เข้าสู่ระบบสำหรับปรัชญาแล้ว ผู้หญิงที่จะมาเป็นแม่ของลูกเขานั้นไม่ต้องสวยมากก็ได้ แต่จะต้องเป็นคนเรียบร้อย น่ารัก ไม่เอาแต่ใจ ไม่ขี้โวยวาย ไม่ดื่มเหล้า เป็นแม่บ้านแม่เรือนและรู้จักประหยัดอดออม แต่เหตุไฉนเขาจึงต้องมาเจอกับนภาธรที่มีคุณสมบัติทุกอย่างขัดกับสเปกของเขาอย่างที่สุด เธอสวยมากแต่นิสัยไม่น่ารัก ไม่เรียบร้อย เอาแต่ใจ ขี้โวยวาย ทำอาหารไม่เป็น บ้าแบรนด์เนม แถมยังเมาและอ้วกใส่เขาอีก ถ้าใครได้ไปเป็นแฟนคงซวยชะมัด ปากก็บอกว่าเขาจะไม่มีวันยอมรับผู้หญิงคนนี้เป็นแฟนอย่างเด็ดขาด แต่เมื่อต้องอยู่ใกล้ชิดกัน ทำไมเขาถึงได้ใจอ่อนให้กับเธออยู่ร่ำไป
ดูเพิ่มเติม“ของแพงขนาดนั้นมันต้องทนกว่าของราคาถูก ๆ สิ จะพังง่าย ๆ ได้ยังไงใช่มั้ย ใจเย็น ๆ น่า ไม่ต้องร้อง เดี๋ยวผมไปเอามาให้ดู” เขาว่าแล้วก็เดินไปหยิบ“เนี่ย มันก็ไม่ได้เสียหายอะไรสักหน่อย ดูสิ” เขาว่าพลางยื่นกระเป๋าให้นภาธรยื่นมือสั่นเทาไปรับกระเป๋าแสนรัก เธอสัมผัสมันอย่างแผ่วเบาราวกับว่าหากรุนแรงกว่านี้มันจะบุบสลายไปกับมือ“ผมก็แค่เอาน้ำฉีด ๆ ตรงที่เปื้อนเท่านั้นเอง แล้วผมก็ไม่มีวิธีไหนที่จะทำความสะอาดกระเป๋าเปื้อนอ้วกให้ดีกว่านี้แล้วด้วย นอกจากเอาน้ำล้าง มันเปียกผมก็เอามาตาก แล้วมันจะอะไรนักหนา” ว่าเสียงหงุดหงิด อีกคนมีท่าทีอ่อนลง เอ่ยเบา ๆ ว่า“นายก็ไม่ต้องเอามาตากแดดก็ได้นี่ มันบอบบางมาก เดี๋ยวสีซีด เอาวางตากลมก็ได้ เดี๋ยวก็แห้งเอง นี่ดีนะ ฮือ ๆ ที่น้องกระเป๋าไม่เป็นอะไรมาก”พูดเสียงอุบอิบ ก่อนจะเอากระเป๋ามากอดแนบอกอย่างถนอม ปรัชญามองแล้วได้แต่ส่ายหน้าไปมาเอ่ยว่า“อือ ไม่เป็นอะไรมากก็ดี ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าได้แล้ว หน้าตาดูไม่ได้เลยอย่างกับหมีแพนด้า ขี้มูกขี้ตาเกรอะกรัง กลิ่นละมุดหึ่งไปทั้งตัว ผู้หญิงอะไรก็ไม่รู้ขี้เมาหยำเป ใครได้ไปเป็นเมียเนี่ยซวยตายเลย ห้องน้ำอยู่ในห้องนอนนั่นแหละ เด
เสียงกรีดร้องยาวเหยียดดังระดับร้อยยี่สิบเดซิเบล ทำให้คนที่อยู่บ้านใกล้กันถึงกับสะดุ้งเฮือก คีรินหันไปตามเสียง ก่อนจะหันมาหาชายหนุ่มรุ่นน้องที่กำลังตักข้าวเข้าปาก ปรัชญาตกใจถึงกับปล่อยช้อนหลุดมือหล่นลงไปในจาน“ฉิบหายละพี่คี เกิดอะไรขึ้นเนี่ย เขาร้องทำไมอ่ะ”“ไม่รู้ นายไปดูหน่อย คงตกใจที่ตื่นมาแล้วไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหนละมั้ง” คีรินเอ่ยเสียงเรียบ ๆ ราวกับคุ้นเคยกับเสียงนี้เป็นอย่างดี“ครับ” ปรัชญาตอบก่อนจะหันไปหาหทัยรัตน์“เดี๋ยวผมมากินต่อนะครับแม่ อย่าเพิ่งเก็บ” ว่าแล้ววางจานอาหารที่เหลือครึ่งจานไว้บนโต๊ะกลางของโซฟา ก่อนจะรีบเผ่นพรวดกลับไปยังกระท่อมของตัวเอง“เกิดอะไรขึ้นคุณ” เขาถามหญิงสาวที่นั่งอยู่กับกองผ้านวมแล้วส่งเสียงกรีดร้องดังลั่นไม่หยุด มือก็ทุบหมอนทุบผ้าห่มไปด้วย พอเห็นหน้าเขา เธอก็ลุกพรวดขึ้นมาชี้นิ้วใส่แล้วถามเสียงดังลั่น“นาย ไอ้หน้าวอก นายทำอะไรฉันเมื่อคืนนี้ ทำไมฉันถึงได้มาอยู่ที่นี่ นายข่มขืนฉันใช่ไหม” ปรัชญาอ้าปากค้าง ตาเหลือกลานอย่างตกใจกับข้อกล่าวหา เขากลืนน้ำลายลงคอก่อนจะตั้งสติตอบ“บ้า ผมไปทำอะไรคุณ ก็พี่คีให้ผมไปรับคุณมา แล้วกุญแจบ้านก็ไม่มี เขาให้ผมเอาคุณมานอนที่นี่
ขณะคนที่กำลังถูกพูดถึงขยับตัวอย่างขี้เกียจ ก่อนจะตบศีรษะตัวเองเบา ๆ ทั้งที่ยังไม่ลืมตา อาการเมาแฮงค์กำเริบทันทีที่รู้สึกตัว ตามด้วยอาการมึนหัววิงเวียนผะอืดผะอม ก่อนจะลืมตาขึ้นมาเมื่อสัมผัสได้ถึงความแข็งของพื้นที่นอนอยู่ แต่เธอก็ต้องหลับตาลงอีกครั้งเมื่อมีแสงสีขาวสาดส่องเข้าตาอย่างกะทันหันมือบางลูบลงบนที่นอนแม้จะปูผ้านวมแต่ก็ไม่ได้นุ่มเหมือนนอนบนฟูกอย่างที่เคยนอน แถมกลิ่นผ้านวมก็เป็นกลิ่นหอมในแบบที่ไม่คุ้นเคย มันไม่ใช่กลิ่นกุหลาบที่เธอชอบใช้ แต่เป็นกลิ่นลาเวนเดอร์อ่อน ๆหญิงสาวตั้งสติที่ยังมึนงงแล้วลืมตาขึ้นก่อนจะกะพริบตาถี่ ๆ เมื่อรอบข้างไม่คุ้นตาสักนิด เธอนอนอยู่ข้างเตียง บนพื้นปูด้วยผ้านวมสีเทา ผ้าห่มลายสก็อตสีน้ำตาลเข้มสลับขาว เธอลุกขึ้นนั่งหันไปทางฝั่งซ้ายมือเป็นเตียงนอนขนาดห้าฟุตซึ่งปูไว้อย่างดี ด้วยผ้านวมสีเทาเข้ม ลักษณะการปูเหมือนกับการปูเตียงแบบโรงแรม บนเตียงเรียบตึงราวกับไม่มีใครเคยนอนมาก่อน ทุกอย่างในห้องสะอาดสะอ้านไม่มีสิ่งใดเกะกะสายตาฝั่งขวามือเป็นหน้าต่างกระจกที่แสงจากข้างนอกส่องจ้าเข้ามา ผนังส่วนที่ติดกับกระจกเป็นตู้และชั้นวางของทำด้วยไม้เป็นแบบบิลต์อินติดผนัง ทุกอย่าง
๒เช้าอันวุ่นวาย ปรัชญาตื่นขึ้นมาตอนเช้า เขาก้มมองร่างสวยที่นอนอยู่ข้างเตียง เห็นว่ายังไม่ตื่นจึงรีบลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวเพื่อไปทำงาน ชายหนุ่มดูนาฬิกาข้อมือซึ่งตอนนี้ก็เจ็ดโมงเช้าแล้ว เขาต้องรีบออกไปเปิดออฟฟิศเนื่องจากลูกค้าที่นัดไว้จะเข้ามาตอนแปดโมงเช้า เขาแต่งตัวเรียบร้อยก็มองหญิงสาวที่นอนอยู่อย่างชั่งใจ ก่อนจะตัดสินใจไม่ปลุก เพราะเชื่อว่าหากเธอตื่นขึ้นมา น่าจะมีปัญหาอื่นตามมาอีกมาก และอาจจะทำให้เขาต้องเสียเวลาที่นัดกับลูกค้าไว้“เอากระเป๋าไปตากแดดให้หน่อยละกัน ยังเปียกอยู่เลย” ว่าแล้วก็ก้มลงหยิบกระเป๋าเดินออกไปหน้าบ้านแล้วปิดประตู ก่อนจะนำกระเป๋าใบสวยไปแขวนห้อยไว้กับราวที่แขวนดอกพิททูเนียซึ่งบานสะพรั่งอยู่หน้ากระท่อม“ตรงนี้แหละน่าจะโดนแดดหน่อย” ว่าแล้วก็รีบออกไปจากกระท่อม ผ่านหน้าบ้านของนภดลที่พักกับมารดาก็ไม่เห็นรถของเขาจอดอยู่ จึงรีบเดินผ่านไปยังบ้านของคีริน เขารีบขึ้นไปชั้นบนเปิดประตูออฟฟิศ เปิดแอร์ไว้เรียบร้อยเพื่อรอต้อนรับลูกค้าที่นัดจะเข้ามาเซ็นสัญญากันวันนี้ ก่อนจะชงกาแฟแล้วเดินออกมายืนริมระเบียง ก้มมองลงไปด้านล่าง“พี่คียังไม่มาอีก ไหนบอกว่าจะมาถึงเช้า” เขาพึมพำไปพลางด





