LOGIN“อย่าแกล้งสำออย แค่นี้ม้าก็มองว่าฉันดูแลเธอไม่ดีแล้ว” เขากระซิบให้ได้ยินกันแค่สองคน ไม่รู้ว่าในสายตาของเขานั้นมองเธอเป็นคนยังไง ชายหนุ่มถึงคิดว่าเธอแกล้งป่วยได้
“งั้นปล่อยหลิน” แม้แต่แทบไม่มีสติ ทว่าเธอก็โกรธที่เขาคิดแบบนั้น พยายามพยุงตัวเองใช้มือเย็นเฉียบผลักเขา “เฮียปล่อย”
“อยู่นิ่งๆ” ชายหนุ่มพึ่งรับรู้ในตอนนี้นี่เองว่าอีกคนไม่ได้แกล้ง มือเย็นเฉียบและใบหน้าที่ซีดเผือดนั้นทำเอานึกสงสาร
“พาไปพักก่อนดีกว่าค่ะคุณลี่” บัวและหวานเป็นห่วงออกนอกหน้า นึกเคืองๆ ฉัตรเดชาที่มัวชักช้าลีลาไม่พาหลินหลินไปพักเสียที ขืนรีรอยู่คงไม่ดีแน่
“เฮีย…หลินมึนหัว” บอกเขาเสียงสั่น ในตอนนี้เธอรู้สึกแปลกๆ มือเย็นเท้าเย็นเยียบหัวใจเต้นเร็วมากกว่าตอนที่เขาแกล้งยื่นหน้ามาใกล้ เหงื่อผุดซึมตามกรอบหน้าแทบไม่มีแรงพยุงตัว ภาพใบหน้าของเขาที่เธอกำลังมองค่อยๆ รางเลือนจนในที่สุดสติก็วูบลง
“หลิน” เขาเรียกแค่นั้นก็ช้อนตัวหญิงสาวขึ้นมาอุ้มในท่าเจ้าสาว ฉัตรเดชาทำอะไรไม่ถูกในหัวมีแต่ต้องการให้อีกคนหายจากอาการนี้
“ตายจริงตาลี่ น้องเป็นอะไร”
“เป็นลมครับม้า” ผู้เป็นแม่รีบเดินตรงเข้ามาหา ทว่าเขากลับไม่รีรออุ้มเธอเดินขึ้นห้องเปิดประตูตรงไปที่เตียง แล้วจัดการวางคนตัวเล็กลงเบาๆ
“เธอนี่มัน” เขาสบถออกมาอย่างหัวเสีย ส่วนหนึ่งก็รู้สึกผิดที่ไม่ให้เธอพักผ่อนจนเธอเป็นแบบนี้ อีกส่วนหนึ่งก็นึกโมโหที่ทำไมไม่บอกตรงๆ ว่าเป็นอะไร ไม่สบายตรงไหน เขามันไม่น่าคุยด้วยขนาดนั้นเลยหรือไง
สองขายาวรีบลุกจากเตียงวิ่งลงไปชั้นล่างตรงเข้าครัวไปหาแม่บ้าน “ป้าบัวครับผมรบกวนนำผ้าไปเช็ดตัวให้หลินที แล้วก็ขอยาแก้ไข้ด้วยนะครับ”
“เอ่อ...คุณลี่เช็ดเองดีกว่าไหมคะ เป็นสามีภรรยากันน่าจะสะดวกกว่า”
“นั่นสิ เฮียนั่นแหละ เอาผ้าไปเช็ดให้ซ้อ” เลโอน้องชายสุดที่รักเดินตรงเข้ามาหา “ดูแลซ้อยังไงให้ซ้อป่วย ไม่ได้เรื่อง”
“เฮียก็ดูแลปกติ”
“ปกติแต่ซ้อป่วยแบบนี้ เฮียควรพิจารณาตัวเองนะ” เลโอบ่นพี่ชายชุดใหญ่ หลินหลินอายุห่างจากเขาแค่ปีเดียว แต่เขาก็เคารพดั่งพี่สาวคนหนึ่ง
“ตี๋นั่นแหละควรพิจารณาตัวเอง จีบสาวมาตั้งหลายปีก็ไม่เห็นจะติด” สวนกลับน้องชายไปบ้างรายนี้มีดีแค่บ่นเขา แต่ตัวเองนั้นก็แอบชอบสาวอยู่หนึ่งคน จีบมาหลายปีแล้วก็ไม่มีทีท่าว่าจะได้คบสักที
“เฮียไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่องเลย ถ้าซ้อหลินเป็นหนัก ผมนี่แหละจะเป็นเอาเรื่องเฮีย” น้องชายว่าเสียงดุ รายนี้นิดๆ หน่อยๆ ก็แตะต้องหลินหลินของเขาไม่ได้หรอก หลินหลินกับเลโอโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก ส่วนฉัตรเดชานั้นไปเรียนต่างประเทศตั้งแต่อายุสิบแปดจากนั้นก็ทำธุรกิจของตัวเองอยู่ที่นั่น พึ่งกลับมาได้ไม่กี่ปีเพราะผู้เป็นแม่ตัวให้มาสานต่องานที่บ้านพร้อมกับเตรียมแต่งงาน
“รีบไปดูแลซ้อสิเฮีย”
“ห่วงขนาดนี้ทำเองไหม”
“เมียใครก็ดูแลเอง ใช้งานซ้อคุ้มขนาดนั้นก็ดูแลซ้อหน่อยมันจะเป็นอะไรไป” เลโอรู้ดีว่าพี่ชายของตัวเองนั้นลึกๆ แล้วก็เป็นคนจิตใจดี แต่ติดตรงที่ไม่ยอมเปิดใจให้หลินหลินนี่แหละ
“บางทีสิ่งที่เฮียรู้มามันอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่เฮียคิดก็ได้”
“พูดอะไร”
“ซ้ออาจจะไม่ได้ทำให้เจ้แพรวาเลิกกับเฮียก็ได้”
“เข้าข้างกันดีเหลือเกินนะ ตี๋ไม่รู้ในสิ่งที่เฮียรู้หรอก”
“เฮียนั่นแหละที่ไม่รู้ เฮียเล่ามาสักทีว่าเรื่องของเฮียกับซ้อมันเป็นไง ทำไมเฮียถึงไม่เหมือนเดิม” เขาเคยได้ยินเฮียพูดว่าหลินหลินคือคนที่ทำให้เขาและแพรวาต้องเลิกกัน ทั้งๆ ที่จริงมันไม่ใช่ การที่เฮียกับคนรักเก่าจบกันมันควรจะเป็นเพราะผู้หญิงคนนั้น ไม่ใช่เพราะซ้อ
“เขานอกใจเฮียมาตลอดไม่รู้หรือไง”
“พูดอะไร”
“หลินบอกว่าเขานอกใจเฮีย และผมก็เห็นกับตา”
“เฮียก็เห็นกับตาได้ยินกับหูว่าซ้อของตี๋ไม่ได้ดีอย่างที่คิด”
“เฮียเล่ามาสิ”
“เล่าไปก็เข้าข้างหาว่าเฮียอคติ ตี๋ไม่รู้จักผู้หญิงคนนั้นเท่าเฮียหรอก” เขากับหลินหลินนั้นหมั้นกันตั้งแต่เด็กๆ เพราะทางบ้านของหลินหลินมีบุญคุณต่อครอบครัว
หลินหลินบอกเสมอว่าไม่ต้องคิดอะไรมาก เข้าใจว่าเขาและตัวเองต้องทำเพราะหน้าที่หากฉัตรเดชามีความรักเธอก็พร้อมถอย เพราะแบบนี้ทำให้เขาเปิดใจคบกับเพื่อนสมัยมัธยมอย่างแพรวา แต่ใครจะคิดว่าคนที่บอกแบบนั้นจะกลับลำเปลี่ยนใจ กลับมาไทยรอบนี้ชายหนุ่มเลยโดนบอกเลิกเพราะหลินหลินคือต้นเหตุ
“เลิกกับเฮียซะ หยุดหน้าด้านไร้ยางอายสักที ออกไปจากชีวิตเขา ไม่อย่างนั้นฉันทำให้เขาเกลียดเธอจนมองหน้าไม่ติดแล้วทิ้งเธอเหมือนหมาตัวหนึ่ง”
“เผลอๆ ผมรู้จักซ้อดีกว่าเฮียอีกมั้ง เฮ้อ ช่างเถอะ พูดไปคนที่ไม่มูฟออนแบบเฮียก็ไม่มีวันเปิดใจหรอก ไปดูแลเมียเถอะ เดี๋ยวตี๋จะเดินไปบอกป๊าม้าให้ว่าเฮียกำลังดูแลซ้อ…อย่างดี” สิ่งที่ฉัตรเดชาและหลินหลินกำลังทำให้ป๊าม้าเห็นว่าทั้งคู่รักกันน่ะ เลโอดูออกทั้งหมดนั่นแหละว่าเป็นการแสดง เพียงแต่ไม่ได้ฟ้องป๊าม้าเท่านั้นเอง
“ขอบคุณ” มีหวังถ้าเขาไปเอง โดนบ่นหูชาแน่โทษฐานที่เอาแต่ทำงานแล้วไม่ดูแลสะใภ้บ้านนี้ให้ดีที่สุด เขาเองก็ไม่ได้ใจร้ายถึงขั้นไม่ดูแลคนป่วยหรอก อย่างว่าหลินหลินขึ้นชื่อว่าเป็นเมียของเขาแล้ว เขาก็ต้องดูแลให้ดี แม้ว่าตอนนี้จะยังไม่รักแต่ก็ต้องทำเพราะหน้าที่สามี
ฉัตรเดชาเดินตรงไปเอากะละมังใส่น้ำอุ่นพร้อมกับผ้าผืนเล็กตรงกลับขึ้นไปบนห้องของคนตัวเล็ก ค่อยๆ เดินไปที่เตียงวางกะละมังลงอย่างเบามือ ใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ เช็ดไปที่ซอกคอ ไล่ตามเนื้อตัวเพื่อหวังว่าอีกคนจะดีขึ้น
ชายหนุ่มใช้มืออังหน้าผากที่ในตอนนี้เริ่มมีไอร้อนสัมผัสโดนผิว “ดื้อนัก” บ่นพึมพำพร้อมกับพิศมองใบหน้า ขนตายาวสวย จมูกเชิดรันรับกับปากเล็กช่างน่าเอ็นดู หากเขาไม่ได้เห็นตัวตนของเธอวันนั้นคงจะตกหลุมรักโดยง่าย
เขาหักห้ามใจทุกครั้งที่อยู่ใกล้แต่พอได้อยู่ด้วยกันสองคนทีไร ฉัตรเดชาอดใจไม่ไหวทุกที เขาไม่ได้รักแต่ทุกอย่างมันเป็นไปเพราะอารมณ์ล้วนๆ …ฉัตรเดชาคิดว่าอย่างนั้น
ชายหนุ่มจ้องมองใบหน้าหวานที่ตอนนี้ระเรื่อด้วยพิษไข้ มือหนาลูบไล้ผ้าไปตามเนื้อตัวอุ่นร้อน แกะกระดุมเสื้อของเด็กน้อยให้คลายออก ลูบไล้ไปตามหน้าอกอวบที่เห็นมาหลายครั้งแต่ก็ไม่เคยชินสักที แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาเขาเลยเบี่ยงหน้าหลบ
“อื้อ...เฮีย” เสียงเล็กพึมพำหรี่ตามองพร้อมจับมือของคนที่กำลังยุ่งย่ามกับเนื้อตัวของตัวเองให้หยุดการกระทำ
“ปล่อย ฉันกำลังเช็ดตัวให้” เสียงดุเอ่ยบอก นั่นทำให้คนป่วยนิ่งเอ่ยเสียงแหบแห้ง
“ดูแลกันก็เป็นเหรอคะ”
“ฉันดูแลเพราะไม่อยากให้ม้าว่า” เสียงเรียบนิ่งบอก พร้อมกับมือก็ยังคงจัดการลูบผ้าผืนเล็กไปตามเนื้อตัวของเธออยู่อย่างนั้น
“คิดว่าเฮียทำเพราะอยากดูแลเสียอีก”
“คนอย่างเธอมีค่าอะไรให้ฉันอยากดูแลกัน ฉันเกลียดเธอจะตายไป” แม้เขาจะพูดอย่างนี้แต่ใบหน้าของเขาก็ดันเรียบนิ่ง หลินๆ ไม่สามารถรู้ได้เลยว่าเขากำลังรู้สึกยังไงอยู่จริงๆ
“คนเกลียดกันที่ไหนจะทำแบบนั้นทุกคืน เฮียเริ่มรู้สึกดีกับหลินแล้วใช่ไหม”
“ฉันมันก็ผู้ชายคนนึง แต่งงานแล้วถ้าไม่ทำอะไรคนที่ขึ้นชื่อว่าเมียเลยก็คงจะขาดทุน จำไว้นะหลินหลินเธอเป็นเมียฉัน” เขาบอกพร้อมยื่นหน้ามากระซิบใกล้ๆ ให้ได้ยินชัดๆ “แต่ฉันจะไม่มีทางรักเธอ” เหมือนเข็มนับร้อยเล่มแทงเข้ามากลางหัวใจ
“ถ้าไม่คิดจะรักกันเลย ก่อนหน้านั้นเฮียจะมาทำดีด้วยทำไม”
“ฉันทำดีด้วยเพราะเห็นว่าเธอเป็นเด็กในบ้าน แต่พอเห็นธาตุแท้ การใจดีก็ไม่ช่วยอะไรเลยสักนิด เธอกลับร้ายมากกว่าที่ฉันคิด” ว่าจบก็ตั้งท่าจะลุกออกจากเตียง ทว่าหลินหลินกลับคว้าแขนเอาไว้ก่อน
“หลินทำอะไรเฮียก็บอกว่าสิ เฮียเอาแต่โทษว่าหลินทำให้เฮียเลิกกับเขา ทำไมเฮียไม่ฟังหลินบ้างว่าผู้หญิงคนนั้นมันเลวอะ เฮียมันตาบอด เฮียมันโง่” ยังไม่ทันที่จะพูดอะไรต่อ ไหล่เล็กกลับโดนมือของเขาบีบเอาไว้แน่น เพียงแค่พูดถึงผู้หญิงคนนั้นสายตาจากที่เคยเย็นชาก็แปรเปลี่ยนมาเป็นจ้องกันเขม็งแทบจะกินเลือดกินเนื้อราวต้องการฆ่าให้ตาย
“เฮีย อ๊ะะ” แรงมือของเขาทำให้รู้สึกเจ็บแปลบจนหลินๆ ต้องอุทานออกมา พร้อมดวงตาที่เอ่อล้นด้วยหยดน้ำเม็ดใส ในสายตาเขาผู้หญิงคนนั้นดีที่สุด ส่วนเธอ...เป็นตัวอะไรกัน
“เธอคงคิดว่าฉันโง่ ทุกอย่างที่เธอพูดในวันนั้น ฉันได้ยินทั้งหมด” ในดวงตาของเขา มันเกรี้ยวกราด แต่ก็แฝงไปด้วยความวูบไหวบางอย่าง
“ได้ยิน?” “เธอประกาศตัวว่าเป็นคู่หมั้นของฉัน ขู่แพรวา จนสุดท้ายเขาก็หายไปจากชีวิตของฉัน คนไม่มีหัวใจแบบเธอคงไม่รู้หรอกว่าฉันรู้สึกยังไงบ้าง” ทำไมเธอจะไม่มีหัวใจ ถ้าไม่มีหัวใจจะมาเจ็บกับการที่เขาพูดถึงคนอื่นอย่างนี้เหรอ
เธอรู้ว่าเฮียลี่รักผู้หญิงที่ชื่อแพรวามากแค่ไหน รู้ว่าทั้งคู่คบกันมานานจนเขาให้ผู้หญิงคนนั้นหมดหัวใจ เธอยอมเห็นคนที่ตัวเองรักไปคบกับคนอื่นเป็นสิบปีเพียงเพราะอยากให้เขามีความสุขจริงๆ ทั้งที่เธอจะไม่ยอมก็ได้เพราะเธอนั้นเป็นคู่หมั้น แต่เธอก็ยอม
“คนที่ไม่มีหัวใจคือผู้หญิงคนนั้นต่างหาก เขานอกใจเฮียมาตลอด เฮียมันไม่เคยรู้อะไรเลยสักอย่าง เขาจูงจมูกสวมเขาก็ยังไม่รู้ตัว” แรงบีบจากมือหนาเพิ่มขึ้นมาอีก แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้หลินหลินกลัวเลยสักนิด “ผู้หญิงคนนั้นเลวเฮียเคยเห็นบ้างปะ มันชั่วเคยเห็นบ้างไหมอะ”
“หยุด”
“หลินไม่หยุด เฮียมันไม่เคยรู้อะไร เฮียมันโง่!”
“หลินหลิน” เสียงตวาดลั่นพร้อมกับแรงบีบที่แรงขึ้นนั้นทำเอาน้องน้อยถึงกับน้ำตาไหล อุทานเพราะความเจ็บ
“อ๊ะะ”
“ฉันคงใจดีกับเธอมากไป” สติของเขาในตอนนั้นขาดสะบั้น คำพูดร้ายๆ ออกมาจากปากเด็กน้อยทำให้เขาโกรธจนเลือดขึ้นหน้า รวบแขนทั้งสองข้างของเธอตรึงไว้เหนือหัวด้วยมือข้างเดียว
“พูดจากับผัวให้ดีๆ ครั้งนี้ฉันแค่เตือน” ว่าจบก็ประกบริมฝีปากเข้าหารุนแรง บดเบียดลิ้นร้อนเข้าไปดูดกลืนความหวานจากคนปากดี ส่วนมืออีกข้างขยำที่หน้าอกอวบขนาดล้นมือ
“อื้ออ เฮียย”
ตอนพิเศษ 4 ของขวัญวันเกิดค่ำคืนวันเกิดอายุครบสามสิบสามปีของรตา บรรยากาศภายในเพนต์เฮาส์หรูถูกเนรมิตให้กลายเป็นดินแดนแห่งความโรแมนติก แสงเทียนหอมอโรมาเรียงรายตลอดทางเดินตั้งแต่ประตูห้องไปจนถึงห้องนอนใหญ่ กลีบกุหลาบสีขาวและสีแดงโรยประดับบนพื้นพรมอย่างวิจิตรบรรจงรตาเพิ่งกลับมาจากการทานมื้อค่ำฉลองวันเกิดกับครอบครัว หญิงสาวอยู่ในชุดเดรสเข้ารูปสีดำเปิดไหล่ ทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามาในห้อง ภาพความสวยงามตรงหน้าทำเอาเธอเบิกตากว้างด้วยความตื่นเต้นนายแพทย์ปัณณ์ยืนรอเธออยู่ที่ปลายเตียง ชายหนุ่มอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวปลดกระดุมบน กางเกงสแลคสีเข้ม รอยยิ้มอบอุ่นประดับบนใบหน้าหล่อเหลา"สุขสันต์วันเกิดครับ รตา" ปัณณ์ก้าวเข้ามาหา สอดท่อนแขนโอบรัดเอวคอดของเธอเข้ามาแนบชิด ประทับจูบลงบนหน้าผากเนียนอย่างทะนุถนอม"ขอบคุณค่ะ ปัณณ์... คุณจัดเตรียมทั้งหมดนี่เองเลยเหรอคะ" รตากวาดสายตามองไปรอบห้องด้วยความซาบซึ้งใจ"ผมอยากให้วันเกิดปีนี้ของคุณพิเศษที่สุด" ปัณณ์กระซิบชิดใบหู "แล้ว... ของขวัญวันเกิดปีนี้ คุณอยากได้อะไรเป็นพิเศษไหมครับ"รตาสบตากับเขา นัยน์ตาคู่สวยพราวระยับไปด้วยความปรารถนาที่ซ่อนอยู่ลึกๆ หญิงสาวยกสองม
ตอนพิเศษ 3 บททดสอบความหวงบรรยากาศภายในสตูดิโอถ่ายภาพขนาดใหญ่เต็มไปด้วยความวุ่นวายของการทำงาน คลินิกสุขภาพและความงามของรตากำลังถ่ายทำแคมเปญโฆษณาตัวใหม่สำหรับไตรมาสสุดท้ายของปี เพื่อขยายฐานลูกค้ากลุ่มวัยรุ่นและคนเริ่มทำงาน ทางทีมการตลาดจึงเสนอให้ใช้พรีเซนเตอร์เป็นนายแบบหนุ่มดาวรุ่งที่กำลังเป็นกระแส'นที' คือนายแบบหนุ่มวัยยี่สิบสองปี รูปร่างสูงโปร่ง ผิวขาวจัด และมีรอยยิ้มขี้เล่นที่ละลายใจสาวๆ ได้อย่างง่ายดายรตาในฐานะผู้บริหารลงมาควบคุมการถ่ายทำด้วยตัวเอง หญิงสาวสวมชุดเดรสสูทสีขาวสะอาดตา นั่งไขว่ห้างอยู่หน้าจอมอนิเตอร์ คอยตรวจเช็กความเรียบร้อยของภาพและให้คำแนะนำทีมงานเป็นระยะ"ภาพเซตนี้แสงยังแข็งไปนิดนึงนะคะ ขอซอฟต์บ็อกซ์เพิ่มทางซ้ายอีกตัว" รตาเอ่ยสั่งงานตากล้อง"ได้ครับคุณรตา" ตากล้องรับคำ ก่อนจะหันไปสั่งผู้ช่วยการถ่ายทำดำเนินไปจนถึงช่วงพักเบรกครึ่งวัน นทีในชุดเสื้อเชิ้ตเปิดอกปลดกระดุมโชว์แผงอกขาวเนียนเดินตรงเข้ามาหารตาที่หน้าจอมอนิเตอร์ รอยยิ้มขี้เล่นถูกจุดขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา"รูปออกมาเป็นยังไงบ้างครับ พี่รตา" นทีเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงออดอ้อน จงใจใช้สรรพนามเรียกขานที่สนิทสนมเกินกว่าสถา
ตอนพิเศษ 2 ตรวจร่างกายวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผู้คนทั่วไปได้ใช้เวลาพักผ่อน ทว่าสำหรับบุคลากรทางการแพทย์แล้ว มันคือวันทำงานที่หลีกเลี่ยงไม่ได้นายแพทย์ปัณณ์มีตารางเข้าเวรตรวจที่แผนกศัลยกรรมผู้ป่วยนอกตั้งแต่ช่วงเช้า บรรยากาศภายในโรงพยาบาลเอกชนค่อนข้างเงียบเหงากว่าวันธรรมดา หลังจากตรวจคนไข้รายสุดท้ายเสร็จสิ้น ชายหนุ่มก็นั่งเคลียร์เอกสารประวัติการรักษาอยู่ภายในห้องตรวจส่วนตัวก๊อก ก๊อกเสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ ปัณณ์ละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ ขมวดคิ้วเล็กน้อยเพราะพยาบาลหน้าห้องเพิ่งแจ้งว่าคิวตรวจหมดแล้ว"เชิญครับ"บานประตูถูกผลักเปิดออก ร่างบางของรตาก้าวเข้ามาภายในห้องตรวจ หญิงสาวอยู่ในชุดเดรสเข้ารูปสีเบจความยาวกรอมเข่า สวมทับด้วยเสื้อคลุมเบลเซอร์สีขาวดูภูมิฐาน ในมือของเธอมีถุงกระดาษบรรจุกล่องอาหารกลางวันจากร้านโปรดของเขาติดมาด้วย"คนไข้หมดแล้วเหรอคะ คุณหมอ" รตาส่งยิ้มหวานให้ เดินนำอาหารไปวางไว้บนโต๊ะปัณณ์ระบายยิ้มกว้างทันทีที่เห็นหน้าคนรัก ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินตรงไปที่บานประตู จัดการกดล็อกกลอนอย่างแน่นหนา ก่อนจะเลื่อนปิดมู่ลี่หน้าต่างกระจกใสที่กั้นระหว่างห้องตรวจและโถงทางเดิน
ตอนพิเศษ 1 ปราบพยศคุณหมอเข็มนาฬิกาบนผนังห้องนั่งเล่นชี้บอกเวลาเกือบห้าทุ่ม บรรยากาศภายในเพนต์เฮาส์หรูเงียบสงบ มีเพียงแสงไฟสลัวจากโคมไฟมุมห้องที่เปิดทิ้งไว้ต้อนรับเจ้าของพื้นที่เสียงปลดล็อกประตูดิจิทัลดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่บานประตูไม้เนื้อหนาจะถูกผลักเปิดออก นายแพทย์ปัณณ์ก้าวเข้ามาด้านในด้วยความเหนื่อยล้า ชายหนุ่มเพิ่งลงจากการผ่าตัดเคสอุบัติเหตุฉุกเฉินที่ลากยาวมาตั้งแต่ช่วงบ่าย เสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินเข้มยับย่น เนคไทถูกปลดออกหลวมๆ พาดไว้บนบ่า รอยคล้ำใต้ดวงตาสีรัตติกาลบอกให้รู้ว่าเขาต้องการการพักผ่อนอย่างเร่งด่วนปัณณ์วางกระเป๋าเอกสารลงบนโต๊ะกระจกหน้าโซฟา ชายหนุ่มปลดกระดุมคอเสื้อออกสองเม็ดเพื่อคลายความอึดอัด ก้าวเดินตรงไปยังห้องนอนใหญ่ด้วยความเชื่องช้า หวังเพียงจะได้ทิ้งตัวลงบนเตียงหนานุ่มและกอดผู้หญิงของเขาให้ชื่นใจทว่าทันทีที่ผลักบานประตูห้องนอนเปิดออก ความเหนื่อยล้าทั้งหมดก็ปลิวหายไปในชั่วพริบตาแสงเทียนหอมอโรมากลิ่นวานิลลาสาดส่องกระทบร่างของคนที่กำลังนั่งรออยู่บนปลายเตียง รตาไม่ได้อยู่ในชุดนอนผ้าฝ้ายตัวเก่งเหมือนทุกคืน แต่วันนี้หญิงสาวสวมชุดนอนผ้าลูกไม้สีดำเนื้อบางเบา ความสั้นของชายกระโ
บทที่ 32 มากกว่าคำว่ารักสายลมยามเย็นพัดพากลิ่นอายความเค็มของน้ำทะเลเข้ามาปะทะใบหน้า เสียงคลื่นสาดซัดกระทบหาดทรายขาวละเอียดเป็นจังหวะสม่ำเสมอ บรรยากาศเงียบสงบของรีสอร์ตส่วนตัวระดับวีไอพีในแถบจังหวัดภูเก็ต ช่างแตกต่างจากความวุ่นวายของเมืองหลวงอย่างสิ้นเชิงปัณณ์จัดการจองวิลล่าหรูหลังใหญ่สุดที่ตั้งอยู่สุดปลายหาด เพื่อฉลองความสำเร็จและเป็นการให้รางวัลสำหรับการทำงานหนักของรตาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาแสงสุดท้ายของดวงอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า สาดสีส้มอมชมพูแต่งแต้มผืนน้ำทะเลให้ดูโรแมนติกจับตา รตากำลังเดินทอดน่องด้วยเท้าเปล่าเหยียบย่ำลงบนผืนทรายนุ่มละเอียด หญิงสาวอยู่ในชุดเดรสชีฟองสายเดี่ยวสีขาวพริ้วไหว ปล่อยเส้นผมสีดำขลับให้สยายไปตามสายลมอย่างเป็นธรรมชาติ ไร้ซึ่งเครื่องสำอางหนาเตอะหรือเกราะป้องกันความเข้มแข็งใดๆนายแพทย์ปัณณ์เดินเคียงข้างเธอมาติดๆ ชายหนุ่มสวมเพียงกางเกงผ้าลินินสีเข้มและเสื้อเชิ้ตสีขาวปลดกระดุมบนสามเม็ด มือหนาของเขาสอดประสานเข้ากับมือบางของรตาอย่างแนบแน่น ไม่ยอมปล่อยให้ห่างตัวแม้แต่วินาทีเดียว
บทที่ 31 ยารักษาอาการรักแสงแฟลชจากกล้องถ่ายภาพนับสิบตัวสว่างวาบขึ้นอย่างต่อเนื่องภายในห้องแกรนด์บอลรูมของโรงแรมหรูใจกลางเมือง งานแถลงข่าวความสำเร็จของโปรเจกต์ความร่วมมือระหว่างคลินิกสุขภาพและความงามระดับแนวหน้ากับโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่และได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนหลากหลายสำนักบนเวทีที่ตกแต่งอย่างเรียบหรู รตายืนเด่นสง่าอยู่ในชุดเดรสสูทสีขาวสะอาดตา ตัดเย็บเข้ารูปขับเน้นสัดส่วนโค้งเว้าอย่างพอดี เส้นผมสีดำขลับถูกรวบตึงเป็นหางม้าเรียบเนี้ยบ ใบหน้าสวยเฉี่ยวประดับด้วยรอยยิ้มเปี่ยมความมั่นใจ หญิงสาวจับไมโครโฟนตอบคำถามสื่อมวลชนด้วยน้ำเสียงฉะฉานและเป็นมืออาชีพ"ตัวเลขผลประกอบการและยอดผู้ใช้บริการในไตรมาสล่าสุดที่พุ่งสูงขึ้นกว่าสามสิบเปอร์เซ็นต์ เป็นเครื่องพิสูจน์แล้วค่ะว่ามาตรฐานการดูแลรักษาร่วมกันระหว่างบุคลากรทางการแพทย์และทีมผู้เชี่ยวชาญด้านความงามของเรา สามารถตอบโจทย์และสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับผู้รับบริการได้จริง" รตากล่าวสรุปพร้อมรอยยิ้มกว้างเสียงปรบมือดังเกรียวกราวไปทั่วทั้งห้องโถ







