Short
ดอกท้อร่วงโรย ดวงใจข้ามิหวนคืน

ดอกท้อร่วงโรย ดวงใจข้ามิหวนคืน

By:  ฮูฮูCompleted
Language: Thai
goodnovel4goodnovel
20Chapters
3views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

หลังพลัดตกจากหน้าผา หร่วนเยวียนก็ราวกับเปลี่ยนไปเป็นคนละคนโดยสิ้นเชิง ยามเช้า นางไม่เฝ้าอยู่ในครัวตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง เพื่อเคี่ยวน้ำแกงบำรุงกระเพาะด้วยไฟอ่อนอย่างช้าๆ ให้จี้จือจิ่งอีกต่อไป ยามเที่ยง นางไม่ฝ่าแดดร้อนไปรับจี้จือจิ่งหลังออกจากท้องพระโรง เพียงเพื่อจะได้พูดกับเขาในรถม้าเพิ่มอีกสักไม่กี่ประโยค ยามค่ำ นางไม่ดื้อดึงจุดตะเกียงรอจี้จือจิ่งอีกต่อไป ตะเกียงดับเสียแต่เนิ่ ๆ และหลังจากนั้นนางก็ไม่เคยจุดไฟรอเขาอีกเลย กระทั่งตอนออกไปชมดอกเหมย เมื่อบังเอิญเห็นจี้จือจิ่งกับตู้หว่านหลิงจุมพิตกันอยู่ นางก็มิได้ซักไซ้เอาความอย่างเสียสติ มิได้ร้องไห้โวยวายด้วยความเจ็บปวดเจียนตาย หากแต่เบือนสายตาออกอย่างสงบนิ่ง แล้วหันกายจากไป “อาเยวียน?!” เสียงของจี้จือจิ่งดังมาจากด้านหลัง เจือความเร่งร้อนอยู่เล็กน้อย นางหยุดฝีเท้า แต่หาได้หันกลับไปไม่ เสียงฝีเท้าเคลื่อนเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็ว จี้จือจิ่งอ้อมมาด้านหน้านาง ขวางทางเอาไว้ บนใบหน้าของเขามีแววลนลานให้เห็นอย่างหาได้ยาก โคนหูแดงขึ้นเล็กน้อย สายตาจับจ้องนางไม่วาง “จะ…เจ้าเห็นแล้วหรือ? มิใช่อย่างที่เจ้าคิดนะ เมื่อครู่หว่านหลิงเท้าลื่น ข้าพยุงนางไว้ แต่เราสองคนกลับทรงตัวไม่อยู่ ถึงได้เผลอชนกันเข้า มันเป็นอุบัติเหตุ!” เขาอธิบายทั้งเร็วทั้งร้อนรน ราวกับกลัวนักว่านางจะเข้าใจผิด

View More

Chapter 1

บทที่ 1

หร่วนเยวียนเงยหน้าขึ้นมองเขา

เขามีรูปโฉมงดงามโดดเด่นจริงๆ คิ้วเข้มดุจคมกระบี่ ดวงตาสุกสกาว สันจมูกสูงโด่งได้รูป ยามนี้คิ้วขมวดเล็กน้อย แววตาเจือความเร่งร้อนที่อยากชี้แจงให้กระจ่าง ยิ่งทำให้เขาดูมีชีวิตชีวาขึ้นอีกหลายส่วนอย่างที่ยามปกติแทบไม่เคยเห็น

ครั้งหนึ่งนางเคยรักใบหน้านี้เหลือเกิน รักแม้กระทั่งทุกสีหน้าเล็กๆ น้อยๆ ของเขา

แต่ตอนนี้ นางกลับรู้สึกเพียงว่า…น่ารำคาญอยู่บ้าง

นางดึงข้อมือที่ถูกเขาจับไว้กลับมา น้ำเสียงราบเรียบไร้อารมณ์ไหวกระเพื่อม “ท่านพี่คิดมากไปแล้ว ข้ามิได้คิดอะไรทั้งนั้น ท่านไม่จำเป็นต้องอธิบายให้ข้าฟัง อย่าว่าแต่เป็นเรื่องเข้าใจผิดเลย ต่อให้จุมพิตกันจริงๆ ก็ไม่เป็นอันใด”

จี้จือจิ่งนิ่งอึ้งไป ราวกับฟังคำพูดของนางไม่เข้าใจ “…อะไรนะ? ที่ว่าต่อให้จุมพิตกันจริงๆ ก็ไม่เป็นอันใด หมายความว่าอย่างไรกัน?”

เขาพินิจสีหน้าของนางอย่างละเอียด พยายามมองหาร่องรอยที่ฝืนแสร้งทำเป็นสงบนิ่ง หรือความเสียใจที่กดข่มไว้แม้เพียงเสี้ยวหนึ่ง ทว่าไม่มีเลย

แววตาของนางราวกับบ่อน้ำเก่าแก่ที่ลึกจนมองไม่เห็นก้น สงบนิ่งเสียจนใจเขาเกิดความกระวนกระวาย

“เจ้า…” น้ำเสียงของเขาต่ำลง แฝงการหยั่งเชิงและความขุ่นใจบางเบาที่ยากจะสังเกต “เจ้ายังโกรธเคืองข้าเพราะเรื่องก่อนหน้านี้อยู่ ใช่หรือไม่? ข้าเคยบอกแล้ว ที่ให้เจ้าทำแท้งก็เพราะจำใจ ไม่มีทางเลือก เรื่องที่เจ้าตกหน้าผา…ก็เป็นอุบัติเหตุ ข้าพยายามช่วยเจ้าอย่างเต็มที่แล้ว…”

“ข้ามิได้โกรธเคืองท่าน” หร่วนเยวียนเอ่ยตัดบท “ข้าไม่ใส่ใจจริงๆ อีกอย่าง นี่ไม่ใช่สิ่งที่ท่านหวังมาตลอดหรอกหรือ?”

นางมองเขาด้วยแววตาใสกระจ่าง “ท่านพูดเสมอว่าตู้หว่านหลิงไร้ที่พึ่ง คนเดียวที่นางพึ่งพาได้มีเพียงท่าน ดังนั้นท่านจึงรับนางเข้าจวน และบอกให้ข้าอย่าใส่ใจ เมื่อนางอารมณ์ไม่ดี ท่านก็อยู่เป็นเพื่อนนางตลอดทั้งคืนไม่กลับจวน แล้วบอกให้ข้าอย่าใส่ใจ นางถูกใจกำไลกับต่างหูของข้า ท่านก็ออกปากขอแทนนาง แล้วบอกให้ข้าอย่าใส่ใจ ตอนนี้ข้าก็ทำทุกอย่างตามความต้องการของท่านแล้วนี่ แล้วท่าน…ไม่ดีใจหรือ?”

คำพูดทั้งหมดของนางทำเอาจี้จือจิ่งถึงกับพูดไม่ออก ลูกกระเดือกขยับขึ้นลงอยู่หลายครั้ง ถึงกระนั้นกลับโต้แย้งไม่ได้แม้แต่คำเดียว

ใช่ เขาหวังมาตลอดว่าหร่วนเยวียนจะไม่เอาแต่รื้อฟื้นเรื่องของเขากับหว่านหลิงไม่เลิกรา ไม่เอาแต่หึงหวงจนทำให้เรือนชานวุ่นวายไม่สงบ

ตอนที่เขาแต่งหร่วนเยวียนเข้ามา เขามิได้รักนาง แต่ตลอดหลายปีมานี้ ความดีที่นางทุ่มเทให้เขาอย่างหมดหัวใจ ดุจถ่านไฟอันอบอุ่นที่สุดในฤดูหนาว ค่อยๆ ละลายหัวใจที่ถูกน้ำแข็งปิดผนึกเพราะตู้หว่านหลิงแต่งงานกับผู้อื่นทีละน้อย

หัวใจของเขามิได้ไร้ความรู้สึก เขาตัดสินใจมานานแล้วว่าจะวางอดีตลง และใช้ชีวิตกับนางให้ดี

แต่ผู้ใดจะคาดคิดว่า ตู้หว่านหลิงจะหย่าขาดจากสามีแล้วกลับเมืองหลวง

ความรู้สึกที่เขามีต่อหว่านหลิง คือความรักอันจริงใจและร้อนแรงที่สุดในวัยเยาว์ เขารักนางมานานหลายปี และเคยทำเรื่องโง่งมบ้าบิ่นเพื่อนางมาไม่รู้ตั้งเท่าไหร่

แม้จะรู้ดีว่าบัดนี้ไม่มีทางเป็นไปได้อีก และไม่เคยคิดจะรื้อฟื้นวาสนาเก่าระหว่างกัน แต่เมื่อเห็นนางซูบผอมอิดโรย ไร้ที่พึ่ง หัวใจที่สงบนิ่งไปแล้วดวงนั้นก็ยังอดเกิดความสงสารเอ็นดู และทนเห็นนางเป็นเช่นนี้มิได้ ทั้งยังเอาแต่คิดอยากมอบสิ่งที่ดีที่สุดทั้งหมดให้นาง

ส่วนหร่วนเยวียน…นางเป็นภรรยาของเขา จะรอเขาอยู่ที่เดิมเสมอ รอให้เขาจัดการเรื่องของหว่านหลิงให้เรียบร้อย รอให้เขาจัดการความรู้สึกของตัวเองได้เสียก่อน เมื่อถึงตอนนั้นค่อยชดเชยให้นางดีๆ และดีกับนางให้มากขึ้นเป็นเท่าตัว พวกเขายังมีเวลาอีกทั้งชีวิตอันยาวนาน

เขาคิดเช่นนี้มาตลอด

ทว่าตอนนี้ เมื่อเห็นนางไม่ใส่ใจอย่างสิ้นเชิง ถึงขั้นเป็นฝ่ายผลักเขาออกห่างเอง ความมั่นใจที่เขาเคยถือว่าเป็นเรื่องแน่นอนอยู่แล้วนั้น พลันเกิดรอยร้าวขึ้น

เขาเผยอริมฝีปาก อยากพูดอะไรบางอย่าง จะอธิบายหรือไม่ก็ให้คำมั่น

ในตอนนั้นเอง คนขับรถม้าของหร่วนเยวียนก็วิ่งเหยาะๆ เข้ามา “ฮูหยิน คานรถม้าหักกะทันหัน คงซ่อมให้เสร็จในเร็วๆ นี้มิได้ เกรงว่า…จะเดินทางต่อไม่ได้แล้วขอรับ”

ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อใดที่ละอองฝนถี่ละเอียดเริ่มโปรยลงจากท้องฟ้า พาเอาความหนาวเย็นของฤดูหนาวมาด้วย

จี้จือจิ่งมองท้องฟ้าแวบหนึ่ง ก่อนเอ่ยทันทีว่า “ไม่เป็นไร รถม้าของข้ากับหว่านหลิงอยู่ข้างหน้านี่เอง พอดีพวกเราก็กำลังจะกลับจวน เจ้านั่งไปกับพวกเราก็แล้วกัน”

พูดจบ เขาก็ไม่เปิดโอกาสให้นางได้โต้แย้ง จับข้อมือนางไว้แล้วพาไปทางรถม้าของตน “ขึ้นรถ”

หร่วนเยวียนลองสะบัดข้อมือให้หลุดครั้งหนึ่ง แต่ไม่หลุด จึงไม่ขัดขืนต่อ

ตู้หว่านหลิงรออยู่บนรถม้าแล้ว เมื่อเห็นหร่วนเยวียน รอยยิ้มที่อ่านความหมายไม่ออกก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้า “อาเยวียน เจ้าก็มาด้วยหรือ? รีบขึ้นมาเถอะ ข้างนอกหนาวนะ”

หร่วนเยวียนไม่ตอบ เพียงพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนยกชายกระโปรงเตรียมขึ้นรถม้า

“อุ๊ย!” ตู้หว่านหลิงร้องขึ้นด้วยความตกใจ “อาเยวียน เจ้า…ทำไมด้านหลังเจ้าถึงมีเลือดเล่า?”

หร่วนเยวียนชะงักไป ก่อนจะนึกขึ้นได้ทันที คงเป็นระดูที่มาก่อนกำหนด เมื่อครู่นางเดินอยู่ในดงเหมยเสียตั้งนาน อีกทั้งไม่ได้สังเกตเสียด้วย

จี้จือจิ่งเองก็เห็นเช่นกัน เขารีบปลดเสื้อคลุมสีดำเข้มของตนออก แล้วคลุมลงบนไหล่หร่วนเยวียน “รีบขึ้นรถเถอะ ในรถอุ่น ระวังอย่าให้ตัวเย็นจนไม่สบาย”

เสื้อคลุมของเขายังมีไออุ่นจากร่างกายและกลิ่นไม้สนสดชื่นเย็นใสจางๆ ติดอยู่ การกระทำนี้ก็นับว่าเอาใจใส่อยู่

ทว่าหร่วนเยวียนเพียงหลุบตาลง มิได้แสดงปฏิกิริยาใดๆ

ในตอนนั้นเอง สีหน้าของตู้หว่านหลิงพลันซีดลง ร่างอ่อนปวกเปียกเอนเข้าหาจี้จือจิ่ง “พี่จือจิ่ง…ขะ ข้าเวียนหัวนิดหน่อย…”

จี้จือจิ่งรีบประคองนางไว้ “เป็นอันใดหรือ?”

“ขะ…ข้าเป็นคนที่เห็นเลือดแล้วมักวิงเวียนมาตั้งแต่เด็ก พอเห็นเลือดก็ใจสั่น หายใจไม่ทั่วท้อง ทรมานยิ่งนัก…” ตู้หว่านหลิงซบอยู่ในอ้อมอกเขา ขอบตาเริ่มแดง “อาเยวียน…บนตัวนางมีคราบเลือด ตลอดทางกลับไป ข้ากลัวว่า…ข้าจะทนไม่ไหว…”

เมื่อได้ยินดังนั้น การเคลื่อนไหวของจี้จือจิ่งก็ชะงักค้าง สีหน้าฉายแววลำบากใจ

หลังความเงียบช่วงสั้นๆ จี้จือจิ่งก็หันมาหาหร่วนเยวียน “อาเยวียน หว่านหลิงนาง…เห็นเลือดมิได้จริงๆ พอเห็นทีไรก็จะทรมานมาก อย่างไรเสีย…จากตรงนี้ถึงจวนก็ไม่ไกลแล้ว ถ้าอย่างนั้น…เจ้าเดินกลับไปเองดีหรือไม่?”

พอพูดจบ เขาเองก็ดูเหมือนจะรู้สึกว่าไม่ค่อยเหมาะนัก แล้วหลบสายตาของหร่วนเยวียน

หากเป็นเมื่อก่อน การที่เขาแสดงออกอย่างโจ่งแจ้งว่าลำเอียงเข้าข้างตู้หว่านหลิง ทั้งยังทิ้งนางไว้กลางสายฝนเช่นนี้ หร่วนเยวียนคงเจ็บปวดแทบขาดใจ น้อยใจจนน้ำตานองหน้า และอดมิได้ที่จะถามเขาว่า ในหัวใจของเขามีที่สำหรับนางแม้แต่น้อยหรือไม่

แต่ตอนนี้ ในใจนางกลับสงบนิ่ง แม้กระทั่งรู้สึกว่าการที่เขาเลือกเช่นนี้เป็นเรื่องปกติอย่างที่สุด และอยู่ในความคาดหมายอยู่แล้ว

นางพยักหน้า มิได้เอ่ยสิ่งใดเพิ่มแม้แต่คำเดียว ก่อนหันหลังเตรียมก้าวเข้าสู่สายฝน

“เดี๋ยวก่อน!” จี้จือจิ่งเรียกนางให้หยุดอีกครั้ง

หร่วนเยวียนหันกลับมา

จี้จือจิ่งก้มตัวลง เก็บของบางอย่างขึ้นมาจากข้างเท้านาง

“ป้ายหยกของเจ้า” เขายื่นป้ายหยกมันแพะคืนให้นาง “เมื่อครู่ทำหล่นไว้”

เมื่อเห็นป้ายหยกชิ้นนั้น ใบหน้าที่สงบนิ่งไร้อารมณ์ไหวกระเพื่อมของหร่วนเยวียน ก็เกิดระลอกบางเบาขึ้นเป็นครั้งแรก

นางยื่นมือไปรับแล้วกำมันแน่นไว้ในฝ่ามือแทบจะในทันที แม้แต่น้ำเสียงก็เจือความเร่งร้อนบางเบาที่ยากจะสังเกต “ขอบคุณมาก โชคดีที่…ท่านเก็บมันได้”

จี้จือจิ่งมองสีหน้าของนางที่เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน ความรู้สึกไม่สบายใจอย่างยิ่งพลันวาบผ่านใจเขาโดยไม่ทราบสาเหตุ

เมื่อครู่ตอนเห็นเขากับตู้หว่านหลิงบังเอิญแนบชิดกัน แววตาของนางยังไม่ไหวกระเพื่อมแม้แต่น้อย แต่ตอนนี้ เพียงเพราะป้ายหยกที่ไม่สะดุดตาเช่นนี้ นางกลับแสดงท่าทีใส่ใจถึงเพียงนี้เชียวหรือ?

“ป้ายหยกชิ้นนี้ สำคัญมากหรือ?”

หร่วนเยวียนชะงักไปเล็กน้อย จากนั้นมุมปากก็ค่อยๆ ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบายิ่ง “อืม สำคัญมากเชียวล่ะ”

เพราะป้ายหยกชิ้นนี้เป็นของที่สามีในอนาคตของนางมอบให้นาง

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
20 Chapters
บทที่ 1
หร่วนเยวียนเงยหน้าขึ้นมองเขาเขามีรูปโฉมงดงามโดดเด่นจริงๆ คิ้วเข้มดุจคมกระบี่ ดวงตาสุกสกาว สันจมูกสูงโด่งได้รูป ยามนี้คิ้วขมวดเล็กน้อย แววตาเจือความเร่งร้อนที่อยากชี้แจงให้กระจ่าง ยิ่งทำให้เขาดูมีชีวิตชีวาขึ้นอีกหลายส่วนอย่างที่ยามปกติแทบไม่เคยเห็นครั้งหนึ่งนางเคยรักใบหน้านี้เหลือเกิน รักแม้กระทั่งทุกสีหน้าเล็กๆ น้อยๆ ของเขาแต่ตอนนี้ นางกลับรู้สึกเพียงว่า…น่ารำคาญอยู่บ้างนางดึงข้อมือที่ถูกเขาจับไว้กลับมา น้ำเสียงราบเรียบไร้อารมณ์ไหวกระเพื่อม “ท่านพี่คิดมากไปแล้ว ข้ามิได้คิดอะไรทั้งนั้น ท่านไม่จำเป็นต้องอธิบายให้ข้าฟัง อย่าว่าแต่เป็นเรื่องเข้าใจผิดเลย ต่อให้จุมพิตกันจริงๆ ก็ไม่เป็นอันใด”จี้จือจิ่งนิ่งอึ้งไป ราวกับฟังคำพูดของนางไม่เข้าใจ “…อะไรนะ? ที่ว่าต่อให้จุมพิตกันจริงๆ ก็ไม่เป็นอันใด หมายความว่าอย่างไรกัน?”เขาพินิจสีหน้าของนางอย่างละเอียด พยายามมองหาร่องรอยที่ฝืนแสร้งทำเป็นสงบนิ่ง หรือความเสียใจที่กดข่มไว้แม้เพียงเสี้ยวหนึ่ง ทว่าไม่มีเลยแววตาของนางราวกับบ่อน้ำเก่าแก่ที่ลึกจนมองไม่เห็นก้น สงบนิ่งเสียจนใจเขาเกิดความกระวนกระวาย“เจ้า…” น้ำเสียงของเขาต่ำลง แฝงการหยั่งเชิงแ
Read more
บทที่ 2
รอยยิ้มที่เจือความอบอุ่นบนใบหน้าของนางคล้ายทิ่มแทงจี้จือจิ่งวูบหนึ่ง ความรู้สึกไม่สบายใจในอกยิ่งหนักขึ้นกว่าเดิม ทั้งยังเจือด้วยความหึงหวงบางเบาที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่ทันตระหนัก“สำคัญตรงไหน…” เขาเพิ่งจะถามต่อ ตู้หว่านหลิงก็ส่งเสียงครางอย่างทรมานขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกำแขนเสื้อของเขาไว้แน่น“พี่จือจิ่ง เราออกเดินทางเร็วหน่อยได้หรือไม่? ข้าเวียนศีรษะยิ่งนัก อยากกลับไปนอนพักสักหน่อย…” เสียงของนางแผ่วอ่อน เจือแววอ้อนวอนจี้จือจิ่งมองหร่วนเยวียนแวบหนึ่ง สุดท้ายก็ยังกลืนคำที่เกือบหลุดจากปากกลับลงไป เพียงเอ่ยอย่างรีบร้อนว่า “เช่นนั้นก็เดินทางระวังตัวด้วย”พูดจบ เขาก็ประคองตู้หว่านหลิงขึ้นรถม้า ม่านถูกปล่อยลง กั้นภายในกับภายนอกออกจากกันรถม้าส่งเสียงล้อกึกกัก เคลื่อนห่างออกไป ก่อนจะลับหายเข้าไปในม่านฝนอย่างรวดเร็วหร่วนเยวียนยืนอยู่ที่เดิม สายฝนเย็นเยียบกระแทกลงบนร่าง ทว่านางกลับราวกับไม่รู้สึกถึงความหนาว เพียงก้มหน้าลูบป้ายหยกชิ้นนั้นไปมานางเป็นบุตรีที่เกิดจากภรรยาเอกของราชครู ตู้หว่านหลิงเป็นธิดาของผู้ช่วยเสนาบดี ส่วนจี้จือจิ่งเป็นรัฐทายาทแห่งจวนโหว พวกเขาสามคนเป็นสหายวัยเยาว์ เติบ
Read more
บทที่ 3
ฝนยิ่งตกก็ยิ่งหนักขึ้นเรื่อยๆหร่วนเยวียนเดินกลับจวนรัฐทายาทเพียงลำพัง เนื้อตัวเปียกโชกไปทั้งร่าง แม้แต่รองเท้าก็สึกจนขาดสาวใช้ที่เฝ้าประตูเห็นนางก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจ“ฮู ฮูหยิน? ท่านมิได้ออกไปชมดอกเหมยหรือเจ้าคะ? เหตุใดถึงกลับมาในสภาพเช่นนี้? แล้วท่านรัฐทายาทล่ะเจ้าคะ?”หร่วนเยวียนส่ายหน้า ไม่อยากพูดแม้แต่คำเดียว เพิ่งก้าวข้ามธรณีประตู ภาพตรงหน้าก็พลันดับวูบ ก่อนร่างจะอ่อนยวบล้มลงท่ามกลางสติอันเลือนราง นางฝันมากมายภาพฝันประหลาดพร่าเลือน แตกกระจัดกระจายเป็นเสี่ยงๆ ล้วนเป็นเศษเสี้ยวเหตุการณ์ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ที่จี้จือจิ่งทำให้หัวใจของนางเย็นเยียบลงครั้งแล้วครั้งเล่าเพราะตู้หว่านหลิงในวันเกิดของนาง เขารับปากว่าจะร่วมกินมื้อค่ำกับนาง นางรอจนดึกดื่น อุ่นอาหารครั้งแล้วครั้งเล่า แต่เขากลับส่งคนมาบอกว่า ตู้หว่านหลิงอารมณ์ไม่ดี เขาไปจับหิ่งห้อยให้นางที่วัดบนเขานอกเมือง และบอกให้หร่วนเยวียนไม่ต้องรออีกตอนนางจับไข้เพราะต้องลมหนาวและไออย่างหนัก นางหวังให้เขามาเยี่ยมดูสักหน่อย แต่เขากลับพาตู้หว่านหลิงซึ่งถูกฝันร้ายรบกวนไปพักที่วัดฮู่กั๋วสามวันเพื่อขอพรถุงผ้าที่นางปักให้เขาด้ว
Read more
บทที่ 4
เรื่องนี้เปรียบเสมือนหนามเล็กๆ ที่ปักคาอยู่ในใจนางมานานหลายปี ทุกครั้งที่นึกถึง กลางอกก็ยังเจ็บยิบๆ ขึ้นมาบัดนี้ บางทีอาจเป็นเพราะหัวใจของนางตายด้านไปโดยสิ้นเชิงแล้ว เมื่อได้ยินอีกครั้งว่าเขาให้นางไปทำอาหารเจียงหนานเพื่อตู้หว่านหลิง ภายในใจของนางกลับ…ไม่เกิดความไหวหวั่นใดๆ อีกเลยนางไม่พูดอะไรอีก เพียงยันกายลุกขึ้นอย่างเงียบงัน ลงจากเตียง แล้วเดินตรงไปยังครัวเล็กหลายชั่วยามต่อมา อาหารเจียงหนานเต็มโต๊ะที่ครบครันทั้งสี กลิ่น และรส ก็ถูกจัดวางเรียงรายอยู่บนโต๊ะสี่เหลี่ยมในครัวเล็กหร่วนเยวียนหน้าซีด เหงื่อจากความอ่อนแรงซึมออกมาที่หน้าผาก นางต้องพิงแท่นเตาไว้ จึงจะพอฝืนยืนให้มั่นได้จี้จือจิ่งมองอาหารที่ทำมาอย่างประณีตเหล่านั้น แววตาฉายความรู้สึกซับซ้อนวูบหนึ่ง คำชมมาถึงริมฝีปากแล้ว แต่กลับรู้สึกว่าพูดออกมาได้ยากเมื่อเห็นนางมีสภาพซูบเซียวเช่นนั้น เขาก็รู้สึกปวดใจขึ้นมาจริงๆ อย่างที่หาได้ยาก“ลำบากเจ้าแล้ว” เขาผ่อนน้ำเสียงให้อ่อนโยนลง “เมื่อก่อนเจ้าอยากให้ข้าอยู่กินข้าวกับเจ้าดีๆ สักมื้อมาตลอดมิใช่หรือ? วันนี้ก็พอดีเลย ข้าจะกินเป็นเพื่อนเจ้า”หร่วนเยวียนกำลังจะเอ่ยปฏิเสธ ทว่าสาวใ
Read more
บทที่ 5
“ข้ามิใช่หมอหลวง ต่อให้ไปก็ช่วยอะไรไม่ได้” หร่วนเยวียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ“ต่อให้เจ้าไปแล้วช่วยอะไรไม่ได้ หรือเจ้าไม่เป็นห่วงข้าเลยหรือ?” หน้าอกของจี้จือจิ่งกระเพื่อมขึ้นลง ราวกับถูกท่าทีของนางทิ่มแทงจนเจ็บปวด “เมื่อก่อน ต่อให้ข้าเพียงไอขึ้นมาสักครั้ง เจ้าก็กังวลจนเฝ้าข้าอยู่ทั้งคืน! แล้วตอนนี้เล่า? ข้าเกือบเอาชีวิตไม่รอด แต่เจ้ากลับไม่แม้แต่จะโผล่หน้ามาให้เห็น!”“ท่านได้รับบาดเจ็บเพราะปกป้องคุณหนูตู้ ย่อมมีคุณหนูตู้คอยเฝ้าดูแลท่านอย่างใกล้ชิดทั้งวันทั้งคืนอยู่แล้ว หากข้าไป ก็เกรงว่าจะรบกวนพวกท่านเสียเปล่า อีกทั้งอาจทำให้คุณหนูตู้ไม่พอใจ” นางกล่าวราวกับเพียงกำลังบอกเล่าข้อเท็จจริงเท่านั้นคำพูดของนางทำเอาจี้จือจิ่งจุกจนแทบหายใจไม่ทัน เขาเอ่ยอย่างขุ่นเคืองว่า “นี่เจ้าพูดอะไรของเจ้า! หว่านหลิงเป็นแขก ข้าจะให้นางมาคอยดูแล ช่วยข้าถอดเสื้อผ้าและเปลี่ยนยาได้อย่างไร? หากเรื่องนี้แพร่ออกไป จะส่งผลเสียต่อชื่อเสียงของนางเพียงใด! แต่เจ้ากับข้าเป็นสามีภรรยากัน เรื่องเช่นนี้ไม่จำเป็นต้องหลบเลี่ยงข้อครหา!”ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เองมีเพียงยามที่ต้องมีคนคอยปรนนิบัติใกล้ชิดถึงตัว และอาจกระทบต่อ
Read more
บทที่ 6
จี้จือจิ่งชะงักไปหร่วนเยวียนไม่มองเขาอีก นางหันไปสั่งชุนซิ่งและสาวใช้อีกหลายคนว่า “เก็บข้าวของเสีย เร่งมือกันหน่อย อย่าให้คุณหนูตู้ต้องเสียเวลาย้ายเข้ามาอยู่”นางลงมือรวดเร็วจนน่าตกใจ ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วยามก็เก็บข้าวของที่มีอยู่ไม่มากจนเรียบร้อย ก่อนย้ายไปยังเรือนเล็กแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ในมุมที่ห่างไกลที่สุดของจวน และไม่มีผู้ใดอาศัยอยู่มาเป็นเวลานานเรือนแห่งนั้นทั้งคับแคบและเก่าคร่ำ มีขนาดไม่ถึงหนึ่งในสามของเรือนเดิมที่นางเคยอยู่ด้วยซ้ำหลังย้ายข้าวของเสร็จ หร่วนเยวียนก็เดินไปหยุดตรงหน้าจี้จือจิ่งที่ยังคงยืนอึ้ง กับตู้หว่านหลิงซึ่งมีสีหน้าสมใจ ก่อนจะเอ่ยขึ้นอีกว่า “จริงสิ ในเมื่อรัฐทายาทบอกว่าคุณหนูตู้มิใช่คนนอก เช่นนั้นต่อจากนี้ กุญแจคลังของจวนก็มอบให้คุณหนูตู้เป็นผู้เก็บรักษาเสียเลยเถอะ ส่วนเรื่องดูแลกิจการภายในจวน ก็ให้นางเป็นผู้รับผิดชอบเสียเลย” ขณะที่กล่าว นางก็หยิบพวงกุญแจทองเหลืองออกมาจากแขนเสื้อ แล้วยื่นส่งไปให้จี้จือจิ่งพลันได้สติ สีหน้าเปลี่ยนไปทันที “อาเยวียน! เจ้ากำลังทำอันใดกัน? นี่คืออำนาจในการดูแลจวน จะยกให้ผู้อื่นไปตามอำเภอใจได้อย่างไร?!”ดวงตาของตู้หว่าน
Read more
บทที่ 7
คำถามของนางทำให้จี้จือจิ่งใจไหววูบ เขารีบเอ่ยว่า “มิใช่การเสียสละ! มัน…มันเป็นเพียงทางแก้เฉพาะหน้า! หว่านหลิงทนไม่ไหวจริงๆ! หร่วนเยวียน เจ้าเข้มแข็งกว่านาง เจ้าต้องผ่านมันไปได้แน่! หลังจากเรื่องนี้ผ่านไป ข้าจะชดเชยให้เจ้าอย่างแน่นอน และจะดีกับเจ้าให้มากกว่าเดิมเป็นเท่าตัว! เจ้าอยากได้สิ่งใดก็ได้ทั้งนั้น!”หร่วนเยวียนมองใบหน้าของเขาที่กำลังแก้ตัวอย่างร้อนรน พลันรู้สึกเหนื่อยล้าอย่างยิ่ง และรู้สึกว่าน่าขันอย่างยิ่งเช่นกัน“หากนี่ไม่ใช่การเสียสละ แล้วคืออันใดกัน?” นางถามเบาๆ ราวกับกำลังถามตัวเอง จี้จือจิ่ง ข้าแต่งให้ท่านมาห้าปี ในใจท่านมีตู้หว่านหลิง ข้าก็ทนมาแล้ว ท่านเมินเฉยและละเลยข้าเพื่อนาง ข้าก็ทนมาแล้ว ท่านให้ข้าทำแท้งบุตรของเราเพื่อนาง ข้าก็ทนมาแล้ว เพื่อนาง ท่านทอดทิ้งข้าไว้ที่ริมหน้าผา ข้าก็ยังทนมาแล้ว…”นางเงยหน้าขึ้นมองเขา ในที่สุดแววตาที่เคยสงบนิ่งก็ไหวกระเพื่อมขึ้นเล็กน้อย เต็มไปด้วยความเศร้าโศกและสิ้นหวังที่หนักอึ้งจนไม่อาจจางหาย “สุดท้ายแล้ว ข้าได้อะไรกลับมาบ้าง? นี่หรือคือสิ่งที่ท่านเคยพูดไว้ว่า ครั้งหน้าหากต้องเลือกระหว่างข้ากับตู้หว่านหลิง ท่านจะเลือกข้าอย่างแน่นอน?”
Read more
บทที่ 8
คฤหาสน์บ่อน้ำพุร้อนนอกเมืองอบอวลไปด้วยไออุ่นตู้หว่านหลิงซบอยู่ข้างกายจี้จือจิ่ง เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานว่า “พี่จือจิ่ง คราวนี้ต้องขอบคุณท่านที่ปกป้องข้าไว้ ไม่อย่างนั้น ข้าคงต้องไปยังสถานที่น่ากลัวแห่งนั้นจริงๆ…”นางหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนเงยหน้าขึ้นชำเลืองดูสีหน้าเขา “อาเยวียนนาง…จะเกลียดข้าหรือไม่?”จี้จือจิ่งดูใจลอยอยู่บ้าง เขามองท้องฟ้าหม่นมัวนอกหน้าต่าง รู้สึกอยู่ตลอดว่าภายในใจร้อนรนอย่างบอกไม่ถูกเขาฝืนขยับมุมปาก “อาเยวียนใจกว้าง ไม่หรอก รอกลับจวนแล้ว ข้าค่อยชดเชยให้นางดีๆ”สิ้นคำ เสียงฝีเท้าเร่งร้อนก็ดังมาจากนอกประตู“รัฐทายาท! รัฐทายาท!” จี้เฟิงองครักษ์ประจำตัวฝ่าฝนพุ่งเข้ามา สีหน้าตื่นตระหนกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ปลายผมยังมีน้ำหยดอยู่ จี้จือจิ่งใจกระตุกวูบ เขาลุกขึ้นทันที “เกิดเรื่องอันใดถึงได้ตื่นตระหนกเช่นนี้? หรือว่าอาเยวียน…อาการบาดเจ็บของนางทรุดลงแล้ว?”จี้เฟิงส่ายหน้า ก่อนยื่นซองเอกสารที่ปิดผนึกไว้ด้วยสองมือ น้ำเสียงตึงเครียด “ที่ว่าการเมืองหลวง…ส่งมา ฮูหยินนาง…หย่าขาดจากท่านแล้ว นี่คือสำเนาหนังสือหย่าที่ทางการประทับตราแล้วขอรับ”“อะไรนะ?” รูม่านตาของจี้จือจิ่
Read more
บทที่ 9
“นางพูดว่าอันใด?!” จี้จือจิ่งจ้องนางเขม็งไม่วางตาชุนซิ่งเงยหน้าขึ้นทั้งน้ำตา แววตาเต็มไปด้วยความคับแค้น “นางบอกว่า เรื่องที่เสียใจที่สุดในชาตินี้ ก็คือตาบอดไปหลงรักท่าน!”จี้จือจิ่งราวกับถูกกระแทกอย่างแรง ร่างเซถอยหลังไปสองก้าว ก่อนจะคลายมือออกชุนซิ่งลูบคลึงข้อมือที่แดงบวม พลางเอ่ยด้วยเสียงสะอื้น “ท่านก็ไปตามหานางสิ! ท่านก็ไปตามหานางที่จวนราชครูสิ! แล้วดูซิว่านางจะยอมพบท่านหรือไม่!”ใช่แล้ว จวนราชครู! นางเป็นบุตรีสกุลหร่วน เมื่อหย่าขาดกันแล้ว ย่อมต้องกลับบ้านเดิมเป็นแน่!จี้จือจิ่งราวกับคว้าความหวังสุดท้ายเอาไว้ได้ ก่อนจะพุ่งฝ่าเข้าไปในม่านฝนอีกครั้งประตูสีแดงชาดแห่งจวนราชครูปิดสนิทผู้ที่มาเปิดประตูคือหร่วนชิงหลาน พี่ชายของหร่วนเยวียน และเป็นบุตรชายคนโตแห่งสกุลหร่วนเขาอยู่ในชุดคลุมเรียบไร้ลวดลาย ใบหน้าหล่อเหลาสะอาดตา ทว่าสายตากลับเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง เขายืนขวางจี้จือจิ่งไว้หน้าประตู ไม่ยอมให้ก้าวเข้าไป“รัฐทายาทจี้” หร่วนชิงหลานเอ่ยด้วยน้ำเสียงห่างเหิน “น้องสาวข้าไม่มีความเกี่ยวข้องใดกับท่านอีกแล้ว ขอเชิญกลับเถิด”“พี่ใหญ่!” จี้จือจิ่งเอ่ยอย่างร้อนรน “ให้ข้าได้พบอาเยวียนส
Read more
บทที่ 10
ทุกถ้อยคำราวกับเหล็กนาบที่เผาจนแดงฉาน นาบลงบนหัวใจของจี้จือจิ่งอย่างแรงรายละเอียดทั้งหลายที่เขาจงใจละเลย มองเห็นแต่แสร้งทำเป็นไม่เห็น ต่างถาโถมเข้ามาดุจกระแสน้ำที่โหมซัด…ภาพยามนางอดหลับอดนอนเย็บเสื้อกันหนาวให้เขา ง่วงจนศีรษะผงก แววตาเป็นประกายยามนางหัดทำอาหารจานใหม่ แล้วเฝ้ารอให้เขาชิมอย่างใจจดใจจ่อ ท่าทีพึ่งพายามเจ็บป่วย ซุกอยู่ในอ้อมแขนเขาแล้วเอ่ยเสียงเบาว่า “ท่านพี่ ข้าไม่สบาย” และแสงในดวงตาของนางที่ดับมอดลงโดยสิ้นเชิงในวันที่ไปสำนักลงทัณฑ์…ที่แท้ ความเคยชินเหล่านั้นได้ซึมลึกเข้าไปในเลือดเนื้อมานานแล้ว ทั้งความห่วงหาที่เกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว ทั้งความขุ่นใจอย่างไร้สาเหตุยามเห็นนางสนิทสนมกับผู้อื่น…มิใช่ความรู้สึกผิด มิใช่ความรับผิดชอบ แต่คือความรักเขาหลงรักสตรีผู้นี้มาตั้งนานแล้ว สตรีที่ใช้เวลาห้าปีค่อยๆ มอบความอบอุ่นให้เขาทีละน้อย และแทรกซึมเข้ามาในชีวิตของเขาทว่าเขากลับรักนางโดยไม่รู้ตัวซ้ำยังผลักไสนางออกไปด้วยมือตนเอง ทำร้ายนางเสียจนบอบช้ำย่อยยับ“อ๊า——!!!”จี้จือจิ่งพลันกุมศีรษะไว้ เปล่งเสียงคร่ำครวญราวกับสัตว์ร้าย น้ำตาปนเลือดไหลร่วงลงมาเขาผิดไปแล้วผิดอย่างไม่น
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status