Home / วัยรุ่น / ดั่งปรารถนา / ตอนที่ 2 กลับบ้าน

Share

ตอนที่ 2 กลับบ้าน

Author: สีชา
last update Last Updated: 2025-03-29 03:15:37

ช่วงเช้าของอีกวัน

กริ๊ง กริ๊ง!

เสียงนาฬิกาปลุก

ชายหนุ่มเอื้อมมือไปกดปิดเสียงนั่นด้วยความสะลึมสะลือ เขาบิดขี้เกียจก่อนที่จะค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมองเพดาน เขาทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืน เรื่องความฝันนั่น!

เวลาผ่านไปสักพักอากาศก็ลุกออกจากที่นอนและเดินไปที่กระดาษที่เขาวางไว้บนโต๊ะเมื่อคืน เขามองกระดาษแผ่นนั้นอย่างพินิจพิจารณา พยายามนึกอย่างหนักว่าตัวเองพยายามจะวาดใครกันแน่

เมื่อนึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออกพานจะทำตัวเองปวดหัวไปเปล่า ๆ เขาวางมันไว้ดังเดิมและเดินไปเข้าห้องน้ำเพื่อจัดการธุระส่วนตัวของตัวเอง

เวลาผ่านไปสักพัก

อากาศออกจากห้องน้ำด้วยผ้าขนหนูผืนเดียวที่ปกปิดส่วนล่างอย่างหมิ่นเหม่ บนตัวของเขามีหยดน้ำเกาะตามตัวดูก็รู้ว่าชายหนุ่มซับน้ำออกอย่างลวก ๆ ก่อนออกจากห้องน้ำ เส้นผมที่เปียกน้ำนั่นทำให้เขาดูดีไม่น้อย

ชายหนุ่มเดินไปหยุดอยู่ที่หน้าตู้เสื้อผ้าและเปิดมันเพื่อหยิบเสื้อมาสวมใส่ เขาไล่นิ้วไปตามไม้แขวนเสื้อไปทีละตัวก่อนที่จะหยิบตัวที่ถูกใจออกมา ลักษณะการแต่งตัวของเขาไม่มีอะไรเป็นพิเศษ ชายหนุ่มชื่นชอบที่จะสวมเสื้อฮู้ดตัวใหญ่โคร่งกับกางเกงยีนสีซีด เป็นการแต่งตัวง่าย ๆ แต่เมื่อมันมาอยู่บนตัวเขาแล้วกลับดูดีราวกับนายแบบ เขาหยิบเครื่องประดับอย่างสร้อยคอมาสวมใส่เพื่อไม่ให้ต้นคอรู้สึกโล่งเกินไป พรมน้ำหอมกลิ่นฝนแรกที่มีเสน่ห์และไม่ลืมหยิบหูฟังครอบหูมาคล้องคอไว้ ชายหนุ่มจัดแจงผมสีน้ำตาลหยักศกของตัวเองให้เป็นระเบียบ นัยน์ตาสีดำสนิทมองตัวเองในกระจกอย่างพอใจก่อนจะเดินไปเก็บกระเป๋าเตรียมตัวกลับบ้าน

ชายหนุ่มเดินใส่รองเท้าที่บริเวณหน้าประตูห้อง ก่อนจะออกจากห้องเขามองสำรวจภายในห้องอย่างถี่ถ้วน แต่สายตาเขาดันไปสะดุดที่โต๊ะริมหน้าต่างที่มีกระดาษวางอยู่เขาเดินไปพร้อมวางกระเป๋าที่สะพายอยู่วางมันไว้บนเก้าอี้และเปิดมันพร้อมกวาดกระดาษเหล่านั้นลงกระเป๋าโดยไม่ได้สนใจว่ามันจะยับหรือเปล่า

กริ๊ง!

เสียงเรียกเข้า

“ฮัลโหล” อากาศหยิบเครื่องมือสื่อสารและกดรับสายเมื่อเห็นว่าปลายสายเป็นเพื่อนของเขา

“จะกลับเลยปะ?” ปลายสายถาม

“อือ กำลังจะออก”

“ดีเลย เดี๋ยวไปรับแล้วไปหาอะไรทานก่อนกลับกัน ไหน ๆ ก็จะห่างกันละ”

“อย่าพูดอะไรให้โอเว่อร์ได้ไหม พูดเหมือนจะไม่ได้เจอกันแล้วแค่กลับบ้านไปฝึกสอนเอง”

“เออน่า ก็ใครให้กลับไปฝึกสอนใกล้บ้านล่ะ ชวนมาฝึกสอนโรงเรียนแถวนี้ก็ไม่เอา”

“เอ้า”

“เออ ๆ รอก่อนเดี๋ยวไปรับ ไม่เกิน 20 นาที”

หลังจากที่อีกฝ่ายพูดจบก็กดวางสายทันที อากาศทำได้เพียงรออีกฝ่ายมารับอย่างที่บอก ทั้งสองเป็นเพื่อนที่สนิทกันตั้งแต่สมัยมัธยมเมื่อเข้ามหาลัยต่างคนก็ต่างเข้าเรียนในสิ่งที่ตัวเองสนใจโดยอากาศเลือกเรียนครูศิลปะโดยปีนี้เขาต้องไปฝึกสอนอย่างเต็มตัวต่างจากปีที่ผ่าน ๆ มาที่เขาจะไปสังเกตการณ์สอนเท่านั้น ส่วนเพื่อนสนิทของเขาที่มีนามว่า ภูมิ เลือกเรียนบริหาร ด้วยความที่หลักสูตรการเรียนไม่เหมือนกันทำให้ภูมิเรียนจบก่อน และตอนนี้เขาก็ได้สมัครงานที่แรกในชีวิตที่บริษัทชื่อดังแห่งหนึ่งใจกลางเมือง ส่วนอากาศก็กลับบ้านไปฝึกสอนโรงเรียนแถวบ้าน เขายังไม่ย้ายของออกจากที่พักเพราะยังไงเขาก็ต้องกลับที่มหาวิทยาลัยอีก

การรอคอยสิ้นสุดลงเมื่อภูมิส่งข้อความมาว่าถึงที่พักของเขาแล้ว

“20 นาทีพอดี” ภูมิพูดขึ้นมาเมื่อเห็นเพื่อนของเขาเปิดประตูขึ้นรถ

“เออ”

“เดี๋ยวพาไปกินร้านเด็ดแถวบริษัท รับรองว่ากินแล้วติดใจ” ภูมิสาธยาย

“เร็ว ๆ เถอะ”

ทั้งคู่นั่งรถได้สักพักก็ถึงที่หมาย เป็นร้านอาหารใจกลางเมืองที่มีลูกค้าเข้าออกไม่ขาดสาย

“มากี่ท่านครับ?” บริกรเดินออกมาต้อนรับ

“2 ครับ”

“ได้จองไว้ไหมครับ?”

“ไม่ได้จองครับ”

“งั้นเชิญทางนี้ได้เลยครับ”

บริกรเดินนำทั้งคู่เดินเข้าร้านและเชิญนั่งที่โต๊ะภายในร้าน ทั้งสองสั่งอาหารรอเพียงไม่นานอาหารก็มาเสิร์ฟ พวกเขาพูดคุยเรื่องต่าง ๆ นานา ระหว่างทานอาหารแต่ดูเหมือนว่าจะมีแค่ภูมิที่พูดอยู่ฝ่ายเดียวซะส่วนใหญ่ อากาศมีหน้าที่แค่รับฟังและพูดเพียงนิดเดียวเท่านั้น

เมื่อทานอาหารเรียบร้อยแล้วทั้งคู่เช็กบิลและออกจากร้านมุ่งหน้าตรงไปยังบ้านของอากาศเมื่อมาถึงที่หมายภูมิก็เข้าไปทักทายพ่อกับแม่ของอากาศ

“คุณพ่อ คุณแม่สวัสดีครับ”

“อ้าวลูก มาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย” คุณแม่อากาศถามขึ้น

“เพิ่งถึงเลยครับ” ภูมิตอบ

“งั้นเข้ามาข้างในก่อน ขับรถมาตั้งไกล”

“เอ่อ...ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมต้องไปที่อื่นต่อครับ ขอบคุณครับ งั้นผมลานะครับคุณแม่” พูดจบก็ยกมือไหว้ผู้ใหญ่

หลังจากที่เพื่อนขับรถออกไปแล้ว อากาศก็ขอตัวขึ้นห้องทันที

ห้องนอนของชายหนุ่มไม่มีอะไรมากมีเพียงเตียงนอนตู้เสื้อผ้าและโต๊ะริมหน้าต่างและอุปกรณ์งานศิลปะมีถูกเก็บอย่างเป็นระเบียบเพราะนาน ๆ ครั้งชายหนุ่มจะกลับบ้านแม่ของเขาจึงอาสาเข้ามาเก็บกวาดทุกอย่างให้อยู่ในสภาพดีซึ่งต่างจากหอพักที่เขาอยู่มาก ที่นั่นไม่ได้เป็นระเบียบเหมือนที่นี่

ชายหนุ่มวางกระเป๋าไว้บนเตียงนอนและเดินไปนั่งที่โต๊ะริมหน้าต่าง เขาเปิดแล็ปท็อปเพื่อเตรียมพร้อมกับการฝึกสอนในอาทิตย์หน้า เมื่อเตรียมทุกอย่างเรียบร้อยแล้วชายหนุ่มก็เดินไปที่เตียงนอนและล้มตัวนอน ชายหนุ่มเพียงต้องการที่จะงีบเท่านั้นแต่ด้วยความเหนื่อยล้าจากการเดินทางทำให้เขาผล็อยหลับไป

ชายหนุ่มบิดขี้เกียจและลุกขึ้นนั่งขัดสมาธิบนที่นอนก่อนจะหยิบเครื่องมือสื่อสารขึ้นมาเพื่อดูเวลา

17.30

เวลาที่แสดงอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์

ชายหนุ่มสะบัดหัวเพียงเล็กน้อยเพื่อไล่ความมึนงงออกไป

‘นี่เราหลับยาวขนาดนี้เลยเหรอ?’ เขาพึมพำกับตัวเอง

อากาศเดินไปเปิดสวิตช์ไฟในห้องให้ห้องสว่างก่อนที่เดินไปปิดประตูหน้าต่างเพื่อกันยุงไม่ให้เข้า เมื่อเข้าเอื้อมมือเพื่อปิดหน้าต่างนั้นสายตาของชายหนุ่มกลับไปสะดุดกับห้องหนึ่งที่อยู่บ้านตรงข้าม ประตูหน้าต่างถูกปิดสนิทพร้อมม่านสีขาวที่ไม่มีการเคลื่อนไหว

เมื่อมองเข้าไปราวกับว่าถูกสะกดจิต ชายหนุ่มรู้สึกคิดถึงใครบางคนเมื่อมองที่ยังห้องนั้น รู้สึกทั้งคิดถึงและรู้สึกผิดในเวลาเดียวกัน ไม่รู้ว่านานแค่ไหนที่เขามองห้องนั้นกว่าจะรู้ตัวอีกทีก็มีน้ำตาไหลออกมา

ชายหนุ่มรู้สึกตัวเพราะน้ำที่ไหลออกจากดวงตา เขารีบเช็ดและรีบปิดหน้าต่างห้องตัวเองไม่วายดึงม่านปิดอีกชั้นและเดินลงไปชั้นล่างของบ้าน

“อ่าว ลงมาแล้วเหรอลูก? มานั่งกินข้าวเร็วค่ะ วันนี้มีแต่ของโปรดลูกทั้งนั้นเลย” คุณแม่ของชายหนุ่มเห็นเขาเดินลงบันไดก็เรียกให้มานั่งที่โต๊ะทานอาหารเพราะได้เวลาได้ทานอาหารเย็นพอดี

“ขอบคุณครับ”

“เป็นอย่างไรบ้าง?” พ่อของเขาถามขึ้น

“ก็ดีครับ อาทิตย์หน้าเตรียมตัวไปฝึกสอนแล้วครับ”

“อืม”

“นี้ๆ เดี๋ยวแม่ตักให้ กินเยอะ ๆ นะจ๊ะ”

“ขอบคุณครับแม่”

“จ๊ะ”

หลังจากนั้นพวกเขาก็ทานอาหารเย็นอย่างปกติสุข หลังจากที่ทานอาหารเย็นเสร็จชายหนุ่มขอตัวขึ้นห้อง

ตอนนี้ชายหนุ่มอยู่ในห้องเพียงลำพังเขานั่งนิ่งอยู่ที่โต๊ะริมหน้าต่าง ชายหนุ่มนั่งทบทวนตัวเองกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อตอนเย็น มันค่อนข้างน่าแปลกใจที่อยู่ ๆ เขาก็มีความรู้สึกเหล่านั้น

ชายหนุ่มตัดสินใจเปิดม่านและหน้าต่างออกอีกครั้ง เขาจ้องไปยังห้องฝั่งตรงข้าม เขารู้เพียงว่าบ้านหลังนั้นไม่มีใครอยู่มาหลายปีแล้วจากคำบอกเล่าของแม่

อากาศคืนนี้ดีมากไม่มีพายุมีเพียงลมเย็น ๆ เท่านั้น แต่ผ่านไปสักพักใบไม้แห้งที่ร่วงบนพื้นกลับปลิวว่อนอย่างไม่มีที่มาที่ไปทั้ง ๆ ที่คืนนี้ท้องฟ้าโปร่งเป็นไปไม่ได้ที่ใบไม้แห้งเหล่านั้นจะปลิวว่อนราวกับมีพายุ

ชายหนุ่มรีบปิดหน้าต่างทันที เพราะอยู่ ๆ เขาก็รู้สึกขนลุกขึ้นมาทั่วตัว

.

.

.

เช้าวันต่อมา

เมื่อคืนเขาหลับไปตอนไหนไม่รู้จำได้แค่ว่าเมื่อคืนเขานั่งวาดรูปอยู่ที่โต๊ะแท้ ๆ แต่ที่น่าแปลกคือเมื่อคืนเขาไม่ฝันเรื่องเดิมทั้ง ๆ ที่เมื่อคืนชายหนุ่มพยายามวาดรูปนั้นที่อยู่ในความทรงจำ ชายหนุ่มหวังว่าเขาจะวาดมันสำเร็จ

ชายหนุ่มลุกขึ้นและลงไปข้างล่าง เขาล้างหน้าล้างตาและเดินออกไปข้างนอกบ้านที่มีคุณพ่อที่กำลังกวาดพื้นหญ้าและแม่ของเขานั่งอ่านหนังสือที่โต๊ะหินอ่อน

“คุณพ่อ คุณแม่สวัสดีครับ” ชายหนุ่มทักทาย

“ตื่นเช้าจังลูก อาหารอยู่บนโต๊ะในครัวนะ”

“เรียบร้อยครับ ขอบคุณครับ”

ชายหนุ่มเดินไปที่โต๊ะและนั่งข้าง ๆ แม่ของเขา อยู่ ๆ แม่ของเขาก็พูดขึ้นว่า “คิดถึงเนอะ”

“ครับ?” ชายหนุ่มทำหน้าสงสัย

“แม่คิดถึงเฉย ๆ น่ะ”

“คิดถึงอะไรเหรอครับ?”

“คิดถึงคนที่เคยอยู่บ้านข้าง ๆ เราน่ะ หลังนั้น” คุณแม่ชี้ไปยังบ้านข้าง ๆ ซึ่งเป็นบ้านที่ถูกทิ้งร้างมาหลายปี

“มันเคยเป็นบ้านของใครเหรอครับ?” ชายหนุ่มถามขึ้นเมื่อเกิดความสงสัยในบ้านหลังนั้น

“บ้านหลังนั้นเคยเป็นเพื่อนบ้านเราเมื่อหลายปีก่อน เป็นครอบครัวที่เพิ่งย้ายเข้ามา มีแค่สามคนพ่อ แม่ และลูกสาว ลูกสาวเขาน่ารักมาก ๆ เลยนะ ตอนนั้นน้องชอบมาเล่นกับเราด้วยนะไม่รู้เราจะจำได้หรือเปล่า”

“น้องเหรอครับ?” ชายหนุ่มพยายามนึก

“ใช่ค่ะ น้องชื่อ ฟองฝน”

ฟองฝน..” ชายหนุ่มพยายามนึกตามที่แม่ของเขาพูดแต่เขากลับรู้สึกปวดหัวจี๊ดเมื่อเสียงของใครบางคนเข้ามาให้หัว

‘พี่อากาศ ยิ้มหน่อย!’

โอ๊ย!

อากาศกุมขมับตัวเอง

“เป็นอะไรหรือเปล่าลูก?” แม่ของชายหนุ่มรีบถามทันทีที่เห็นลูกตัวเองกุมหัว

“ผมปวดหัวครับ”

“งั้นเข้าบ้านไปพักเถอะลูก”

“ครับ” พูดจบเขาก็เดินเข้าบ้านไป

ชายหนุ่มพยายามนึกเหตุการณ์ที่คุณแม่เล่า เขาเดาว่าน่าจะเกิดขึ้นก่อนที่เขาจะประสบอุบัติเหตุก่อนที่ความทรงจำบางส่วนจะหายไป ชายหนุ่มเดินขึ้นไปยังชั้นบนและเดินไปเข้าห้องของตัวเอง และสายตาของชายหนุ่มกลับไปสะดุดกับสมุดเล่มหนึ่งที่ถูกเสียบไว้ ชายหนุ่มหยิบมันขึ้นมาเปิดปรากฏว่าภายในสมุดเล่มนั้นว่างเปล่า ชายหนุ่มพลิกหน้ากระดาษไปเรื่อย ๆ ก่อนที่จะเจอกับข้อความหนึ่งในหน้าสุดท้ายที่เขียนว่า

‘พี่ขอโทษ กลับมาได้ไหม สัญญาว่าจะไม่พูดอย่างนั้น’

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ดั่งปรารถนา    ตอนพิเศษ

    เวลาผ่านไปเป็นเดือน เป็นปีจนตอนนี้เราทั้งคู่ก็ใช้ชีวิตเป็นักศึกษาแล้ว โดยที่ผมนั้นเข้ามาก่อนและเธอตามหลังเข้ามา เราทั้งคู่เรียนอยู่ในมหาลัยเดียวกัน ตั้งแต่เรื่องครั้งนั้นผมก็ปล่อยทุกอย่างและอยู่กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ผมไม่รู้ว่าตัวเองที่ใช้ชีวิตไปก่อนหน้านี้จะเป็นอย่างไรยังรอให้ผมกลับไปหรือไม่ แต่สิ่งที่ผมสนใจในตอนที่ตัดสินใจในครั้งนั้นคือการที่ผมจะไม่ทำให้ครอบครัวของผมนั้นมีน้ำตากับอุบัติเหตุนั่น และอีกอย่างคือผมจะได้อยู่กับเธอคนนี้คนที่ผมรู้สึกดีด้วย “ฟองฝน” ชื่อนี้ที่ทำให้ความรู้สึกของผมนั้นเปลี่ยนไปเราทั้งคู่ได้เช่าห้องอาศัยอยู่ด้วยกัน ตอนนี้เป็นช่วงที่น้องอยู่ในช่วงฝึกงานส่วนผมก็มีสังเกตการสอนทุกปีอยู่แล้วจึงไม่ได้รู้สึกหนักเท่าไหร่จะห่วงก็แต่น้องนั่นแหละที่ไม่เคยลองใช้ชีวิตในช่วงฝึกทดลองงาน แต่เธอก็ยังยืนยันว่าตัวเองทำได้ไม่ต้องเป็นห่วง“เราจะเหนื่อยเกินไปไหมครับ” ผมถามเธอ“ไม่หรอกค่ะพี่อากาศ มันเป็นสิ่งที่หนูเรียนมา หนูว่าหนูรับมือกับมันได้ถ้าเกิดว่ามีปัญหาขึ้นมา จริง ๆ อีกอย่างหนูยังมีพี่ ๆ ที่ทำงานคอยช่วยดูอีกทีพี่ไม่ต้องห่วงหนูนะคะ”“โอเคค่ะ พี่เชื่อใจเราถ้าไม่ไหวให้รีบบอกพี

  • ดั่งปรารถนา    ตอนที่ 15 กระจ่างชัด

    ทุก ๆ เริ่มกระจ่างชัดในความคิดของผมเมื่อได้เห็นถึงกิจวัตรประจำวันของตัวเองและเธอคนนั้น ผมเริ่มเข้าใจความรู้สึกของตัวเองในอดีตที่มีต่อเธอคนนั้น แต่มีบางอย่างที่ผมยังไม่ค่อยเข้าใจในตัวเองนั่นก็คือทำไมตัวผมในอดีตถึงไม่ทำอะไรให้มันชัดเจน จะมากั๊กเธอไว้ทำไมตลอดระยะเวลาทั้งหมดที่ผมได้ติดตามเรื่องราวของตัวเองในอดีตมีบางอย่างที่ผมสงสัยนั่นก็คือเหตุการณ์วันที่ผมเกิดอุบัติเหตุนั่นเป็นวันเดียวกับที่เธอนั้นเสียชีวิต ผมสงสัยว่าในเมื่อตัวเองไม่ได้คิดที่จะให้สถานะแก่เธอตั้งแต่แรกทำไมวันนั้นผมถึงเสียใจจนสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวล่ะ มันต้องอะไรก่อนหน้านั้นสิหลังจากที่ผมไล่เหตุการณ์ทั้งหมดตั้งแต่วันแรกที่เจอกัน วันที่เริ่มมีความรู้สึกดี ๆ กับเธอ รวมไปถึงความรู้สึกของเธอที่ผมแอบไปอ่านในไดอารี่ของเธอมันก็เพียงพอที่จะสรุปทุกอย่างแล้วไม่ใช่เหรอ แต่ทำไม...เหมือนพลาดอะไรบางอย่างไปวันนี้ผมได้ติดตามทั้งคู่ไปข้างนอก ตอนนี้เราอยู่กันที่ห้างสรรพสินค้าแห่งที่ไม่ไกลจากบ้านเรานัก ตอนนี้ทั้งคู่ในนั่งอยู่ในร้านขนมหวาน เมื่ออาหารมาเสิร์ฟแล้วมีแต่เธอที่ตักมันเข้าปากส่วนตัวผมนั้นทำเพียงแค่นั่งดูเธอกินหลังจากนั้นเราก็ไ

  • ดั่งปรารถนา    ตอนที่ 14 แรกพบ

    เหตุการณ์ที่ชวนน่าอึดอัดนั้นได้ผ่านไปแล้ว หลังจากที่ผมได้คิดทบทวนกับตัวเองว่าจะเอาอย่างไรต่อดีกับเรื่องนี้ เมื่อย้อนสังเกตเหตุการณ์ ต่าง ๆ แล้วก็ได้คำตอบว่าเพียงแค่ผมนึกคิดหรือว่าอยากรู้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับเรื่องของผมและเธอในตอนนั้นมันก็นำพาผมไปยังเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ตัวผมได้ทำร่วมกับเธออย่างตอนนี้ที่ผมอยู่ก็น่าจะเป็นเหตุการณ์ก่อนหน้นี้ที่เหตุการณ์ชวนน่าอึดอัดนั้นเกิดขึ้นล่ะมั้ง อันนี้ผมคาดเดาเอานะ จากเหตุการณ์ที่เจออยู่ตอนนี้ผมคิดว่ามันน่าจะเป็นอย่างนั้นตัวผมทำอะไรได้ไม่มากหรอกนอกจากยืนดูอย่างไร้ตัวตน พูดอีกที่ครั้งก็รู้สึกตลกทำไมผมต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วยจากที่สังเกตุบรรยากาศรอบ ๆ ตอนนี้ก็เหมือนมีมวลอะไรบางอย่างล้อมตัวทั้งคู่ไว้ หญิงสาวที่นั่งข้างผมตอนนี้ที่กำลังนั่งโดยเอามือท้าวคางตัวเองไว้และมองผมที่กำลังตั้งใจวาดรูปสลับกับรูปที่ผมกำลังวาด เธอมองผมอยู่อย่างนั้นอย่างไม่มีเบื่อเลยสักนิดส่วนตัวผมก็วาดรูปอย่างตั้งใจโดยไม่สนใจอะไรคนที่นั่งอยู่ข้างกายเลยหลังจากที่เงียบมาสักพักเธอก็พูดขึ้น “พี่ไม่ลองวาดรูปคนบ้างเหรอคะ”“ไม่ค่อยถนัดครับ แต่กำลังฝึกอยู่” ตัวผมที่นั่งตั้งใจวาดรูปอยู่ตอบกลั

  • ดั่งปรารถนา    ตอนที่ 13 เรื่องราว

    หลังจากที่ชายหนุ่มเห็นว่าเข็มนาฬิกาได้หายไป เขาเบิกตาโตอย่างตกใจ ชายหนุ่มเขย่านาฬิกาที่อยู่ในมือ พยายามขยี้ตาเผื่อว่ามันเป็นเพียงภาพลวงตาแต่ไม่ว่าจะขยี้เท่าไหร่มันก็เหมือนเดิม‘ทำไงดีเนี่ย!’ ชายหนุ่มพูดเสียงดังในหัวของเขาก็พยายามหาทางออกแต่ในตอนนี้มันดันมืดแปดด้านจนไม่สามารถหาทางออกได้หวืด!อยู่ ๆ ก็รู้สึกตัวหวิว ๆ รอบตัวเปลี่ยนผ่านไปอย่างรวดเร็วชายหนุ่มพยายามกดเม็ดมะยมเพราะคิดเพียงว่ามันคงจะหยุดเวลาได้เหมือนในหนังที่เขาเคยดู แต่มันจะเป็นไปได้อย่างไรในเมื่อในนั้นไม่มีเข็มนาฬิกาแล้ว!ตอนนี้ผมได้อยู่ในบ้านของตัวเองที่มีคุณแม่ คุณพ่อ และตัวผม‘แม่ครับ พ่อครับ!’ ผมพยายามเรียกทุกคนแต่เหมือนว่าจะไม่มีใครได้ยินเสียงผมเลย ทุกคนต่างก็ทำในสิ่งที่ตัวเองกำลังทำอยู่มีเพียงแค่ผมที่ยืนมองทุกคนอยู่ผมเก็บนาฬิกาเรือนนั้นไว้ในกระเป๋ากางเกง ก่อนจะเดินออกจากบ้านตัวเองเพื่อเดินไปยังบ้านข้าง ๆ แต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครอยู่บ้านดูจากประตูที่ล็อคอยู่จากข้างนอกผมเดินกลับเข้าไปยังบ้านของตัวเอง ผมไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรกับเหตุการณ์นี้ ผมไม่รู้ว่าทำไมผมถึงได้ย้อนเวลามาอยู่ในช่วงนี้ผมนั่งมองตัวเองนั่งอยู่ที่โซฟาแล

  • ดั่งปรารถนา    ตอนที่ 12 นาฬิกา

    หลังจากที่ชายหนุ่มนั้นเดินออกจากร้านเขาก็รีบขับรถตรงกลับบ้านทันที“มาแล้วเหรอลูก เป็นไงบ้าง?” คุณแม่ของเขาถามขึ้นทันทีที่เห็นลูกชายเข้าบ้าน“…” ชายหนุ่มมองหน้าของแม่ตัวเองโดยที่ไม่ตอบคำถามนั้น ก่อนจะเดินขึ้นห้องของตัวเอง“อะไรกันลูกคนนี้”อากาศยืนอยู่หน้าห้องของตัวเองโดยที่ยังไม่ได้เปิดประตูห้องเขาล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงที่มีนาฬิกาที่ได้มาจากร้านขายของเก่านั้น อากาศหยิบมันขึ้นมาพร้อมมืออีกข้างที่ยื่นไปบิดลูกปิดประตูห้องตัวเองฟึ่บ!ทันทีที่เปิดประตูห้องนอนก็มีลมกระทบกับหน้าของเขาอย่างจัง อากาศมองหาทิศทางของลมก่อนจะเห็นว่าหน้าต่างในห้องเปิดอยู่ อากาศเดินไปปิดมันและนั่งลงบนเก้าอี้ตอนนี้ในมือของอากาศมีนาฬิกาเรือนนั้น เขามองมันอยู่สักพักก่อนจะวางมันไว้บนโต๊ะระหว่างที่อากาศมองหาไอแพดอยู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงหนึ่งดังออกมา‘อยากรู้อะไรก็ลองหมุนมันดู’อากาศชะงักและหาต้นตอของเสียงแต่ก็ไม่พบกับอะไร ชายหนุ่มเลิกสนใจเสียงนั้น แต่หางตาของเขาดันไปเห็นแสงที่เล็ดลอดออกมาจากนาฬิกาเรือนนั้น อากาศรีบคว้ามันขึ้นมาดูในทันทีลักษณะของมันเป็นนาฬิกาตลับโบราณสีทอง ตัวเรือนยังดูดีไม่เหมือนของเก่าเลยสักนิด ถ้าเอา

  • ดั่งปรารถนา    ตอนที่ 11 ปัจจุบัน

    ปัจจุบันหลังจากที่เกิดเรื่องเหล่านั้นขึ้นในชั้นเรียน คุณครูจิรายุก็ได้ทราบเรื่องและเรียกอากาศไปคุยที่ห้องพักครู“มาแล้วเหรอ?” เป็นเสียงของคุณครูจิรายุ“ครับ”“รู้หรือเปล่าว่าที่ครูเรียกเธอมาเพราะเรื่องอะไร”“ทราบครับ” ชายหนุ่มตอบกลับไป“ครูจะยังไม่ถือโทษกับเธอแล้วกัน แต่ครูไม่อยากให้เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นอีก”“ครับ ขอโทษด้วยนะครับ”“ไม่ใช่ครูที่เธอควรขอโทษแต่มันเป็นนักเรียนคนนั้น”“ครับ”“ไปเถอะ คาบที่เหลือเดี๋ยวครูเข้าสอนเอง ส่วนเธอก็เคลียร์งานในห้องนี้ละกัน”“ครับ”ชายหนุ่มตั้งใจจะขอโทษนักเรียนคนนั้นพรุ่งนี้ในช่วงเช้า ชายหนุ่มกลับบ้านเขาก็คิดไม่ตกกับเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวเองในครั้งนี้เรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนี้เขาไม่ได้เล่าให้ใครฟัง แต่ด้วยท่าทางและสีหน้าของเขาที่ดูไม่มีจึงไม่พ้นสายตาของคุณแม่ที่สังเกตมาตั้งแต่ที่ลูกชายตัวเองกลับบ้านก็ไม่พูดไม่จา ตอนนี้ก็นั่งเขี่ยข้าวในจาน“อากาศลูกที่โรงเรียนมีอะไรหรือเปล่า ทำไมนั่งเหม่ออย่างนั้นล่ะ?”ชายหนุ่มเงยหน้าจากจานข้าวก่อนจะตอบแม่ของเขาไป “ไม่มีอะไรครับ”“แต่แม่เห็นว่าลูกเขี่ยข้าวในจานมาตั้งนานแล้วนะหรือกับข้าวไม่ถูกปาก”“เปล่าครับ ผมอ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status