ログインเวลาผ่านไปเป็นเดือน เป็นปีจนตอนนี้เราทั้งคู่ก็ใช้ชีวิตเป็นักศึกษาแล้ว โดยที่ผมนั้นเข้ามาก่อนและเธอตามหลังเข้ามา เราทั้งคู่เรียนอยู่ในมหาลัยเดียวกัน ตั้งแต่เรื่องครั้งนั้นผมก็ปล่อยทุกอย่างและอยู่กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ผมไม่รู้ว่าตัวเองที่ใช้ชีวิตไปก่อนหน้านี้จะเป็นอย่างไรยังรอให้ผมกลับไปหรือไม่ แต่สิ่งที่ผมสนใจในตอนที่ตัดสินใจในครั้งนั้นคือการที่ผมจะไม่ทำให้ครอบครัวของผมนั้นมีน้ำตากับอุบัติเหตุนั่น และอีกอย่างคือผมจะได้อยู่กับเธอคนนี้คนที่ผมรู้สึกดีด้วย “ฟองฝน” ชื่อนี้ที่ทำให้ความรู้สึกของผมนั้นเปลี่ยนไปเราทั้งคู่ได้เช่าห้องอาศัยอยู่ด้วยกัน ตอนนี้เป็นช่วงที่น้องอยู่ในช่วงฝึกงานส่วนผมก็มีสังเกตการสอนทุกปีอยู่แล้วจึงไม่ได้รู้สึกหนักเท่าไหร่จะห่วงก็แต่น้องนั่นแหละที่ไม่เคยลองใช้ชีวิตในช่วงฝึกทดลองงาน แต่เธอก็ยังยืนยันว่าตัวเองทำได้ไม่ต้องเป็นห่วง“เราจะเหนื่อยเกินไปไหมครับ” ผมถามเธอ“ไม่หรอกค่ะพี่อากาศ มันเป็นสิ่งที่หนูเรียนมา หนูว่าหนูรับมือกับมันได้ถ้าเกิดว่ามีปัญหาขึ้นมา จริง ๆ อีกอย่างหนูยังมีพี่ ๆ ที่ทำงานคอยช่วยดูอีกทีพี่ไม่ต้องห่วงหนูนะคะ”“โอเคค่ะ พี่เชื่อใจเราถ้าไม่ไหวให้รีบบอกพี
ทุก ๆ เริ่มกระจ่างชัดในความคิดของผมเมื่อได้เห็นถึงกิจวัตรประจำวันของตัวเองและเธอคนนั้น ผมเริ่มเข้าใจความรู้สึกของตัวเองในอดีตที่มีต่อเธอคนนั้น แต่มีบางอย่างที่ผมยังไม่ค่อยเข้าใจในตัวเองนั่นก็คือทำไมตัวผมในอดีตถึงไม่ทำอะไรให้มันชัดเจน จะมากั๊กเธอไว้ทำไมตลอดระยะเวลาทั้งหมดที่ผมได้ติดตามเรื่องราวของตัวเองในอดีตมีบางอย่างที่ผมสงสัยนั่นก็คือเหตุการณ์วันที่ผมเกิดอุบัติเหตุนั่นเป็นวันเดียวกับที่เธอนั้นเสียชีวิต ผมสงสัยว่าในเมื่อตัวเองไม่ได้คิดที่จะให้สถานะแก่เธอตั้งแต่แรกทำไมวันนั้นผมถึงเสียใจจนสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวล่ะ มันต้องอะไรก่อนหน้านั้นสิหลังจากที่ผมไล่เหตุการณ์ทั้งหมดตั้งแต่วันแรกที่เจอกัน วันที่เริ่มมีความรู้สึกดี ๆ กับเธอ รวมไปถึงความรู้สึกของเธอที่ผมแอบไปอ่านในไดอารี่ของเธอมันก็เพียงพอที่จะสรุปทุกอย่างแล้วไม่ใช่เหรอ แต่ทำไม...เหมือนพลาดอะไรบางอย่างไปวันนี้ผมได้ติดตามทั้งคู่ไปข้างนอก ตอนนี้เราอยู่กันที่ห้างสรรพสินค้าแห่งที่ไม่ไกลจากบ้านเรานัก ตอนนี้ทั้งคู่ในนั่งอยู่ในร้านขนมหวาน เมื่ออาหารมาเสิร์ฟแล้วมีแต่เธอที่ตักมันเข้าปากส่วนตัวผมนั้นทำเพียงแค่นั่งดูเธอกินหลังจากนั้นเราก็ไ
เหตุการณ์ที่ชวนน่าอึดอัดนั้นได้ผ่านไปแล้ว หลังจากที่ผมได้คิดทบทวนกับตัวเองว่าจะเอาอย่างไรต่อดีกับเรื่องนี้ เมื่อย้อนสังเกตเหตุการณ์ ต่าง ๆ แล้วก็ได้คำตอบว่าเพียงแค่ผมนึกคิดหรือว่าอยากรู้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับเรื่องของผมและเธอในตอนนั้นมันก็นำพาผมไปยังเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ตัวผมได้ทำร่วมกับเธออย่างตอนนี้ที่ผมอยู่ก็น่าจะเป็นเหตุการณ์ก่อนหน้นี้ที่เหตุการณ์ชวนน่าอึดอัดนั้นเกิดขึ้นล่ะมั้ง อันนี้ผมคาดเดาเอานะ จากเหตุการณ์ที่เจออยู่ตอนนี้ผมคิดว่ามันน่าจะเป็นอย่างนั้นตัวผมทำอะไรได้ไม่มากหรอกนอกจากยืนดูอย่างไร้ตัวตน พูดอีกที่ครั้งก็รู้สึกตลกทำไมผมต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วยจากที่สังเกตุบรรยากาศรอบ ๆ ตอนนี้ก็เหมือนมีมวลอะไรบางอย่างล้อมตัวทั้งคู่ไว้ หญิงสาวที่นั่งข้างผมตอนนี้ที่กำลังนั่งโดยเอามือท้าวคางตัวเองไว้และมองผมที่กำลังตั้งใจวาดรูปสลับกับรูปที่ผมกำลังวาด เธอมองผมอยู่อย่างนั้นอย่างไม่มีเบื่อเลยสักนิดส่วนตัวผมก็วาดรูปอย่างตั้งใจโดยไม่สนใจอะไรคนที่นั่งอยู่ข้างกายเลยหลังจากที่เงียบมาสักพักเธอก็พูดขึ้น “พี่ไม่ลองวาดรูปคนบ้างเหรอคะ”“ไม่ค่อยถนัดครับ แต่กำลังฝึกอยู่” ตัวผมที่นั่งตั้งใจวาดรูปอยู่ตอบกลั
หลังจากที่ชายหนุ่มเห็นว่าเข็มนาฬิกาได้หายไป เขาเบิกตาโตอย่างตกใจ ชายหนุ่มเขย่านาฬิกาที่อยู่ในมือ พยายามขยี้ตาเผื่อว่ามันเป็นเพียงภาพลวงตาแต่ไม่ว่าจะขยี้เท่าไหร่มันก็เหมือนเดิม‘ทำไงดีเนี่ย!’ ชายหนุ่มพูดเสียงดังในหัวของเขาก็พยายามหาทางออกแต่ในตอนนี้มันดันมืดแปดด้านจนไม่สามารถหาทางออกได้หวืด!อยู่ ๆ ก็รู้สึกตัวหวิว ๆ รอบตัวเปลี่ยนผ่านไปอย่างรวดเร็วชายหนุ่มพยายามกดเม็ดมะยมเพราะคิดเพียงว่ามันคงจะหยุดเวลาได้เหมือนในหนังที่เขาเคยดู แต่มันจะเป็นไปได้อย่างไรในเมื่อในนั้นไม่มีเข็มนาฬิกาแล้ว!ตอนนี้ผมได้อยู่ในบ้านของตัวเองที่มีคุณแม่ คุณพ่อ และตัวผม‘แม่ครับ พ่อครับ!’ ผมพยายามเรียกทุกคนแต่เหมือนว่าจะไม่มีใครได้ยินเสียงผมเลย ทุกคนต่างก็ทำในสิ่งที่ตัวเองกำลังทำอยู่มีเพียงแค่ผมที่ยืนมองทุกคนอยู่ผมเก็บนาฬิกาเรือนนั้นไว้ในกระเป๋ากางเกง ก่อนจะเดินออกจากบ้านตัวเองเพื่อเดินไปยังบ้านข้าง ๆ แต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครอยู่บ้านดูจากประตูที่ล็อคอยู่จากข้างนอกผมเดินกลับเข้าไปยังบ้านของตัวเอง ผมไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรกับเหตุการณ์นี้ ผมไม่รู้ว่าทำไมผมถึงได้ย้อนเวลามาอยู่ในช่วงนี้ผมนั่งมองตัวเองนั่งอยู่ที่โซฟาแล
หลังจากที่ชายหนุ่มนั้นเดินออกจากร้านเขาก็รีบขับรถตรงกลับบ้านทันที“มาแล้วเหรอลูก เป็นไงบ้าง?” คุณแม่ของเขาถามขึ้นทันทีที่เห็นลูกชายเข้าบ้าน“…” ชายหนุ่มมองหน้าของแม่ตัวเองโดยที่ไม่ตอบคำถามนั้น ก่อนจะเดินขึ้นห้องของตัวเอง“อะไรกันลูกคนนี้”อากาศยืนอยู่หน้าห้องของตัวเองโดยที่ยังไม่ได้เปิดประตูห้องเขาล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงที่มีนาฬิกาที่ได้มาจากร้านขายของเก่านั้น อากาศหยิบมันขึ้นมาพร้อมมืออีกข้างที่ยื่นไปบิดลูกปิดประตูห้องตัวเองฟึ่บ!ทันทีที่เปิดประตูห้องนอนก็มีลมกระทบกับหน้าของเขาอย่างจัง อากาศมองหาทิศทางของลมก่อนจะเห็นว่าหน้าต่างในห้องเปิดอยู่ อากาศเดินไปปิดมันและนั่งลงบนเก้าอี้ตอนนี้ในมือของอากาศมีนาฬิกาเรือนนั้น เขามองมันอยู่สักพักก่อนจะวางมันไว้บนโต๊ะระหว่างที่อากาศมองหาไอแพดอยู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงหนึ่งดังออกมา‘อยากรู้อะไรก็ลองหมุนมันดู’อากาศชะงักและหาต้นตอของเสียงแต่ก็ไม่พบกับอะไร ชายหนุ่มเลิกสนใจเสียงนั้น แต่หางตาของเขาดันไปเห็นแสงที่เล็ดลอดออกมาจากนาฬิกาเรือนนั้น อากาศรีบคว้ามันขึ้นมาดูในทันทีลักษณะของมันเป็นนาฬิกาตลับโบราณสีทอง ตัวเรือนยังดูดีไม่เหมือนของเก่าเลยสักนิด ถ้าเอา
ปัจจุบันหลังจากที่เกิดเรื่องเหล่านั้นขึ้นในชั้นเรียน คุณครูจิรายุก็ได้ทราบเรื่องและเรียกอากาศไปคุยที่ห้องพักครู“มาแล้วเหรอ?” เป็นเสียงของคุณครูจิรายุ“ครับ”“รู้หรือเปล่าว่าที่ครูเรียกเธอมาเพราะเรื่องอะไร”“ทราบครับ” ชายหนุ่มตอบกลับไป“ครูจะยังไม่ถือโทษกับเธอแล้วกัน แต่ครูไม่อยากให้เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นอีก”“ครับ ขอโทษด้วยนะครับ”“ไม่ใช่ครูที่เธอควรขอโทษแต่มันเป็นนักเรียนคนนั้น”“ครับ”“ไปเถอะ คาบที่เหลือเดี๋ยวครูเข้าสอนเอง ส่วนเธอก็เคลียร์งานในห้องนี้ละกัน”“ครับ”ชายหนุ่มตั้งใจจะขอโทษนักเรียนคนนั้นพรุ่งนี้ในช่วงเช้า ชายหนุ่มกลับบ้านเขาก็คิดไม่ตกกับเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวเองในครั้งนี้เรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนี้เขาไม่ได้เล่าให้ใครฟัง แต่ด้วยท่าทางและสีหน้าของเขาที่ดูไม่มีจึงไม่พ้นสายตาของคุณแม่ที่สังเกตมาตั้งแต่ที่ลูกชายตัวเองกลับบ้านก็ไม่พูดไม่จา ตอนนี้ก็นั่งเขี่ยข้าวในจาน“อากาศลูกที่โรงเรียนมีอะไรหรือเปล่า ทำไมนั่งเหม่ออย่างนั้นล่ะ?”ชายหนุ่มเงยหน้าจากจานข้าวก่อนจะตอบแม่ของเขาไป “ไม่มีอะไรครับ”“แต่แม่เห็นว่าลูกเขี่ยข้าวในจานมาตั้งนานแล้วนะหรือกับข้าวไม่ถูกปาก”“เปล่าครับ ผมอ







