Share

บทที่ 2 เช้าอันวุ่นวาย 100%

last update Tanggal publikasi: 2024-10-29 21:30:40

“ของแพงขนาดนั้นมันต้องทนกว่าของราคาถูก ๆ สิ จะพังง่าย ๆ ได้ยังไงใช่มั้ย ใจเย็น ๆ น่า ไม่ต้องร้อง เดี๋ยวผมไปเอามาให้ดู” เขาว่าแล้วก็เดินไปหยิบ

“เนี่ย มันก็ไม่ได้เสียหายอะไรสักหน่อย ดูสิ” เขาว่าพลางยื่นกระเป๋าให้

นภาธรยื่นมือสั่นเทาไปรับกระเป๋าแสนรัก เธอสัมผัสมันอย่างแผ่วเบาราวกับว่าหากรุนแรงกว่านี้มันจะบุบสลายไปกับมือ

“ผมก็แค่เอาน้ำฉีด ๆ ตรงที่เปื้อนเท่านั้นเอง แล้วผมก็ไม่มีวิธีไหนที่จะทำความสะอาดกระเป๋าเปื้อนอ้วกให้ดีกว่านี้แล้วด้วย นอกจากเอาน้ำล้าง มันเปียกผมก็เอามาตาก แล้วมันจะอะไรนักหนา” ว่าเสียงหงุดหงิด อีกคนมีท่าทีอ่อนลง เอ่ยเบา ๆ ว่า

“นายก็ไม่ต้องเอามาตากแดดก็ได้นี่ มันบอบบางมาก เดี๋ยวสีซีด เอาวางตากลมก็ได้ เดี๋ยวก็แห้งเอง นี่ดีนะ ฮือ ๆ ที่น้องกระเป๋าไม่เป็นอะไรมาก”

พูดเสียงอุบอิบ ก่อนจะเอากระเป๋ามากอดแนบอกอย่างถนอม ปรัชญามองแล้วได้แต่ส่ายหน้าไปมาเอ่ยว่า

“อือ ไม่เป็นอะไรมากก็ดี ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าได้แล้ว หน้าตาดูไม่ได้เลยอย่างกับหมีแพนด้า ขี้มูกขี้ตาเกรอะกรัง กลิ่นละมุดหึ่งไปทั้งตัว ผู้หญิงอะไรก็ไม่รู้ขี้เมาหยำเป ใครได้ไปเป็นเมียเนี่ยซวยตายเลย ห้องน้ำอยู่ในห้องนอนนั่นแหละ เดี๋ยวให้ซ้อเอาเสื้อผ้ามาให้” ว่าแล้วก็ก้าวฉับ ๆ จากไป ปล่อยคนขี้มูกขี้ตาเกรอะกรังนั่งกอดกระเป๋าอยู่ที่ระเบียง

นภาธรมองตามร่างสูงของผู้ชายคนเดียวที่ชอบด่าว่าเธอแบบไม่มีกลัวเกรงอย่างขุ่นเคืองใจ ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยมีผู้ชายคนไหน พูดจาแย่แบบนี้กับเธอมาก่อนเลย แต่ตอนนี้เธอหมดแรงเลยโต้เถียงอะไรไม่ออก ได้แต่ปล่อยให้เขาด่าว่าแล้วเดินจากไป

ครู่หนึ่งเธอก็เห็นเพียงฤดีเดินเข้ามาหาพร้อมกับถุงกระดาษในมือ ก่อนจะเข้ามายืนจ้องหน้าเธอเขม็ง

“แกจ้องหน้าฉันทำไมอ่ะฤดี” เงยหน้าขึ้นไปถามทำตาปริบ ๆ

“ก็ดูสภาพแกตอนนี้สิ ทำไมเป็นแบบนี้ ขอบตาดำปี๋เลย แกร้องไห้ใช่ไหมเนี่ย แล้วเนี่ย ทำไมมานั่งตรงนี้ ลุกขึ้นมาแล้วไปอาบน้ำก่อน เห็นคุณเป้บอกว่าให้อาบในห้องน้ำที่นี่ก็ได้ ฉันเลยเอาเสื้อผ้ามาให้นี่แหละ”

“อือ ฉันร้องไห้สิ ก็ไอ้หน้าวอกนั่นมันทำให้ฉันตกใจนี่ ฮือ ๆ ฉันก็นึกว่าโดนข่มขืนแล้วโดนขโมยกระเป๋าไปขาย แต่ไม่ใช่ นายนั่นเอากระเป๋าฉันไปล้างน้ำอ่ะแก แถมยังเอาไปตากแดดเปรี้ยง ๆ อีก ฉันก็ร้องไห้อีกสิ นึกว่ากระเป๋าจะพังไปแล้ว แถมยังด่าเอา ๆ ฉันพูดอะไรนิดเดียวมันก็ด่า ๆ จนฉันเถียงไม่ทันเลย” นภาธรตอบเพื่อนเสียงสะอึกสะอื้น

“เฮ้อ แกนี่ก็นะ เมื่อไหร่จะเลิกจองเวรกับเขาสักที แล้วเรียกเขาว่าไอ้หน้าวอกเนี่ยนะ ฟังแล้วไม่โอเคเลย แกก็พูดกับเขาดี ๆ หน่อยสิ”

“แล้วจะให้ฉันเรียกว่าอะไรล่ะ หน้าขาวปากแดงอย่างกับตูดลิงงั้นน่ะ ฉันเรียกไอ้หน้าวอกก็ดีแค่ไหนแล้ว เป็นผู้ชายแบบไหนด่าผู้หญิงไฟแลบได้ขนาดนั้น แล้วแกดูสิ เขาเป็นสุภาพบุรุษขนาดไหนให้ฉันนอนบนพื้น ตัวเองนอนบนเตียง ฉันเกิดมาไม่เคยเห็นพระเอกละครที่ไหนทำแบบนี้สักคน”

“แล้วแกทำตัวเหมือนนางเอกละครหรือไง เขาถึงจะได้เป็นสุภาพบุรุษเหมือนพระเอกละครน่ะ เมาแอ๋อ้วกแตกอ้วกแตนขนาดนี้ใครเขาจะให้นอนเตียงล่ะ เป็นฉันก็ปล่อยให้นอนข้างเตียงนั่นแหละ” เพียงฤดีว่า

“นี่ฤดี ฉันอุตส่าห์ช่วยแกตั้งหลายอย่าง แต่ทำไมแกไม่เข้าข้างฉัน”

“ไม่ใช่ไม่เข้าข้าง ก็แค่ฉันรักแก อยากให้แกทำตัวน่ารัก ๆ จะได้มีแต่คนรักไง ไปเถอะ เข้าไปอาบน้ำก่อน เอาเสื้อผ้านี่ไปเปลี่ยน ทุกอย่างใหม่เอี่ยมยังไม่เคยถูกใช้งานมาก่อนแน่นอน พี่ชายแกน่ะซื้อเสื้อผ้ามาให้ฉันเต็มไปหมดจนฉันใส่ไม่ทัน แกก็แบ่งไปใส่บ้างแล้วกัน” เพียงฤดีว่าแล้วยื่นถุงกระดาษใบใหญ่ส่งให้

“แกนั่งรออยู่ที่นี่นะอย่าไปไหน” นภาธรรับถุงไปแล้วสั่งกำชับ

“อือ เข้าไปเถอะ ฉันไม่ไปไหนหรอก” เพียงฤดีว่าแล้วนั่งลงที่เก้าอี้ไม้ในห้องโถงของกระท่อมขนาดไม่ใหญ่มากนัก เธอกวาดตามองภายในกระท่อมที่เป็นระเบียบเรียบร้อย แม้ว่าจะเป็นกระท่อมปีกไม้แต่ภายในก็ตกแต่งได้น่าอยู่ ไม่ได้มีของรุงรังแต่อย่างใด นภาธรเข้าไปอาบน้ำครู่หนึ่งก็ออกมาในชุดใหม่ เป็นชุดเดรสผ้าชีฟองลายดอกสีเขียวอ่อนยาวครึ่งน่อง ในมือถือถุงกระดาษเดินออกมา

“แล้วนี่บ้านนายนั่นอยู่ใกล้บ้านแกเหรอ ทำไมแป๊บเดียวแกก็มาถึงแล้วล่ะ” ถามอย่างสงสัย เพราะเธอเพิ่งตื่นก็ยังงง ๆ หลงทิศ ไม่รู้เลยว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ที่ไหน

“อ้าว แกไม่รู้เหรอ ว่านี่เป็นกระท่อมที่คุณเป้เขาเช่าที่ดินแกสร้างน่ะ แล้วบ้านฉันก็อยู่ติดกับบ้านแก แล้วโน่นน่ะบ้านสวย ๆ ที่เพิ่งสร้างเสร็จนั่นน่ะที่พี่คีรินทำไว้ให้แก” เพียงฤดีบอกแล้วชี้ให้ดู นภาธรหันมองรอบ ๆ แล้วส่งเสียงร้องลั่น

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ดวงใจปรัชญา...เพียงรักกันก็พอ   บทที่ 2 เช้าอันวุ่นวาย 100%

    “ของแพงขนาดนั้นมันต้องทนกว่าของราคาถูก ๆ สิ จะพังง่าย ๆ ได้ยังไงใช่มั้ย ใจเย็น ๆ น่า ไม่ต้องร้อง เดี๋ยวผมไปเอามาให้ดู” เขาว่าแล้วก็เดินไปหยิบ“เนี่ย มันก็ไม่ได้เสียหายอะไรสักหน่อย ดูสิ” เขาว่าพลางยื่นกระเป๋าให้นภาธรยื่นมือสั่นเทาไปรับกระเป๋าแสนรัก เธอสัมผัสมันอย่างแผ่วเบาราวกับว่าหากรุนแรงกว่านี้มันจะบุบสลายไปกับมือ“ผมก็แค่เอาน้ำฉีด ๆ ตรงที่เปื้อนเท่านั้นเอง แล้วผมก็ไม่มีวิธีไหนที่จะทำความสะอาดกระเป๋าเปื้อนอ้วกให้ดีกว่านี้แล้วด้วย นอกจากเอาน้ำล้าง มันเปียกผมก็เอามาตาก แล้วมันจะอะไรนักหนา” ว่าเสียงหงุดหงิด อีกคนมีท่าทีอ่อนลง เอ่ยเบา ๆ ว่า“นายก็ไม่ต้องเอามาตากแดดก็ได้นี่ มันบอบบางมาก เดี๋ยวสีซีด เอาวางตากลมก็ได้ เดี๋ยวก็แห้งเอง นี่ดีนะ ฮือ ๆ ที่น้องกระเป๋าไม่เป็นอะไรมาก”พูดเสียงอุบอิบ ก่อนจะเอากระเป๋ามากอดแนบอกอย่างถนอม ปรัชญามองแล้วได้แต่ส่ายหน้าไปมาเอ่ยว่า“อือ ไม่เป็นอะไรมากก็ดี ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าได้แล้ว หน้าตาดูไม่ได้เลยอย่างกับหมีแพนด้า ขี้มูกขี้ตาเกรอะกรัง กลิ่นละมุดหึ่งไปทั้งตัว ผู้หญิงอะไรก็ไม่รู้ขี้เมาหยำเป ใครได้ไปเป็นเมียเนี่ยซวยตายเลย ห้องน้ำอยู่ในห้องนอนนั่นแหละ เด

  • ดวงใจปรัชญา...เพียงรักกันก็พอ   บทที่ 2 เช้าอันวุ่นวาย 80%

    เสียงกรีดร้องยาวเหยียดดังระดับร้อยยี่สิบเดซิเบล ทำให้คนที่อยู่บ้านใกล้กันถึงกับสะดุ้งเฮือก คีรินหันไปตามเสียง ก่อนจะหันมาหาชายหนุ่มรุ่นน้องที่กำลังตักข้าวเข้าปาก ปรัชญาตกใจถึงกับปล่อยช้อนหลุดมือหล่นลงไปในจาน“ฉิบหายละพี่คี เกิดอะไรขึ้นเนี่ย เขาร้องทำไมอ่ะ”“ไม่รู้ นายไปดูหน่อย คงตกใจที่ตื่นมาแล้วไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหนละมั้ง” คีรินเอ่ยเสียงเรียบ ๆ ราวกับคุ้นเคยกับเสียงนี้เป็นอย่างดี“ครับ” ปรัชญาตอบก่อนจะหันไปหาหทัยรัตน์“เดี๋ยวผมมากินต่อนะครับแม่ อย่าเพิ่งเก็บ” ว่าแล้ววางจานอาหารที่เหลือครึ่งจานไว้บนโต๊ะกลางของโซฟา ก่อนจะรีบเผ่นพรวดกลับไปยังกระท่อมของตัวเอง“เกิดอะไรขึ้นคุณ” เขาถามหญิงสาวที่นั่งอยู่กับกองผ้านวมแล้วส่งเสียงกรีดร้องดังลั่นไม่หยุด มือก็ทุบหมอนทุบผ้าห่มไปด้วย พอเห็นหน้าเขา เธอก็ลุกพรวดขึ้นมาชี้นิ้วใส่แล้วถามเสียงดังลั่น“นาย ไอ้หน้าวอก นายทำอะไรฉันเมื่อคืนนี้ ทำไมฉันถึงได้มาอยู่ที่นี่ นายข่มขืนฉันใช่ไหม” ปรัชญาอ้าปากค้าง ตาเหลือกลานอย่างตกใจกับข้อกล่าวหา เขากลืนน้ำลายลงคอก่อนจะตั้งสติตอบ“บ้า ผมไปทำอะไรคุณ ก็พี่คีให้ผมไปรับคุณมา แล้วกุญแจบ้านก็ไม่มี เขาให้ผมเอาคุณมานอนที่นี่

  • ดวงใจปรัชญา...เพียงรักกันก็พอ   บทที่ 2 เช้าอันวุ่นวาย 50%

    ขณะคนที่กำลังถูกพูดถึงขยับตัวอย่างขี้เกียจ ก่อนจะตบศีรษะตัวเองเบา ๆ ทั้งที่ยังไม่ลืมตา อาการเมาแฮงค์กำเริบทันทีที่รู้สึกตัว ตามด้วยอาการมึนหัววิงเวียนผะอืดผะอม ก่อนจะลืมตาขึ้นมาเมื่อสัมผัสได้ถึงความแข็งของพื้นที่นอนอยู่ แต่เธอก็ต้องหลับตาลงอีกครั้งเมื่อมีแสงสีขาวสาดส่องเข้าตาอย่างกะทันหันมือบางลูบลงบนที่นอนแม้จะปูผ้านวมแต่ก็ไม่ได้นุ่มเหมือนนอนบนฟูกอย่างที่เคยนอน แถมกลิ่นผ้านวมก็เป็นกลิ่นหอมในแบบที่ไม่คุ้นเคย มันไม่ใช่กลิ่นกุหลาบที่เธอชอบใช้ แต่เป็นกลิ่นลาเวนเดอร์อ่อน ๆหญิงสาวตั้งสติที่ยังมึนงงแล้วลืมตาขึ้นก่อนจะกะพริบตาถี่ ๆ เมื่อรอบข้างไม่คุ้นตาสักนิด เธอนอนอยู่ข้างเตียง บนพื้นปูด้วยผ้านวมสีเทา ผ้าห่มลายสก็อตสีน้ำตาลเข้มสลับขาว เธอลุกขึ้นนั่งหันไปทางฝั่งซ้ายมือเป็นเตียงนอนขนาดห้าฟุตซึ่งปูไว้อย่างดี ด้วยผ้านวมสีเทาเข้ม ลักษณะการปูเหมือนกับการปูเตียงแบบโรงแรม บนเตียงเรียบตึงราวกับไม่มีใครเคยนอนมาก่อน ทุกอย่างในห้องสะอาดสะอ้านไม่มีสิ่งใดเกะกะสายตาฝั่งขวามือเป็นหน้าต่างกระจกที่แสงจากข้างนอกส่องจ้าเข้ามา ผนังส่วนที่ติดกับกระจกเป็นตู้และชั้นวางของทำด้วยไม้เป็นแบบบิลต์อินติดผนัง ทุกอย่าง

  • ดวงใจปรัชญา...เพียงรักกันก็พอ   บทที่ 2 เช้าอันวุ่นวาย 30%

    ๒เช้าอันวุ่นวาย ปรัชญาตื่นขึ้นมาตอนเช้า เขาก้มมองร่างสวยที่นอนอยู่ข้างเตียง เห็นว่ายังไม่ตื่นจึงรีบลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวเพื่อไปทำงาน ชายหนุ่มดูนาฬิกาข้อมือซึ่งตอนนี้ก็เจ็ดโมงเช้าแล้ว เขาต้องรีบออกไปเปิดออฟฟิศเนื่องจากลูกค้าที่นัดไว้จะเข้ามาตอนแปดโมงเช้า เขาแต่งตัวเรียบร้อยก็มองหญิงสาวที่นอนอยู่อย่างชั่งใจ ก่อนจะตัดสินใจไม่ปลุก เพราะเชื่อว่าหากเธอตื่นขึ้นมา น่าจะมีปัญหาอื่นตามมาอีกมาก และอาจจะทำให้เขาต้องเสียเวลาที่นัดกับลูกค้าไว้“เอากระเป๋าไปตากแดดให้หน่อยละกัน ยังเปียกอยู่เลย” ว่าแล้วก็ก้มลงหยิบกระเป๋าเดินออกไปหน้าบ้านแล้วปิดประตู ก่อนจะนำกระเป๋าใบสวยไปแขวนห้อยไว้กับราวที่แขวนดอกพิททูเนียซึ่งบานสะพรั่งอยู่หน้ากระท่อม“ตรงนี้แหละน่าจะโดนแดดหน่อย” ว่าแล้วก็รีบออกไปจากกระท่อม ผ่านหน้าบ้านของนภดลที่พักกับมารดาก็ไม่เห็นรถของเขาจอดอยู่ จึงรีบเดินผ่านไปยังบ้านของคีริน เขารีบขึ้นไปชั้นบนเปิดประตูออฟฟิศ เปิดแอร์ไว้เรียบร้อยเพื่อรอต้อนรับลูกค้าที่นัดจะเข้ามาเซ็นสัญญากันวันนี้ ก่อนจะชงกาแฟแล้วเดินออกมายืนริมระเบียง ก้มมองลงไปด้านล่าง“พี่คียังไม่มาอีก ไหนบอกว่าจะมาถึงเช้า” เขาพึมพำไปพลางด

  • ดวงใจปรัชญา...เพียงรักกันก็พอ   บทที่ 1 นางหงส์ 60%

    “จริงเหรอนิภา ฉันก็กลับมาอยู่ที่บ้านแล้วเหมือนกัน เพิ่งมาถึงวันนี้นี่แหละ แต่ยังไม่ได้ขนของมา คงต้องใช้เวลาอีกสักเดือนแหละถึงจะลงตัว อ้อ เมื่อกี้ฉันเจอพี่สาวเธอด้วยนะ เขาก็กลับมาอยู่บ้านเหมือนกันเหรอ” นภาธรอดไม่ได้ที่จะถามถึงหญิงสาวที่ทักทายเธอตอนเข้ามาในงาน“อ้อ พี่นิสาน่ะเหรอ เขาคงอยู่ที่นี่ไม่ได้หรอก เขาชอบชีวิตในเมืองน่ะ” อรุณนิภาตอบ ใบหน้าไม่ได้ยินดียินร้ายที่ได้พูดเรื่องพี่สาวนัก“งั้นเหรอ แต่เขาดูสวยมากเลยนะ ต่างจากที่ฉันเคยเห็นตอนเด็ก จนแทบจำไม่ได้ แล้วตอนนี้เธอทำงานอะไรอยู่เหรอนิภา ตอนนั้นเห็นว่าเรียนจบแฟชั่นดีไซน์ใช่ป่ะ” นภาธรถามพลางสังเกตว่าเพื่อนดูอ่อนหวานเรียบร้อย แตกต่างจากพี่สาวที่ดูทันสมัยเป็นสาวสังคม ราวกับไม่ได้เป็นพี่น้องกัน“ใช่ ฉันน่ะเรียนจบแฟชั่นดีไซน์ ตอนเรียนจบก็ทำงานสายที่เรียนมาอยู่พักนึงแต่ชีวิตพลิกผันบริษัทปิดกิจการ สมัครงานสายที่เรียนมาอยู่สองสามเดือนแต่ไม่ได้งาน เลยลองไปสมัครเป็นผู้ช่วยผู้จัดการร้านซุปเปอร์มาร์เก็ตระหว่างรองานใหม่ กลับได้งานเฉยเลย พอได้งานก็เลยทำมาเรื่อย ๆ ไม่ได้ย้ายไปทำงานอื่นเลยมาสามปีแล้ว แต่ตอนนี้พ่ออายุมากแล้ว อยู่คนเดียวด้วย เลยคิด

  • ดวงใจปรัชญา...เพียงรักกันก็พอ   บทที่ 1 นางหงส์ 100%

    ปรัชญามองรถของตัวเองที่นภดลขับออกไป ก่อนจะขึ้นรถของหญิงสาวคู่อริที่ไม่รู้ว่าเคยเป็นศัตรูกันตั้งแต่ชาติปางไหน ที่เจอกันทีไรก็ต้องเขม่นใส่กันทุกที แถมวันนี้ก็ไม่รู้เป็นดวงซวยอะไรของเขาที่ต้องมารับเธอกลับชายหนุ่มขับรถมาถึงหน้าบ้านหลังใหญ่ของคีรินที่ใช้ชั้นล่างเป็นที่พักอาศัยของเจ้าของบ้านและใช้ชั้นบนเป็นออฟฟิศรับงานด้านออกแบบอาคารและระบบพลังงานทดแทน โดยมีบันไดวนซึ่งอยู่ด้านหน้าฝั่งซ้ายของตัวบ้านขึ้นไปยังออฟฟิศทางฝั่งปีกซ้ายของบ้าน ส่วนฝั่งปีกขวาชั้นบนเป็นส่วนห้องรับรองแขก ซึ่งเขาเคยใช้พื้นที่ตรงนั้นอาศัยก่อนที่จะไปสร้างกระท่อมหลังน้อยแยกไปอยู่ต่างหาก หลังจากที่เจ้าของบ้านแต่งงานไปเมื่อไม่กี่เดือนก่อน“คุณ ๆ ถึงบ้านแล้ว” เขาเขย่าร่างบางที่หลับคอพับคออ่อนอยู่ข้าง ๆ แต่สาวเจ้าเหมือนจะไม่รู้สึกตัว“คุณ ๆ กุญแจบ้านล่ะ มีหรือเปล่า” เขาถาม เพราะคิดว่าเธอน่าจะมีกุญแจบ้านพี่ชายเก็บไว้บ้าง ถึงได้บอกให้เขาไปรับกลับ เพราะกุญแจที่เขาเคยใช้ก็คืนให้กับคีรินไปแล้ว มีเพียงกุญแจในส่วนของออฟฟิศเท่านั้นที่คีรินให้เขาเก็บไว้“กุญแจอะรายยย ม่ายยยมี จะนอนนน” ทำเสียงหงุดหงิดพลางปัดมือเขาที่กำลังเขย่าแขนปลุกให้

  • ดวงใจปรัชญา...เพียงรักกันก็พอ   บทที่ 1 นางหงส์ 80%

    ชายหนุ่มร่างสูงกำยำนั่งดูข่าวอยู่ในห้องเล็ก ๆ ที่ทำด้วยปีกไม้ แม้เป็นห้องขนาดเล็กแต่ทุกอย่างถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ เขาดูข่าวต่อมาอย่างตั้งใจเมื่อได้ยินเสียงประกาศจากผู้ประกาศข่าวชายว่า“มาถึงข่าววงการรับเหมาก่อสร้างกันต่อครับ วงการรับเหมาก่อสร้างเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ของประเทศ ตอนนี้กำลังเจอปัญห

  • ดวงใจปรัชญา...เพียงรักกันก็พอ   บทที่ 1 นางหงส์ 40%

    แท้จริงแล้วเธอไม่ได้อยากจะคบหากับคนแบบนิสากรนัก เพียงแค่ถ้าหญิงสาวมีเงินซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมของเธอสักใบ ก็ถือว่าคุ้มกับค่านามบัตรใบละห้าบาทก็เท่านั้น เพราะความต้องการส่วนหนึ่งของเธอที่มาที่นี่ก็เพื่อเข้าสังคมกับเพื่อน ๆ เผื่อจะได้มีคอนเนกชันใหม่ ๆ ซึ่งจะช่วยเสริมธุรกิจที่ทำอยู่เนื่องจากวางแผนว่าจะ

  • ดวงใจปรัชญา...เพียงรักกันก็พอ   บทที่ 1 นางหงส์ 20%

    ๑ นางหงส์หญิงสาวร่างเพรียวบางในชุดเดรสยาวสำหรับออกงานสีชมพูนู้ด สะพายกระเป๋าใบเล็กสีชมพูเข้มดูโดดเด่น เดินอย่างมั่นใจเข้าไปยังห้องจัดเลี้ยงของโรงแรมหรู วันนี้ทางโรงเรียนจัดงานเลี้ยงศิษย์เก่า นภาธรจึงมาร่วมงานตามที่ได้รับบัตรเชิญ ร่างสวยชะงักเมื่อมีเสียงเรียกอยู่ด้านหลัง“อ้าว นั่นน้องนภาใช่ไหมจ๊ะ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status