Share

บทที่ 7

last update Tanggal publikasi: 2026-01-22 20:50:58

“ดาคุยเป็นเพื่อนคุณบรรณไปก่อนนะลูก พ่อกับแม่จะไปทักทายแขกคนอื่นๆ ก่อน” รัฐมนตรีเอ่ยขึ้นแล้วพาภรรยาไปทักทายแขกตามหน้าที่เจ้าภาพที่ดี

“พ่อคะ…เดี๋ยวก่อน...” อลินดาเรียกบิดาและเตรียมจะขยับตัวลุกขึ้น ทว่าก็ถูกบรรณคว้ามือบางเอาไว้เสียก่อน หญิงสาวพยายามชักมือกลับแต่เขาเกร็งข้อมือและออกแรงบีบจนเธอต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ

“ทำไม กลัวนายพศินเข้าใจผิดหรือยังไง”

“ไม่เกี่ยวกับเขา และคุณก็กรุณาปล่อยมือฉันด้วยค่ะ” เธอใช้ไม้อ่อนด้วยการพูดอย่างสุภาพเข้าสู้ แต่ชายหนุ่มไม่สนใจ มือหนาแกร่งยังคงกุมมือเล็กของเธอไว้แน่นเช่นเดิม

“คุณบรรณ…”

อลินดาเรียกชื่อเขาเป็นครั้งแรกอย่างเลี่ยงไม่ได้ ใบหน้าคมเข้มเต็มไปด้วยเสน่ห์หันมาช้าๆ และสบตากลมโตที่มีแววของความตื่นตระหนกเจืออยู่

“จำชื่อนี้ให้ขึ้นใจนะอลินดา เพราะต่อไปคุณจะต้องเรียกผมทุกวัน”

ประโยคดังกล่าวทำเอาหญิงสาวถึงกับผงะ หัวใจเต้นแรงระทึกคล้ายจะทะลุออกมานอกอกเสียให้ได้ ความคลางแคลงสงสัยเกี่ยวกับผู้ชายคนนี้มีมากขึ้นเรื่อยๆ แต่สัญชาตญาณของเธอบอกให้รู้ว่าเขาช่างน่ากลัวยิ่งนัก และเธอก็ควรต้องอยู่ห่างๆ เขาให้มากที่สุด

“คุณเป็นใครและต้องการอะไรกันแน่”

“หึหึ…ถ้ารีบบอกไป เรื่องมันก็จบเร็วสิคุณหมอ เรามาช่วยกันเขียนบทละครชีวิตขึ้นมาใหม่กันเถอะ เขียนให้ยาวๆ แบบดราม่าไปเลย เพราะถ้าจบง่ายๆ สั้นๆ มันไม่สะใจผม” บรรณบอกยิ้มๆ แววตาคมเยือกเย็นและไร้ความรู้สึก

“หมายความว่ายังไง?” อลินดาถามเสียงห้วนขึ้น เพราะหญิงสาวรู้สึกว่ากำลังถูกเขาข่มขู่และเล่นสงครามประสาทให้ตนหวาดกลัว

“ก็หมายความว่า…” เจ้าพ่อหนุ่มหยุดพูดและลดสายตาลงมาจับจ้องที่กลีบปากอวบอิ่มซึ่งถูกเคลือบด้วยลิปสติกครอสอย่างหื่นกระหาย อลินดารู้ว่าถูกมองอะไรจึงรีบเม้มปากเป็นเส้นตรงและหันไปอีกทาง ก่อนจะประสานสายตากับพศิน จนอีกฝ่ายต้องรีบเดินเข้ามาหา

“มีอะไรให้พี่ช่วยไหมน้องดา”

“เอ่อ…” อลินดาเตรียมจะบอกพศิน แต่แรงบีบที่ข้อมือบางเตือนให้เธอรู้ว่าอยู่นิ่งๆ เป็นดีที่สุด “ปะ…เปล่าค่ะไม่มีอะไร” ในที่สุดหญิงสาวจำต้องโกหก แต่พศินไม่ยอมกลับไปนั่งที่เดิม

“เธอบอกแล้วนี่ว่าไม่มีอะไร นายก็ควรจะกลับไปนั่งที่ของนายได้แล้ว” บรรณเอ่ยปากไล่ พศินแม้จะหวงอลินดามากแค่ไหน แต่ก็ไม่กล้าต่อกรกับบุรุษผู้ยิ่งใหญ่แห่งน่านน้ำอันดามันได้ จึงจำยอมศิโรราบล่าถอยกลับไปนั่งตามเดิม

“ทำไมไม่นั่งกับน้องดาละลูก ปล่อยให้ผัวใหม่นังพัดใกล้ชิดน้องดาแบบนั้นได้ยังไง” คุณหญิงอมรรัตน์ต่อว่าบุตรชายเสียงขรม พศินเสียฟอร์มอยู่แล้วก็ยิ่งหงุดหงิดมากกว่าเดิม

“แม่ไม่รู้ความจริงก็อย่าพูดมากดีกว่า”

“ความจริงอะไร?” คุณหญิงอมรรัตน์ขมวดคิ้วถามด้วยความสงสัย เพราะสองครั้งสองคราที่บุตรชายเจอผู้ชายคนนั้นแล้วเป็นต้องแสดงออกชัดเจนว่าหวาดกลัวอย่างเก็บอาการไว้ไม่มิด

“คุณบรรณเป็นพี่ชายพัดชานะสิแม่”

คุณหญิงอมรรัตน์อ้าปากค้างพร้อมกับยกมือขึ้นทาบอกอย่างตกใจเป็นที่สุด ด้วยเข้าใจผิดมาตลอดว่าพัดชาไม่มีหัวนอนปลายเท้า เป็นเด็กใจแตกเที่ยวจับผู้ชายไปวันๆ ถึงขนาดว่านางไม่ยอมจัดงานแต่งให้ทั้งสอง แต่พัดชาก็ยังยอมทุกอย่าง ทำให้นางได้ใจ พูดเสียดสีกระแนะกระแหนต่างๆ นานาให้พัดชาเสียใจมาโดยตลอด แต่หญิงสาวก็ไม่ยอมบอกฐานะที่แท้จริงของตัวเองแม้แต่กับพศิน เนื่องจากอยากได้ใจฝ่ายสามีจากความดีที่ตนมี ไม่ใช่ได้ใจเพราะเงินทองที่ติดตัวเธอมา ซึ่งพศินเองก็รู้เพียงว่าพัดชาเป็นคนภาคใต้และมีบรรณเป็นพี่ชายเท่านั้น

ขณะที่คุณหญิงอมรรัตน์กำลังเค้นเอาความจริงกับบุตรชายชนิดเอาเป็นเอาตาย บรรณก็ถูกเชิญออกไปเปิดฟลอร์พร้อมกับบุตรสาวเจ้าของงาน ชายหนุ่มจึงต้องพาอลินดาออกไปเต้นรำ โดยไม่สนใจว่าเธอจะขืนตัวต่อต้านยังไง แต่ท้ายที่สุดแล้วหญิงสาวก็ต้องพ่ายแพ้ต่อความต้องการของเขาจนได้

“ยิ้มหน่อยสิคุณ เดี๋ยวใครๆ ก็หาว่าผมบังคับคุณออกมาเปิดฟลอร์หรอก” เสียงทุ้มดังอยู่เหนือศีรษะได้รูป

“หรือว่าไม่จริง”

“หึหึ…มีเรื่องจริงอีกมากมายที่มันซ่อนอยู่...อลินดา” เสียงบรรณแม้จะราบเรียบ หากแววตาคมกลับแดงก่ำ จนอลินดาต้องทำปากขมุบขมิบเป็นการ ‘ด่า’ กลายๆ

จากนั้นใบหน้าคร้ามก็โน้มลงมาหา ปลายจมูกโด่งห่างจากแก้มปลั่งไม่ถึงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดซอกคอระหง หญิงสาวรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ วูบวาบอย่างบอกไม่ถูก เมื่อไม่มีปฏิกิริยาตอบรับใดๆ บรรณจึงสอดมือไปตามเอวคอด แล้วกระชับวงแขนดึงเอาร่างบอบบางเข้ามาหาตน

“นี่คุณ…” อลินดาหน้าเหวอ เจ้าพ่อหนุ่มเหยียดยิ้มน้อยๆ ขณะพาเธอสโลว์ไปตามจังหวะเสียงเพลง “ฉันอึดอัดนะคะ”

“แต่ผมกำลังสบาย” เขาทำท่าผิวปากอย่างไม่เดือดเนื้อร้อนใจสักนิด อลินดาขืนตัวไว้ไม่ยอมขยับตามจนบรรณต้องหยุดและก้มมองเธอ แม้ริมฝีปากเขาจะยกยิ้มหากแต่แววตากลับวาวโรจน์บ่งบอกถึงอารมณ์ และเธอมั่นใจว่าเขามีบางอย่างที่ปิดซ่อนเอาไว้ ซึ่งสิ่งนั้นมีเธอและครอบครัวเข้าไปเกี่ยวข้องอยู่ด้วยอย่างแน่นอน ไม่งั้นเขาจะเสนอตัวเป็นสปอนร์เซอร์ใหญ่จัดงานวันเกิดในครั้งนี้ให้พ่อเธอทำไม

“เก็บความสงสัยของคุณเอาไว้ เพราะคุณจะได้ไปหาคำตอบเองในไม่ช้า” บรรณโน้มตัวเข้าไปกระซิบบอกข้างๆ ใบหูเล็ก ซึ่งเป็นภาพที่คนข้างนอกมองเหมือนหนุ่มสาวกำลังจะจุ๊บแก้มกันไม่มีผิด และพศินก็ทนไม่ไหวรีบเดินดุ่มๆ เข้าไปในฟลอร์เต้นรำอย่างรวดเร็ว

“น้องดา เต้นรำกับพี่นะครับ” พศินเวลานี้ดีกรีแอลกอฮอล์มากพอที่จะเห็นราชสีห์เป็นมด บรรณเหยียดยิ้มไม่ยอมปล่อยมือจากร่างงาม

“เสียใจด้วยนะคุณพศิน คืนนี้อลินดาต้องเต้นรำกับฉันคนเดียวเท่านั้น” เจ้าพ่อหนุ่มขยับพาหญิงสาวออกห่าง พศินยืนมองด้วยความหงุดหงิดปนฉุนเฉียว และมีสาวสวยนางหนึ่งเดินมาหวังจะแก้หน้าให้เขา แต่กลับถูกชายหนุ่มผลักออกห่างตัว ก่อนจะเดินหนีออกจากงาน

“ฉันไม่ใช่สมบัติของคุณ กรุณาปล่อยด้วยค่ะ”

“อีกหน่อยคุณจะเป็นมากกว่านั้น”

คำขู่สองครั้งสองคราที่ได้ยิน ทำเอาอลินดามั่นใจว่าไม่ใช่เขาคะนองปากพูด แต่เขาตั้งใจจะขู่ให้เธอกลัวต่างหาก

“คุณเล่นสงครามประสาทกับฉัน ต้องการอะไรกันแน่” เธอหยุดการเคลื่อนไหวและเบี่ยงตัวออกจากวงแขนแกร่ง บรรณก็ยอมปล่อยในขณะที่สายตายังคงสบกันอย่างไม่มีใครยอมใคร

“นั่นเป็นคำตอบสุดท้ายคุณหมอ แต่คำตอบต่อไปจะเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่อง” แล้วบรรณก็เดินออกจากฟลอร์เต้นรำ อลินดาต้องการความกระจ่างจึงรีบเดินตามไปติดๆ จนมาทันเขาที่ระเบียงด้านนอกห้องจัดเลี้ยง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ดั่งเพลิงพิศวาส   บทที่ 73 จบบริบูรณ์

    “จบสิ้นกันสักที ผมขออโหสิกรรมให้คุณหญิงทั้งหมด...” บรรณพึมพำแล้วผ่อนลมหายใจออกมายาวๆ เจตต์มองเลือดที่ไหลออกมาจากต้นแขนของผู้เป็นนายก็ไม่สบายใจ“ฉันไปล่ะ ฝากด้วยนะวัตร หายไปนานๆ เดี๋ยวเมียสงสัย” เจ้าพ่อหนุ่มหันไปบอกเอกวัตรที่ยืนข้างๆ ทำเอาทุกคนพากันอมยิ้มกับอาการกลัวเมียของนายใหญ่แห่งมัณตะธารา“ฉันว่านายไปทำแผลก่อนดีกว่า ไปแบบนี้คุณดาอาจจะช็อคเอาได้” ผู้กองหนุ่มแนะนำ แล้วมองเลยไปที่คนางค์ซึ่งกำลังยืนตัวสั่นอยู่ข้างพี่ชาย“ดีเหมือนกัน” บรรณตบบ่าเพื่อนรักเบาๆ ก่อนจะเดินไปที่ลิฟต์ เจตต์ตามไปอารักขา ส่วนคนางค์ได้แต่หันรีหันขวางก่อนจะเตรียมเดินตามพี่ชายไป ทว่ากลับถูกเอกวัตรคว้ามือไว้ได้ทัน“จะไปไหนหืม...”“ฉันก็จะไปเปลี่ยนเสื้อผ้านะสิ งานเสร็จแล้วนี่” เธอบิดข้อมือออกจากมือนายตำรวจหนุ่ม เอกวัตรมองสีระเรื่อที่ผุดขึ้นบนแก้มนวลก็เอ่ยแซวยิ้มๆ“อายเป็นด้วยเหรอเรา”“ฉันเป็นผู้หญิงนะคุณ มารยาหญิงก็มี แต่ไม่ได้ใช้เท่านั้นเอง” หญิงสาวบอกแล้วเดินหนีไปที่ลิฟต์ เอกวัตรอมยิ้มแล้วเดินตามไป“เย็นนี่ว่างหรือเปล่า...”คนางค์ชะงัก ก่อนจะหันกลับมามองร่างสูงสมาร์ท แววตาแพรวพราวทำให้เอกวัตรรู้สึกแปลกๆ จนกระทั่งร

  • ดั่งเพลิงพิศวาส   บทที่ 72

    อีกสองวันต่อมา...รถกระบะเก่าๆ วิ่งไปจอดที่ลานจอดของโรงพยาบาล ก่อนที่หญิงสาวที่แต่งตัวสะสวย รูปร่าง ผิวพรรณดี เหมือนกับลูกไฮโซจะเดินตรงดิ่งไปยังเคาน์เตอร์“ฉันเป็นเพื่อนหมออลินดา เธอพักอยู่ห้องไหนคะ” หญิงสาวสาวสอบถามกับเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล“อ๋อ คุณหมอออกจากโรงพยาบาลแล้วค่ะ”“ทำไมออกเร็วจังคะ หมออลินดาแข็งแรงดีแล้วเหรอ”“ยังหรอกค่ะ แต่สามีของเธอกังวลเรื่องความปลอดภัย ก็เลยขอออกก่อน แล้วจ้างพยาบาลพิเศษไปดูแลค่ะ”“น่าเสียดายจังเลยนะคะ ฉันเพิ่งกลับมาจากเมืองนอก เลยไม่ได้เจอหมอดาเลย แบบนี้คงต้องไปเยี่ยมที่บ้านสินะคะ”“คุณบรรณไม่ได้พาคุณหมอกลับบ้านหรอก ได้ยินว่าจะไปพักฟื้นต่อคอนโดฯ ของคุณบรรณ แถวๆ สาทรน่ะค่ะ”“อ้อ...งั้นเหรอคะ ขอบคุณนะคะ”“ค่ะ”จบการสนทนาแค่นั้น สาวสวยก็เดินออกจากเคาน์เตอร์ ตรงดิ่งไปยังรถกระบะเก่าๆ แล้วกระซิบกระซาบบางอย่างกับคนในรถ ก่อนจะรับเงินมา เป็นอันหมดหน้าที่ณ คอนโดมิเนียมหรูย่านสาทร...หญิงรูปร่างอวบท้วมในชุดแม่บ้านของคอนโดฯ เดินถือกระเป๋าเข้าไปในลิฟต์ ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับประตูลิฟต์ข้างๆ กันเปิดออก พิงค์กี้กับปีเตอร์ก้าวออกมาพอดีคุณหญิงอมรรัตน์มาถึงชั้นที่อลิน

  • ดั่งเพลิงพิศวาส   บทที่ 71

    “ไม่ต้องกลัว พัดมาลาและอยากขอบคุณคุณหมอมากๆ เลยนะคะ ที่รักและเมตตาน้องพอร์ต” พัดชาพูดเนิบนาบแต่น้ำเสียงกังวานใสดั่งระฆังแก้ว“คุณจะไปไหนคะ”“ถึงเวลาที่พัดต้องไปอยู่ในที่ของพัดแล้ว ฝากลาพี่บรรณด้วยนะคะ พัดผิดต่อพี่ชายมากและอยากขอร้องคุณให้ห้ามพี่บรรณอย่าทำร้ายใครเพราะพัดอีกเลย พศินได้รับผลกรรมที่ทำไว้กับพัดแล้ว คุณหญิงอมรรัตน์ก็ต้องรับผลกรรมที่ทำเช่นกัน”“ฉันจะพยายามห้ามเขานะคะ แต่พี่ชายคุณพัดก็ดื้อเหลือเกิน” อลินดาบางครั้งก็อ่อนใจกับความเอาแต่ใจของชายหนุ่ม พัดชายิ้มหวานมองอลินดาอย่างชื่นชม“พี่บรรณไม่เคยเชื่อใครนอกจากตัวเอง และมีคุณเท่านั้นที่จะห้ามพี่บรรณได้ ฝากน้องพอร์ตและพี่บรรณด้วยนะคะ ถึงเวลาที่พัดจะต้องไปจริงๆ แล้ว…”สิ้นประโยคดังกล่าว ร่างของพัดชาจะค่อยๆ กลาย เป็นแสงระยิบระยับมลังเมลืองสีทอง และจางหายไปตามอากาศธาตุต่อหน้าต่อตาอลินดา“เดี๋ยวก่อนค่ะคุณพัด อย่าเพิ่งไป”เสียงพูดละเมอของคนที่หลับอยู่บนเตียงทำเอาบรรณรีบถลามาหาอย่างตกใจ มือกุมมืออลินดาแน่นพร้อมกับเรียกขานให้เธอรู้สึกตัว“ดา…ดา...”เปลือกตาที่หนักอึ้งค่อยๆ เปิดขึ้นช้า และเห็นใบหน้าคมที่วันนี้รกครึ้มไปด้วยเคราลอยเหนือใบ

  • ดั่งเพลิงพิศวาส   บทที่ 70

    “พัด ช่วยดาด้วยนะ ช่วยดาด้วย อย่าให้ดาต้องเป็นอะไรไป เพราะพี่คงอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีดา...” บรรณพึมพำ มือประสานกันไว้บนเข่าเวลาผ่านไปนาทีแล้วนาทีเล่าจนหนึ่งชั่วโมงผ่านไป สองชั่วโมงก็ผ่านไปอีก ทีมแพทย์หรือใครก็ไม่ออกมาส่งข่าว ทำให้หัวใจแกร่งรุ่มร้อนจนอยากจะพังประตูเสียตอนนั้น เจตต์และเอกวัตรเสร็จสิ้นภารกิจก็พากันตามมาสมทบ ผู้กองหนุ่มมองหน้าเครียดๆ ของเพื่อนรักพร้อมบีบบ่ากว้างให้กำลังใจ“คุณหญิงอมรรัตน์หนีไปได้ แต่ฉันมั่นใจว่าเธอจะต้องกลับมาให้เราจับตัวแน่ๆ”“ไม่คิดเลยนะคะว่าคุณหญิงป้าแกจะร้ายได้ถึงขนาดนี้” พิงค์กี้นั่งถอนหายใจเบาๆ อยู่ข้างบรรณเวลาผ่านไปพักใหญ่ๆ เสียงสวรรค์ที่เจ้าพ่อหนุ่มและทุกคนรอคอยก็มาถึง ประตูห้องฉุกเฉินถูกเปิดออกจากด้านใน แพทย์เดินออกมา ในขณะที่บรรณรีบถลาเข้าไปถึงตัวเป็นคนแรก“หมอครับ! เมียผมเป็นยังไงบ้างครับ!”คุณหมอวัยกลางคนยิ้มให้กับญาติคนไข้อย่างสุภาพ แต่ยังไม่ทันได้ตอบ บรรณก็เขย่าตัวหมอแรงๆ อย่างร้อนใจ จนแว่นสายตาหลุดจากดั้งจมูก“บอกผมสิหมอ เมียกับลูกผมปลอดภัยใช่ไหม”“บรรณใจเย็นๆ” เอกวัตรจับเพื่อนห่างจากคุณหมอ คุณหมอขยับแว่นให้เข้าที่เข้าทาง แล้วตอบออกมาด้วยน้ำเ

  • ดั่งเพลิงพิศวาส   บทที่ 69

    วินาทีนั้นเองจู่ๆ อลินดาก็เหมือนจะทรงตัวไม่อยู่ ร่างกายอ่อนเหลว ก่อนจะค่อยๆ ทรุดลงอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ยังดีที่บรรณเหลือบเห็นเสียก่อน จึงรีบหันไปประคองเอาไว้ได้ทัน“ดา…ดาเป็นอะไร???”“ลูก…ลูกของเรา” อลินดาบอกเสียงสั่นเทา บรรณกอดภรรยาแนบอกแล้วมองหาเจตต์ที่อยู่บริเวณมุมอับของโกดัง ซึ่งเจตต์ก็คือคนที่ยิงพศินเมื่อครู่นั่นเองขณะนั้นเอกวัตรก็ได้นำกำลังตำรวจวิ่งเข้ามา คุณหญิงอมรรัตน์ถึงกับผงะด้วยความคาดไม่ถึง สมองเริ่มคิดหาทางรอด เพราะตัวเองจะไม่ยอมถูกจับง่ายๆ แบบนี้เป็นแน่“รีบพาคุณดาไปโรงพยาบาลเร็ว!” เอกวัตรบอกเพื่อนรัก บรรณไม่รอช้ารีบอุ้มอลินดาตรงไปยังรถที่จอดรออยู่ด้านนอก ส่วนคุณหญิงอมรรัตน์ได้แต่มองตามด้วยประกายแข็งกร้าว‘ฝากไว้ก่อนเถอะพวกมึง!!!’หญิงสูงวัยอาฆาตในใจ ตอนนี้ต้องหาทางรอดจากที่นี่เสียก่อน แล้วค่อยแก้แค้นก็ยังไม่สาย“ยอมมอบตัวกับผมเถอะครับคุณหญิง เรื่องหนักจะได้กลายเป็นเบา” เอกวัตรบอกเสียงนุ่ม พยายามใช้น้ำเย็นเข้าลูบ“ไม่มีทาง!”แล้วคุณหญิงอมรรัตน์ก็งัดหมัดเด็ดด้วยการยกปืนขึ้นมาจ่อที่ขมับของตัวเอง พร้อมกับค่อยๆ ก้าวถอยหลังช้าๆ“ใจเย็นๆ นะครับคุณหญิง เราตกลงกันได้...”เอกวัต

  • ดั่งเพลิงพิศวาส   บทที่ 68

    “ปล่อยดาก่อน แล้วยื่นหมูยื่นแมว”“มึงไม่มีสิทธิมาต่อรองโว้ย เพราะคนที่จะกำหนดความเป็นความตายของมึงกับอลินดาคือกูกับแม่เท่านั้น” พศินตะโกนลั่นอย่างชิงชัง “แต่กูจะบอกเอาบุญก่อนที่มึงจะตาย กูจะฆ่าลูกของมึง แล้วเอาเมียมึงมาเป็นนางบำเรอ ตามด้วยการยึดทุกอย่างที่เป็นของมึงมาในฐานะพ่อของไอ้เด็กพอร์ต”เมื่อได้ยินประโยคดังกล่าว บรรณถึงกับขบกรามแน่น แววตาแดงก่ำด้วยความโกรธ“พวกชั่ว โกรธฉันก็ต้องมาลงที่ฉันสิวะ ความแค้นระหว่างเราจะได้จบสิ้นสักที” เจ้าพ่อหนุ่มคำรามอย่างสุดทน คุณหญิงอมรรัตน์แสยะยิ้มแววตาแข็งกระด้างน่ากลัว“แม่เพิ่งเห็นแกฉลาดก็วันนี้” จากนั้นนางก็หยิบห่อกระดาษเล็กๆ จากกระเป๋ากางเกงออกมาส่งให้บุตรชาย “เอายานี่กรอกปากอลินดาซะ มันจะได้มีชะตากรรมเหมือนนังพัดชา”บรรณเย็นวาบไปทั่วตัว ตาจ้องมองห่อกระดาษเล็กๆ ในมือพศิน“คิดเอาไว้ไม่มีผิด แกเป็นคนวางยาพัดชาจริงๆ”ความแค้นสุมแน่นในอกจนแทบระเบิด ลำพังตัวเองคนเดียวเขาไม่กังวลอะไรหรอก แต่ตอนนี้เมียและลูกเขาอยู่บนความเป็นความตาย ยังไงก็ต้องรอบคอบให้ดีๆ“น้องแกมันโง่เอง ฉันทำดีด้วยหน่อยก็คิดว่าฉันยอมรับเป็นลูกสะใภ้ ฉันเลยจัดการมันง่ายกว่าที่คิด” หญ

  • ดั่งเพลิงพิศวาส   บทที่ 67

    กำแพงสูงที่ตั้งตระหง่านอยู่ข้างถนนลาดยางสายรอง ล้อมกรอบโกดังขนาดใหญ่ที่ไม่ถูกใช้งานมานาน มีเพียงโคมไฟไม่กี่ดวงที่ถูกเปิดไว้ เสียงของแมลงกลางคืนพากันขับร้องเป็นเพื่อนม่านราตรี ทำให้บริเวณนั้นยิ่งดูวังเวงนักสำหรับคนภายนอกอลินดาถูกมัดมือไขว้หลังติดกับเสากลางโกดัง คุณ หญิงอมรรัตน์คุยกับบรรณเสร็จก็หันม

  • ดั่งเพลิงพิศวาส   บทที่ 66

    “มึงคิดเหรอว่าจะชนะกูได้ ไอ้หน้าโง่!” พศินพูดจบก็เร่งความเร็วขึ้นอีก แซงซ้ายแซงขวาจนห่างรถเจตต์ออกไปเรื่อยๆ อลินดามองหารถเจตต์พอไม่เห็นก็ใจเสีย“ฮ่า…ฮ่า...” พศินหัวเราะแล้วเลี้ยวรถเข้าไปในซอยเปลี่ยว อลินดาตัดสินใจในวินาทีนั้นด้วยการเข้าไปยื้อแย่งพวงมาลัยกับพศินจนรถส่ายไปมา“เฮ้ย…” พศินตกใจยึดพวงมาล

  • ดั่งเพลิงพิศวาส   บทที่ 65

    “ดารู้ค่ะ แล้วพี่พิงค์กี้กับคุณบรรณไม่ได้รักกันอย่างที่บอกดาเหรอคะ” เมื่อมีโอกาส อลินดาก็ไม่รอช้าที่จะถามพี่สาวเอาคำตอบ พิงค์กี้ครุ่นคิดนิดหนึ่งเพราะไม่แน่ใจว่าเคยพูดว่ารักบรรณตอนไหนน้องสาวถึงเข้าใจผิด“พี่กับบรรณเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกัน ส่วนปีเตอร์เป็นเพื่อนของบรรณจ้ะ เราสนิทกันมากคุยกันได้ทุกเรื่อ

  • ดั่งเพลิงพิศวาส   บทที่ 64

    “พัดคงรับรู้ความตั้งใจของดาแล้ว อย่าคิดมากเลยนะครับ” บรรณบีบมือบางเบาๆ อลินดาเช็ดน้ำตาออกจากแก้มแล้วถอยออกมาเพื่อให้บรรณพาน้องพอร์ตไปรู้จักกับผู้ให้กำเนิด ชายหนุ่มวางหลานชายยืนบนพื้น สายตาคู่คมภายใต้แว่นกันแดดสบกับภาพของน้องสาว“พี่พาน้องพอร์ตมากราบพัดนะ ลูกชายของพัดเก่ง ฉลาด และน่ารักจนพี่อยากขอบค

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status