Mag-log in“หลินหลิน” เสียงทุ้มที่แฝงไปด้วยความเย็นชา ค่อยๆ เอ่ยเรียกชื่อของคนที่กำลังหลับพริ้มอยู่บนเตียง “ถ้าไม่ตื่นฉันไม่รอ” คนงัวเงียรีบลืมตาขึ้นเธอได้ยินตั้งแต่เขาเรียกรอบแรกแล้ว ทว่าเปลือกตาดันหนักอึ้ง ส่วนหัวที่ปวดก็ไม่มีท่าทีว่าดีขึ้นกลับทวีความรุนแรงมากขึ้นไปอีก
“เฮียมานานหรือยังคะ” กระพริบตาเพื่อปรับรับแสง
“นาน ไปเรียนเหนื่อยขนาดนั้นเลยหรือไง” ไปเรียนน่ะไม่ได้เหนื่อยหรอกแต่ใครกันที่ทำให้เธออยู่ในสภาพแบบนี้ เมื่อคืนเขาทำเรื่องแบบนั้นจนแทบไม่ได้นอน แล้วยังมีหน้ามาทำเสียงแข็งใส่เธออีก
“เรียนไม่ได้เหนื่อยเลยค่ะ แต่เป็นเพราะเฮียนั่นแหละ”
“เพราะฉัน” เขาใช้นิ้วชี้ ไปที่ตัวของตัวเอง ย่นคิ้วเล็กน้อยคล้ายเป็นคำถาม
“ก็เมื่อคืนเฮียไม่ปล่อยให้หลินนอนเลย” บอกพร้อมกับจ้องเขา หวังจะได้ยินคำขอโทษแต่ก็ลืมไปว่า เฮียลี่ไม่เหมือนคนอื่น
“เธอเองไม่ใช่หรือไง บอกฉันว่าอย่าหยุด บอกฉันว่าเอาอีก บอกฉันว่าให้ทำแรงๆ” เขาว่าหน้านิ่ง เธอไปพูดแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน
“เฮียอย่ามาปรักปรำกันนะ หลินไม่ได้พูด” คนตัวเล็กตั้งหน้าตั้งตาเถียงคอเป็นเอ็น แม้ว่าแทบจะไม่มีแรงแต่เรื่องนี้ใครจะยอมกัน
“ตอนนั้นเธออาจจะมีอารมณ์จนจำสิ่งที่ตัวเองพูดไม่ได้” เขาทรุดลงที่เตียงยื่นหน้าเข้ามาใกล้ จากนั้นก็หยิบโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงด้านซ้ายขึ้นมาโชว์ให้ดู “อยากทบทวนหน่อยไหม แล้วฉันจะอัดเสียงไว้ให้ฟัง”
“ถ…ถอยออกไปเลยค่ะเฮีย” มือเล็กดันหน้าอกเขาเอาไว้เพราะกลัวว่าเขาจะให้ทำอย่างที่ว่า สำหรับคนตรงหน้าเดาทางไม่ถูกหรอกว่าพูดเล่นหรือจะทำจริง
“ทำไม ก่อนแต่งงานก็อยากได้ฉันจนตัวสั่น พอแต่งแล้วไม่อยากได้แล้วหรือไง” มือหนาเชยคางเธอขึ้นให้จ้องตากัน หลินหลินรู้ดีว่าเขาไม่ได้รู้สึกอะไรหรอก แต่คนที่หัวใจเต้นแรงไม่รู้ครั้งที่เท่าไหร่กลับเป็นเธอเสียมากกว่า
“เราต้องรีบไปบ้านใหญ่ค่ะ” หาข้ออ้างมาบอกเขา หากเขาทำเรื่องอย่างนั้นอีกเธอคงไม่ไหว ในตอนนี้แม้แรงจะทัดทานเขาก็แทบจะไม่มีเลยด้วยซ้ำ
“ฮึ” เขาหัวเราะในลำคอจากนั้นก็ผละตัวออก “ฉันให้เวลาเธอจัดการตัวเองห้านาที แล้วรีบตามฉันลงมา” เขาลงจากเตียง จากนั้นก็ตรงไปที่ประตู ปล่อยให้หลินหลินได้จัดการตัวเองอย่างที่บอก
หญิงสาวใช้มือทาบที่หน้าอก พร้อมกับถอนหายใจออกมายาวๆ นี่ก็อยู่กับเขา ทำเรื่องอย่างว่าเกือบทุกคืน ก็ไม่เคยจะชินเรื่องอย่างนี้สักที ผู้ชายคนนี้มีอิทธิพลต่อหัวใจของเธอมาก มากจนไม่รู้ว่าถ้าหากไม่มีเขา เธอจะเป็นยังไง แม้ว่าตอนนี้เฮียลี่ไม่เคยทำดีด้วย แต่หลินหลินก็หวังว่าสักวันฉัตรเดชาจะหันมารักกันแบบที่เธอรัก
หลินหลินรีบจัดการตัวเอง ล้างหน้าล้างตา จากนั้นก็ลงไปหาเขายังชั้นล่าง เมื่อเดินมาถึงยังไม่ทันที่จะได้พูดอะไรกัน เฮียลี่ก็ลุกขึ้นจากโซฟาห้องรับแขกเดินนำเธอออกจากบ้านตรงไปยังรถหรู
“รีบสิ จะยืนนิ่งให้มันได้อะไรขึ้นมา เสียเวลา” เวลาสำหรับเขาน่ะมันสำคัญ สักนิดเขาก็ไม่เคยหยวนให้กันหรอก ถ้าทำให้เฮียรักได้เธอสัญญาเลยว่าจะขโมยเวลาว่างของเขามาทั้งหมด ชดใช้กับสิ่งที่เขาไม่เคยให้เลย
หลินหลินพยักหน้า เดินตรงไปเปิดประตูพร้อมกับดันตัวเองเข้าไปนั่ง ระยะทางจากบ้านของทั้งคู่ไปบ้านใหญ่ ใช้เวลาค่อนข้างนานทำให้คนเหนื่อยอ่อนนั่งสัปผงก
“ง่วงเหรอ”
“เปล่าค่ะ”
“เห็นนั่งหัวโยก เดี๋ยวหัวกระแทกนั่นนี่โน ม้าก็ว่าฉันแกล้งเธออีก”
“หลินจะดูแลตัวเองค่ะ เฮียไม่ต้องกังวลหรอก” จากที่จะงีบเสียหน่อยกลับไม่ทำแล้ว จากนั้นก็ไม่มีการสนทนาอะไรอีกส่งผลให้ภายในรถค่อนข้างจะมีมวลความอึมครึมบางอย่างก็ครอบคลุม
ฉัตรเดชาเลื่อนมือไปเปิดเพลงที่มักจะฟังเป็นประจำ เพลงคลาสสิคสมอายุสามสิบกว่าๆ ของเขาที่หลินหลินได้ยินทีไรหลินหลินก็เข้าไม่ถึงสักครั้ง ไม่มีหรอกคำถามที่คู่รักมักจะถามกันว่าอยากฟังเพลงแบบไหน เพลงอะไร
เฮียมักทำตามใจตัวเองเสมอ
เมื่อรถหรูเคลื่อนตัวมาถึงบ้านใหญ่ ฉัตรเดชาก็ขับตรงไปยังโรงจอดรถของบ้าน เมื่อรถนิ่งสนิทแล้วหลินหลินจึงเลื่อนมือปลดเข็มขัดนิรภัยออกช้าๆ ตั้งท่าจะลงจากรถ
“ถึงเวลาแสดงเป็นสะใภ้แสนดีแล้วสินะ” หลินหลินไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาพูดนักหรอก สะใภ้ที่ดีเธอไม่จำเป็นต้องแสดง เพราะเธอตั้งใจที่จะเป็นอยู่แล้ว
“หลินแสดงเป็นสะใภ้แสนดี ส่วนเฮียก็ช่วยแสดงเป็นสามีที่ดีด้วยนะคะ” ฉีกยิ้มยียวนส่งให้เขา นั่นทำให้ฉัตรเดชาย่นคิ้วนิดๆ ติดขุ่นเคืองหน่อยๆ
“ฮึ” เอาอีกแล้ว เสียงหัวเราะให้ลำคอแบบนั้นเธอไม่ชอบเลย “ได้” เขาว่าพร้อมกับเปิดประตูลงจากรถ จากนั้นก็เดินอ้อมมาเปิดประตูรถให้หญิงสาว
“ค่อยๆ ลงนะคะ” น้ำเสียงอบอุ่นที่หลินหลินคิดถึงทำเอาหัวใจชาวาบ ไม่ได้ยินเขาคะขามานานแค่ไหนแล้วนะ เมื่อเขายื่นมือมาให้จับดวงตากลมก็ช้อนมองเขาอย่างวูบไหว แม้รู้ว่านี่คือการแสดงเป็นสามีที่ดีของเขา แต่เธอก็อดที่จะใจเหลวเป็นน้ำไม่ได้
“เป็นอะไร แค่นี้ก็หลงฉันแล้วหรือไง”
“แค่ขนลุกค่ะ ไม่ชิน” บอกเขาในขณะที่ก้าวลงมาจากรถได้แล้ว
“ปากแข็งแบบนี้น่าเอาอะไรที่แข็งปากกว่ายัดเข้าไปนะ” กระซิบข้างหูทำเอาหลินหลินตีไปที่หน้าอกเขาแรงๆ
“เฮีย”
“ฮึ คืนนี้เธอโดนแน่หลินหลิน” น้ำเสียงของเขาที่เอ่ยบอกทำเอาขนลุกขึ้นมา รู้ดีว่าเขาพูดจริงทำจริง “โทษฐานที่ปากดี”
หลินหลินตั้งท่าจะต่อปากต่อคำทว่าต้องรีบเก็บคลังคำกลืนลงกลับไปที่เดิม เมื่อเห็นว่าป้าบัวแม่บ้านคนเก่าแก่ กำลังเดินตรงมาหาด้วยท่าทางยินดีที่ทั้งคู่มาถึง
“คุณลี่ คุณหลินเป็นยังไงกันบ้างคะ ป้าคิดถึงจะแย่” ถามพร้อมกับคว้าแขนของหลินหลินมากุมเอาไว้ด้วยความรักและคิดถึง ตั้งแต่เด็กหลินหลินไม่ชอบเลยที่ท่านนำหน้าชื่อด้วยคำว่าคุณ แต่ก็ไม่เคยเปลี่ยนใจป้าบัวได้เลยสักครั้ง
“ก็ปกติครับ” ส่งยิ้ม พูดน้อยตามสไตล์ของเขา และนั่นทำให้หลินหลินนึกหมั่นไส้
“หลินสบายดีค่ะป้า คิดถึงมากๆ เลย วันนี้หลินมีของฝากมาให้ด้วยนะคะ” ว่าจบก็เดินกลับไปที่รถคว้าเอาถุงเสื้อผ้าเดินมาส่งให้ป้าบัว เสื้อผ้านี้เธอเห็นว่ามันสวยและเข้ากับท่านมากก็เลยตั้งใจซื้อมาให้
“อุ๊ยคุณหลิน เปลืองเงินเปล่าๆ ค่ะ” ป้าบัวบอกอย่างเกรงใจ
“ไม่เลยค่ะ อันนี้หลินตั้งใจซื้อมา ถ้าป้าไม่รับหลินเสียใจแย่เลยนะคะ”
“โถ่ คุณหลิน” สุดท้ายป้าบัวก็จำใจรับของที่ซื้อมาให้ แอบเห็นว่าแววตาของท่านฉายแวววูบไหวอยู่หน่อยๆ แต่ก็อย่างว่า คนแก่มักขี้เกรงใจ
“งั้นเดี๋ยวหลินขอเข้าบ้านก่อนนะคะ” ขอทางเข้าบ้านถ้าให้ยืนเม้าท์กันอยู่ตรงนี้บอกได้เลยว่ายันเช้าก็เล่าเรื่องไม่จบ ก็อย่างว่าเธอเองเป็นคนที่ค่อนข้างจะพูดมากนิดหน่อย อยู่กับฉัตรเดชาทุกวันแทบจะไม่มีคนคุยด้วย ถ้าไม่รวมการไปมหาลัยแล้วเจอเฟย์นิสเธอคงต้องอกแตกตาย เพราะอัดอั้นแน่ๆ
“ใจใหญ่แบบนี้ทำไมไม่ซื้อให้ครบทุกคน”
“ปากว่างเหรอคะ ไปคุยกับเสาไฟฟ้าหน้าบ้านนู้น” คิดจะแซะกันหาเรื่องแซะให้ถูกเวลาหน่อย รักก็ใช่ว่าจะยอมทุกเรื่อง
นาทีแรกที่เดินเข้ามาในบ้าน เธอเห็นว่าผู้เป็นแม่ของฉัตรเดชากำลังนั่งอยู่ที่โซฟากลางห้องรับแขก อาการของท่านกับป้าบัวเหมือนกันราวกับแกะ ส่วนผู้เป็นพ่อท่านนั่งยิ้มอย่างยินดีเช่นกัน
“หนูหลินไม่ได้เจอกันตั้งนาน ผอมลงหรือเปล่า” นวลจันทร์ยกมือขึ้นมาจับเนื้อตัวสะใภ้ยามที่หลินหลินเดินมาหยุดอยู่ที่ตรงหน้าท่าน แล้วหย่อนตัวนั่งลง
“ไม่เลยค่ะคุณป้า หลินน้ำหนักขึ้นด้วย”
“ป้าอะไรกันม้าสิ ยังไม่ชินอีกเหรอ” ท่านแกล้งทำเสียงดุเบาๆ ใส่ จนเธอยิ้มเจื่อนๆ
“แล้วนี่ ตาลี่ดูแลดีหรือเปล่าเนี่ย” ท่านส่งสายตาดุหาลูกชาย “แล้วดูซิทำไมหน้าซีดแบบนี้”
“หลินแค่ปวดหัวนิดหน่อยค่ะ” บอกออกไปอย่างนั้น ทั้งที่ความเป็นจริงในตอนนี้เธอปวดหัวแทบจะระเบิดออกมาอยู่แล้ว แต่ก็ทำได้เพียงฉีกยิ้มบางๆ
“งั้นไปพักก่อนไหมลูก ตาลี่นี่ก็ยังไงน้องไม่สบายยังจะให้น้องมาอีก”
“น้องไม่ได้บอกนี่ครับ” ตอบผู้เป็นแม่ แล้วหันมาหาคนตัวเล็ก “ไหวไหมคะ” น้ำเสียงและแววตาของเขาบ่งบอกว่ากำลังดูเป็นห่วงเป็นใย
“แต่งงานกันไปตาลี่ดูคลั่งรักเอาการเชียว หนูหลินนี่มัดใจสามีเก่งจริงๆ” เศรษฐีเล้งกล่าวผุดยิ้มยินดี ถ้าคนเป็นพ่อรู้ว่าความจริงลูกชายตัวดีเวลาอยู่กับเธอสองคนนั้นอย่างกับยักษ์จะมีสีหน้ายังไงกัน
“คลั่งรักแต่ไม่คอยสังเกตเมียว่าไม่สบาย ม้าว่ามันแปลกๆ”
“หลินไม่ได้บอกเฮียเองค่ะม้า ปวดหัวนิดหน่อยไม่ได้เป็นอะไรมากจริงๆ” ที่ช่วยเขาเพราะไม่อยากมีปัญหา อีกอย่างไม่อยากให้ฉัตรเดชามาทำหน้าตึงใส่
“แล้วนี่ทานอะไรมากันหรือยัง”
“ยังเลยค่ะ”
“งั้นรอก่อนนะลูก บัวกับหวานน่าจะกำลังเร่งมือทำอาหารอยู่”
“งั้นหลินไปช่วยนะคะ” ไม่อยากนั่งอยู่ตรงนี้นานๆ ไม่ชอบสายตาของฉัตรเดชาที่กำลังแสดงอยู่ มันละลาย มันใจเหลวไปหมด
“ไหวเหรอ”
“ไหวคะ” ฉีกยิ้มหวานส่งกลับไปให้เขาประหนึ่งคนรักกันหวานซึ้ง ทว่าตอนแรกที่คิดว่าจะหนีเขา ฉัตรเดชาดันหิ้วห้อยสอยตามเข้ามาในครัวด้วย
“เฮียจะตามมาทำไมเนี่ย” ส่งเสียงดุให้ อุตส่าห์หนีออกมาได้แท้ๆ
“ก็หลินไม่สบาย สามีที่ดีก็ต้องมาดูแลสิคะ” ว่าจบมือหนาก็คว้าที่เอวของเธอ
“เฮีย หลินอึดอัด” พยายามขยับหนีให้หลุดออกจากการเกาะกุม
“อึดอัดหรือหวั่นไหว ไม่สิ ยังไงเธอก็ต้องหวั่นไหวอยู่แล้วเพราะเธอรักฉัน” เขาว่าพร้อมขยับใบหน้ามาที่ข้างหู “แสดงเป็นคู่รักหวานชื่นแบบที่เธอบอกหน่อยสิ” ไม่ยอมทำตามอย่างที่เขาว่า สบัดตัวออกจากวงแขนแกร่งเดินเข้าไปในครัว
“เดี๋ยวหลินช่วยค่ะป้าบัว”
“ทำไมไม่นั่งรอเฉยๆ คุณหลิน”
“หลินอยากช่วยค่ะ นะคะ”
“ให้เขาทำเถอะครับป้า” ป้าบัวยินยอมแต่โดนดีเมื่อได้ยินเสียงของคุณผู้ชายอีกคนของบ้าน หลินหลินหยิบผักออกมาล้าง หมุนตัวจัดแจงนั่นนี่เพราะเย็นนี้จะทำแกงส้ม
ทว่าด้วยอาการของตัวเองนั้นไม่สู้ดีอยู่แล้ว เมื่อหมุนตัวบ่อยๆ ก็ทำให้รู้สึกเวียนหัวจะหน้มืลมลง ทว่าโชคช่วยเมื่อฉัตรเดชานั้นคว้าตัวเอาไว้ได้ทัน
“เป็นอะไร”
“…”
“อย่าแกล้งสำออย แค่นี้ม้าก็มองว่าฉันดูแลเธอไม่ดีแล้ว”
ตอนพิเศษ 4 ของขวัญวันเกิดค่ำคืนวันเกิดอายุครบสามสิบสามปีของรตา บรรยากาศภายในเพนต์เฮาส์หรูถูกเนรมิตให้กลายเป็นดินแดนแห่งความโรแมนติก แสงเทียนหอมอโรมาเรียงรายตลอดทางเดินตั้งแต่ประตูห้องไปจนถึงห้องนอนใหญ่ กลีบกุหลาบสีขาวและสีแดงโรยประดับบนพื้นพรมอย่างวิจิตรบรรจงรตาเพิ่งกลับมาจากการทานมื้อค่ำฉลองวันเกิดกับครอบครัว หญิงสาวอยู่ในชุดเดรสเข้ารูปสีดำเปิดไหล่ ทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามาในห้อง ภาพความสวยงามตรงหน้าทำเอาเธอเบิกตากว้างด้วยความตื่นเต้นนายแพทย์ปัณณ์ยืนรอเธออยู่ที่ปลายเตียง ชายหนุ่มอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวปลดกระดุมบน กางเกงสแลคสีเข้ม รอยยิ้มอบอุ่นประดับบนใบหน้าหล่อเหลา"สุขสันต์วันเกิดครับ รตา" ปัณณ์ก้าวเข้ามาหา สอดท่อนแขนโอบรัดเอวคอดของเธอเข้ามาแนบชิด ประทับจูบลงบนหน้าผากเนียนอย่างทะนุถนอม"ขอบคุณค่ะ ปัณณ์... คุณจัดเตรียมทั้งหมดนี่เองเลยเหรอคะ" รตากวาดสายตามองไปรอบห้องด้วยความซาบซึ้งใจ"ผมอยากให้วันเกิดปีนี้ของคุณพิเศษที่สุด" ปัณณ์กระซิบชิดใบหู "แล้ว... ของขวัญวันเกิดปีนี้ คุณอยากได้อะไรเป็นพิเศษไหมครับ"รตาสบตากับเขา นัยน์ตาคู่สวยพราวระยับไปด้วยความปรารถนาที่ซ่อนอยู่ลึกๆ หญิงสาวยกสองม
ตอนพิเศษ 3 บททดสอบความหวงบรรยากาศภายในสตูดิโอถ่ายภาพขนาดใหญ่เต็มไปด้วยความวุ่นวายของการทำงาน คลินิกสุขภาพและความงามของรตากำลังถ่ายทำแคมเปญโฆษณาตัวใหม่สำหรับไตรมาสสุดท้ายของปี เพื่อขยายฐานลูกค้ากลุ่มวัยรุ่นและคนเริ่มทำงาน ทางทีมการตลาดจึงเสนอให้ใช้พรีเซนเตอร์เป็นนายแบบหนุ่มดาวรุ่งที่กำลังเป็นกระแส'นที' คือนายแบบหนุ่มวัยยี่สิบสองปี รูปร่างสูงโปร่ง ผิวขาวจัด และมีรอยยิ้มขี้เล่นที่ละลายใจสาวๆ ได้อย่างง่ายดายรตาในฐานะผู้บริหารลงมาควบคุมการถ่ายทำด้วยตัวเอง หญิงสาวสวมชุดเดรสสูทสีขาวสะอาดตา นั่งไขว่ห้างอยู่หน้าจอมอนิเตอร์ คอยตรวจเช็กความเรียบร้อยของภาพและให้คำแนะนำทีมงานเป็นระยะ"ภาพเซตนี้แสงยังแข็งไปนิดนึงนะคะ ขอซอฟต์บ็อกซ์เพิ่มทางซ้ายอีกตัว" รตาเอ่ยสั่งงานตากล้อง"ได้ครับคุณรตา" ตากล้องรับคำ ก่อนจะหันไปสั่งผู้ช่วยการถ่ายทำดำเนินไปจนถึงช่วงพักเบรกครึ่งวัน นทีในชุดเสื้อเชิ้ตเปิดอกปลดกระดุมโชว์แผงอกขาวเนียนเดินตรงเข้ามาหารตาที่หน้าจอมอนิเตอร์ รอยยิ้มขี้เล่นถูกจุดขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา"รูปออกมาเป็นยังไงบ้างครับ พี่รตา" นทีเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงออดอ้อน จงใจใช้สรรพนามเรียกขานที่สนิทสนมเกินกว่าสถา
ตอนพิเศษ 2 ตรวจร่างกายวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผู้คนทั่วไปได้ใช้เวลาพักผ่อน ทว่าสำหรับบุคลากรทางการแพทย์แล้ว มันคือวันทำงานที่หลีกเลี่ยงไม่ได้นายแพทย์ปัณณ์มีตารางเข้าเวรตรวจที่แผนกศัลยกรรมผู้ป่วยนอกตั้งแต่ช่วงเช้า บรรยากาศภายในโรงพยาบาลเอกชนค่อนข้างเงียบเหงากว่าวันธรรมดา หลังจากตรวจคนไข้รายสุดท้ายเสร็จสิ้น ชายหนุ่มก็นั่งเคลียร์เอกสารประวัติการรักษาอยู่ภายในห้องตรวจส่วนตัวก๊อก ก๊อกเสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ ปัณณ์ละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ ขมวดคิ้วเล็กน้อยเพราะพยาบาลหน้าห้องเพิ่งแจ้งว่าคิวตรวจหมดแล้ว"เชิญครับ"บานประตูถูกผลักเปิดออก ร่างบางของรตาก้าวเข้ามาภายในห้องตรวจ หญิงสาวอยู่ในชุดเดรสเข้ารูปสีเบจความยาวกรอมเข่า สวมทับด้วยเสื้อคลุมเบลเซอร์สีขาวดูภูมิฐาน ในมือของเธอมีถุงกระดาษบรรจุกล่องอาหารกลางวันจากร้านโปรดของเขาติดมาด้วย"คนไข้หมดแล้วเหรอคะ คุณหมอ" รตาส่งยิ้มหวานให้ เดินนำอาหารไปวางไว้บนโต๊ะปัณณ์ระบายยิ้มกว้างทันทีที่เห็นหน้าคนรัก ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินตรงไปที่บานประตู จัดการกดล็อกกลอนอย่างแน่นหนา ก่อนจะเลื่อนปิดมู่ลี่หน้าต่างกระจกใสที่กั้นระหว่างห้องตรวจและโถงทางเดิน
ตอนพิเศษ 1 ปราบพยศคุณหมอเข็มนาฬิกาบนผนังห้องนั่งเล่นชี้บอกเวลาเกือบห้าทุ่ม บรรยากาศภายในเพนต์เฮาส์หรูเงียบสงบ มีเพียงแสงไฟสลัวจากโคมไฟมุมห้องที่เปิดทิ้งไว้ต้อนรับเจ้าของพื้นที่เสียงปลดล็อกประตูดิจิทัลดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่บานประตูไม้เนื้อหนาจะถูกผลักเปิดออก นายแพทย์ปัณณ์ก้าวเข้ามาด้านในด้วยความเหนื่อยล้า ชายหนุ่มเพิ่งลงจากการผ่าตัดเคสอุบัติเหตุฉุกเฉินที่ลากยาวมาตั้งแต่ช่วงบ่าย เสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินเข้มยับย่น เนคไทถูกปลดออกหลวมๆ พาดไว้บนบ่า รอยคล้ำใต้ดวงตาสีรัตติกาลบอกให้รู้ว่าเขาต้องการการพักผ่อนอย่างเร่งด่วนปัณณ์วางกระเป๋าเอกสารลงบนโต๊ะกระจกหน้าโซฟา ชายหนุ่มปลดกระดุมคอเสื้อออกสองเม็ดเพื่อคลายความอึดอัด ก้าวเดินตรงไปยังห้องนอนใหญ่ด้วยความเชื่องช้า หวังเพียงจะได้ทิ้งตัวลงบนเตียงหนานุ่มและกอดผู้หญิงของเขาให้ชื่นใจทว่าทันทีที่ผลักบานประตูห้องนอนเปิดออก ความเหนื่อยล้าทั้งหมดก็ปลิวหายไปในชั่วพริบตาแสงเทียนหอมอโรมากลิ่นวานิลลาสาดส่องกระทบร่างของคนที่กำลังนั่งรออยู่บนปลายเตียง รตาไม่ได้อยู่ในชุดนอนผ้าฝ้ายตัวเก่งเหมือนทุกคืน แต่วันนี้หญิงสาวสวมชุดนอนผ้าลูกไม้สีดำเนื้อบางเบา ความสั้นของชายกระโ
บทที่ 32 มากกว่าคำว่ารักสายลมยามเย็นพัดพากลิ่นอายความเค็มของน้ำทะเลเข้ามาปะทะใบหน้า เสียงคลื่นสาดซัดกระทบหาดทรายขาวละเอียดเป็นจังหวะสม่ำเสมอ บรรยากาศเงียบสงบของรีสอร์ตส่วนตัวระดับวีไอพีในแถบจังหวัดภูเก็ต ช่างแตกต่างจากความวุ่นวายของเมืองหลวงอย่างสิ้นเชิงปัณณ์จัดการจองวิลล่าหรูหลังใหญ่สุดที่ตั้งอยู่สุดปลายหาด เพื่อฉลองความสำเร็จและเป็นการให้รางวัลสำหรับการทำงานหนักของรตาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาแสงสุดท้ายของดวงอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า สาดสีส้มอมชมพูแต่งแต้มผืนน้ำทะเลให้ดูโรแมนติกจับตา รตากำลังเดินทอดน่องด้วยเท้าเปล่าเหยียบย่ำลงบนผืนทรายนุ่มละเอียด หญิงสาวอยู่ในชุดเดรสชีฟองสายเดี่ยวสีขาวพริ้วไหว ปล่อยเส้นผมสีดำขลับให้สยายไปตามสายลมอย่างเป็นธรรมชาติ ไร้ซึ่งเครื่องสำอางหนาเตอะหรือเกราะป้องกันความเข้มแข็งใดๆนายแพทย์ปัณณ์เดินเคียงข้างเธอมาติดๆ ชายหนุ่มสวมเพียงกางเกงผ้าลินินสีเข้มและเสื้อเชิ้ตสีขาวปลดกระดุมบนสามเม็ด มือหนาของเขาสอดประสานเข้ากับมือบางของรตาอย่างแนบแน่น ไม่ยอมปล่อยให้ห่างตัวแม้แต่วินาทีเดียว
บทที่ 31 ยารักษาอาการรักแสงแฟลชจากกล้องถ่ายภาพนับสิบตัวสว่างวาบขึ้นอย่างต่อเนื่องภายในห้องแกรนด์บอลรูมของโรงแรมหรูใจกลางเมือง งานแถลงข่าวความสำเร็จของโปรเจกต์ความร่วมมือระหว่างคลินิกสุขภาพและความงามระดับแนวหน้ากับโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่และได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนหลากหลายสำนักบนเวทีที่ตกแต่งอย่างเรียบหรู รตายืนเด่นสง่าอยู่ในชุดเดรสสูทสีขาวสะอาดตา ตัดเย็บเข้ารูปขับเน้นสัดส่วนโค้งเว้าอย่างพอดี เส้นผมสีดำขลับถูกรวบตึงเป็นหางม้าเรียบเนี้ยบ ใบหน้าสวยเฉี่ยวประดับด้วยรอยยิ้มเปี่ยมความมั่นใจ หญิงสาวจับไมโครโฟนตอบคำถามสื่อมวลชนด้วยน้ำเสียงฉะฉานและเป็นมืออาชีพ"ตัวเลขผลประกอบการและยอดผู้ใช้บริการในไตรมาสล่าสุดที่พุ่งสูงขึ้นกว่าสามสิบเปอร์เซ็นต์ เป็นเครื่องพิสูจน์แล้วค่ะว่ามาตรฐานการดูแลรักษาร่วมกันระหว่างบุคลากรทางการแพทย์และทีมผู้เชี่ยวชาญด้านความงามของเรา สามารถตอบโจทย์และสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับผู้รับบริการได้จริง" รตากล่าวสรุปพร้อมรอยยิ้มกว้างเสียงปรบมือดังเกรียวกราวไปทั่วทั้งห้องโถ







