Share

บทที่ 2

Author: ฮูฮู
รอยยิ้มที่เจือความอบอุ่นบนใบหน้าของนางคล้ายทิ่มแทงจี้จือจิ่งวูบหนึ่ง ความรู้สึกไม่สบายใจในอกยิ่งหนักขึ้นกว่าเดิม ทั้งยังเจือด้วยความหึงหวงบางเบาที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่ทันตระหนัก

“สำคัญตรงไหน…” เขาเพิ่งจะถามต่อ ตู้หว่านหลิงก็ส่งเสียงครางอย่างทรมานขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกำแขนเสื้อของเขาไว้แน่น

“พี่จือจิ่ง เราออกเดินทางเร็วหน่อยได้หรือไม่? ข้าเวียนศีรษะยิ่งนัก อยากกลับไปนอนพักสักหน่อย…” เสียงของนางแผ่วอ่อน เจือแววอ้อนวอน

จี้จือจิ่งมองหร่วนเยวียนแวบหนึ่ง สุดท้ายก็ยังกลืนคำที่เกือบหลุดจากปากกลับลงไป เพียงเอ่ยอย่างรีบร้อนว่า “เช่นนั้นก็เดินทางระวังตัวด้วย”

พูดจบ เขาก็ประคองตู้หว่านหลิงขึ้นรถม้า ม่านถูกปล่อยลง กั้นภายในกับภายนอกออกจากกัน

รถม้าส่งเสียงล้อกึกกัก เคลื่อนห่างออกไป ก่อนจะลับหายเข้าไปในม่านฝนอย่างรวดเร็ว

หร่วนเยวียนยืนอยู่ที่เดิม สายฝนเย็นเยียบกระแทกลงบนร่าง ทว่านางกลับราวกับไม่รู้สึกถึงความหนาว เพียงก้มหน้าลูบป้ายหยกชิ้นนั้นไปมา

นางเป็นบุตรีที่เกิดจากภรรยาเอกของราชครู ตู้หว่านหลิงเป็นธิดาของผู้ช่วยเสนาบดี ส่วนจี้จือจิ่งเป็นรัฐทายาทแห่งจวนโหว พวกเขาสามคนเป็นสหายวัยเยาว์ เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เล็ก

นางรักจี้จือจิ่ง แต่ในสายตาของจี้จือจิ่งกลับมีเพียงตู้หว่านหลิง

เขาเคยเด็ดดอกท้อดอกแรกบนกิ่งในเดือนสามให้ตู้หว่านหลิง เคยบุกเข้าวังหลวงกลางดึกเพื่อขอให้หมอหลวงรักษาอาการปวดศีรษะให้นาง และเคยเฆี่ยนคุณชายเสเพลที่พูดจาล่วงเกินนางกลางถนน ผู้คนทั่วเมืองหลวงต่างกล่าวกันว่า รัฐทายาทจี้รักลึกซึ้งดุจมหาสมุทร แม้แต่บุรุษผู้มั่นคงในรักจากนิยายก็คงเป็นได้เพียงเท่านี้

แต่ต่อมา ตู้หว่านหลิงตอบรับคำสู่ขอของผู้อื่น

ทั้งเมืองต่างฮือฮา พากันด่าตู้หว่านหลิงว่าเป็นคนไร้น้ำใจในความรักและทรยศต่อคนรัก

เพื่อรักษาชื่อเสียงของตน ตู้หว่านหลิงจึงร้องไห้มาหาจี้จือจิ่ง พลางเอ่ยว่า “จือจิ่ง ท่านดีกับข้ายิ่งนัก ชั่วชีวิตนี้ข้าคงไม่อาจพบผู้ใดที่ดีกับข้าไปกว่าท่านอีกแล้ว ทว่าความซาบซึ้งกับความหวั่นไหวในหัวใจหาใช่สิ่งเดียวกันไม่ ข้าไม่อาจครองคู่กับท่านได้ ครานี้คำครหาล้วนไม่เป็นผลดีต่อข้า เห็นแก่ที่ท่านเคยมีใจให้ข้า ช่วยข้าอีกสักครั้งได้หรือไม่?”

จี้จือจิ่งเจ็บปวดราวหัวใจถูกบีบรัด ทว่าท้ายที่สุดก็ยังยอมทำตามที่นางขอ

เพื่อปกป้องชื่อเสียงของตู้หว่านหลิง เขาจึงไปสู่ขอหร่วนเยวียนที่มีใจให้เขามาโดยตลอด แล้วประกาศให้คนภายนอกรู้ว่าเขากับตู้หว่านหลิงต่างฝ่ายต่างมีคนในใจของตน มิใช่ฝ่ายใดทรยศความรักของอีกฝ่าย

หร่วนเยวียนรู้ว่าเขาแต่งกับนางก็เพื่อตู้หว่านหลิง แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ยังยอมแต่ง

ในคืนเข้าหอ เขาดื่มจนเมามายไร้สติ ขณะร่วมหอกับนาง กลับพร่ำเรียกชื่อ “หว่านหลิง”

หลังแต่งงาน เขามักหม่นหมองไม่มีความสุข นางจึงทุ่มเทสุดกำลังเพื่อดูแลเขาให้ดีที่สุด

เมื่ออากาศหนาว นางก็หาเสื้อผ้ามาเพิ่มให้ ยามเขากลับดึกก็จุดตะเกียงรอ หากเขาไม่เจริญอาหาร นางก็คิดสารพัดวิธีหัดทำอาหาร

ปีแล้วปีเล่า ในที่สุดเขาก็ยิ้มให้นางบ้าง นำปิ่นปักผมกลับมาให้นางในวันเกิด และเฝ้าอยู่ข้างเตียงยามนางเจ็บป่วย

นางคิดว่าชีวิตของพวกเขาคงค่อยๆ ดีขึ้นเช่นนี้

จนกระทั่งห้าปีต่อมา ตู้หว่านหลิงหย่าขาดจากสามีและกลับบ้านเดิม

นางดูเหมือนจะยังคงเป็นเช่นเมื่อก่อน มักประสบปัญหาสารพัดอยู่เสมอ ส่วนจี้จือจิ่งก็ยังไม่ต่างจากเดิม คอยดูแลและจัดการทุกอย่างให้นางอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ถึงขั้นเพียงเพราะตู้หว่านหลิงเอ่ยว่า “อยู่บ้านเดิมก็เกรงผู้คนจะครหา” เขาก็ไปรับนางเข้ามาพำนักในจวนรัฐทายาททันที

นางได้แต่ข่มใจอดทน

จนกระทั่งนางตรวจพบว่าตั้งครรภ์ และบอกข่าวนี้แก่เขาด้วยความยินดี ตู้หว่านหลิงซึ่งอยู่ข้างๆ ก็ได้ยินทั้งหมด ก่อนที่น้ำตาจะไหลลงมาหนึ่งหยด

จี้จือจิ่งรีบไปปลอบนางทันที ครั้นปลอบจนสงบแล้วกลับมา เขากลับยกยาหงฮวามาชามหนึ่ง

เขาเอ่ยว่า “อาเยวียน เมื่อครั้งนั้นหว่านหลิงก็เคยตั้งครรภ์เช่นกัน แต่กลับถูกชายใจร้ายผู้นั้นบังคับให้ทำแท้ง นางเห็นเจ้าตั้งครรภ์แล้วรู้สึกเจ็บปวดใจ…เด็กคนนี้ พวกเราอย่าเพิ่งเก็บไว้เลย รอให้นางก้าวผ่านเรื่องในอดีตไปได้ก่อน แล้วค่อยว่ากันอีกที ดีหรือไม่?”

ราวกับถูกสายฟ้าฟาด นางทรุดลงคุกเข่าอ้อนวอนเขา บอกว่านี่คือเลือดเนื้อเชื้อไขของพวกเขา

แต่เขากลับเพียงปลอบนางด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “ต่อไปเรายังมีบุตรได้อีก”

จากนั้นเขาก็ลงมือกรอกยาชามนั้นให้นางดื่มด้วยตนเอง

นางเจ็บปวดจนหัวใจแทบแหลกสลาย พังทลายจนแทบเสียสติ ทว่าในวันเดียวกันนั้นเอง นางยังไม่ทันได้พักฟื้นหลังสูญเสียบุตร ก็ถูกโจรลักพาตัวไปพร้อมกับตู้หว่านหลิง

ณ ริมหน้าผา โจรลักพาตัวบังคับให้เขาเลือกเพียงหนึ่งจากสอง

และเขา ก็ยังคงเลือกตู้หว่านหลิง!

ขณะร่วงตกจากหน้าผา นางคิดในใจว่า ตายไปเสียอย่างนี้ก็ดีเหมือนกัน

แต่นางกลับรอดชีวิตมาได้

เมื่อลืมตาขึ้น นางพบว่าตัวเองนอนอยู่ในถ้ำแห่งหนึ่ง ชายแปลกหน้าคนหนึ่งเป็นผู้ช่วยนางไว้

คนผู้นั้นสวมอาภรณ์สีเขียวอมคราม รูปโฉมหล่อเหลางดงามอย่างยิ่ง ท่วงท่าสง่างามสูงศักดิ์ ดูอย่างไรก็มิใช่คนธรรมดาสามัญ

นางกล่าวขอบคุณและคิดจะมอบเงินให้เขา แต่เขากลับหัวเราะพลางเอ่ยว่า “ข้าไม่ขาดเงินหรอก หากจะขาด ก็คงขาดภรรยาสักคน เช่นนั้นเจ้าก็แต่งกับข้าเสียเลย เป็นอย่างไร?”

นางบอกว่าตนออกเรือนแล้ว

เขากลับเลิกคิ้ว “ข้าชอบคนที่ออกเรือนแล้วนี่แหละ เจ้าไปหย่าเสีย แล้วค่อยแต่งกับข้า”

นางคิดว่าเขาเพียงล้อเล่น ทว่าเขากลับยัดป้ายหยกชิ้นหนึ่งใส่มือนาง ก่อนสีหน้าจะจริงจังขึ้น “ตอนเจ้าเป็นไข้ เจ้าถึงกับถอดเสื้อผ้าข้า ความบริสุทธิ์ของข้าถูกเจ้าทำลายไปหมดแล้ว เจ้าต้องรับผิดชอบนะ ข้าให้เวลาเจ้าอีกไม่กี่วัน ไปจัดการเรื่องหย่าร้างให้เรียบร้อย ถึงเวลานั้นก็นำป้ายหยกชิ้นนี้ไปหาข้าที่เจียงหนาน”

นางไม่รู้ว่าคนผู้นี้ต้องการทำอันใดกันแน่ ด้วยรูปโฉมและบุคลิกเช่นเขา เหตุใดจึงจำเป็นต้องมาแต่งกับสตรีที่เคยออกเรือนแล้วอย่างนางด้วย

ทว่านางหมดใจจากจี้จือจิ่งมานานแล้ว การจากเมืองหลวง จากเขาไป คือสิ่งที่นางปรารถนาพอดี

ดังนั้นนางจึงรับป้ายหยกไว้ แล้วตอบว่า “ตกลง”

หลังกลับถึงจวน สิ่งแรกที่นางทำก็คือรื้อหาหนังสือหย่าที่จี้จือจิ่งเคยเขียนไว้ตอนเมาสุราเมื่อครั้งนั้น

เอกสารฉบับนั้น จี้จือจิ่งเขียนขึ้นในคราวที่ได้รู้ว่าตู้หว่านหลิงอยู่บ้านสามีอย่างไม่มีความสุข เขาจึงดื่มสุราย้อมใจจนเมามาย แล้วเขียนมันขึ้นมา

ลายมือหวัดยุ่งเหยิง ทว่าทุกขีดเขียนกลับหนักแน่นทรงพลัง ราวกับจะทะลุผ่านแผ่นกระดาษ

[สองใจมิอาจประสาน เยื่อใยรักสิ้นแล้ว ข้ายินยอมปล่อยหร่วนซื่อเยวียนให้หวนคืนสู่บ้านเดิม จากนี้เมื่อจากกัน ต่างฝ่ายต่างพ้นพันธะ ต่างคนต่างไปพบพานความสุขของตน]

หลังสร่างเมา เขาคงลืมเรื่องนี้ไปแล้ว หรือไม่ก็ไม่เคยใส่ใจมันเลย จึงโยนทิ้งส่งๆ ไว้ตรงมุมใดมุมหนึ่ง

ทว่าหร่วนเยวียนซึ่งในเวลานั้นยังรักเขาอยู่ กลับเก็บมันขึ้นมาด้วยหัวใจที่แตกสลาย ก่อนซ่อนไว้ลึกสุดใต้ก้นหีบ ราวกับซ่อนรอยแผลเป็นที่ไม่มีวันเลือนหาย

ทว่าบัดนี้ แผลเป็นนั้นกลับกลายเป็นกุญแจที่นำทางนางไปสู่อิสรภาพ

นางถือหนังสือหย่าที่เขาเขียนขึ้นด้วยมือตนเอง ไปยื่นต่อที่ว่าการเพื่อบันทึกเป็นหลักฐาน

เหลือเพียงรอให้กระบวนการทั้งหมดเสร็จสิ้นในปลายเดือน เมื่อทางการประทับตรารับรอง หนังสือหย่าฉบับนี้ก็จะมีผลอย่างเป็นทางการ และนับแต่นั้น นางกับจี้จือจิ่งก็จะไม่ข้องเกี่ยวกันอีกต่อไป

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ดอกท้อร่วงโรย ดวงใจข้ามิหวนคืน   บทที่ 20

    มีทั้งภาพนางขณะอ่านหนังสือริมหน้าต่าง ขณะชมดอกไม้อยู่ในลานเรือน ขณะง่วนอยู่ในครัว กระทั่งยังมี...ภาพนางในมุมด้านข้างเมื่อครั้งอยู่ในเมืองหลวง นั่งอยู่ในรถม้าด้วยสีหน้าเหงาหงอยลายเส้นละเอียดอ่อน แฝงไว้ด้วยความรู้สึกอันลึกซึ้งที่มุมขวาล่างของภาพทุกภาพ ล้วนมีวันที่กำกับไว้ภาพที่วาดไว้แรกสุด กลับเป็นภาพในปีที่นางเข้าพิธีปักปิ่น ณ งานเทศกาลโคมไฟในเมืองหลวง เป็นชั่วขณะที่นางทายปริศนาโคมไฟข้อหนึ่งถูก แล้วคลี่ยิ้มออกมาตอนนั้น นางยังไม่รู้จักเจียงเยี่ยนนางประคองภาพเหล่านั้นไว้ในมือ นั่งเหม่อนิ่งอยู่ในห้องหนังสือเป็นเวลานานเมื่อเจียงเยี่ยนกลับมาในตอนค่ำ นางถามเขาว่า “เหตุใดท่านจึง...ดีกับข้าถึงเพียงนี้?”เจียงเยี่ยนมองขอบตาที่แดงเรื่อของนาง ก็เข้าใจในทันทีว่านางเห็นอะไรมาเขามิได้พูดถึงความรักที่เฝ้าเก็บซ่อนไว้อย่างระมัดระวังตลอดหลายปีนั้น มิได้พูดถึงความหม่นเศร้าเมื่อได้ยินข่าวว่านางออกเรือน มิได้พูดถึงความโกรธและความเจ็บปวดใจเมื่อล่วงรู้ถึงสภาพที่นางต้องเผชิญอยู่ในจวนโหว และยิ่งมิได้พูดถึงความบ้าคลั่งในยามที่นางตกหน้าผาแล้วหายตัวไป เมื่อเขาแทบค้นไปทั่วทั้งภูเขาเขาเพียงยื่นมือออ

  • ดอกท้อร่วงโรย ดวงใจข้ามิหวนคืน   บทที่ 19

    หนึ่งปีต่อมาภายในกระโจมที่สกปรกและทรุดโทรมที่สุดแห่งค่ายทหารซีซาน ตู้หว่านหลิงขดตัวอยู่ตรงมุมหนึ่ง ทั่วร่างเต็มไปด้วยคราบโสโครกและร่องรอยบาดแผลแววตาของนางเลื่อนลอยไร้ประกาย ปากยังคงพึมพำซ้ำไปซ้ำมา “พี่จือจิ่ง...ช่วยข้าด้วย...พี่จือจิ่ง...พวกมันจะสังหารข้าแล้ว...”เหล่าสตรีที่อยู่ข้างๆ พากันหัวเราะเยาะ“ยังฝันอยู่อีกหรือ? พี่จือจิ่งของเจ้าน่ะ ทิ้งเจ้าไว้ที่นี่ไม่เหลียวแลมาตั้งนานแล้ว!”“ได้ยินว่าเขาเสียสติไปแล้ว กอดเสื้อผ้าเก่าๆ ชิ้นหนึ่งกระโดดลงสระบัว พอช่วยขึ้นมาได้ก็ดูโง่งมเลอะเลือนไปเสียแล้ว ผู้ใดจะยังจำเจ้าได้อีกเล่า?”ตู้หว่านหลิงราวกับไม่ได้ยิน ยังคงพึมพำอยู่เช่นเดิม แววตาว่างเปล่ามองแสงจากฟ้าเพียงเล็กน้อยที่ลอดลงมาจากรูโหว่บนหลังคากระโจมบางครั้งก็มีทหารเดินเข้ามาทั้งที่เมามาย ลากนางขึ้นแล้วพาตัวออกไปนางไม่ดิ้นรนอีกต่อไป ราวกับตุ๊กตาชำรุดตัวหนึ่งเมืองหลวง จวนเจิ้นเป่ยโหวความคึกคักในวันวานที่ผู้คนเคยเข้าออกไม่ขาดสายหายไปนานแล้ว ป้ายถูกฝุ่นจับ ประตูชาดเงียบเหงาร้างผู้คนณ เรือนเล็กที่อยู่ในส่วนเปลี่ยวที่สุดของจวน ประตูลานปิดสนิทจี้จือจิ่งนั่งอยู่บนรถเข็น ขากางเกง

  • ดอกท้อร่วงโรย ดวงใจข้ามิหวนคืน   บทที่ 18

    เขาก้าวไปข้างหน้าอีกสองก้าว เข้าใกล้ขอบหน้าผามากขึ้นแววตาของเจียงเยี่ยนพลันนิ่งขึง เขาดึงหร่วนเยวียนให้ถอยหลังมาเล็กน้อยแต่จี้จือจิ่งกลับราวกับไม่รับรู้ เขาหันกลับมามองหร่วนเยวียน บนใบหน้ากลับปรากฏรอยยิ้มประหลาดบางๆ ที่เจือแววคล้ายได้หลุดพ้น“อาเยวียน ตอนนั้นข้าเลือกตู้หว่านหลิง ข้าติดค้างชีวิตเจ้าไว้” เสียงของเขาแผ่วเบา ถูกสายลมพัดกระจายไป “ตอนนี้ ข้าจะคืนชีวิตข้าให้เจ้า ดีหรือไม่?”ยังไม่ทันสิ้นคำ ท่ามกลางสายตาตื่นตระหนกของทุกคน เขากลับกระโจนลงไปในเหวลึกที่ปกคลุมด้วยหมอกจริงๆ!“จี้จือจิ่ง!” เจียงเยี่ยนพลันหน้าเปลี่ยนสี เขาตวาดลั่น พลางยื่นมือออกไปคว้าตามสัญชาตญาณ ทว่ากลับคว้าได้เพียงเศษชายเสื้อที่ขาดวิ่นเหล่าองครักษ์ร้องออกมาด้วยความตกใจพลางกรูกันเข้าไป ทว่าริมหน้าผากลับว่างเปล่าไร้ผู้คน เหลือเพียงสายลมภูเขาที่พัดหวีดหวิวร่างของหร่วนเยวียนไหววูบเพียงเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่เห็น ใบหน้าซีดลงนิดหนึ่ง นิ้วมือเผลอกำแขนเสื้อของเจียงเยี่ยนแน่นโดยไม่รู้ตัวเจียงเยี่ยนโอบหร่วนเยวียนเข้าสู่อ้อมแขนทันที พลางบดบังสายตาของนางไว้ ก่อนออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “ลงไปตามหา! หากยังมีชีวิต

  • ดอกท้อร่วงโรย ดวงใจข้ามิหวนคืน   บทที่ 17

    วันนี้เขาสวมเสื้อคลุมยาวสีฟ้าครามดุจท้องนภาหลังฝน ยิ่งขับให้ใบหน้าดูหล่อเหลาสง่างาม เรือนกายสูงสง่าผึ่งผายเมื่อเห็นภาพตรงหน้า เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย ก้าวเข้าไปข้างหน้าไม่กี่ก้าว ก่อนเข้าขวางหร่วนเยวียนไว้ด้านหลัง แล้วกวาดสายตาเย็นเฉียบไปยังจี้จือจิ่งที่อยู่บนพื้น“รัฐทายาทจี้” เจียงเยี่ยนเอ่ยเสียงไม่ดังนัก ทว่าน้ำเสียงกลับแฝงแรงกดดันที่ไม่เปิดช่องให้โต้แย้ง “กลางวันแสกๆ ยังตามพัวพันสตรีที่มีสามีแล้วไม่เลิก นี่หรือคือการอบรมสั่งสอนของจวนเจิ้นเป่ยโหวของท่าน? หรือว่าที่ถูกโบยในเมืองหลวง ยังไม่มากพออีก?”จี้จือจิ่งทำราวกับมิได้ยินคำพูดของเจียงเยี่ยน เพียงจ้องหร่วนเยวียนไม่ละสายตา ราวกับว่าในโลกนี้เหลือเพียงนางผู้เดียว“อาเยวียน...” เขาเรียกนางอีกครั้ง น้ำเสียงแตกพร่าจู่ๆ หร่วนเยวียนก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ นางจึงยกมือดึงปิ่นเล่มหนึ่งออกจากเรือนผมมันคือปิ่นรูปผีเสื้อที่เก่ามากเล่มหนึ่ง ปีกผีเสื้อที่ถักพันด้วยเส้นทองหม่นมัวไร้ประกายไปนานแล้ว กระทั่งบิดเบี้ยวเสียรูปไปบ้างรูม่านตาของจี้จือจิ่งหดวูบ…ปิ่นเล่มนั้นเป็นของที่เขาซื้อให้นางอย่างไม่ใส่ใจนัก เมื่อครั้งกลับมาจากเจียงหนานในปี

  • ดอกท้อร่วงโรย ดวงใจข้ามิหวนคืน   บทที่ 16

    ราตรีดำดิ่งลึก เทียนแดงลุกโชติช่วงจี้จือจิ่งถูกโยนออกจากจวนสกุลเจียง ร่างทรุดลงนั่งอยู่ตรงมุมถนนอันเย็นเยียบและสกปรกเขาได้ยินเสียงครึกครื้นที่ดังแว่วมาจากที่ไกลออกไป เป็นเสียงของเหล่าแขกเหรื่อที่กำลังหยอกล้อกันในคืนเข้าหอเขานึกภาพออกว่า ภายในห้องที่ติดอักษร “囍” เต็มไปหมดนั้น เทียนแดงกำลังสั่นไหว อาเยวียนของเขาสวมชุดเจ้าสาวที่เขาเคยใฝ่ฝันถึงครั้งแล้วครั้งเล่า แต่กลับกำลังเผยรอยยิ้มให้บุรุษอีกคนเขาถึงกับได้ยินเสียงหัวเราะแผ่วเบาที่คล้ายมีคล้ายไม่มี เป็นเสียงหัวเราะกระซิบกระซาบระหว่างคนรักกัน และเสียงครางที่ลึกซึ้งยิ่งกว่านั้น ซึ่งทำให้หัวใจแทบแตกสลายทุกเสียงที่เล็ดลอดเข้ามา ล้วนเหมือนเข็มอาบพิษจำนวนมากมาย แทงเข้าไปซ้ำแล้วซ้ำเล่าในส่วนที่อ่อนโยนที่สุดของหัวใจเขา ความเจ็บปวดทำให้เขาขดตัวลง ราวกับสุนัขป่าที่ถูกทอดทิ้งและใกล้สิ้นใจเขาขยับริมฝีปากอยู่หลายครั้ง อยากร้องไห้ แต่กลับไม่อาจเปล่งเสียงใดออกมาได้มีเพียงของเหลวร้อนระอุเท่านั้น ที่หลั่งทะลักออกมาจากเบ้าตาอันแห้งผากเขารู้แล้วว่า ตนเองได้สูญเสียนางไปอย่างสิ้นเชิงสูญเสียไป ตลอดกาลฤดูใบไม้ผลิของซูโจวมาถึงเร็ว ดอกท้อที่ว

  • ดอกท้อร่วงโรย ดวงใจข้ามิหวนคืน   บทที่ 15

    หร่วนเยวียนกำมีดสั้นเย็นเยียบนั้นไว้ มือของนางมั่นคงไม่สั่นไหวหลังผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวสีแดง นางนิ่งเงียบ มองบุรุษตรงหน้าซึ่งกำลังคลุ้มคลั่งจากนั้น นางค่อยๆ ชักมือของตนกลับมาทีละน้อยด้วยความเชื่องช้าอย่างยิ่งมีดสั้นตกลงบนพื้น พร้อมเสียง “เคร้ง” หนึ่งครั้งท่ามกลางสายตาสิ้นหวังของจี้จือจิ่ง นางยกมือขึ้น ก่อนจะค่อยๆ เปิดผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวของตนออกภายใต้มงกุฎหงส์ เครื่องประทินโฉมประณีตงดงาม คิ้วตาราวภาพวาด ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งที่ก่อตัวมานับพันปี ไร้ซึ่งความอบอุ่นแม้แต่น้อย“จี้จือจิ่ง” นางเอ่ยขึ้น เสียงไม่ดังนัก ทว่ากลับชัดเจนจนก้องกังวานไปทั่วทุกมุมของโถงพิธี “ท่านจำได้หรือไม่ ตอนที่ข้าคุกเข่าลง ร้องไห้อ้อนวอนขอให้ท่านอย่าทำลายบุตรในครรภ์ ท่านพูดอะไรกับข้า?”จี้จือจิ่งแข็งค้างไป ภาพเหล่านั้นที่เขาจงใจลืมเลือน พลันหลั่งไหลขึ้นมาในใจอย่างไม่อาจควบคุมได้…ใบหน้าซีดขาวของนาง ดวงตาที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง มือที่สั่นเทาของนางซึ่งกำชายเสื้อเขาไว้...หร่วนเยวียนมองสีหน้าที่ซีดเผือดลงในชั่วพริบตาของเขา นางยิ้มออกมาเบาๆ ทว่าน้ำตากลับไหลรินผ่านแก้ม ลบเลือนชาดบนพวงแก้มจนจา

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status