LOGINชายหนุ่มร่างสูงก้าวเท้าไปตามโถงทางเดินของอาคารเรียนคณะบริหารธุรกิจ เขาเดินด้วยจังหวะสบาย ๆ แต่เต็มไปด้วยความมั่นใจ แว่นกันแดดสีดำสนิทปิดบังดวงตาคู่คมไว้ ยิ่งทำให้เขาดูลึกลับจนใคร ๆ ก็ต้องเหลียวมอง
“ฟาเดีย แกเห็นผู้ชายคนเมื่อกี้ไหม โคตะระหล่อเลย โอ๊ย ใจบางไปหมดแล้ว” เมเปิ้ล เพื่อนสนิทที่เรียนด้วยกันตั้งแต่มัธยมต้นของฟาเดีย โผเข้ามากอดแขนเธอ ถามด้วยความตื่นเต้น ใบหน้ากระดี๊กระด๊าราวกับเจอพระเอกซีรีส์ในดวงใจ
“เห็น” ฟาเดียยิ้มขำ ๆ ให้กับท่าทางของเพื่อน
“หล่อมากเลยเนอะแก ต้องหลุดออกมาจากซีรีส์แน่ ๆ ออร่าแบบนี้ไม่มีในชีวิตจริง บอกทีว่าแกรู้จัก แกรู้จักเขาใช่ไหมฟาเดีย”
ฟาเดียกะพริบตาปริบ ๆ ยังไม่ทันตอบอะไร เมเปิ้ลก็รัวต่อทันที
“อย่าบอกนะว่าเป็นรุ่นพี่คณะเรา! หรืออาจารย์ใหม่? หรือ...หรือเป็นเทพบุตรลงมาจุติ”
“โอ๊ย หยุดเพ้อเจ้อได้แล้วเมเปิ้ล”
เมเปิ้ลหันไปเห็นดอกไม้ช่อโตที่วางอยู่บนโต๊ะข้าง ๆ เพื่อน “เอ๊ะ! แล้วนี่ดอกไม้ใคร ช่อใหญ่อลังการมาก ของแกเหรอฟาเดีย”
“มันวางอยู่ข้างฉัน ก็ต้องเป็นของฉันสิ”
“ใครให้แกมา นี่แกแอบมีแฟนไม่บอกเพื่อนเหรอ บอกมาเดี๋ยวนี้ว่าใครให้แกมา”
“ก็คนหล่อที่แกกำลังคลั่งอยู่นี่ไง”
“ฟาเดีย นี่แกแอบไปมีแฟนหล่อขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไร ทำไมไม่บอกฉัน” เมเปิ้ลออกอาการกระดี๊กระด๊ายิ่งกว่าเดิม เมื่อรู้ว่าพ่อเทพบุตรคนนั้นเป็นเจ้าของช่อดอกไม้อลังการนี้
“แฟนเฟินอะไรกันเล่า แกก็รู้ว่าฉันมีแฟนได้ที่ไหน” แม้ต่างฝ่ายต่างรู้ใจตัวเอง แต่ฟาเดียกับม่านเมฆก็ยังไม่ได้มีสถานะที่ชัดเจน น้องจากเขาคือพี่ชายฝาแฝดของพี่เขยเธอ เพราะตอนนี้พี่สาวอย่างช่อแก้ว ซึ่งเป็นลูกบุญธรรมของพ่อกับแม่เธอ ได้แต่งงานกับม่านหมอก และทั้งคู่ก็มีลูกสาวที่น่ารักอย่างน้องข้าวหอมด้วยกันแล้ว
“ก็จริง ป๊าแกหวงแกยิ่งกว่าจงอางหวงไข่ ฉันยังจำตอนที่โมทย์มันจีบแกได้อยู่เลย เกือบได้กินลูกซองป๊าแก”
“ป๊าก็แค่ขู่ไปงั้นแหละ ใครจะไปยิงจริง ๆ”
“แต่ก็ไม่ควรเสี่ยงชีวิตไหมล่ะ ฉันยังจำหน้าป๊าแกตอนนั้นได้อยู่เลย อย่างกับพวกบอดี้การ์ดสายโหด”
“ป๊าฉันก็เคยเป็นบอดี้การ์ดจริง ๆ นั่นแหละ”
“เออใช่ ฉันก็ลืมว่าป๊าแกเคยเป็นบอดี้การ์ดมาก่อน แล้วสรุปว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใคร”
“คนที่ป๊าฉันเคยเป็นบอดี้การ์ดให้น่ะ”
“เดี๋ยวนะ ป๊าแกไม่ได้เป็นบอดี้การ์ดแล้วไม่ใช่เหรอ ตอนนี้ใคร ๆ ก็รู้จักเสี่ยฟลอยด์กับซ้อปุ้ย เจ้าของร้านวัสดุก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดในอำเภอ”
“ก็ไม่ได้บอกว่ายังเป็นซะหน่อย ฉันหมายถึงเมื่อก่อนนู้นต่างหาก แกจำเฮียเมฆไม่ได้เหรอ”
“เฮียเมฆ? เฮียเมฆไหน”
“เฮียเมฆที่หล่อ ๆ ที่เป็นนักบินไง” เสียงยืดยานคาง พร้อมร่างอ่อนระโหยโรยแรงที่ทิ้งตัวนั่งฟุบหน้ากับโต๊ะ ราวกับอดหลับอดนอนมาสามวันสามคืน
“พะแพง ทำไมแกรู้จักล่ะ” เมเปิ้ลเขย่าตัวเพื่อนที่จะหลับแหล่ไม่หลับแหล่
พะแพงถอนหายใจเบา ๆ แล้วเท้าคางกับโต๊ะ ทั้งที่แววตาของเธอก็ยังมีร่องรอยของความงัวเงียอยู่เล็กน้อย แล้วทบทวนความทรงจำให้กับเพื่อนขี้ลืม “แกจำตอนที่เราไปหาน้องข้าวหอมที่บ้านฟาเดียไม่ได้เหรอ เราเจอเฮียเมฆคนแรกเลย”
“อ้าว ฉันนึกว่านั่นเฮียหมอก”
“แกนี่นะ แค่นี้ก็แยกไม่ออก”
“ฉันเป็นคนบอกแกไม่ใช่เหรอว่าคนที่เจอคือเฮียเมฆ” ฟาเดียก็จำได้ว่าพะแพงก็คิดว่าชายหนุ่มร่างสูงคนแรกที่เจอคือม่านหมอก น้องชายฝาแฝดของม่านเมฆ ส่วนเมเปิ้ลยังไม่ทันได้ฟังอะไร ทักทายเสร็จก็รีบวิ่งไปเข้าห้องน้ำ
“ที่แท้แกก็แยกไม่ออกเหมือนกันแหละ ไม่เจอไม่กี่ปี ทำไมออร่าความหล่อสาดกระจายขนาดนี้ล่ะ”
“น่าจะเพราะตัดผมใหม่ไหม” ฟาเดียหาเหตุผล เธอก็คิดว่าเฮียเมฆของเธอหล่อขึ้นมากจริง ๆ ตั้งแต่ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานกรรมการของสายการบิน คลาวด์แอร์ไลน์ หล่อจนใจสั่นทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้
“ว่าแต่ แกมาสายอีกแล้วนะพะแพง สายตั้งแต่เปิดเทอมวันแรกเลย กว่าจะลุกจากที่นอนได้ หึ! เมื่อเช้าฉันกับฟาเดียโทรไปปลุกตั้งกี่รอบก็ไม่ยอมตื่น เป็นยัยคุณนายตื่นสายตั้งแต่ ม.ต้น จนเข้ามหาลัย ไม่เคยเปลี่ยนเลยจริง ๆ” เมเปิ้ลบ่นพร้อมส่ายหน้าด้วยท่าทางเอือมระอาอย่างไม่จริงจังนัก
“เมื่อคืนเผลอดูซีรีส์เกาหลีจนดึกน่ะสิ ฉากจูบมันฟินเกินจนหยุดไม่ได้เลย ฮ้าววว~” พะแพงยกมือขึ้นมาปิดปากหาว ก่อนจะฟุบหน้าไปกับโต๊ะอีกครั้ง เพื่อนทั้งสองส่ายหน้าเอือมระอา และไม่นานอาจารย์ที่ปรึกษาก็เข้ามา
จังหวัดสกลนคร
“นั่นพี่ฟลอยด์จะไปไหน อย่าบอกนะว่าจะไปหาฟาเดีย” เสียงที่ดังขึ้นทำให้ร่างสูงใหญ่ของชายวัยกลางคน เจ้าของเส้นผมสีบรอนซ์ที่กำลังย่องก้าวพ้นประตูบ้านชะงัก มือที่ถือกุญแจรถอยู่รีบเอาไพล่หลังไว้
“วันนี้ฟาเดียเปิดเทอมวันแรก” เสียงอ้อมแอ้มเมื่อถูกจับได้
“ฟาเดียโตแล้วนะพี่ฟลอยด์”
“ถึงฟาเดียจะเข้ามหาลัยแล้ว แต่ก็ยังเป็นเด็กในสายตาของเรานะ”
“ที่อยากไปหาลูก เพราะพี่ฟลอยด์คิดว่าเมฆจะมาหาฟาเดียใช่ไหม”
“มันก็ต้องแน่นอนอยู่แล้ว” เสียงที่เล็ดลอดออกมานั้นเบาจนคนเป็นภรรยาไม่ได้ยิน และคำประกาศของอดีตเจ้านายตัวน้อยยังคงดังก้องกังวานในหัวของเขา
‘ฟาเดียจะเข้ามหาลัยแล้ว เมฆจะจีบฟาเดียแล้วนะครับ ป๊าฟลอยด์’ ม่านเมฆเดินเข้ามาบอกว่าที่พ่อตาในวันที่ฟาเดียเรียนจบระดับชั้นมัธยม
“แม่ครับ เห็นเข็มขัดนักเรียนเฟรมไหมครับ” เสียงตะโกนจากชั้นสองของบ้าน ซึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากลูกชายคนเล็กของเธอ เฟรม เมธวิน
“ก็อยู่ในลิ้นชักที่เดิมนั่นแหละ” ปุ๋ยตอบกลับไป สายตายังคงจับจ้องคนเป็นสามี
“เฟรมหาไม่เจอครับ” เสียงตะโกนจากชั้นบนตอบกลับมา
“เดี๋ยวแม่ไปหาให้ พี่ฟลอยด์เลิกล้มความคิดจะไปหาฟาเดียเลยนะ” ปุ้ยบอกอย่างเด็ดขาด แม้จะไม่ค่อยไว้ใจว่าสามีจะเชื่อในสิ่งที่เธอพูด แต่ก็ต้องไปจัดการปัญหาให้ลูกชายก่อน ไม่เช่นนั้นอาจจะไปโรงเรียนสายได้
“พี่รู้แล้ว”
ฟลอยด์ตอบออกไปอย่างเสียมิได้ แต่เพียงแค่ปุ้ยคล้อยหลัง เขาก็รีบวิ่งไปที่รถทันที
“พี่ฟลอยด์!!”
วิลล่าส่วนตัว หาดกมลา ภูเก็ตดวงอาทิตย์ดวงโตสีส้มจัดจ้านกำลังค่อย ๆ หย่อนตัวลงจูบขอบฟ้าอันดามัน สาดแสงสีทองอำพันสุดท้ายของวันลงมากระทบผิวน้ำทะเลที่เป็นลอนคลื่นระยิบระยับราวกับเกล็ดทองคำสายลมยามเย็นพัดหอบเอาความสดชื่นของทะเลเข้ามาปะทะกับกลิ่นหอมหวลชวนน้ำลายสอของบาร์บีคิวเนื้อเกรดพรีเมียมและเนยกระเทียมที่กำลังย่างฉ่าอยู่บนเตาถ่าน กลิ่นดอกลีลาวดีและดอกแก้วในสวนส่งกลิ่นหอมเย็น ๆ ลอยล่องมาตามลม ผสมผสานกับเสียงดนตรีเบา ๆ ที่เปิดคลอสร้างบรรยากาศทว่า ความสงบเงียบและความโรแมนติกของธรรมชาตินั้น ช่างดูขัดแย้งกับความเป็นจริงที่เกิดขึ้นบนสนามหญ้าหน้าบ้านอย่างสิ้นเชิง เพราะบัดนี้ พื้นที่สีเขียวขจีได้ถูกยึดครองโดยกองทัพมนุษย์ตัวจิ๋วและสภาญาติผู้ใหญ่ที่มารวมตัวกันจนวิลล่าหลังใหญ่ดูเล็กลงไปถนัดตาม่านเมฆ ในฐานะผู้จ่ายเงินยืนกุมขมับอยู่มุมเสา เข่าทั้งสองข้างอ่อนแรงจนแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้นหญ้านวลน้อยราคาแพงที่ตอนนี้เริ่มมีสภาพไม่ต่างจากทุ่งหญ้าสะวันนาที่เพิ่งผ่านการอพยพของฝูงวิลเดอบีสต์“ทำไมคนมันเยอะขนาดนี้วะเนี่ย” ม่านเมฆพึมพำกับตัวเอง สายตาล่อกแล่กมองไปรอบงาน “นี่มันงานวันเกิดเด็ก 5 ขวบ หรือมหกรรม
ถนนส่วนบุคคล หน้าวิลล่า จ. ภูเก็ตแสงอรุณยามเช้าตรู่สาดส่องลงมากระทบยอดทิวสนที่เรียงรายอยู่สองข้างทางของหมู่บ้านหรูก่อให้เกิดลำแสงสีทองอ่อน ๆ ที่ตัดผ่านละอองหมอกจาง ๆ เหนือพื้นหญ้าสีเขียวชอุ่ม น้ำค้างยอดหญ้าสะท้อนแสงวิบวับราวกับอัญมณีที่ธรรมชาติบรรจงโปรยปรายไว้ต้อนรับวันใหม่ กลิ่นไอดินชื้นเย็นผสมผสานกับกลิ่นลมทะเลสะอาดสดชื่นที่พัดโชยมาเป็นระยะ สร้างบรรยากาศที่เงียบสงบและผ่อนคลายจนอยากจะหยุดเวลาไว้ตรงนี้ เสียงนกร้องจิ๊บๆ ประสานกับเสียงใบไม้เสียดสีกันเบา ๆ เป็นดนตรีบรรเลงขับกล่อมให้โลกใบนี้ดูงดงามราวกับภาพวาดราคาแพงบนถนนลาดยางที่สะอาดสะอ้านไร้ฝุ่นผง ร่างสูงใหญ่ของม่านเมฆในชุดออกกำลังกายรัดรูปสีเทาเข้มที่ขับเน้นมัดกล้ามทุกสัดส่วนกำลังวิ่งจ็อกกิ้งด้วยท่วงท่าที่มั่นคงและสง่างาม เหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ผุดพรายตามขมับและลำคอ ยิ่งทำให้ซีอีโอหนุ่มดูเซ็กซี่และทรงพลังในแบบที่สาว ๆ เห็นแล้วต้องเหลียวหลังแต่ทว่า สายตาของม่านเมฆไม่ได้จับจ้องอยู่ที่ระยะทางในนาฬิกาสมาร์ทวอทช์หรือทิวทัศน์อันงดงามรอบกายดวงตาคมกริบของเขาจับจ้องไปยังกลุ่มก้อนความรักที่เดินเตาะแตะอยู่ข้างหน้าห่างออกไปไม่กี่เมตรฟาเดีย ในชุดเด
วิลล่าส่วนตัว หาดกมลา ภูเก็ตท้องฟ้าเหนือเกาะภูเก็ตวันนี้ถูกฉาบทาด้วยสีเทาหม่นของเมฆฝนก้อนมหึมาที่ลอยต่ำจนแทบจะสัมผัสยอดทิวสน สายฝนเม็ดหนาหนักเทกระหน่ำลงมากระทบหลังคาและกระจกหน้าต่างบานใหญ่ของวิลล่าหรูจนเกิดเสียงดัง ซู่ ซู่ อย่างต่อเนื่องและยาวนานราวกับฟากฟ้ากำลังระบายความโศกเศร้าออกมาจนหมดสิ้น ไอความชื้นแฉะและกลิ่นดินระเหยลอยฟุ้งแทรกซึมเข้ามาในบรรยากาศ ผสมผสานกับเสียงคลื่นทะเลที่ซัดสาดชายฝั่งอย่างเกรี้ยวกราด ทำให้บรรยากาศเช้านี้ดูหดหู่และเงียบเหงาผิดวิสัยบ้านที่มีเด็กเล็กภายในห้องนอนมาสเตอร์เบดรูมที่กว้างขวาง อุณหภูมิถูกปรับให้อุ่นขึ้นเล็กน้อย กลิ่นหอมสดชื่นของดอกไม้และกลิ่นสะอาดของน้ำยาปรับผ้านุ่มที่คุ้นเคย บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยกลิ่นฉุนอ่อน ๆ ของยูคาลิปตัสจากแผ่นแปะแก้คัดจมูกและกลิ่นยาน้ำรสส้มที่ลอยอบอวลไปทั่วห้อง ราวกับห้องนอนหรูหราแห่งนี้ได้ถูกแปลงสภาพเป็นหอผู้ป่วยวิกฤต (ICU) แผนกกุมารเวชไปเสียแล้วบนเตียงคิงไซส์หนานุ่มมีร่างเล็ก ๆ สองร่างนอนซมอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนาพันวาสาวน้อยจอมแก่นที่ปกติพลังงานล้นเหลือ บัดนี้นอนแก้มแดงปลั่งเพราะพิษไข้ ผมเปียสองข้างยุ่งเหยิง หายใจฟืดฟาดเสียงดังเพร
หน้าโรงเรียนนานาชาติภูเก็ตแสงแดดยามบ่ายแก่ ๆ ของเกาะภูเก็ตสาดส่องลงมากระทบหลังคารถหรูนับร้อยคันที่จอดเรียงรายอยู่หน้าประตูโรงเรียนนานาชาติจนเกิดประกายแสงวิบวับแสบตา ไอความร้อนจากท่อไอเสียและพื้นถนนเต้นระริกเป็นคลื่นความร้อนที่บิดเบี้ยวภาพทิวทัศน์รอบข้างให้ดูเหมือนภาพวาดสีน้ำมันที่ยังไม่แห้งดี เสียงจจอแจของผู้ปกครองหลากเชื้อชาติที่มายืนรอลูกหลานดังผสมปนเปกับเสียงนกหวีดของ รปภ. และเสียงเครื่องยนต์ที่ครางกระหึ่มแต่ภายในรถตู้ Alphard สีดำมันปลาบที่ติดฟิล์มดำสนิทจนมองไม่เห็นด้านใน บรรยากาศกลับเย็นยะเยือกราวกับอยู่ในขั้วโลกเหนือ เครื่องปรับอากาศทำงานเต็มสูบเพื่อดับไฟในอกของชายสองวัยที่กำลังนั่งจ้องหน้าจอแท็บเล็ตที่เชื่อมต่อกับกล้องวงจรปิดหน้ารถตาเขม็งม่านเมฆซีอีโอหนุ่มผู้คลั่งรัก นั่งกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดที่หลังมือขึ้นเป็นแนวไปถึงท่อนแขน ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความทรมานราวกับกำลังดูหนังผีที่น่ากลัวที่สุดในชีวิตข้าง ๆ กันคือ ฟลอยด์ที่บินด่วนลงมาจากสกลนครพร้อมปุ้ย เพื่อมาเยี่ยมหลานสุดที่รักฟลอยด์อยู่ในสภาพสวมแว่นกันแดดสีดำสนิท กัดฟันกรอด ๆ จนกรามปูนโปน“มันมาแล้ว ไอ้เด็กนั่นมันเดินมา
ศูนย์การค้า เซ็นทรัล ฟลอเรสต้า ภูเก็ตบ่ายวันเสาร์ที่ดวงอาทิตย์ตั้งฉากกับเกาะภูเก็ตส่งเปลวแดดร้อนระอุแผดเผาลงมาจนยางมะตอยบนลานจอดรถแทบจะละลายกลายเป็นสายน้ำสีดำข้น แต่ทว่า ทันทีที่ประตูอัตโนมัติบานยักษ์เลื่อนเปิดออก กลิ่นหอมจาง ๆ ของน้ำหอมปรับอากาศระดับลักชูรีและไอเย็นฉ่ำจากเครื่องปรับอากาศก็พุ่งเข้าปะทะผิวกาย ราวกับเดินก้าวข้ามทะเลทรายซาฮาร่าเข้าสู่โอเอซิสอันศิวิไลซ์ภายในห้างสรรพสินค้าหรูหราที่ถูกออกแบบให้เหมือนป่าหิมพานต์ยุคดิจิทัล แสงไฟวอร์มไวท์สาดส่องลงบนพื้นหินอ่อนมันวาววับสะท้อนภาพผู้คนที่เดินขวักไขว่ แต่ท่ามกลางฝูงชนนับพัน มีครอบครัวหนึ่งที่โดดเด่นออกมาจนใคร ๆ ต่างก็ต้องเหลียวหลังมองม่านเมฆซีอีโอหมื่นล้านผู้กุมบังเหียน Cloud Airlines บัดนี้อยู่ในสภาพ เบ๊ผู้ทรงเกียรติ สองแขนแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามภายใต้เสื้อเชิ้ตพับแขน พะรุงพะรังไปด้วยถุงกระดาษแบรนด์เนมสีสันสดใสนับสิบใบ ทั้ง Gucci Kids, Dior Baby และร้านของเล่นชั้นนำจนแทบจะมองไม่เห็นทางเดิน“ฟาเดีย เฮียว่าลูกเราใส่เสื้อผ้าไม่ซ้ำกันได้สามปีแล้วนะครับ” ม่านเมฆโอดครวญเสียงอ้อน ส่งสายตาปริบ ๆ ให้ภรรยาคนสวยที่เดินนำหน้าอย่างสง่าง
ณ วิลล่า หาดกมลา ภูเก็ต บ่ายวันเสาร์เมฆสีเทาหม่นปกคลุมทั่วท้องฟ้าเหนือเกาะภูเก็ต สายฝนเม็ดละเอียดโปรยปรายลงมากระทบผิวน้ำทะเลและกระจกหน้าต่างบานใหญ่ของวิลล่าอย่างไม่ขาดสาย ก่อให้เกิดเสียง เปาะแปะ เปาะแปะ ที่ชวนให้รู้สึกง่วงงุนและเกียจคร้าน กลิ่นไอดินชื้นแฉะผสมกับกลิ่นไอทะเลลอยอบอวลอยู่ในอากาศภายนอกผิดกับอากาศเย็นฉ่ำและแห้งสนิทจากเครื่องปรับอากาศภายในห้องนั่งเล่นที่ถูกเปิดทิ้งไว้ที่อุณหภูมิ 23 องศาเซลเซียสบรรยากาศในบ้านวันนี้เงียบสงบผิดปกติ ราวกับอยู่ในห้องสมุดแห่งชาติมากกว่าจะเป็นบ้านที่มีเด็กแฝดวัยกำลังซน มีเพียงเสียงวัตถุพลาสติกแข็งกระทบกันดัง กริ๊ก กริ๊ก เป็นจังหวะสม่ำเสมอกลางห้องนั่งเล่นที่ปูด้วยพรมขนสัตว์เทียมสีขาวสะอาดตาพันไมล์ หนุ่มน้อยวัย 4 ขวบเศษ นั่งขัดสมาธิหลังตรงแน่วด้วยท่าทางสุขุมยิ่งกว่าพระเกจิอาจารย์ ตรงหน้าเขามีกองภูเขาพลาสติกชิ้นเล็กชิ้นน้อยนับพันชิ้นวางกองรวมกันอย่างเป็นระเบียบมันคือ Lego Star Wars, The Death Star ชุดใหญ่ยักษ์อลังการงานสร้างที่มีจำนวนชิ้นส่วนมากถึง 5,000 ชิ้น ของขวัญต้อนรับกลับบ้านที่ ม่านเมฆซื้อให้ลูกชายเพื่อปลอบขวัญที่ต้องกลับมาเจออากาศร้อนชื้นข





![พี่รหัสจอมซึนอ้อนรักหวานใจยัยซูเปอร์โมเดล [ nc 20+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

