LOGINนิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องราวภาคพ่อแม่ ในจักรวาลเดียวกับ 1.เสน่ห์ร้ายพ่ายรัก (เดหลี x เดย์ตัน) 2.เล่ห์วิวาห์ซ่อนรัก (แก้มหวาน x ควินตัน) โดยสามารถอ่านแยกได้ แค่เด็กกำพร้าคนหนึ่งที่มีฐานะต่ำต้อย ทั้งยังถูกมารดาของเขารับไปเลี้ยงดู ชายหนุ่มจึงเกลียดเธอเข้าไส้เพราะคิดว่ากำลังแย่งทุกอย่างไปจากตนเอง เหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นเขาโทษว่าเป็นความผิดของเธอแต่เพียงผู้เดียว ชายหนุ่มจึงทำร้ายจิตใจหญิงสาวสารพัด โดยไม่สนใจว่าเธอจะเจ็บปวดหรือไม่ “เมื่อคืนเกิดเป็นบ้าอะไรขึ้นมา!!” “คุณธาม” “ตามมานี่เลยสายขิม” “โอ๊ย!! คุณธาม ขิมเจ็บนะ” “แค่นี้มันยังน้อยไปสายขิม!” “คุณเป็นบ้าเหรอคุณธาม ปล่อยนะขิมเจ็บ” “เธอต่างหากสายขิมที่เป็นบ้า เมื่อคืนฉันอุตส่าห์ไปเรียกเธอหลายรอบที่ห้อง แต่เธอไม่ยอมเปิด มันหมายความว่าไง!!” “แล้วคุณธามจะมายุ่งกับขิมอีกทำไม คุณธามก็มีคุณแอนจี้แล้วทั้งคน” “เธอคงลืมไปแล้วสินะสายขิม ระหว่างเธอกับฉันไม่ได้มีความรู้สึกอะไรทั้งนั้น เธอมันก็แค่ของเล่นชั่วคราวของฉันเท่านั้น”
View Moreทันทีที่รู้ว่าพอมีเวลา หญิงสาวจึงขอร้องให้เดวิดพาตนเองไปหาธมนินทร์ ณ สนามบิน“พี่เดวิดช่วยเร่งความเร็วรถให้หน่อยได้ไหมคะ”“ครับคุณสายขิม” เดวิดเหยียบคันเร่งเกือบสุดมิด ตั้งแต่ได้รู้ว่าหญิงสาว คือคนที่เจ้านายหนุ่มรัก เขาจึงไม่อาจตีเสมอหญิงสาวได้อีกรถสปอร์ตคันหรูแล่นมาจอดยังสถานที่หมาย กชนิภาวิ่งลงจากรถด้วยใจที่ว้าวุ่น เหลือเพียงอีกสิบนาทีเที่ยวบินอิตาลีใกล้จะออกหญิงสาวพยายามตามหาคนตัวโต ทว่ากลับไร้ร่องรอย กระทั่งเที่ยวบินดังกล่าวบินขึ้นสู่ท้องฟ้า เธอถึงกับทรุดลงด้วยความอ่อนแรง“ฮือ ฮือ พี่ธาม...ขิมขอโทษ” เธอปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อายผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมา ต่างหันมามองเธอเป็นตาเดียว แต่เธอกลับไม่สนใจอีกแล้ว น้ำตาหลั่งไหลพรั่งพรูออกมาราวกับสายน้ำความตั้งใจจะทำให้คนตัวโตเจ็บ ทว่ากลับกลายเป็นเธอเองที่ต้องทนทุกข์ทรมาน หากย้อนกลับไป เธออยากจะกลับไปแก้ไขอดีตที่ผ่านมา อยากจะล้มเลิกการแก้แค้นทั้งหมดมือบางลูบหน้าท้องแบนเรียบของตนเอง อีกในไม่ช้าเธอกำลังจะให้กำเนิดบุตรคนที่สอง ทว่าพ่อของลูกได้จากไปแล้ว“ร้องไห้เป็นเด็กไปได้” เสียงทุ้มของใครคนหนึ่งเอ่ยขึ้น เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าหญิงสาวเธอเงยหน้
ธมนินทร์กลับมาถึงคฤหาสน์ช่วงเวลาเที่ยงคืน หลังจากหายไปทั้งวัน เขาไม่ได้ออกไปทำงานอย่างที่ทุกคนเข้าใจ เพราะมัวแต่ไปดื่มเหล้าเมามายกับบรรดาเพื่อนสนิทยังผับชายหนุ่มเดินเข้าไปในห้องนอนผ่านความมืด ก้าวไปห้องน้ำ เพื่อชำระร่างกายกว่าทุกอย่างจะเสร็จเรียบร้อยเกือบตีหนึ่ง เขาจึงมานอนข้างภรรยาฟูกที่ยุบลงทำให้กชนิภาหันไปมองชายหนุ่ม ซึ่งเขานอนหันหลังให้กับตนเอง ตลอดทั้งคืนหญิงสาวเฝ้าคอยให้เขากลับมา แต่เมื่อเขามาถึงห้อง เขากลับเมินตนเองเธอพลิกกายหันข้าง มองแผ่นหลังกำยำของคนตัวโต อยากจะกอดแต่ก็ทำไม่ได้ ได้เพียงแตะแผ่นหลังอย่างแผ่วเบา‘ขิมรักพี่ธาม’ พูดเพียงในใจ ก่อนจะข่มตาหลับพร้อมน้ำตายามรุ่งอรุณกชนิภาสะดุ้งตื่น เพราะเสียงอาเจียนที่ดังโฮกฮากมาจากห้องน้ำ ร่างบางลุกขึ้นด้วยความงัวเงีย ก้าวลงจากเตียงขนาดคิงไซต์ไปหาคนตัวโตในห้องน้ำ“พี่ธามเป็นอะไรไหมคะ” เสียงหวานเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง มือบางลูบลงแผ่นหลังกว้างอุ๊บ อ๊วก อ๊วก ธมนินทร์โก่งคออาเจียนหน้าอ่าง ด้วยความอ่อนเพลียและเวียนศีรษะ ไม่ทันจะตอบคนตัวเล็ก อาการคลื่นไส้เริ่มต้นอีกครั้ง กว่าอาการจะดีขึ้นก็ผ่านไปสักพัก เล่นเอาชายหนุ่มถึงกับใบหน้าซีดเ
กชนิภากลับมาอยู่คฤหาสน์โชติยศได้ประมาณสองสัปดาห์ เธอยังคงนอนแยกห้องกับชายหนุ่ม เนื่องจากกำลังวางแผนบางอย่าง เพื่อต้องการสั่งสอนบทเรียนแก่เขา“ขิมครับ คืนนี้พี่ขอนอนกับขิมและลูกด้วยได้ไหม” คนตัวโตพยายามออดอ้อนหญิงสาว แขนกำยำสอดเข้ากับเอวบาง“ไม่ได้ค่ะ พี่ธามจะนอนกับขิมได้ไง เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย”“งั้นก็แต่งงานกับพี่นะครับ เราไปดูฤกษ์กันพรุ่งนี้ ตกลงไหม” ประคองใบหน้างาม“พี่ธามจะแต่งงานกับขิมจริงเหรอคะ” ถามลองเชิง“จริงครับ ถ้าไม่ใช่ขิมพี่จะไม่แต่งกับใครทั้งนั้น” เขาให้คำยืนยันหนักแน่น“เอ่อ แล้ว”“กังวลเรื่องอะไรเหรอครับ” คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน“ขิมไม่คู่ควรกับพี่ธาม ขิมก็แค่คนใช้” ก้มหน้ามองพื้น ไม่อาจสบตาคนตัวโต“ขิมไม่ใช่คนใช้ ขิมคือคนที่พี่รัก เอาอย่างนี้หลังจากแต่งงานกัน พี่จะให้ทนายทำเรื่องโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินของพี่ทุกอย่างให้ขิมหมดเลย เพื่อเป็นการชดใช้ ดีไหม” เขาแสดงความจริงใจแก่คนตัวเล็ก“จะดีเหรอคะ พี่ธามไม่กลัวขิมจะหลอกเหรอ” ชำเลืองมองท่าทีคนตัวโต“ไม่ครับ ขิมไม่มีทางหลอกพี่หรอก” พูดอย่างมั่นใจในตัวหญิงสาว“ถ้าขิมหลอกละคะ พี่ธามจะทำอย่างไร” คิ้วโก่งสวยเลิกขึ้นสูง เฝ้
“พี่ธามคะ ลุกขึ้นได้แล้ว” มือบางเขย่าร่างหนา“กี่โมงแล้วครับ” ลืมตามองหญิงสาวด้วยอาการสะลึมสะลือ“หกโมงเช้าแล้วค่ะ”“ยังเช้าอยู่เลย พี่ขอนอนต่อเถอะนะครับ” ดึงผ้าห่มมาคลุมกาย กระชับให้แน่นกว่าเดิม“ไม่ได้นะคะพี่ธาม เดี๋ยวลูกตื่นขึ้นมา ขิมไม่อยากให้เดหลีมาเห็นสภาพพี่ธามอย่างนี้”“ก็ได้ครับ” ชายหนุ่มลุกขึ้นนั่ง มองหญิงสาวที่อยู่ในเสื้อผ้าใหม่“ลุกแล้วก็แต่งตัวซะ”“เมื่อคืนขิมนอนไหน” ชายหนุ่มมองคนตัวเล็ก“ก็นอนกับลูกไงคะ” กล่าวเสร็จก็เดินจากไป“ได้ไงครับ ทิ้งพี่นอนคนเดียวได้อย่างไร” ชายหนุ่มรีบแต่งตัวและรีบไปหาหญิงสาวในห้องครัว“ทำไมจะไม่ได้คะ” คิ้วโก่งสวยเลิกขึ้นสูง มองคนตัวโตอย่างไม่เข้าใจ มีท่าทีราวกับเด็กน้อย“ก็พี่หนาว” แก้ตัวน้ำขุ่น ๆ“ขิมก็เอาผ้าห่มให้แล้วนะคะ พี่ธามจะเอาอะไรอีก”“พี่ก็อยากกอดเมียบ้าง” ถือวิสาสะยกตำแหน่งภรรยาแก่คนตัวเล็ก“เมียเหรอ” เสียงหวานเอ่ย“ใช่ครับ”“พี่ธามอย่ามาเกะกะในห้องครัว ลูกใกล้ตื่นแล้ว ขิมต้องเตรียมอาหารเช้า”“มีอะไรให้พี่ช่วยไหมครับ” คนตัวโตอาสา“ในครัวไม่มี ถ้าอย่างนั้นไปดูลูกหน่อย เดี๋ยวเดหลีตื่นขึ้นมา พาไปล้างหน้าล้างตาด้วยนะคะ”“ได้ครับ” พูดอย่าง
“หม่ามี๊ขา ทำไมคุณลุงคนนี้ถึงอยู่บ้านเรา” หนูน้อยเอ่ยถามมารดา ขณะกำลังนั่งรับประทานอาหารเย็น ซึ่งมีชายหนุ่มนั่งอยู่ด้วย“อ๋อ เขาแค่มากินข้าวบ้านเราค่ะ” เสียงหวานตอบกลับบุตรสาวตัวน้อยคนที่กลายเป็นแขกไม่ได้รับเชิญถึงกับหน้าเหวอ ส่งสายตามอ้อนวอนมองหญิงสาว ทว่าเธอกลับไม่สนใจ“บ้านคุณลุงไม่มีข้าวเหรอคะ
“น้ำดื่มค่ะ” กชนิภายื่นแก้วน้ำแก่คนทั้งสอง ก่อนจะไปนั่งโซฟาตรงกันข้าม“เดหลีเป็นลูกของใคร” สาวิตรีรีบเอ่ยขึ้นอย่างไม่รอช้าธมนินทร์หันมองร่างบาง จ้องมองใบหน้างามอย่างรอลุ้นคำตอบ“เดหลีเป็นลูกของขิมค่ะ”“กับใคร” คราวนี้ชายหนุ่มเป็นฝ่ายถามกชนิภาเม้มปาก ใบหน้างามรู้สึกร้อนผ่าวเมื่อเจอคำถามของคนตัวโต
“นี่คุณธาม จะตามฉันมาอีกทำไม กลับไปได้แล้ว ตอนนี้ก็ค่ำมากแล้ว” เริ่มโมโห เพราะวันนี้ทั้งวันเขาคอยเดินตามไม่ห่าง“ไม่กลับ พี่จะอยู่กับขิมและลูก” คนตัวโตตีหน้ามึน พยายามขยับเข้าไปอยู่ใกล้คนตัวเล็ก“เฮ้อ” ถอนหายใจเฮือกหนึ่งด้วยความเหนื่อย เมื่อก่อนช่างดุดันราวกับราชสีห์ แต่มาตอนนี้อย่างกับแมวน้อย“อย่
ชลธิชาออกมารอแพทย์หนุ่มตามคำสั่ง กระทั่งเกือบเวลาหกโมงเย็นเขาก็ยังไม่มา เธอจึงถอดใจตัดสินใจกลับบ้านเอง“หึ!! ผู้ชายก็เหมือนกันหมด” บ่นพึมพำไปเรื่อยระหว่างเดินไปป้ายรถเมล์ขณะหญิงสาวกำลังยืนคอยรถเมล์ จู่ ๆ มีรถหรูอันคุ้นเคยมาจอดตรงหน้าเธอ“ลูกปัดขึ้นรถ” เขาลดกระจกรถลง ทั้งเอ่ยเรียกเธอ ทว่าหญิงสาวยัง





