อาณาเขตแห่งความสดใสของนายโฮป (Territory of Brightness)

อาณาเขตแห่งความสดใสของนายโฮป (Territory of Brightness)

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2025-06-15
โดย:  นินาเนะจบแล้ว
ภาษา: Thai
goodnovel18goodnovel
คะแนนไม่เพียงพอ
52บท
916views
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

เรื่องราวของรุ่นพี่รุ่นน้องคณะเดียวกันที่บังเอิญได้รู้จักกันจากการตามหาพี่รหัส โฮปรุ่นพี่ขี้เก๊กหน้าเหวี่ยงและดูดุสุดๆที่จู่ๆต้องมาเป็นพี่รหัสให้รุ่นน้องคนนึงแทนเพื่อนตัวเอง แล้วดันไปตกหลุมรักรุ่นน้อง

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

บทที่ 1

Lorsque Charles a vu le cadeau que l'artisan venait d'apporter, il s'est enfin souvenu de moi, qu'il n'avait pas vue depuis plusieurs jours.

« Pourquoi Clara n'est-elle plus venue faire des histoires ces derniers temps ? Elle s'est enfin calmée ? »

Il a esquissé un sourire, comme s'il venait de confirmer une évidence.

« C'était sûr... Elle était bien trop capricieuse. Il fallait qu'elle en bave un peu pour comprendre comment se tenir. »

À ses côtés, un subordonné a pris la parole avec prudence :

« Alpha... Luna... elle est peut-être toujours au fond du puits. »

La main de Charles, qui tenait une plume, s'est figée un instant. Puis, comme si de rien n'était, il a répondu d'un ton désinvolte :

« Je croyais qu'elle avait enfin appris à rester tranquille. Dans ce cas, qu'elle y reste encore quelques jours. Il faut que la leçon soit bien apprise. »

Le soldat a hésité, visiblement gêné, puis il a ajouté :

« Mais cela fait plusieurs jours qu'on ne l'a plus entendue... Et une odeur nauséabonde commence à sortir du puits. Peut-être devriez-vous aller vérifier ? »

Charles n'a montré aucun signe d'inquiétude.

« Elle fait semblant, c'est évident. Elle veut juste nous apitoyer pour qu'on la libère. Et avec ce genre de caractère, prêt à tout pour arriver à ses fins, je suis sûr qu'elle a déjà écorché et mangé vivants tous les serpents venimeux qu'il y avait là-dedans. Avec tout ce sang, évidemment que ça pue. »

Le subordonné a voulu ajouter quelque chose, mais Charles l'a interrompu, visiblement agacé :

« Ça suffit. Demain, avant le dîner de mon anniversaire, je donnerai l'ordre de la faire sortir.

Si elle a retenu la leçon et qu'elle demande pardon à Ria, je passerai l'éponge. »

Jetant un œil à sa montre de poche, Charles n'a pas laissé au soldat le temps de répondre davantage. Il l'a laissé là, et il est allé accueillir Ria, qui revenait de sa visite chez la guérisseuse.

« Guérisseuse, comment va Ria ? » a-t-il demandé en s'approchant d'elle avec attention.

La guérisseuse, les doigts encore serrés autour de la pièce d'or que Ria venait de lui glisser discrètement, a répondu avec un sourire.

Ria a toussé légèrement, puis s'est effondrée avec faiblesse dans les bras de Charles.

« Alpha... je vais déjà beaucoup mieux. Vous n'avez pas à porter la faute de Luna sur vos épaules. »

Charles l'a regardée avec une inquiétude teintée de tendresse.

« Tu es bien trop douce. Ne t'en fais pas, j'ai sévèrement puni Clara. Elle n'osera plus jamais s'en prendre à toi. »

Je les ai observés échanger ces mots pleins de tendresse, et j'ai laissé échapper un léger rire derrière eux.

Mais personne ne l'a entendu.

Et pour cause : je ne pouvais plus rien faire à Ria.

Je ne le pouvais plus. Parce que j'étais déjà morte.

Après des jours de lutte désespérée, j'étais morte sans même pouvoir reposer mon corps comme il faut.

Le puits était si étroit, si profond, que je n'avais même pas pu m'asseoir.

Privée d'eau pendant tant de jours, ma fourrure était tombée, dévoilant une peau fripée, contractée, presque méconnaissable.

Des serpents venimeux s'étaient enroulés autour de moi.

Des vers et des insectes m'avaient dévorée avec une joie sordide.

Et quand mon âme a quitté mon corps, je n'ai même pas eu le courage de me retourner pour regarder une dernière fois le fond du puits.

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ
ไม่มีความคิดเห็น
52
บทที่ 1
ณ ตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งในช่วงเวลาพักกลางวัน นักศึกษาต่างทยอยกันออกไปทานข้าวร้านข้างนอกมหาวิทยาลัยบ้างและทานที่โรงอาหารในมหาวิทยาลัยบ้างเช่นเดียวกับเด็กหนุ่มปีหนึ่งที่พึ่งเข้ามาเรียนวันแรกก็ได้รับภารกิจตามหาพี่รหัสเข้าแล้ว[ฟิน]ฟินหนุ่มนักศึกษาปีหนึ่งที่ตามหาพี่รหัสจากคำใบ้ได้มาแค่คำว่า ชา… แต่ด้วยหัวสมองอันฉลาดหลักแหลมที่ยังมีพอจะทำให้เขาคิดได้ว่าก็น่าจะเป็นชื่อเล่นคน ที่มีสองพยางค์ขึ้นต้นด้วยคำว่า ‘ชา…’“แบบนี้ผมก็สบายเลย ชาก็น่าจะมีคนเดียวแหละ คงหาไม่ยาก” ได้ยินมาว่าพี่รหัสจะมีชั่วโมงกิจกรรมให้ด้วยตั้ง 5 ชั่วโมงมันเยอะนะถ้าแค่หาพี่รหัสให้เจอก็ได้ 5 ชั่วโมงกิจกรรมมันดูง่ายมากๆ และถ้าเปรียบกับกิจกรรมอื่นๆ อันนี้ง่ายสุดล่ะผมคิดว่านะ ผมถึงอยากตามหาพี่รหัสให้เจอดีกว่าไปทำอย่างอื่นที่ยากเพื่อแลกเอาชั่วโมงกิจกรรม เพราะถ้าทำอย่างอื่นก็ดูจะยากสำหรับผมเกินไป แบบนี้ง่ายผมต้องทำให้ได้แต่ว่าสุดท้ายบางกิจกรรมที่ผมไม่อยากจะเข้าร่วมผมก็คงจำเป็นที่จะต้องเข้าร่วมเพื่อเก็บชั่วโมงกิจกรรมให้ครบตามทางมหาวิทยาลัยเขากำหนดไว้จำนวนชั่วโมงที่ต้องทำให้ครบก็ตามนี้เลยครับ ‘นักศึกษ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2
“พี่จะทำเสียงตึงใส่ผมทำไมครับ”“ฮึ!! อะไรของนาย”“ก็เสียงพี่มันดูตึงมาก ช่วยหย่อนลงมาให้ผมหน่อยได้เปล่า ผมคุยด้วยแล้วไม่ค่อยสบายหูเท่าไหร่ครับ”“ทำไม ถ้าไม่สบายหูก็ไม่ต้องคุยสิ”“อ้าวพี่… ผมก็มาตามหาพี่รหัสแบบดีๆ ทำไมพี่ต้องพูดกับผมเหมือนผมทำผิดอะไรด้วย”“ก็ผิดจริงนะ”“ผิดตรงไหน”“ผิดที่นายใช้คำพูดที่มันไม่ค่อยถูกใจผมเท่าไหร่”“ถ้าพี่ไม่พอใจไม่ถูกใจตรงไหนผมก็ขอโทษด้วยครับ”“นายเจอพี่รหัสแล้วนี่ไง จะไปไหนก็ไปได้แล้วไป”“ไปไหนครับ”“ไปไหนก็ไปนั้นมันเรื่องของนาย”“โห!! ไล่กันอย่างนี้เลย แต่ผมยังไม่ไปหรอกนะจนกว่าผมจะได้เลขชั่วโมงกิจกรรมไปกรอกบนเว็บไซต์ลงชั่วโมงกิจกรรม”“อ๋อนี่คือตามหาผมเพราะอยากได้ชั่วโมงกิจกรรมนี่เอง”“ใช่ครับ”“แล้วรู้ไหมว่าได้กี่ชั่วโมงจากพี่รหัส”“น่าจะ 10 ชั่วโมงถ้าผมจำไม่ผิดนะครับ”“ผิด ใครจะให้ตั้งขนาดนั้น”“ล้อเล่นครับ 5 ครับ 5 ชั่วโมง”“ฮื่อ!! เออถูก”“เฮ้ยเมื่อกี้พี่ยิ้มแล้ว ผมเห็นนะครับ”“ยิ้มอะไร”“พี่ยิ้มจริงๆ ผมเห็น ถึงแม้จะเป็นยิ้มมุมปากเล็กน้อยก็ตาม แต่ผมเรียกมันว่ายิ้มเหมือนกันนั่นแหละครับ”“อย่าพึ่งนอกเรื่อง สรุปอยากได้ชั่วโมงกิจกรรมกับพี่”“ใช่ครับ”“งั
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 3
ผมเดินตามพี่เขามาจนถึงที่จอดรถหน้าตึกคณะ จนถึงรถของพี่เขาแล้วด้วยเขาก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะยอมให้ชั่วโมงกิจกรรมผมแบบง่ายๆ สงสัยพี่เขาคงจะให้ผมรับใช้พี่เขาไปจนครบ 5 ชั่วโมงจริงๆ สินะผมยื่นกระเป๋าให้พี่เขาก่อนพี่เขาจะเปิดประตูรถเข้าไป ผมหันหลังจะเดินออกจากตรงนั้นเพราะคิดว่าคงเสร็จหน้าที่ของผมในวันนี้แล้ว“จะไปไหน ไม่เอาแล้วหรือไงชั่วโมงกิจกรรม”“ครับ เอาครับ”“ขึ้นรถมา”“ห๊ะ!!” ตอนนี้มัน 4 โมงเย็นแล้วนะผมต้องรีบกลับบ้านนะเดี๋ยวพ่อแม่ของผมก็เป็นห่วงหรอก“บอกให้ขึ้นรถมา”“ไปไหน!”“ขึ้นมา!!” เสียงพี่รหัเขาก็ยังคงตึงและทำหน้าคิ้วขมวดดูดุๆ ใส่ผมอยู่อีก ผมไม่กล้าแม้แต่เดินหนีทำได้เพียงรีบขึ้นรถไปกับเขา“ขึ้นก็ได้ไม่เห็นต้องดุเลย” ฟินยอมขึ้นรถในทันทีที่เห็นอีกคนทำหน้าดุและเสียงตึงใส่เขาแค่เสียงตึงผมก็ว่าไม่น่าคุยด้วยแล้วนี่ยังมาทำหน้าดุใส่อีก จากที่ผมไม่กลัวตอนนี้ผมก็เริ่มกลัวแล้ว ดูดินี่จะพาไปไหนก็ไม่รู้ หลอกผมไปทำร้ายร่างกายหรือเปล่าก็ไม่รู้ ยิ่งช่วงนี้ผมเห็นข่าวรุ่นพี่ฆ่ารุ่นน้องด้วยดิ ผมก็ยิ่งกลัวไปกันใหญ่แต่ว่าผมก็ได้ตัดสินใจขึ้นรถมากับพี่เขาแล้วจะลงรถตอนนี้ก็ไม่ทันเพราะรถยังวิ่งด้วยความเ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 4
“รถคุณอยู่ในมหาลัยใช่ไหม เดี๋ยวผมไปส่งคุณเอารถนะ”“ไม่ครับ ผมไม่ได้ขับรถมาเอง”“อ๋อ งั้นเดี๋ยวผมไปส่งคุณที่หอพัก หอพักคุณอยู่แถวไหน”“ผมพักที่บ้านครับ ไม่ได้เช่าหอพัก พอดีบ้านผมอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองและไม่ไหลจากมหาลัยมากนัก”“ผมก็นึกว่าคุณเป็นคนที่อื่นซะอีก”“เปล่าครับ”“งั้นบอกทางผมนะเดี๋ยวผมขับรถไปส่งที่บ้าน” พี่รหัสพูดพลางขึ้นรถไปพร้อมกันกับฟิน“ได้ครับ” ผมรีบไลน์บอกพ่อทันทีว่าพี่รหัสจะไปส่งบ้าน รายงานทุกสถานการณ์“แล้ววันนี้นายเดินทางไปมหาลัยยังไง” พี่รหัสชวนคุยตอนอยู่บนรถด้วยกัน“ผมเหรอ พ่อผมมาส่งครับเนื่องจากวันนี้เป็นวันแรกของการเปิดเรียนพ่อก็เลยอยากมาดูอยากมาเห็นบรรยากาศการมาเรียนวันแรกของผม”“อ๋อ”“ครับ”(“แล้วคือพี่ที่หอพักเหรอ” / “แล้วพรุ่งนี้ล่ะไปไง”) ทั้งสองคนพูดถามขึ้นมาพร้อมกันแต่เป็นคนละคำถาม“พรุ่งนี้ยังไม่แน่ใจครับว่าพ่อจะมาส่งหรือจะให้ผมขับรถไปเอง แต่พ่อดูยังไม่กล้าให้ผมขับรถมาเองเพราะแกยังดูเป็นห่วงผมเรื่องขับรถอยู่”“ทำไมล่ะ”“ก็เพราะว่าผมพึ่งหันขับรถได้ไม่นานเพียง 1 เดือนก่อนจะเปิดเรียนที่มหาลัยนี้เอง”“อ๋อเข้าใจแล้ว แล้วนายได้บอกพ่อยังว่ามากับผม”“บอกแล้วครับ แต่
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 5
“แม่กับพ่อแอบดูผมตอนผมอยู่ตรงหน้าบ้านเหรอ!!”“ไม่นะลูก พ่อไม่ได้แอบดู แม่คนเดียวเลย” พ่อพูดด้วยความลนลาน“จริงไหมครับแม่” ผมถามแม่ต่อว่าจริงไหม“พ่อคนเดียวจ๊ะลูก แม่ไปล่ะ”“ทั้งสองคนแหละครับ ผมเห็นนะยืนดูกันอยู่เมื่อกี้ชัดเจนมากว่าแอบมองอยู่ก่อนแล้ว” ก็ผมเดินเข้ามาในบ้านก็เห็นสายตาของพ่อแม่มองมาที่ผมและก็ยังยืนอยู่ตรงหน้าหน้าต่างกระจกดำอยู่เลย ถ้าปกติพ่อแม่ผมก็ไม่มายืนอยู่ตรงนี้ในตอนนี้แน่ๆ“แฮร่!! ก็พ่อเขาเล่าให้ฟังว่าลูกมีรุ่นพี่มาส่งบ้านด้วย พ่อแม่เลยคุยกันว่าลูกเราเนื้อหอมตั้งแต่วันแรกที่เข้ามหาลัยเลยเหรอ”“นั่นพี่รหัสครับแม่แล้วเขาก็เป็นผู้ชายเหมือนกัน เขาพาไปเลี้ยงข้าวแล้วมาส่งบ้านแค่นั้นเลย”“อ๋อ!! โอเคแม่กับพ่อเข้าใจแล้ว”ช่วงเวลา 21:30 นาที ผมออกจากห้องนอนลงมาดื่มน้ำที่ห้องครัว เจอแม่ยังนั่งดูซีรีส์อยู่ที่ห้องรับแขกอยู่เลย ด้วยความที่ผมกำลังคิดเรื่องพี่รหัสอยู่พอดี ผมก็เลยจะเข้าไปถามอะไรแม่หน่อย“แม่ครับ” ฟินเดินเข้าไปหาแม่ที่กำลังนั่งดูทีวีอยู่ในช่วงเวลา 3 ทุ่มครึ่ง“ว่าไงลูก”“เคยมีคนทำเสียงตึงแบบดุๆ ใส่แม่ป่ะนอกจากพ่อในตอนที่ทะเลาะกันกับแม่”“ก็เคยนะ แล้วทำไมถึงถามเรื่องนี
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 6
“ยังกูเก็บไว้อยู่ แต่กูจำไม่ได้ว่าเก็บไว้ตรงไหนของในห้องนอน ต้องกลับไปหาเองถึงจะเจออ่ะ”“พรุ่งนี้ก็วันรับน้องแล้วด้วย”“ค่อยให้ก็ได้หรอก มึงก็บอกน้องว่าเดี๋ยวให้ ลืมเอามาจากบ้านก็ว่ากันไป พูดๆ ไปก่อน”“เออๆๆ แต่วันนี้กูเลี้ยงข้าวน้องรหัสมึงด้วยนะ”“เฮ้ยไปถึงขั้นเลี้ยงข้าวเลยเหรอพึ่งเจอวันแรก”“เออดิ ก็น้องมึงตามไม่เลิก อยากเอาชั่วโมงกิจกรรมกับกูมาก”“ฮ่าๆๆ กูชักจะอยากเห็นน้องรหัสกูแล้วสิ จากที่กูฟังมึงเล่ามาน้องดูเป็นคนที่ตามตื๊อเก่งมาก”“ก็จริง”“แต่วันนี้กูได้ยินมาจากเพื่อนคนนึงในกลุ่มเรามันบอกว่ามึงเกือบจะให้ไอ้ชานมไปโกหกน้องรหัสกูแทนแล้วนะ”“ไม่ๆ นั้นมันตอนเช้าไง ตอนนั้นยังกล้าๆกลัวๆอยู่ นี่กูไม่เคยโกหกใครแบบนี้มาก่อนเลยนะ มันก็ทำใจยากอ่ะมึงที่จะโกหกคนๆหนึ่งให้เขาเชื่อได้สนิทใจ”“แต่สุดท้ายก็…”“เออ สุดท้ายกูก็โกหก”“เสียงตึงแบบนี้ใส่เขาด้วยอ่ะดิใช่ไหม”“กูก็เป็นของกูแบบนี้อยู่แล้วอ่ะ”“ฮ่าๆ แต่มึงไม่ต้องเป็นห่วงการโกหกครั้งนี้ไม่ได้เป็นการโกหกแล้วปล่อยให้เขาเข้าใจผิดไปตลอด เดี๋ยวกูจะไปเฉลยและบอกความจริงกับน้องรหัสเองตอนที่กูหายดีแล้วนะ”“ถึงวันนั้นน้องน่าจะว่ากู”“ไม่ว่าหรอก”“มึ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 7
@มหาวิทยาลัย…สายตาผู้คนจับต้องมองมาที่ทางฟินแต่ทว่าพวกเขาไม่ได้จ้องมองที่ฟิน จริงๆ แล้วมองเฟรมพี่ชายของฟินที่ลงจากรถแล้วเดินตามหลังฟินมา“ผมก็ว่าทำไมคนถึงมองมาทางนี้ พี่จะตามผมมาทำไม”“ก็มึงทำโทรศัพท์หล่นไว้ตรงเบาะที่นั่งในรถพี่ พี่ก็เลยเดินตามเอามาให้”“ผมไม่รู้ตัวเลยว่าทำหล่นไว้ ขอบคุณครับพี่” ฟินพูดพลางยื่นมือรับโทรศัพท์จากพี่ชาย“จะทำอะไรหรือลุกจากที่นั่งที่ตรงไหนก็ก้มมองที่นั่งและรอบๆ ก่อนว่าตัวเองทำอะไรหล่นไว้ไหมแล้วค่อยเดินหนีของจะได้ไม่หาย คิดดูนะถ้านี่ไม่ใช่รถพี่แกคงไม่ได้คืนนะโทรศัพท์เครื่องนี้ที่ราคาสองสามหมื่นอีกอย่างแม่คงดุแน่ๆ ถ้าแกทำของราคาแพงหาย”“รู้แล้วครับ เข้าใจแล้ว ผมไปได้ยัง”“เออๆ ไปได้แล้ว เสร็จกิจกรรมรับน้องก็โทรหาพี่เดี๋ยวพี่มารับ”“ครับ”นี่ละครับผมมีพี่ที่ค่อนข้างที่จะ…เอ่อก็อย่างที่เห็นๆ นี่แหละครับว่าเป็นยังไง มีพี่ชายแบบนี้ก็เหมือนกับว่าผมมีพ่อแม่อีกคน“มากับใครอ่ะนาย” จู่ๆ ก็มีคนเข้ามาถามผมต่างจากเมื่อวานที่ไม่มีใครเข้าหาเลยสักคน วันนี้ทั้งหญิงและชายเข้ามาถามผมว่าผมมากับใคร“พี่ชายเราเองแหละ”“พี่ชายของน้องเหรอ หล่อจังเลยอ่ะ” ผู้หญิงคนนี้ที่น่าจะไม่ใช่
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 8
“มาครบทุกคนแล้วเนาะ นี่ลุงต้นกับภรรยาลุงชื่อสร้อยและลูกชายชื่อชู ส่วนนี้ก็ลูกชายผมเอง เฟรมกับฟิน”“สวัสดีครับ” คุณพ่อของผมแนะนำพวกเขาให้ผมกับพี่ชายได้รู้จักและแนะนำผมให้พวกเขารู้จักด้วยเช่นกันก่อนผมกับพี่ชายสวัสดีพวกเขาอีกรอบ“สวัสดีครับ เคยเจอแต่ตอนเด็กตอนนี้โตเป็นหนุ่มหล่อกันหมดแล้ว”“สวัสดีจ้ะหลานทั้งหลานทั้งสอง”ลุงกับภรรยาก็สวัสดีผมกับพี่ชายกลับด้วยนะ แต่มีลูกชายของเขาคนเดียวที่ไม่มีแม้แต่จะสวัสดีเลย“ครับ”“เอาล่ะๆ กินข้าวกันก่อนค่อยคุยกันเรื่องสำคัญ” คุณพ่อผมพูดขึ้นมาแบบนี้มันจะมีเรื่องสำคัญอะไรกันนะหลังจากกินข้าวกันเสร็จเรียบร้อย ผมกับพี่ชายนั่งกินของหวานกันต่อส่วนพ่อก็กำลังจะพูดเรื่องสำคัญที่ว่า“ที่พ่อพามากินข้าวข้างนอกวันนี้ก็เพราะว่าลุงต้น เขาพึ่งกลับจากต่างประเทศนั่นแหละลูก อ่ะๆ ให้ลุงต้นพูดเองดีกว่า”“ลุงว่าจะมาขอพักอาศัยอยู่บ้านด้วย ฟินและเฟรมจะว่าอะไรไหมพอดีพ่อแม่ของฟินและเฟรมเขาอยากถามความเห็นฟินและเฟรมด้วย”ผมกับพี่ชายหันหน้ามองกันและยิ้มแห้งๆ ก่อนหันไปมองที่ลุงและภรรยาของลุงอีกครั้ง“ส่วนตัวผมเอง ผมแล้วแต่พ่อกับแม่และพี่ชายเลยครับ” ฟินรีบตอบก่อนพี่ชายทันที“แล้วเฟร
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 9
มื้อเช้ากับพี่ชายในเวลา 10:30 นาที เพราะวันนี้ตื่นสาย แต่วันนี้วันอาทิตย์ผมตื่นสายได้“พี่เฟรมจะกลับหอกี่โมงอ่ะ”“ช่วงหัวค่ำก็กลับแล้ว”“อ้าวพี่ไม่ได้กินข้าวเย็นด้วยกันสิแบบนี้”“ใช่แล้ว”“พี่อยู่กินข้าวเย็นก่อนค่อยกลับ”“ทำไมอยากให้พี่อยู่จัง ปกติไม่เป็นต้องการพี่”“ก็คนนั่งกินด้วยกันมันเยอะกว่าปกติอ่ะ ผมอยากมีพี่นั่งกินด้วยค่อยสบายใจ”“พูดอะไรของแก จะพูดว่าเกร็งทำตัวไม่ถูกเวลาที่นั่งกินข้าวกับบ้านลุงต้นก็พูดมาตรงๆ”“เออครับพี่”“แม่ได้ยินยังครับที่ผมพูดเมื่อกี้”“ได้ยินเต็มสองหูเลยแหละ”“ต้องทำยังไงกับน้องมันดีครับมันดูไม่ค่อยกล้าที่จะร่วมทำอะไรกับครอบครัวลุงเลย”“แม่อย่าเอาไปบอกพ่อน่าเดี๋ยวพ่อเข้าใจผิดว่าผมไม่ชอบครอบครัวลุงต้น”“แม่ไม่ไปบอกหรอกแม่รู้นะว่าฟินไม่ชอบการทำอะไรร่วมกับครอบครัวคนอื่นแต่ว่านี่ก็ญาติเราฟินลองเปิดใจให้กับครอบครัวลุงเขาหน่อยไหม ส่วนเจ้าเฟรมที่พูดถึงเรื่องครอบครัวลุงต้นเมื่อกี้อย่าไปพูดให้เขาได้ยินเชียวนะเดี๋ยวเขาจะเข้าใจปิดครอบครัวเรา”“ครับ” เฟรมตอบแม่ก่อนฟิน เมื่อฟินเงียบแม่เลยมองไปทางฟินที่ยังไม่ตอบโต้อะไรแม่สักคำก่อนแม่จะพูดขึ้นมาอีกเพื่อให้ฟินตอบ“เข้าใจ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 10
“คืองี้ เรื่องนี้มันเป็นความผิดพี่เองที่ทำให้มันต้องหลอกน้อง พี่มันบอกว่าเป็นพี่รหัสน้องฟินเพราะพี่ขอให้มันทำเองอย่าไปโทษมัน”“แล้วทำไมพี่ต้องขอให้เพื่อนพี่ทำแบบนั้นด้วย”“พี่ไม่อยากให้น้องรู้สึกแบบพี่เหมือนตอนที่พี่เข้ามาใหม่ๆ ปีที่แล้วไม่มีพี่รหัสมาหาพี่มาคอยดูแลพี่เหมือนคนอื่นในวันรับน้อง”แต่จะว่าไปพี่เขามีเหตุผลดีนะ เหมือนพี่เขาเคยเจอเหตุการณ์แบบนั้นมาแล้วเคยไม่อยากให้เรารู้สึกแบบเขาเมื่อปีที่แล้ว อันนี้ถือว่าเป็นห่วงความรู้สึกน้อง แต่ว่าถ้าสมมติเราไม่มีพี่รหัสมาจริงๆ เราก็ไม่ได้ว่าอะไรนะ ว่าแต่ทำไมเขาไม่มาล่ะ ทำไมพึ่งมาตอนนี้“ครับ ว่าแต่พี่ทำไมถึงมาตอนนี้”“วันนั้นพี่เกิดอุบัติเหตุครับพี่พึ่งจะหายดี วันนั้นก็เลยมาหาน้องไม่ได้ แต่พี่ฝากไอ้โฮปซื้อของมาให้น้องแล้วนะได้รับจากมันไหมวันนั้น”อันนี้เรื่องใหญ่เลยนะ เราอย่าไปว่าอะไรพี่เขาเลยดีกว่า เขาเกิดอุบัติเหตุเลยนะ“ได้รับครับ เอาเป็นว่าเรื่องที่พี่คนชื่อโฮปโกหกหนูว่าเป็นพี่รหัสของผม ผมจะไม่โกรธผมยกโทษให้ ส่วนเรื่องที่พี่รหัสตัวจริงมาหาผมไม่ได้เพราะเกิดอุบัติเหตุอันนี้ผมก็ไม่โกรธครับผมไม่ว่าอะไร หมดธุระแล้วงั้นผมขอตัวนะครับ”ที่ผมร
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status