All Chapters of ดอกท้อร่วงโรย ดวงใจข้ามิหวนคืน: Chapter 1 - Chapter 10

20 Chapters

บทที่ 1

หร่วนเยวียนเงยหน้าขึ้นมองเขาเขามีรูปโฉมงดงามโดดเด่นจริงๆ คิ้วเข้มดุจคมกระบี่ ดวงตาสุกสกาว สันจมูกสูงโด่งได้รูป ยามนี้คิ้วขมวดเล็กน้อย แววตาเจือความเร่งร้อนที่อยากชี้แจงให้กระจ่าง ยิ่งทำให้เขาดูมีชีวิตชีวาขึ้นอีกหลายส่วนอย่างที่ยามปกติแทบไม่เคยเห็นครั้งหนึ่งนางเคยรักใบหน้านี้เหลือเกิน รักแม้กระทั่งทุกสีหน้าเล็กๆ น้อยๆ ของเขาแต่ตอนนี้ นางกลับรู้สึกเพียงว่า…น่ารำคาญอยู่บ้างนางดึงข้อมือที่ถูกเขาจับไว้กลับมา น้ำเสียงราบเรียบไร้อารมณ์ไหวกระเพื่อม “ท่านพี่คิดมากไปแล้ว ข้ามิได้คิดอะไรทั้งนั้น ท่านไม่จำเป็นต้องอธิบายให้ข้าฟัง อย่าว่าแต่เป็นเรื่องเข้าใจผิดเลย ต่อให้จุมพิตกันจริงๆ ก็ไม่เป็นอันใด”จี้จือจิ่งนิ่งอึ้งไป ราวกับฟังคำพูดของนางไม่เข้าใจ “…อะไรนะ? ที่ว่าต่อให้จุมพิตกันจริงๆ ก็ไม่เป็นอันใด หมายความว่าอย่างไรกัน?”เขาพินิจสีหน้าของนางอย่างละเอียด พยายามมองหาร่องรอยที่ฝืนแสร้งทำเป็นสงบนิ่ง หรือความเสียใจที่กดข่มไว้แม้เพียงเสี้ยวหนึ่ง ทว่าไม่มีเลยแววตาของนางราวกับบ่อน้ำเก่าแก่ที่ลึกจนมองไม่เห็นก้น สงบนิ่งเสียจนใจเขาเกิดความกระวนกระวาย“เจ้า…” น้ำเสียงของเขาต่ำลง แฝงการหยั่งเชิงแ
Read more

บทที่ 2

รอยยิ้มที่เจือความอบอุ่นบนใบหน้าของนางคล้ายทิ่มแทงจี้จือจิ่งวูบหนึ่ง ความรู้สึกไม่สบายใจในอกยิ่งหนักขึ้นกว่าเดิม ทั้งยังเจือด้วยความหึงหวงบางเบาที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่ทันตระหนัก“สำคัญตรงไหน…” เขาเพิ่งจะถามต่อ ตู้หว่านหลิงก็ส่งเสียงครางอย่างทรมานขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกำแขนเสื้อของเขาไว้แน่น“พี่จือจิ่ง เราออกเดินทางเร็วหน่อยได้หรือไม่? ข้าเวียนศีรษะยิ่งนัก อยากกลับไปนอนพักสักหน่อย…” เสียงของนางแผ่วอ่อน เจือแววอ้อนวอนจี้จือจิ่งมองหร่วนเยวียนแวบหนึ่ง สุดท้ายก็ยังกลืนคำที่เกือบหลุดจากปากกลับลงไป เพียงเอ่ยอย่างรีบร้อนว่า “เช่นนั้นก็เดินทางระวังตัวด้วย”พูดจบ เขาก็ประคองตู้หว่านหลิงขึ้นรถม้า ม่านถูกปล่อยลง กั้นภายในกับภายนอกออกจากกันรถม้าส่งเสียงล้อกึกกัก เคลื่อนห่างออกไป ก่อนจะลับหายเข้าไปในม่านฝนอย่างรวดเร็วหร่วนเยวียนยืนอยู่ที่เดิม สายฝนเย็นเยียบกระแทกลงบนร่าง ทว่านางกลับราวกับไม่รู้สึกถึงความหนาว เพียงก้มหน้าลูบป้ายหยกชิ้นนั้นไปมานางเป็นบุตรีที่เกิดจากภรรยาเอกของราชครู ตู้หว่านหลิงเป็นธิดาของผู้ช่วยเสนาบดี ส่วนจี้จือจิ่งเป็นรัฐทายาทแห่งจวนโหว พวกเขาสามคนเป็นสหายวัยเยาว์ เติบ
Read more

บทที่ 3

ฝนยิ่งตกก็ยิ่งหนักขึ้นเรื่อยๆหร่วนเยวียนเดินกลับจวนรัฐทายาทเพียงลำพัง เนื้อตัวเปียกโชกไปทั้งร่าง แม้แต่รองเท้าก็สึกจนขาดสาวใช้ที่เฝ้าประตูเห็นนางก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจ“ฮู ฮูหยิน? ท่านมิได้ออกไปชมดอกเหมยหรือเจ้าคะ? เหตุใดถึงกลับมาในสภาพเช่นนี้? แล้วท่านรัฐทายาทล่ะเจ้าคะ?”หร่วนเยวียนส่ายหน้า ไม่อยากพูดแม้แต่คำเดียว เพิ่งก้าวข้ามธรณีประตู ภาพตรงหน้าก็พลันดับวูบ ก่อนร่างจะอ่อนยวบล้มลงท่ามกลางสติอันเลือนราง นางฝันมากมายภาพฝันประหลาดพร่าเลือน แตกกระจัดกระจายเป็นเสี่ยงๆ ล้วนเป็นเศษเสี้ยวเหตุการณ์ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ที่จี้จือจิ่งทำให้หัวใจของนางเย็นเยียบลงครั้งแล้วครั้งเล่าเพราะตู้หว่านหลิงในวันเกิดของนาง เขารับปากว่าจะร่วมกินมื้อค่ำกับนาง นางรอจนดึกดื่น อุ่นอาหารครั้งแล้วครั้งเล่า แต่เขากลับส่งคนมาบอกว่า ตู้หว่านหลิงอารมณ์ไม่ดี เขาไปจับหิ่งห้อยให้นางที่วัดบนเขานอกเมือง และบอกให้หร่วนเยวียนไม่ต้องรออีกตอนนางจับไข้เพราะต้องลมหนาวและไออย่างหนัก นางหวังให้เขามาเยี่ยมดูสักหน่อย แต่เขากลับพาตู้หว่านหลิงซึ่งถูกฝันร้ายรบกวนไปพักที่วัดฮู่กั๋วสามวันเพื่อขอพรถุงผ้าที่นางปักให้เขาด้ว
Read more

บทที่ 4

เรื่องนี้เปรียบเสมือนหนามเล็กๆ ที่ปักคาอยู่ในใจนางมานานหลายปี ทุกครั้งที่นึกถึง กลางอกก็ยังเจ็บยิบๆ ขึ้นมาบัดนี้ บางทีอาจเป็นเพราะหัวใจของนางตายด้านไปโดยสิ้นเชิงแล้ว เมื่อได้ยินอีกครั้งว่าเขาให้นางไปทำอาหารเจียงหนานเพื่อตู้หว่านหลิง ภายในใจของนางกลับ…ไม่เกิดความไหวหวั่นใดๆ อีกเลยนางไม่พูดอะไรอีก เพียงยันกายลุกขึ้นอย่างเงียบงัน ลงจากเตียง แล้วเดินตรงไปยังครัวเล็กหลายชั่วยามต่อมา อาหารเจียงหนานเต็มโต๊ะที่ครบครันทั้งสี กลิ่น และรส ก็ถูกจัดวางเรียงรายอยู่บนโต๊ะสี่เหลี่ยมในครัวเล็กหร่วนเยวียนหน้าซีด เหงื่อจากความอ่อนแรงซึมออกมาที่หน้าผาก นางต้องพิงแท่นเตาไว้ จึงจะพอฝืนยืนให้มั่นได้จี้จือจิ่งมองอาหารที่ทำมาอย่างประณีตเหล่านั้น แววตาฉายความรู้สึกซับซ้อนวูบหนึ่ง คำชมมาถึงริมฝีปากแล้ว แต่กลับรู้สึกว่าพูดออกมาได้ยากเมื่อเห็นนางมีสภาพซูบเซียวเช่นนั้น เขาก็รู้สึกปวดใจขึ้นมาจริงๆ อย่างที่หาได้ยาก“ลำบากเจ้าแล้ว” เขาผ่อนน้ำเสียงให้อ่อนโยนลง “เมื่อก่อนเจ้าอยากให้ข้าอยู่กินข้าวกับเจ้าดีๆ สักมื้อมาตลอดมิใช่หรือ? วันนี้ก็พอดีเลย ข้าจะกินเป็นเพื่อนเจ้า”หร่วนเยวียนกำลังจะเอ่ยปฏิเสธ ทว่าสาวใ
Read more

บทที่ 5

“ข้ามิใช่หมอหลวง ต่อให้ไปก็ช่วยอะไรไม่ได้” หร่วนเยวียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ“ต่อให้เจ้าไปแล้วช่วยอะไรไม่ได้ หรือเจ้าไม่เป็นห่วงข้าเลยหรือ?” หน้าอกของจี้จือจิ่งกระเพื่อมขึ้นลง ราวกับถูกท่าทีของนางทิ่มแทงจนเจ็บปวด “เมื่อก่อน ต่อให้ข้าเพียงไอขึ้นมาสักครั้ง เจ้าก็กังวลจนเฝ้าข้าอยู่ทั้งคืน! แล้วตอนนี้เล่า? ข้าเกือบเอาชีวิตไม่รอด แต่เจ้ากลับไม่แม้แต่จะโผล่หน้ามาให้เห็น!”“ท่านได้รับบาดเจ็บเพราะปกป้องคุณหนูตู้ ย่อมมีคุณหนูตู้คอยเฝ้าดูแลท่านอย่างใกล้ชิดทั้งวันทั้งคืนอยู่แล้ว หากข้าไป ก็เกรงว่าจะรบกวนพวกท่านเสียเปล่า อีกทั้งอาจทำให้คุณหนูตู้ไม่พอใจ” นางกล่าวราวกับเพียงกำลังบอกเล่าข้อเท็จจริงเท่านั้นคำพูดของนางทำเอาจี้จือจิ่งจุกจนแทบหายใจไม่ทัน เขาเอ่ยอย่างขุ่นเคืองว่า “นี่เจ้าพูดอะไรของเจ้า! หว่านหลิงเป็นแขก ข้าจะให้นางมาคอยดูแล ช่วยข้าถอดเสื้อผ้าและเปลี่ยนยาได้อย่างไร? หากเรื่องนี้แพร่ออกไป จะส่งผลเสียต่อชื่อเสียงของนางเพียงใด! แต่เจ้ากับข้าเป็นสามีภรรยากัน เรื่องเช่นนี้ไม่จำเป็นต้องหลบเลี่ยงข้อครหา!”ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เองมีเพียงยามที่ต้องมีคนคอยปรนนิบัติใกล้ชิดถึงตัว และอาจกระทบต่อ
Read more

บทที่ 6

จี้จือจิ่งชะงักไปหร่วนเยวียนไม่มองเขาอีก นางหันไปสั่งชุนซิ่งและสาวใช้อีกหลายคนว่า “เก็บข้าวของเสีย เร่งมือกันหน่อย อย่าให้คุณหนูตู้ต้องเสียเวลาย้ายเข้ามาอยู่”นางลงมือรวดเร็วจนน่าตกใจ ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วยามก็เก็บข้าวของที่มีอยู่ไม่มากจนเรียบร้อย ก่อนย้ายไปยังเรือนเล็กแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ในมุมที่ห่างไกลที่สุดของจวน และไม่มีผู้ใดอาศัยอยู่มาเป็นเวลานานเรือนแห่งนั้นทั้งคับแคบและเก่าคร่ำ มีขนาดไม่ถึงหนึ่งในสามของเรือนเดิมที่นางเคยอยู่ด้วยซ้ำหลังย้ายข้าวของเสร็จ หร่วนเยวียนก็เดินไปหยุดตรงหน้าจี้จือจิ่งที่ยังคงยืนอึ้ง กับตู้หว่านหลิงซึ่งมีสีหน้าสมใจ ก่อนจะเอ่ยขึ้นอีกว่า “จริงสิ ในเมื่อรัฐทายาทบอกว่าคุณหนูตู้มิใช่คนนอก เช่นนั้นต่อจากนี้ กุญแจคลังของจวนก็มอบให้คุณหนูตู้เป็นผู้เก็บรักษาเสียเลยเถอะ ส่วนเรื่องดูแลกิจการภายในจวน ก็ให้นางเป็นผู้รับผิดชอบเสียเลย” ขณะที่กล่าว นางก็หยิบพวงกุญแจทองเหลืองออกมาจากแขนเสื้อ แล้วยื่นส่งไปให้จี้จือจิ่งพลันได้สติ สีหน้าเปลี่ยนไปทันที “อาเยวียน! เจ้ากำลังทำอันใดกัน? นี่คืออำนาจในการดูแลจวน จะยกให้ผู้อื่นไปตามอำเภอใจได้อย่างไร?!”ดวงตาของตู้หว่าน
Read more

บทที่ 7

คำถามของนางทำให้จี้จือจิ่งใจไหววูบ เขารีบเอ่ยว่า “มิใช่การเสียสละ! มัน…มันเป็นเพียงทางแก้เฉพาะหน้า! หว่านหลิงทนไม่ไหวจริงๆ! หร่วนเยวียน เจ้าเข้มแข็งกว่านาง เจ้าต้องผ่านมันไปได้แน่! หลังจากเรื่องนี้ผ่านไป ข้าจะชดเชยให้เจ้าอย่างแน่นอน และจะดีกับเจ้าให้มากกว่าเดิมเป็นเท่าตัว! เจ้าอยากได้สิ่งใดก็ได้ทั้งนั้น!”หร่วนเยวียนมองใบหน้าของเขาที่กำลังแก้ตัวอย่างร้อนรน พลันรู้สึกเหนื่อยล้าอย่างยิ่ง และรู้สึกว่าน่าขันอย่างยิ่งเช่นกัน“หากนี่ไม่ใช่การเสียสละ แล้วคืออันใดกัน?” นางถามเบาๆ ราวกับกำลังถามตัวเอง จี้จือจิ่ง ข้าแต่งให้ท่านมาห้าปี ในใจท่านมีตู้หว่านหลิง ข้าก็ทนมาแล้ว ท่านเมินเฉยและละเลยข้าเพื่อนาง ข้าก็ทนมาแล้ว ท่านให้ข้าทำแท้งบุตรของเราเพื่อนาง ข้าก็ทนมาแล้ว เพื่อนาง ท่านทอดทิ้งข้าไว้ที่ริมหน้าผา ข้าก็ยังทนมาแล้ว…”นางเงยหน้าขึ้นมองเขา ในที่สุดแววตาที่เคยสงบนิ่งก็ไหวกระเพื่อมขึ้นเล็กน้อย เต็มไปด้วยความเศร้าโศกและสิ้นหวังที่หนักอึ้งจนไม่อาจจางหาย “สุดท้ายแล้ว ข้าได้อะไรกลับมาบ้าง? นี่หรือคือสิ่งที่ท่านเคยพูดไว้ว่า ครั้งหน้าหากต้องเลือกระหว่างข้ากับตู้หว่านหลิง ท่านจะเลือกข้าอย่างแน่นอน?”
Read more

บทที่ 8

คฤหาสน์บ่อน้ำพุร้อนนอกเมืองอบอวลไปด้วยไออุ่นตู้หว่านหลิงซบอยู่ข้างกายจี้จือจิ่ง เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานว่า “พี่จือจิ่ง คราวนี้ต้องขอบคุณท่านที่ปกป้องข้าไว้ ไม่อย่างนั้น ข้าคงต้องไปยังสถานที่น่ากลัวแห่งนั้นจริงๆ…”นางหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนเงยหน้าขึ้นชำเลืองดูสีหน้าเขา “อาเยวียนนาง…จะเกลียดข้าหรือไม่?”จี้จือจิ่งดูใจลอยอยู่บ้าง เขามองท้องฟ้าหม่นมัวนอกหน้าต่าง รู้สึกอยู่ตลอดว่าภายในใจร้อนรนอย่างบอกไม่ถูกเขาฝืนขยับมุมปาก “อาเยวียนใจกว้าง ไม่หรอก รอกลับจวนแล้ว ข้าค่อยชดเชยให้นางดีๆ”สิ้นคำ เสียงฝีเท้าเร่งร้อนก็ดังมาจากนอกประตู“รัฐทายาท! รัฐทายาท!” จี้เฟิงองครักษ์ประจำตัวฝ่าฝนพุ่งเข้ามา สีหน้าตื่นตระหนกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ปลายผมยังมีน้ำหยดอยู่ จี้จือจิ่งใจกระตุกวูบ เขาลุกขึ้นทันที “เกิดเรื่องอันใดถึงได้ตื่นตระหนกเช่นนี้? หรือว่าอาเยวียน…อาการบาดเจ็บของนางทรุดลงแล้ว?”จี้เฟิงส่ายหน้า ก่อนยื่นซองเอกสารที่ปิดผนึกไว้ด้วยสองมือ น้ำเสียงตึงเครียด “ที่ว่าการเมืองหลวง…ส่งมา ฮูหยินนาง…หย่าขาดจากท่านแล้ว นี่คือสำเนาหนังสือหย่าที่ทางการประทับตราแล้วขอรับ”“อะไรนะ?” รูม่านตาของจี้จือจิ่
Read more

บทที่ 9

“นางพูดว่าอันใด?!” จี้จือจิ่งจ้องนางเขม็งไม่วางตาชุนซิ่งเงยหน้าขึ้นทั้งน้ำตา แววตาเต็มไปด้วยความคับแค้น “นางบอกว่า เรื่องที่เสียใจที่สุดในชาตินี้ ก็คือตาบอดไปหลงรักท่าน!”จี้จือจิ่งราวกับถูกกระแทกอย่างแรง ร่างเซถอยหลังไปสองก้าว ก่อนจะคลายมือออกชุนซิ่งลูบคลึงข้อมือที่แดงบวม พลางเอ่ยด้วยเสียงสะอื้น “ท่านก็ไปตามหานางสิ! ท่านก็ไปตามหานางที่จวนราชครูสิ! แล้วดูซิว่านางจะยอมพบท่านหรือไม่!”ใช่แล้ว จวนราชครู! นางเป็นบุตรีสกุลหร่วน เมื่อหย่าขาดกันแล้ว ย่อมต้องกลับบ้านเดิมเป็นแน่!จี้จือจิ่งราวกับคว้าความหวังสุดท้ายเอาไว้ได้ ก่อนจะพุ่งฝ่าเข้าไปในม่านฝนอีกครั้งประตูสีแดงชาดแห่งจวนราชครูปิดสนิทผู้ที่มาเปิดประตูคือหร่วนชิงหลาน พี่ชายของหร่วนเยวียน และเป็นบุตรชายคนโตแห่งสกุลหร่วนเขาอยู่ในชุดคลุมเรียบไร้ลวดลาย ใบหน้าหล่อเหลาสะอาดตา ทว่าสายตากลับเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง เขายืนขวางจี้จือจิ่งไว้หน้าประตู ไม่ยอมให้ก้าวเข้าไป“รัฐทายาทจี้” หร่วนชิงหลานเอ่ยด้วยน้ำเสียงห่างเหิน “น้องสาวข้าไม่มีความเกี่ยวข้องใดกับท่านอีกแล้ว ขอเชิญกลับเถิด”“พี่ใหญ่!” จี้จือจิ่งเอ่ยอย่างร้อนรน “ให้ข้าได้พบอาเยวียนส
Read more

บทที่ 10

ทุกถ้อยคำราวกับเหล็กนาบที่เผาจนแดงฉาน นาบลงบนหัวใจของจี้จือจิ่งอย่างแรงรายละเอียดทั้งหลายที่เขาจงใจละเลย มองเห็นแต่แสร้งทำเป็นไม่เห็น ต่างถาโถมเข้ามาดุจกระแสน้ำที่โหมซัด…ภาพยามนางอดหลับอดนอนเย็บเสื้อกันหนาวให้เขา ง่วงจนศีรษะผงก แววตาเป็นประกายยามนางหัดทำอาหารจานใหม่ แล้วเฝ้ารอให้เขาชิมอย่างใจจดใจจ่อ ท่าทีพึ่งพายามเจ็บป่วย ซุกอยู่ในอ้อมแขนเขาแล้วเอ่ยเสียงเบาว่า “ท่านพี่ ข้าไม่สบาย” และแสงในดวงตาของนางที่ดับมอดลงโดยสิ้นเชิงในวันที่ไปสำนักลงทัณฑ์…ที่แท้ ความเคยชินเหล่านั้นได้ซึมลึกเข้าไปในเลือดเนื้อมานานแล้ว ทั้งความห่วงหาที่เกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว ทั้งความขุ่นใจอย่างไร้สาเหตุยามเห็นนางสนิทสนมกับผู้อื่น…มิใช่ความรู้สึกผิด มิใช่ความรับผิดชอบ แต่คือความรักเขาหลงรักสตรีผู้นี้มาตั้งนานแล้ว สตรีที่ใช้เวลาห้าปีค่อยๆ มอบความอบอุ่นให้เขาทีละน้อย และแทรกซึมเข้ามาในชีวิตของเขาทว่าเขากลับรักนางโดยไม่รู้ตัวซ้ำยังผลักไสนางออกไปด้วยมือตนเอง ทำร้ายนางเสียจนบอบช้ำย่อยยับ“อ๊า——!!!”จี้จือจิ่งพลันกุมศีรษะไว้ เปล่งเสียงคร่ำครวญราวกับสัตว์ร้าย น้ำตาปนเลือดไหลร่วงลงมาเขาผิดไปแล้วผิดอย่างไม่น
Read more
PREV
12
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status