Share

บทที่ 1 นางหงส์ 60%

last update Tanggal publikasi: 2024-10-29 21:26:14

“จริงเหรอนิภา ฉันก็กลับมาอยู่ที่บ้านแล้วเหมือนกัน เพิ่งมาถึงวันนี้นี่แหละ แต่ยังไม่ได้ขนของมา คงต้องใช้เวลาอีกสักเดือนแหละถึงจะลงตัว อ้อ เมื่อกี้ฉันเจอพี่สาวเธอด้วยนะ เขาก็กลับมาอยู่บ้านเหมือนกันเหรอ” นภาธรอดไม่ได้ที่จะถามถึงหญิงสาวที่ทักทายเธอตอนเข้ามาในงาน

“อ้อ พี่นิสาน่ะเหรอ เขาคงอยู่ที่นี่ไม่ได้หรอก เขาชอบชีวิตในเมืองน่ะ” อรุณนิภาตอบ ใบหน้าไม่ได้ยินดียินร้ายที่ได้พูดเรื่องพี่สาวนัก

“งั้นเหรอ แต่เขาดูสวยมากเลยนะ ต่างจากที่ฉันเคยเห็นตอนเด็ก จนแทบจำไม่ได้ แล้วตอนนี้เธอทำงานอะไรอยู่เหรอนิภา ตอนนั้นเห็นว่าเรียนจบแฟชั่นดีไซน์ใช่ป่ะ” นภาธรถามพลางสังเกตว่าเพื่อนดูอ่อนหวานเรียบร้อย แตกต่างจากพี่สาวที่ดูทันสมัยเป็นสาวสังคม ราวกับไม่ได้เป็นพี่น้องกัน

“ใช่ ฉันน่ะเรียนจบแฟชั่นดีไซน์ ตอนเรียนจบก็ทำงานสายที่เรียนมาอยู่พักนึงแต่ชีวิตพลิกผันบริษัทปิดกิจการ สมัครงานสายที่เรียนมาอยู่สองสามเดือนแต่ไม่ได้งาน เลยลองไปสมัครเป็นผู้ช่วยผู้จัดการร้านซุปเปอร์มาร์เก็ตระหว่างรองานใหม่ กลับได้งานเฉยเลย พอได้งานก็เลยทำมาเรื่อย ๆ  ไม่ได้ย้ายไปทำงานอื่นเลยมาสามปีแล้ว แต่ตอนนี้พ่ออายุมากแล้ว อยู่คนเดียวด้วย เลยคิดว่าจะกลับมาอยู่เป็นเพื่อนพ่อ” อรุณนิภาว่า

“ดีเลย ฉันก็จะกลับมาอยู่บ้านแล้วเหมือนกัน ต่อไปเราคงได้เจอกันบ่อย สินะ ดีใจจัง นึกว่าต้องกลับมาอยู่เหงา ๆ ที่บ้านแล้วสิ”

“ฉันได้ข่าวว่าพี่ชายเธอเปิดธุรกิจใหญ่โตไม่ใช่เหรอนภา” บัณฑิตาถาม

“ใหญ่โตอะไรกันยายแบม ก็เพิ่งเปิดได้ไม่นานหรอก ฉันถึงโดนเรียกกลับมาให้ช่วยงานที่บริษัทเขานี่แหละ แต่ก็คงไม่ได้ช่วยอะไรมากหรอก เพราะฉันก็ตั้งใจจะออกจากงานมาทำธุรกิจของตัวเองอยู่แล้ว พวกเขาแค่เห็นว่าฉันอยู่กรุงเทพฯ ก็ไม่ใช่ว่าจะได้รายได้มากมาย ยังขอเงินที่บ้านใช้อยู่เป็นประจำนั่นแหละ จึงเรียกให้กลับมา”

“แหม ก็เห็นพี่ชายคนโตเธอก็รวยมาก มีสวนทุเรียนตั้งสามร้อยไร่เชียว ฉันนี่อิจฉาชีวิตพี่ชลจริง ๆ ถ้าฉันรู้ว่าทำสวนจะรุ่งขนาดนี้ ตอนนั้นฉันไม่ไปเรียนเสียก็ดี จะได้เอาเวลามาทุ่มทำสวนทุเรียนเหมือนพี่ชายเธอ ป่านนี้คงรวยไปแล้ว”

เดชาเอ่ยอย่างเสียดาย เพราะเขาเอาเวลาไปทุ่มเทในมหาวิทยาลัยอยู่หลายปี พอกลับมาบ้านถึงได้รู้ว่าเพื่อน ๆ บางคนที่ไม่ได้เรียนต่อตอนนี้ร่ำรวยจากการทำไร่ทำสวนก็มากมาย เพียงแค่มันไม่ดูโก้เหมือนกับคนไปเรียนในเมืองเท่านั้น

“เฮ้ย กับข้าวมาเสิร์ฟแล้ว ไวน์ก็มาด้วย มากินกันไปคุยกันไปก็แล้วกัน คืนนี้พวกเธออยู่กันดึกได้ใช่ไหม นาน ๆ เจอกันทีดื่มกันหน่อยแล้วกันเนอะ” เดชาว่าพลางหยิบไวน์แดงที่พนักงานนำใส่ถาดมาเสิร์ฟยื่นให้เพื่อนคนละแก้ว

“ได้เลย ๆ ฉันไม่ได้ดื่มนานแล้ว วันนี้ไม่เมาไม่กลับ” นภาธรว่าพลางยกแก้วไวน์ชนกับเพื่อน ๆ อย่างสนุกสนาน กินกันไปบ้าง ดื่มกันไปบ้าง จนกระทั่งใกล้เที่ยงคืนเข้าไปทุกที อรุณนิภาหันมองรอบโต๊ะก่อนจะหันมาถามนภาธร

“เออ แล้วนภากลับยังไงน่ะ เริ่มเมาแล้วด้วย” เพราะตนเองนั้นไม่ได้ดื่มมากนัก เพียงแค่จิบ ๆ เท่านั้น จึงยังแทบไม่มีอาการมึนเมา

“อ้อ ไม่เป็นไรนิภา ฉันนนนน่ะ ขับรถมา” คนถูกถามตอบเสียงยานคาง มือก็โบกไปมาว่าไม่ต้องห่วง

“เฮ้ย ไม่ได้นะ เธอจะขับรถกลับเองไม่ได้ มันอันตราย ก็รู้อยู่ว่าที่นี่โค้งเยอะแยะ เมาขนาดนี้ขับรถกลับไม่ได้หรอก” อรุณนิภาว่า เพราะหลังจากดูมาพักใหญ่แล้วคนที่ครองสติได้ดีที่สุดในโต๊ะตอนนี้ก็มีเพียงเธอ ก้องเกียรติ และผกาแก้วเท่านั้น ก้องเกียรติแทบไม่ดื่มเลยด้วยซ้ำ เพราะบอกว่าต้องเป็นคนขับรถพาเพื่อนอีกสองคนกลับบ้านจึงจิบไวน์ไปไม่ถึงครึ่งแก้วตอนชนแก้วด้วยกันครั้งแรก หลังจากนั้นเขาก็ขอไม่ดื่มต่ออีก

ขณะที่ตัวเธอก็ติดรถผกาแก้วมาเช่นกัน ผกาแก้วจึงไม่ดื่มเพราะเป็นคนขับรถ ส่วนตัวเธอนั้นไม่ชอบดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อยู่แล้ว จึงเพียงแค่จิบไปเพียงไม่กี่ครั้ง ส่วนบัณฑิตากับพริมาก็มาพร้อมกับผกาแก้ว จึงดื่มกันได้เต็มที่โดยไม่ต้องห่วงว่าจะต้องขับรถกลับเช่นกัน

“ให้แก้วขับไปส่งก็ได้นั่งเบียด ๆ กันหน่อยก็คงจะได้แหละ” ผกาแก้วว่า ขณะที่นภาธรยกนิ้วชี้ขึ้นแล้วส่ายไปมาเอ่ยว่า

“ไม่ต้อง ๆ ฉันเกรงใจ มัน...คนละทาง เดี๋ยวฉันโทร. เรียกพี่ชายยย..ฉันมารับ” ว่าเสียงอ้อแอ้ ก่อนจะคว้าสมาร์ตโฟนในกระเป๋าแสนแพงขึ้นมา

“อะไรนะ พี่คีรินไม่อยู่บ้าน ไปงานแต่งงานเพื่อนที่กรุงเทพฯ พายายฤดีไปด้วยอี๊กกก โอ๊ยยย พี่ชลก็ไม่อยู่บ้านเนี่ย แล้วน้องจะกลับยังไง เมาแล้วเนี่ย” เธอเอ่ยเสียงอ้อแอ้ จากตั้งใจว่าจะกลับมาเซอร์ไพรส์จึงไม่ได้บอกใครก่อนว่าจะกลับ พอมาถึงพี่ชายทั้งสองคนก็ไม่อยู่บ้านกันทั้งคู่

“อ้อ จะส่งคนมารับเหรอ ได้ ๆ น้องภารออยู่ที่งานเลี้ยงศิษย์เก่าที่โรงแรมนี่แหละ ทำไมขึ้นกรุงเทพฯ กันหมดเลย ไม่บอกกันสักคำ ไม่มีครายยยรักน้องเลยยย” ว่าเสียงยานคางอย่างเคย ก่อนจะทำตาปรือ ๆ แล้ววางสายลง

“เรียบร้อยแล้วนิภา รับรองคราวนี้กินต่อได้อีกยาววววว เอ๊า ชนนนนน” ยกแก้วไวน์ขึ้นชนกับเพื่อนต่อเป็นการฆ่าเวลาระหว่างรอคนมารับ

อรุณนิภาได้แต่มองเพื่อนสนิทตอนเรียนมัธยมต้นแล้วส่ายหน้าไปมา เมื่อนึกถึงท่าทางสวยหวานที่เดินมาราวนางหงส์ตอนเข้างาน แต่ตอนนี้สภาพดูไม่เต็มร้อยนัก

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ดวงใจปรัชญา...เพียงรักกันก็พอ   บทที่ 2 เช้าอันวุ่นวาย 100%

    “ของแพงขนาดนั้นมันต้องทนกว่าของราคาถูก ๆ สิ จะพังง่าย ๆ ได้ยังไงใช่มั้ย ใจเย็น ๆ น่า ไม่ต้องร้อง เดี๋ยวผมไปเอามาให้ดู” เขาว่าแล้วก็เดินไปหยิบ“เนี่ย มันก็ไม่ได้เสียหายอะไรสักหน่อย ดูสิ” เขาว่าพลางยื่นกระเป๋าให้นภาธรยื่นมือสั่นเทาไปรับกระเป๋าแสนรัก เธอสัมผัสมันอย่างแผ่วเบาราวกับว่าหากรุนแรงกว่านี้มันจะบุบสลายไปกับมือ“ผมก็แค่เอาน้ำฉีด ๆ ตรงที่เปื้อนเท่านั้นเอง แล้วผมก็ไม่มีวิธีไหนที่จะทำความสะอาดกระเป๋าเปื้อนอ้วกให้ดีกว่านี้แล้วด้วย นอกจากเอาน้ำล้าง มันเปียกผมก็เอามาตาก แล้วมันจะอะไรนักหนา” ว่าเสียงหงุดหงิด อีกคนมีท่าทีอ่อนลง เอ่ยเบา ๆ ว่า“นายก็ไม่ต้องเอามาตากแดดก็ได้นี่ มันบอบบางมาก เดี๋ยวสีซีด เอาวางตากลมก็ได้ เดี๋ยวก็แห้งเอง นี่ดีนะ ฮือ ๆ ที่น้องกระเป๋าไม่เป็นอะไรมาก”พูดเสียงอุบอิบ ก่อนจะเอากระเป๋ามากอดแนบอกอย่างถนอม ปรัชญามองแล้วได้แต่ส่ายหน้าไปมาเอ่ยว่า“อือ ไม่เป็นอะไรมากก็ดี ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าได้แล้ว หน้าตาดูไม่ได้เลยอย่างกับหมีแพนด้า ขี้มูกขี้ตาเกรอะกรัง กลิ่นละมุดหึ่งไปทั้งตัว ผู้หญิงอะไรก็ไม่รู้ขี้เมาหยำเป ใครได้ไปเป็นเมียเนี่ยซวยตายเลย ห้องน้ำอยู่ในห้องนอนนั่นแหละ เด

  • ดวงใจปรัชญา...เพียงรักกันก็พอ   บทที่ 2 เช้าอันวุ่นวาย 80%

    เสียงกรีดร้องยาวเหยียดดังระดับร้อยยี่สิบเดซิเบล ทำให้คนที่อยู่บ้านใกล้กันถึงกับสะดุ้งเฮือก คีรินหันไปตามเสียง ก่อนจะหันมาหาชายหนุ่มรุ่นน้องที่กำลังตักข้าวเข้าปาก ปรัชญาตกใจถึงกับปล่อยช้อนหลุดมือหล่นลงไปในจาน“ฉิบหายละพี่คี เกิดอะไรขึ้นเนี่ย เขาร้องทำไมอ่ะ”“ไม่รู้ นายไปดูหน่อย คงตกใจที่ตื่นมาแล้วไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหนละมั้ง” คีรินเอ่ยเสียงเรียบ ๆ ราวกับคุ้นเคยกับเสียงนี้เป็นอย่างดี“ครับ” ปรัชญาตอบก่อนจะหันไปหาหทัยรัตน์“เดี๋ยวผมมากินต่อนะครับแม่ อย่าเพิ่งเก็บ” ว่าแล้ววางจานอาหารที่เหลือครึ่งจานไว้บนโต๊ะกลางของโซฟา ก่อนจะรีบเผ่นพรวดกลับไปยังกระท่อมของตัวเอง“เกิดอะไรขึ้นคุณ” เขาถามหญิงสาวที่นั่งอยู่กับกองผ้านวมแล้วส่งเสียงกรีดร้องดังลั่นไม่หยุด มือก็ทุบหมอนทุบผ้าห่มไปด้วย พอเห็นหน้าเขา เธอก็ลุกพรวดขึ้นมาชี้นิ้วใส่แล้วถามเสียงดังลั่น“นาย ไอ้หน้าวอก นายทำอะไรฉันเมื่อคืนนี้ ทำไมฉันถึงได้มาอยู่ที่นี่ นายข่มขืนฉันใช่ไหม” ปรัชญาอ้าปากค้าง ตาเหลือกลานอย่างตกใจกับข้อกล่าวหา เขากลืนน้ำลายลงคอก่อนจะตั้งสติตอบ“บ้า ผมไปทำอะไรคุณ ก็พี่คีให้ผมไปรับคุณมา แล้วกุญแจบ้านก็ไม่มี เขาให้ผมเอาคุณมานอนที่นี่

  • ดวงใจปรัชญา...เพียงรักกันก็พอ   บทที่ 2 เช้าอันวุ่นวาย 50%

    ขณะคนที่กำลังถูกพูดถึงขยับตัวอย่างขี้เกียจ ก่อนจะตบศีรษะตัวเองเบา ๆ ทั้งที่ยังไม่ลืมตา อาการเมาแฮงค์กำเริบทันทีที่รู้สึกตัว ตามด้วยอาการมึนหัววิงเวียนผะอืดผะอม ก่อนจะลืมตาขึ้นมาเมื่อสัมผัสได้ถึงความแข็งของพื้นที่นอนอยู่ แต่เธอก็ต้องหลับตาลงอีกครั้งเมื่อมีแสงสีขาวสาดส่องเข้าตาอย่างกะทันหันมือบางลูบลงบนที่นอนแม้จะปูผ้านวมแต่ก็ไม่ได้นุ่มเหมือนนอนบนฟูกอย่างที่เคยนอน แถมกลิ่นผ้านวมก็เป็นกลิ่นหอมในแบบที่ไม่คุ้นเคย มันไม่ใช่กลิ่นกุหลาบที่เธอชอบใช้ แต่เป็นกลิ่นลาเวนเดอร์อ่อน ๆหญิงสาวตั้งสติที่ยังมึนงงแล้วลืมตาขึ้นก่อนจะกะพริบตาถี่ ๆ เมื่อรอบข้างไม่คุ้นตาสักนิด เธอนอนอยู่ข้างเตียง บนพื้นปูด้วยผ้านวมสีเทา ผ้าห่มลายสก็อตสีน้ำตาลเข้มสลับขาว เธอลุกขึ้นนั่งหันไปทางฝั่งซ้ายมือเป็นเตียงนอนขนาดห้าฟุตซึ่งปูไว้อย่างดี ด้วยผ้านวมสีเทาเข้ม ลักษณะการปูเหมือนกับการปูเตียงแบบโรงแรม บนเตียงเรียบตึงราวกับไม่มีใครเคยนอนมาก่อน ทุกอย่างในห้องสะอาดสะอ้านไม่มีสิ่งใดเกะกะสายตาฝั่งขวามือเป็นหน้าต่างกระจกที่แสงจากข้างนอกส่องจ้าเข้ามา ผนังส่วนที่ติดกับกระจกเป็นตู้และชั้นวางของทำด้วยไม้เป็นแบบบิลต์อินติดผนัง ทุกอย่าง

  • ดวงใจปรัชญา...เพียงรักกันก็พอ   บทที่ 2 เช้าอันวุ่นวาย 30%

    ๒เช้าอันวุ่นวาย ปรัชญาตื่นขึ้นมาตอนเช้า เขาก้มมองร่างสวยที่นอนอยู่ข้างเตียง เห็นว่ายังไม่ตื่นจึงรีบลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวเพื่อไปทำงาน ชายหนุ่มดูนาฬิกาข้อมือซึ่งตอนนี้ก็เจ็ดโมงเช้าแล้ว เขาต้องรีบออกไปเปิดออฟฟิศเนื่องจากลูกค้าที่นัดไว้จะเข้ามาตอนแปดโมงเช้า เขาแต่งตัวเรียบร้อยก็มองหญิงสาวที่นอนอยู่อย่างชั่งใจ ก่อนจะตัดสินใจไม่ปลุก เพราะเชื่อว่าหากเธอตื่นขึ้นมา น่าจะมีปัญหาอื่นตามมาอีกมาก และอาจจะทำให้เขาต้องเสียเวลาที่นัดกับลูกค้าไว้“เอากระเป๋าไปตากแดดให้หน่อยละกัน ยังเปียกอยู่เลย” ว่าแล้วก็ก้มลงหยิบกระเป๋าเดินออกไปหน้าบ้านแล้วปิดประตู ก่อนจะนำกระเป๋าใบสวยไปแขวนห้อยไว้กับราวที่แขวนดอกพิททูเนียซึ่งบานสะพรั่งอยู่หน้ากระท่อม“ตรงนี้แหละน่าจะโดนแดดหน่อย” ว่าแล้วก็รีบออกไปจากกระท่อม ผ่านหน้าบ้านของนภดลที่พักกับมารดาก็ไม่เห็นรถของเขาจอดอยู่ จึงรีบเดินผ่านไปยังบ้านของคีริน เขารีบขึ้นไปชั้นบนเปิดประตูออฟฟิศ เปิดแอร์ไว้เรียบร้อยเพื่อรอต้อนรับลูกค้าที่นัดจะเข้ามาเซ็นสัญญากันวันนี้ ก่อนจะชงกาแฟแล้วเดินออกมายืนริมระเบียง ก้มมองลงไปด้านล่าง“พี่คียังไม่มาอีก ไหนบอกว่าจะมาถึงเช้า” เขาพึมพำไปพลางด

  • ดวงใจปรัชญา...เพียงรักกันก็พอ   บทที่ 1 นางหงส์ 60%

    “จริงเหรอนิภา ฉันก็กลับมาอยู่ที่บ้านแล้วเหมือนกัน เพิ่งมาถึงวันนี้นี่แหละ แต่ยังไม่ได้ขนของมา คงต้องใช้เวลาอีกสักเดือนแหละถึงจะลงตัว อ้อ เมื่อกี้ฉันเจอพี่สาวเธอด้วยนะ เขาก็กลับมาอยู่บ้านเหมือนกันเหรอ” นภาธรอดไม่ได้ที่จะถามถึงหญิงสาวที่ทักทายเธอตอนเข้ามาในงาน“อ้อ พี่นิสาน่ะเหรอ เขาคงอยู่ที่นี่ไม่ได้หรอก เขาชอบชีวิตในเมืองน่ะ” อรุณนิภาตอบ ใบหน้าไม่ได้ยินดียินร้ายที่ได้พูดเรื่องพี่สาวนัก“งั้นเหรอ แต่เขาดูสวยมากเลยนะ ต่างจากที่ฉันเคยเห็นตอนเด็ก จนแทบจำไม่ได้ แล้วตอนนี้เธอทำงานอะไรอยู่เหรอนิภา ตอนนั้นเห็นว่าเรียนจบแฟชั่นดีไซน์ใช่ป่ะ” นภาธรถามพลางสังเกตว่าเพื่อนดูอ่อนหวานเรียบร้อย แตกต่างจากพี่สาวที่ดูทันสมัยเป็นสาวสังคม ราวกับไม่ได้เป็นพี่น้องกัน“ใช่ ฉันน่ะเรียนจบแฟชั่นดีไซน์ ตอนเรียนจบก็ทำงานสายที่เรียนมาอยู่พักนึงแต่ชีวิตพลิกผันบริษัทปิดกิจการ สมัครงานสายที่เรียนมาอยู่สองสามเดือนแต่ไม่ได้งาน เลยลองไปสมัครเป็นผู้ช่วยผู้จัดการร้านซุปเปอร์มาร์เก็ตระหว่างรองานใหม่ กลับได้งานเฉยเลย พอได้งานก็เลยทำมาเรื่อย ๆ ไม่ได้ย้ายไปทำงานอื่นเลยมาสามปีแล้ว แต่ตอนนี้พ่ออายุมากแล้ว อยู่คนเดียวด้วย เลยคิด

  • ดวงใจปรัชญา...เพียงรักกันก็พอ   บทที่ 1 นางหงส์ 100%

    ปรัชญามองรถของตัวเองที่นภดลขับออกไป ก่อนจะขึ้นรถของหญิงสาวคู่อริที่ไม่รู้ว่าเคยเป็นศัตรูกันตั้งแต่ชาติปางไหน ที่เจอกันทีไรก็ต้องเขม่นใส่กันทุกที แถมวันนี้ก็ไม่รู้เป็นดวงซวยอะไรของเขาที่ต้องมารับเธอกลับชายหนุ่มขับรถมาถึงหน้าบ้านหลังใหญ่ของคีรินที่ใช้ชั้นล่างเป็นที่พักอาศัยของเจ้าของบ้านและใช้ชั้นบนเป็นออฟฟิศรับงานด้านออกแบบอาคารและระบบพลังงานทดแทน โดยมีบันไดวนซึ่งอยู่ด้านหน้าฝั่งซ้ายของตัวบ้านขึ้นไปยังออฟฟิศทางฝั่งปีกซ้ายของบ้าน ส่วนฝั่งปีกขวาชั้นบนเป็นส่วนห้องรับรองแขก ซึ่งเขาเคยใช้พื้นที่ตรงนั้นอาศัยก่อนที่จะไปสร้างกระท่อมหลังน้อยแยกไปอยู่ต่างหาก หลังจากที่เจ้าของบ้านแต่งงานไปเมื่อไม่กี่เดือนก่อน“คุณ ๆ ถึงบ้านแล้ว” เขาเขย่าร่างบางที่หลับคอพับคออ่อนอยู่ข้าง ๆ แต่สาวเจ้าเหมือนจะไม่รู้สึกตัว“คุณ ๆ กุญแจบ้านล่ะ มีหรือเปล่า” เขาถาม เพราะคิดว่าเธอน่าจะมีกุญแจบ้านพี่ชายเก็บไว้บ้าง ถึงได้บอกให้เขาไปรับกลับ เพราะกุญแจที่เขาเคยใช้ก็คืนให้กับคีรินไปแล้ว มีเพียงกุญแจในส่วนของออฟฟิศเท่านั้นที่คีรินให้เขาเก็บไว้“กุญแจอะรายยย ม่ายยยมี จะนอนนน” ทำเสียงหงุดหงิดพลางปัดมือเขาที่กำลังเขย่าแขนปลุกให้

  • ดวงใจปรัชญา...เพียงรักกันก็พอ   บทที่ 1 นางหงส์ 80%

    ชายหนุ่มร่างสูงกำยำนั่งดูข่าวอยู่ในห้องเล็ก ๆ ที่ทำด้วยปีกไม้ แม้เป็นห้องขนาดเล็กแต่ทุกอย่างถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ เขาดูข่าวต่อมาอย่างตั้งใจเมื่อได้ยินเสียงประกาศจากผู้ประกาศข่าวชายว่า“มาถึงข่าววงการรับเหมาก่อสร้างกันต่อครับ วงการรับเหมาก่อสร้างเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ของประเทศ ตอนนี้กำลังเจอปัญห

  • ดวงใจปรัชญา...เพียงรักกันก็พอ   บทที่ 1 นางหงส์ 40%

    แท้จริงแล้วเธอไม่ได้อยากจะคบหากับคนแบบนิสากรนัก เพียงแค่ถ้าหญิงสาวมีเงินซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมของเธอสักใบ ก็ถือว่าคุ้มกับค่านามบัตรใบละห้าบาทก็เท่านั้น เพราะความต้องการส่วนหนึ่งของเธอที่มาที่นี่ก็เพื่อเข้าสังคมกับเพื่อน ๆ เผื่อจะได้มีคอนเนกชันใหม่ ๆ ซึ่งจะช่วยเสริมธุรกิจที่ทำอยู่เนื่องจากวางแผนว่าจะ

  • ดวงใจปรัชญา...เพียงรักกันก็พอ   บทที่ 1 นางหงส์ 20%

    ๑ นางหงส์หญิงสาวร่างเพรียวบางในชุดเดรสยาวสำหรับออกงานสีชมพูนู้ด สะพายกระเป๋าใบเล็กสีชมพูเข้มดูโดดเด่น เดินอย่างมั่นใจเข้าไปยังห้องจัดเลี้ยงของโรงแรมหรู วันนี้ทางโรงเรียนจัดงานเลี้ยงศิษย์เก่า นภาธรจึงมาร่วมงานตามที่ได้รับบัตรเชิญ ร่างสวยชะงักเมื่อมีเสียงเรียกอยู่ด้านหลัง“อ้าว นั่นน้องนภาใช่ไหมจ๊ะ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status