฝ่ามือใหญ่ขาวจัดกำลังลูบๆ คลำๆ บริเวณหน้าท้อง ซึ่งนั่นทำให้ผิงผิงย่นคิ้วไม่พอใจ“เมื่อก่อนฉันมองเธอผิดไปด้วยอะไรหลายๆ อย่าง ทำให้ต้องคิดแบบนั้น”“เพราะผิงไม่ได้บอกเฮียเรื่องจือลู่?” “มีส่วนนิดหน่อย” “แล้วเรื่องที่เฮียเข้าใจผิดคืออะไร”เหว่ยหลงเงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นจึงเริ่มพูดต่อ “ภูมิหลังของเธอไม่ใช่แค่เด็กกำพร้า…” คนในอ้อมแขนเหมือนจะเกร็งตัวขึ้นมา “เฮียรู้อะไรมาเหรอคะ” ที่ผ่านมายอมรับว่าไม่เคยอยากรู้เรื่องพ่อแม่ที่แท้จริง ผิงผิงคิดว่าสิ่งนั้นไม่จำเป็น ในเมื่อพวกท่านทิ้งเธอไป เหตุใดต้องอยากรู้เรื่องเกี่ยวกับพวกท่านให้ยุ่งยากใจ ทว่าลึกๆ แล้วมันก็มีหลายครั้งที่ทำให้นึกถึง อย่างเช่นหากเธอไม่ได้เป็นเด็กกำพร้า ไม่ต้องมาอยู่ตระ

  • ซ้อใหญ่สกุลชาง   28

    ชางเหว่ยหลงยืนนิ่งไม่ไหวติงอยู่หน้าห้องนอนใหญ่ เขายกหลังมือขึ้นเตรียมจะเคาะประตู แต่อึดใจต่อมาก็เอากลับมาแนบลำตัวตามเดิม สักพักก็จะเคาะใหม่อีกครั้ง ในขณะที่สมองก็เตรียมคำพูดไว้อย่างมากมาย เธอมีอะไรจะบอกฉันไหม…ในท้องเธอน่ะกี่เดือนแล้ว…ที่ผ่านมาฉันมองเธอผิดไปเอง…เรามาเริ่มต้นใหม่กันเถอะ…ตอนนั้นเองประตูห้องก็ถูกเปิดออกมาโดยมีร่างผอมเพรียวของผิงผิงยืนอยู่ตรงหน้า เธอเลิกคิ้วขึ้นเมื่อเห็นเขายืนยกมือค้างกลางอากาศ เหว่ยหลงกะพริบตาถี่ๆ จากนั้นก็รีบหุบแขนลง“กินข้าวหรือยัง” ดูเหมือนว่าคำถามที่เตรียมไว้เขาไม่ได้เลือกมาใช้สักประโยค“เรียบร้อยแล้วค่ะ” “แล้วจะไปไหน”ผิงผิงยกเหยือกแก้วใส่น้ำขึ้นก่อนจะบอกเขาว่า “มันหมดค่ะ ผิงจะลงไปเติม” เหว่ยหลงพยักหน้ารับแล้วคว้าเอาเหยือกน้ำมาถือไว้เอง“เดี๋ยวจัดการให้” ไม่รอให้อีกฝ่ายได้คัดค้าน เขาก็หมุนปลายเท้าเดินลงบันไดไปเสียแล้ว ผิงผิงยืนมองแผ่นหลังกว้างของเฮียหลงอย่างไม่เข้าใจ หรือเธอพลาดอะไรไปหรือเปล่านะ…เธอยืนรออยู่หน้าห้องกระทั่งเหว่ยหลงกลับขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับน้ำที่เต็มเหยือก “ขอบคุณค่ะ” “วันนี้ฉันจะนอนที่ห้อง” “คะ?” “ก็นอนห้อ

  • ซ้อใหญ่สกุลชาง   27

    ‘เป็นยาที่แพทย์มักจ่ายให้คนท้องซะส่วนใหญ่ เฮียไปเอามาจากไหน’อาไป๋พิมพ์ข้อความส่งกลับไปหลังจากที่พี่ใหญ่ของบ้านส่งรูปภาพบางอย่างมาถามเขา ข้อความถูกอ่านแล้วทว่าไร้วี่แววของคนถาม“พ่อครับ ผมควรทำยังไง” เหว่ยหลงนั่งหน้าแดงก่ำอยู่ปลายเตียงของบิดา ชางจู่หลงที่ถูกรบกวนเวลานอนมีสีหน้าเหนื่อยหน่ายใจ “แกรู้อยู่แล้วอาหลงว่าต้องทำยังไง คำตอบทุกอย่างมันอยู่ที่ตรงนี้” จู่หลงจิ้มนิ้วไปยังอกด้านซ้าย ต่อมาก็เคลื่อนขึ้นข้างขมับ “และก็ตรงนี้ ฉันไม่อยากให้แกตัดสินใจพลาดหรอกนะ คนที่จะเจ็บมันก็คือตัวแกเองอาหลง” เหว่ยหลงที่มีอาการกรึ่มๆ สะบัดศีรษะเล็กน้อยเพื่อเรียกสติ แต่ไหนแต่ไรมาไม่เคยต้องมานั่งระบายเรื่องอึดอัดใจต่อบิดา นับว่าเป็นครั้งแรกที่เขาไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไร เรื่องราวที่สมควรจะเดินไปในทิศทางที่วางไว้กลับตาลปัตรไปหมด “ผิงท้อง...” เหว่ยหลงเอ่ยเสียงเบาหวิว “ฉันรู้” “ครับ?” หัวคิ้วเข้มขมวดยับยู่กับคำตอบที่ได้ยิน“บอกว่าฉันรู้แล้ว”“พ่อรู้ได้อย่างไง” จู่หลงส่ายหน้าระอา จากนั้นก็ลุกขึ้นไปที่ชั้นไม้แกะสลักลายมังกรหยิบเอกสารบางอย่างออกมาให้ลูกชาย“เก่งทุกเรื่อง ฉลาดทุกอย่าง แต่ไม่มีไ

  • ซ้อใหญ่สกุลชาง   26

    ผิงผิงเรียนรู้การเป็นเลขาของสามีได้หนึ่งสัปดาห์ โดยเวลาส่วนใหญ่มักอยู่แต่ในห้องทำงานกับเฮียหลง ไม่ว่าจะในสถานะไหนเหว่ยหลงก็คือเหว่ยหลง เขาจองจำเธอให้อยู่แต่ในพื้นที่ของเขา ตั้งแต่มาทำงานกับสามีเธอแทบไม่ได้พบเจอคนใหญ่คนโตของที่นี่ เจอแต่หน้าท่านประธานถือว่าข้ามขั้นตอนไปเยอะเลยทีเดียว!ช่วงพักเที่ยงผิงผิงอยู่ทำงานเพียงลำพังภายในห้องแอร์เย็นฉ่ำ ส่วนเฮียหลงเขาไปคุยงานนอกสถานที่ยังไม่กลับมา เหว่ยหลงไม่ได้ให้ผิงผิงติดตามไปด้วย ทำให้นึกถึงคำพูดตอนที่เขาพาฟางฟางเข้าบ้าน เพราะเป็นเลขาจึงต้องไปไหนมาไหนด้วยกันน่ะเหรอ ดูก็รู้ว่าเขาโกหกทั้งเพ ไม่เช่นนั้นเลขาอย่างเธอจะนั่งอ่านเอกสารอยู่ภายในห้องคนเดียวงั้นเหรอ ก๊อกๆ“ขออนุญาตครับ”เป็นอาหลางที่เดินเข้ามาพร้อมกับถาดอาหารจานใหญ่ที่มีฝาครอบอย่างมิดชิด“ของฉันเหรอ” “ครับ เฮียสั่งมาให้น่ะครับ” อาหลางยิ้ม เขานำถาดอาหารวางไว้ที่ห้องครัว ห้องทำงานของเหว่ยหลงกว้างใหญ่มากมีครบทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นห้องครัว ห้องนอน หรือแม้กระทั่งห้องฟิตเนส เพราะมีช่วงหนึ่งที่เฮียหลงไม่กลับบ้าน ผิงผิงเข้าใจแล้วว่าทำไม ก็ห้องทำงานของเขาครบครันเสียขนาดนี้ ดีไม่ดีก็คงพายัย

  • ซ้อใหญ่สกุลชาง   25

    เหว่ยหลงส่งภรรยาที่บ้าน ส่วนตัวเขาเดินทางไปเคลียร์งานที่บริษัท รวมถึงประสานงานเรื่องการเปลี่ยนเลขาคนใหม่ แน่นอนว่าเมื่อเรื่องนี้ถึงหูจินเยว่ผู้อาวุโสไม่พอใจเป็นอย่างมาก แต่พอรู้ว่าเป็นคำสั่งของชางจู่หลงก็ทำได้เพียงเงียบเท่านั้น จางจือลู่ได้รับเรื่องอย่างรวดเร็ว คิดไม่ถึงว่าหมากที่วางไว้ถูกเปลี่ยนตัวเดินกะทันหัน ดวงตาเรียวคมหันมองหญิงสาวที่นอนหลับอยู่ข้างกายด้วยสีหน้าเรียบเฉย หากเป็นเช่นนั้นหลี่ฟางฟางก็ไม่จำเป็นอีกต่อไป เขาเองก็เบื่อจะคุยดีกับสองพ่อลูกบ้านหลี่จะแย่ หลี่เชียนกำเริบขึ้นทุกวัน ผีพนันเข้าสิงเกินจะกู่กลับ ไม่เอาการเอางานปล่อยทิ้งธุรกิจโรงแรมที่เป็นรายได้หลัก ไม่คิดจะสนใจเข้าดูแล เห็นทีว่าเขาเองก็ไม่มีเหตุจำเป็นต้องช่วยตาแก่นั่นอีกเหว่ยหลงกลับบ้านตอนเที่ยงคืน ใบหน้าหล่อเหลาค่อนข้างหมองคล้ำ ท้องร้องโครกครากประท้วงอย่างหนัก นั่นเป็นเพราะว่าไม่มีอะไรตกถึงท้องสักอย่าง มีหลายเรื่องที่เขาต้องจัดการแทบไม่มีเวลาให้คิดสิ่งอื่นใด ร่างสูงเดินไปยังครัวเพื่อหาอะไรรองท้อง ทว่าแผ่นหลังของใครบางคนทำให้เท้าหนักต้องหยุดชะงัก ผิงผิงยืนอยู่หน้าตู้เย็นหยิบนมกล่องใหญ่รินใส่แก้วในมือด้วยความระ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status