Share

ตอนที่ 4

last update publish date: 2026-10-18 21:16:53

“คร้าบบ คุณเต้คุณพลเมืองดี” ธีรภัทรเอ่ยประชดเพื่อนก่อนจะชวนกันกลับขึ้นไปยังห้องพักฟื้นเพราะลงมานานพอสมควรแล้ว เมื่อเข้ามาภายในห้องจึงพบว่าเจนิตาเปลี่ยนชุดพร้อมกลับบ้านแล้วลดาวดีอาสาจะไปส่งเจนิตาถึงห้องพักแต่ปรากฏว่าธีรภัทรมีธุระด่วนกะทันหันทำให้ต้องฝากตติยะไปส่งเธอแทน แม้เธอจะยืนยันว่ากลับเองได้แต่ลดาวดีไม่ยอมท่าเดียวเธอจึงต้องรับปากส่งๆเพื่อให้เพื่อนสบายใจ แต่ตั้งใจไว้แล้วว่าจะกลับแท็กซี่เองเพราะไม่อยากรบกวนใคร เจนิตาเดินลงมาที่แผนกรับยาแต่เมื่อถึงเวลาชำระเงินกลับมีคนแย่งจ่ายซะอย่างนั้น

“เฮ้ยคุณ ไม่ต้องฉันจ่ายเองได้” เจนิตาพยายามจะแย่งจ่ายเองแม้จะเห็นบิลค่ารักษาแล้วรู้สึกแทบลมจับก็ตาม แต่เธอก็มีเงินเก็บอยู่พอสมควรจึงจ่ายได้โดยไม่เดือดร้อน

“ไม่เป็นไรหรอกคุณ ผมช่วยแล้วก็ต้องช่วยให้ถึงที่สุด” ตติยะอ้างเหตุผลเท่าที่คิดออกแม้จะดูไม่สมเหตุสมผลเลยสักนิด

“อะไรกันคุณ มันไม่เกี่ยวกับคุณสักนิดฉันจ่ายเองได้” เจนิตายังดึงดันแต่ในที่สุดเธอก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับตติยะที่ชิงส่งบัตรเครดิตให้เจ้าหน้าที่และเดินนำออกไปที่รถเมื่อชำระเงินเรียบร้อย เธอจึงต้องรีบตามไป

“นี่คุณมาจ่ายให้ฉันทำไม เงินไม่ใช่น้อยๆฉันไม่อยากรบกวน”เจนิตาเดินตามมาและพยายามจะคืนเงินให้แต่ตติยะปฏิเสธท่าเดียว

“เงินแค่นี้สำหรับผมมันเล็กน้อยมาก”

“จะเยอะหรือจะน้อยฉันก็ไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณใคร เอาเงินของคุณคืนไป” เจนิตายื่นเงินให้เขา ตติยะปรายตามองเงินในมือเธอก่อนจะตัดสินใจใช้ไม้ตายที่คิดว่าเจนิตาไม่มีทางปฏิเสธ

“ถ้าอย่างนั้นถือซะว่าผมให้เด็กๆที่บ้านเติมรักก็แล้วกัน” เจนิตาชะงักไปอย่างแปลกใจว่าเขารู้จักบ้านเติมรักได้อย่างไร แต่ไม่มีเวลาถามมากนักเพราะเขาเดินลิ่วไปที่รถคันโตเสียก่อน ไม่เป็นไรในเมื่อเขาอยากจะทำบุญเธอก็จะสนองให้ดีเหมือนกันเธอจะได้เอาเงินนี้ไปซื้อของให้น้องๆที่บ้านเติมรัก เจนิตาเดินตามร่างสูงสมาร์ทไปที่รถ

“คุณ แล้วรถมอเตอร์ไซค์ฉันล่ะ” เจนิตาถามหายานพาหนะคู่ใจทันทีที่นึกขึ้นได้

“อ๋อ ไอ้เศษเหล็กคันนั้นน่ะเหรอ” เจนิตาเท้าเอวอย่างไม่พอใจเมื่อได้ยินเขาดูถูกไอ้เจ๋งมอเตอร์ไซค์คู่ทุกข์คู่ยากของเธอ อุตส่าห์พยายามญาติดีด้วยเพราะเขามีบุญคุณช่วยชีวิตเธอไว้ แต่สงสัยจะทำได้ไม่นานเมื่ออาการปากเสียของเขาเริ่มขึ้นอีกแล้ว

“นี่คุณ นั่นน่ะเพื่อนแท้คู่ทุกข์คู่ยากของฉันเลยนะแถมมันยังพาฉันไปไหนมาไหนได้เร็วกว่ารถคันโตของคุณที่ต้องติดแหง็กอยู่บนถนน ในขณะที่ไอ้เศษเหล็กของฉันที่คุณว่ามันพาฉันซิกแซ็กไปได้ถึงไหนต่อไหนไปแล้ว” ตติยะส่ายหน้าอย่างระอาที่ต้องต่อล้อต่อเถียงกับเธอ

“ไม่ต้องห่วงหรอก เดี๋ยวผมจะให้คนของผมเอาไปส่งให้ถึงที่พักเลยบอกที่อยู่คุณมาละกัน”

“เอามาส่งที่นี่เลยก็ได้ฉันจะรอ”

“ไม่ต้องหรอกคุณที่นี่มันไกลไปส่งที่พักคุณเลยดีกว่า”

“แล้วคุณรู้ได้ไงว่าที่พักฉันใกล้กว่าที่นี่” ตติยะอึกอักเมื่อถูกถาม

“ก็...ก็...ผมก็เดาเอาน่ะสิผมเห็นคุณใช้ซอยนั้นซึ่งเป็นทางลัดไปโผล่ย่านที่มันมีอพาร์ทเม้นท์เยอะๆเลยคิดว่าคุณคงพักแถวนั้นถ้าคุณพักแถวนี้ก็คงไม่เลี้ยวเข้าไปในซอยนั้นหรอกถูกไหม” ตติยะถอนหายใจอย่างโล่งอกที่หาข้อแก้ตัวได้ เจนิตาพยักหน้ารับรู้

“ยังไงก็ขอบใจนะที่ช่วยฉันเอาไว้ ฉันขอตัวกลับบ้านก่อน” เจนิตาหันหลังกลับเตรียมเดินออกไปเรียกแท็กซี่

“จะไปไหนน่ะคุณ”

“อ้าว ก็ไปเรียกแท็กซี่กลับบ้านน่ะสิ”

“คุณจะทำให้ยุ่งยากทำไมขึ้นมาเดี๋ยวผมไปส่ง”

“ไม่ดีกว่าค่ะ ฉันไม่อยากรบกวน”

“มันจะรบกวนอะไรนักหนา อีกอย่างผมจะได้รู้จักที่อยู่คุณไว้เพื่อที่จะเอามอเตอร์ไซค์มาคืนไง” เมื่อได้ฟังเหตุผลของตติยะเจนิตาจึงยอมให้เขาไปส่งแต่โดยดี เมื่อก้าวขึ้นมาบนรถคันหรูของเขาเธอก็อดที่จะมองสำรวจไม่ได้ข้าวของในรถถูกจัดเป็นระเบียบอย่างไม่น่าเชื่อ แอร์เย็นฉ่ำมาพร้อมกลิ่นของน้ำหอมปรับอากาศให้ความรู้สึกสดชื่นไม่น้อย นี่แหละชีวิตเศรษฐีจะไปไหนมาไหนสะดวกสบาย ยามรถติดก็นั่งฟังเพลงอยู่ในรถแอร์เย็นฉ่ำต่างจากคนหาเช้ากินค่ำที่ต้องโหนรถเมล์ฝ่าทั้งรถติด ฝุ่นละออง และอากาศที่ร้อนระอุของเมืองไทยเพื่อไปให้ถึงจุดหมาย เจนิตามองตติยะหยิบแว่นกันแดดมาสวมก่อนจะตั้งหน้าตั้งตาบังคับพวงมาลัยให้รถแล่นทะยานไปข้างหน้า ‘หล่อ’ เจนิตารีบสะบัดศีรษะทันทีเมื่อจู่ๆคำคำนี้ก็แวบเข้ามาในหัว เพื่อป้องกันความคิดฟุ้งซ่านเธอจึงนั่งกอดอกและหันไปมองวิวข้างทางแทน

ในที่สุดรถยนต์คันหรูของตติยะก็แล่นมาจอดที่หน้าอพาร์ทเม้นท์ของเธอ ตติยะมองตึกสูงขนาดสิบชั้นเบื้องหน้าซึ่งอยู่ในซอยที่มีผู้คนพลุกพล่านเต็มไปด้วยร้านอาหารหลากหลายชนิด ด้านล่างของตึกแห่งนี้เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆที่อพาร์ทเม้นท์ทั่วไปควรจะมี

“คุณพักที่นี่เหรอ” ตติยะเอ่ยถาม

“ก็ใช่น่ะสิ ถ้าไม่ได้พักที่นี่ฉันจะพาคุณมาทำไมถามแปลกๆ” เจนิตาว่าเข้าให้

“โอเคๆ ผมถามผิดเอง ก็น่าอยู่ดีนี่ของกินก็สะดวกกลางคืนคงไม่เปลี่ยวเท่าไหร่” ตติยะวิจารณ์ตามที่เห็น

“ไม่เปลี่ยวหรอกซอยนี้มีคนเข้าออกตลอดทั้งคืนนั่นแหละ ตึกนี้มีคนทำงานกลางคืนแบบฉันพักอยู่หลายคนฉันก็เลยมีเพื่อนตอนที่ขับรถเข้าซอยกลับบ้าน”

“แล้วคุณไม่อยากเปลี่ยนไปทำงานเวลาปกติเหมือนคนอื่นเขาบ้างเหรอ”

“ก็คิดเหมือนกัน แต่คงอีกสักพักเพราะตอนนี้ฉันยังสนุกกับงานที่นี่อยู่ถามทำไม”

“ผมก็ถามไปอย่างนั้นแหละ เผื่อว่าคุณอยากจะเปลี่ยนงานหลังจากเจอเหตุการณ์แย่ๆเมื่อคืน ในฐานะที่คุณเป็นเพื่อนสนิทคุณลดาผมช่วยคุณได้นะถ้าคุณอยากเปลี่ยนงาน คุณคงรู้ว่าผมก็มีบริษัทใหญ่โตไม่ต่างจากไอ้ธี” ตติยะไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเขาถึงพูดแบบนั้นออกไปแต่ในเมื่อพูดไปแล้วเขาก็ปล่อยเลยตามเลย

“ขอบคุณสำหรับความหวังดีนะคะ แต่ฉันคงยังไม่ออกจากงานเร็วๆนี้หรอก ขอบคุณที่มาส่งนะคะ” เจนิตาเปิดประตูเตรียมก้าวลงจากรถ

“เดี๋ยวสิคุณ”

“อะไรของคุณอีกเนี่ย ฉันอยากนอนพักจะแย่แล้วนะ” เจนิตาเผลอตัวแหวเข้าให้เมื่อเขาไม่ปล่อยให้เธอได้กลับขึ้นห้องเสียที

“เบอร์โทรศัพท์ของคุณล่ะ ถ้าเกิดคนของผมเอารถมาคืนจะได้โทรแจ้งถูก” เจนิตาถอนหายใจก่อนจะบอกเบอร์โทรศัพท์ให้เขา

“ฉันไปได้แล้วใช่ไหม”

“เชิญครับ” เจนิตาก้าวลงจากรถและเดินลิ่วขึ้นห้องทันทีเพราะอยากนอนพัก เนื่องจากรู้สึกตัวรุมๆเหมือนจะเป็นไข้คงเป็นผลจากการที่แผลอักเสบแน่ๆ ตติยะมองตามจนเห็นร่างบางหายลับเข้าไปในตึกจึงเลี้ยวรถกลับออกสู่ถนนเพื่อกลับบ้าน

เจนิตาเปิดประตูเข้ามาในห้องพักที่เธออาศัยมาหลายปีภายในห้องกว้างขวางประกอบไปด้วยเตียงนอนขนาดใหญ่มุมโซฟาสำหรับนั่งดูทีวี มีครัวเล็กๆไว้สำหรับทำอาหารเมื่อเปิดประตูกระจกออกไปเป็นระเบียงกว้างใช้สำหรับตากผ้าและยืนชมวิวยามค่ำคืน ภายในห้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันสมราคา เธอเลือกพักที่นี่แม้มีราคาสูงเพราะต้องการซื้อความสะดวกสบายให้ตัวเอง และเธอเองก็มีรายได้พอสมควรที่จะจ่ายได้จึงเลือกที่จะใช้เงินซื้อความสบายเพื่อชดเชยกับชีวิตอันยากลำบากมาตั้งแต่เด็ก เจนิตาหยิบชุดนอนบางเบามาสวมหลังจากอาบน้ำเรียบร้อยก่อนนอนเธอตัดสินใจโทรไปลางานที่คลับเพราะรู้สึกเหมือนจะเป็นไข้ โดยเลือกที่จะไม่บอกเจ๊หงส์ถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน เธอทานยาตามหมอสั่งและล้มตัวลงนอนก่อนจะหลับสนิทไปอย่างรวดเร็ว จวบจนเย็นค่ำเจนิตาจึงรู้สึกตัวตื่นอาการครั่นเนื้อครั่นตัวเบาบางลงไปมากเธอจึงลุกขึ้นเดินเข้าไปล้างหน้าล้างตาในห้องน้ำและหยิบโจ๊กออกมาต้มกินเป็นมื้อเย็นพอดีกับที่เสียงโทรศัพท์ภายในห้องดังขึ้น

“สวัสดีค่ะ”

“หนูเจนมีคนเขาเอามอเตอร์ไซค์มาส่งนะคอยอยู่ข้างล่าง” เสียงลุงยามที่คุ้นเคยกับเธอเป็นอย่างดีบอกมาตามสาย เจนิตาก้มลงดูสภาพตัวเองซึ่งเพิ่งตื่นนอนและอยู่ในชุดล่อแหลมไม่เหมาะที่จะลงไปข้างล่างเป็นอย่างยิ่งจึงตัดสินใจให้ลุงยามเป็นผู้รับไว้แทน

“เจนรบกวนลุงยามช่วยรับไว้ให้หน่อยนะคะ พอดีว่าเจนยังไม่สะดวกที่จะลงไปตอนนี้น่ะค่ะ”

“อ๋อ ได้สิไม่มีปัญหาเดี๋ยวลุงจัดการให้ เดี๋ยวหนูลงมาเอากุญแจที่ลุงแล้วกันนะลุงจะเข็นไปจอดไว้ให้ที่เดิม”

“ขอบคุณมากค่ะคุณลุง” เจนิตาวางสายก่อนจะเดินไปส่องกระจกเพื่อสำรวจใบหน้าของตัวเอง

“สภาพแบบนี้จะลงไปเจอผู้คนได้ไงเนี่ยเสียชื่อสาวเซ็กซี่อย่างเจนิตาหมด” มือเรียวสวยลูบคลำบริวเวณแก้มของตัวเองที่เริ่มบวมนิดๆก่อนจะนึกถึงคนที่ฝากรอยเอาไว้อย่างเคียดแค้นที่พวกมันบังอาจมาทำให้แก้มเนียนๆของเธอต้องมีรอยช้ำ ใครจะรู้ว่าภายใต้บุคลิกที่ห้าวหาญของเธอนั้นคือหญิงสาวที่รักสวยรักงามเป็นชีวิตจิตใจบนโต๊ะเครื่องแป้งของเธอเต็มไปด้วยเครื่องประทินผิวนานาชนิด ไม่รวมในห้องน้ำที่ขวดครีมต่างๆถูกวางเรียงรายจนแน่นขนัดและจากการที่ดูแลเอาใจใส่ตัวเองเป็นอย่างดีส่งผลให้เจนิตามีผิวขาวอมชมพูนวลเนียนน่าสัมผัสแต่ยังไม่มีใครได้รับสิทธิ์นั้นเลยแม้แต่คนเดียว

“รอให้รอยพวกนี้หายก่อนดีกว่าถึงจะลงไปพบผู้คนข้างล่าง” เจนิตาบอกกับตัวเองก่อนจะหยิบยาแก้ฟกช้ำมาทาบริเวณรอยแผล ทางด้านลูกน้องของตติยะที่รับคำสั่งให้นำมอเตอร์ไซค์มาส่งนั้นก็โทรรายงานผู้เป็นเจ้านายเมื่อทำภารกิจเรียบร้อย

“ว่าไงโชคเรียบร้อยดีไหม” ตติยะเอ่ยถามคนขับรถที่เขาใช้ให้นำมอเตอร์ไซค์ของเจนิตาไปคืน

“เรียบร้อยครับ ผมนำมอเตอร์ไซค์มาคืนที่อพาร์ทเม้นท์ของคุณเจนิตาตามที่คุณเต้สั่งแต่คุณเจนไม่ได้ลงมารับครับเธอสั่งให้ฝากกุญแจไว้ที่รปภ.เพราะไม่สะดวกที่จะลงมาครับ” โชครายงานละเอียดยิบด้วยความซื่อ ตติยะรู้สึกแปลกใจเมื่อเจนิตาไม่ลงมารับด้วยตัวเองทั้งๆที่แสดงอาการหวงมอเตอร์ไซค์คู่ใจนักหนา

“โอเค ขอบใจมาก” ร่างสูงเอนหลังพิงเก้าอี้ตัวใหญ่ในห้องทำงานก่อนจะมองโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะอย่างชั่งใจในที่สุดก็หยิบมันขึ้นมาและกดเบอร์ที่เขาเพิ่งได้มาเมื่อคืนนี้ เจนิตาหยิบโทรศัพท์ขึ้นดูเมื่อมีเสียงเรียกเข้าแต่ปรากฏว่าเป็นเบอร์ที่ไม่คุ้นเคยแต่เธอก็เลือกที่จะรับสายเผื่อว่าจะเป็นใครที่มีธุระสำคัญ

“สวัสดีค่ะเจนิตาพูด”

“ผมเอง” ตติยะตอบเสียงนุ่มทุ้ม

“ผมเองน่ะใครคะ ดิฉันไม่รู้จักเบอร์ก็ไม่คุ้น” เจนิตาบอกอย่างเริ่มมีอารมณ์เมื่อคนที่โทรมารบกวนเวลาพักผ่อนของเธอไม่ยอมบอกเสียทีว่าเป็นใคร

“นี่คุณจำผมไม่ได้จริงๆเหรอเนี่ย” ตติยะเมื่อได้ยินน้ำเสียงหงุดหงิดก็ชักอยากจะแกล้งคนขึ้นมา

“ผมไหนล่ะ ผมยาวผมสั้นผมแตกปลายก็บอกมาสิอย่ามากวนประสาทนะไม่อย่างนั้นฉันจะวางสายแล้วพวกโรคจิต”

“ฮ่าๆๆคุณนี่ช่างสรรหาคำมาด่าจริงๆนะคุณเจน ผมเองตติยะ”

“ก็พูดมาสิมากวนประสาทฉันอยู่ได้คุณโทรมามีธุระอะไร” เจนิตาถามเสียงห้วนอย่างอารมณ์ค้าง

“แหมคุณ ผมอุตส่าห์ช่วยคุณไว้นะจะพูดจากับผมเพราะๆหน่อยก็ไม่ได้”

“นี่คุณจะโทรมาแค่ลำเลิกบุญคุณใช่ไหม”

“โอ๊ะ เปล่าๆคร้าบบ ผมจะโทรมาถามว่าทำไมคุณไม่ลงมารับกุญแจมอเตอร์ไซค์คืนล่ะ เห็นหวงนักหวงหนาคนของผมบอกว่าคุณไม่ได้ลงมารับ” เจนิตาถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายเมื่อเขาโทรมาด้วยเรื่องแค่นี้

“ฉันไม่สบายลงไปไม่ไหว แค่นี้ใช่ไหมธุระของคุณถ้าไม่มีอะไรฉันขอนอนพักผ่อนก่อนละกัน แล้วก็ขอบคุณมากที่นำรถมาคืนให้ สวัสดีค่ะ”

“เดี๋ยวๆสิคุณ ไม่สบายเป็นอะไรมากหรือเปล่าคุณๆ” ตติยะพยายามเรียกแต่ไม่ทันเสียแล้วเมื่อปลายสายวางไปเรียบร้อยตติยะมองโทรศัพท์ในมือ

“แล้วเราจะไปสนใจทำไมวะว่าเขาป่วยหรือไม่ป่วยไม่ใช่ธุระอะไรของแกสักหน่อยไอ้เต้” ตติยะบอกตัวเอง

“ท่านประธานคะตอนนี้ห้องประชุมพร้อมแล้วค่ะ” เสียงเลขาคู่ใจแจ้งเตือนผ่านอินเตอร์คอมบนโต๊ะทำงาน

“ทราบแล้วครับ เดี๋ยวผมออกไป” ตติยะมองโทรศัพท์บนโต๊ะอีกครั้งก่อนจะลุกขึ้นเดินออกจากห้องไป

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ดวงใจคาสโนวา   ตอนที่ 8

    ภายในห้องประชุมบริษัท เอเค พร็อพเพอร์ตี้ ทุกคนมีท่าทางเคร่งเครียดเมื่อโปรเจคบ้านพักตากอากาศสุดหรูยังไม่คืบหน้าไปไหน ด้วยติดปัญหาด้านการเจรจาซื้อที่ดินเพราะถูกคู่แข่งทำทุกทางเพื่อขัดแข้งขัดขาและเจ้าของที่ดินเองก็ฉลาดแกมโกงไม่น้อย“เรื่องที่ดินไปถึงไหนแล้วคุณพิพัฒน์” ตติยะเอ่ยถามลูกน้องคู่ใจที่มักทำงานได้ยอดเยี่ยมถูกใจเขาเสมอ“ยังไมคืบหน้าเลยครับ เจ้าของที่ดินบ่ายเบี่ยงที่จะให้เราเข้าพบและเปรยๆว่าจะขอเพิ่มราคาจากที่ตกลงกันไว้” พิพัฒน์รายงานตามความเป็นจริง ในตอนแรกที่ทีมงานของเขาติดต่อไปยังนายบุญมีเจ้าของที่ดินได้มีการตกลงราคากันตามที่เห็นสมควรและนายบุญมีเองก็ดูท่าว่าพอใจไม่น้อย แต่เมื่อมีกำนันมั่นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ซึ่งต้องการที่ตรงนั้นเหมือนกันมาเสนอราคาตัดหน้า นายบุญมีก็มีท่าทีว่าจะเอนเอียงไปทางนั้นและข้อได้เปรียบคือกำนันมั่นและนายบุญมีเป็นคนบ้านเดียวกันมีความสนิทสนมคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีซึ่งข้อมูลตรงนี้เขาได้รายงานให้ตติยะทราบไปแล้ว“เขาต้องการเท่าไหร่”“มากกว่าเดิมประมาณสองเท่าครับ”“อะไรนะ” ตติยะถามเสียงดังจนคนอื่นๆสะดุ้งและแอบนั่งเกร็งไปตามๆกัน เพราะน้อยครั้งนักที่จะเห็นเจ้านายผู

  • ดวงใจคาสโนวา   ตอนที่ 7

    เจนิตาบอกกับเด็กสาวรุ่นน้องแล้วเดินดุ่มๆออกจากเคาน์เตอร์ไป เมื่อจัดการกับธุระส่วนตัวเสร็จเรียบร้อยเจนิตาจึงเดินออกจากห้องน้ำเพื่อกลับมาทำหน้าที่ต่อ แต่ด้วยความรีบร้อนจึงไม่ทันได้มองทางทำให้ชนโครมเข้ากับใครบางคน“ว้าย” เมื่อได้ยินเสียงร้องเจนิตาจึงรีบเข้าไปประคองร่างบางที่นั่งอยู่กับพื้น“ขอโทษค่ะ ดิฉันไม่ทันมองเป็นอะไรมากหรือเปล่าคะคุณ”“นี่เธอทำไมไม่รู้จักดูตาม้าตาเรือคนทั้งคนชนมาได้ยังไง” มินตราแหวให้เจนิตา“ดิฉันไม่ทันเห็นจริงๆค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะ” เจนิตากล่าวขอโทษเพราะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายผิดที่เดินไม่ดูทาง“มัวแต่มองอะไรอยู่ล่ะยะ หรือว่ามัวแต่มองหาเหยื่อที่เป็นเสี่ยกระเป๋าหนัก” มินตรากล่าวดูถูกเจนิตาพร้อมกับเบะปากด้วยท่าทางน่ารังเกียจ เห็นดังนั้นจากที่พยายามขอโทษเพราะรู้สึกผิดกลับกลายเป็นความโกรธเข้ามาแทนที่“นี่คุณพูดให้ดีๆนะ ฉันผิดฉันก็ขอโทษแล้วไงคุณไม่มีสิทธิ์มาพูดจาดูถูกฉันแบบนี้นะ”“ทำไม ฉันพูดแทงใจดำเธอหรือไงเด็กเสิร์ฟในคลับในบาร์มันจะมีเกียรติมีศักดิ์ศรีอะไรให้น่านับถือนักหนาทำไมฉันจะดูถูกไม่ได้” นางเอกสาวกำลังสวมบทนางร้ายนอกจออย่างที่ถ้าแฟนคลับมาเห็นคงจะอึ้งกิมกี่เลยทีเดี

  • ดวงใจคาสโนวา   ตอนที่ 6

    บนเตียงขนาดใหญ่ภายในคอนโดหรูปรากฏสองร่างเปลือยเปล่ากำลังโรมรันพันตูกันอย่างเร่าร้อน แม้ภายในห้องจะเปิดแอร์เย็นฉ่ำแต่ไม่อาจดับความร้อนแรงของพายุรักระหว่างตติยะและดาราสาวได้เลยแม้แต่น้อย เรือนร่างกำยำสมชายชาตรีซวนซบลงกับอกอวบล้นของดาราสาวอย่างหมดแรงเมื่อบทรักอันยาวนานจบลง“คืนนี้คุณเต้ค้างกับมีนนะคะ” มินตราดาราสาวดาวรุ่งออดอ้อนตติยะด้วยน้ำเสียงฉอเลาะอย่างที่เคยใช้ได้ผลเสมอ“มันก็ขึ้นอยู่กับว่ามีอะไรน่าสนใจให้ผมอยู่ต่อหรือเปล่า” ตติยะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์พร้อมกับที่ฝ่ามือร้อนๆลูบไล้ไปทั่วเรือนร่างอวบอิ่ม ได้ยินดังนั้นมินตราจึงผลักเรือนร่างกำยำที่อุดมไปด้วยมัดกล้ามของตติยะลงกับที่นอนแล้วเป็นฝ่ายนั่งคร่อมเขาเอาไว้ซะเอง ก่อนจะก้มลงกระซิบชิดริมหูของเขาเบาๆ“มีแน่ๆค่ะ ขึ้นอยู่กับว่าคุณเต้จะรับไหวหรือเปล่า” จบคำพูดดาราสาวก็หัวเราะคิกคักออกมาอย่างชอบใจ“อืม...ช่วงนี้หมอบอกว่าผมขาดแคลเซียมให้ดื่มนมเยอะๆ”“เหรอคะ เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงมีนมี ‘นม’ ให้คุณเต้ดื่มอย่างเหลือเฟือ รับรองร่างกายแข็งแรงกระชุ่มกระชวยแน่ๆค่ะ” มินตราใช้ฝ่ามือประคองศีรษะตติยะขึ้นจากหมอนมาซบลงกับอกภูเขาไฟของเธอ ซึ่งเขาก็อ้าป

  • ดวงใจคาสโนวา   ตอนที่ 5

    หลังจากเสร็จสิ้นการประชุมอันยาวนานตติยะเดินออกจากห้องประชุมด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เมื่อได้รับรายงานจากลูกน้องว่าการเจรจาซื้อที่ดินเพื่อสร้างบ้านพักตากอากาศในจังหวัดเล็กๆแถวภาคกลางไม่ราบรื่นอย่างที่คิด เนื่องจากมีผู้มีอิทธิพลในท้องที่ต้องการที่ดินผืนนี้เหมือนกัน แล้วเจ้าของที่เองก็มีท่าทีว่าจะโก่งราคาที่ดินจนเกินจริง“บอสจะให้ผมจัดการยังไงต่อไปครับ” พิพัฒน์ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ซึ่งเป็นลูกน้องคนสนิทเอ่ยถามตติยะเมื่อเดินตามเข้ามาภายในห้องทำงาน“เรื่องนี้พักไว้ก่อนเดี๋ยวผมขอเวลาพิจารณาอีกทีแล้วจะแจ้งให้ทราบ”“นี่เป็นแฟ้มข้อมูลรายละเอียดที่ดินผืนที่เราต้องการครับ”“ขอบคุณมากเชิญคุณไปทำงานต่อเถอะ” เมื่อลูกน้องเดินออกจากห้องไปแล้วตติยะจึงหยิบแฟ้มรายละเอียดที่ดินเจ้าปัญหาขึ้นมาดู ซึ่งทุกครั้งไม่เคยต้องถึงมือเขาแค่ให้ลูกน้องไปเจรจาก็เรียบร้อย แต่คราวนี้การซื้อที่ดินในจังหวัดเล็กๆกลับสร้างปัญหาให้อย่างไม่น่าเชื่อ ที่ดินผืนที่เขาต้องการเป็นที่ดินในจังหวัดอุทัยธานีจังหวัดเล็กๆทางภาคกลางซึ่งอยู่ไม่ห่างจากกรุงเทพนักเป็นจังหวัดที่เงียบสงบไม่วุ่นวาย มีทัศนียภาพที่งดงามผู้คนเป็นมิตรและไม่เค

  • ดวงใจคาสโนวา   ตอนที่ 4

    “คร้าบบ คุณเต้คุณพลเมืองดี” ธีรภัทรเอ่ยประชดเพื่อนก่อนจะชวนกันกลับขึ้นไปยังห้องพักฟื้นเพราะลงมานานพอสมควรแล้ว เมื่อเข้ามาภายในห้องจึงพบว่าเจนิตาเปลี่ยนชุดพร้อมกลับบ้านแล้วลดาวดีอาสาจะไปส่งเจนิตาถึงห้องพักแต่ปรากฏว่าธีรภัทรมีธุระด่วนกะทันหันทำให้ต้องฝากตติยะไปส่งเธอแทน แม้เธอจะยืนยันว่ากลับเองได้แต่ลดาวดีไม่ยอมท่าเดียวเธอจึงต้องรับปากส่งๆเพื่อให้เพื่อนสบายใจ แต่ตั้งใจไว้แล้วว่าจะกลับแท็กซี่เองเพราะไม่อยากรบกวนใคร เจนิตาเดินลงมาที่แผนกรับยาแต่เมื่อถึงเวลาชำระเงินกลับมีคนแย่งจ่ายซะอย่างนั้น“เฮ้ยคุณ ไม่ต้องฉันจ่ายเองได้” เจนิตาพยายามจะแย่งจ่ายเองแม้จะเห็นบิลค่ารักษาแล้วรู้สึกแทบลมจับก็ตาม แต่เธอก็มีเงินเก็บอยู่พอสมควรจึงจ่ายได้โดยไม่เดือดร้อน“ไม่เป็นไรหรอกคุณ ผมช่วยแล้วก็ต้องช่วยให้ถึงที่สุด” ตติยะอ้างเหตุผลเท่าที่คิดออกแม้จะดูไม่สมเหตุสมผลเลยสักนิด“อะไรกันคุณ มันไม่เกี่ยวกับคุณสักนิดฉันจ่ายเองได้” เจนิตายังดึงดันแต่ในที่สุดเธอก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับตติยะที่ชิงส่งบัตรเครดิตให้เจ้าหน้าที่และเดินนำออกไปที่รถเมื่อชำระเงินเรียบร้อย เธอจึงต้องรีบตามไป“นี่คุณมาจ่ายให้ฉันทำไม เงินไม่ใช่น้อยๆฉันไ

  • ดวงใจคาสโนวา   ตอนที่ 3

    เจนิตาเลี้ยวมอเตอร์ไซค์เข้ามาภายในซอยทางลัดซึ่งเธอใช้เส้นทางนี้กลับบ้านในทุกๆวัน แม้จะไม่ใช่ซอยเปลี่ยวแต่เนื่องจากเป็นเวลาดึกทุกบ้านจึงปิดเงียบมีเพียงแสงไฟส่องทางเป็นเพื่อนเท่านั้น เจนิตาเบรกตัวโก่งเมื่อจู่ๆก็มีรถตู้สีดำขับปาดหน้าและมีผู้ชายหลายคนกรูลงมาจากรถล้อมเธอเอาไว้ เธอจำได้ทันทีว่าเป็นกลุ่มชายหนุ่มที่มีเรื่องกับเธอในคลับนั่นเอง“ว่าไงคนสวย ทำพวกพี่ไว้แสบนักนะตอนนี้ได้เวลาเอาคืนแล้ว” หนึ่งในนั้นกล่าวออกมาก่อนจะย่างสามขุมเข้าหาเธอ เจนิตาหมดทางหนีเมื่อหนึ่งในพวกมันเอื้อมมือมาดึงกุญแจรถเธอไปถือไว้“พวกแกต้องการอะไร” เจนิตาทำใจกล้าถามออกไปทั้งๆที่ในใจรู้สึกกลัวไม่น้อย แม้ภายนอกจะดูเก่งกล้าสามารถอย่างไรแต่เธอก็เป็นผู้หญิงธรรมดาๆคนหนึ่งที่ไม่อาจต่อกรกับผู้ชายหลายๆคนได้ในคราเดียว“ฮ่าๆๆ” ชายหนุ่มเหล่านั้นหัวเราะออกมาอย่างขบขัน“ถามได้ต้องการอะไร พี่ก็ต้องการสั่งสอนให้น้องรู้จักที่ต่ำที่สูงไงจ๊ะคนสวย คราวหน้าคราวหลังจะได้ไม่ทำซ่าส์กับพวกพี่อีก”“ถอยไปนะถ้าพวกแกทำอะไรฉัน ฉันจะแจ้งตำรวจ” เจนิตาขู่ทั้งที่รู้ดีว่ามันไม่ได้ผลสักนิด ซึ่งทันทีที่เธอพูดจบพวกมันก็พากันหัวเราะเยาะเย้ยออกมาทันที“

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status