Masukระหว่างที่เจณิสากำลังก้มหน้าก้มตาเตรียมผ้าเช็ดตัวและอ่างน้ำอุ่นในห้องนอน เฟลิกซ์ก็เข้ามาโอบกอดเธออีกครั้งจากทางด้านหลังแบบไม่ขออนุญาต เขาทำทุกอย่างเหมือนเป็นเรื่องปกติของคนสองคนที่มีความสัมพันธ์กันลึกซึ้ง สัมผัสอุ่นร้อนของหน้าอกแกร่ง แนบชิดแผ่นหลังเนียนของเธออย่างแนบแน่น มันทำให้ใบหน้าของเธอเริ่มเห่อร้อนและลมหายใจติดขัด
คุณหมอสาวพยายามจะขยับตัวออกห่างจากระยะสัมผัสที่รัดแน่น แต่ก็ไม่เป็นผล เธอถูกตรึงไว้ด้วยอ้อมแขนที่แข็งแกร่งและถูกพันธนาการด้วยความห่วงใย จะทำรุนแรงกับเขาก็กลัวบาดแผลของเขาจะอักเสบหรือฉีกขาดขึ้นมา
“อยากให้เช็ดตัวให้....ก็ปล่อยสิคะ” เธออ้อนวอนอย่างเหลืออด น้ำเสียงสั่นเครือ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะความวาบหวามที่เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างรุนแรง
เฟลิกซ์คลายอ้อมแขนออกช้า ๆ ด้วยความเสียดาย แต่ดวงตาคมกริบยังไม่ละไปจากใบหน้าสวย ๆ ของเธอ เขาจ้องมองราวกับจะกลืนกินทุกรายละเอียด
“คืนนี้ผมขอนอนกับคุณได้มั้ย” เขาปิดท้ายประโยคด้วยน้ำเสียงที่จริงจังจนทำให้เจณิสารู้สึกวูบวาบไปทั้งตัว เธอรู้ว่าคำพูดของเขามันมีความหมายมากกว่าคำหยอกล้อใดๆ
เจณิสาเม้มปากแน่น ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความสับสน และความรู้สึกผิดที่เริ่มกัดกินใจ เธอไม่น่าพลาดไปใช้เขาเป็นเครื่องมือในการแก้แค้นเลยให้ตายสิ! ตอนนี้เธอได้พาตัวเองเข้ามาอยู่ในเกมที่เธอไม่มีทางชนะ
“ก็ได้ แต่คุณห้ามทำอะไรฉันเด็ดขาด” เจณิสารีบบอกพร้อม ๆ กับการตั้งกฎเหล็กขึ้นมา ซึ่งเธอเองก็ไม่มั่นใจว่าจะใช้ได้ผล ก่อนจะถอนหายใจยาว และพยายามรวบรวมสติทั้งหมดที่เหลืออยู่ เธอคงไม่มีทางเลือกอื่นที่ดีกว่านี้แล้ว การยอมให้เขาอยู่ใกล้เป็นสิ่งเดียวที่จะทำให้เขาสงบ
คุณหมอสาวหยิบผ้าขนหนูสะอาดผืนนุ่มและกะละมังใบเล็กใส่น้ำอุ่นออกมาวางข้างโซฟาภายในห้องนอน เฟลิกซ์ที่เดินตามออกมาก็รีบไปนั่งเอนหลังพิงพนักโซฟาอย่างผ่อนคลาย ท่าทางของเขาบ่งบอกถึงความพึงพอใจอย่างที่สุด
เจณิสาบิดผ้าขนหนูจนหมาด ๆ แล้วเริ่มเช็ดทำความสะอาดตั้งแต่หัวไหล่ลงมาจนถึงลำตัว เธอต้องทำงานอย่างระมัดระวังที่สุดเพื่อหลีกเลี่ยงบาดแผลที่พันผ้าก๊อซไว้ เธอรู้ความใกล้ชิดเช่นนี้เป็นสิ่งที่อันตรายยิ่งกว่ากระสุนปืนใด ๆ
ขณะที่เจณิสากำลังเช็ดตัวให้เขาอยู่บนโซฟาภายในห้องนอนท่ามกลางความเงียบ เฟลิกซ์ก็เอ่ยคำถามเพื่อทำลายความเงียบนั้น
“เจนนี่!!! ผมอยากถามอะไรคุณบางอย่าง...จะได้มั้ย” เฟลิกซ์มองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ดวงตาคมกริบของมาเฟียหนุ่มไม่ได้มองเพียงแค่ผิวเผิน แต่มองทะลุเข้าไปถึงร่องรอยความปวดร้าวที่เธอเพิ่งได้รับมา
“คุณจะถามอะไรฉันเหรอคะ” เจณิสาเสียงอ่อนลง พยายามปรับผ้าเช็ดตัวในมือให้เรียบร้อยเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่า
“เรื่องแฟนคุณน่ะ” เฟลิกซ์ตัดสินใจทำลายมันด้วยคำถามที่ตรงไปตรงมา
“ผมอยากรู้ว่าคุณจะเอายังไงต่อไป” คำถามนั้นทำให้เจณิสาสะอึก มันเป็นคำถามที่เธอก็ยังไม่รู้คำตอบ การมาของเฟลิกซ์ทำให้ชีวิตของเธอพลิกผันจนลืมไปเลยว่า ความสัมพันธ์เดิม ๆ ของเธอมันพังทลายลงไปแล้ว
เฟลิกซ์เอนตัวเข้าหาเธอเล็กน้อย เขาไม่ได้ต้องการแค่ร่างกายเธอ แต่ต้องการความว่างเปล่าในหัวใจของเธอด้วย แววตาของเขามีความห่วงใยเจืออยู่กับความหวัง เขาต้องการคำตอบที่ชัดเจน คำตอบที่จะเปิดประตูให้เขาได้ก้าวเข้าไปในชีวิตของเธอ
“เสร็จแล้ว” เจณิสาบอกเสียงอ่อน เธอรีบวางผ้าเช็ดตัวลง พยายามถอยห่างจากความใกล้ชิดที่อันตรายนี้
“ขอบคุณครับ” เฟลิกซ์ตอบรับด้วยรอยยิ้มที่พอใจ สายตาของเขาจับจ้องเธอราวกับรอคอยรางวัลใหญ่
“ฉันไปอาบน้ำก่อนนะคะ เชิญคุณพักผ่อนตามสบายบนโซฟานี้เท่านั้น” เจณิสาตัดสินใจยอมแพ้เรื่องที่เฟลิกซ์ขอนอนในห้อง แต่เธอจำเป็นต้องรักษาระยะห่างเอาไว้
มาเฟียหนุ่มไม่ได้สนใจสิ่งที่เธอบอกเลยแม้แต่น้อย เขายื่นมือมาแตะปลายคางของเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสของเขาทำให้ร่างกายรู้สึกหนาว ๆ ร้อน ๆ
“แต่ผมว่า....โซฟาของคุณมันแข็งไปนะ สำหรับคนไข้ที่เพิ่งผ่านการผ่าตัดมาอย่างผม ถ้านอนไปแล้วแผลเกิดฉีกขาดขึ้นมาคุณจะว่ายังไง....หืม์!!!” เขาใช้ข้ออ้างทางการแพทย์ได้อย่างแนบเนียน พร้อมกับการจู่โจมที่ยากจะต้านทาน ยังไงเสียคืนนี้เธอก็คงไม่มีวันต่อรองกับเขาได้ชนะแน่ ๆ
“ให้ผมพักที่เตียงเถอะน่า รับรอง... ผมจะอยู่นิ่ง ๆ ทำตามที่คุณบอกทุกอย่างเลย” เฟลิกซ์อ้อนวอน เจณิสาสบตากับเขาอย่างจริงจัง
“ก็ได้!!!...แต่คุณจำเอาไว้เลยนะ” เธอตอบเสียงเบา และยอมจำนนต่อข้อเรียกร้องสุดท้ายของเขา
“ถ้าคุณปล้ำฉัน แล้วเกิดบาดแผลฉีกขาดขึ้นมา”
“ฉันจะรถพยาบาลให้มารับคุณ!!!” คำขู่ของเธอไม่ได้มีเป้าหมายแค่เฟลิกซ์เท่านั้น แต่เพื่อเตือนสติของตัวเองด้วย
“ผมจะไม่ฝืนใจคุณเด็ดขาด…เจนนี่!!” สิ้นเสียงเขาก็รีบโอบกอดเธอทันที ก่อนที่เธอจะทันได้ตั้งตัว ร่างกายที่เปลือยเปล่าท่อนบนของเขาแนบชิดเข้ากับชุดราตรีของเธออย่างแนบแน่นอีกครั้ง เธอนับไม่ถูกเลยว่า...ตั้งแต่กลับมาถึงคอนโด เขากอดเธอไปแล้วกี่ครั้ง คำสัญญาที่อันตรายของมาเฟียหนุ่ม มันหมายถึงหากเธอยินยอม นั่นก็แปลว่าเธอได้เดินเข้าสู่กับดักของเขาด้วยความสมัครใจ
“ค่ะ” เจณิสาตอบรับในลำคออย่างแผ่วเบา ยอมรับชะตากรรมที่เธอเป็นคนเลือก
“ขอบคุณนะครับ... เจนนี่”
สิ้นเสียง ริมฝีปากหยักก็ประทับลงมาอย่างนุ่มนวล ก่อนจะเปลี่ยนเป็น ความเร่าร้อนที่เผาผลาญทุกอย่างจนมอดไหม้ จุมพิตของเฟลิกซ์ไม่ได้มีไว้เพื่อการปลอบโยน แต่มันคือการ จุดไฟเผาผลาญเหตุผลทั้งหมดที่เธอเคยมี สองมือหนาโอบรัดเอวเธอเอาไว้แน่น พร้อมดึงร่างของเธอให้แนบชิดติดกับความร้อนของร่างกายเขา
ความคับแค้นใจที่เธอมีต่อคนรักเก่าถูกแทนที่ด้วยความปรารถนาที่ไม่เคยรู้จัก ความเร่งรีบของเธอในตอนต้นถูกกลืนหายด้วยจังหวะที่เชื่องช้าแต่เร่าร้อนของมาเฟียหนุ่ม
เมื่อเฟลิกซ์ผละออกห่าง ดวงตาของเขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่พร่ามัวไปด้วยอารมณ์พิศวาสของเธอ ใบหน้าของเจณิสาแดงก่ำ ลมหายใจของเธอหอบถี่อย่างน่าอับอาย
“ฉันขอไปอาบน้ำก่อนนะ” เจณิสารีบบอก เพื่อหนีจากความรัญจวนนี้ เธอต้องหนีนอนแช่น้ำอุ่น ๆ เพื่อเรียกสติที่กำลังเตลิดกลับคืนมา
หลังจากนั้นประมาณเกือบหนึ่งชั่วโมง เสียงน้ำในห้องน้ำก็เงียบลง เฟลิกซ์ที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง ก็จำต้องกลืนน้ำลายลงคอ เมื่อเห็นเจณิสาปรากฏตัวที่ประตูห้องน้ำ ในชุดนอนที่ไม่ได้นอนจริง ๆ
ชุดนอนนั้นเป็น ผ้าซาตินสีครีมอ่อนบางเบา ตัดกับลายลูกไม้สีเดียวกัน คล้ายกับชุดราตรีที่เธอใส่มาก่อนหน้านี้ แต่ชุดนี้กลับเปิดเผยผิวได้มากกว่าเดิม ทำให้เห็นสัดส่วนโค้งเว้าของเรือนร่างที่ชัดเจนยิ่งขึ้น มันคืออาภรณ์ที่ปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบของเขาได้ในทันที แผลที่ถูกเย็บใหม่พลันรู้สึกตึงขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
“ทำไมคุณยังไม่หลับอีกค่ะ” เจณิสาถามเสียงเครียด เธออุตส่าห์นอนแช่น้ำอุ่นในห้องน้ำนาน ๆ เผื่อว่าเขาจะเผลอหลับไปก่อน แต่แผนก็ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง
“ผมนอนไม่หลับ” เขาตอบจริงจัง เฟลิกซ์จ้องมองเธอด้วยสายตาที่ลุกเป็นไฟ เขาเองก็ไม่ได้คิดว่าเธอจะตั้งใจยั่วยวนเขาแต่อย่างใด แต่สำหรับเจณิสาแล้ว เธอไม่มีทางเลือกจริง ๆ ชุดนอนผ้าซาตินบางเบานี้คือชุดที่เธอใส่เป็นประจำ และมันก็ทำให้เธอหลับสบาย ใครจะคิดล่ะ ว่าเหตุการณ์บ้าบิ่นเช่นนี้มันจะเกิดขึ้น!
“ชุดคุณนี่มันช่างทำร้ายจิตใจของผมเหลือเกินครับ คุณหมอ!!!” เขาอดแซวเธอไม่ได้ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความหวามไหวที่ยากจะปกปิด
“ห้ามมองชุดของฉัน คุณหันไปเลย” เธอบังคับ
“อะไรกัน แล้วผมจะคุยกับคุณยังไง” เฟลิกซ์ถามอย่างขบขัน
“ไม่รู้!!...แต่คุณห้ามมอง แล้วก็หลับซะ”
“เฮ่ย!!!...นี่มันบังคับกันชัด ๆ” เขาบ่นอุบ แต่ก็ยอมหันหน้าไปทางอื่น
เจณิสาถอนหายใจอย่างโล่งอก เธอเดินไปหยิบเสื้อยืดสีเข้มพร้อมกางเกงขาสั้นตัวใหญ่มาให้เขา
มันเป็นชุดที่แฟนเก่าของเธอลืมทิ้งเอาไว้ เธอหยิบยื่นให้เฟลิกซ์ด้วยความรู้สึกที่ไม่ยินดียินร้ายเพราะไม่มีอารมณ์ผูกพันหลงเหลืออยู่
“ฉันมีเสื้อกับกางเกงมาให้ยืมใส่ แต่เป็นของแฟนนะ เค้าลืมทิ้งไว้... หวังว่าคุณจะไม่รังเกียจ”
เฟลิกซ์มองชุดในมือเธออย่างเฉยชา สายตาของเขาบ่งบอกว่าไม่ชอบใจอย่างชัดเจน
“ผมไม่ใส่ได้มั้ย” เขาต่อรอง
“คุณจะนอนเปลือยแบบนี้ไม่ได้นะ แล้วดูซิ!!! ใส่แค่บ็อกเซอร์ตัวเดียว!!!!” เจณิสาต่อว่าอย่างเหลืออด ถึงเธอจะยอมให้เขาขึ้นมานอนบนเตียง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะให้เขานอนแบบเปลือยเปล่าเช่นนี้
“ใส่เถอะค่ะ มันไม่เป็นอะไรหรอก ฉันซักแล้ว” เธอแทบจะยัดเสื้อผ้าใส่มือเขาด้วยความรีบร้อน
ตอนที่ 34 ตอนจบเหล่าบรรดาลูกน้องกักขฬะของ ดิมิทรีที่เหลือกันสี่คนพาสวมวิญญาณดิบเถื่อนกับส้มอย่างไม่ปรานี พวกมันแบ่งส้มและณิชาให้รับมือกับพวกมันในแบบหนึ่งต่อสอง ความกลัวและความอับอาย ทำให้ส้มมีสีหน้าซีดเผือดจนแทบจะร้องไห้ เธอพยายามดิ้นรนให้พ้นจากสภาพที่ถูกคุกคามตรงนั้น พวกมันต่างมองเหยื่อสาวทั้งสองด้วยสายตาที่ลุกวาวด้วยความกระหาย เมื่อนายใหญ่ทิ้งรางวัลเอาไว้ให้อย่างงามส้มและณิชา ถูกแยกออกจากกันอย่างรวดเร็ว ลูกน้องสองคนถูกลากส้มไปบ้านทรงไทย ส่วนอีกสองคนถูกลากณิชาเข้าไปบ้านอีกหลังที่อยู่ติดกัน ความกลัวและความอับอาย ทำให้ส้มมีสีหน้าซีดเผือดจนแทบจะร้องไห้ เธอพยายามดิ้นรนให้พ้นจากสภาพที่ถูกคุกคามตรงนั้นภายห้องนอนของบ้านทรงไทย เสียงหัวเราะและการกระทำอันป่าเถื่อนก็ผสมปนเปกับเสียงร้องครวญครางของส้มและณิชาที่ร้องอย่างน่าเวทนา พวกมันไม่ได้ทำตามข้อตกลงของเจณิสา เมื่อดิมิทรีลากเธอไปขึ้นรถ เชนก็ถูกลากไปซ้อมและมัดเอาไว้อย่างเดิม ส่วนณิชาและส้มก็ถูกลากไปลวนลามกันคนละห้อง“อาห์ ซีดดดส์!!! ไม่คิดไม่ฝันเลย จะได้รุมคนสวย ๆ แบบนี้ ซี๊ดดดส์!! สนุกจริง ๆ เลยโว้ย มันได้อารมณ์วะพวกเรา ฮ่า ๆๆ” พวกมันหัวเราะ
ตอนที่ 33 เกือบตายคาอก NCทันใดนั้น ลูกน้องกลุ่มอื่นก็กลับมาพร้อมกับณิชา เธอถูกลากตัวออกมาจากบ้านทรงไทยหลังหนึ่งอย่างขัดขืน ร่างกายที่ถูกพันธนาการ ทำให้เธอทำได้เพียงดิ้นรน“ปล่อยฉันนะ!” ณิชากรีดร้อง แต่ลูกน้องของดิมิทรีก็ไม่ได้สนใจ ดวงตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความหื่นกระหาย เมื่อเห็นเรือนร่างที่ถูกรัดกุมด้วยชุดทำงานของแพทย์“นังนี่ก็สวยไม่เบา” ลูกน้องคนหนึ่งพูดพลาง น้ำตาของเธอไหลออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ เมื่อถูกลวนลามดิมิทรี ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดอย่างเย็นชา เขาต้องการให้เชนทนทุกข์ เพื่อเป็นการส่งสัญญาณไปยังเจณิสา เป้าหมายหลักของเขาในค่ำคืนนี้ลูกน้องลากเชนที่แทบจะหมดสติมาวางไว้บริเวณหน้าบ้านทรงไทย ดิมิทรีชักปืนออกมาจ่อที่ศีรษะของเชน“คุณหมอ! ฉันรู้ว่าเธออยู่แถวนี้! ออกมาซะ ไม่งั้นไอ้หมอนี่จะต้องตายอย่างอนาถ!” ดิมิทรีตะโกนเสียงดังกังวานณิชา ที่ถูกลูกน้องจับตัวไว้ข้าง ๆ เห็นสภาพของเชนก็ร้องไห้ด้วยความสงสารและหวาดกลัว“คุณเจน! อย่าออกมา! หนีไป!” เชนพยายามตะโกนห้ามวินาทีนั้นเอง... เจณิสาก็ปรากฏตัวออกมาจากเงามืด ความกล้าหาญที่มาพร้อมกับความสิ้นหวัง ทำให้เธอยอมทิ้งที่ซ่อน ใบหน้าของเธอซีดเผือ
ตอนที่ 32 รางวัลของมาเฟียโครม! เสียงเหล็กเสียดสีกันดังสนั่นบนถนนทางหลวงยามค่ำ รถคันแรกของลูกน้องดิมิทรีเสียหลักหมุนคว้างก่อนจะพุ่งอัดเข้ากับเสาไฟข้างทาง เปลวไฟลุกวาบจากห้องเครื่องทันที แต่เฟลิกซ์ไม่หยุดแค่นั้น เขาเปลี่ยนแม็กกาซีนด้วยความเร็วราวสายฟ้า ก่อนจะรัวยิงใส่ลูกน้องที่อยู่กระบะหลังอย่างเยือกเย็นจนทุกคนในรถตายคาที่จากนั้นกระสุนทุกนัดก็มุ่งตรงไปยังรถคันที่สองที่ขับตามมา เขายิงกระสุนเจาะเข้าที่ยางรถคันที่สองอย่างแม่นยำ เสียงยางระเบิดดังสนั่น รถคันนั้นเริ่มเสียการควบคุม แต่คนขับยังสามารถประคองรถให้ไปต่อไปได้ ท่ามกลางเสียงโวยวายของลูกน้องดิมิทรีที่นั่งอยู่กระบะหลังเฟลิกซ์เหยียบเบรกพลิกพวงมาลัยหลบที่แล่นสวนมาด้วยความฉิวเฉียด เขากำลังจะจัดการลูกน้องของดิมิทรีที่นั่งอยู่กระบะหลังของรถกระบะคันที่สอง เสียงเครื่องยนต์ของรถสปอร์ตแลมบอร์กินีเอสยูวีสีเหลืองร้องคำรามลั่นบนท้องถนนยามค่ำลูกน้องอีกสามคนบนกระบะท้ายเปิดฉากยิงตอบโต้ทันที เสียงปืนดังระรัวเป็นจังหวะปั่ง...ปั่ง...ปั่ง...กระจกหลังรถสปอร์ตของเฟลิกซ์แตกกระจาย เศษแก้วปลิวเต็มห้องโดยสาร แต่เขายังควบคุมพวงมาลัยแน่น ดวงตาคมเข้มจดจ่อกั
ตอนที่ 31 กับดักของมาเฟียมาเฟียหน้าเข้มโยนโทรศัพท์เครื่องหรูคืนให้ณัฐพลที่นำหลักฐานมาเสนอเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน ข้อมูลที่ส้มให้ณัฐพลมาเพียงเล็กน้อย ซึ่งดิมิทรีรู้ดีว่ามันเป็นหลักฐานเท็จที่สร้างขึ้นด้วยซ้ำ เพราะเขารู้ว่าเฟลิกซ์เดินทางไปพบนายใหญ่ และพาเจณิสาไปหลบซ่อนตัวเอาไว้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว“แกคิดว่าฉันโง่ขนาดนั้นเลยรึ” ดิมิทรีพูดเสียงทุ้มต่ำผ่านล่าม น้ำเสียงของเขาเรียบจนน่ากลัว เชนรีบแปลให้ณัฐพลฟังตามที่ดิมิทรีพูดทุกคำ“แกคงอยากได้เงินจากฉัน แต่มันก็ดีที่ฉันจะได้ไม่ต้องตามไปฆ่าแกถึงที่” ณัฐพลหน้าซีดเผือด“ไม่... ไม่ใช่นะครับ! หลักฐานนี้ผมได้มาจากผู้ช่วยพยาบาลในคลินิก!” เขาตะโกนลั่นอย่างหวาดกลัว“หุบปาก!”“ฉันรู้ดีว่าแฟนหมอของแกไม่ได้อยู่ที่คลินิกนั่นแล้ว และก็ไม่ได้อยู่ที่คอนโดของเธอด้วย ไอ้เฟลิกซ์มันฉลาดกว่าที่แกคิดเยอะ” ดิมิทรีลุกขึ้นเดินวนรอบเก้าอี้ของณัฐพล กลิ่นน้ำหอมราคาแพงกับกลิ่นเหล้าทำให้ณัฐพลแทบจะคลื่นไส้“แกมาหาฉันอีกครั้งเพื่อมาหลอกเอาเงินก้อนสุดท้ายจากฉันต่างหากล่ะ...จริงมั้ย!” ดิมิทรีหยุดข้างหลังเก้าอี้“และแกคงรู้ดีนะ ว่าคนที่หลอกฉันจุดจบของมันจะเป็นอย่างไร...”“แต่ฉั
ตอนที่ 30 ประกาศอิสรภาพกระสุนนับไม่ถ้วนสาดกระหน่ำเข้ามาในห้องราวกับฝนเหล็ก เสียงปืนแผดลั่นผสมกับเสียงกระจกแตกและเศษไม้ปลิวว่อนในอากาศ กลิ่นดินปืนคลุ้งไปทั่ว เฟลิกซ์หมอบต่ำหลบหลังโต๊ะทำงานไม้สักที่ตอนนี้พรุนเป็นรังผึ้ง เขาจะปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้ มือข้างขวากระตุกมีดพับเล็กจากช่องลับใต้แขนเสื้อ ข้อมืออันทรงพลังเหวี่ยงมีดอย่างแม่นยำราวกับมันเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายฉึก!มีดปลิวแหวกอากาศเข้าเสียบกลางข้อมือของชายที่กำลังรัวกระสุน เสียงร้องโหยหวนดังขึ้นพร้อมกับที่ปืนหลุดจากมือ ศัตรูชะงัก เฟลิกซ์สบโอกาส เขาพุ่งออกจากที่กำบังราวกับเสือที่รอจังหวะจู่โจมร่างสูงใหญ่ในชุดดำขยับเร็วเกินกว่าตาเห็น เขากระโดดข้ามโต๊ะทำงาน เสียงรองเท้าหนังกระแทกพื้น ก่อนหมัดหนัก ๆ จะพุ่งเข้ากระแทกขากรรไกรของศัตรูคนแรกผลัวะ!!เสียงกระดูกแตก ชายคนนั้นหงายหลังล้มทั้งยืนเฟลิกซ์หมุนตัวต่อทันที ใช้แรงเหวี่ยงจากสะโพกยกฝ่าเท้ากระแทกซี่โครงของศัตรูอีกคนที่กำลังจะยกปืนมายิงอย่างรวดเร็วในชั่วพริบตา เสียงหอบหายใจขาดห้วงดังตามมา ก่อนร่างนั้นจะทรุดฮวบลงกับพื้น เขาไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว มือขวาควักมีดปลายแหลมที่ปักอยู่ข้
ตอนที่ 29 ชำระแค้น NCจากนั้นเขาก็รีบจับส้มนอนหงาย ถ่างขาออกกว้าง แล้วยัดแก่นกายเข้าไปอย่างรุนแรง“อร๊อยยย พี่ณัฐพี่เบา ๆ สิ กระแทกมาได้ ส้มเจ็บนะ” ไม่มีแม้แต่คำขอโทษจากผู้ชายหื่นกามคนนี้ ตั่บ...ตั่บ...ตั่บ...หลังจากร่วมรักไปได้ไม่นาน ฤทธิ์ของยานอนหลับที่ผสมอยู่ในชา แม้จะดื่มไม่ทันหมดแก้วแต่ยาก็เริ่มออกฤทธิ์ผสานกับความเหนื่อยล้าของณัฐพลเมื่อยาออกฤทธิ์เต็มที่ ณัฐพลก็เริ่มซอยช้าลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งเขาเผลอหลับคาอกของส้ม ร่างกายที่ใหญ่โตของเขาหนักอึ้ง ส้มพยายามเช็คด้วยการปลุกเขาอยู่หลายรอบ ก่อนจะผลักร่างเขาลงข้าง ๆ อย่างไม่ใยดี“ถุย!!!!.. ไอ้หน้าตัวเมีย เก่งนักกับผู้หญิง” ส้มถ่มน้ำลายในลำคอใส่หน้าณัฐพลอย่างสมเพชส้มไม่มีเวลามักนัก เธอรีบเอาโทรศัพท์ของณัฐพลมาปลดล็อก ปลายนิ้วที่สั่นเทาแต่เปี่ยมด้วยความมุ่งมั่น ค่อย ๆ เปิดโทรศัพท์มือถือของณัฐพล ก่อนจะกดรหัสตามที่เจณิสาบอกมา และมันก็สามารถปลดล็อกได้จริง ๆ! ส้มใช้เวลาไม่นานในการค้นหาและลบคลิปวิดีโอที่น่าอับอายของตนเองออกทั้งหมด ทั้งที่อยู่ในเครื่องและบนระบบคลาวด์ เธอปลดปล่อยพันธนาการของเธอเองเป็นที่เรียบร้อย ก่อนจะผ่อนลมหายใจอย่างโล







