อาณาเขตแห่งความสดใสของนายโฮป (Territory of Brightness)

อาณาเขตแห่งความสดใสของนายโฮป (Territory of Brightness)

last updateÚltima actualización : 2025-06-15
Por:  นินาเนะCompletado
Idioma: Thai
goodnovel18goodnovel
No hay suficientes calificaciones
52Capítulos
898vistas
Leer
Agregar a biblioteca

Compartir:  

Reportar
Resumen
Catálogo
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP

เรื่องราวของรุ่นพี่รุ่นน้องคณะเดียวกันที่บังเอิญได้รู้จักกันจากการตามหาพี่รหัส โฮปรุ่นพี่ขี้เก๊กหน้าเหวี่ยงและดูดุสุดๆที่จู่ๆต้องมาเป็นพี่รหัสให้รุ่นน้องคนนึงแทนเพื่อนตัวเอง แล้วดันไปตกหลุมรักรุ่นน้อง

Ver más

Capítulo 1

บทที่ 1

Alright, so maybe it was not the smartest idea to be tracking werewolves. Actually, considering I have been hiding from this specific pack for almost a decade now this is borderline suicide. There is just something about these scouts that I have to find out about.

I am currently tracking and learning about two scouts that walked by me recently without realizing that I was there. Both are rather tall, but one is about two inches taller than the other and is built like a mountain, so he seems so much bigger than the other one. The smaller of the two actually seems just a bit more intimidating and would most likely tower over anybody else besides his scouting companion. Something about him just makes him seem more dangerous than the larger on though.

“Did you smell that.” The shorter one said.

“No, Alpha. What does it smell like?” The mountain replied to the……Alpha?

Just my luck I would be following the one that I should be avoiding more than any of the others. Standing behind a bush I shift and accidentally rustle a tree branch. Instead of continuing on both heads whip over to my hiding spot. Oh Crap! I have to hide again.

Turning my focus inwardI use the trick that I stumbled across a long time ago. Slowly, I turn my attention inward. When I do my body begins to shrink into something much smaller and less intimidating. As soon as I finish shifting, I hear the two werewolves walk over. Looking down the smaller one scoffs, “Pff, it is just a bird. That does not explain the smell coming from over here. It reminds me of a mixture of roses and lavender.”

“Well, I do not think that a bird could smell like that combination, and I do not smell anything close to that. Do you want me to have the other scouts check this area better?” The larger one replied.

“No, Kevin. Maybe I am just imagining the garden from my childhood. My mother grew all kids of fragrant plants and flowers.” He mused.

After looking around one more time they both head off into the woods. Learning my lesson, I head back to my normal hiding spot. Following the Alpha of the Hidden Warrior pack is a terrible idea. If I had known that he was the Alpha I never would have tried to learn more about him. He piqued my interest when they both walked past, and I caught a hint of basil and rosemary. The combination of smells made my mouth water and I just wanted to find out what could make such an appealing smell.

When I get back to my hiding spot, I scout carefully to ensure that nobody followed me or found the hidden entrance. There are two trees that are large enough for three people to barely be able to wrap their arms around standing closely together. The rose bush that stands in the middle of them is positioned well enough that it hides the fact that there is a hole in the ground between the trees leading to what I have come to call as my home.

My sad backstory started when I was 8 years old. Up until then I was a happy wolf pup living with my mother and my human father. We never lived with a pack considering that my father was a human. I never knew any other way of growing up besides being both of my parent’s worlds. They made it their life goal to make sure that I was always happy and safe. That is up until shortly after I turned 8. Then, my world turned upside down.

Our home was a cute little cottage that was in the middle of the woods. A creek ran along the front of it and there was a mountain not far behind it. That mountain ended up saving my life. One night, my mom came running into my room and told me that it was time to hide. They had warned me long ago that this was a possibility, so I knew exactly what they expected me to do.  Under my bed, there was a hidden trap door that connected to an underground tunnel that led to the mountain. From there, all I had to do was find a hiding place on the mountain until my parents came for me. If they did not come in three days, I was to find somewhere farther away and stay hidden until I found my mate. I waited for a week for my parents to show up, but they never did. Broken hearted, and at the tender age of 8 I had to learn to take care of myself and stay hidden.

It was a bit of a learning experience each day to stay alive. I had to learn how to feed myself, how to clothe myself and even where I was going to make my den. My first winter I almost did not make it but by some miracle I found a way.

I hadn’t given much thought to a possibility of a mate until recently. Considering I have been in hiding and have not had contact with anybody that might begin to recognize me it didn’t seem that likely to find a mate. While I still am not sure if that is what I was smelling today in the woods it is still a possibility. I have never smelled anything that unique and appealing before.

Expandir
Siguiente capítulo
Descargar

Último capítulo

Más capítulos
Sin comentarios
52 Capítulos
บทที่ 1
ณ ตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งในช่วงเวลาพักกลางวัน นักศึกษาต่างทยอยกันออกไปทานข้าวร้านข้างนอกมหาวิทยาลัยบ้างและทานที่โรงอาหารในมหาวิทยาลัยบ้างเช่นเดียวกับเด็กหนุ่มปีหนึ่งที่พึ่งเข้ามาเรียนวันแรกก็ได้รับภารกิจตามหาพี่รหัสเข้าแล้ว[ฟิน]ฟินหนุ่มนักศึกษาปีหนึ่งที่ตามหาพี่รหัสจากคำใบ้ได้มาแค่คำว่า ชา… แต่ด้วยหัวสมองอันฉลาดหลักแหลมที่ยังมีพอจะทำให้เขาคิดได้ว่าก็น่าจะเป็นชื่อเล่นคน ที่มีสองพยางค์ขึ้นต้นด้วยคำว่า ‘ชา…’“แบบนี้ผมก็สบายเลย ชาก็น่าจะมีคนเดียวแหละ คงหาไม่ยาก” ได้ยินมาว่าพี่รหัสจะมีชั่วโมงกิจกรรมให้ด้วยตั้ง 5 ชั่วโมงมันเยอะนะถ้าแค่หาพี่รหัสให้เจอก็ได้ 5 ชั่วโมงกิจกรรมมันดูง่ายมากๆ และถ้าเปรียบกับกิจกรรมอื่นๆ อันนี้ง่ายสุดล่ะผมคิดว่านะ ผมถึงอยากตามหาพี่รหัสให้เจอดีกว่าไปทำอย่างอื่นที่ยากเพื่อแลกเอาชั่วโมงกิจกรรม เพราะถ้าทำอย่างอื่นก็ดูจะยากสำหรับผมเกินไป แบบนี้ง่ายผมต้องทำให้ได้แต่ว่าสุดท้ายบางกิจกรรมที่ผมไม่อยากจะเข้าร่วมผมก็คงจำเป็นที่จะต้องเข้าร่วมเพื่อเก็บชั่วโมงกิจกรรมให้ครบตามทางมหาวิทยาลัยเขากำหนดไว้จำนวนชั่วโมงที่ต้องทำให้ครบก็ตามนี้เลยครับ ‘นักศึกษ
Leer más
บทที่ 2
“พี่จะทำเสียงตึงใส่ผมทำไมครับ”“ฮึ!! อะไรของนาย”“ก็เสียงพี่มันดูตึงมาก ช่วยหย่อนลงมาให้ผมหน่อยได้เปล่า ผมคุยด้วยแล้วไม่ค่อยสบายหูเท่าไหร่ครับ”“ทำไม ถ้าไม่สบายหูก็ไม่ต้องคุยสิ”“อ้าวพี่… ผมก็มาตามหาพี่รหัสแบบดีๆ ทำไมพี่ต้องพูดกับผมเหมือนผมทำผิดอะไรด้วย”“ก็ผิดจริงนะ”“ผิดตรงไหน”“ผิดที่นายใช้คำพูดที่มันไม่ค่อยถูกใจผมเท่าไหร่”“ถ้าพี่ไม่พอใจไม่ถูกใจตรงไหนผมก็ขอโทษด้วยครับ”“นายเจอพี่รหัสแล้วนี่ไง จะไปไหนก็ไปได้แล้วไป”“ไปไหนครับ”“ไปไหนก็ไปนั้นมันเรื่องของนาย”“โห!! ไล่กันอย่างนี้เลย แต่ผมยังไม่ไปหรอกนะจนกว่าผมจะได้เลขชั่วโมงกิจกรรมไปกรอกบนเว็บไซต์ลงชั่วโมงกิจกรรม”“อ๋อนี่คือตามหาผมเพราะอยากได้ชั่วโมงกิจกรรมนี่เอง”“ใช่ครับ”“แล้วรู้ไหมว่าได้กี่ชั่วโมงจากพี่รหัส”“น่าจะ 10 ชั่วโมงถ้าผมจำไม่ผิดนะครับ”“ผิด ใครจะให้ตั้งขนาดนั้น”“ล้อเล่นครับ 5 ครับ 5 ชั่วโมง”“ฮื่อ!! เออถูก”“เฮ้ยเมื่อกี้พี่ยิ้มแล้ว ผมเห็นนะครับ”“ยิ้มอะไร”“พี่ยิ้มจริงๆ ผมเห็น ถึงแม้จะเป็นยิ้มมุมปากเล็กน้อยก็ตาม แต่ผมเรียกมันว่ายิ้มเหมือนกันนั่นแหละครับ”“อย่าพึ่งนอกเรื่อง สรุปอยากได้ชั่วโมงกิจกรรมกับพี่”“ใช่ครับ”“งั
Leer más
บทที่ 3
ผมเดินตามพี่เขามาจนถึงที่จอดรถหน้าตึกคณะ จนถึงรถของพี่เขาแล้วด้วยเขาก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะยอมให้ชั่วโมงกิจกรรมผมแบบง่ายๆ สงสัยพี่เขาคงจะให้ผมรับใช้พี่เขาไปจนครบ 5 ชั่วโมงจริงๆ สินะผมยื่นกระเป๋าให้พี่เขาก่อนพี่เขาจะเปิดประตูรถเข้าไป ผมหันหลังจะเดินออกจากตรงนั้นเพราะคิดว่าคงเสร็จหน้าที่ของผมในวันนี้แล้ว“จะไปไหน ไม่เอาแล้วหรือไงชั่วโมงกิจกรรม”“ครับ เอาครับ”“ขึ้นรถมา”“ห๊ะ!!” ตอนนี้มัน 4 โมงเย็นแล้วนะผมต้องรีบกลับบ้านนะเดี๋ยวพ่อแม่ของผมก็เป็นห่วงหรอก“บอกให้ขึ้นรถมา”“ไปไหน!”“ขึ้นมา!!” เสียงพี่รหัเขาก็ยังคงตึงและทำหน้าคิ้วขมวดดูดุๆ ใส่ผมอยู่อีก ผมไม่กล้าแม้แต่เดินหนีทำได้เพียงรีบขึ้นรถไปกับเขา“ขึ้นก็ได้ไม่เห็นต้องดุเลย” ฟินยอมขึ้นรถในทันทีที่เห็นอีกคนทำหน้าดุและเสียงตึงใส่เขาแค่เสียงตึงผมก็ว่าไม่น่าคุยด้วยแล้วนี่ยังมาทำหน้าดุใส่อีก จากที่ผมไม่กลัวตอนนี้ผมก็เริ่มกลัวแล้ว ดูดินี่จะพาไปไหนก็ไม่รู้ หลอกผมไปทำร้ายร่างกายหรือเปล่าก็ไม่รู้ ยิ่งช่วงนี้ผมเห็นข่าวรุ่นพี่ฆ่ารุ่นน้องด้วยดิ ผมก็ยิ่งกลัวไปกันใหญ่แต่ว่าผมก็ได้ตัดสินใจขึ้นรถมากับพี่เขาแล้วจะลงรถตอนนี้ก็ไม่ทันเพราะรถยังวิ่งด้วยความเ
Leer más
บทที่ 4
“รถคุณอยู่ในมหาลัยใช่ไหม เดี๋ยวผมไปส่งคุณเอารถนะ”“ไม่ครับ ผมไม่ได้ขับรถมาเอง”“อ๋อ งั้นเดี๋ยวผมไปส่งคุณที่หอพัก หอพักคุณอยู่แถวไหน”“ผมพักที่บ้านครับ ไม่ได้เช่าหอพัก พอดีบ้านผมอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองและไม่ไหลจากมหาลัยมากนัก”“ผมก็นึกว่าคุณเป็นคนที่อื่นซะอีก”“เปล่าครับ”“งั้นบอกทางผมนะเดี๋ยวผมขับรถไปส่งที่บ้าน” พี่รหัสพูดพลางขึ้นรถไปพร้อมกันกับฟิน“ได้ครับ” ผมรีบไลน์บอกพ่อทันทีว่าพี่รหัสจะไปส่งบ้าน รายงานทุกสถานการณ์“แล้ววันนี้นายเดินทางไปมหาลัยยังไง” พี่รหัสชวนคุยตอนอยู่บนรถด้วยกัน“ผมเหรอ พ่อผมมาส่งครับเนื่องจากวันนี้เป็นวันแรกของการเปิดเรียนพ่อก็เลยอยากมาดูอยากมาเห็นบรรยากาศการมาเรียนวันแรกของผม”“อ๋อ”“ครับ”(“แล้วคือพี่ที่หอพักเหรอ” / “แล้วพรุ่งนี้ล่ะไปไง”) ทั้งสองคนพูดถามขึ้นมาพร้อมกันแต่เป็นคนละคำถาม“พรุ่งนี้ยังไม่แน่ใจครับว่าพ่อจะมาส่งหรือจะให้ผมขับรถไปเอง แต่พ่อดูยังไม่กล้าให้ผมขับรถมาเองเพราะแกยังดูเป็นห่วงผมเรื่องขับรถอยู่”“ทำไมล่ะ”“ก็เพราะว่าผมพึ่งหันขับรถได้ไม่นานเพียง 1 เดือนก่อนจะเปิดเรียนที่มหาลัยนี้เอง”“อ๋อเข้าใจแล้ว แล้วนายได้บอกพ่อยังว่ามากับผม”“บอกแล้วครับ แต่
Leer más
บทที่ 5
“แม่กับพ่อแอบดูผมตอนผมอยู่ตรงหน้าบ้านเหรอ!!”“ไม่นะลูก พ่อไม่ได้แอบดู แม่คนเดียวเลย” พ่อพูดด้วยความลนลาน“จริงไหมครับแม่” ผมถามแม่ต่อว่าจริงไหม“พ่อคนเดียวจ๊ะลูก แม่ไปล่ะ”“ทั้งสองคนแหละครับ ผมเห็นนะยืนดูกันอยู่เมื่อกี้ชัดเจนมากว่าแอบมองอยู่ก่อนแล้ว” ก็ผมเดินเข้ามาในบ้านก็เห็นสายตาของพ่อแม่มองมาที่ผมและก็ยังยืนอยู่ตรงหน้าหน้าต่างกระจกดำอยู่เลย ถ้าปกติพ่อแม่ผมก็ไม่มายืนอยู่ตรงนี้ในตอนนี้แน่ๆ“แฮร่!! ก็พ่อเขาเล่าให้ฟังว่าลูกมีรุ่นพี่มาส่งบ้านด้วย พ่อแม่เลยคุยกันว่าลูกเราเนื้อหอมตั้งแต่วันแรกที่เข้ามหาลัยเลยเหรอ”“นั่นพี่รหัสครับแม่แล้วเขาก็เป็นผู้ชายเหมือนกัน เขาพาไปเลี้ยงข้าวแล้วมาส่งบ้านแค่นั้นเลย”“อ๋อ!! โอเคแม่กับพ่อเข้าใจแล้ว”ช่วงเวลา 21:30 นาที ผมออกจากห้องนอนลงมาดื่มน้ำที่ห้องครัว เจอแม่ยังนั่งดูซีรีส์อยู่ที่ห้องรับแขกอยู่เลย ด้วยความที่ผมกำลังคิดเรื่องพี่รหัสอยู่พอดี ผมก็เลยจะเข้าไปถามอะไรแม่หน่อย“แม่ครับ” ฟินเดินเข้าไปหาแม่ที่กำลังนั่งดูทีวีอยู่ในช่วงเวลา 3 ทุ่มครึ่ง“ว่าไงลูก”“เคยมีคนทำเสียงตึงแบบดุๆ ใส่แม่ป่ะนอกจากพ่อในตอนที่ทะเลาะกันกับแม่”“ก็เคยนะ แล้วทำไมถึงถามเรื่องนี
Leer más
บทที่ 6
“ยังกูเก็บไว้อยู่ แต่กูจำไม่ได้ว่าเก็บไว้ตรงไหนของในห้องนอน ต้องกลับไปหาเองถึงจะเจออ่ะ”“พรุ่งนี้ก็วันรับน้องแล้วด้วย”“ค่อยให้ก็ได้หรอก มึงก็บอกน้องว่าเดี๋ยวให้ ลืมเอามาจากบ้านก็ว่ากันไป พูดๆ ไปก่อน”“เออๆๆ แต่วันนี้กูเลี้ยงข้าวน้องรหัสมึงด้วยนะ”“เฮ้ยไปถึงขั้นเลี้ยงข้าวเลยเหรอพึ่งเจอวันแรก”“เออดิ ก็น้องมึงตามไม่เลิก อยากเอาชั่วโมงกิจกรรมกับกูมาก”“ฮ่าๆๆ กูชักจะอยากเห็นน้องรหัสกูแล้วสิ จากที่กูฟังมึงเล่ามาน้องดูเป็นคนที่ตามตื๊อเก่งมาก”“ก็จริง”“แต่วันนี้กูได้ยินมาจากเพื่อนคนนึงในกลุ่มเรามันบอกว่ามึงเกือบจะให้ไอ้ชานมไปโกหกน้องรหัสกูแทนแล้วนะ”“ไม่ๆ นั้นมันตอนเช้าไง ตอนนั้นยังกล้าๆกลัวๆอยู่ นี่กูไม่เคยโกหกใครแบบนี้มาก่อนเลยนะ มันก็ทำใจยากอ่ะมึงที่จะโกหกคนๆหนึ่งให้เขาเชื่อได้สนิทใจ”“แต่สุดท้ายก็…”“เออ สุดท้ายกูก็โกหก”“เสียงตึงแบบนี้ใส่เขาด้วยอ่ะดิใช่ไหม”“กูก็เป็นของกูแบบนี้อยู่แล้วอ่ะ”“ฮ่าๆ แต่มึงไม่ต้องเป็นห่วงการโกหกครั้งนี้ไม่ได้เป็นการโกหกแล้วปล่อยให้เขาเข้าใจผิดไปตลอด เดี๋ยวกูจะไปเฉลยและบอกความจริงกับน้องรหัสเองตอนที่กูหายดีแล้วนะ”“ถึงวันนั้นน้องน่าจะว่ากู”“ไม่ว่าหรอก”“มึ
Leer más
บทที่ 7
@มหาวิทยาลัย…สายตาผู้คนจับต้องมองมาที่ทางฟินแต่ทว่าพวกเขาไม่ได้จ้องมองที่ฟิน จริงๆ แล้วมองเฟรมพี่ชายของฟินที่ลงจากรถแล้วเดินตามหลังฟินมา“ผมก็ว่าทำไมคนถึงมองมาทางนี้ พี่จะตามผมมาทำไม”“ก็มึงทำโทรศัพท์หล่นไว้ตรงเบาะที่นั่งในรถพี่ พี่ก็เลยเดินตามเอามาให้”“ผมไม่รู้ตัวเลยว่าทำหล่นไว้ ขอบคุณครับพี่” ฟินพูดพลางยื่นมือรับโทรศัพท์จากพี่ชาย“จะทำอะไรหรือลุกจากที่นั่งที่ตรงไหนก็ก้มมองที่นั่งและรอบๆ ก่อนว่าตัวเองทำอะไรหล่นไว้ไหมแล้วค่อยเดินหนีของจะได้ไม่หาย คิดดูนะถ้านี่ไม่ใช่รถพี่แกคงไม่ได้คืนนะโทรศัพท์เครื่องนี้ที่ราคาสองสามหมื่นอีกอย่างแม่คงดุแน่ๆ ถ้าแกทำของราคาแพงหาย”“รู้แล้วครับ เข้าใจแล้ว ผมไปได้ยัง”“เออๆ ไปได้แล้ว เสร็จกิจกรรมรับน้องก็โทรหาพี่เดี๋ยวพี่มารับ”“ครับ”นี่ละครับผมมีพี่ที่ค่อนข้างที่จะ…เอ่อก็อย่างที่เห็นๆ นี่แหละครับว่าเป็นยังไง มีพี่ชายแบบนี้ก็เหมือนกับว่าผมมีพ่อแม่อีกคน“มากับใครอ่ะนาย” จู่ๆ ก็มีคนเข้ามาถามผมต่างจากเมื่อวานที่ไม่มีใครเข้าหาเลยสักคน วันนี้ทั้งหญิงและชายเข้ามาถามผมว่าผมมากับใคร“พี่ชายเราเองแหละ”“พี่ชายของน้องเหรอ หล่อจังเลยอ่ะ” ผู้หญิงคนนี้ที่น่าจะไม่ใช่
Leer más
บทที่ 8
“มาครบทุกคนแล้วเนาะ นี่ลุงต้นกับภรรยาลุงชื่อสร้อยและลูกชายชื่อชู ส่วนนี้ก็ลูกชายผมเอง เฟรมกับฟิน”“สวัสดีครับ” คุณพ่อของผมแนะนำพวกเขาให้ผมกับพี่ชายได้รู้จักและแนะนำผมให้พวกเขารู้จักด้วยเช่นกันก่อนผมกับพี่ชายสวัสดีพวกเขาอีกรอบ“สวัสดีครับ เคยเจอแต่ตอนเด็กตอนนี้โตเป็นหนุ่มหล่อกันหมดแล้ว”“สวัสดีจ้ะหลานทั้งหลานทั้งสอง”ลุงกับภรรยาก็สวัสดีผมกับพี่ชายกลับด้วยนะ แต่มีลูกชายของเขาคนเดียวที่ไม่มีแม้แต่จะสวัสดีเลย“ครับ”“เอาล่ะๆ กินข้าวกันก่อนค่อยคุยกันเรื่องสำคัญ” คุณพ่อผมพูดขึ้นมาแบบนี้มันจะมีเรื่องสำคัญอะไรกันนะหลังจากกินข้าวกันเสร็จเรียบร้อย ผมกับพี่ชายนั่งกินของหวานกันต่อส่วนพ่อก็กำลังจะพูดเรื่องสำคัญที่ว่า“ที่พ่อพามากินข้าวข้างนอกวันนี้ก็เพราะว่าลุงต้น เขาพึ่งกลับจากต่างประเทศนั่นแหละลูก อ่ะๆ ให้ลุงต้นพูดเองดีกว่า”“ลุงว่าจะมาขอพักอาศัยอยู่บ้านด้วย ฟินและเฟรมจะว่าอะไรไหมพอดีพ่อแม่ของฟินและเฟรมเขาอยากถามความเห็นฟินและเฟรมด้วย”ผมกับพี่ชายหันหน้ามองกันและยิ้มแห้งๆ ก่อนหันไปมองที่ลุงและภรรยาของลุงอีกครั้ง“ส่วนตัวผมเอง ผมแล้วแต่พ่อกับแม่และพี่ชายเลยครับ” ฟินรีบตอบก่อนพี่ชายทันที“แล้วเฟร
Leer más
บทที่ 9
มื้อเช้ากับพี่ชายในเวลา 10:30 นาที เพราะวันนี้ตื่นสาย แต่วันนี้วันอาทิตย์ผมตื่นสายได้“พี่เฟรมจะกลับหอกี่โมงอ่ะ”“ช่วงหัวค่ำก็กลับแล้ว”“อ้าวพี่ไม่ได้กินข้าวเย็นด้วยกันสิแบบนี้”“ใช่แล้ว”“พี่อยู่กินข้าวเย็นก่อนค่อยกลับ”“ทำไมอยากให้พี่อยู่จัง ปกติไม่เป็นต้องการพี่”“ก็คนนั่งกินด้วยกันมันเยอะกว่าปกติอ่ะ ผมอยากมีพี่นั่งกินด้วยค่อยสบายใจ”“พูดอะไรของแก จะพูดว่าเกร็งทำตัวไม่ถูกเวลาที่นั่งกินข้าวกับบ้านลุงต้นก็พูดมาตรงๆ”“เออครับพี่”“แม่ได้ยินยังครับที่ผมพูดเมื่อกี้”“ได้ยินเต็มสองหูเลยแหละ”“ต้องทำยังไงกับน้องมันดีครับมันดูไม่ค่อยกล้าที่จะร่วมทำอะไรกับครอบครัวลุงเลย”“แม่อย่าเอาไปบอกพ่อน่าเดี๋ยวพ่อเข้าใจผิดว่าผมไม่ชอบครอบครัวลุงต้น”“แม่ไม่ไปบอกหรอกแม่รู้นะว่าฟินไม่ชอบการทำอะไรร่วมกับครอบครัวคนอื่นแต่ว่านี่ก็ญาติเราฟินลองเปิดใจให้กับครอบครัวลุงเขาหน่อยไหม ส่วนเจ้าเฟรมที่พูดถึงเรื่องครอบครัวลุงต้นเมื่อกี้อย่าไปพูดให้เขาได้ยินเชียวนะเดี๋ยวเขาจะเข้าใจปิดครอบครัวเรา”“ครับ” เฟรมตอบแม่ก่อนฟิน เมื่อฟินเงียบแม่เลยมองไปทางฟินที่ยังไม่ตอบโต้อะไรแม่สักคำก่อนแม่จะพูดขึ้นมาอีกเพื่อให้ฟินตอบ“เข้าใจ
Leer más
บทที่ 10
“คืองี้ เรื่องนี้มันเป็นความผิดพี่เองที่ทำให้มันต้องหลอกน้อง พี่มันบอกว่าเป็นพี่รหัสน้องฟินเพราะพี่ขอให้มันทำเองอย่าไปโทษมัน”“แล้วทำไมพี่ต้องขอให้เพื่อนพี่ทำแบบนั้นด้วย”“พี่ไม่อยากให้น้องรู้สึกแบบพี่เหมือนตอนที่พี่เข้ามาใหม่ๆ ปีที่แล้วไม่มีพี่รหัสมาหาพี่มาคอยดูแลพี่เหมือนคนอื่นในวันรับน้อง”แต่จะว่าไปพี่เขามีเหตุผลดีนะ เหมือนพี่เขาเคยเจอเหตุการณ์แบบนั้นมาแล้วเคยไม่อยากให้เรารู้สึกแบบเขาเมื่อปีที่แล้ว อันนี้ถือว่าเป็นห่วงความรู้สึกน้อง แต่ว่าถ้าสมมติเราไม่มีพี่รหัสมาจริงๆ เราก็ไม่ได้ว่าอะไรนะ ว่าแต่ทำไมเขาไม่มาล่ะ ทำไมพึ่งมาตอนนี้“ครับ ว่าแต่พี่ทำไมถึงมาตอนนี้”“วันนั้นพี่เกิดอุบัติเหตุครับพี่พึ่งจะหายดี วันนั้นก็เลยมาหาน้องไม่ได้ แต่พี่ฝากไอ้โฮปซื้อของมาให้น้องแล้วนะได้รับจากมันไหมวันนั้น”อันนี้เรื่องใหญ่เลยนะ เราอย่าไปว่าอะไรพี่เขาเลยดีกว่า เขาเกิดอุบัติเหตุเลยนะ“ได้รับครับ เอาเป็นว่าเรื่องที่พี่คนชื่อโฮปโกหกหนูว่าเป็นพี่รหัสของผม ผมจะไม่โกรธผมยกโทษให้ ส่วนเรื่องที่พี่รหัสตัวจริงมาหาผมไม่ได้เพราะเกิดอุบัติเหตุอันนี้ผมก็ไม่โกรธครับผมไม่ว่าอะไร หมดธุระแล้วงั้นผมขอตัวนะครับ”ที่ผมร
Leer más
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status