Short
บุปผาสะพรั่งแต่ใจยังค้างคา

บุปผาสะพรั่งแต่ใจยังค้างคา

Oleh:  ฮว่าฮว่าTamat
Bahasa: Thai
goodnovel4goodnovel
23Bab
1Dibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

เพียงสามปีหลังเข้าวัง ลู่อีซวงก็ถูกฮ่องเต้ผู้เคร่งครัดในกามครอบครองไปถึงเก้าร้อยเก้าสิบเก้าครั้ง หลังจากปรนนิบัติอีกครั้ง นางก็ขยับกายหลบหลีกบุรุษที่กำลังหลับสนิทข้างกายอย่างระมัดระวัง พาร่างกายที่เต็มไปด้วยรอยจูบก้าวลงจากเตียงบรรทมมังกร ก่อนจะส่งเสียงผิวปากแผ่วเบา ไม่นาน เงาร่างสีดำร่างหนึ่งก็ร่อนลงมาที่หน้าต่างอย่างเงียบเชียบ “ตัดสินใจดีแล้วหรือ?” เสียงของเย่อิ่นเย็นเยียบยิ่งกว่าความมืดมิดของราตรีเสียอีก

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทที่ 1

นางกระชับเสื้อตัวในอันบางเฉียบเข้าหากัน เอ่ยเสียงแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน “คิดดีแล้ว ความปรารถนาของข้าคือ ออกไปจากวังหลวง”

น้ำเสียงของเย่อิ่นราบเรียบ “ชื่อของเจ้าถูกบันทึกอยู่ในทำเนียบ การจะออกไปไม่ใช่เรื่องง่ายเลย นอกเสียจาก... แกล้งตาย แล้วเปลี่ยนโฉมหน้าใหม่”

“ตกลง” ลู่อีซวงพยักหน้า จะแกล้งตายหรือเปลี่ยนโฉมหน้าใหม่ก็ช่าง ขอเพียงแค่ได้ออกไปจากวังหลวงแห่งนี้ แบบไหนนางก็ยอมทั้งสิ้น

“อีกครึ่งเดือน ข้าจะมารับเจ้า” เงาดำกล่าวจบก็เลือนหายไปในความมืดมิด ราวกับไม่เคยปรากฏตัวมาก่อน

ลู่อีซวงมองพระจันทร์เสี้ยวบนขอบฟ้า ก่อนถอนลมหายใจออกยาว

ในที่สุด... มันกำลังจะจบลงแล้ว

เดิมทีนางไม่ควรเป็นคนของวังหลวงแห่งนี้ การเข้ามาที่นี่เป็นเพียงความผิดพลาดเรื่องหนึ่งเท่านั้น

เมื่อสามปีก่อน นางยังเป็นเพียงบุตรสาวอนุที่ไม่ได้รับความโปรดปรานที่สุดของจวนอัครเสนาบดี

พี่สาวทายาทตรงของนางอย่างลู่ชิงอี๋คือไข่มุกเม็ดงามที่ผู้คนทั้งจวนตามใจและทะนุถนอม ทั้งยังรักใคร่ชอบพอกับเซวียนหยวนอี้ ซึ่งในตอนนั้นยังเป็นองค์ชายหก

ทว่าบิดาลู่กลับเห็นว่าองค์ชายสี่มีแววจะได้ขึ้นครองบัลลังก์มากกว่า จึงฝืนแยกคนรักทั้งสอง และจับลู่ชิงอี๋แต่งงานกับองค์ชายสี่

ใครจะไปคาดคิดว่าผู้ที่ได้ขึ้นครองราชย์ในท้ายที่สุดกลับเป็นเซวียนหยวนอี้

ฮ่องเต้กริ้วอย่างหนัก อัครเสนาบดีถูกปลดและเนรเทศ

เพื่อระงับความโกรธของฮ่องเต้ บิดาจึงส่งนางบุตรสาวอนุที่ไม่มีใครเหลียวแล เข้าวังไปเป็นนางกำนัลรับใช้ใกล้ชิด ปล่อยให้ฮ่องเต้ทรมานตามใจ

นางยังจำภาพเหตุการณ์ยามที่พบเซวียนหยวนอี้ครั้งแรกได้ดี

ฮ่องเต้หนุ่มผู้หล่อเหลาในฉลองพระองค์มังกรสีดำขลับ จ้องลู่อีซวงที่คุกเข่าอยู่บนพื้นด้วยสายตาโหดเหี้ยม “บุตรสาวตระกูลลู่อย่างนั้นหรือ?”

เซวียนหยวนอี้ระบายความแค้นทั้งหมดลงที่นางจริง ๆ

ทั้งโบยแส้ สั่งคุกเข่าบนเศษกระเบื้องเคลือบในฤดูหนาวอันเยือกเย็น... ทั่วร่างของนางแทบไม่มีเนื้อดีเหลืออยู่เลย

จนกระทั่งค่ำคืนนั้น เขาเมาสุราและเข้าใจผิด คิดว่านางคือลู่ชิงอี๋ จึงฝืนครอบครองนาง

ความผิดพลาดในครั้งนี้ ยืดเยื้อมานานถึงสามปี

นางต้องรองรับอารมณ์รักทุกค่ำคืนจนร่างกายแทบรับไม่ไหว เดิมทีคิดจะอดทนรอจนถึงกำหนดอายุที่จะได้ออกจากวัง ทว่าวันนี้ยามที่ไปรับป้ายอนุญาตออกจากวัง กลับถูกขัดขวางไว้

“ฝ่าบาทมีพระบรมราชโองการ ห้ามปล่อยตัว” น้ำเสียงแหลมเล็กของขันทีทิ่มแทงจนแก้วหูนางเจ็บปวด

วินาทีนั้น นางถึงได้เข้าใจในที่สุดว่า ชั่วชีวิตนี้ของนาง คงไม่มีวันหนีไปจากกรงทองแห่งนี้ได้แล้ว

ยังดีที่เมื่อหนึ่งปีก่อน นางบังเอิญช่วยชีวิตชายชุดดำที่บาดเจ็บสาหัสเอาไว้คนหนึ่ง

ต่อมาถึงได้รู้ว่า เขาคือเย่อิ่น มือสังหารอันดับหนึ่งของทำเนียบ

“ข้าติดหนี้ชีวิตเจ้า จะตอบแทนด้วยการทำให้ความปรารถนาของเจ้าหนึ่งข้อเป็นจริง” เขาเคยกล่าวไว้

มาตอนนี้ ความปรารถนาของนางมีเพียงสิ่งเดียว…

ออกไปจากที่นี่!

นางหันหลังกลับ ทว่าในจังหวะที่เดินกลับเข้าตำหนัก กลับต้องสบเข้ากับดวงตาคู่หนึ่งที่ลึกล้ำและเย็นเยียบ

เซวียนหยวนอี้ไม่รู้ว่าตื่นขึ้นตั้งแต่เมื่อใด ยืนอยู่ใต้ระเบียง ดวงตาดำมืดจ้องนาง “เมื่อครู่ ไปไหนมา?”

“หม่อมฉันรู้สึกกระหายน้ำ จึงไปดื่มน้ำมาเพคะ” นางบังคับตัวเองให้สงบนิ่งเพื่อโกหก

สายตาของเซวียนหยวนอี้พลันแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาทันควัน “กลับมา”

นางยอมกลับขึ้นไปบนเตียงบรรทมมังกรอย่างว่าง่าย ทว่ากลับถูกฝ่าบาทบีบเข้าที่คางอย่างแรง “จำใส่หัวไว้ หากไม่มีคำสั่งจากข้า ห้ามเจ้าก้าวออกไปไหนแม้แต่ก้าวเดียว”

“เพคะ”

เขาปล่อยมืออย่างพอใจ ก่อนดึงนางเข้าไปกอด

นางสูดกลิ่นกำยานหลงเซียนที่ติดกายเขา พร้อมกับนับเสียงหยดน้ำคอยท่าวันใหม่

เช้าตรู่วันถัดมา ขาทั้งสองข้างของลู่อีซวงอ่อนเปลี้ยจนแทบยืนไม่อยู่

เซวียนหยวนอี้ยิ้มเยาะ “อ่อนแอเสียจริง แค่ไม่กี่ครั้งก็ยืนไม่ไหวแล้ว นั่งเกี้ยวของข้ากลับไปเสีย”

“หม่อมฉันมิบังอาจเพคะ...”

ยังพูดไม่ทันจบ เซวียนหยวนอี้ก็อุ้มนางขึ้นในอ้อมแขน ก่อนก้าวยาวๆ ไปยังเกี้ยวประทับมังกรที่อยู่นอกตำหนัก

“ฝ่าบาท! เช่นนี้ผิดธรรมเนียมนะเพคะ…” นางตกใจรีบคว้าชายฉลองพระองค์ของเขาไว้

“หุบปาก” เขาตัดบทด้วยน้ำเสียงเย็นชา ก่อนจับนางยัดเข้าไปในเกี้ยวทันที

ยามที่เกี้ยวเคลื่อนมาถึงสำนักซักล้าง เซวียนหยวนอี้ก็ยกมือสั่งให้หยุด

ลู่อีซวงมองตามสายตาของเขา เห็นเพียงหญิงสาวในชุดนางกำนัลสีน้ำเงินครามกำลังตากผ้าไหมอยู่

นางกำนัลที่ชื่อลวี่หลัว ผู้นี้โครงหน้าดวงตากลับมีส่วนคล้ายกับพี่สาวทายาทตรงของนางอยู่มาก

“นางกำนัลคนนั้น คืนนี้ให้มาปรนนิบัติบนเตียง” เซวียนหยวนอี้กล่าวเรียบๆ

หัวหน้าขันทีหลี่เข้าใจความหมายในทันที จึงส่งคนไปแจ้งแก่ลวี่หลัว

ลวี่หลัวดีใจจนแทบคลั่ง มีความสุขตลอดทั้งวัน ลองเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่หลายชุด แถมยังอาบน้ำซ้ำไปซ้ำมาหลายครั้ง เฝ้ารอเพียงให้ค่ำคืนมาถึง

ทว่าลู่อีซวงกลับมิได้ใส่ใจ เมื่อคืนนี้เซวียนหยวนอี้ต้องการนางอย่างหนักหน่วง นางรู้สึกเพียงว่าสมองมึนงง พร่าเบลอ ร่างกายหนักอึ้งเป็นพิเศษ และทรมานจากพิษไข้

เมื่อถึงเวลาปฏิบัติหน้าที่ หัวหน้าขันทีหลี่เห็นนางยังไม่ไปปฏิบัติหน้าที่เสียที จึงเดินมาตามหาด้วยตัวเอง

“หัวหน้าขันทีหลี่ ข้ารู้สึกไม่สบาย รบกวนท่านช่วยลาหยุดให้ข้าทีนะเจ้าคะ” นางนอนอยู่บนเตียง เอ่ยปากอย่างอ่อนแรง

หัวหน้าขันทีหลี่สงสารนางจับใจ จึงรีบตอบรับ “เจ้าพักผ่อนให้ดีเถิด ทางฝ่าบาท ข้าจะไปกราบทูลเอง”

ผ่านไปครู่หนึ่ง เรือนพักก็กลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง

ลู่อีซวงตัวร้อนรุ่มราวกับไฟแผดเผา ดื่มยาลงไปแล้วก็ยังไม่ทุเลา

จวบจนค่ำคืน ขณะที่สติของนางเริ่มเลือนราง ลวี่หลัวกลับวิ่งร้องไห้ตาแดงก่ำกลับมา แล้วตบหน้านางฉาดใหญ่ด้วยความโกรธแค้น

“ลู่อีซวง เจ้าจงใจใช่ไหม?! กว่าฝ่าบาทจะสนใจข้าได้ แต่ยังไม่ทันขึ้นเตียงบรรทมมังกร เจ้ากลับแกล้งทำเป็นป่วยมีไข้ พอฝ่าบาททรงทราบก็เป็นห่วง ทอดทิ้งข้าไว้แล้วหันหลังกลับมาหาเจ้า!”

“หลายปีมานี้พระราชวังหลังของฝ่าบาทว่างเปล่า มีเพียงเจ้าคนเดียวที่ได้ถวายตัว หรือว่าเจ้าคิดจะครอบครองฝ่าบาทไว้แต่เพียงผู้เดียวฮะ?”

ลู่อีซวงไข้ขึ้นจนหน้ามืดตาลาย นางไม่เข้าใจสิ่งที่อีกฝ่ายพูดเลยสักนิด เซวียนหยวนอี้จะมาหานางได้อย่างไรกัน?

“ข้าป่วยเป็นไข้จริงๆ นะ...”

ทว่าลวี่หลัวไม่มีทางเชื่อ นางทุบตีระบายอารมณ์ใส่ลู่อีซวงอย่างบ้าคลั่ง

“นังแพศยาที่เอาแต่ยั่วยวนบุรุษ นังจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ คอยดูเถอะ วันนี้ข้าจะฉีกใบหน้ายั่วยวนของเจ้าให้แหลก!”

เดิมทีลู่อีซวงก็ทรมานเจ็บป่วยจะแย่อยู่แล้ว เมื่อต้องมาเผชิญหน้ากับข้อกล่าวหาอันไร้สาระนี้ นางจึงกักเก็บอารมณ์ไว้ไม่อยู่ แล้วพูดออกไปในที่สุด

“ข้ากำลังจะไปจากที่นี่อยู่แล้ว จะยั่วยวนฝ่าบาทไปเพื่ออะไร?”

“ไปจากที่นี่งั้นรึ?”

เสียงเย็นเยียบดังมาจากหน้าประตู เลือดทั่วร่างของนางพลันเย็นเฉียบในทันที

เซวียนหยวนอี้ในฉลองพระองค์มังกรสีเหลืองอร่ามยืนอยู่ตรงประตู แววตาโหดเหี้ยมดุดันจนน่ากลัว “ลู่อีซวง เจ้าคิดจะไปที่ใด?”

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
23 Bab
บทที่ 1
นางกระชับเสื้อตัวในอันบางเฉียบเข้าหากัน เอ่ยเสียงแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน “คิดดีแล้ว ความปรารถนาของข้าคือ ออกไปจากวังหลวง”น้ำเสียงของเย่อิ่นราบเรียบ “ชื่อของเจ้าถูกบันทึกอยู่ในทำเนียบ การจะออกไปไม่ใช่เรื่องง่ายเลย นอกเสียจาก... แกล้งตาย แล้วเปลี่ยนโฉมหน้าใหม่”“ตกลง” ลู่อีซวงพยักหน้า จะแกล้งตายหรือเปลี่ยนโฉมหน้าใหม่ก็ช่าง ขอเพียงแค่ได้ออกไปจากวังหลวงแห่งนี้ แบบไหนนางก็ยอมทั้งสิ้น“อีกครึ่งเดือน ข้าจะมารับเจ้า” เงาดำกล่าวจบก็เลือนหายไปในความมืดมิด ราวกับไม่เคยปรากฏตัวมาก่อนลู่อีซวงมองพระจันทร์เสี้ยวบนขอบฟ้า ก่อนถอนลมหายใจออกยาวในที่สุด... มันกำลังจะจบลงแล้วเดิมทีนางไม่ควรเป็นคนของวังหลวงแห่งนี้ การเข้ามาที่นี่เป็นเพียงความผิดพลาดเรื่องหนึ่งเท่านั้นเมื่อสามปีก่อน นางยังเป็นเพียงบุตรสาวอนุที่ไม่ได้รับความโปรดปรานที่สุดของจวนอัครเสนาบดีพี่สาวทายาทตรงของนางอย่างลู่ชิงอี๋คือไข่มุกเม็ดงามที่ผู้คนทั้งจวนตามใจและทะนุถนอม ทั้งยังรักใคร่ชอบพอกับเซวียนหยวนอี้ ซึ่งในตอนนั้นยังเป็นองค์ชายหกทว่าบิดาลู่กลับเห็นว่าองค์ชายสี่มีแววจะได้ขึ้นครองบัลลังก์มากกว่า จึงฝืนแยกคนรักทั้งสอง และจับลู่ช
Baca selengkapnya
บทที่ 2
ลู่อีซวงได้สติขึ้นมาทันที เหงื่อเย็นไหลซึมเต็มแผ่นหลังนางฝืนพยุงตัวลุกขึ้น เอ่ยด้วยเสียงอ่อนแรงจนสั่นเครือ “หม่อมฉันไข้ขึ้นจนเลอะเลือน จึงพูดจาเหลวไหล… เมื่อครู่นี้เพียงคิดว่าตัวเองป่วยหนัก คงมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน จึงพูดว่าจะจากไป…”สายตาคมกริบของเซวียนหยวนอี้กวาดมองใบหน้านาง แล้วยิ้มอย่างเย็นชา “ข้าเห็นว่าเจ้ายังมีเรี่ยวแรงเปล่งเสียงเสียงดังฟังชัดดีนี่”พูดจบ ก็สะบัดฉลองพระองค์เดินจากไปทันทีที่ประตูตำหนักปิดลง ลวี่หลัวก็พุ่งเข้ามาอีกครั้ง“บังอาจนักนะที่มายั่วยวนฝ่าบาท! ข้าจะทุบตีเจ้าให้ตาย!”นางกระชากเส้นผมของลู่อีซวงอย่างแรง แล้วจับศีรษะกระแทกเข้ากับเสาเตียงอย่างโหดเหี้ยมลู่อีซวงที่พิษไข้ยังไม่ลดอยู่แล้ว ถูกกระแทกจนหน้ามืดตาลายวิงเวียนไปหมดนางคิดจะขัดขืน ทว่ากลับไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงจะยกมือขึ้นฝ่ามือของลวี่หลัวระดมตบลงมาดั่งสายฝน ปลายเล็บข่วนใบหน้านางจนเกิดรอยเลือดเป็นทาง“เจ้าคิดว่าฝ่าบาทจะสนใจเจ้าจริงๆ รึ? ก็แค่ของเล่นชิ้นหนึ่งเท่านั้นแหละ!” ลวี่หลัวถีบเข้าที่กลางอกของนางอย่างจังความเจ็บปวดแล่นเข้ามา นัยน์ตาลู่อีซวงพร่ามืดและหมดสติแน่นิ่งไปในที่สุดเมื่อลืมตาตื่
Baca selengkapnya
บทที่ 3
เซวียนหยวนอี้จงใจกลั่นแกล้งนางอย่างรุนแรง “ข้าจะสมสู่กับใคร ที่ไหน มันไม่ใช่เรื่องที่เจ้าจะมาสอดปากพูด”หางตาของลู่อีซวงเหลือบไปเห็นลู่ชิงอี๋ใบหน้าขาวซีดราวกับกระดาษ มือจิกกำผ้าเช็ดหน้าไว้แน่นถึงได้รู้แจ้งในยามนี้เองว่า เขาก็แค่กำลังหึงหวงลู่ชิงอี๋ดังนั้น จึงคิดจะทำให้ลู่ชิงอี๋หึงกลับเท่านั้นทว่าแล้วนางเล่า?ในฐานะสตรีผู้หนึ่ง เขาเคยคิดบ้างหรือไม่ว่า การกระทำเช่นนี้ต่อหน้าผู้คน จะทำให้นางอับอายเพียงใดเหล่าขุนนางข้าราชบริพารทั้งราชสำนักต่างพากันหันหลังกลับโดยพร้อมเพรียง แม้กระทั่งนักดนตรีก็ยังหยุดบรรเลงท้องพระโรงอันกว้างใหญ่เงียบสงัดลงในพริบตา เหลือเพียงเสียงผ้าฉีกขาดกับเสียงสะอื้นของนางเมื่อเซวียนหยวนอี้พอใจและลุกขึ้นจัดฉลองพระองค์เรียบร้อยแล้ว ลู่อีซวงกลับอยู่ในสภาพเสื้อผ้าขาดวิ่น น่าเวทนาอย่างยิ่งร่างของนางร่วงหล่นจากเก้าอี้มังกรราวกับเศษผ้าขี้ริ้วชิ้นหนึ่ง ทว่าเซวียนหยวนอี้กลับไม่แม้แต่จะปรายตามองแล้ว เดินตรงไปยังภายนอกตำหนักทันทีบรรดาข้ารับใช้ในวังยังคงหันหลังให้นาง ราวกับว่าบทรักอันป่าเถื่อนเมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนลู่อีซวงขดตัวอยู่บนพื้น เล็บจิกฝ่ามือตัวเอ
Baca selengkapnya
บทที่ 4
“พูดมาก!” เซวียนหยวนอี้ฟาดฎีกลงกับพื้นอย่างแรง “เรื่องของข้า มันใช่เรื่องที่เจ้าจะมาสอดงั้นรึ?”หัวหน้าขันทีหลี่รีบตบปากตัวเองฉาดหนึ่งทันควัน “กระหม่อมรู้ความผิดแล้ว ขอฝ่าบาทโปรดประทานอภัยด้วยพ่ะย่ะค่ะ”……ลู่อีซวงกลับมายังเรือนพักของตนเอง นั่งทายาหน้ากระจกทองสัมฤทธิ์ยาขี้ผึ้งมีสรรพคุณดีมาก เพียงหนึ่งถึงสองวัน บาดแผลบนใบหน้าของนางก็ดีขึ้นมากอาศัยช่วงเวลาพักอันหาได้ยาก นางจัดเก็บของที่จะนำติดตัวไป และนำเครื่องประดับที่ไม่จำเป็นไปแลกเป็นเงินตราจนกระทั่งถึงวันนี้ ไทเฮาทรงประทานอนุญาตให้ฮ่องเต้ ลู่ชิงอี๋ และองค์ชายสี่เข้าเฝ้าลู่อีซวงเองก็ถูกเซวียนหยวนอี้พาตัวไปด้วยเช่นกันหลังมื้ออาหารกลางวัน ไทเฮาทรงเอ่ยเตือนด้วยความหวังดี “ฮ่องเต้ปล่อยให้วังหลังว่างเว้นมานานถึงสามปี ยามนี้ถึงเวลาอันควรที่จะเปิดรับพระสนมเพื่อสืบทอดสายโลหิตแล้ว”เซวียนหยวนอี้หมุนถ้วยชาในมือ “บ้านเมืองยังไม่มั่นคง ลูกยังไม่มีแก่ใจคิดเรื่องวังหลังพ่ะย่ะค่ะ”เมื่อได้ยินเช่นนั้น ไทเฮาทรงรู้สึกหมดแรงอย่างลึกซึ้ง ได้แต่ส่ายหน้าและทอดถอนใจตลอดสามปีที่ผ่านมา เขาใช้ข้ออ้างนี้ปฏิเสธพระนางอยู่เสมอ จนพระนางเองก็จนปัญญา
Baca selengkapnya
บทที่ 5
ลู่อีซวงชะงักอึ้งไปทั้งที่ฝ่าบาทยังคงรักลู่ชิงอี๋ ทั้งที่อีกไม่นานก็คงจะรับนางกลับเข้าวังได้แล้ว เหตุใด... ถึงยังต้องกักขังตนไว้เช่นนี้อีกนางก้มตาลง ก่อนเอ่ยเสียงเบาว่า “หม่อมฉันมิบังอาจเพคะ”เซวียนหยวนอี้จ้องมองใบหน้าที่ขาวซีดและร่างกายผอมแห้งของนาง ก่อนขมวดคิ้วแน่น “ในเมื่อพักผ่อนจนหายดีแล้ว ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จงมาปรนนิบัติอยู่ข้างกายข้าทั้งกลางวันและกลางคืน”ในวันต่อๆ มา เซวียนหยวนอี้ก็เริ่มแสดงความไม่พอใจในรสชาติอาหารขึ้นมาอีกครั้งห้องเครื่องหลวงนำอาหารบำรุงสารพัดชนิดมาถวาย แต่เขาชิมเพียงคำเดียวก็โยนให้ลู่อีซวง “รสชาติแย่สิ้นดี ข้าให้เจ้าแล้วกัน”ลู่อีซวงทำได้เพียงจำใจกลืนกินอาหารเลิศรสเหล่านั้นลงคอไปทีละคำ ภายใต้สายตาที่จับจ้องอยู่และร่างกายของนางก็ค่อยๆ ฟื้นตัวแข็งแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัวในวันล่าสัตว์ฤดูใบไม้ร่วง เซวียนหยวนอี้ยังคงยืนกรานที่จะพาลู่อีซวงร่วมเดินทางไปด้วยณ ลานล่าสัตว์ ลู่ชิงอี๋ควบม้าเคียงคู่ไปกับองค์ชายสี่ แววตาของเขาก็เย็นเยียบลงฉับพลัน ก่อนดึงลู่อีซวงขึ้นหลังม้าทันที“กรี๊ด!” ลู่อีซวงร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ“หุบปาก!” เขากอดรัดเอวของนางไว้ ก่อนก
Baca selengkapnya
บทที่ 6
หลายวันต่อจากนั้น เซวียนหยวนอี้จะมาดูอาการบาดเจ็บของนางทุกวัน เมื่อแน่ใจว่านางยังมีชีวิตอยู่ก็จากไป โดยไม่พูดอะไรเกินกว่าหนึ่งประโยควันนี้ ลู่ชิงอี๋กลับมาเยือนอย่างกะทันหัน“น้องหญิง ร่างกายดีขึ้นบ้างหรือยัง?” นางเผยรอยยิ้มอ่อนโยน ก่อนยื่นมือเข้าประคองลู่อีซวงให้ลงจากเตียงเพื่อขยับกาย “พี่ตั้งใจไปทูลขออนุญาตจากฝ่าบาทเพื่อมาเยี่ยมเจ้าโดยเฉพาะเลยนะ”ลู่อีซวงมองนางด้วยความระแวดระวัง “พี่หญิงคิดจะทำอะไรกันแน่?”“น้องหญิงเหตุใดกล่าวเช่นนี้เล่า?” ลู่ชิงอี๋กระพริบตาด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ “พี่ห่วงใยน้องหญิง ไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้องชอบธรรมหรอกหรือ?”ในขณะที่กำลังพูดอยู่นั้น เซวียนหยวนอี้ก็เดินเข้ามาข้างในลู่ชิงอี๋คุกเข่าลงกับพื้นทันที ร้องไห้สะอึกสะอื้นจนน้ำตาอาบแก้ม “ฝ่าบาท จี้หยกแทนใจที่ฝ่าบาทประทานให้หม่อมฉันหายไปแล้วเพคะ! นั่นเป็นของหมั้นหมายที่ฝ่าบาทเคยตรัสว่าจะแต่งงานกับหม่อมฉันในตอนนั้นนะเพคะ!”หัวใจของลู่อีซวงกระตุกวูบ“เกิดอะไรขึ้น?” เซวียนหยวนอี้ขมวดคิ้ว“วันนี้หม่อมฉันพบเพียงน้องหญิงคนเดียว...” ลู่ชิงอี๋หันมองลู่อีซวงอย่างมีเลศนัย “นอกจากนางเป็นคนขโมยไปแล้ว ก็คงไม่มีผู้อื่น
Baca selengkapnya
บทที่ 7
เมื่อลู่อีซวงตื่นขึ้นมาจากอาการสลบไสล บาดแผลบนแผ่นหลังเจ็บปวดแสบร้อนรุ่มดั่งไฟแผดเผาหัวหน้าขันทีหลี่ประคองถ้วยยา ยืนอยู่ข้างเตียง เมื่อเห็นนางฟื้นแล้วก็รีบก้าวเข้ามาประคอง“แม่นาง ในที่สุดเจ้าก็ฟื้นแล้ว” หัวหน้าขันทีหลี่ถอนหายใจพร้อมกับยื่นถ้วยยาให้นาง “เหตุใดเจ้าต้องแข็งข้อกับฝ่าบาทด้วยเล่า? ข้ารับใช้ฝ่าบาทมาหลายปี เพิ่งเคยเห็นฝ่าบาทยืนอยู่หน้าตำหนักครึ่งค่อนคืนหลังลงโทษคนเป็นครั้งแรก”ลู่อีซวงรับถ้วยยามา น้ำยาอันขมขื่นไหลผ่านลงสู่ลำคอ ทว่ากลับเทียบไม่ได้เลยกับความขมขื่นในใจ“หัวหน้าขันทีกังวลเกินไปแล้วเจ้าค่ะ” นางเอ่ยเสียงแผ่ว “ข้ามิเคยบังอาจถือดีกริ้วโกรธฝ่าบาทเลย”หัวหน้าขันทีหลี่ส่ายหน้า “แม่นางอย่าหาว่าข้าสอดปากเลย ฝ่าบาทแม้อาจจะทรงเข้มงวดกับเจ้าไปเสียหน่อย ทว่าทุกครั้งหลังจากที่ลงโทษเจ้าแล้ว ทรงกลับ...”เขาหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง “เอาเถิด ตอนนั้นบิดาของเจ้าเลือกข้างผิด เจ้าจึงพลอยรับเคราะห์ไปด้วย เมื่อวันหน้าพระชายาสี่เข้าวังแล้ว หากเจ้ายอมอ่อนข้อบ้าง ชีวิตก็คงจะดีขึ้น”ลู่อีซวงไม่ได้ตอบคำ นางเพียงแค่หยิบถุงเงินออกมาจากใต้หมอนแล้วยัดใส่มือหัวหน้าขันทีหลี่ “ขอบพระคุณหัวหน้าข
Baca selengkapnya
บทที่ 8
ภายในจวนองค์ชายสี่ เซวียนหยวนอี้ยกมือนวดหว่างคิ้วอย่างอ่อนล้า จู่ๆ ในใจก็รู้สึกว่างเปล่า ราวกับได้ทำของสำคัญบางอย่างหล่นหายไปคงจะเป็นเพียงความรู้สึกไปเองกระมังเขาเฝ้าอยู่ข้างเตียงของลู่ชิงอี๋ รอให้นางฟื้นขึ้นหลังถอนพิษเมื่อมองใบหน้าขณะหลับอันสงบนิ่งของนาง ไม่รู้เพราะเหตุใด เขากลับนึกถึงลู่อีซวงที่อยู่ในวังขึ้นมาเวลาที่นางหลับมักจะนอนขดตัวกลม หัวคิ้วมักจะขมวดเข้าหากันเสมอ ราวกับมีเรื่องราวในใจมากมายนับไม่ถ้วนทันใดนั้น ขนตาของลู่ชิงอี๋ก็สั่นระริก ก่อนจะค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาทันทีที่มองเห็นเซวียนหยวนอี้ ดวงตาของนางก็เปล่งประกายด้วยความยินดี“ฝ่าบาท ฝ่าบาทมาช่วยหม่อมฉันแล้วหรือเพคะ? หม่อมฉันเจ็บและหวาดกลัวเหลือเกิน หม่อมฉันกลัวว่าจะต้องตายไปทั้งแบบนี้ กลัวว่าจะไม่ได้พบฝ่าบาทอีก กลัวว่าจะไม่ได้แต่งงานกับ...”ฝ่าบาทแล้วสามคำหลังนั้น นางไม่ได้เอื้อนเอ่ยออกมา แต่เซวียนหยวนอี้ก็เข้าใจความหมายดีเขาลุกขึ้นอย่างเย็นชาและห่างเหิน ก่อนกล่าวเรียบๆ ว่า “ถอนพิษจนไม่มีอันตรายอันใดแล้วก็ดี ข้ายังมีธุระ ขอตัวกลับก่อน”ลู่ชิงอี๋รีบลุกขึ้น ก่อนรวบรวมความกล้าคว้ามือของเขาที่ห้อยอยู่ข้างลำตัว“ฝ่
Baca selengkapnya
บทที่ 9
เพลิงไหม้ครั้งนี้โหมกระหน่ำยาวนานตลอดทั้งวัน เรือนเล็กของลู่อีซวงถูกเผาจนกลายเป็นเถ้าถ่าน เหลือเพียงซากปรักหักพังสีดำสนิทกลิ่นควันไหม้ฉุนจนแทบหายใจไม่ออก กำแพงวังสีแดงชาดเดิมถูกเขม่าควันย้อมจนดำเป็นบริเวณกว้าง มัวหม่นจนแทบจำสภาพเดิมไม่ได้ของตกแต่งภายในห้องถูกเผาจนแทบไม่เหลือ บนตำแหน่งที่เคยเป็นเตียงนอน มีร่างไหม้เกรียมสีดำขดตัวอย่างผิดธรรมชาติ ราวกับก่อนตายต้องทนทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัสเมื่อเห็นภาพนั้น รูม่านตาของเซวียนหยวนอี้หดตัวฉับพลัน หัวใจราวกับถูกฉีกเป็นแผลใหญ่ ทั้งเจ็บปวดและว่างเปล่าอย่างบรรยายไม่ถูกลู่อีซวง... ตายแล้วงั้นรึ?เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ไปได้? เมื่อคืนนางยังปกติดีอยู่แท้ๆ นางยังตกปากรับคำว่าจะมาเข้าถวายตัวในคืนนี้อยู่เลย!เซวียนหยวนอี้กำหมัดแน่นจนเลือดไหลหยดจากปลายนิ้ว ย้อมพื้นเป็นสีแดง“เรื่องเพลิงไหม้ที่ตำหนักฉู่ซิ่วกง จงไปสืบสวนหาความจริงมาให้เร็วที่สุด! หากหาตัวการผู้ก่อเหตุมิเจอ พวกเจ้าก็เตรียมตัดหัวมาพบข้าได้เลย!”เขาตะโกนลั่นใส่ผู้คนที่ยืนอยู่ด้านหลัง เส้นเลือดบนหน้าผากปูดโปนหากมิใช่ว่ายังคงหลงเหลือสติอยู่บ้าง ชั่วครู่ต่อมาคงได้ถือดาบออกไล่ฆ่าคนเป็นแ
Baca selengkapnya
บทที่ 10
ทันใดนั้น หัวหน้าขันทีหลี่ก็เดินเข้ามาด้วยร่างกายที่สั่นเทา“ทูลฝ่าบาท เรื่องเพลิงไหม้ที่ตำหนักฉู่ซิ่วกงได้รับการสืบสวนจนกระจ่างแจ้งแล้วพ่ะย่ะค่ะ ไม่มีผู้ใดจงใจประทุษร้ายแม่นางอีซวง แต่เป็น... แต่เป็น...”ทว่าผลลัพธ์ที่แท้จริงนั้น เขากลับพูดออกมาไม่ได้ อึกอักติดขัดด้วยความลำบากใจอย่างยิ่งเซวียนหยวนอี้ข่มความโกรธไว้ แล้วตวาดว่า “ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? หากเจ้ายังพูดไม่ออกอีก ข้าจะตัดหัวเจ้า!”หัวหน้าขันทีหลี่เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงยินยอมพร้อมตาย “เป็นแม่นางอีซวงที่วางเพลิงด้วยตนเองพ่ะย่ะค่ะ ไม่มีใครประทุษร้ายนาง และยิ่งไม่มีใครเห็นนางออกมา เป็นนางที่ไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไปจึงปลิดชีพตนเองพ่ะย่ะค่ะ!”ทันทีที่ได้ยินคำพูดนี้ หัวใจของเซวียนหยวนอี้ก็สั่นสะเทือน ไม่อยากเชื่อแม้แต่น้อย“หึ ฆ่าตัวตายอย่างนั้นหรือ?” เขาหัวเราะเยาะตัวเองด้วยแววตาเปี่ยมไปด้วยความเศร้า “หรือว่าข้ายังดีกับนางไม่พอ? นางถึงได้อยากหนีจากข้ามากขนาดนี้!”“นอกจากอิสรภาพแล้ว ข้าเคยปฏิบัติต่อนางไม่ดีตอนไหน? นางถึงขั้นยอมทิ้งชีวิตตนเองเพียงเพื่อจะไปจากข้า!”หัวใจของเขาราวกับถูกมีดคมนับไม่ถ้วนกรีดแทงและบิดขยี้ เจ็บปว
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status