Beranda / วาย / ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ <The Amid Autumn> / บทที่6 กระบี่สุสานมังกร °•.< ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ 3 >.•°

Share

บทที่6 กระบี่สุสานมังกร °•.< ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ 3 >.•°

Penulis: LuL LaLiiL
last update Terakhir Diperbarui: 2025-09-13 18:14:59

ทั้งสองเดินต่อเข้าไปจนถึงใจกลางถ้ำก็ได้พบบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์จืออู่ตี้ (บ่อน้ำแห่งจินตนาการ) แสงสว่างเจิดจ้าจากปากบ่อดั่งผงเกล็ดมุกเปล่งประกายระยิบระยับคล้ายมีมนต์เรียกหาล่อลวงให้ผู้พบเห็นเดินเข้าไป แสงวิบวับสะท้อนใบหน้าหวาดกลัวตกใจของเหล่าศีรษะที่ถูกตรึงอยู่ปากเพดานรอบๆ คล้ายว่าสิ่งเหล่านั้นกำลังแยกเขี้ยวร้องโหยหวนเตรียมตะครุบ

บริเวณรอบๆ เหล่าจิตภูตบินอยู่บนปากบ่อมากมาย เมื่อเจ้าวั่งซูและฮวาเฟยฟาเดินเข้าไปใกล้ ก็พึ่งเห็นแสงสว่าง ฉายเข้ากับหน้าจิตภูติ ตาโตดำ หูตั้งชันสูง ไม่มีจมูก เขี้ยวแหลมเต็มปาก

นี่มันภูติผีรึเปล่าเนี๊ยะ!” เจ้าวั่งซูคิด แต่ก็เพราะหน้าตาเหยเกปนน่ารักน่าชังของเจ้าจิตภูตินี้ ทำให้สติของวั่งซูไขว้เขวถูกดึงกลับมาชั่วครู่

นี่มันมนต์ยั่วยุกลีบบุปผา” เจ้าวั่งซูสะบัดพัดดำในมือร่ายเวทย์ “มนต์สะกดลวงตา จงหายไป!” และโบกสะบัด แสงสีพวยพุ่งตามแฉกกรีบพัด พัดพาเหล่าจิตภูติร้องกระเจิงแตกวง ไอหมอกไอควันวิบวับจากปากบ่อบางตาลงเหลือเพียงไอหมอกใสใส มองผ่านไอหมอกไปอีกด้านขอบบ่อ ฮวาเฟยฟากำลังหมดสติและล้มลงปากบ่อ เจ้าวั่งซูกระโจนเข้าโอบรับและดึงร่างทั้งสองออกห่างปากบ่อ ตอนนี้ฮวาเฟยฟาหมดสติอยู่ในอ้อมแขนเจ้าวั่งซู เจ้าวั่งซูเอามือตีแก้มเบาๆ

เฟยเฟย เจ้าเป็นไรไม๊! ตื่นสิ!”

ยังไม่มีสัญญาณการมีสติ เมื่อตีไปได้สักพัก มือของเจ้าวั่งซูกลับเปลี่ยนเป็นลูบและสัมผัสอย่างเบาๆ อ่อนโยนคลึงไปมา “ทำไมผิวเจ้าถึงละเอียดขาวดังหิมะแต่เย็นยะเยือก ขนตายาวเป็นแพ จมูกโด่ง ปากคมอิ่มเอิม ช่างงดงามเหมือนมังกรน้ำยามนิทรา”

เฮ้ย! นี่ข้าคิดอะไร เจ้าวั่งเอ้ย นี่มัน”

ฮวาเฟยฟาได้สติเริ่มลืมตาขึ้น “เกิดอะไรขึ้นกับข้า เจ้าวั่งซู ข้าจำได้ว่าพวกเราพบบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์นั่น และและ...”

ใช่ บ่อน้ำนั่น แสงจากบ่อนั่น และจากพวกจิตภูต รวมถึงกะโหลกด้านบน ล้วนเป็นกับดัก ร่ายมนต์ยั่วยุกลีบบุปผา ล่อลวงสิ่งต่างๆ มาติดกับเข้ามาได้ แต่ ไม่มีชีวิตรอดจากนี่ไปได้” เจ้าวั่งซูกล่าว

แต่อะไรทำให้พวกนี้ต้องมาตายสภาพแช่แข็งเช่นนี้หล่ะ” ฮวาเฟยฟาครุ่นคิด

เอ๊ะ! ผลึกวิบวับจากบ่อนั่นเหมือนข้าเคยเห็น มันคือทราย หยิงเซ่อหยางเหมา (ขนแกะเงิน) และ จิงเซ่อหยางเหมา (ขนแกะทองคำ) ของ ยักษ์ถูหลันเม่งเซี๊ยะ-มารฝัน จากภพฝัน” ทั้งสองหันมามองหน้ากัน

แล้วมันคือใคร!” เจ้าวั่งซูกล่าว

ฮ่าๆๆๆ! ข้าก็คิดว่าเจ้าจะรู้” เฟยฟาหัวเราะร่าออกมา

แหะแหะ! ไม่! ข้าอาจจะพึ่งมากำเนิดได้ไม่นาน หรือ ไม่ค่อยได้ตั้งเล่าเรียนตอนเด็กๆ” เจ้าวั่งซูลูบหัวตัวเอง

ยักษ์ถูหลันเม่งเซี๊ยะหรือมารฝันคือเจ้าผู้ปกครองภพฝันแห่งความเงียบงัน เป็นภพเดียวที่มิอาจแบ่งแยกขาวดำชัดเจน จริงๆ แล้วอีกชื่อหนึ่งตามที่ตำราในหอมนต์ตราสววรค์เขียนไว้คือ มันควรจะถูกเรียกว่า “ภพฝันนามธรรม และ ภพฝันรูปธรรม” ข้าเคยได้ยินว่าเจ้าภพฝัน มารฝันนั้น มีสองคนในร่างเดียว คือ

ฝันดี (เม่งเซี๊ยะ-นางฟ้าถือพิณและทรายหยิงเซ่อหยางเหมา (ขนแกะเงิน) และ ฝันร้าย (ถูหลัน-ยักษ์สีแดงหน้าตาน่ากลัวเขี้ยวล้นปากถือกู่เจิงและทรายจิงเซ่อหยางเหมา (ขนแกะทองคำ) ”

ร่างหนึ่งทำหน้าที่กระจายฝันดีสู่ทุกภพด้วยพิณสะกดใจ และ พาดวงจิตที่เร่ร่อนออกจากร่างมาสู่ภพฝัน ก่อฝัน สร้างฝัน ด้วยทรายขนแกะเงิน เรียกได้ว่าทำให้ผู้คนพบความฝันที่สวยงามและสำเร็จทำให้ดวงจิตสว่างสไวขึ้น”

ส่วนอีกร่างฝันร้ายในทางตรงข้ามคือกระจายฝันร้าย ความดำมืด สู่ฝันผู้คนด้วยกู่เจิงบังคับจิตและทรายขนแกะทองคำ นำพาดวงจิตที่ตกอยู่ในความฝันล่องไปในทางมืดและดำเปลี่ยว ฝันร้ายแบบที่สุดในโลก”

มารฝันจะได้ไอสว่างจากจิตวิญญาณเป็นค่าตอบแทน และ คนผู้นั้นจะสูญเสียความกระปรี้กระเปร่าไปในร่างจริงเนื่องด้วยเศษเสี้ยวจิตวิญญาณที่นำไปแรกมา ว่ากันว่ามีสิ่งมีชีวิตจากต่างภพมากมายที่หลงอยู่กับฝันตน จนโดนดูดซับไอชีวิตหมดสิ้นแสงสว่างแห่งดวงจิตจนแห้งเฉากึ่งเป็นกึ่งตาย สรุปเลยยังไม่มีใครรู้ว่าตกลง เจ้าภพฝัน และ ภพฝันนั้นดีหรือไม่ดี และเกิดมาเพื่อสิ่งใด” ฮวาเฟยฟาเอ่ย

เอ่ออ! กึ่งเป็น! กึ่งตาย! เหี่ยวเฉา! แบบพวกที่อยู่ด้านบนผนังถ้ำนั่นรึเปล่า” เจ้าวั่งซูกล่าว

จริงด้วย สภาพกายเหล่านี้ ดูซีดเหี่ยวแห้งคล้ายโดนดูดไอแห่งดวงจิตไปจนหมด” เฟยฟากล่าว

จริงๆ ด้วย ข้าพึ่งนึกออก ความสามารถของมารฝันอีกอย่างหนึ่งคือสามารถย้ายภพฝันเข้าซ้อนทับภพอื่น โดยที่ไม่ได้ออกจากภพตัวเอง แต่เป็นการยกภพทั้งหมดมาวางซ้อนลงบนภพอื่น หรือว่านั่นคือการสร้างภพนามธรรม เข้าทับซ้อน ภพรูปธรรม” ฮวาเฟยฟาเอ่ยครุ่นคิด

ใช่! ถ้าแบบนี้แสดงว่า ถ้ำนี้! บ่อนี้! คือภพฝันแห่งความเงียบงัน และ ได้ถูกย้ายไปหลายๆ ภพในลักษณะซ้อนทับลงเหมือนกับดักรอเหยื่อจากภพนั้นๆ เดินเข้ามา และ เอาชีวิตมาทิ้งที่นี้” เจ้าวั่งซูกล่าว

ถ้างั้นพวกเราก็ไม่น่าจะ.......”

สิ้นเสียง เหล่าซากศพรอบๆ รอบๆ ถ้ำ เริ่มสั่น และ ส่งเสียงกรีดร้องโหยหวน ลมแรง พวกจิตภูติสแยะยิ้มแยกเขี้ยวคล้ายมันบ้าขึ้น

หรือว่า....พวกนี้ก็เป็นเหยื่อของภพฝันแห่งความเงียบ เข้ามา และ ถูกทำให้ไร้สติ! แสดงว่าทุกสิ่งที่เข้ามาในนี้ล้วนเสียสติเพราะฤทธิ์ของ......” ยังไม่สิ้นเสียงความคิดขอฮวาเฟยฟา

ฮ่ะ! เสียงพิณ เสียงกู่เจิง และ ละอองทรายที่ลอยวิบวับอยู่ในถ้ำนี้ทั้งหมด คือกับดัก! ไปเร็ว! รีบออกไปจากที่นี่! วั่งซู”

ฮวาเฟยฟาตะโกนเรียก และ พุ่งเข้าโอบกอดรัดตัวเจ้าวั่งซู เหาะตรงย้อนกลับทางที่เข้ามา ประติมากรรมสิ่งมีชีวิตที่ร้องโหยหวนตามผนังและเพดานถ้ำ เอื้อมมือมาปัดขัดขวาง ยื่นหน้า ยื่นปากลิ้นฟันเข้ามาจะกัดกลืนกิน ทุกสิ่งทุกอย่างในนี้ขยับตะครุบทั้งสองคนอย่างวุ่นวายไปหมด เหล่าจิตภูติรวมตัวบินตรึงแขนขาฮวาเฟยฟาและเจ้าวั่งซูไม่ให้ขยับไปต่อ เหล่ามือเป็นร้อยเป็นพันมือแย่งกันยื่นจับยึดร่างทั้งสองไม่ให้ขยับไป ดูหมือนจะสายเกินไป ทั้งสองยังไม่ถึงปากถ้ำ ทางกลับออกไปสู่ปากถ้ำเริ่มปิดลง

ช้า!ช้าก่อน! นั่น! มีบางสิ่งกำลังขึ้นมาจากบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์” เจ้าวั่งซูยังอยู่ในการโอบรัดในอ้อมแขนของฮวาเฟยฟา ชี้ไปที่ปากบ่อน้ำ

ฮ่ะ! นั่นมัน! มารฝัน นี่เราติดอยู่ในกับดักฝัน หนีออกไปไม่ได้” 

แสงเจิดจ้าพวยพุ่งขึ้นจากปากบ่อ เทพธิดาเม่งเซี๊ยะ ค่อยๆ ลอยปรากฏกายโผล่ขึ้นจากบ่อ กายหยาบที่ขาวละเอียด และ ดวงหน้าคมมนช่างงดงามเหมือนนางฟ้านางสวรรค์ แต่ ที่แปลกตาคือบนศีรษะมีเขาแพะอันใหญ่ขดเป็นเกลียวบนหัว สองมืออุ้มประคองพิณ ดวงตากวางเรียวงามคู่นั้นหลับไม่เปิดขึ้น

นั่นต้องเป็นเม่งเซี๊ยะ ข้าเข้าใจละว่าทรายขนแกะเงินคือมาจากขนของตัวนางเอง” ฮวาเฟยฟาเอ่ย

เจ้าคือเทพธิดาเม่งเซี๊ยะ เจ้าภพฝันแห่งความเงียบงันใช่หรือไม่ เหตุใดจึงมาปรากฏตัวภพมนุษย์” 

ใช่คือข้าเอง พวกเจ้าเก่งไม่น้อยที่รู้จักข้า และ ภพฝันแห่งความเงียบงัน” เม่งเซี๊ยะพูดทั้งที่ยังลอยอยู่ในอิริยาบทชดช้อยงดงามคล้ายถือพิณกำลังฟ้อนรำ และ ดวงตาคู่งามก็มิได้เปิดขึ้น

ฮวาเฟยฟา ผายมือในอากาศ ไป่ชิงหลงปรากฏกายขึ้นด้านหลังขดตัวสูงอยู่เหนือฮวาเฟยฟา และ อ้าปากเปล่งแสงจากลำคอพวยพุ่งกระบี่สีขาวหยก รูปร่างเหมือนแฉกเขี้ยวมังกรขาวลอยเปล่งแสงออกจากปากไป่ชิงหลง กระบี่เล่มนี้เป็นหนึ่งในอาวุธที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี

กว่าหมื่นปีที่มีการถือกำเนิดของโลกนี้ และ หนึ่งสัตว์ที่เก่าแก่มากที่สุดที่ถือเกิดมาพร้อมกับโลกใบนี้ ณ ภพเดรัจฉาน คือ เผ่ามังกร และ ในทุกๆ ครั้งของการถือกำเนิดและดับสลายในทุกคมเขี้ยว พลัง จากซากสังขารมังกรจะกอรปรวมเข้ากับดวงจิตลอยออกมาเข้ารวมร่างกับกระบี่เล่มนี้ นั่นหมายถึง กระบี่เล่มนี้คือที่รวมกันของดวงวิญญาณทุกดวงของบรรพบุรุษเผ่าพันธุ์มังกร

กระบี่สุสานมังกร!”

เทพธิดาเม่งเซี๊ยะ เริ่มร่ายรำไปมาพร้อมดีดพิณประจำกาย “ทำนองนำพาวิญญาณ”

หนึ่งในทำนองเก่าแก่จาก “ตำนานปีศาจขโมยฝัน ปีศาจตั้งแต่สมัยบรรพกาลลักษณะเหมือนคนแคระเครายาวแบกถุงเข้าขโมยความฝันของผู้คนยามค่ำคืน” ทำนองนี้ที่ถูกเก็บไว้ใน หอจิ่งซือเย่เถวีย (หอมนตราสวรรค์) ไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้และเป็นหนึ่งในทำนองที่ถูกทำให้ลืมไปตลอดกาล

ดวงตากวางยาวยังคงหลับ เม่งเซี๊ยะเริ่มดีดนิ้วเรียวไล้ไปบนพิณ เสียงแว่วหลอนซึ้งถูกดีดออกมาประสานเข้ากับสายลม จังหวะช้าระรื่นถี่ถี่กระเพื่อมเข้าโสดประสาท เม่งเซี๊ยะยกตวัดนิ้วสวยดีดนิ้วเร่งจังหวะอีกครั้ง

เหล่าร่างที่ถูกตรึงบนผนังถ้ำ เริ่มส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนเหมือนโดนปลุก และ ร้องอย่างเจ็บปวดแต่ก็ไม่มีทางหลุดจากพันธนาการที่รัดรึงไว้

โอ๊ย! เสียงนี่มันคือเสียงอะไร ไพเราะ! ยั่วยวน! ดึงดูด! และทรมานในใจ!” วั่งซูเอามือกุมหัวแน่น

ปิดหู! วั่งซู!” ฮวาเฟยฟาบอก อย่าไปฟัง อันนี้คือทำนองปีศาจ มันจะล่อลวงดวงจิตเข้าสู่ความฝัน และ จะติดอยู่ในนั้นนิรันดร์”

วี๊ดด! วี้! โฮ๊ก! กรี๊ด! ว๊าก!” เสียงร้องโหยหวนทรมานดังกระหึ่มทั่วถ้ำรอบด้าน

เฟยฟาตวัดกระบี่ขึ้นเป็นแนวตั้งฉาก ตั้งจิตรวมพลัง สองนิ้วกรีดกระบี่ ร่ายมนต์

มนต์กลืนกินความมืดแห่งเผ่ามังกร” กระบี่สุสานมังกรเปล่งแสง พวยพุ่งตรงสู่ เม่งเซี๊ยะ กระแทกกำแพงทรายแกะเงินที่ห่อหุ้มร่างกายเม่งเซี๊ยะแตกกระจายจนเกือบหมด ปลายเส้นสายของพลังพุ่งตรงตัดสายพิณหนึ่งเส้นขาดผึ่ง

เม่งเซี๊ยะเหวอ “นี่เจ้าคือบุตรชายคนเดียวของเผ่าพันธุ์มังกรในรอบพันปีหรอ มีเพียงเกล็ดมังกรที่สามารถตัดสายพิณและทำนองแห่งข้าได้ องค์ชายมังกรแห่งภพสวรรค์” เม่งเซี๊ยะหน้าเสียตกใจ

ท่านคือเทพ ภพต้นกำเนิดคือภพสวรรค์ แต่ท่านฝ่าฝืนกฏ สร้างกรรมมากมาย ท่านฆ่าและกักขังทุกดวงจิตที่หลุดเข้ามาในภพฝันแห่งความเงียบงัน ท่านขโมยดวงจิต และ ร่างพวกเค้า มันคือการฝ่าข้อห้ามร้ายแรง” ฮวาเฟยฟาเอ่ย

พวกเราต้องส่งท่านคืนสู่ภพต้นกำเนิด และจะปิดผนึกท่านไว้ตลอดกาล” เจ้าวั่งซูพูดพร้อมเรียกเคียวสู่ภพปรากฎ

งั้นเจ้าก้คือผู้สืบสายเลือดตระกูลเจ้า เจ้าวั่งซู เจ้าแห่งภพมนุษย์ โชคชะตาอะไรกันทำให้เราได้มาพบกัน” เสียงของเทพธิดาเม่งเซี๊ยะอ่อน และ สลดลง 

ขโมยและกักขังดวงจิตหรอ! ใช่! มันฟังดูเหมือนเป็นอย่างนั้น แต่พวกเจ้ารู้ไหมจริงๆ แล้วทุกคนที่เดินเข้ามายังภพฝันนี้ล้วนแล้วแต่ได้รับการขับกล่อมด้วยพิณสู่ฝันและทรายแกะเงิน มันคือทำนอง และ ศาตราแห่งเทพ ที่ทำหน้าที่นำทางเหล่าดวงจิตที่สิ้นหวังและหลงทางสู่ความฝัน สู่จินตภาพที่พวกเค้าไฝ่ฝัน มันก็ทำหน้าเหมือนเคียวสู่ภพของเจ้าไง เจ้าเด็กตระกูลเจ้า”

เจ้าวั่งซู สะดุ้ง และ สะอึกหนึ่งที

และตัวข้านั้นไม่ได้มีหน้าที่บังคับใจพวกเค้า การที่ติดอยู่ที่นั่นในภพฝันนามธรรม เป็นสื่งที่พวกเค้าเอง ต้องการ และ เต็มใจที่จะอยู่ในนั้นไปตลอด พวกเจ้าคิดว่าการที่พวกเจ้ามาอยู่ที่นี่เป็นเรื่องบังเอิญรึ?! เด็กน้อย ไม่! เจ้าคิดผิด! ดวงจิตทั้งหลายไม่ว่าจะมีร่างกำเนิดจากภพภูมิใด ก็ล้วนแล้วแต่ไฝ่หาหนทางสู่ความสงบ มีความต้องการที่จะอยากอยู่ในสักที่ใดที่หนึ่ง ที่ช่วยให้พวกเค้าได้รู้สึกหลุดพ้นจากโลกแห่งความเป็นจริงที่โหดร้าย ความทุกข์ทรมานที่ต้องได้รับ และ ข้าเม่งเซี๊ยะถูกโทษทัณฑ์จากสวรรค์ให้ลงมาดูแลภพฝันห่งความเงียบงันแห่งนี้ และ พันธะเพียงหนึ่งเดียวของข้า ก็คือเปิดทางสู่โลกแห่งฝันนามธรรมให้พวกเค้า พวกเหล่าคนที่มีดวงจิตที่สะอาดสว่างและมีบารมีมากพอ ที่จะเดินไปสู่ฝันที่พวกเค้าต้องการ”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ <The Amid Autumn>   บทที่25 หุบเขาจินลู่ซี °•.< ผังเก้าจักยุตกรา >.•°

    “แล้วปกติการแข่งขันเพื่อบรรจุเป็นมือปราบมารที่หุบเขาจินลู่ซี นี่มันมีการแข่งอะไรบ้าง” เจ้าวั่งซูเอ่ยถาม ขณะ ที่ปากก็กัดไก่คำโต และซดน้ำซุบไม่ขาด“การที่จะได้เป็นมือปราบมารต้องผ่านด่านทดสอบทั้งเก้ากระจก โดยปกติแล้ว จะมีแค่ปรมาจารย์กระจกนั้นๆ ที่สามารถทะลุผ่านข้าออกกระจกได้ ดังนั้นในการแข่งขัน ผู้เข้าแข่งขันล้วนถูกคัดเลือกว่าแกร่งสุดอันดับหนึ่ง และ สอง เป็นตัวแทนจากแต่ละบ้านทั้งเก้ากระจก ซึ่งในแต่ละปีก็จะมีตัวแทนที่เหมาะสม มีแค่บ้านละคนมากสุดสองคนไม่เกินนี้ ดังนั้นในแต่ละปี จะมีผู้เข้าแข่งขันมากสุดไม่เกิน 18 คนส่วนในวิธีการคือ ปรมาจารย์ท่านนั้นจะใช้มนต์แบ่งจิตเข้าในร่างผู้เข้าแข่งขันเพื่อหลอกกระจกให้ปล่อยกายหยาบของผู้เข้าแข่งขันทั้งหมดเข้าไปในกระจกนั้นๆ ที่ทุกคนเชื่อว่าเป็นภพเสมือนจริง แต่อย่างที่พวกเรารู้กันมาว่าเบื้องหลังกระจกคือเส้นทางสู่ภพภูมินั้นๆที่แท้จริง เมื่อเข้าไปแล้วผู้เข้าแข่งขันจะเจอศัตรูที่ทางปรมาจารย์เหล่านั้นตระเตรียมไว้ซึ่งเป็นศัตรูจริงๆ จากภพนั้น และทำการสู้รบโดยใช้วิชาและไหวพริบที่ตนฝึกฝนมา ต่อกรกับสิ่งมีชีวิตจากต่างภพ ถ้าคนไหนสามารถ

  • ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ <The Amid Autumn>   บทที่24 เจ้าวั่งซูฮวาเฟยฟา °•.< ความรัก 爱情 >.•°

    ทั้งสองนั่งอยู่ด้วยกัน คุยกัน คนนึงดีดผีผา อีกคนเป่าซวินดำสิบสองซุ่น ทำนองผสมผสานเข้ากัน เคล้าสุรา และอาบโฉลมแสงจันทร์กันทั้งคืน จนพล๊อยหลับหัวชนกัน อยู่ตรงบริเวณชานเรือนริมน้ำก่อนย่ำรุ่งเมื่อแสงอาทิดย์สาดแสงแยงตา เจ้าวั่งซูก็เริ่มรู้สึกตัว เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาสิ่งแรกที่เห็นคือดวงหน้าอันงดงามของฮวาเฟยฟาอยู่ตรงหน้า คนที่อยู่ตรงหน้ากำลังหลับ ผิวละเอียดขาวราวหิมะ พวงแก้มเแดงชมพูระเรื่อ วงตายาวระหงขนตายาวเข้มดำเป็นแพ ช่างงดงามไร้ที่ติราวกับเทพปั้น “แต่ก็เป็นเทพจริงๆ เนอะ” วังซูคิดกับตัวเองข้างในใจ ก่อนจะนอนมองจ้อง ดื่มด่ำ กับสิ่งมีชีวิตที่หลับเหมือนเด็กไร้พิษภัยอยู่ตรงหน้าแบบเคลิบเคลิ้ม และลืมตัวยื่นมือออกไป สัมผัสแก้มฮวาเฟยฟา มือที่ใหญ่นิ้วเรียวสวย สัมผัสใบหน้างดงาม“ข้าขอโทษนะที่ทิ้งให้เจ้าอยู่คนเดียว เจ้าจะรู้สึกเดียวดาย และเป็นทุกข์ขนาดไหนนะ ในยามที่ข้าตายจากไป ข้าหวังว่าจากนี้ไปข้าจะสามารถทำอะไรเพื่อเป็นการชดใช้ให้เจ้าได้บ้าง” เจ้าวั่งซูมองคนที่อยู่ตรงหน้าด้วยความรัก ความรู้สึกผิด และบ่นเปรยออกมา“ก็มากอยู่ ที่ว่าจะชดใช้ ได้

  • ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ <The Amid Autumn>   บทที่23 อดีตเราสองคือเราสอง °•.< The Amid Autumn 3 >.•°

    “หลายปีหลังมานี้ ไม่ใช่แค่ที่หมู่บ้านชุนเทียนที่บรรยากาศวิปริตถูกปกคลุมด้วยฤดูใบไม้ร่วง แต่ใบไม้ที่ร่วงหล่นนี้ก็ติดตามตัวข้าไปทุกๆที่ ที่ข้าไป ดอกไม้ที่งดงาม ต้นไม้ที่เขียวชอุ่มกลับร่วงโรยทันตา ยามข้าแวะเวียนผ่าน ปกติฤดูสับเปลี่ยนเป็นเรื่องปกติ แต่ครั้นที่เกิดเหตุระเบิดครั้งนั้น ร่างเจ้าวั่งซูแตกสลาย และใจของข้าก็แตกสลายไปพร้อมกันเจ้าวั่งซูแแท้จริงแล้วเป็นบุตรแห่งปีศาจหมาป่าดำเจ้าแห่งปรภพผู้ควบคุมไฟ ในขณะที่มารดาเค้าคือเทพธิดาแห่งแสงจันทร์จากภพสวรรค ส่วนข้าพระบิดาคือเทพแสงอาทิตย์ และพระมารดาคือเทพธิดามังกร เจ้าวั่งซูเหยียบอยู่สามภพคือปรโลก มนุษย์ และสวรรค์ ในขณะที่ข้า ภพเดรัจฉาน มนุษย์ และสวรรค์ และเราทั้งสองคือผู้ถือครองศาตราที่แกร่ง และสำคัญที่สุดอย่างเคียวสู่ภพ และ ดาบสุสานมังกรดังนั้น แม้การระเบิดที่จัตุรัสเฟิงสุ่ย อาจสร้างรอยแตกร้าวระหว่างภพ และความสูญเสียต่อสรรพชีวิตมากมาย แต่ การแตกสลายของเราสองคน ก็มีส่วนหนักหนาไม่แพ้กันที่ทำให้ธรรมชาติบิดเบี้ยวอย่างชัดเจน สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือ คล้ายว่าชะตาของเราสองเหมือนจะถูกผูกไว้กับฤดูใบไม้ร่วง ข้าจำได้ครั้งแรกที่มัน

  • ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ <The Amid Autumn>   บทที่22 กิเลนไฟและหงส์ฟ้า °•.< The Amid Autumn 2 >.•°

    “นี่ในอดีต กับการแค่เฟยเฟยสูญเสียความเป็นตัวเอง ก็กระทบ และวุ่นวายกันถึงสามภพ นี่องค์ชายแห่งมังกรช่างยิ่งใหญ่จริง แล้วสรุปพ่อแม่เฟยเฟยไปหาความทรงจำที่ไหนกัน” วั่งซูนึกคิดกับตัวเองก่อนที่ความทรงจำจะตัดภาพกลับมา ที่ห้องอาบน้ำบ้านตระกูลเจ้า“เอ๊ะ! นี่ข้ากลับมาปัจจุบันแล้วหรอ” เจ้าวั่งซูพูดกับตัวเองก่อนที่จะเห็นบรรดาบ่าวไพร่สกุลเจ้าเดินนำทาง เทพแห่งแสงอาทิตย์และเทพธิดาสี่เอ๋อเข้ามา “ไม่ใช่นี่คืออดีตแต่เป็นที่บ้านข้า ว่าแต่พวกเค้าเข้ามาทำอะไรในนี้” วั่งซูรีบเดินตามไปดูทั้งสองต่างแยกกัน และยืนจังก้าหน้ารูปปั้นกิเลนไฟ กับ หงส์ฟ้า ที่ยืนคายน้ำอยู่ ทั้งคู่ร่ายมนต์เรียกหาดวงจิตและยิงพลังไปที่รูปปั้น ดวงตาของกิเลนไฟและหงส์ฟ้าเปล่งสว่างฉับพลัน ดวงจิตกิเลน และ หงส์ ลอยขึ้นออกจากร่างบิน และ กระโดดเข้าหาซบคลอเคลียกัน“ฮะ! นั่น! ที่นั่งอยู่บนหลังหงส์คือเฟยเฟย ส่วนบนหลังกิเลน คุ้นคุ้น นั่นมันข้าหนิ! เอ๊ะ! ไม่ใช่หรือว่าจะเป็น ท่านปู่ทวดเจ้าวั่งซู ข้ากับท่านปู่ทวดหน้าตา น้ำเสียง แล

  • ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ <The Amid Autumn>   บทที่21 ตัวข้าที่แตกสลาย °•.< The Amid Autumn 1 >.•°

    ทุกคนชลมุนวุ่นวายวิ่งกันไปมาทะลุผ่านตัวเจ้าวั่งซูไป องค์จักรพรรดิและองค์จักรพรรดินีแห่งสวรรค์ เรียกประชุมรวม เหล่าทวยเทพเทวดา และบรรดาเซียนเพื่อแก้วิกฤตที่เกิดขึ้น เรื่องราวความวิปริตของธรรมชาติไม่ได้เกิดขึ้นแค่ที่ภพภูมิมนุษย์ แต่เป็นอีกสองภพต้นกำเนิดขององค์ชายและเผ่าพันธุ์มังกร ภพสวรรค์ และ ภพเดรัจฉาน ทั้งสองภพต่างได้รับแรงกระเพื่อมจากการแตกสลายขององค์ชายแห่งมังกรผู้ควบคุมกระแสน้ำทั้งสามภพ เจ้าวั่งซูรีบเดินตามเหล่าทวยเทพเซียนไปที่โถงศักดิ์สิทธิ์ประชุม เหล่าเทพเซียนมากมายเข้าแถวยืนเป็นระเบียบ สักพักองค์จักรพรรดิและองค์จักรพรรดินีแห่งสวรรค์ก็เสด็จออกมา“ตัวจริงก็ยังหนุ่มสาวนะเนี๊ยะ ทำไมพวกเทพเซียนนี่ไม่รู้จักแก่ คงกินท้อพันปีกัน จนต้นนั้นโตออกลูกออกผลไม่ทัน” เจ้าวั่งซูคิด“องค์จักรพรรดิและองค์จักรพรรดินีขอจงทรงพระเจริญหมื่นปีหมื่นๆ ปี” เหล่าทวยเทพเซียนประสานเสียงกล่าวสรรเสริญ“วันนี้ มีผู้ให้เกียรติเข้าร่วมประชุมกับพวกเรา ท่านผู้ปกปักภพเดรัจฉานและผู้นำจิตวิญญาณแห่งเหล่าสรรพสัต

  • ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ <The Amid Autumn>   บทที่20 ฮวาเฟยฟา °•.< องค์ชายมังกร >.•°

    น่าจะเป็นยามดึก ในสวนดอกไม้ภายในบริเวณคฤหาสน์แห่งนี้ เก๋งจีนตรงเรือนริมน้ำตกมีเพียงเสียงน้ำไหล และ แสงจันทร์ส่องสว่างกลางท้องฟ้า นั่น “เฟยเฟย” ทำไมเค้าดูแปลกไป สีเสื้อหม่น ใบหน้าหมองเศร้า เหมือนมีน้ำตาเอ่อตรงดวงตาคู่งาม ในตากลวงว่างเปล่า เหมือนคนใจสลาย ในมือถือสุราดอกมฤตยูดำ (ดอกมฤตยูดำคือดอกไม้ที่ผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่าง ดอกมฤตยูดำที่ปลูกแค่บริเวณคฤหาสน์ตระกูลเจ้า และ พลังจักราของคนสกุลเจ้า) มีต้นกำเนิดและมีที่เดียวคือสกุลเจ้าคนที่คิดค้นคือ เจ้าวั่งซูรุ่นที่1และถูกนำมาหมักเป็นเหล้ารสเริด เมาแต่ไม่หนักหัวและสามารถช่วยสร้างความคิดและจินตนาการของผู้ดื่มให้สมจริง ดื่มเพื่อลืมความทุกข์จากโลกแห่งความเป็นจริงไป่ชิงหลงขดนอนอยู่บนโขดหินหน้าน้ำตก เกล็ดของชิงหลงจากสีขาวสว่างเปลี่ยนเป็นสีหม่นเหมือนขี้เถ้าและนอนหมดแรงอยู่ตรงนั้น “นั่นเจ้าเป็นอะไรเฟยเฟย” เจ้าวั่งซูเดินเข้าไปใกล้เพื่อฟังสิ่งที่ฮวาเฟยฟาพึมพำ “ทำไมท่านถึงทิ้งข้าไป ไหนว่าเราจะอยู่และร่วมกันต่อสู้เคียงข้างกันไปตลอด ทำไมทำไม” และเสียงก็เงียบหายไ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status