LOGIN“ดาคุยเป็นเพื่อนคุณบรรณไปก่อนนะลูก พ่อกับแม่จะไปทักทายแขกคนอื่นๆ ก่อน” รัฐมนตรีเอ่ยขึ้นแล้วพาภรรยาไปทักทายแขกตามหน้าที่เจ้าภาพที่ดี
“พ่อคะ…เดี๋ยวก่อน...” อลินดาเรียกบิดาและเตรียมจะขยับตัวลุกขึ้น ทว่าก็ถูกบรรณคว้ามือบางเอาไว้เสียก่อน หญิงสาวพยายามชักมือกลับแต่เขาเกร็งข้อมือและออกแรงบีบจนเธอต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ
“ทำไม กลัวนายพศินเข้าใจผิดหรือยังไง”
“ไม่เกี่ยวกับเขา และคุณก็กรุณาปล่อยมือฉันด้วยค่ะ” เธอใช้ไม้อ่อนด้วยการพูดอย่างสุภาพเข้าสู้ แต่ชายหนุ่มไม่สนใจ มือหนาแกร่งยังคงกุมมือเล็กของเธอไว้แน่นเช่นเดิม
“คุณบรรณ…”
อลินดาเรียกชื่อเขาเป็นครั้งแรกอย่างเลี่ยงไม่ได้ ใบหน้าคมเข้มเต็มไปด้วยเสน่ห์หันมาช้าๆ และสบตากลมโตที่มีแววของความตื่นตระหนกเจืออยู่
“จำชื่อนี้ให้ขึ้นใจนะอลินดา เพราะต่อไปคุณจะต้องเรียกผมทุกวัน”
ประโยคดังกล่าวทำเอาหญิงสาวถึงกับผงะ หัวใจเต้นแรงระทึกคล้ายจะทะลุออกมานอกอกเสียให้ได้ ความคลางแคลงสงสัยเกี่ยวกับผู้ชายคนนี้มีมากขึ้นเรื่อยๆ แต่สัญชาตญาณของเธอบอกให้รู้ว่าเขาช่างน่ากลัวยิ่งนัก และเธอก็ควรต้องอยู่ห่างๆ เขาให้มากที่สุด
“คุณเป็นใครและต้องการอะไรกันแน่”
“หึหึ…ถ้ารีบบอกไป เรื่องมันก็จบเร็วสิคุณหมอ เรามาช่วยกันเขียนบทละครชีวิตขึ้นมาใหม่กันเถอะ เขียนให้ยาวๆ แบบดราม่าไปเลย เพราะถ้าจบง่ายๆ สั้นๆ มันไม่สะใจผม” บรรณบอกยิ้มๆ แววตาคมเยือกเย็นและไร้ความรู้สึก
“หมายความว่ายังไง?” อลินดาถามเสียงห้วนขึ้น เพราะหญิงสาวรู้สึกว่ากำลังถูกเขาข่มขู่และเล่นสงครามประสาทให้ตนหวาดกลัว
“ก็หมายความว่า…” เจ้าพ่อหนุ่มหยุดพูดและลดสายตาลงมาจับจ้องที่กลีบปากอวบอิ่มซึ่งถูกเคลือบด้วยลิปสติกครอสอย่างหื่นกระหาย อลินดารู้ว่าถูกมองอะไรจึงรีบเม้มปากเป็นเส้นตรงและหันไปอีกทาง ก่อนจะประสานสายตากับพศิน จนอีกฝ่ายต้องรีบเดินเข้ามาหา
“มีอะไรให้พี่ช่วยไหมน้องดา”
“เอ่อ…” อลินดาเตรียมจะบอกพศิน แต่แรงบีบที่ข้อมือบางเตือนให้เธอรู้ว่าอยู่นิ่งๆ เป็นดีที่สุด “ปะ…เปล่าค่ะไม่มีอะไร” ในที่สุดหญิงสาวจำต้องโกหก แต่พศินไม่ยอมกลับไปนั่งที่เดิม
“เธอบอกแล้วนี่ว่าไม่มีอะไร นายก็ควรจะกลับไปนั่งที่ของนายได้แล้ว” บรรณเอ่ยปากไล่ พศินแม้จะหวงอลินดามากแค่ไหน แต่ก็ไม่กล้าต่อกรกับบุรุษผู้ยิ่งใหญ่แห่งน่านน้ำอันดามันได้ จึงจำยอมศิโรราบล่าถอยกลับไปนั่งตามเดิม
“ทำไมไม่นั่งกับน้องดาละลูก ปล่อยให้ผัวใหม่นังพัดใกล้ชิดน้องดาแบบนั้นได้ยังไง” คุณหญิงอมรรัตน์ต่อว่าบุตรชายเสียงขรม พศินเสียฟอร์มอยู่แล้วก็ยิ่งหงุดหงิดมากกว่าเดิม
“แม่ไม่รู้ความจริงก็อย่าพูดมากดีกว่า”
“ความจริงอะไร?” คุณหญิงอมรรัตน์ขมวดคิ้วถามด้วยความสงสัย เพราะสองครั้งสองคราที่บุตรชายเจอผู้ชายคนนั้นแล้วเป็นต้องแสดงออกชัดเจนว่าหวาดกลัวอย่างเก็บอาการไว้ไม่มิด
“คุณบรรณเป็นพี่ชายพัดชานะสิแม่”
คุณหญิงอมรรัตน์อ้าปากค้างพร้อมกับยกมือขึ้นทาบอกอย่างตกใจเป็นที่สุด ด้วยเข้าใจผิดมาตลอดว่าพัดชาไม่มีหัวนอนปลายเท้า เป็นเด็กใจแตกเที่ยวจับผู้ชายไปวันๆ ถึงขนาดว่านางไม่ยอมจัดงานแต่งให้ทั้งสอง แต่พัดชาก็ยังยอมทุกอย่าง ทำให้นางได้ใจ พูดเสียดสีกระแนะกระแหนต่างๆ นานาให้พัดชาเสียใจมาโดยตลอด แต่หญิงสาวก็ไม่ยอมบอกฐานะที่แท้จริงของตัวเองแม้แต่กับพศิน เนื่องจากอยากได้ใจฝ่ายสามีจากความดีที่ตนมี ไม่ใช่ได้ใจเพราะเงินทองที่ติดตัวเธอมา ซึ่งพศินเองก็รู้เพียงว่าพัดชาเป็นคนภาคใต้และมีบรรณเป็นพี่ชายเท่านั้น
ขณะที่คุณหญิงอมรรัตน์กำลังเค้นเอาความจริงกับบุตรชายชนิดเอาเป็นเอาตาย บรรณก็ถูกเชิญออกไปเปิดฟลอร์พร้อมกับบุตรสาวเจ้าของงาน ชายหนุ่มจึงต้องพาอลินดาออกไปเต้นรำ โดยไม่สนใจว่าเธอจะขืนตัวต่อต้านยังไง แต่ท้ายที่สุดแล้วหญิงสาวก็ต้องพ่ายแพ้ต่อความต้องการของเขาจนได้
“ยิ้มหน่อยสิคุณ เดี๋ยวใครๆ ก็หาว่าผมบังคับคุณออกมาเปิดฟลอร์หรอก” เสียงทุ้มดังอยู่เหนือศีรษะได้รูป
“หรือว่าไม่จริง”
“หึหึ…มีเรื่องจริงอีกมากมายที่มันซ่อนอยู่...อลินดา” เสียงบรรณแม้จะราบเรียบ หากแววตาคมกลับแดงก่ำ จนอลินดาต้องทำปากขมุบขมิบเป็นการ ‘ด่า’ กลายๆ
จากนั้นใบหน้าคร้ามก็โน้มลงมาหา ปลายจมูกโด่งห่างจากแก้มปลั่งไม่ถึงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดซอกคอระหง หญิงสาวรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ วูบวาบอย่างบอกไม่ถูก เมื่อไม่มีปฏิกิริยาตอบรับใดๆ บรรณจึงสอดมือไปตามเอวคอด แล้วกระชับวงแขนดึงเอาร่างบอบบางเข้ามาหาตน
“นี่คุณ…” อลินดาหน้าเหวอ เจ้าพ่อหนุ่มเหยียดยิ้มน้อยๆ ขณะพาเธอสโลว์ไปตามจังหวะเสียงเพลง “ฉันอึดอัดนะคะ”
“แต่ผมกำลังสบาย” เขาทำท่าผิวปากอย่างไม่เดือดเนื้อร้อนใจสักนิด อลินดาขืนตัวไว้ไม่ยอมขยับตามจนบรรณต้องหยุดและก้มมองเธอ แม้ริมฝีปากเขาจะยกยิ้มหากแต่แววตากลับวาวโรจน์บ่งบอกถึงอารมณ์ และเธอมั่นใจว่าเขามีบางอย่างที่ปิดซ่อนเอาไว้ ซึ่งสิ่งนั้นมีเธอและครอบครัวเข้าไปเกี่ยวข้องอยู่ด้วยอย่างแน่นอน ไม่งั้นเขาจะเสนอตัวเป็นสปอนร์เซอร์ใหญ่จัดงานวันเกิดในครั้งนี้ให้พ่อเธอทำไม
“เก็บความสงสัยของคุณเอาไว้ เพราะคุณจะได้ไปหาคำตอบเองในไม่ช้า” บรรณโน้มตัวเข้าไปกระซิบบอกข้างๆ ใบหูเล็ก ซึ่งเป็นภาพที่คนข้างนอกมองเหมือนหนุ่มสาวกำลังจะจุ๊บแก้มกันไม่มีผิด และพศินก็ทนไม่ไหวรีบเดินดุ่มๆ เข้าไปในฟลอร์เต้นรำอย่างรวดเร็ว
“น้องดา เต้นรำกับพี่นะครับ” พศินเวลานี้ดีกรีแอลกอฮอล์มากพอที่จะเห็นราชสีห์เป็นมด บรรณเหยียดยิ้มไม่ยอมปล่อยมือจากร่างงาม
“เสียใจด้วยนะคุณพศิน คืนนี้อลินดาต้องเต้นรำกับฉันคนเดียวเท่านั้น” เจ้าพ่อหนุ่มขยับพาหญิงสาวออกห่าง พศินยืนมองด้วยความหงุดหงิดปนฉุนเฉียว และมีสาวสวยนางหนึ่งเดินมาหวังจะแก้หน้าให้เขา แต่กลับถูกชายหนุ่มผลักออกห่างตัว ก่อนจะเดินหนีออกจากงาน
“ฉันไม่ใช่สมบัติของคุณ กรุณาปล่อยด้วยค่ะ”
“อีกหน่อยคุณจะเป็นมากกว่านั้น”
คำขู่สองครั้งสองคราที่ได้ยิน ทำเอาอลินดามั่นใจว่าไม่ใช่เขาคะนองปากพูด แต่เขาตั้งใจจะขู่ให้เธอกลัวต่างหาก
“คุณเล่นสงครามประสาทกับฉัน ต้องการอะไรกันแน่” เธอหยุดการเคลื่อนไหวและเบี่ยงตัวออกจากวงแขนแกร่ง บรรณก็ยอมปล่อยในขณะที่สายตายังคงสบกันอย่างไม่มีใครยอมใคร
“นั่นเป็นคำตอบสุดท้ายคุณหมอ แต่คำตอบต่อไปจะเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่อง” แล้วบรรณก็เดินออกจากฟลอร์เต้นรำ อลินดาต้องการความกระจ่างจึงรีบเดินตามไปติดๆ จนมาทันเขาที่ระเบียงด้านนอกห้องจัดเลี้ยง
“จบสิ้นกันสักที ผมขออโหสิกรรมให้คุณหญิงทั้งหมด...” บรรณพึมพำแล้วผ่อนลมหายใจออกมายาวๆ เจตต์มองเลือดที่ไหลออกมาจากต้นแขนของผู้เป็นนายก็ไม่สบายใจ“ฉันไปล่ะ ฝากด้วยนะวัตร หายไปนานๆ เดี๋ยวเมียสงสัย” เจ้าพ่อหนุ่มหันไปบอกเอกวัตรที่ยืนข้างๆ ทำเอาทุกคนพากันอมยิ้มกับอาการกลัวเมียของนายใหญ่แห่งมัณตะธารา“ฉันว่านายไปทำแผลก่อนดีกว่า ไปแบบนี้คุณดาอาจจะช็อคเอาได้” ผู้กองหนุ่มแนะนำ แล้วมองเลยไปที่คนางค์ซึ่งกำลังยืนตัวสั่นอยู่ข้างพี่ชาย“ดีเหมือนกัน” บรรณตบบ่าเพื่อนรักเบาๆ ก่อนจะเดินไปที่ลิฟต์ เจตต์ตามไปอารักขา ส่วนคนางค์ได้แต่หันรีหันขวางก่อนจะเตรียมเดินตามพี่ชายไป ทว่ากลับถูกเอกวัตรคว้ามือไว้ได้ทัน“จะไปไหนหืม...”“ฉันก็จะไปเปลี่ยนเสื้อผ้านะสิ งานเสร็จแล้วนี่” เธอบิดข้อมือออกจากมือนายตำรวจหนุ่ม เอกวัตรมองสีระเรื่อที่ผุดขึ้นบนแก้มนวลก็เอ่ยแซวยิ้มๆ“อายเป็นด้วยเหรอเรา”“ฉันเป็นผู้หญิงนะคุณ มารยาหญิงก็มี แต่ไม่ได้ใช้เท่านั้นเอง” หญิงสาวบอกแล้วเดินหนีไปที่ลิฟต์ เอกวัตรอมยิ้มแล้วเดินตามไป“เย็นนี่ว่างหรือเปล่า...”คนางค์ชะงัก ก่อนจะหันกลับมามองร่างสูงสมาร์ท แววตาแพรวพราวทำให้เอกวัตรรู้สึกแปลกๆ จนกระทั่งร
อีกสองวันต่อมา...รถกระบะเก่าๆ วิ่งไปจอดที่ลานจอดของโรงพยาบาล ก่อนที่หญิงสาวที่แต่งตัวสะสวย รูปร่าง ผิวพรรณดี เหมือนกับลูกไฮโซจะเดินตรงดิ่งไปยังเคาน์เตอร์“ฉันเป็นเพื่อนหมออลินดา เธอพักอยู่ห้องไหนคะ” หญิงสาวสาวสอบถามกับเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล“อ๋อ คุณหมอออกจากโรงพยาบาลแล้วค่ะ”“ทำไมออกเร็วจังคะ หมออลินดาแข็งแรงดีแล้วเหรอ”“ยังหรอกค่ะ แต่สามีของเธอกังวลเรื่องความปลอดภัย ก็เลยขอออกก่อน แล้วจ้างพยาบาลพิเศษไปดูแลค่ะ”“น่าเสียดายจังเลยนะคะ ฉันเพิ่งกลับมาจากเมืองนอก เลยไม่ได้เจอหมอดาเลย แบบนี้คงต้องไปเยี่ยมที่บ้านสินะคะ”“คุณบรรณไม่ได้พาคุณหมอกลับบ้านหรอก ได้ยินว่าจะไปพักฟื้นต่อคอนโดฯ ของคุณบรรณ แถวๆ สาทรน่ะค่ะ”“อ้อ...งั้นเหรอคะ ขอบคุณนะคะ”“ค่ะ”จบการสนทนาแค่นั้น สาวสวยก็เดินออกจากเคาน์เตอร์ ตรงดิ่งไปยังรถกระบะเก่าๆ แล้วกระซิบกระซาบบางอย่างกับคนในรถ ก่อนจะรับเงินมา เป็นอันหมดหน้าที่ณ คอนโดมิเนียมหรูย่านสาทร...หญิงรูปร่างอวบท้วมในชุดแม่บ้านของคอนโดฯ เดินถือกระเป๋าเข้าไปในลิฟต์ ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับประตูลิฟต์ข้างๆ กันเปิดออก พิงค์กี้กับปีเตอร์ก้าวออกมาพอดีคุณหญิงอมรรัตน์มาถึงชั้นที่อลิน
“ไม่ต้องกลัว พัดมาลาและอยากขอบคุณคุณหมอมากๆ เลยนะคะ ที่รักและเมตตาน้องพอร์ต” พัดชาพูดเนิบนาบแต่น้ำเสียงกังวานใสดั่งระฆังแก้ว“คุณจะไปไหนคะ”“ถึงเวลาที่พัดต้องไปอยู่ในที่ของพัดแล้ว ฝากลาพี่บรรณด้วยนะคะ พัดผิดต่อพี่ชายมากและอยากขอร้องคุณให้ห้ามพี่บรรณอย่าทำร้ายใครเพราะพัดอีกเลย พศินได้รับผลกรรมที่ทำไว้กับพัดแล้ว คุณหญิงอมรรัตน์ก็ต้องรับผลกรรมที่ทำเช่นกัน”“ฉันจะพยายามห้ามเขานะคะ แต่พี่ชายคุณพัดก็ดื้อเหลือเกิน” อลินดาบางครั้งก็อ่อนใจกับความเอาแต่ใจของชายหนุ่ม พัดชายิ้มหวานมองอลินดาอย่างชื่นชม“พี่บรรณไม่เคยเชื่อใครนอกจากตัวเอง และมีคุณเท่านั้นที่จะห้ามพี่บรรณได้ ฝากน้องพอร์ตและพี่บรรณด้วยนะคะ ถึงเวลาที่พัดจะต้องไปจริงๆ แล้ว…”สิ้นประโยคดังกล่าว ร่างของพัดชาจะค่อยๆ กลาย เป็นแสงระยิบระยับมลังเมลืองสีทอง และจางหายไปตามอากาศธาตุต่อหน้าต่อตาอลินดา“เดี๋ยวก่อนค่ะคุณพัด อย่าเพิ่งไป”เสียงพูดละเมอของคนที่หลับอยู่บนเตียงทำเอาบรรณรีบถลามาหาอย่างตกใจ มือกุมมืออลินดาแน่นพร้อมกับเรียกขานให้เธอรู้สึกตัว“ดา…ดา...”เปลือกตาที่หนักอึ้งค่อยๆ เปิดขึ้นช้า และเห็นใบหน้าคมที่วันนี้รกครึ้มไปด้วยเคราลอยเหนือใบ
“พัด ช่วยดาด้วยนะ ช่วยดาด้วย อย่าให้ดาต้องเป็นอะไรไป เพราะพี่คงอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีดา...” บรรณพึมพำ มือประสานกันไว้บนเข่าเวลาผ่านไปนาทีแล้วนาทีเล่าจนหนึ่งชั่วโมงผ่านไป สองชั่วโมงก็ผ่านไปอีก ทีมแพทย์หรือใครก็ไม่ออกมาส่งข่าว ทำให้หัวใจแกร่งรุ่มร้อนจนอยากจะพังประตูเสียตอนนั้น เจตต์และเอกวัตรเสร็จสิ้นภารกิจก็พากันตามมาสมทบ ผู้กองหนุ่มมองหน้าเครียดๆ ของเพื่อนรักพร้อมบีบบ่ากว้างให้กำลังใจ“คุณหญิงอมรรัตน์หนีไปได้ แต่ฉันมั่นใจว่าเธอจะต้องกลับมาให้เราจับตัวแน่ๆ”“ไม่คิดเลยนะคะว่าคุณหญิงป้าแกจะร้ายได้ถึงขนาดนี้” พิงค์กี้นั่งถอนหายใจเบาๆ อยู่ข้างบรรณเวลาผ่านไปพักใหญ่ๆ เสียงสวรรค์ที่เจ้าพ่อหนุ่มและทุกคนรอคอยก็มาถึง ประตูห้องฉุกเฉินถูกเปิดออกจากด้านใน แพทย์เดินออกมา ในขณะที่บรรณรีบถลาเข้าไปถึงตัวเป็นคนแรก“หมอครับ! เมียผมเป็นยังไงบ้างครับ!”คุณหมอวัยกลางคนยิ้มให้กับญาติคนไข้อย่างสุภาพ แต่ยังไม่ทันได้ตอบ บรรณก็เขย่าตัวหมอแรงๆ อย่างร้อนใจ จนแว่นสายตาหลุดจากดั้งจมูก“บอกผมสิหมอ เมียกับลูกผมปลอดภัยใช่ไหม”“บรรณใจเย็นๆ” เอกวัตรจับเพื่อนห่างจากคุณหมอ คุณหมอขยับแว่นให้เข้าที่เข้าทาง แล้วตอบออกมาด้วยน้ำเ
วินาทีนั้นเองจู่ๆ อลินดาก็เหมือนจะทรงตัวไม่อยู่ ร่างกายอ่อนเหลว ก่อนจะค่อยๆ ทรุดลงอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ยังดีที่บรรณเหลือบเห็นเสียก่อน จึงรีบหันไปประคองเอาไว้ได้ทัน“ดา…ดาเป็นอะไร???”“ลูก…ลูกของเรา” อลินดาบอกเสียงสั่นเทา บรรณกอดภรรยาแนบอกแล้วมองหาเจตต์ที่อยู่บริเวณมุมอับของโกดัง ซึ่งเจตต์ก็คือคนที่ยิงพศินเมื่อครู่นั่นเองขณะนั้นเอกวัตรก็ได้นำกำลังตำรวจวิ่งเข้ามา คุณหญิงอมรรัตน์ถึงกับผงะด้วยความคาดไม่ถึง สมองเริ่มคิดหาทางรอด เพราะตัวเองจะไม่ยอมถูกจับง่ายๆ แบบนี้เป็นแน่“รีบพาคุณดาไปโรงพยาบาลเร็ว!” เอกวัตรบอกเพื่อนรัก บรรณไม่รอช้ารีบอุ้มอลินดาตรงไปยังรถที่จอดรออยู่ด้านนอก ส่วนคุณหญิงอมรรัตน์ได้แต่มองตามด้วยประกายแข็งกร้าว‘ฝากไว้ก่อนเถอะพวกมึง!!!’หญิงสูงวัยอาฆาตในใจ ตอนนี้ต้องหาทางรอดจากที่นี่เสียก่อน แล้วค่อยแก้แค้นก็ยังไม่สาย“ยอมมอบตัวกับผมเถอะครับคุณหญิง เรื่องหนักจะได้กลายเป็นเบา” เอกวัตรบอกเสียงนุ่ม พยายามใช้น้ำเย็นเข้าลูบ“ไม่มีทาง!”แล้วคุณหญิงอมรรัตน์ก็งัดหมัดเด็ดด้วยการยกปืนขึ้นมาจ่อที่ขมับของตัวเอง พร้อมกับค่อยๆ ก้าวถอยหลังช้าๆ“ใจเย็นๆ นะครับคุณหญิง เราตกลงกันได้...”เอกวัต
“ปล่อยดาก่อน แล้วยื่นหมูยื่นแมว”“มึงไม่มีสิทธิมาต่อรองโว้ย เพราะคนที่จะกำหนดความเป็นความตายของมึงกับอลินดาคือกูกับแม่เท่านั้น” พศินตะโกนลั่นอย่างชิงชัง “แต่กูจะบอกเอาบุญก่อนที่มึงจะตาย กูจะฆ่าลูกของมึง แล้วเอาเมียมึงมาเป็นนางบำเรอ ตามด้วยการยึดทุกอย่างที่เป็นของมึงมาในฐานะพ่อของไอ้เด็กพอร์ต”เมื่อได้ยินประโยคดังกล่าว บรรณถึงกับขบกรามแน่น แววตาแดงก่ำด้วยความโกรธ“พวกชั่ว โกรธฉันก็ต้องมาลงที่ฉันสิวะ ความแค้นระหว่างเราจะได้จบสิ้นสักที” เจ้าพ่อหนุ่มคำรามอย่างสุดทน คุณหญิงอมรรัตน์แสยะยิ้มแววตาแข็งกระด้างน่ากลัว“แม่เพิ่งเห็นแกฉลาดก็วันนี้” จากนั้นนางก็หยิบห่อกระดาษเล็กๆ จากกระเป๋ากางเกงออกมาส่งให้บุตรชาย “เอายานี่กรอกปากอลินดาซะ มันจะได้มีชะตากรรมเหมือนนังพัดชา”บรรณเย็นวาบไปทั่วตัว ตาจ้องมองห่อกระดาษเล็กๆ ในมือพศิน“คิดเอาไว้ไม่มีผิด แกเป็นคนวางยาพัดชาจริงๆ”ความแค้นสุมแน่นในอกจนแทบระเบิด ลำพังตัวเองคนเดียวเขาไม่กังวลอะไรหรอก แต่ตอนนี้เมียและลูกเขาอยู่บนความเป็นความตาย ยังไงก็ต้องรอบคอบให้ดีๆ“น้องแกมันโง่เอง ฉันทำดีด้วยหน่อยก็คิดว่าฉันยอมรับเป็นลูกสะใภ้ ฉันเลยจัดการมันง่ายกว่าที่คิด” หญ







