Accueil / วัยรุ่น / ดั่งปรารถนา / ตอนที่ 3 วันแรก

Partager

ตอนที่ 3 วันแรก

Auteur: สีชา
last update Date de publication: 2025-03-29 03:15:59

ช่วงสุดสัปดาห์ผ่านไป

เช้าวันจันทร์ที่ทุกช่วงอายุต่างก็โอดโอยเมื่อวันนี้มาถึงเพราะรู้สึกเหมือนว่าเมื่อวานเพิ่งจะวันศุกร์สุขสันต์แต่เพียงพริบตาเดียวก็พบกับวันจันทร์อันโหดร้ายอีกแล้ว

อากาศตื่นนอนตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อเตรียมตัวไปฝึกสอนวันแรกถึงแม้ว่าเขาเตรียมพร้อมทุกอย่างแล้วแต่มันก็อดที่จะตื่นเต้นไม่ได้

โรงเรียนที่อากาศกำลังจะไปฝึกสอนเป็นโรงเรียนมัธยมขนาดกลางใกล้บ้านของเขานั่งรถประมาณ 20 นาทีก็ถึงโรงเรียน

บรรยากาศตอนเช้า ผู้คนต่างดูรีบร้อนมีทั้งคุณพ่อ คุณแม่ที่ต้องรีบไปทำงานเพราะวันนี้เปิดเทอมวันแรกเกรงว่ารถจะติด เด็กหนุ่ม สาวที่ต่างพากันรีบร้อนเพราะปิดเทอมไปนานมีบ้างที่ยังปรับตัวไม่ได้ บางครอบครัวก็กอดกันกลมเพราะเป็นวันแรกที่ลูกต้องห่างจากอกครั้งแรกเพราะถึงช่วงเข้าโรงเรียนแล้ว เช้านี้เป็นเช้าอีกวันที่วุ่นวายมากจริง ๆ

กริ๊ง กริ๊ง!

เสียงระฆังของโรงเรียนดังขึ้นเป็นสัญญาณว่าถึงเวลาเข้าแถวเคารพธงชาติ

เมื่อได้ยินเสียงนั่นเด็กนักเรียนทั้งหลายต่างก็พากันวิ่งหน้าตั้งมาเข้าแถวหน้าเสาธงเพื่อเคารพธงชาติ อากาศที่ยืนดูเด็ก ๆ ก็เวียนกลับให้คิดถึงสมัยที่ตัวเองยังเรียนมัธยม ว่ากันว่าช่วงมัธยมนี่แหละที่สนุกที่สุดในช่วงชีวิตของวัยเรียน

กิจกรรมหน้าเสาธงผ่านไปอย่างราบรื่น เนื่องจากวันนี้เป็นการเปิดภาคเรียนวันแรกของภาคการศึกษาผู้อำนวยการโรงเรียนจึงมาให้โอวาทในการเปิดภาคเรียน บุคลากรโรงเรียนที่ยืนประจำที่ของตัวเองจะมีเพียงคุณครูที่ปรึกษาประจำห้องและนักศึกษาฝึกสอนที่จะยืนอยู่ในแถวกับเด็กนักเรียน

‘ร้อน’ เสียงเจื้อยแจ้วของเด็กโตพูดขึ้น ลำพังเพียงหนึ่งคนมันอาจจะไม่ดังแต่ถ้าหลายคนพูดพร้อมกันก็ไม่แน่

ชายหนุ่มได้ยินเสียงเหล่านั้นก็อดยกยิ้มไม่ได้ เขานึกถึงตัวเองตอนที่ต้องตากแดดยืนเคารพธงชาติตอนสมัยเรียน โชคดีที่สมัยนี้เขาอนุญาตให้นั่งรอระหว่างที่ผู้ใหญ่ให้โอวาทถ้าเป็นสมัยเขาคงได้ยืนจนน่องปูด

‘เมื่อไหร่จะปล่อยครับอาจารย์’ เสียงเด็กนักเรียนผู้ชายที่นำกระเป๋านักเรียนมาบังแดด

‘เดี๋ยวก็จบแล้ว ทนหน่อย’ อาจารย์ที่ยืนกางร่มแถวนั้นตอบกลับไป

‘อาจารย์ก็พูดได้สิครับ อาจารย์มีร่ม’ เด็กผู้ชายอีกคนพูดเสริม

‘เอาน่า ทนหน่อยสมัยครูหนักกว่านี้อีก’ พูดจบก็เดินไป

‘ฮึ่ย’

อากาศยืนฟังบทสนทนาเหล่านั้นอยู่ห่าง ๆ ในที่สุดผู้อำนวยการโรงเรียนก็ให้โอวาทเสร็จเรียบร้อยเด็กนักเรียนทุกคนก็ต่างเดินเข้าที่ร่มและเดินขึ้นอาคารตามห้องของตัวเอง อากาศเดินตรงไปที่ห้องสาขาวิชาตัวเอง

“สวัสดีครับ” ชายหนุ่มเอ่ย

“อ้าวมาแล้วเหรอ? มา ๆ เดี๋ยวมาแนะนำตัวกับอาจารย์ในหมวดสาขาวิชา” อาจารย์คนหนึ่งที่อยู่ในห้องพูดขึ้น

“สวัสดีครับ ผม นายเมฆินทร์ ภักดีดำรงค์ นักศึกษาชั้นปีที่ 5 ชื่ออากาศครับ” ชายหนุ่มแนะนำตัวเอง

“นั่นครูวรพงศ์ สอนดนตรี ครูศิริพร สอนคหกรรม” คุณครูคนเดิมแนะนำคุณครูในหมวดสาขาให้ชายหนุ่ม “และครูจิรายุ สอนศิลปะ คือครูเองเป็นหัวหน้าหมวด”

“สวัสดีครับ ผมขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ” ชายหนุ่มพูดอย่างนอบน้อม

“เอาล่ะ เรานั่งพักก่อนตรงนี้จะเป็นโต๊ะของเรานะ และนี่เป็นตารางสอนของนักเรียนชั้นมอห้าที่ครูต้องรับผิดชอบปีนี้เอาเป็นว่าเดี๋ยวครูเป็นครูพี่เลี้ยงเธอ ทำตัวให้สบายไม่ต้องเกร็งติดขัดตรงไหนถามได้ตลอดนะ” คุณครูจิรายุหรือครูจิพูด

“ขอบคุณครับ”

ชายหนุ่มนั่งรอเวลาเข้าสอนจากตารางเรียนที่คุณครูให้มานั้นวันนี้มีสอนนักเรียนชั้นมอห้าในคาบที่สี่ของวันก็คือคาบหลังพักเที่ยง

ช่วงเที่ยงผ่านไป

อากาศรอนักเรียนอยู่ในห้องศิลปะเนื่องจากเป็นวิชาที่ต้องมีการปฏิบัติจึงต้องมีห้องเป็นของตัวเองและไม่ต้องคอยเดินไปตามห้องต่าง ๆ เหมือนวิชาอื่น ๆ อย่างเช่น ภาษาไทย คณิตศาสตร์เป็นต้น เวลาผ่านไป 5 นาทีนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ก็ทยอยเดินมาที่ห้องศิลปะอาจจะใช้เวลานานแต่ไม่เกิน 15 นาทีเพราะเป็นช่วงคาบเกี่ยวกับช่วงพักเที่ยงไม่แปลกที่เด็กนักเรียนบางกลุ่มยังคงเดินเอ้อระเหยอยู่ข้างนอกนั่น

เมื่อนักเรียนทุกคนเข้าห้องเรียบร้อยแล้ว หัวหน้าห้องพูดทำความเคารพ

“สวัสดีค่ะ / สวัสดีครับ” นักเรียนยกมือไหว้

“สวัสดีครับนักเรียน” คุณครูจิพูดขึ้น

“เป็นยังไงบ้างเปิดเทอมวันแรก”

“ไม่อยากให้เปิดเลยครับ” เด็กนักเรียนหลังห้องพูดขึ้น

เสียงขำดังลั่นห้องเมื่อจบประโยคนั้น “เอาล่ะ ๆ ไม่อยากให้เปิดก็ทำอะไรไม่ได้ในเมื่อมันเปิดแล้ว” คุณครูจิพูดขึ้น เสียงหัวเราะเริ่มเบาลง

“เดี๋ยวครูจะแนะนำคุณครูฝึกสอนที่จะมาสอนพวกเธอ จะสลับ ๆ กันสอนกับครู นี่ครูอากาศ” คุณครูจิพูดแนะนำให้นักเรียน

“สวัสดีครับนักเรียน ครูชื่ออากาศมาสอนวิชาศิลปะครับ” อากาศแนะนำตัวกับนักเรียน

“หล่อจังเลยค่ะ” เด็กนักเรียนแถวหน้าพูดขึ้น

อากาศมองตามเสียงนั่นพร้อมอมยิ้มให้ นักเรียนหญิงตรงนั้นพากันหันไปยิ้มเขินกับเพื่อน ๆ “แหม พวกเธอเบา ๆ หน่อย” คุณครูจิปราม

“เดี๋ยวครูมา ระหว่างนี้เดี๋ยวให้ครูอากาศเช็กชื่อพวกเธอพร้อมบอกเรื่องการเก็บคะแนนกับเรื่องที่ต้องเรียนในเทอมนี้” คุณครูจิพูดจบก็เดินไปเอาใบรายชื่อให้ชายหนุ่ม “ครูฝากด้วยนะ” และเดินออกจากห้องไป

“เอาล่ะ นักเรียนตั้งใจฟังชื่อตัวเองและเอ่ยขานดัง ๆ นะครับ” ชายหนุ่มพูดจบก็เริ่มเรียกชื่อนักเรียนและคนตามใบรายชื่อ รายชื่อแล้วรายชื่อเล่าผ่านไป เมื่อผ่านไปสักพักชายหนุ่มเรียกชื่อเด็กนักเรียนคนหนึ่งแต่ไม่มีเสียงตอบรับ

“อัสสนีรัตน์…” ไม่มีเสียงขานรับ

“อัสสนีรัตน์…” ชายหนุ่มเรียกอีกครั้ง

“เพื่อนไปไหนครับ” ชายหนุ่มถามเด็กนักเรียนในห้อง

“เอ่อ...เพื่อนไม่มาค่ะ” นักเรียนแถวหน้าหันมองเพื่อนคนนั้นและหันมาตอบชายหนุ่ม

เมื่อเช็กชื่อนักเรียนเรียบร้อยแล้วอากาศจึงปิดสมุดรายชื่อและนำไปวางที่โต๊ะก่อนจะหยิบคู่มือการสอน

“เอาล่ะหยิบสมุดขึ้นมาครับ เดี๋ยวครูจะบอกการเก็บคะแนนกับเรื่องที่เราจะเรียนในเทอมนี้” ชายหนุ่มสั่ง

อากาศเดินไปเดินมาบริเวณหน้าชั้นเรียนพร้อมพูดเกี่ยวกับเรื่องที่ต้องเรียนในเทอมนี้และบอกเกี่ยวกับเก็บคะแนนให้นักเรียนทราบ ชายหนุ่มยืนอยู่ข้างหน้าเขาเห็นทั้งหมดว่านักเรียนทำอะไรบ้าง มีทั้งเด็กนักเรียนที่ตั้งใจเขียนในสิ่งที่เขาพูดและมีทั้งเด็กนักเรียนที่หันไปพูดจ้อกับเพื่อนข้าง ๆ บางคนก็ฟุบหลับอยู่บนโต๊ะ วันนี้เป็นวันแรกของภาคเรียนยังไม่มีอะไรมากหลังจากที่ชายหนุ่มพูดจบเขาก็ปล่อยให้นักเรียนอัธยาศัยอยู่ภายในห้องรอเวลาหมดคาบเรียน เมื่อหมดเวลานักเรียนห้องนี้ออกไปก็มีนักเรียนอื่นเข้ามาเรียนวันนี้มีสองคาบด้วยกันและแล้ววันนี้ก็ผ่านไปด้วยดีสำหรับการฝึกสอนวันแรกของชายหนุ่ม

กริ๊ง กริ๊ง!

เสียงระฆังดังขึ้นบ่งบอกว่าชีวิตในรั้วโรงเรียนวันนี้จบลงแล้ว

เด็กนักเรียนวิ่งกรูลงมาจากอาคารเรียน ต่างคนต่างดูรีบร้อนมีทั้งเด็กที่ต้องรีบไปเรียนพิเศษหรือซ้อมกีฬาในช่วงเย็นส่วนชายหนุ่มที่เก็บของเรียบร้อยแล้วก็หันไปสวัสดีลากับคุณครูพี่เลี้ยงของตัวเองเนื่องจากคุณครูพี่เลี้ยงของชายหนุ่มอยู่เวรวันพุธเขาจึงต้องอยู่เวรวันนั้นด้วยแต่วันนี้วันจันทร์เขาก็สามารถกลับบ้านได้ถ้าสะสางทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว

บ้าน

17.30 น.

ชายหนุ่มเข้าบ้านพร้อมสวัสดีคุณแม่ที่อยู่ในครัวเตรียมอาหารเย็น

“สวัสดีครับคุณแม่”

“อ้าว กลับมาแล้วเหรอลูก วันแรกเป็นอย่างไรบ้าง?” คุณแม่ที่กำลังคนซุปในหม้อชะงักเมื่อได้ยินเสียงลูกชายตัวเอง เธอวางกระบวยในถ้วยเล็ก ๆ ข้าง ๆ เตาหรี่เตาแก๊สและเปิดก๊อกน้ำเพื่อล้างมือก่อนจะเดินมาหาลูกชาย

“ก็ดีครับ วันนี้ยังไม่มีอะไรมาก”

“ดีแล้วล่ะ งั้นเราขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าและลงมาทานข้าวนะใกล้เสร็จแล้วล่ะ” คุณแม่พูดขึ้น

ชายหนุ่มเดินขึ้นไปชั้นบนของบ้านและมุ่งหน้าไปที่ห้องของตัวเองเขาเปิดประตูห้องนอนและวางสัมภาระไว้บนเตียงหลังจากนั้นเขาก็เดินไปที่ตู้เสื้อผ้าชายหนุ่มเปิดมันและหยิบเสื้อยืดที่ถูกพับไว้ออกมาพร้อมกับกางเกงสามส่วนสบายตัวหลังจากนั้นเขาก็เดินเข้าห้องน้ำเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า หลังจากที่เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จชายหนุ่มเดินลงไปชั้นล่างเพื่อรับประทานอาหารเย็น

“คุณพ่อสวัสดีครับ” ชายหนุ่มพูดขึ้นเมื่อเห็นพ่อของตัวเองนั่งอยู่ที่โต๊ะทานข้าว

คุณพ่อพยักหน้าให้ พร้อมดูงานที่อยู่ในมือถือต่อไป

หลังจากที่ทานอาหารเย็นเรียบร้อยแล้วชายหนุ่มแยกตัวขึ้นไปบนห้องของตัวเอง เขาลากเก้าอี้ออกเพื่อนั่งและหยิบกระเป๋าก่อนที่จะเปิดขึ้นและนำแฟ้มรายชื่อออกมาจากกระเป๋า ชายหนุ่มนั่งไล่รายชื่อเด็กนักเรียนทั้งสองห้องที่ได้สอนในวันนี้ แต่เมื่อถึงรายชื่อของเด็กนักเรียนคนหนึ่งเขากลับชะงักและรู้สึกตงิดใจกับชื่อนั้นก่อนจะปิดแฟ้มไป

ชายหนุ่มหยิบอุปกรณ์วาดรูปอย่างไอแพดขึ้นมา ทุกคืนเขามักจะหาอะไรทำก่อนนอนและกิจกรรมที่เขาชอบนั่นก็คือการวาดรูปเวลาผ่านไปสักพักเขาก็เริ่มรู้สึกง่วง ชายหนุ่มหยุดทำสิ่งตรงหน้าพร้อมบิดไล่ความเมื่อยล้าที่อยู่ในท่าเดิมนาน ๆ 

เขาลุกขึ้นยืนและเอื้อมมือไปจับหน้าต่างเพื่อปิดมันแต่ยังไม่ทันจะได้ปิดเขาก็รู้สึกถึงลมเย็นที่กระทบหน้าสายตาของเขาเหลือบไปมองห้องของบ้านตรงข้ามที่อยู่ตรงกับห้องของเขา ความรู้สึกนั้นมันมาอีกแล้ว ความรู้สึกคุ้นเคย คิดถึงและรู้สึกผิดที่ถาโถมเข้ามาในใจ ชายหนุ่มเองก็ไม่สามารถอธิบายได้ว่าทำไมเขาถึงรู้สึกเช่นนั้น

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ดั่งปรารถนา    ตอนพิเศษ

    เวลาผ่านไปเป็นเดือน เป็นปีจนตอนนี้เราทั้งคู่ก็ใช้ชีวิตเป็นักศึกษาแล้ว โดยที่ผมนั้นเข้ามาก่อนและเธอตามหลังเข้ามา เราทั้งคู่เรียนอยู่ในมหาลัยเดียวกัน ตั้งแต่เรื่องครั้งนั้นผมก็ปล่อยทุกอย่างและอยู่กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ผมไม่รู้ว่าตัวเองที่ใช้ชีวิตไปก่อนหน้านี้จะเป็นอย่างไรยังรอให้ผมกลับไปหรือไม่ แต่สิ่งที่ผมสนใจในตอนที่ตัดสินใจในครั้งนั้นคือการที่ผมจะไม่ทำให้ครอบครัวของผมนั้นมีน้ำตากับอุบัติเหตุนั่น และอีกอย่างคือผมจะได้อยู่กับเธอคนนี้คนที่ผมรู้สึกดีด้วย “ฟองฝน” ชื่อนี้ที่ทำให้ความรู้สึกของผมนั้นเปลี่ยนไปเราทั้งคู่ได้เช่าห้องอาศัยอยู่ด้วยกัน ตอนนี้เป็นช่วงที่น้องอยู่ในช่วงฝึกงานส่วนผมก็มีสังเกตการสอนทุกปีอยู่แล้วจึงไม่ได้รู้สึกหนักเท่าไหร่จะห่วงก็แต่น้องนั่นแหละที่ไม่เคยลองใช้ชีวิตในช่วงฝึกทดลองงาน แต่เธอก็ยังยืนยันว่าตัวเองทำได้ไม่ต้องเป็นห่วง“เราจะเหนื่อยเกินไปไหมครับ” ผมถามเธอ“ไม่หรอกค่ะพี่อากาศ มันเป็นสิ่งที่หนูเรียนมา หนูว่าหนูรับมือกับมันได้ถ้าเกิดว่ามีปัญหาขึ้นมา จริง ๆ อีกอย่างหนูยังมีพี่ ๆ ที่ทำงานคอยช่วยดูอีกทีพี่ไม่ต้องห่วงหนูนะคะ”“โอเคค่ะ พี่เชื่อใจเราถ้าไม่ไหวให้รีบบอกพี

  • ดั่งปรารถนา    ตอนที่ 15 กระจ่างชัด

    ทุก ๆ เริ่มกระจ่างชัดในความคิดของผมเมื่อได้เห็นถึงกิจวัตรประจำวันของตัวเองและเธอคนนั้น ผมเริ่มเข้าใจความรู้สึกของตัวเองในอดีตที่มีต่อเธอคนนั้น แต่มีบางอย่างที่ผมยังไม่ค่อยเข้าใจในตัวเองนั่นก็คือทำไมตัวผมในอดีตถึงไม่ทำอะไรให้มันชัดเจน จะมากั๊กเธอไว้ทำไมตลอดระยะเวลาทั้งหมดที่ผมได้ติดตามเรื่องราวของตัวเองในอดีตมีบางอย่างที่ผมสงสัยนั่นก็คือเหตุการณ์วันที่ผมเกิดอุบัติเหตุนั่นเป็นวันเดียวกับที่เธอนั้นเสียชีวิต ผมสงสัยว่าในเมื่อตัวเองไม่ได้คิดที่จะให้สถานะแก่เธอตั้งแต่แรกทำไมวันนั้นผมถึงเสียใจจนสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวล่ะ มันต้องอะไรก่อนหน้านั้นสิหลังจากที่ผมไล่เหตุการณ์ทั้งหมดตั้งแต่วันแรกที่เจอกัน วันที่เริ่มมีความรู้สึกดี ๆ กับเธอ รวมไปถึงความรู้สึกของเธอที่ผมแอบไปอ่านในไดอารี่ของเธอมันก็เพียงพอที่จะสรุปทุกอย่างแล้วไม่ใช่เหรอ แต่ทำไม...เหมือนพลาดอะไรบางอย่างไปวันนี้ผมได้ติดตามทั้งคู่ไปข้างนอก ตอนนี้เราอยู่กันที่ห้างสรรพสินค้าแห่งที่ไม่ไกลจากบ้านเรานัก ตอนนี้ทั้งคู่ในนั่งอยู่ในร้านขนมหวาน เมื่ออาหารมาเสิร์ฟแล้วมีแต่เธอที่ตักมันเข้าปากส่วนตัวผมนั้นทำเพียงแค่นั่งดูเธอกินหลังจากนั้นเราก็ไ

  • ดั่งปรารถนา    ตอนที่ 14 แรกพบ

    เหตุการณ์ที่ชวนน่าอึดอัดนั้นได้ผ่านไปแล้ว หลังจากที่ผมได้คิดทบทวนกับตัวเองว่าจะเอาอย่างไรต่อดีกับเรื่องนี้ เมื่อย้อนสังเกตเหตุการณ์ ต่าง ๆ แล้วก็ได้คำตอบว่าเพียงแค่ผมนึกคิดหรือว่าอยากรู้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับเรื่องของผมและเธอในตอนนั้นมันก็นำพาผมไปยังเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ตัวผมได้ทำร่วมกับเธออย่างตอนนี้ที่ผมอยู่ก็น่าจะเป็นเหตุการณ์ก่อนหน้นี้ที่เหตุการณ์ชวนน่าอึดอัดนั้นเกิดขึ้นล่ะมั้ง อันนี้ผมคาดเดาเอานะ จากเหตุการณ์ที่เจออยู่ตอนนี้ผมคิดว่ามันน่าจะเป็นอย่างนั้นตัวผมทำอะไรได้ไม่มากหรอกนอกจากยืนดูอย่างไร้ตัวตน พูดอีกที่ครั้งก็รู้สึกตลกทำไมผมต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วยจากที่สังเกตุบรรยากาศรอบ ๆ ตอนนี้ก็เหมือนมีมวลอะไรบางอย่างล้อมตัวทั้งคู่ไว้ หญิงสาวที่นั่งข้างผมตอนนี้ที่กำลังนั่งโดยเอามือท้าวคางตัวเองไว้และมองผมที่กำลังตั้งใจวาดรูปสลับกับรูปที่ผมกำลังวาด เธอมองผมอยู่อย่างนั้นอย่างไม่มีเบื่อเลยสักนิดส่วนตัวผมก็วาดรูปอย่างตั้งใจโดยไม่สนใจอะไรคนที่นั่งอยู่ข้างกายเลยหลังจากที่เงียบมาสักพักเธอก็พูดขึ้น “พี่ไม่ลองวาดรูปคนบ้างเหรอคะ”“ไม่ค่อยถนัดครับ แต่กำลังฝึกอยู่” ตัวผมที่นั่งตั้งใจวาดรูปอยู่ตอบกลั

  • ดั่งปรารถนา    ตอนที่ 13 เรื่องราว

    หลังจากที่ชายหนุ่มเห็นว่าเข็มนาฬิกาได้หายไป เขาเบิกตาโตอย่างตกใจ ชายหนุ่มเขย่านาฬิกาที่อยู่ในมือ พยายามขยี้ตาเผื่อว่ามันเป็นเพียงภาพลวงตาแต่ไม่ว่าจะขยี้เท่าไหร่มันก็เหมือนเดิม‘ทำไงดีเนี่ย!’ ชายหนุ่มพูดเสียงดังในหัวของเขาก็พยายามหาทางออกแต่ในตอนนี้มันดันมืดแปดด้านจนไม่สามารถหาทางออกได้หวืด!อยู่ ๆ ก็รู้สึกตัวหวิว ๆ รอบตัวเปลี่ยนผ่านไปอย่างรวดเร็วชายหนุ่มพยายามกดเม็ดมะยมเพราะคิดเพียงว่ามันคงจะหยุดเวลาได้เหมือนในหนังที่เขาเคยดู แต่มันจะเป็นไปได้อย่างไรในเมื่อในนั้นไม่มีเข็มนาฬิกาแล้ว!ตอนนี้ผมได้อยู่ในบ้านของตัวเองที่มีคุณแม่ คุณพ่อ และตัวผม‘แม่ครับ พ่อครับ!’ ผมพยายามเรียกทุกคนแต่เหมือนว่าจะไม่มีใครได้ยินเสียงผมเลย ทุกคนต่างก็ทำในสิ่งที่ตัวเองกำลังทำอยู่มีเพียงแค่ผมที่ยืนมองทุกคนอยู่ผมเก็บนาฬิกาเรือนนั้นไว้ในกระเป๋ากางเกง ก่อนจะเดินออกจากบ้านตัวเองเพื่อเดินไปยังบ้านข้าง ๆ แต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครอยู่บ้านดูจากประตูที่ล็อคอยู่จากข้างนอกผมเดินกลับเข้าไปยังบ้านของตัวเอง ผมไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรกับเหตุการณ์นี้ ผมไม่รู้ว่าทำไมผมถึงได้ย้อนเวลามาอยู่ในช่วงนี้ผมนั่งมองตัวเองนั่งอยู่ที่โซฟาแล

  • ดั่งปรารถนา    ตอนที่ 12 นาฬิกา

    หลังจากที่ชายหนุ่มนั้นเดินออกจากร้านเขาก็รีบขับรถตรงกลับบ้านทันที“มาแล้วเหรอลูก เป็นไงบ้าง?” คุณแม่ของเขาถามขึ้นทันทีที่เห็นลูกชายเข้าบ้าน“…” ชายหนุ่มมองหน้าของแม่ตัวเองโดยที่ไม่ตอบคำถามนั้น ก่อนจะเดินขึ้นห้องของตัวเอง“อะไรกันลูกคนนี้”อากาศยืนอยู่หน้าห้องของตัวเองโดยที่ยังไม่ได้เปิดประตูห้องเขาล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงที่มีนาฬิกาที่ได้มาจากร้านขายของเก่านั้น อากาศหยิบมันขึ้นมาพร้อมมืออีกข้างที่ยื่นไปบิดลูกปิดประตูห้องตัวเองฟึ่บ!ทันทีที่เปิดประตูห้องนอนก็มีลมกระทบกับหน้าของเขาอย่างจัง อากาศมองหาทิศทางของลมก่อนจะเห็นว่าหน้าต่างในห้องเปิดอยู่ อากาศเดินไปปิดมันและนั่งลงบนเก้าอี้ตอนนี้ในมือของอากาศมีนาฬิกาเรือนนั้น เขามองมันอยู่สักพักก่อนจะวางมันไว้บนโต๊ะระหว่างที่อากาศมองหาไอแพดอยู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงหนึ่งดังออกมา‘อยากรู้อะไรก็ลองหมุนมันดู’อากาศชะงักและหาต้นตอของเสียงแต่ก็ไม่พบกับอะไร ชายหนุ่มเลิกสนใจเสียงนั้น แต่หางตาของเขาดันไปเห็นแสงที่เล็ดลอดออกมาจากนาฬิกาเรือนนั้น อากาศรีบคว้ามันขึ้นมาดูในทันทีลักษณะของมันเป็นนาฬิกาตลับโบราณสีทอง ตัวเรือนยังดูดีไม่เหมือนของเก่าเลยสักนิด ถ้าเอา

  • ดั่งปรารถนา    ตอนที่ 11 ปัจจุบัน

    ปัจจุบันหลังจากที่เกิดเรื่องเหล่านั้นขึ้นในชั้นเรียน คุณครูจิรายุก็ได้ทราบเรื่องและเรียกอากาศไปคุยที่ห้องพักครู“มาแล้วเหรอ?” เป็นเสียงของคุณครูจิรายุ“ครับ”“รู้หรือเปล่าว่าที่ครูเรียกเธอมาเพราะเรื่องอะไร”“ทราบครับ” ชายหนุ่มตอบกลับไป“ครูจะยังไม่ถือโทษกับเธอแล้วกัน แต่ครูไม่อยากให้เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นอีก”“ครับ ขอโทษด้วยนะครับ”“ไม่ใช่ครูที่เธอควรขอโทษแต่มันเป็นนักเรียนคนนั้น”“ครับ”“ไปเถอะ คาบที่เหลือเดี๋ยวครูเข้าสอนเอง ส่วนเธอก็เคลียร์งานในห้องนี้ละกัน”“ครับ”ชายหนุ่มตั้งใจจะขอโทษนักเรียนคนนั้นพรุ่งนี้ในช่วงเช้า ชายหนุ่มกลับบ้านเขาก็คิดไม่ตกกับเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวเองในครั้งนี้เรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนี้เขาไม่ได้เล่าให้ใครฟัง แต่ด้วยท่าทางและสีหน้าของเขาที่ดูไม่มีจึงไม่พ้นสายตาของคุณแม่ที่สังเกตมาตั้งแต่ที่ลูกชายตัวเองกลับบ้านก็ไม่พูดไม่จา ตอนนี้ก็นั่งเขี่ยข้าวในจาน“อากาศลูกที่โรงเรียนมีอะไรหรือเปล่า ทำไมนั่งเหม่ออย่างนั้นล่ะ?”ชายหนุ่มเงยหน้าจากจานข้าวก่อนจะตอบแม่ของเขาไป “ไม่มีอะไรครับ”“แต่แม่เห็นว่าลูกเขี่ยข้าวในจานมาตั้งนานแล้วนะหรือกับข้าวไม่ถูกปาก”“เปล่าครับ ผมอ

  • ดั่งปรารถนา    ตอนที่ 4 เรื่องเล่า

    ช่วงสายในช่วงสุดสัปดาห์เสียงเจื้อยแจ้วรอบบ้านเล็ดลอดเข้ามาภายในห้องของชายหนุ่ม อากาศที่กำลังนอนหลับอย่างสบายใจเริ่มแสดงสีหน้าและขมวดคิ้วเมื่อเสียงนั่นรบกวนการนอนของเขา จนท้ายที่สุดชายหนุ่มก็ไม่สามารถข่มตานอนภายใต้เสียงรบกวนได้เขาจึงลืมตาตื่นพร้อมบิดตัวและมือของเขาก็มาขยี้ตาเพื่อไล่อาการง่วงออกไปชา

  • ดั่งปรารถนา    ตอนที่ 9 สารภาพ

    หลังจากบทสนทนาคืนนั้นจบลงความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็เปลี่ยนไปจากปกติอากาศไม่ค่อยชอบที่คนตัวเล็กเข้าพูดคุยด้วย แต่วันนี้มันเปลี่ยนไปแล้วเป็นเขาเองที่เป็นฝ่ายทักหาเธอก่อน“มาแล้วค่ะ สวัสดีค่ะคุณน้า” ฟองฝนทักทายชายหนุ่มก่อนที่หันไปสวัสดีคุณแม่ของอากาศ“สวัสดีจ้ะ ทานอะไรม

  • ดั่งปรารถนา    ตอนที่ 6 เพื่อนบ้าน

    4 ปีที่แล้วช่วงบ่ายแก่ ๆ ชายหนุ่มในวัย 18 ย่าง 19 ปี ที่นั่งวาดรูปเล่นอยู่ที่โต๊ะหินอ่อนบริเวณในรั้วบ้านของเขา รูปวาดที่ชายหนุ่มวาดส่วนใหญ่จะเป็นรูปทิวทัศน์มากกว่าการวาดรูปบุคคล เขาเป็นคนที่มีโลกส่วนตัวค่อนข้างสูงไม่ค่อยสุงสิงกับใครกับเพื่อนสนิทอย่างภูมิเองก็นาน ๆ ครั้งที่จะออกไป

  • ดั่งปรารถนา    ตอนที่ 5 ขอโทษ

    ชีวิตอันแสนสงบสุขของชายหนุ่มได้ผ่านไป วันนี้ก็เป็นอีกวันที่ดูเหมือนกับว่าจะยุ่งนิดหน่อยเพราะวันนี้เป็นวันแรกของสัปดาห์ ช่วงวันหยุดได้ผ่านพ้นไปวันจันทร์กลับมาอีกแล้วสัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์ที่สองของการฝึกสอนของชายหนุ่ม อากาศเดินลงไปชั้นล่างของบ้านหลังจากที่เขาจัดการตัวเองเรียบร้อย&ldq

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status